ภาคใต้

S

ภาคใต้ เป็นภูมิภาคหนึ่งของไทย มีทั้งหมด 14 จังหวัด โดยภูมิภาคนี้ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมลายู ขนาบด้วยอ่าวไทยทางฝั่งตะวันออก และทะเลอันดามันทางฝั่งตะวันตก มีเนื้อที่รวม 70,715.2 ตารางกิโลเมตร ความยาวจากเหนือจดใต้ประมาณ 750 กิโลเมตร ทุกจังหวัดของภาคมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ยกเว้นจังหวัดยะลาและจังหวัดพัทลุง

 

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีทิวเขาที่สำคัญ ได้แก่ ทิวเขาภูเก็ต ทิวเขานครศรีธรรมราช โดยมีทิวเขาสันกาลาคีรี เป็นพรมแดนกั้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ทิวเขาในภาคใต้มีความยาวทั้งสิ้น 1,000 กิโลเมตร

ภาคใต้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรที่มีทะเลขนาบอยู่ 2 ด้าน คือ ตะวันออกด้านอ่าวไทย และตะวันตกด้านทะเลอันดามัน จังหวัดพัทลุงและจังหวัดยะลาเป็นจังหวัดที่ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเลภายนอก ชายหาดฝั่งอ่าวไทยเกิดจากการยกตัวสูง มีที่ราบชายฝั่งทะเลยาว เรียบ กว้าง และน้ำตื้น ทะเลอันดามันมีชายฝั่งยุบต่ำลง มีที่ราบน้อย ชายหาดเว้าแหว่ง เป็นโขดหิน มีหน้าผาสูงชัน

ทรัพยากรน้ำ

ภาคใต้มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี แต่มีปัญหาในการขาดแคลนน้ำเนื่องจากมีแม่น้ำสายสั้น ๆ ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ ส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากการขุดเจาะบ่อบาดาลและได้จากเขื่อนต่าง ๆ ได้แก่ เขื่อนคลองหลา จังหวัดสงขลา เขื่อนปัตตานี จังหวัดปัตตานี เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

แม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำกระบุรี แม่น้ำหลังสวน แม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำท่าทอง แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำตาปี แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำกลาย แม่น้ำตรัง แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำโกลก

ทรัพยากรป่าไม้

  1. ป่าไม้ มีพื้นที่ป่าไม้ 10.93 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 24.73 ของภาค แต่อย่างไรก็ตามภาคใต้ควรมีพื้นที่ป่าร้อยละ 30 จึงจะครอบคลุมพื้นที่ที่ควรอนุรักษ์ทั้งหมด
  2. ป่าชายเลน มีป่าชายเลน 1.53 ล้านไร่ ป่าชายเลนฝั่งอันดามันส่วนใหญ่ยังอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ระนอง แต่ฝั่งอ่าวไทยมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เว้นในพื้นที่ จ.ปัตตานี
  3. พื้นที่ชุ่มน้ำ มีพื้นที่ชุ่มน้ำ 17.79 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 74 ของทั้งประเทศ เป็นทั้งพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ 7 แห่ง พื้นที่ชุ่มน้ำระดับประเทศ 33 แห่ง และระดับท้องถิ่น 4,058 แห่ง และส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดี 

 พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติ

  • พื้นที่เสี่ยงจากโคลนไหลทับถม ได้แก่ อ.บ้านนาสาร อ.พุนพิน จ.สุราษฏร์ธานี อ.พิบูน จ.นครศรีธรรมราช คิดเป็นร้อยละ 4.54 ของพื้นที่ลุ่มน้ำหลัก หรือ 62.38 ตร.กม.
  • พื้นที่เสี่ยงจากน้ำไหลหลาก ได้แก่ อ.บ้านนาสาร อ.เวียงสระ อ.เคียนซา อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี คิดเป็นร้อยละ 20.87 ของพื้นที่ลุ่มน้ำหลัก หรือ 286.92 ตร.กม.
  • พื้นที่เสี่ยงจากน้ำท่วมขัง ได้แก่ อ.เมือง อ.บ้านนาสาร อ.เวียงสระ อ.เคียนซา อ.พุนพิน อ.คีรีรัฐนิคม อ.บางพา จ.สุราษฎร์ธานี คิดเป็นร้อยละ 48.39 ของพื้นที่ลุ่มน้ำหลัก หรือ 665.35 ตร.กม.
  • พื้นที่เสี่ยงจากน้ำท่วมซ้ำซาก ได้แก่ อ.เมือง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี คิดเป็นร้อยละ 20.82 ของพื้นที่ลุ่มน้ำหลัก หรือ 286.26 ตร.กม.
  • พื้นที่ชุ่มน้ำ ได้แก่ อ.เมือง อ.บ้านนาสาร อ.เวียงสระ อ.เคียนซา และ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี คิดเป็นร้อยละ 5.40 ของพื้นที่ลุ่มน้ำหลัก หรือ 74.20 ตร.กม.

