มองโกเลีย

Flag of Mongolia State emblem of Mongolia
ธง ตราสัญลักษณ์

 

คำขวัญ      Даяр Монгол (Dayar Mongol)

 

Mongolia orthographic projection
ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Mongolia
 
mongolia4
ที่มา: ancientnomadic.mn

 

ชื่ออย่างเป็นทางการ

มองโกเลีย หรือ Mongolia

ที่ตั้ง

ทางตอนเหนือของทวีปเอเชีย ระหว่างประเทศจีนกับรัสเซีย ระหว่างละติจูดที่ 46 00 องศาเหนือ ลองติจูดที่ 105 00 องศาตะวันออก

พื้นที่

1,564,116 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าประเทศไทย 3 เท่า) พื้นดิน 1,553,556 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 10,560 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต

พรมแดนยาว 8,082กิโลเมตร ติดกับประเทศจีน 4,630 กิโลเมตร ประเทศรัสเซีย 3,452 กิโลเมตร

สภาพภูมิประเทศ

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ภูเขา และทุ่งหญ้า ไม่มีอาณาเขตติดทะเล

สภาพภูมิอากาศ

อากาศแบบทะเลทราย (ระหว่างวันและฤดูกาลอุณหภูมิต่างกันมาก)

ทรัพยากรธรรมชาติ

น้ำมัน ถ่านหิน ทองแดง แร่ Molydenum ทังสเตน ฟอร์สเฟต ดีบุก นิกเกิล สังกะสี แร่แคลเซียมฟลูโอไรต์ ทองคำ เงิน เหล็ก

ภัยธรรมชาติ

พายุฝุ่น ไฟไหม้ทุ่งหญ้าและไฟไหม้ป่า ความแห้งแล้ง และอากาศหนาวอย่างรุนแรง

จำนวนประชากร

3,068,243 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2560)

อัตราการเติบโตของประชากร

1.2% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2560)

สัญชาติ

มองโกเลีย (Mongolian (s))

เชื้อชาติ

ประกอบด้วย Khalkh 81.9%, Kazak 3.8%, Dorvod 2.7%, Bayad 2.1%, Buryat-Bouriates 1.7%, Zakhchin 1.2%, Dariganga 1%, Uriankhai 1%, other 4.6% (พ.ศ. 2553)

ศาสนา

พุทธนิกายลามะ 53% นับถือเทพและภูตผีผ่านคนทรง (Shamanist) 2.9% และศาสนาคริสต์ 2.2% อิสลาม 3% ไม่นับถือศาสนาใดๆ 38.6% อื่นๆ 0.4% (พ.ศ. 2553)

ภาษา

มองโกล (Mongol Khalkha) 90% ภาษา Turkic และภาษา Russian

 

รูปแบบการปกครอง

ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Parliamentary Republic) โดยเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากระบบสังคมนิยมเมื่อปี 2533

เมืองหลวง

อูลันบาตอร์ (Ulaanbaatar)

การแบ่งเขตการปกครอง

แบ่งออกเป็น 21 จังหวัด (Aimags) และเมืองหลวงที่มีการปกครองแบบเทศบาล* ได้แก่ Arhangay, Bayanhongor, Bayan-Olgiy, Bulgan, Darhan-Uul, Dornod, Dornogovi, Dundgovi, Dzavhan (Zavkhan), Govi-Altay, Govisumber, Hentiy, Hovd, Hovsgol, Omnogovi, Orhon, Ovorhangay, Selenge, Suhbaatar, Tov, Ulaanbaatar*, Uvs

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

mongolia-political-map
ที่มา: http://www.mapsofworld.com/mongolia/maps/mongolia-map.jpg

 

วันที่ได้รับเอกราช

13 มีนาคม 2464 (ค.ศ. 1921) จากประเทศจีน

วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535

ฝ่ายบริหาร

ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและเป็นผู้เสนอชื่อคณะรัฐมนตรี (หลังจากได้ปรึกษากับประธานาธิบดีแล้ว) และรัฐสภา (the State Grate Hural) เป็นผู้รับรองรายชื่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภาเป็นผู้เสนอชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และได้รับเลือกตั้งโดยวิธีการลงคะแนนเสียง (Popular Vote) วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันเป็นวาระที่ 2 การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2013 ตามด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยทั่วไปผู้นำพรรคเสียงข้างมากหรือผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลเสียงข้างมากจะได้รับเลือกตั้งจากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี

ฝ่ายนิติบัญญัติ

รัฐสภาแบบสภาเดียว (Unicameral State Great Hural) สมาชิกจำนวน 76 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง (Popular vote) วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายน 2012

ฝ่ายตุลาการ

ศาลสูงสุดคือ ศาลฎีกา (Supreme Court)

ระบบกฎหมาย

กฎหมายมีลักษณะผสมผสานกันระหว่างระบบ กฎหมายของโซเวียต เยอรมัน และสหรัฐ ร่วมกับการใช้ประมวลกฎหมายสากลและตัดสินตามกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คำพิพากษาคดีในอดีตสามารถนำมาเป็นข้อมูลให้ผูพิพากษาได้ แต่การตัดสินคดีจะตัดสินตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ไม่ยอมรับเขตอำนาจโดยบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

