ฟิลิปปินส์แถลงโครงการ $8,170 ล้านฟื้นฟูประเทศจาก “ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2556

รัฐบาลฟิลิปปินส์แถลงโครงการฟื้นฟูประเทศและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนที่ซัดถล่มภาคกลางของประเทศเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 8,170 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ วันนี้ (18)

หลังสิ้นสุดช่วงเวลาไว้ทุกข์ทั่วประเทศ 40 วัน ประธานาธิบดี เบนิโญ อากิโน แห่งฟิลิปปินส์ ก็ได้ออกมาวิงวอนต่างชาติและภาคเอกชนให้ร่วมกันบริจาคช่วยเหลือชุมชนที่ถูกอานุภาพของไต้ฝุ่นทำลายจนย่อยยับ

"ภารกิจที่อยู่เบื้องหน้าเวลานี้คือการฟื้นฟูชุมชนให้กลับมามีชีวิต, เข้มแข็ง และยืดหยุ่นต่อภัยธรรมชาติได้มากยิ่งกว่าเดิม" ผู้นำฟิลิปปินส์ กล่าวระหว่างชี้แจงแผนฟื้นฟูต่อบรรดานักการทูตและเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์

ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดขึ้นสู่ชายฝั่งตอนกลางของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ด้วยความเร็วลมสูงสุดถึง 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขอบเขตของพายุลูกนี้กินพื้นที่พอๆกับโปรตุเกสทั้งประเทศ และก่อให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่งที่รุนแรงราวกับ "สึนามิ"

กระแสลมรุนแรงซัดเอาบ้านเรือนพังพินาศไป 1.2 ล้านหลัง ทำให้มีผู้เสียชีวิตบวกสูญหายเกือบ 8,000 คน ส่วนชาวบ้านผู้รอดชีวิตอีกราว 4.4 ล้านคนก็ต้องไร้ที่อยู่อาศัย

ผลกระทบจากไห่เยี่ยนอาจทำให้เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวลดลง 0.3% ในช่วงปีนี้และปีหน้า โดยสาเหตุหลักเกิดจากการจ้างงานที่สูญเสียไปเกือบ 6 ล้านตำแหน่ง
ประธานาธิบดี อากิโน ระบุว่า ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนซึ่งเป็นพายุที่มีความรุนแรงขณะขึ้นฝั่งมากที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยจดบันทึก และเป็นภัยธรรมชาติร้ายแรงอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์ นำความเสียหายมาสู่ประเทศคิดเป็นมูลค่าถึง 12,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ด้านรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จอห์น เคร์รี ซึ่งเดินทางไปสำรวจความเสียหายที่เมืองตาโกลบันในวันนี้ (18) ก็ได้แสดงความ "ตกตะลึง" กับภาพความสูญเสียที่ได้เห็น พร้อมฝากถ้อยคำแสดงความเสียใจจากประธานาธิบดี บารัค โอบามา มายังชาวฟิลิปปินส์ อีกทั้งยืนยันว่า วอชิงตันจะไม่ทอดทิ้งพันธมิตรที่สำคัญนี้อย่างแน่นอน

สำนักงานวางแผนด้านเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ชี้ว่า แผนฟื้นฟูจะต้องใช้งบประมาณราว 360,900 ล้านเปโซ หรือราวๆ 8,170 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดระยะเวลา 4 ปีจนถึงปี 2017 โดยกรุงมะนิลาจะจัดสรรงบประมาณให้ 125,100 ล้านเปโซเพื่อดำเนินงานฟื้นฟูในช่วงปี 2013-14 ซึ่ง "คาดว่าจะกระทบต่อดุลการคลังของประเทศในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า"

นอกจากการฟื้นฟูความเสียหายในเชิงโครงสร้าง รัฐบาลฟิลิปปินส์จะกระตุ้นการจ้างงาน, ช่วยเหลือภาคเกษตรกรรมและบริการที่เสี่ยงต่อผลกระทบจากภัยพิบัติ ตลอดจนจัดหาเงินทุนเพื่อบรรเทาปัญหาสาธารณสุข, สังคม และสิ่งแวดล้อม

JoomSpirit