        เศรษฐกิจของภาคใต้คิดเป็นร้อยละ 10.7 ของประเทศ โดยปี 2554 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคใต้ ณ ราคาประจาปีมีมูลค่า 1,187,420 ล้านบาท สาขาการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการค้าส่งค้าปลีก มีสัดส่วนร้อยละ35.8 13.5 และ 11.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคใต้ ตามลาดับ สินค้าเกษตรที่สาคัญ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมันและกุ้งเพาะเลี้ยง ส่งผลให้อุตสาหกรรมสำคัญส่วนใหญ่มาจากการแปรรูปสินค้าเกษตร ได้แก่ การผลิตยางพาราแปรรูป การสกัดน้ำมันปาล์มดิบ อาหารทะเลกระป๋อง อาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง ถุงมือยางและไม้ยางพารา ทั้งนี้ เศรษฐกิจภาคใต้ระหว่างปี 2545 -2554 ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 3.2 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศซึ่งขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4.3

ตารางสัดส่วนโครงสร้างการผลิตของภาคใต้ (หน่วย : ร้อยละ)

  copy

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ภาคการค้าและการบริการ

มีการค้าขายแถบชายแดนไทยกับมาเลเซีย และมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย

ภาคอุตสาหกรรม

       เดือนกุมภาพันธ์ 2555 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ภาคใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเดือนเดียวกันปีก่อนร้อยละ 5.5 โดยได้รับปัจจัยบวกจากความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มลดลง ทำให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรภาคใต้ขยายตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางแปรรูปเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.3 ตามการส่งออกยางแท่งและยางแผ่นรมควันไปตลาดสหรัฐและญี่ปุ่นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยางล้อรถ รวมทั้งการส่งออกน้ำยางข้นไปตลาดมาเลเซียเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูปเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีก่อนร้อยละ 12.7 และอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นร้อยละ 73.8 ตามปริมาณผลปาล์ม ส่วนอาหารทะเลกระป๋องลดลงจากเดือนเดียวกันปีก่อนร้อยละ 21.7 จากปริมาณวัตถุดิบมีน้อยและราคาสูง

ภาคเกษตรกรรม

      เดือนกุมภาพันธ์2555 ผลผลิตเกษตรขยายตัวร้อยละ 10.6 ตามปริมาณผลผลิตยางและปาล์มน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ด้านราคาลดลงร้อยละ 34.2 ตามการลดลงของทั้งราคายางและปาล์มน้ำมัน เนื่องจากราคาในช่วงเดียวกันปีก่อนพุ่งสูงจากปัญหาอุปทานตึงตัว เป็นผลให้รายได้เกษตรกรหดตัวร้อยละ 27.2

มูลค่าเศรษฐกิจที่สำคัญ

       ปี 2554 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคใต้ณ ราคาประจำปี มีมูลค่า 1,187,420 ล้านบาท สาขาการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการค้าส่งค้าปลีก มีสัดส่วนร้อยละ 35.8 13.5 และ 11.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคใต้ ตามลำดับ สินค้าเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมันและกุ้งเพาะเลี้ยง
 

