‘เดนมาร์ก’เผยโฉม โรงไฟฟ้าสุดล้ำ ผลิตพลังงาน-ดึงดูดนักท่องเที่ยว

 Thansetthakij 10112560 Science

โครงการโรงไฟฟ้า “โคเปนฮิลล์”(Copenhill) ในเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ถือเป็นโครงการตัวอย่างทั้งด้านความทันสมัยในแง่เทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า อีกทั้งยังเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานอรรถประโยชน์การใช้งานได้อย่างน่าทึ่ง เพราะนอกจากจะเป็นโรงผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว โคเปนฮิลล์ยังได้รับการออกแบบให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ดึงดูดทั้งนักเล่นสกีและนักปีนเขา โดยบนหลังคาโรงงานจะถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่ที่มีความลาดเอียงให้สามารถเล่นสกี มีลู่วิ่ง และหน้าผาปีนเขาจำลอง รวมทั้งสวนสาธารณะขนาดย่อมสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้

โครงการดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว และขณะนี้การก่อสร้างก็คืบหน้าไปมากจนเรียกได้ว่าใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ในส่วนของโรงงานไฟฟ้านั้นได้เริ่มเดินเครื่องการผลิตแล้วโดยเป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ สิ่งที่ได้นอกเหนือจากกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังมีผลพลอยได้คือนํ้าร้อน และวัสดุจากกระบวนการเผาขยะที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีก เช่น เถ้าที่สามารถนำไปถมเป็นวัสดุทำถนน เป็นต้น ส่วนเฟสที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายปี 2561 คือ พื้นที่สันทนาการบนดาดฟ้าโรงงานซึ่งจะประกอบด้วยสวนหย่อมที่มีไม้ยืนต้นราว 30 ต้น หน้าผาจำลองที่สูงที่สุดในโลก และสกีสโลปหรือเนินเล่นสกีความสูง 600 เมตร

การเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในปีหน้า โรงงานแห่งนี้จะสามารถรองรับขยะมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้ปีละ 400,000 ตัน ผลิตนํ้าร้อนจ่ายตามท่อให้กับประชาชนในเมืองโคเปนเฮเกนและพื้นที่ใกล้เคียงได้ราว 160,000 ครัวเรือน และผลิตไฟฟ้าป้อนได้ 62,500 ครัวเรือน เดิมที่ตั้งโรงงานเป็นโรงไฟฟ้าเก่า แต่เมื่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ขึ้นมา นอกจากจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตได้ราว 100,000 ตันต่อปีแล้ว(ด้วยการใช้เทคโนโลยีการกรองอากาศ) ยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นถึง 25% ที่สำคัญคือ โรงงานมีผลพลอยได้เป็นเถ้าสำหรับนำไปถมถนนถึงปีละประมาณ 100,000 ตัน อีกทั้งยังมีระบบกักเก็บนํ้าฝนไว้ใต้ดินเพื่อใช้รดนํ้าต้นไม้ในสวนหย่อมของโรงงาน

สำหรับมูลค่าการลงทุนรวมราวๆ 632 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 20,000 ล้านบาทนั้น เป็นการร่วมทุนระหว่าง 5 เทศบาลในละแวกใกล้เคียงที่จะได้ประโยชน์จากไฟฟ้า นํ้าร้อน และวัสดุพลอยได้จากกระบวนการเผาขยะนั่นเอง

ข้อมูลและภาพจาก ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560

JoomSpirit