ฝรั่งเศสกำลังเป็นคนป่วยในยุโรป หลังดัชนี PMI ชี้แดนน้ำหอมส่อกลับสู่ภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” อีกครั้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 ธันวาคม 2556

สื่ออังกฤษ เช่น บีบีซีรายงานว่า ในขณะที่ยูโรโซนกำลังฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาจากผลสำรวจทางเศรษฐกิจ แต่ทว่ากลับพบว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI ของมาร์กิตได้ส่งสัญญาณเตือนว่า ฝรั่งเศสกำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้ง ซึ่งสวนทางกับเยอรมนี ที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอย่างชัดเจน

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI ของมาร์กิตล่าสุด ได้เพิ่มสูงขึ้นราว 52.1 ในเดือนธันวาคม โดยเพิ่มจาก 51.7 ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงการขยายตัว

ในขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนในภาพรวมกำลังเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากต้องอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซามาอย่างยาวนาน แต่ทว่า มาร์กิตของคริส วิลเลียมสันได้ชี้ว่า การฟื้นตัวนี้เป็นแบบ "ไม่สมดุล" อ้างจากการสำรวจธุรกิจในรอบ 3 เดือนที่ได้คาดการณ์เบื้องต้นถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ

โดยพบว่า เยอรมนีนั้นมีตัวเลขความเจริญเติบโตที่แข็งแกร่งที่ 55.2 เน้นให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาในภูมิภาคนี้ และพบว่า ภาคการผลิตของประเทศยังคงได้รับออเดอร์สั่งสินค้าใหม่ ส่วนภาคการผลิตยังคงขยายตัวได้ต่อไปเรื่อยๆ

ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ฝรั่งเศส กลับไม่เป็นเช่นนั้น เป็นเพราะค่าดัชนี PMI ของฝรั่งเศสต่ำในรอบ 7 เดือนที่ 47.0 ซึ่งชี้ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ถดถอยของฝรั่งเศสในไตรมาสที่ผ่านมา

และถ้าหากแนวโน้มนี้ได้รับการยืนยันจาก GDP ของประเทศ จะเป็นผลให้ภาคการผลิตและภาคบริการของฝรั่งเศสลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 นอกจากนี้ ยังพบว่าเศรษฐกิจฝรั่งเศสได้เริ่มถดถอยในรอบ 3 เดือนสุดท้ายในปี 2012 และใน 3 เดือนแรกของปี 2013 แต่หลังจากนั้นเศรษฐกิจฝรั่งเศส กลับมาเติบโตได้ 1 ไตรมาส ก่อนที่จะหล่นกลับไปสู่การถดถอยลงอีกครั้ง

ซึ่งหากฝรั่งเศส ต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจถดถอยจริง จะทำให้แดนน้ำหอมต้องตกอยู่ในสภาพ "Triple-Dip Recession" Recession หรือเศรษฐกิจถดถอย คือ ภาวะที่อัตราการเติบโตของ GDP ในไตรมาสเป็นติดลบ ซึ่งหากติดลบแล้วตามมาด้วยการฟื้นตัวในช่วงสั้นๆ ก่อนจะกลับไปติดลบอีกครั้งจะเรียกว่า Double-Dip Recession ซึ่งการเกิด Recession ติดกัน 2 ครั้งเป็น Double-Dip Recession หรือ 3 ครั้ง เป็น Triple-Dip Recession ก็เป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างหนัก ซึ่งฝรั่งเศส เสี่ยงที่จะตกอยู่ในสภาวะการณ์นี้ จากรายงานพบว่าเฟสแรกของสภาพเศรษฐกิจถดถอยของฝรั่งเศสนั้นเกิดในช่วงจุดสูงสุดของวิกฤตเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ยังพบว่า ฝรั่งเศส ได้ฟื้นกลับมีการเติบโตเพียงในไตรมาสที่ 3 ของปี 2009 อย่างไรก็ตาม ตัวเลข GDP ของประเทศกลับแค่สูงกว่า 0.3% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลข GDP ในต้นปี 2008 ก่อนที่ประเทศจะประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ในขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับเยอรมนีที่มีตัวเลข GDP สูงกว่าถึง 2.6%

ซึ่งสิ่งที่บั่นทอนสภาวะเศรษฐกิจฝรั่งเศสมากที่สุดคือ อัตราการว่างงานภายในประเทศที่มีอยู่สูงถึง 11% และถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงสุดในเขตเศรษฐกิจยุโรป แต่กระนั้นมันยังคงสูงกว่าตัวเลขการว่างงานในเยอรมนี

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ได้เปิดเผยโดยมาร์กิตในครั้งนี้ เป็นการคาดคะเนเบื้องต้นที่มาจากการตอบแบบสอบถามราว 85% ถึง 90% ของการสำรวจบริษัททั่วเขตเศรษฐกิจยุโรปราว 5,000 แห่ง ซึ่งตัวเลขที่แท้จริงที่จะถูกเปิดเผยในเดือนถัดไป

JoomSpirit