มูลค่าการค้าชายแดน

       ด้านการค้าชายแดนระหว่างภาคใต้กับมาเลเซียมีมูลค่าการค้าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าชายแดนในช่องทางอื่นๆ โดยคิดเป็นร้อยละ 75 ของมูลค่าการค้าผ่านแดนของประเทศ และมูลค่าการค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการค้าผ่านด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา โดยเป็นทั้งสินค้าพืชผลการเกษตร ผักผลไม้ ยางพาราขั้นปฐม สินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ

รายได้จากการท่องเที่ยว

       มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวภาคใต้สูงกว่าทุกภาค (หากไม่นับรวมกรุงเทพฯ) คือ รวมทั้งสิ้น ประมาณ 27,319,500 คน (รวมนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะเดินทางมากกว่า 1 จังหวัดในการเดินทางแต่ละครั้ง) ในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 43 เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ท่องเที่ยวให้ภาคใต้ในสัดส่วนสูงถึงกว่าร้อยละ 71 ของรายได้ท่องเที่ยวรวมของภาคใต้ที่มีมูลค่า 307,239 ล้านบาทในปี 2554

       สำหรับแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคใต้ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากเป็นอันดับหนึ่ง คือ ภูเก็ต (ในปี 2554 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไป 6.62 ล้านคน ) รองลงมา คือ กระบี่ (จำนวน 1.34 ล้านคน) และ พังงา (จำนวน 6.20 แสนคน) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลฝั่งอันดามัน นอกจากนี้ ยังมี เกาะสมุย (จำนวน 7.02 แสนคน) ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลฝั่งอ่าวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลทั้ง 4 แห่งดังกล่าว มีจำนวนรวมกันคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 79.5 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางท่องเที่ยวในภาคใต้ซึ่งมีจำนวนรวม 11.68 ล้านคน

ความสำคัญของภาคใต้ต่อเศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศ

       ผลิตภัณฑ์ภาค (GRP) ปี 2554 ขยายตัวร้อยละ 1.6 ชะลอตัวลงจากร้อยละ 5.0 ในปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจาก การผลิตภาคเกษตรหดตัวลงร้อยละ 3.3 ต่อเนื่องจากที่หดตัวร้อยละ 4.6 ในปีที่ผ่านมา ประกอบกับการผลิตภาคนอกเกษตรขยายตัวเพียงร้อยละ 4.2 ชะลอลงจากที่ขยายตัวร้อยละ 9.1 ในปีที่ผ่านมา

ลักษณะและโครงสร้างเศรษฐกิจของภาคใต้

       ภาคใต้แบ่งออกเป็น ภาคใต้ฝั่งอันดามัน และภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

       ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพโดดเด่นในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติ โดยมีเกาะภูเก็ตเป็นศูนย์กลางที่ได้รับสมญานามว่าเป็น “ไข่มุกอันดามัน” และมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เช่น หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นต้น

       ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เป็นแหล่งพืชผลเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป แหล่งผลิตข้าวและปศุสัตว์ ประมง โดยเฉพาะลุ่มน้ำปากพนังและลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยบริเวณเชื่อมต่อชุมพร-สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งผลิตปาล์มน้ำมันและการแปรรูปขั้นต้น ส่วนบริเวณเชื่อมต่อสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช เป็นแหล่งผลิตยางพารา แปรรูปยาง และไม้ยางพารา ส่วนพื้นที่เกาะต่างๆ ในทะเลอ่าวไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ

สัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคใต้และประเทศ

ปี 2554  ณ ราคาประจำปี

s1

 

ที่มา:สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ภาคการเงิน

       ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2555 ภาคใต้มีสาขาธนาคารพาณิชย์เปิดบริการ จำนวน 770 สาขา หรือร้อยละ 12.0 ของสาขาธนาคารพาณิชย์ทั้งประเทศ ในจำนวนนี้ร้อยละ 64.4 อยู่ในเขตภาคใต้ตอนบน และร้อยละ 35.6 อยู่ในเขตภาคใต้ตอนล่าง โดยมีเงินฝากและเงินให้สินเชื่อจำนวนรวม 599.2 พันล้านบาท และ 602.2 พันล้านบาท หรือร้อยละ 6.3 และร้อยละ5.9 ของเงินฝากและสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นเงินฝากและเงินให้สินเชื่อในจังหวัดภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช เมื่อพิจารณาเงินให้สินเชื่อของสาขาธนาคารพาณิชย์ในภาคใต้เป็นสินเชื่อภาคธุรกิจร้อยละ 52.2 ของสินเชื่อรวมในภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อการค้า โรงแรมและภัตตาคาร การผลิตและอสังหาริมทรัพย์ อีกร้อยละ 47.8 ของสินเชื่อรวมในภาคใต้เป็นสินเชื่ออุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นสำคัญ