นโยบายรัฐบาล

1 ด้านการเมือง

นับตั้งแต่ประกาศเอกราชจากจีนเมื่อปี 2464 และประกาศสถาปนา "สาธารณรัฐ ประชาชนมองโกเลีย" เมื่อปี 2467 (เป็นคอมมิวนิสต์ลำดับที่สองของโลกต่อจากสหภาพโซเวียต) จนถึงช่วงสงครามเย็น มองโกเลียได้ดำเนินนโยบายเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหภาพโซเวียต ทำให้สหภาพ โซเวียตมีอิทธิพลครอบงำมองโกเลียในทุกด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

การล่มสลายของสหภาพโซเวียตและระบบ คอมมิวนิสต์ได้ก่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมองโกเลีย มีการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองการปกครองไปสู่ระบบเสรีประชาธิปไตย ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2533 โดยให้ประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนเป็นประมุขประเทศ มีวาระ 4 ปี ให้ประชาชนมีสิทธิจัดตั้งพรรคการเมือง ต่างๆ โดยได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2533

มองโกเลียมีระบบสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร (State Great Hural - SGH) มีสมาชิกจำนวน 76 คน มีวาระ 4 ปี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมองโกเลียครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2547 ผลการเลือกตั้งปรากฎว่า พรรคปฏิวัติแห่งประชาชนมองโกเลีย (Mongolian People's Revolutionary Party - MPRP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเดิมได้ 36 ที่นั่ง (ลดลงจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2543 ที่ได้รับเลือกตั้ง 72 ที่นั่ง จากทั้งหมด 76 ที่นั่ง) และพรรคผสมประชาธิปไตย (Motherland Democratic Coalition - MDC) ได้ 34 ที่นั่ง พรรคอิสระได้ 3 ที่นั่ง และพรรค Mongolian Republican Party ได้ 1 ที่นั่งต่อมา สภา SGH ได้มีมติแต่งตั้งให้นายซักเคีย แอลเบดอร์จ (Tsakhia Elbegdorj) จากพรรคผสมประชาธิปไตย ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2547 และนาย Tsendiin Nyamdorj ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2547

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2548 มองโกเลียได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีมองโกเลีย ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายนัมบาริน อิ๊งค์บายาร์ (Nambar Enkhbayar) ผู้สมัครจากพรรค MPRP และอดีตนายกรัฐมนตรี (ระหว่างปี 2543-2547) ได้รับการเลือกตั้งตามความคาดหมาย ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 53.46 ตามด้วยผู้สมัครจากพรรค Democratic Party ซึ่งได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 19.76 และตามด้วยผู้สมัครจากพรรค Republican Party Motherland Party ตามลำดับ

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2549 สภา SGH ได้ลงคะแนนเสียงล้มรัฐบาลมองโกเลีย หลังจากรัฐมนตรีซึ่งสังกัดพรรค MPRP จำนวน 10 คน ได้ลาออกจากรัฐบาลผสมภายใต้การนำของนายซักเคีย แอลเบดอร์จ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2549 โดยอ้างเหตุผลเศรษฐกิจตกต่ำ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการทุจริตในรัฐบาล ต่อมา สภา SGH ได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดล่าสุด โดยมีนายมิเยกอมโบ อิ๊งค์โบลด์ (Nambaryn Enkhbayar) เป็นนายกรัฐมนตรี และนัมบาริน อิ๊งค์บายาร์ (Nambaryn Enkhbayar)

นโยบายของรัฐบาลปัจจุบันยังคงให้ความ สำคัญกับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการของรัฐบาลมองโกเลียประจำปี 2547-2551 (Plan of Action of Government of Mongolia 2004-2008) ที่รัฐบาลชุดก่อนได้วางไว้ ดังนี้

ยกระดับการบริการสาธารณะ และการปรับปรุงระบบราชการ
คงไว้ซึ่งการเติบโตด้านเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน การเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ทั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อลดช่องว่างในพัฒนาระหว่างเมืองและชนบท
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี


2 ด้านเศรษฐกิจ

เนื่องจากมองโกเลียอยู่ภายใต้อิทธิพล ของสหภาพโซเวียตมาตั้งแต่ปี 2467 จึงทำให้สหภาพโซเวียตเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหภาพโซเวียตตั้งแต่ปี 2534 ทำให้ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศลดลง และส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในมองโกเลีย วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่มองโกเลียกำลังเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบบสังคมนิยมมาสู่ระบบตลาดเสรี มองโกเลียจึงเร่งเปิดประตูสู่นานาชาติมากขึ้น

รัฐบาลมองโกเลียภายใต้การนำของนายมิ เกกอมโบ อิ๊งค์โบดลด์ เน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาความยากจน และยังคงดำเนินนโยบายเปิดกว้างทางเศรษฐกิจและการลงทุน (นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้ 100%) เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการบริการ

3 ด้านการต่างประเทศ

ด้วยข้อจำกัดด้านภูมิรัฐศาสตร์ของ มองโกเลียที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศเพื่อนบ้านขนาดใหญ่ 2 ประเทศ คือ จีน และรัสเซีย และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล ทำให้มองโกเลียต้องพยายามรักษาสมดุลในการดำเนินความสัมพันธ์กับจีนและรัส เซีย แม้ว่าในอดีตมองโกเลียจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและพึ่งพาสหภาพโซเวียตมา โดยตลอด แต่เมื่อรัสเซียประสบปัญหาทางเศรษฐกิจภายในประเทศ มองโกเลียจึงจำเป็นต้องรักษาและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับจีน ซึ่งขณะนี้เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของมองโกเลีย

