จาก WCDMA สู่ HSPA (21-27 ก.ย. 52)

Last Updated on Friday, 22 November 2013 15:49

บทความโดย ทีมข่าวเทคโนโลยีเพื่อชีวิต ศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศ มธ.

จาก WCDMA สู่ HSPA

โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันได้มีการเพิ่มเทคโนโลยี WCDMA เป็นฟังก์ชั่นเสริมเพื่อการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือ หากท่านได้อ่านบทความ 3G คงจะทราบว่าพัฒนาการของมือถือได้ถูกแบ่งออกเป็นยุคต่างๆ สังเกตได้ว่าในยุคที่ 2 และ 3 ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในมือถือให้สามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้โดยการใช้ EDGE/GPRS ให้กลายเป็น WCDMA ภายใต้มาตรฐาน 3 GPP (The 3rd Generation Partnership Project) ซึ่งได้กำหนดใช้งานเชิงพาณิชย์เมื่อปี 2545 โดยให้บริการบนคลื่นความถี่วิทยุมาตรฐาน 2 กิกะ-เฮิรตซ์ ตามกรอบข้อกำหนดของแผนมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ UMTS (Universal Mobile Telecommunications System)

  • การพัฒนาระบบ GSM

ด้วยคลื่นความถี่ของ 3GPP ที่ได้มีการกำหนดย่านความถี่คลื่นวิทยุในช่วง 850 และ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งใช้ในประเทศอเมริกา และมีการขยายคลื่นความถี่ในช่วง 900 เมกะเฮิรตซ์ รวมถึงย่านคู่ผสม 1700/2100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อเพิ่มความสะดวก  ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ GSM/GPRS/EDGE  ที่ต้องการใช้ย่านความถี่ที่ใช้อยู่ในเครือข่าย 2G มาให้บริการเครือข่าย WCDMA แทน  โดยไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการประมูลหรือจัดสรร ความถี่คลื่นวิทยุย่าน  2 กิกะเฮิรตซ์ 

การพัฒนา WCDMA ด้วยมาตรฐานที่ 3 GPP กำหนดขึ้นมา   ทำให้ได้มาตรฐานใหม่เรียกว่า HSPA (High Speed Packet Access) โดยมี เครื่องลูกข่ายแบบดูอัลโหมดครอบคลุมทั้งทางด้านเสียง (GSM/WCDMA) และข้อมูล (EDGE/HSPA)

ระบบ HSPA ประกอบด้วย 2 ส่วน ดังนี้

  1. HSDPA (High Speed Downlink Packet Access) มีการพัฒนาความเร็วในการ ดาวน์โหลด รองรับการส่งผ่านข้อมูลด้วยความเร็วเริ่มต้นที่ 1.8 เมกะบิตต่อวินาทีไปจนถึง 14.4 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งความเร็วสูงกว่า EDGE ถึง 36 เท่า และเร็วกว่า GPRS ถึง 100 เท่า
  2. HSUPA (High Speed Uplink Packet Access) ความเร็วในการอัพโหลด จากเครื่องลูกข่ายกลับไปยังสถานีฐานในช่วงเปิดให้บริการครั้งแรกที่ 1 – 2 เมกะบิตต่อวินาที  และมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้รองรับอัตราเร็ว 3 – 4 เมกะบิตต่อวินาที 


การพัฒนาระบบ HSPA

ในอนาคตจะมีการพัฒนา HSPA ให้เป็น HSPA+ ซึ่งจะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพเป็นอย่างมากจากมาตรฐาน Release 6 HSPA ที่รับส่งผ่านย่านความถี่ 5 เมกะเฮิรตซ์ สามารถประยุกต์เข้ากับมาตรฐานเดิมของอุปกรณ์และครือข่ายเดิมที่มีมาตรฐาน Release 99/R5/R6 โดยฟีเจอร์ของ HSPA+ เป็นมาตรฐาน ของ 3GPP Rel 7 และ 8  จะทำให้งานตรงเวลาและประหยัดต้นทุน  ด้วยการยกระดับคุณสมบัติและเครือข่ายที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ  ช่วยทำให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายเร็วขึ้น

เทคโนโลยี HSPA ถือว่าเป็นการพัฒนาการส่งข้อมูลความเร็วบอร์ดแบนด์แบบมีสาย ส่วน WiMAX เป็นการส่งข้อมูลความเร็วสูงแบบไร้สาย บทความครั้งหน้าจะเปรียบเทียบจุดแตกต่างว่าทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้ต่างกันอย่างไร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก - Telecom Journal, CyberBiz