HSPA Vs. WiMAX (2 - 8 พ.ย. 52)

บทความจาก ข่าว CyberBiz

HSPA Vs. WiMAX 

จากบทความก่อนหน้าทั้ง 2 บทความ (ทำความรู้จักกับ WiMAX และ จาก WCDMA สู่ HSPA) ทำให้ผู้อ่านได้มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีไร้สายมากขึ้น เทคโนโลยี HSPA และ WiMAX ต่างก็ถูกใช้ในโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่พื้นฐานการพัฒนามีความแตกต่างกัน ซึ่งระบบ HSPA ได้รับการพัฒนามาจากระบบ GSM ส่วนระบบ WiMax มีระบบคล้ายคลึงกับ WiFi

เปรียบเทียบการแข่งขันของเทคโนโลยีทั้ง 2 แบบได้จากปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ระยะทางของการสื่อสาร (Communication Range)

จากภาพแสดงการพัฒนาของเทคโนโลยีในอนาคตด้านบน แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี HSPA ได้พัฒนาอัตราการดาวน์โหลดที่ 28 Mbps และอัพโหลดที่ 11.5 Mbps โดยใช้คลื่นความถี่ที่ 5 MHz ซึ่งบริษัทอิริคสันได้มีการคาดการณ์ว่าในอนาคตจะสามารถขยายอัตราดาวน์โหลดได้ถึง 42 Mbps ขณะที่ WiMAX  มาตรฐาน 802.16d แบบไม่เคลื่อนที่ (Fixed WiMAX) ได้พัฒนา Phase 2 ซึ่งอัตราการดาวน์โหลดอยู่ที่ 46 Mbps และอัพโหลดที่ 4 Mbps โดยใช้คลื่นความถี่ 10 MHz ส่วนแบบเคลื่อนที่ (Mobile WiMAX) 802.16e สามารถขยายการใช้งานเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ไกลถึง 31 ไมล์ (ประมาณ 50 กิโลเมตร)

จากข้อมูลข้างต้นทำให้พบว่าความสามารถของ WiMAX ในการดาวน์โหลดสูงกว่า HSPA และมี Bandwidth ที่ 75 Mbps แต่ก็สามารถคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจาก WiMAX มีการแปรผันตามระยะทางที่ใช้ ซึ่งหากยิ่งไกลจากสถานีฐาน สัญญาณก็จะอ่อนลง แต่ WiMAX สามารถติดต่อกันได้แม้ว่าจะมีสิ่งกีดขวาง ส่วน HSPA สามารถรับ Bandwidth ได้ที่ 14.4 Mbps ในช่วงระยะทางที่น้อยกว่า 1 กิโลเมตรจากสถานีฐาน แต่อัตราการส่งข้อมูลจะลดลงน้อยกว่า 1 Mbps

2. จำนวนผู้ใช้บริการ (A number of customers)

ในปัจจุบันมีผู้ใช้ HSPA มากกว่า WiMAX ทั้งนี้เป็นเพราะเครือข่าย WiMAX ยังไม่มีการเปิดใช้งานอย่างกว้างขวาง จึงทำให้ HSPA ได้เปรียบจากการที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ทำให้มีประโยชน์ต่อกำลังการผลิตและราคาที่ไม่สูงมาก (Economy of Scale)

3. Bandwidth

HSPA มี Bandwidth ที่ใกล้จะเต็มประสิทธิภาพการทำงานแล้ว และมีการใช้งานในหลายย่ายความถี่ แต่สำหรับ WiMAX ยังสามารถที่จะพัฒนาไปได้มากกว่านั้น (โดยใช้คลื่นความถี่ 10 GHz-66GHz) และมีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยสามารถปรับแบ่งการใช้คลื่นความถี่ได้ ทำให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มผู้ใช้งานในแต่ละส่วนได้อีกด้วย

4. สื่อผสม (Multimedia)

ทั้ง 2 เทคโนโลยีมีความสามารถใกล้เคียงกันในการส่งข้อมูล ซึ่งทั้ง 2 ระบบมี QoS (Quality of Service) สามารถเลือกการใช้งาน VoIP ได้ทั้ง 2 ระบบ

5. ระบบความปลอดภัย (Security)

ระบบ HSPA คือการใช้ซิมการ์ด (SIM card) ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่ไม่สามารถเพิ่ระดับความปลอดภัยได้แล้ว ส่วนระบบ WiMAX ได้ใช้การเข้ารหัสแบบใหม่ (Modern Cryptographic Algorithms) เช่นการใช้ 1024 bit key ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการใช้บริการ

ทั้ง 2 ระบบมีทั้งข้อเด่นและข้อด้อยแตกต่างกันออกไป สำหรับข้อเด่นของ HSPA มีข้อได้เปรียบ WiMAX อยู่ที่ฐานลูกค้าที่มีมากกว่า แต่ในบางประเทศเช่น รัสเซีย มีการใช้ WiMAX ก่อน WiMAX จึงได้เปรียบกว่าในประเทศดังกล่าว ซึ่งหากทั้ง 2 ระบบมีการแข่งขันกันจริง อย่างน้อยๆข้อดีหนึ่งข้อใหญ่ก็คือ ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากการแข่งขันด้านราคา ทำให้สามารถใช้บริการได้ในราคาที่ถูกลง

ที่มา: Telecom by coffemear 15 Apr 2008.

http://ixbtlabs.com/articles2/mobile/wimax.html

JoomSpirit