นอกจากจีนและรัสเซียแล้ว มองโกเลียได้พยายามส่งเสริมความสัมพันธ์และ การติดต่อกับประเทศอื่น ๆ ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อประโยชน์ด้านการเมืองและเศรษฐกิจโดยเฉพาะเพื่อการขอรับความช่วยเหลือ จากภายนอก สรุปได้ ดังนี้

พัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศที่พัฒนา แล้วทั้งในตะวันตกและตะวันออก อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และ สหภาพยุโรป โดยมุ่งเน้นที่จะขยายโอกาสด้านการค้ากับประเทศเหล่านี้ รวมทั้งมุ่งหวังให้มีการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศดังกล่าวใน โอกาสที่เหมาะสม
เสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศ เช่น อินเดีย ไทย สิงคโปร์ ตุรกี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ออสเตรีย สวีเดน และ สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้ประเทศเหล่านี้มีความสนใจในด้านเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ ของมองโกเลียมากขึ้น
พยายามขยายตลาดการค้าและแสวงหาสถานะ Most Favoured Nations (MFN) กับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ
เสริมสร้างสถานะของมองโกเลียในเวที การเมือง/เศรษฐกิจระหว่างประเทศให้เข้มแข็งขึ้นโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงเหนือและเอเชียกลาง ในการนี้ มองโกเลียมีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิก Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) (โดยอาจเริ่มจากการเข้าร่วมการประชุมระดับคณะทำงานของ APEC) และเข้าร่วมการประชุม East Asia Summit
สนับสนุนความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ และองค์การด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศต่างๆ อาทิ IMF World Bank และ ADB
พัฒนาและสานต่อความสัมพันธ์กับ ประเทศที่เพิ่งได้รับเอกราชและประเทศที่เคยอยู่ในกลุ่มสังคมนิยมในยุโรป ตะวันออกและเอเชียกลางและประเทศที่เป็นอดีตสหภาพโซเวียต อาทิ โปแลนด์ ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก คาซัคสถาน ยูเครน เบลารุส และ อุซเบกิสถาน
พัฒนาความสัมพันธ์และร่วมมือกับ ประเทศกำลังพัฒนาในการนำไปสู่จุดมุ่งหมายร่วมกันในการพัฒนาประเทศ โดยส่งเสริมความสัมพันธ์ทั้งในกรอบทวิภาคี และส่งเสริม ความร่วมมือพหุภาคีในองค์การระหว่างประเทศและกรอบความร่วมมือในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งมองโกเลียเป็นสมาชิก ได้แก่ องค์การสหประชาชาติ กลุ่ม G-77 NAM ACD ASEM และ ARF


สถานการณ์สำคัญ

1 ด้านการเมือง

การเมืองในมองโกเลียโดยทั่วไปมี เสถียรภาพ โดยนับตั้งแต่การล่มสลายของ ระบอบคอมมิวนิสต์ มองโกเลียได้เปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบเสรีประชาธิปไตยในปี 2533อย่างสันติ ได้จัดให้มีการเลือกตั้งอย่างอิสระและยุติธรรมหลายครั้ง การเปลี่ยนรัฐบาลแต่ละสมัยดำเนินไปอย่างราบรื่น รัฐบาลมีทัศนคติเปิดกว้างและให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดนโยบายในระดับ สูง ซึ่งนับเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศที่เพิ่งปรับ เปลี่ยนระบอบการปกครองทั้งหลาย

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2548 มองโกเลียได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีมองโกเลีย ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นาย Nambar Enkhbayar ผู้สมัครจากพรรค MPRP และอดีตนายกรัฐมนตรี (ระหว่างปี 2543-2547) ได้รับการเลือกตั้งตามความคาดหมาย ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 53.46 ตามด้วยผู้สมัครจากพรรค Democratic Party ซึ่งได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 19.76 และตามด้วยผู้สมัครจากพรรค Republican Party Motherland Party ตามลำดับ นาย Nambar Enkhbayar จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากนาย Natsagiin Bagabandi (จาก MPRP) ซึ่งเป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์มองโกเลียที่ได้รับแต่งตั้งประธานาธิบดีถึง สองสมัยติดต่อกัน

การเมืองในปัจจุบันไม่ค่อยมีเสถียรภาพ มีการเปลี่ยนรัฐบลแล้ว 2 ชุด ในช่วงปี 2548-2551 โดยสาเหตุหลักมาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นของบรรดานักการเมือง โดยเฉพาะผลประโยชน์แอบแฝงในการให้สัมปทานเหมืองแร่ให้กับนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้น ภาระกิจหลักของรัฐบาลภายใต้นายซานจา บายาร์ จึงเน้นหนักไปที่การต่อต้านและปราบปรามคอร์รัปชั่น

2 ด้านการต่างประเทศ

มองโกเลียได้พยายามเข้าไปมีบทบาทใน เวทีระหว่างประเทศและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้กรอบความร่วมมือ ต่าง ๆ มากขึ้น ที่สำคัญ ได้แก่

