เปรียบมวย แอปเปิล กับ แอมะซอน: ยักษ์ไหนจะโตไวกว่ากัน

 BBC Thai 12092561 Tech

เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แอมะซอน บริษัทอีคอมเมิร์ซชั้นนำของโลกกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนแห่งที่ 2 ของสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าแตะหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 33 ล้านล้านบาท) เพียงหนึ่งเดือนเศษหลังจาก แอปเปิล ได้เป็นบริษัทมหาชนแรกในโลกที่ทำสถิติเช่นนั้น โดยช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจของทั้งสองบริษัทเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่การเติบโตเช่นนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่

แม้ทั้งสองบริษัทจะดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยี แต่ก็มีแง่มุมที่ต่างกันอยู่ไม่น้อย โดยแอปเปิลมีภาพลักษณ์ในฐานะแบรนด์สินค้าที่มีความทันสมัย ผลิตภัณฑ์ของบริษัทตั้งแต่คอมพิวเตอร์ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ถือเป็นของ "ที่ต้องมี" และลูกค้าต่างก็ยินดีจะจ่ายเงินซื้อของแอปเปิลในราคาที่สูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันยี่ห้ออื่นที่มีราคาถูกกว่า

ในทางกลับกัน แอมะซอน คือเว็บไซต์ที่ลูกค้าใช้บริการในยามที่พวกเขาต้องการความสะดวกรวดเร็ว ในการซื้อสินค้าที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด

นับแต่โทรศัพท์ไอโฟนรุ่นแรกออกวางจำหน่ายในปี 2007 หุ้นของแอปเปิลก็ทะยานขึ้น 1,100% และมีราคาเพิ่มเกือบ 1 ใน 3 ในช่วงปีที่ผ่านมา

ส่วนหุ้นแอมะซอนนั้นมีเสถียรภาพมาโดยตลอด แต่ก็มีช่วงที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มูลค่าของบริษัททะยานขึ้นจาก 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาเป็น 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลาเพียง 16 วัน

ในทางกลับกัน ปรากฏการณ์เดียวกันนี้กลับใช้เวลาถึง 622 วันสำหรับแอปเปิล

แม้ว่าแอปเปิลและแอมะซอนมีสินค้าและบริการที่แตกต่างกัน แต่ทั้งคู่ก็ถูกจัดให้เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี และเป็น 2 ใน 5 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในตลาด หรือที่รู้จักในนาม FAANG ซึ่งมาจาก เฟซบุ๊ก, แอปเปิล, แอมะซอน, เน็ตฟลิกซ์ และ กูเกิล

บริษัทใดมีแนวโน้มทางธุรกิจสดใสกว่ากันในระยะยาว? นี่คือข้อมูลสำคัญด้านต่าง ๆ ของทั้งสองบริษัท ที่จะบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัท

ยอดขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

รายได้หลักของแอปเปิลมาจากยอดขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โทรศัพท์ไอโฟน ไอแพด ไอแมค และไอพอด

แอปเปิลมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 14% ของตลาดสมาร์ทโฟนโลก แต่กลับมีรายได้แซงหน้าบริษัทคู่แข่งอยู่เสมอ

ข้อมูลจาก Strategy Analytics ระบุว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018 แอปเปิลมีรายได้ 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ซัมซุงทำรายได้ไปเพียง 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามด้วยหัวเหว่ย ที่ทำรายได้ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

วินด์เซอร์ โฮลเดน หัวหน้าฝ่ายพยากรณ์และให้คำปรึกษาของบริษัทวิจัยตลาดดิจิทัล Juniper Research บอกกับบีบีซีว่า การพึ่งพารายได้จากการขายอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการณ์ไอโอเอส (iOS) ถือเป็นจุดแข็งของแอปเปิลมาโดยตลอด แต่การจะก้าวต่อไปข้างหน้าถือเป็นความท้าทายมากที่สุด และโอกาสการเพิ่มฐานผู้ใช้สินค้าก็จะจำกัด

"ผมไม่เชื่อว่ารายได้จะลดลง แต่โอกาสสร้างแหล่งรายได้ใหม่จะลดลงเรื่อย ๆ เพราะแอปเปิลต้องพึ่งพาการสร้างมูลค่าเพิ่มจากกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่เดิมมากขึ้นทุกขณะ"

ส่วนแอมะซอนมีรายได้จากการขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเช่น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ Kindle e-readers, แท็บเล็ต Kindle Fire และลำโพงควบคุมด้วยเสียง Echo ต่ำกว่าที่คาดไว้ แต่บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า นี่เป็นสิ่งที่แอมะซอนสามารถทำได้ เพราะ มาหารายได้และกำไรเพิ่มจากเนื้อหาและบริการอื่น ๆ ของอุปกรณ์เหล่านั้น

การเติบโตระยะยาว

ทั้งแอมะซอนและแอปเปิลเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และทั้ง 2 บริษัทมีมูลค่ารวมเทียบเท่ากับมูลค่าของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุด 25 แห่งของสหรัฐฯ รวมกัน

แต่บริษัทใดที่มีแนวโน้มมากที่สุดในการเติบโตในระยะยาว?

นีล เซาน์เดอร์ ผู้บริหาร GlobalData Retail รู้สึกว่าทั้ง 2 บริษัทจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ต่างกัน แม้อาจเผชิญอุปสรรคด้านภาษีจากรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ก็ตาม

"ทั้งสองบริษัทจะยังคงมีความน่าเชื่อถือต่อไป แต่มีความกังวลว่าแอปเปิลจะไม่สามารถดันยอดขายไอโฟนได้มากเหมือนที่ผ่านมาในยุคที่มีการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นมาก" เซาน์เดอร์ กล่าวกับบีบีซี

เขาชี้ว่า ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ราคาหุ้นของแอปเปิลหยุดชะงักเป็นช่วง ๆ ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องมีสินค้าตัวใหม่ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้ตลาด และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่กว้างขึ้น ไม่เช่นนั้นธุรกิจของแอปเปิลก็จะเผชิญความซบเซา

ส่วนแอมะซอน ซึ่งมีอายุน้อยกว่าแอปเปิลยังไม่ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเติบโตมากกว่าแอปเปิล ซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่ทั่วโลกแล้ว

เซาน์เดอร์ ระบุว่า แอมะซอนสามารถเข้าถึงคนทั่วไปได้มากกว่าแอปเปิล โดยในบางกรณีคุณแทบจะสามารถใช้บริการจากแอมะซอนได้เกือบทุกวัน แต่สำหรับแอปเปิลคุณอาจซื้อสินค้าจากบริษัทได้เพียงปีละหนึ่งชิ้น ด้วยเหตุนี้ แอมะซอนจึงมีโอกาสเติบโตทางธุรกิจได้มากกว่าแอปเปิล

ข้อมูลและภาพจาก BBC ไทย วันที่ 11 กันยายน 2561

JoomSpirit