ช่องทางการคมนาคมและการขนถ่ายสินค้า                   มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่งทางบก/ทางน้ำ โลจิสติกส์ และคลังสินค้า ที่สามารถเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับภูมิภาคอื่นๆ และกับมาเลเซีย สิงคโปร์                  มีเส้นทางการคมนาคมที่สะดวกสบายทั้งทางบก และทางอากาศ รองรับการทำธุรกิจและนักท่องเที่ยว อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวยังเป็นที่นิยมทั้งในและต่างประเทศ (World Destination )

  1. ระบบถนน  โครงข่ายทางหลวงแผ่นดินที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ ในแนวเหนือ-ใต้ ทางหลวงที่สำคัญ คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 41 42 และ 44
  2. ทางรถไฟ  ทางรถไฟสายใต้ เป็นเส้นทางที่ยาวที่สุดของประเทศโดยเชื่อมกับสายตะวันออกของมาเลเซียที่อำเภอสุไหวโก-ลก และเชื่อมทางรถไฟสายตะวันตกที่ ปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา
  3. ทางทะเล  การขนส่งทางทะเลส่วนใหญ่ เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างภาคเพื่อถ่ายต่อไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค โดยอาศัยท่าเรือหลักเพื่อการขนถ่ายสินค้าต่อไปยังต่างประเทศ เช่น ท่าเรือภูเก็ต ท่าเรือระนอง และท่าเรือกันตังไปยังเอเชียใต้ ท่าเรือสุราษฎร์ธานี ท่าเรือสงขลา และท่าเรือปัตตานี ไปยังเอเชียตะวันออก ประเทศเพื่อนบ้านและอินโดจีน
  4. ทางอากาศ ภาคใต้มีท่าอากาศยาน 10 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส กระบี่ ตรัง ระนอง ปัตตานี และเกาะสมุย โดยท่าอากาศยานที่มีปริมาณผู้โดยสารสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ท่าอากาศยานภูเก็ต หาดใหญ่ และเกาะสมุย

       ประชากรส่วนใหญ่ของภาคใต้มีลักษณะทางวัฒนธรรมและสังคมเช่นเดียวกับประชากรส่วนใหญ่ของประ เทศไทย แต่บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีประชากรที่มีเชื้อชาติ ศาสนาและภาษาแตกต่างไปบ้าง การกระจายตัวของประชากร

  • ประชากรในภาคใต้มีประมาณ 9 ล้านคน ตั้งถิ่นฐานอยู่หนาแน่นในบริเวณที่ราบชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรภาคใต้
  • จังหวัดที่มีจำนวนประชากรมากเกินล้าน ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราชและสงขลา ส่วนจังหวัดที่มีประชากร น้อยที่สุดของภาคใต้ ได้แก่ จ.ระนอง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุดในประเทศไทยด้วย
  • ความหนาแน่นของประชากร จังหวัดที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นเกิน ๑๐๐ คนต่อตารางกิโลเมตร ส่วนมากจะอยู่บริเวณที่ราบชายฝั่ง ตะวันออก เช่น ปัตตานี สงขลา นราธิวาส พัทลุง นครศรีธรรมราช ยกเว้น จ.ภูเก็ต ที่อยู่ชายฝั่งตะวันตก ซึ่งมีประชากร หนาแน่นที่สุดของภาคนี้

ตารางจำนวนประชากร พื้นที่ ความหนาแน่นประชากรจำแนกรายจังหวัด ปี พ.ศ. 2556

จังหวัด

ประชากร (คน)

เนื้อที่ (ตร.กม.)