นาย Natsagiin Bagabandi อดีตประธานาธิบดีมองโกเลียได้เดินทางเยือน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19-23 มกราคม 2548 และเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23-25 มกราคม 2548 (ในโอกาสดังกล่าวได้ทาบทามเยือนประเทศไทยด้วยแต่เนื่องจากฝ่ายไทยอยู่ในช่วง เตรียมการเลือกตั้งจึงไม่สามารถรับการเยือนได้) และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา ระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2548 ณ กรุงจาการ์ตา
มองโกเลียได้เข้าเป็นสมาชิก ACD เมื่อปี 2547 และได้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2548 ที่กรุงอิสลามาบัดเป็นครั้งแรก โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมองโกเลียได้แสดงความสนใจที่ มองโกเลียจะเข้าร่วมกิจกรรมในสาขาการแก้ไขปัญหาความยากจน การเกษตร การท่องเที่ยว และเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งได้ตอบรับข้อเสนอของไทยในเรื่องการจัดประชุม ACD Summit และการจัดตั้งศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นอย่างดี
มองโกเลียได้เข้าร่วมการประชุม รัฐมนตรี ARF ครั้งที่ 5 ที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อปี 2541 เป็นครั้งแรก และได้มีบทบาทใน ARF อย่างแข็งขัน และเมื่อวันที่ 6-8 เมษายน 2548 ได้ส่ง ผู้แทนเข้าร่วมการประชุม ARF Inter-Sessional Meeting on Counter Terrorism and Transnational Crime ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ ล่าสุด มองโกเลียเป็นเจ้าภาพจัด Track II Workshop on Changes in the Security Perceptions and Military Doctrines เมื่อวันที่ 21-22 มิถุนายน 2548 ที่กรุงอูลันบาตอร์
มองโกเลียได้เข้าเป็นสมาชิกการ ประชุมเอเชีย-ยุโรป (ASEM) ฝ่ายเอเชีย โดยที่ประชุม ASEM ครั้งที่ 6 (10-11 ก.ย.49) ที่ประเทศฟินแลนด์ มีมติรับมองโกเลียเป็นสมาชิก
มองโกเลียได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation - APEC) และยังคาดหวังที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit - EAS) ด้วย

 

 

 

Chiefs of State and Cabinet Members of Foreign Governments
ข้อมูล ณ วันที่  12 สิงหาคม  2559

 Update 19 กันยายน 2560

  • Pres. Tsakhia ELBEGDORJ
  • Prime Min. Jargaltulga ERDENEBAT
  • Dep. Prime Min. Ukhnaa KHURELSUKH
  • Speaker of Parliament Miyegombo ENKHBOLD
  • Min. of Construction & Urban Development Gombosuren MUNKHBAYAR
  • Min. of Defense Badmaanyabuu BAT-ERDENE
  • Min. of Education, Culture,  Science & Sports Jamiyansuren BATSUURI
  • Min. of Energy Purevjav GANKHUU
  • Min. of Environment & Tourism Dulamsuren OYUNKHOROL
  • Min. of Finance Battogtokh CHOIJILSUREN
  • Min. of Food, Agriculture, & Light Industry Purev SERGELEN
  • Min. of Foreign Relations Tsend MUNKH-ORGIL
  • Min. of Health  Ayush TSOGTSETSEG
  • Min. of Justice and Internal Affairs Sandag BYAMBATSOGT
  • Min. of Labor & Social Welfare Nyamtaishir NOMTOIBAYAR
  • Min. of Mining & Heavy Industry Tsedev DASHDORJ
  • Min. of Mongolia, Head of Cabinet Secretariat Jamiyan MUNKHBAT
  • Min. for Population Development & Social Welfare Sodnomzundui ERDENE
  • Min. of Road & Transportation Dangaa GANBAT
  • Governor, Bank of Mongolia Bayartsaikhan NADMID
  • Ambassador to the US Bulgaa ALTANGEREL
  • Permanent Representative to the UN, New York Sukhee SUKHBOLD

 

ที่มา: https://www.cia.gov/library/publications/resources/world-leaders-1/MG.html

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)

37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP รายบุคคล

12,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการเจริญเติบโต GDP

1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

GDP แยกตามภาคการผลิต

• ภาคการเกษตร 14.6%
• ภาคอุตสาหกรรม 35.1%
• ภาคการบริการ 50.3% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราการว่างงาน

8.6% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices)

0.5% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

จำนวนหนี้สาธารณะ

60% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

ผลผลิตทางการเกษตร

ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล ผัก พืชใช้เป็นอาหารสัตว์ แกะ แพะ ปศุสัตว์ อูฐ ม้า

อุตสาหกรรม

ก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ทำเหมือง (ถ่านหิน ทองแดง แร่ Molybrenum แร่แคลเซียมฟลูโอไรด์ ดีบุก ทังสเตน ทองคำ) น้ำมัน อาหารและเครื่องดื่ม ขนแกะ และโรงงานผลิตใยธรรมชาติ

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-449 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

มูลค่าการส่งออก

4.319 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้าส่งออก

ทองแดง, เครื่องแต่งกาย, ปศุสัตว์, ผลิตภัณฑ์จากสัตว์, แคสเมียร์, ขนสัตว์, หนังสัตว์, แร่ฟลูออไรต์ , โลหะนอกกลุมเหล็ก, ถ่านหิน, น้ำมันดิบ

ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ

China 84%, Switzerland 9% (พ.ศ. 2558)

มูลค่าการนำเข้า

3.003 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2559)

