Accelerators และ Incubators – สิ่งที่ Startup ควรรู้

Accelerators และ Incubators-สงท Startup ควรร

ในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจ Startup นั้น Accelerators และ Incubators มีส่วนช่วยส่งเสริมให้ Startup ประสบความสำเร็จได้อย่างมาก ซึ่ง Accelerators และ Incubators นั้นมีความแตกต่างกันอยู่บ้างโดยส่วนมากแล้วผู้ริเริ่มธุรกิจ Startup ที่ต้องการการเริ่มต้นที่ดีและเริ่มได้ถูกทาง มักจะมองหาความช่วยเหลือจาก Accelerator หรือ Incubator ซึ่งหลายคนมักจะคิดว่า Accelerator และ Incubator นั้นเป็นสิ่งที่เหมือนกันหรือเป็นสิ่งเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้วมีหลายประการที่แตกต่างกัน ที่ผู้ริเริ่มธุรกิจ Startup ควรจะต้องรู้

ทั้ง Accelerator และ Incubator ต่างก็นำเสนอโอกาสที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการตั้งแต่เริ่มแรก ผู้ริเริ่มธุรกิจจะได้รับความช่วยเหลือเพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตเร็วขึ้นและยังมีโอกาสที่ดีที่อาจจะดึงดูดนักลงทุนจากบริษัทใหญ่ๆ เข้ามาร่วมลงทุนใน Startup ด้วย แต่โปรแกรมและแนวทางที่แตกต่างกัน ก็มีผลต่อความสำเร็จของ Startup

ในเบื้องต้น เป้าหมายของทั้ง Accelerator และ Incubator นั้น มีความแตกต่างกัน โดยที่ Accelerator เป็นผู้ช่วย ”เร่ง” อัตราการเติบโตของธุรกิจทีมีอยู่แล้ว ในขณะที่ Incubator จะช่วย “บ่มเพาะ” ธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งอาจจะมีเพียงความคิดใหม่ๆ เพื่อให้ได้รูปแบบธุรกิจและเกิดเป็นบริษัทขึ้นมา ดังนั้น Accelerator จะเน้นไปที่อัตราการเติบโตของธุรกิจในขณะที่ Incubator มักจะเน้นไปที่การพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นมากกว่า

— Accelerators —

หนึ่งในความแตกต่างหลักคือ แต่ละโครงการมีโครงสร้างอย่างไร โครงการ Accelerator มักกำหนดกรอบเวลาที่แต่ละบริษัทจะต้องใช้ ซึ่งอาจจะกำหนดไว้ไม่กี่สัปดาห์จนถึงไม่กี่เดือนในการทำงานเป็นกลุ่มร่วมกับผู้ให้คำปรึกษา เพื่อเสริมสร้างธุรกิจ และหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาในอนาคต ตัวอย่างของ Accelerator ที่มีชื่อเสียงเช่น Y Combinator, Techstars, และ Brandery โดยตอนเริ่มต้น ผู้เริ่มธุรกิจ Startup จะต้องมีการยื่นสมัครกับ Accelerator ก่อน และจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกและจัดทำเป็นโครงการเฉพาะในแต่ละบริษัทขึ้นมา ซึ่งบริษัทเหล่านั้นจะได้รับเงินลงทุนจำนวนหนึ่ง และเข้าสู่เครือข่ายขนาดใหญ่ของผู้ให้คำปรึกษา ในการจัดการแลกเปลี่ยนหุ้นกันจำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นจำนวนไม่มาก โดยเครือข่ายผู้ให้คำปรึกษามักจะประกอบด้วยผู้บริหาร Startup และนักลงทุนภายนอกที่เข้าร่วมโปรแกรม

