จากเศษหมากฝรั่งสู่ผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่

 BBC Thai 08032561 Tech

ทุก ๆ ปี คนในโลกเสียเงินราว 14,000 ล้านปอนด์ ซื้อหมากฝรั่งมาเคี้ยว แต่เมื่อหมดรสหวานแล้วก็พากันคายทิ้งเกลื่อนถนน อย่างที่เห็นได้ชัดในอังกฤษเอง ที่เทศบาลต้องเสียเงินราว 50 ล้านปอนด์ต่อปี ในการทำความสะอาด

แอนนา บัลลัส นักออกแบบชาวอังกฤษ ได้ความคิดในการรีไซเคิลหมากฝรั่งตั้งแต่ราว 10 ปีก่อน และจากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีทำให้เธอพบว่าส่วนผสมหลักของหมากฝรั่งคือกัมเบส ซึ่งก็คือยางสังเคราะห์ทั่วไป เป็นสารพอลีเมอร์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายพลาสติก

"มันมีชื่อเรียกว่าโพลิไอโซบิวทีลีน เป็นยางชนิดเดียวกับยางไส้ในของล้อจักรยาน" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ได้จากเชื้อเพลิงฟอสซิล

แอนนามีความเชื่อว่าหมากฝรั่งนั้น แม้จะถูกเคี้ยวจนหมดรสหวานไปแล้ว แต่มันยังเป็นวัตถุดิบที่มีประโยชน์

เก็บรวบรวมหมากฝรั่ง

แอนนา ทำถังขยะสีชมพูสดใสเอาไว้ให้คนทิ้งหมากฝรั่ง Gumdrop หรือถังขยะสำหรับหมากฝรั่งนี้ ทำขึ้นจากหมากฝรั่งที่ผ่านการรีไซเคิลแล้ว ตอนนี้มหาวิทยาลัยวินเชสเตอร์เป็นสถานที่แห่งแรก ๆ ที่รับถังขยะนี้ไปวางในมหาวิทยาลัยซึ่งมีคนอาศัยและทำงานอยู่ราว 8,000 คน และหวังว่านี่จะเป็นวิธีที่ทำให้สถาบันสะอาดปราศจากเศษหมากฝรั่ง

มหาวิทยาลัยติดตั้งถังขยะ 11 ใบ และสื่อสารให้คนเข้าใจว่าเศษหมากฝรั่งนั้นสามารถนำไปรีไซเคิลได้หากทิ้งกันอย่างถูกวิธี มหาวิทยาลัยยังแจกถ้วยกาแฟที่ทำจากเศษหมากฝรั่งที่ผ่านการรีไซเคิล ให้แก่นักศึกษาปีหนึ่งด้วย ช่วงแรก ๆ นักศึกษาบางคนยังไม่มั่นใจ และมักจะดมดูว่าถ้วยกาแฟนั้นยังมีกลิ่นหมากฝรั่งหรือกลิ่นมินท์อยู่หรือไม่ ก่อนที่จะยอมใช้มัน

 

Anna Bullus
คำบรรยายภาพแอนนา บัลลัส นักออกแบบชาวอังกฤษ ได้ความคิดในการรีไซเคิลหมากฝรั่งตั้งแต่ราว 10 ปีก่อน

 

เพียงหนึ่งปีครึ่งหลังจากนั้นก็เห็นผล เพราะจำนวนเศษหมากฝรั่งที่เคยถูกทิ้งเกลื่อนได้ลดลงไปอย่างมาก มหาวิทยาลัยจึงขยายโครงการต่อไปอีก

ขณะที่องค์กรอย่างท่าอากาศยานฮีทโธรว์ ก็ทำโครงการนี้อยู่สามเดือน และเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน รวมทั้งยังช่วยประหยัดค่าทำความสะอาดไปได้ถึง 6,000 ปอนด์

ส่วนบริษัทเกรท เวสเทิร์น เรลเวย์ ได้ติดตั้งถังขยะสีชมพูที่ว่าไว้ตามสถานีรถไฟต่าง ๆ มากกว่า 25 แห่ง และขยายออกไปเพิ่มอีกหลายแห่ง

แม้การติดตั้งถังขยะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเศษหมากฝรั่งให้หมดไปในพริบตา แต่อย่างน้อย ๆ มันก็ช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนทั่วไปให้ดีขึ้น