สินค้านำเข้า

เครื่องจักรและอุปกรณ์, เชื้อเพลิง, รถยนต์, ผลิตภัณฑ์อาหาร, สินค้าอุตสาหกรรมเพื่ออุปโภคบริโภค, สารเคมี, วัสดุก่อสร้าง, บุหรี่และยาสูบ, อุปกรณ์เครื่องใช้, สบู่และผงซักฟอก

ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ

China 39.9%, Russia 28.4%, South Korea 6.2%, Japan 6.4% (พ.ศ. 2558)

สกุลเงิน

โตกรอก/ ตูกริก (Togrog/ Tugrik)

สัญลักษณ์เงิน

MNT

ภาพรวมเศรษฐกิจ

เนื่องจากมองโกเลียอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพ โซเวียตมาตั้งแต่ปี 2467 จึงทำให้สหภาพโซเวียตเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหภาพโซเวียตตั้งแต่ปี 2534 ทำให้ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศลดลง และส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในมองโกเลีย วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่มองโกเลียกำลังเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบบสังคมนิยมมาสู่ระบบตลาดเสรี มองโกเลียจึงเร่งเปิดประตูสู่นานาชาติมากขึ้น

รัฐบาลมองโกเลียภายใต้การนำของนายมิเกกอมโบ อิ๊งค์โบดลด์ เน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาความยากจน และยังคงดำเนินนโยบายเปิดกว้างทางเศรษฐกิจและการลงทุน (นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้ 100%) เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการบริการ

 

 

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
 
การค้า
การค้าระหว่างไทย –มองโกเลีย ยังมีปริมาณไม่มากนัก แต่ก็มีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยการค้าไทย-มองโกเลียตลอดปี ๒๕๕๔ มีมูลค่ารวม ๑๘.๐๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าปี ๒๕๕๓ ร้อยละ ๓๐ แบ่งเป็นไทยส่งออก ๑๒.๗๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐ  และนำเข้า ๕.๓๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๓ ร้อยละ ๓๒.๖๔ และร้อยละ ๒๖.๑๗ ตามลำดับ
 
ระหว่างเดือนมกราคม - กันยายน 2556 มีมูลค่าการค้ารวม 12.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.96 ส่วนในปี 2555 มีมูลค่าการค้ารวม 13.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทยส่งออก 13.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 0.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
 
 สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ
 
สินค้านำเข้าที่สำคัญของไทย ได้แก่ สินแร่โลหะ เศษโลหะ แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ชา กาแฟ เครื่องเทศ
 
การลงทุน
ผู้ประกอบการไทยสนใจการลงทุนในมองโกเลียมากขึ้น นอกจากนี้ ระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้ามองโกเลีย เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ฝ่ายไทยและฝ่ายมองโกเลียได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสัมมนาและจับคู่ธุรกิจไทย -มองโกเลีย ที่กรุงเทพฯ ฝ่ายไทยมีความสนใจลงทุนในมองโกเลียในด้านเหมืองแร่ การก่อสร้างและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ธุรกิจท่องเที่ยว สปา
 
ปัจจุบันบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ลงทุนในกิจการเหมืองถ่านหิน และจัดตั้งสำนักงานในมองโกเลียเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔ ส่วนมองโกเลียไม่มีการลงทุนในไทย 
 
การลงทุขนของไทยในมองโกเลียนั้นยังมีจำกัดเนื่องจากเป็นตลาดเล็ก ข้อมูลข่าวสารด้านการตลาดจำกัด และไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทย อย่างไรก็ดีภาคเอกชนไทยเริ่มสนใจเข้าไปลงทุนในสาขาอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อย่างเช่นบริษัทบ้านปู ที่ได้กล่าวเอาไว้ข้างต้น
 
 

 

วันสถาปนาความสัมพันธ์กับไทย

วันที่ 5 มีนาคม 2517 โดยกำหนดให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมมองโกเลีย และแต่งตั้งให้เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงอูลันบาตอร์อีกตำแหน่งหนึ่งสำหรับฝ่ายมองโกเลียในช่วงแรกได้แต่งตั้งให้เอกอัครราชทูตมองโกเลีย ณ เวียงจันทน์ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2543 มองโกเลียได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยขึ้น มีนายลูฟซันดอร์จ บายาร์ท (Luvsandorj Bayart) เป็นเอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทยคนแรก


1 ยุทธศาสตร์ของไทยต่อมองโกเลีย

  • •สนับสนุนให้มองโกเลียมีบทบาทอย่างแข็งขันในเวทีการเมืองระหว่างประเทศทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อเป็นพันธมิตรกับไทยในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ
  • •ให้ความช่วยเหลือแก่มองโกเลียในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญและมีความพร้อม โดยเฉพาะในสาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

