ทำความรู้จักกับ WiMAX (14 - 20 ก.ย. 52)

บทความโดย ทีมข่าวเทคโนโลยีเพื่อชีวิต ศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศ มธ.

ทำความรู้จักกับ WiMAX

การใช้งานอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันได้มีการต่อพ่วงเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อแชร์สัญญาณอินเตอร์เน็ต และเป็นที่นิยมนำไปใช้ในหลายๆองค์กร การแชร์สัญญาณอินเตอร์เน็ตจะทำได้โดยการใช้ LAN (Local Area Network) ทั้งนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายภายในสำนักงานไปในตัวด้วย 

เครือข่ายของระบบคอมพิวเตอร์นั้นมีหลายแบบ แบ่งตามขนาดของเครือข่าย เช่น LAN จะเป็นระบบที่ย่อยที่สุด เมื่อมี LAN หลายๆวงมีการเชื่อมต่อกัน (การเชื่อมต่อข้ามองค์กร อาคาร หรือกระทั่งข้ามเมือง) จะเรียกว่า MAN (Metropolitan Area Network) และการเชื่อมต่อ MAN หลายๆวงเข้าด้วยกันก็จะกลายเป็น WAN (Wide-Area Network) ซึ่งจะเป็นการเชื่อมต่อข้ามประเทศนั่นเอง

นอกจากเครือข่ายที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีเครือข่าย LAN ที่เป็นระบบไร้สายเรียกว่า Wireless Lan

Wireless Lan เป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สายโดยการใช้คลื่นวิทยุที่สามารถส่งผ่านสิ่งกีดขวางได้ 100 เมตร ความเร็วที่ได้จะอยู่ที่ 11-54 เมกกะบิตต่อวินาที มีเครือข่าย 3 มาตรฐานคือ

  1. มาตรฐาน 802.11 b ช่องความถี่ 2.4 กิกะเฮิรตซ์ มีความเร็วการทำงาน 4 ระดับคือ 11, 5.5, 2 และ 1 เมกะบิตต่อวินาที มีข้อเสียคือ ความเร็วในการรับส่งสัญญาณต่ำที่สุด และถูกรบกวนได้ง่ายจากอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์พื้นฐานไร้สาย เตาไมโครเวฟ และบูลทูธ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ใช้ช่องความถี่เดียวกัน
  2. มาตรฐาน 802.11 g (เริ่มใช้เมื่อปลายปี 2003) ข้อดีของมาตรฐานนี้คือ มีความเร็วสูงถึง 54 เมกกะบิต และที่สำคัญคือสามารถทำงานร่วมกับมาตรฐาน 802.11 b ได้
  3. มาตรฐาน 802.11 a เป็นมาตรฐานที่เริ่มใช้งานพร้อมกับ 802.11 b แต่ใช้ความถี่ช่วง 5 กิ๊กกะเฮิร์ซ แต่เนื่องจากไม่ใช่ช่องที่เปิดเสรี รวมไปถึงในประเทศไทยไม่เปิดให้ใช้ จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม ความเร็วสูงสุดของมาตรฐานนี้อยู่ที่ 54 เมกกะบิต แต่ด้วยปัญหาด้านการกระจายสัญญาณ ที่ทำได้ไกลเพียงแค่ 50 เมตรเท่านั้น และไม่สามารถใช้ร่วมกับมาตรฐาน 2 มาตรฐานที่ได้กล่าวไปในข้อข้างต้นอีกด้วย เนื่องจากช่องความถี่ที่ใช้ต่างกัน มาตรฐาน 802.11 a นี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ IEEE 802.11 หรือที่คุ้นหูกันดีคือ Wi-fi (Wireless Fidelity) ภายใต้เครื่องหมายการค้าของ Wi-Fi Alliance ซึ่งจะมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้กับ Wireless Lan และใช้ร่วมกับ Wi-Fi ได้ สมัยก่อน การใช้งานของ Wi-Fi จะใช้งานกับเครือข่ายของ LAN เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน Wi-Fi  ได้ถูกนำมาใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับจุด Access Point หรือที่เรียกกันว่า Hot Spot โดยเฉพาะเครื่องเล่นเกมขนาดพกพาอย่าง Nintendo Ds และ Sony PSP ก็สามารถใช้ Access Point เพื่อเล่นเกมกับเครื่องอื่นผ่าน Wi-Fi ได้เช่นกัน

 

จากเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบไร้สายทั้ง 3 มาตรฐานที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้เกิดเทคโนโลยีที่เรียกว่า WiMax ที่พัฒนามาจาก IEEE 802.11 ให้เป็นมาตรฐาน IEEE 802.16 ที่มีความสามารถในการรับส่งสัญญาณเป็นระยะทาง 50 กิโลเมตร ซึ่งมากกว่า IEEE 802.11 หลายเท่า ทั้งในด้านความเร็วก็มากขึ้นเป็น 70 เมกกะบิต ซึ่งเครือข่ายนี้เป็นเครือข่ายไร้สายที่ใช้ระดับ MAN (Wireless MAN) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า WiMAX (Worldwide Interoperability for Microwave Access)  

WiMAX เป็นเทคโนโลยีไร้สายที่ได้รับการพัฒนาโดดเด่นในเรื่องความแรงของสัญญาณและระยะทางที่ส่งผ่านสัญญาณเสมือนเป็น Broadband แบบไร้สายที่ไม่ถูกจำกัดด้วยภูมิประเทศ มาตรฐานของ WiMAX มีองค์ประกอบ 2 ส่วนคือ

  1. IEEE 802.16 หมายถึงอุปกรณ์หลักจำพวกเสาส่งสัญญาณระยะ 5 กิโลเมตร ในปัจจุบันพัฒนาเป็น IEEE 802.16 a ซึ่งสามารถกระจายสัญญาณได้ไกลถึง 50 กิโลเมตร
  2. IEEE 802.16 e หมายถึงอุปกรณ์จำพวกตัวรับสัญญาณ เช่น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้ค PDA โดยผ่านแผงวงจรรับสัญญาณ ซึ่งในปัจจุบันบริษัท Intel ได้ผลิตชิพแผงวงจรชื่อ WiMAX/WiFi Link 5350 ที่ทำให้โน๊ตบุ้คสามารถใช้ได้ทั้ง WiFi และ WiMAX แต่ยังไม่ได้ใช้อย่างแพร่หลายในโน๊ตบุ้ครุ่นปัจจุบันเนื่องจากยังไม่มีใบอนุญาตให้เปิดใช้บริการ (ยังอยู่ในขั้นทดสอบในบางจังหวัด) ถ้าต้องการให้โน๊ตบุ้คธรรมดาสามารถใช้ WiMAX ได้ ก็ต้องหาตัว Modem แบบ USB มาเสียบแทน (ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,700 บาท)

 

ประโยชน์ของเทคโนโลยี WiMAX สรุปได้ดังนี้

  1. ด้านการใช้งาน Broadband ซึ่งสายสัญญาณหลักไม่สามารถเข้าถึงได้ทำให้ตัดปัญหาการไม่สามารถใช้งาน Internet Broadband ได้ เนื่องจากสัญญาณที่ปล่อยออกมาเป็น Wireless Broadband จึงไม่ต้องกังวลว่าคู่สายจะเข้าไม่ถึงอีกทั้งการติดตั้ง WiMAX ทำได้ง่ายทำให้คล่องตัวในการเริ่มต้นที่จะใช้งาน
  2. ด้วยการกระจายสัญญาณที่ส่งไปได้ไกลถึง 50 กิโลเมตรทำให้หมดข้อจำกัดทางด้านภูมิประเทศที่สายไม่สามารถเข้าถึงได้ สัญญาณที่ได้รับมีความเสถียร แม้จะใช้งานในรถหรือยานพาหนะอื่นๆที่กำลังเคลื่อนที่
  3. ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงมากถึง 70 เมกกะบิต
  4. มีความปลอดภัยในการใช้งานเนื่องจากมีการเข้ารหัส
  5. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และลดค่าใช้จ่ายในการสร้างสถานีส่งสัญญาณ เนื่องจากวงสัญญาณ WiMAX สามารถกระจายสัญญาณได้เป็นระยะทางที่กว้างมาก ทั้งยังช่วยให้ผู้ให้บริการลดต้นทุนในการเดินสายส่งสัญญาณและค่าเช่าในการติดตั้งสถานีต่อเดือนลงอีกด้วย

 

จากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้น ระบบ WiMAX จึงเป็นคำตอบที่แท้จริงของความต้องการเทคโนโลยีใน อนาคต แต่ยังคงต้องรอสำรวจความพร้อมและความต้องการของคนในประเทศ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการใช้งาน ทั้งผู้ให้และผู้รับบริการเพื่อให้ได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย และหวังว่าประเทศไทยจะนำเทคโนโลยี WiMAX มาใช้ในเร็ววันนี้

JoomSpirit