แม่พิมพ์หมากฝรั่ง

ความท้าทายอีกอย่างที่แอนนาต้องเผชิญคือหาผู้สนใจจะนำเศษหมากฝรั่งไปรีไซเคิล ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ใหม่มาก แต่สุดท้ายแล้วเธอสามารถชักชวนให้โรงงานรีไซเคิลในเมืองวอร์เชสเตอร์เข้ามาร่วมด้วย โรงงานแห่งนี้จะนำเศษหมากฝรั่งจากถัง ไปคัดแยกสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ หรือกระดาษห่อหมากฝรั่ง ก่อนจะนำไปบด และผสมกับพลาสติกรีไซเคิลชนิดอื่น โดยสัดส่วนที่แอนนาผสมเพื่อทำเป็นวัสดุตามที่เธอออกแบบนั้นจะมีหมากฝรั่งอยู่อย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์

 

Gum cups

ในการทำแม่พิมพ์นั้น แอนนาจะออกแบบวัสดุที่ต้องการก่อน และผู้เชี่ยวชาญในการทำแม่พิมพ์จะนำส่วนผสมใส่เข้าไปในเครื่องฉีดทำแม่พิมพ์ ซึ่ง ณ จุดนี้มันจะถูกทำให้ร้อน และออกจากเครื่องมาในสภาพวัตถุดิบที่มีความเหนียว ซึ่งสามารถนำไปหล่อขึ้นรูปได้ตามต้องการเมื่อมันเย็นลง

เบร็ท นิกสัน ผู้จัดการโรงงานแอมเบอร์ วัลเลย์ ในเมืองเลสเตอร์ ซึ่งเป็นโรงงานที่รับทำแม่พิมพ์พลาสติกบอกว่า แม่พิมพ์ที่ได้จากส่วนผสมของหมากฝรั่งนี้ไม่ต่างจากพอลิโพรไพลีนซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกเลย

"พอได้ผลิตภัณฑ์เป็นชิ้นออกมา มันต้องใช้เวลานิดหนึ่งกว่าจะรับได้ว่าจริง ๆ แล้ววัสดุที่ใช้ทำมันนั้นเคยถูกเคี้ยวอยู่ในปากของคนมาก่อน"

"แต่เมื่อผ่านจุดนี้ไปแล้ว จะเห็นว่าการรีไซเคิลนั้นก็ไม่ต่างจากการชุบชีวิตให้วัสดุเหล่านั้นและยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย"

gum bin
คำบรรยายภาพแอนนา ทำถังขยะสีชมพูสดใสเอาไว้ให้คนทิ้งหมากฝรั่ง

ขณะนี้รัฐสภาสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาว่าจะใช้มาตรการทางภาษีกับบริษัทผู้ผลิตหมากฝรั่งที่ไม่ได้พยายามจัดการปัญหาขยะที่เกิดจากหมากฝรั่งอย่างเหมาะสม ขณะที่โครงการของแอนนา กำลังได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากริงลีย์ หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ที่สุดของอังกฤษที่เห็นว่าถังทิ้งหมากฝรั่ง Gumdrop ของแอนนานั้นเป็นนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ ทำให้คนทั่วไปทิ้งเศษหมากฝรั่งอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น

อีกด้านหนึ่งนักวิจัยกำลังขมักเขม้นศึกษาแนวทางในการผลิตหมากฝรั่งสังเคราะห์ที่สามารถย่อยสลายและชำระล้างออกไปจากทางเท้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยที่คิดผลิตหมากฝรั่งจากซิเคิล (Chicle) ซึ่งเกิดจากยางของต้นไม้ซึ่งชนเผ่าพื้นเมืองในอเมริกากลางเคยเคี้ยวมาก่อน

แต่ในสภาพปัจจุบันที่หมากฝรั่งซึ่งผลิตจากยางสังเคราะห์ยังครองตลาดอยู่ แอนนาคิดว่าวิธีกำจัดเศษขยะหมากฝรั่งของเธอน่าจะได้ผลที่สุดแล้ว

ข้อมูลและภาพจาก BBC ไทย วันที่ 8 มีนาคม 2561

 

JoomSpirit