เครือข่ายผู้ให้คำปรึกษานั้น ไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายเล็กๆ โดย Troy Henikoff กรรมการผู้จัดการของ Techstars ในชิคาโก กล่าวว่าโครงการในปีที่ผ่านมามีผู้ให้คำปรึกษาทั้งหมดถึง 153 ราย ส่วน Aaron Harris หุ้นส่วนของ Y Combinator กล่าวว่า ความสำเร็จของ Y Combinator นั้นเกิดจากวิธีการที่มีการจัดสรรรางวัลจูงใจ (Incentive) และมีการวางโครงการที่ดีที่ให้ประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยที่ Y Combinator นั้น หุ้นส่วนทุกคนที่ให้คำปรึกษา จะต้องมีส่วนร่วมในความสำเร็จของบริษัท ซึ่ง Y Combinator ในฐานะ Accelerator จะพยายามทำทุกทาง เพื่อขจัดสิ่งที่จะทำให้เสียสมาธิในการคิด และจะไม่จัดตารางการประชุมที่ไม่จำเป็นโดยเด็ดขาด

Mike Bott กรรมการทั่วไปของ Brandery กล่าวว่า “เป้าหมายของ Accelerator คือการช่วยเหลือ Starup ในการสร้างธุรกิจ โดยปกติแล้วอาจจะต้องใช้เวลาถึง 2 ปี แต่ Accelerator จะต้องเร่งให้สำเร็จได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน และหาก Startup ได้พบเจอกับ Accelerator ที่ดี ก็จะสามารถรู้ได้ว่าทีมที่ร่วมสร้าง Startup จะเดินไปในทิศทางใดที่ชัดเจน”

— Incubators —

Incubator จะเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมกับบริษัทที่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปเป็นร่าง หากเปรียบ Accelerator คือ ห้องเพาะปลูกต้นกล้าของพืช เพื่อให้มีสภาพที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตแล้ว Incubator ก็จะเป็นการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมกับดิน สำหรับเพาะต้นกล้าและเติบโตต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถึงแม้ว่า Incubator บางแห่งจะเป็นอิสระก็ตาม แต่ก็อาจจะได้รับการสนับสนุนหรือดำเนินการโดยบริษัทร่วมทุน หน่วยงานรัฐ และบริษัทต่างๆ ก็ได้ ซึ่ง Incubator บางแห่งนั้น มีขั้นตอนในการที่จะต้องยื่นใบสมัคร แต่หลายแห่งก็เพียงทำงานร่วมกันกับบริษัทที่มาติดต่อผ่านทางหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้ ตัวอย่างของ Incubator ที่ดีคือ Idealab โดย Idealab ได้ให้ความเห็นว่า การที่ Startup จะสามารถมองเห็นตลาดใดที่มีอนาคตได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้การสนับสนุน Incubator เช่น Incubator ที่มีโรงพยาบาลสนับสนุน ก็อาจจะทำงานร่วมกับ Startup ที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพเท่านั้นก็ได้ และจะทำให้โอกาสที่จะประสบความสำเร็จมีสูงมาก

ส่วนใหญ่แล้ว Startup ที่เข้าร่วมโครงการของ Incubator จะต้องย้ายไปทำงานในที่ที่ทาง Incubator จัดไว้ให้ ซึ่งปกติแล้วจะมีการแบ่งให้เช่าพื้นที่ร่วมกันกับที่ของ Incubator และคิดค่าเช่ารายเดือน การมีสถานที่ทำงานให้ใช้เป็นส่วนสำคัญของการเข้าร่วมโครงการใน Incubator และเป็นหนึ่งในธุรกิจให้เช่าสถานที่ทำงานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Accelerator บางแห่งก็มีการนำเสนอสถานที่ทำงานให้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีการจัดหาพื้นทำสำนักงานส่วนตัวให้ หรืออาจจะให้แต่ละบริษัทจัดหาเอาเอง ซึ่งทั้ง Incubator และ accelerator สามารถช่วย Startup ที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ Startup สามารถเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อความสำเร็จในอนาคต

ในหลายประเทศ รัฐบาลจะมีนโยบายการสนับสนุนส่งเสริมให้เกิด Startup เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนหลายประเทศเช่นกัน ที่ทำแล้วจะเป็นเพียงแค่การ copy นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่จากประเทศที่พัฒนาแล้ว และผลปรากฏว่า ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่รู้วิธีการสร้าง model ที่เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมของประเทศ หรือไม่ก็ทำเพียงเป็นนโยบายที่ฟังดูดีเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

ข้อมูลจาก : บทความโดย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม

วันที่ 13 มี.ค. 60

 

JoomSpirit