รวมกลโกงเงินทางโทรศัพท์ ที่ผู้รับสายต้องระวัง

243.1มาดูเรื่องราวกลโกงเงินทางโทรศัพท์ ที่ผู้ใช้โทรศัพท์อาจต้องเจอและระวังติดกับดักหลงกลหลงชื่อจากแก็งค์คอนเซนเตอร์ โดยลักษณะการโกงทางโทรศัพท์นั้น แก็งค์คอลเซนเตอร์จะสุ่มเบอร์เพื่อโทรศัพท์ไปหาเหยื่อ และใช้ข้อความอัตโนมัติสร้างความตื่นเต้นหรือตกใจ บางครั้งก็แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ หลอกให้เหยื่อทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม โดยแจ้งว่าทำเพื่อล้างรายการหนี้สิน โดยมิจฉาชีพเหล่านี้จะอาศัยความกลัว ความโลภ และความรู้ไม่เท่าทันของเหยื่อ โดยใช้วิธีหลอกเหยื่อในลักษณะดังนี้
 
1. บัญชีเงินฝากถูกอายัด/หนี้บัตรเครดิต
 243.2
เป็นข้ออ้างที่มิจฉาชีพนิยมใช้มากที่สุด คือหลอกว่าเหยื่อถูกอายัดบัญชีเงินฝากและเป็นหนี้บัตรเครดิต เพราะเป็นเรื่องที่สามารถสร้างความตกใจและง่ายต่อการชักจูงเหยื่อให้โอนเงิน โดยอาจมีเสียงอัตโนมัติ เช่น “คุณเป็นหนี้บัตรเครดิตกับทางธนาคาร กด 0 เพื่อติดต่อพนักงาน” เมื่อเหยื่อตกใจ ก็จะรีบต่อสายคุยกับมิจฉาชีพทันที หลังจากนั้นมิจฉาชีพจะหลอกถามฐานะทางการเงินของเหยื่อ หากเหยื่อมีเงินจำนวนไม่มากนัก มิจฉาชีพจะหลอกให้เหยื่อโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม แต่หากเหยื่อมีเงินค่อนข้างมากจะหลอกให้ฝากเงินผ่านเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ
2. บัญชีเงินฝากพัวพันกับการค้ายาเสพติดหรือการฟอกเงิน
เมื่อมิจฉาชีพหลอกถามข้อมูลจากเหยื่อแล้วพบว่าเหยื่อมีเงินในบัญชีเยอะมาก จะหลอกเหยื่อต่อว่าบัญชีนั้น ๆ พัวพันกับการค้ายาเสพติดหรือติดปัญหาการฟอกเงิน
3. เงินคืนภาษี
ข้ออ้างคืนเงินภาษีจะถูกใช้ในช่วงที่มีการยื่นภาษีและมีการขอคืน โดยมิจฉาชีพจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรแจ้งว่า เหยื่อได้รับภาษีคืนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งต้องยืนยันรายการและทำตามคำบอกที่ตู้เอทีเอ็ม แต่แท้จริงแล้วเป็นการโอนเงินให้กับมิจฉาชีพ
4. โชคดีรับรางวัลใหญ่ 
243.3
มิจฉาชีพจะอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทหรือตัวแทนองค์กรต่าง ๆ แจ้งข่าวดีแก่เหยื่อว่า เหยื่อได้รับเงินรางวัลหรือของรางวัลที่มีมูลค่าสูง เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ จะหลอกเหยื่อให้โอนเงินค่าภาษีให้
5.ข้อมูลส่วนตัวหาย
 