2 ความสัมพันธ์ทั่วไป

     ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับมองโกเลียเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2517 โดยกำหนดให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมมองโกเลีย และแต่งตั้งให้เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงอูลันบาตอร์อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย
     สำหรับฝ่ายมองโกเลียในช่วงแรกได้แต่งตั้งให้เอกอัครราชทูตมองโกเลีย ณ เวียงจันทน์ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2543 มองโกเลียได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยขึ้น มีนาย Luvsandorj Bayart เป็นเอกอัครราชทูตมองโกเลียคนแรก
     ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมองโกเลียโดยทั่วไปดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้มองโกเลียไม่ใช่ประเทศสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของไทย และสองฝ่ายยังไม่มีความร่วมมือระหว่างกันมากนัก อย่างไรก็ดี ไทยและมองโกเลียมีความพยายามในการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อเป็นช่องทางการหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น อย่างต่อเนื่อง โดยไทยให้ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่มองโกเลีย โดยคำนึงว่ามองโกเลียเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีทางออกทะเล และนักลงทุนไทยได้เริ่มเข้าไปลงทุนในมองโกเลีย โดยเฉพาะการลงทุน ในด้านเหมืองแร่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
     มองโกเลียสนับสนุนไทยในเวทีระหว่างประเทศเป็นอย่างดี และให้ความสำคัญกับไทยในฐานะประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และมีบทบาทโดดเด่นในเวทีระหว่างประเทศ จึงประสงค์จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งต้องการให้ไทยเป็นพันธมิตรกับมองโกเลียในกรอบความร่วมมือต่าง ๆ


3 ด้านการเมืองและความมั่นคง

ที่ผ่านมา สองฝ่ายมีความร่วมมือระหว่างกันไม่มากนักแต่ได้เริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อมองโกเลียได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการฝึกคอบร้าโกลด์เมื่อปี 2545 นอกจากนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติมองโกเลียได้เสนอให้มีความร่วมมือกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทย เพื่อความร่วมมือในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและปรึกษาหารือในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน โดยมองโกเลียได้จัดส่ง ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสองให้ฝ่ายไทยพิจารณาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา

ความร่วมมือด้านการพัฒนา

ไทยให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แก่มองโกเลีย ในรูปแบบของทุนการศึกษา และทุนฝึกอบรมเฉพาะทาง ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ไทยและมองโกเลียกำลังดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างไทย – มองโกเลีย โดยกระทรวงการต่างประเทศจะจัดส่งคณะเดินทางไปหารือกับฝ่ายมองโกเลีย เพื่อร่วมจัดทำแผนโครงการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนา ระยะ 2 ปี เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 โดยเน้นสาขาความร่วมมือ 4 สาขา ตามความต้องการของฝ่ายมองโกเลีย ได้แก่ การต่อต้านการค้ามนุษย์ การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

5 ด้านวัฒนธรรม

ความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและมองโกเลียมีพัฒนาการที่ดี โดยเฉพาะในระดับประชาชนต่อประชาชน โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง (ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมมองโกเลีย) ได้ดำเนินโครงการนำคณะนาฏศิลป์ไทยเดินทางไปร่วมการแสดงเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในงาน Thai Day ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงอูลันบาตอร์ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2554 นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทยได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเสวนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมองโกเลียขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิชาการและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก

ความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทย

1 ความตกลง/บันทึกความเข้าใจที่ลงนามแล้ว

(1)ความตกลงทางด้านการค้าและความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ลงนามเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2517
(2)ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ ลงนามเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2537 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและมองโกเลีย
(3)ความตกลงด้านการบิน ลงนามเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2537 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมมองโกเลีย
(4)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขไทยและกระทรวงสาธารณสุขของมองโกเลีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขและการแลกเปลี่ยนบุคลากร แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญระหว่างกัน ลงนามเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2537 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไทยและมองโกเลี
(5) พิธีสารว่าด้วยการหารือและความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย- มองโกเลีย (Protocol on the Cooperation between the Ministry of Foreign Affairs of Thailand and Mongolia) ลงนามเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2548 โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศมองโกเลีย
(6) ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วน ที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (Agreement on Double Taxation and Prevention of Fiscal Evasion with Respect to Taxation on Income and Capital) ลงนามเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2549 ระหว่างการเยือนมองโกเลียอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 17-19 สิงหาคม 2549
(7) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม (Agreement on Cooperation in the Field of Culture) ลงนามเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2549 ระหว่างการเยือนมองโกเลียอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 17-19 สิงหาคม 2549
(8) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (Agreement on Tourism Cooperation between the Tourism Authority of Thailand and the Ministry of Road, Transport and Tourism of Mongolia) ลงนามเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ระหว่างการดูงานด้านการท่องเที่ยวของผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ขนส่ง และท่องเที่ยวของมองโกเลีย ระหว่างวันที่ 18-22 กันยายน 2549
(9) ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางธรรมดาไทย-มองโกเลีย ลงนามเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและเอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย

2 ความตกลง/บันทึกความเข้าใจ/พิธีสารที่อยู่ระหว่างรอการลงนามหรืออยู่ระหว่างพิจารณา

(1)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ (MOU on the
participation of Mongolian Armed Forces in Cobra Gold Exercise in the Kingdom of Thailand)
(2) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Agreement on Investment Promotion and Protection)
(3) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาความมั่นคงแห่งชาติไทย- มองโกเลีย (MOU on Cooperation between the National Security Council of the Kingdom of Thailand and the National Security Council of Mongolia)


การแลกเปลี่ยนการเยือนที่สำคัญ

1การเยือนของฝ่ายไทย

1.1 การเสด็จฯเยือนของพระราชวงศ์

 

  • สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนมองโกเลียระหว่างวันที่ 6-12 ตุลาคม 2535
  • สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนมองโกเลียระหว่างวันที่ 6-12 ตุลาคม 2535 และระหว่างวันที่ 24-27 กรกฎาคม 2552 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีมองโกเลีย

