สงครามการค้าปะทุหลังกำแพงภาษีมะกันมีผล จีนลั่นตอบโต้ทันที ซัดสหรัฐเล่นงานทั่วโลก

 Prachachat 06072561 Economic

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์จะมีผลบังคับใช้ในเวลา 04.01 น. ตามเวลามาตรฐานเมืองกรีนิช (จีเอ็มที) ของวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเท่ากับหลัง 12.00 น. ในกรุงปักกิ่งของจีน (ตรงกับ 11.00 น. ในไทยวันเดียวกัน)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา ข่มขู่ว่าจะยกระดับความตึงเครียดด้านการค้าด้วยการกำหนดกำแพงภาษีมากถึง 450,000 ล้านดอลลาร์ต่อสินค้านำเข้าจากจีนหากจีนใช้มาตรการโต้ตอบ ซึ่งความขัดแย้งครั้งนี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดการเงินรวมถึงหุ้น ค่าเงินและตลาดโภคภัณฑ์ตั้งแต่ถั่วเหลืองไปจนถึงถ่านหิน


 

ด้านจีนระบุว่าจะไม่เป็น “ฝ่ายเริ่มก่อน” แต่สำนักงานศุลกากรจีนแสดงความชัดเจนเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมว่า กำแพงภาษีของจีนต่อสินค้าสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังจากที่สหรัฐเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่ม
นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวเตือนในการแถลงข่าวว่า การตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานนานาชาติ ซึ่งรวมถึงบริษัทต่างชาติในจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

“หากสหรัฐบังคับใช้กำแพงภาษี จะเป็นการเก็บภาษีบริษัทจากทุกประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงบริษัทของจีนและสหรัฐเองด้วย” นายเกากล่าวและว่า “มาตรการของสหรัฐถึงที่สุดแล้วเป็นการโจมตีห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่มูลค่าของสินค้าทั่วโลก สรุปแบบง่ายๆ คือสหรัฐกำลังเปิดฉากโจมตีทั้งโลกซึ่งรวมถึงตัวเองด้วย
นอกจากนี้ นายเกายังกล่าวอีกว่า “จีนจะไม่ยอมก้มหัวต่อคำขู่และการแบล็กเมล์ และจะไม่ลังเลต่อความตั้งใจที่จะปกป้องระบบการค้าเสรีและข้อตกลงแบบพหุภาคี”

นายเกาเปิดเผยอีกด้วยว่า การค้าต่างประเทศของจีนคาดว่าจะอยู่บนเส้นทางที่มีเสถียรภาพในช่วงครึ่งหลังของปี แม้นักลงทุนจะกลัวว่าผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีนเต็มรูปแบบจะกลายเป็นหมัดที่เผด็จศึกใส่เศรษฐกิจและการส่งออกของจีน

นายเกาเปิดเผยว่า การส่งออกของบริษัทต่างชาติในจีนที่ตกเป็นเป้ากำแพงภาษีของสหรัฐคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 59 เปอร์เซ็นต์ ของ 34,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีบริษัทสหรัฐเองเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญที่ 59 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่แผนการของจีนในการตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้าสหรัฐหลายร้อยรายการนั้นพุ่งเป้าไปยังสินค้าส่งออกหลักของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงถั่วเหลือง ข้าวฟ่างและฝ้าย ก็ถูกมองว่าเป็นการคุกคามชาวนาของสหรัฐในรัฐที่เป็นฐานเสียงของนายทรัมป์ อาทิ เทกซัสและไอโอวา

ข้อมูลและภาพจาก ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 5 กรกฏาคม 2561

JoomSpirit