เป็นข้ออ้างที่มิจฉาชีพใช้เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ โดยจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน เล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ข้อมูลของลูกค้าสูญหาย เช่น เหตุการณ์น้ำท่วม จึงขอให้เหยื่อแจ้งข้อมูลส่วนตัว เช่น วัน/เดือน/ปีเกิด เลขที่บัตรประชาชน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการใช้บริการของเหยื่อ โดยจุดประสงค์ที่แท้จริงคือนำข้อมูลไปปลอมแปลงเอกสารทางการเงินของเหยื่อ
6. โอนเงินผิด
มิจฉาชีพจะใช้ข้ออ้างนี้เมื่อมีข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อเยอะมากแล้ว โดยจะเริ่มจากโทรศัพท์ไปยังสถาบันการเงินที่เหยื่อใช้บริการ เพื่อเปิดใช้บริการขอสินเชื่อผ่านทางโทรศัพท์ เมื่อได้รับอนุมัติ สถาบันการเงินจะโอนเงินสินเชื่อนั้นเข้าบัญชีเงินฝากของเหยื่อ หลังจากนั้นมิจฉาชีพจะโทรศัพท์ไปหาเหยื่ออ้างว่า ได้โอนเงินผิดเข้าบัญชีของเหยื่อ ขอให้โอนเงินคืน เมื่อเหยื่อตรวจสอบยอดเงินและพบว่ามีเงินโอนเข้ามาจริง จึงรีบโอนเงินนั้นไปให้มิจฉาชีพ โดยที่ไม่รู้ว่าเงินนั้นเป็นเงินสินเชื่อที่มิจฉาชีพโทรไปขอในนามของเหยื่อ
 243.4
จาก 6 ลักษณะนี้ มีข้อสังเกตพฤติกรรมแก็งคอลเซนเตอร์คล้ายกัน คือ
1. หลอกถามข้อมูลจากเหยื่อ แล้วหลอกให้เหยื่อทำรายการผ่านตู้เอทีเอ็มโดยให้เลือกทำรายการเป็นภาษาอังกฤษ
2. ใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เร่งให้เหยื่อทำรายการ เพื่อไม่ให้เหยื่อตรวจสอบหรือสอบถามบุคคลอื่น
3. แก็งคอลเซนเตอร์จะพยายามโน้มน้าวเหยื่อโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มหรือเครื่องฝากเงินอัตโนมัติ
 
วิธีป้องกันการโดนหลอกจากแก็งคอลเซนเตอร์
1. หากได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่ไม่รู้จัก ควรทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
2 ไม่โลภอยากได้เงินรางวัลที่ไม่มีที่มา
3 ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินแก่บุคคลอื่น ถึงแม้ผู้ติดต่อจะอ้างตัวเป็นส่วนราชการหรือสถาบันการเงิน เพราะหน่วยงานราชการและสถาบันการเงิน ไม่มีไม่มีนโยบายสอบถามข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์
4 ไม่ไปที่ตู้ ATM หรือ ตู้ CDM ตามคนแปลกหน้าที่ติดต่อมา
5 ควรสอบถามข้อเท็จจริงกับสถาบันการเงินที่ถูกอ้าง ผ่านทาง Call Centerของธนาคาร
6 หากได้รับแจ้งว่ามีผู้โอนเงินผิดเข้าบัญชี ควรสอบถามธนาคาร ถึงที่มาของเงินดังกล่าว หากเป็นเงินที่มีการโอนผิดเข้ามาจริง จะต้องให้สถาบันการเงินเป็นผู้ดำเนินการโอนเงินคืนเท่านั้น
หากโดนหลอกตกเป็นเหยื่อเสียเงินไปแล้วทำอย่างไรดี
1. รวบรวมหลักฐานและข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด
2. แจ้งธนาคารเพื่อระงับการโอนและการถอนเงินโดยเร็ว
3. หากไม่สามารถระงับการโอนเงินได้ ให้รวบรวมหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวัน ณ ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการระงับการถอนเงินออกจากบัญชี
4. แจ้งระงับการถอนเงินออกจากบัญชีที่โอนไปกับสถาบันการเงินที่ใช้บริการ โดยสถาบันการเงินจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จึงจะสามารถคืนเงินได้
5. แจ้งเบาะแสไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
6. ทำใจ… เพราะเมื่อมิจฉาชีพได้รับเงินโอน จะรีบกดเงินออกจากบัญชีทันที ทำให้โอกาสที่จะได้เงินคืนนั้นน้อยมาก
ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างภัยกลโกงเงินทางโทรศัพท์ที่หลายท่านอาจเจอมาแล้ว ดังนั้นระมัดระวังในการรับสายเจอคนแปลกหน้าไว้ด้วย
 
ข้อมูลจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย 
JoomSpirit