 

1.2 การเยือนของผู้แทนระดับสูง

  • • นายสาโรจน์ ชวนะวิรัช รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศเยือนมองโกเลียระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2537
  • • อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก (นายนรชิต สิงหเสนี) เยือนมองโกเลียระหว่างวันที่ 16-20 กันยายน 2545
  • • ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ (นายสรจักร เกษมสุวรรณ) และอธิบดีกรมเอเชียตะวันออกเยือนมองโกเลียเพื่อเข้าร่วมการประชุม International Conference for New or Restored Democracies ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2546 ณ กรุงอูลันบาตอร์
  • • ประธานรัฐสภาไทย (นายอุทัย พิมพ์ใจชน) เยือนมองโกเลียในฐานะแขกของรัฐสภามองโกเลีย ระหว่างวันที่ 10-14 กันยายน 2546
  • • นายนิสสัย เวชชาชีวะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนมองโกเลีย ในฐานะผู้แทนพิเศษรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพื่อโน้มน้าวให้มองโกเลีย เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ระหว่างวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2547
  • • ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (นายเปี่ยมศักดิ์
  • มิลินทจินดา) เยือนมองโกเลียระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2548
  • • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายกันตธีร์ ศุภมงคล)เยือนมองโกเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2549 ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายมิเยกอมโบ อิงค์โบลด์ นายกรัฐมนตรีมองโกเลีย และได้หารือทวิภาคีกับนายนยัมอา อิ๊งค์โบลด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมองโกเลีย

2 การเยือนของฝ่ายมองโกเลีย

  • • นาย Punsalmaagiin Ochirbat ประธานาธิบดีมองโกเลีย เยือนไทยระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2537
  • • นาง Nyam-Osor Tuya รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2543
  • • นาย Luvsangiin Erdenechuluun รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มองโกเลียเยือนไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2545 เพื่อเข้าร่วมการประชุม ESCAP ครั้งที่ 58
  • • นาย Tsakhia Elbegdorj นายกรัฐมนตรีมองโกเลียเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในลักษณะ Working Visit ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2548
  • • ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ขนส่ง และท่องเที่ยวของมองโกเลีย ดูงานด้านการท่องเที่ยวของไทย ระหว่างวันที่ 18-22 กันยายน 2549
  • • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมมองโกเลีย เยือนไทยเมื่อวันที่ 29-30 กันยายน 2549
  • • เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงการคลังมองโกเลีย ศึกษาดูงานด้านนโยบายภาษีของไทย วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550
  • • นายบัทโบลด์ ซุนดี (Batbold Sundui) รัฐมนตรีและหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี นำคณะผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ของมองโกเลีย เยือนไทยและดูงานในชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ระหว่างวันที่ 12-16 มีนาคม 2550 และได้เข้าเยี่ยมคารวะรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของไทย
  • • นายซัมเบอร์เรลคัม ดอร์จดัมบา (Zumberellkham Dorjdamba) ที่ปรึกษาด้านนโยบายกฎหมายของประธานาธิบดีมองโกเลียเยือนไทย ระหว่างวันที่ 30 มกราคม - 10 กุมภาพันธ์ 2551
  • •รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้ามองโกเลีย (นายกอมโบจาฟ ซันดานชาตาร์) เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6-9 ธันวาคม 2553
  • •รองนายกรัฐมนตรีมองโกเลีย (นายเมียกอมบ์ เอ็งค์โบลด์) เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม UNESCAP Commission ครั้งที่ 67 ระหว่างวันที่ 23– 24 พฤษภาคม 2554 และได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2554 ด้วย (สองฝ่ายมีการหารือในประเด็นความร่วมมือเพื่อการพัฒนา การแสวงหาช่องทางการลงทุน และการที่ไทยสนับสนุนบทบาทมองโกเลียในด้านประชาธิปไตย)


3 การพบหารือทวิภาคีที่สำคัญ

  • • นายกรัฐมนตรีพบหารือกับนายกรัฐมนตรีมองโกเลีย (นาย Nambar Enkbayar) ในช่วงการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2546 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
  • • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือทวิภาคีกับปลัดกระทรวงการต่างประเทศมองโกเลีย (นาย Radnaabazaryn Altangerel) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2547 ระหว่างการประชุม สมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 59 ณ นครนิวยอร์ก
  • • รองนายกรัฐมนตรีจาตุรนต์ ฉายแสง พบหารือทวิภาคีกับนาย Tsakhia Elbegdorj นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ในโอกาสการเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีมองโกเลียระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2548
  • • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์มองโกเลีย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2548 ในโอกาสการเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีมองโกเลียระหว่างวันที่ 30 เมษายน -– 3 พฤษภาคม 2548
  • • นายปรีชา เลาหพงส์ชนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือทวิภาคีกับ นายอะวิเม็ด บัททู (Avirmed Battur) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศมองโกเลีย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2548 ในโอกาสการเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีมองโกเลียระหว่างวันที่ 30 เมษายน –- 3 พฤษภาคม 2548

ที่มา ทวีปเอเชีย : มองโกเลีย - Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand : กระทรวงการต่างประเทศ

 

 

 

รายการ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราขยายตัว (%) สัดส่วน (%)
2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.) 2556 2557 2558 2558(ม.ค.-ธ.ค.) 2559(ม.ค.-ธ.ค.)
ไทย - โลก                                  
มูลค่าการค้า 478,911.68 455,271.89 417,005.39 417,005.39 409,994.16 0.14 -4.94 -8.41 -8.41 -1.68 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00
การส่งออก 228,504.89 227,523.51 214,352.40 214,352.40 215,326.62 -0.26 -0.43 -5.79 -5.79 0.45 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00
การนำเข้า 250,406.80 227,748.38 202,652.99 202,652.99 194,667.54 0.52 -9.05 -11.02 -11.02 -3.94 100.00 100.00 100.00 100.00 100.00
ดุลการค้า -21,901.91 -224.88 11,699.41 11,699.41 20,659.09                        
ไทย - มองโกเลีย                                  
มูลค่าการค้า 15.23 13.37 15.90 15.90 24.75 11.21 -12.19 18.90 18.90 55.71 0.00 0.00 0.00 0.00 0.01
การส่งออก 15.14 12.70 12.57 12.57 12.61 14.45 -16.13 -1.00 -1.00 0.29 0.01 0.01 0.01 0.01 0.01
การนำเข้า 0.09 0.67 3.33 3.33 12.15 -81.29 676.12 394.58 394.58 265.05 - 0.00 0.00 0.00 0.01
ดุลการค้า 15.05 12.02 9.24 9.24 0.46                        

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร
 

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ 1.9 2.6 2.9 2.9 2.9 68.69 34.86 11.31 11.31 0.47
2 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 0.4 0.9 1.5 1.5 2.1 83.48 147.47 69.73 69.73 40.31
3 ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม 4.5 1.1 1.5 1.5 1.6 321.68 -74.56 33.73 33.73 2.98
4 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2.0 2.4 0.8 0.8 1.5 -57.94 25.35 -68.02 -68.02 90.36
5 ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ 0.8 0.8 0.8 0.8 1.1 -34.26 -3.71 6.57 6.57 32.53
6 สิ่งปรุงรสอาหาร 0.4 0.4 0.3 0.3 0.4 26.74 -0.88 -8.23 -8.23 3.20
7 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 0.2 0.3 0.2 0.2 0.3 -41.46 88.23 -31.17 -31.17 31.24
8 ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ 0.2 0.3 0.2 0.2 0.3 -32.70 75.68 -25.61 -25.61 21.09
9 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว 0.7 0.4 0.3 0.3 0.2 -4.57 -39.91 -16.89 -16.89 -32.87
10 ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ 0.1 0.1 0.1 0.1 0.2 83.88 0.89 19.77 19.77 65.88
รวม 10 รายการ 11.1 9.4 8.8 8.8 10.5 11.64 -15.37 -6.17 -6.17 19.94
อื่นๆ 4.1 3.3 3.8 3.8 2.1 22.84 -18.21 13.46 13.46 -45.13
รวมทั้งสิ้น 15.1 12.7 12.6 12.6 12.6 14.45 -16.13 -1.00 -1.00 0.32

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

 

อันดับที่ ชื่อสินค้า มูลค่า : ล้านเหรียญ อัตราขยายตัว (%)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2556 2557 2558 2558
 (ม.ค.-ธ.ค.)
2559
 (ม.ค.-ธ.ค.)
   
1 สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ - 0.6 2.7 2.7 10.6 -100.00 - 337.14 337.14 288.73
2 สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ - - 0.2 0.2 1.4 - - - - 639.28
3 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -63.50 -99.07 ####### 7,600.00 1.95
4 เคมีภัณฑ์ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -79.94 -99.63 ####### 16,900.00 -49.41
5 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 0.0 0.0 0.2 0.2 0.0 -33.33 -75.00 ####### 164,400.00 -95.20
6 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 -73.53 644.44 -91.04 -91.04 1,050.00
7 แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ - 0.0 - - 0.0 - - -100.00 -100.00 -
8 ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก 0.0 - 0.0 0.0 0.0 ####### -100.00 - - 6.82
9 ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 231.03 -50.00 447.92 447.92 -82.89
10 เครื่องใช้และเครื่องตกแต่งภายในบ้านเรือน - - 0.0 0.0 0.0 - - - - -44.00
รวม 10 รายการ 0.1 0.6 3.2 3.2 12.1 -84.43 948.61 392.16 392.16 283.08
อื่นๆ 0.0 0.0 0.2 0.2 0.0 -63.51 18.50 446.18 446.18 -90.45
รวมทั้งสิ้น 0.1 0.7 3.3 3.3 12.1 -81.29 676.12 394.58 394.58 264.62

 

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

 

เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย    H.E. Mr. Luvsandoo Dashpurev

ที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูต
100/3 Soi Ekkamai 22,
Sukhumvit 63 Road ,
khlong Tan Nuea, Watthana,
Bangkok 10110

Tel: 0-2381-1400, 0-2392-1011

Fax: 0-2392-4199

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

  • กองเอเชียตะวันออก 3 กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ (www.mfa.go.th)
  • สถิติการค้าระหว่างประเทศของไทย กระทรวงพาณิชย์ (www.moc.go.th)
  • The World Factbook, Central Intellegence Agency (CIA) จาก www.cia.gov
  • World Leaders, Central Intellegence Agency (CIA) จาก www.cia.gov
  • www.wikipedia.org
  • www.mapsofworld.com

 

 

JoomSpirit