ความหนาแน่น

(ต่อ ตร.กม.)

ภาคใต้

9,131,425

70,715.2

129.13

กระบี่

450,890

4,708.512

95.76

ตรัง

636,043

4,917.519

129.34

นครศรีธรรมราช

1,541,843

9,942.502

155.07

นราธิวาส

766,145

4,475.430

171.18

ภูเก็ต

369,522

543.034

680.47

ปัตตานี

678,838

1,940.356

349.85

พังงา

259,420

4,170.895

62.19

ระนอง

174,776

3,298.045

52.99

สงขลา

1,389,890

7,393.889

187.97

สตูล

309,793

2,478.977

124.96

สุราษฎร์ธานี

1,031,812

12,891.469

80.03

ยะลา

506,138

4,521.078

111.95

พัทลุง

518,021

3,427.473

151.27

ชุมพร

498,294

6,010.849

82.89

 สหภาพแรงงาน        ปี 2555 ประชากรภาคใต้มีกำลังแรงงาน 5.5 ล้านคน อยู่ในภาคเกษตรร้อยละ 48.5 และนอกภาคเกษตรร้อยละ51.5 โดยผู้มีงานทานอกภาคเกษตรส่วนใหญ่เป็นผู้ทางานในภาคการขนส่ง การขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ร้อยละ 16.9 ของกาลังแรงงานทั้งหมด รองลงมาเป็นกิจกรรมโรงแรมและการบริการด้านอาหาร และภาคการผลิตร้อยละ 7.6 และ 5.5 ของกาลังแรงงานทั้งหมด ตามลาดับ ส่วนที่เหลือกระจายในภาคอื่น ๆ        อย่างไรก็ตาม แรงงานค่อนข้างตึงตัวในภาคการก่อสร้าง ภาคการผลิต และภาคบริการ ส่งผลให้ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวทั้ง พม่า ลาวและกัมพูชา ทั้งนี้ อัตราการว่างงานของภาคใต้อยู่ในระดับต่าที่ร้อยละ 0.5       ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรประจำเดือนมกราคม 2555 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในภาคใต้มีจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 7,320.7 พันคน เป็นกำลังแรงงานรวม 5,286.2 พันคน แยกเป็นกำลังแรงงานปัจจุบัน 5,286.2 พันคน และกำลังแรงงานที่รอฤดูกาล 3.4 พันคน โดยกำลังแรงงานปัจจุบัน ประกอบด้วยผู้มีงานทำ 5,254.8 พันคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 99.5 และผู้ว่างงาน 28.0 พันคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.5 โดยเป็นแรงงานที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมร้อยละ 44.7 และนอกภาคเกษตรกรรมร้อยละ 55.3       เมื่อพิจารณาการทำงานจำแนกตามชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ของผู้มีงานทำในภาคใต้ พบว่าแรงงานส่วนใหญ่ทำงานเต็มเวลา โดยมีผู้ที่ทำงานตั้งแต่ 35 ชั่วโมงขึ้นไป จำนวน 2,859.9 พันคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 54.4 เทียบกับร้อยละ 62.8 ในเดือนก่อน ส่วนผู้ที่ทำงานน้อยกว่า 35 ชั่วโมงหรือผู้ที่ทำงานไม่เต็มเวลา มีจำนวน 2,394.9 พันคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45.6       สำหรับอัตราการว่างงาน ในเดือนมกราคม 2555ในภาคใต้มีอัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.5 เท่ากับเดือนก่อน ทั้งนี้เป็นผู้ว่างงานในภาคบริการ เป็นสำคัญ โดยมีจำนวนผู้ว่างงานทั้งสิ้น 28.0 พันคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่จบการศึกษาระดัประถมศึกษา มีสัดส่วนว่างงานมากที่สุดร้อยละ 27.9

job

ตาราง  จำนวนผู้มีงานทำ จำแนกตามสถานภาพทำงาน อาชีพ ภาคใต้ ไตรมาสที่ 2 พ.ศ. 2557

หมายเหตุ:หน่วยเป็นพัน

อาชีพ

สถานภาพการทำงาน Work Status

รวม

นายจ้าง

ลูกจ้างรัฐบาล

ลูกจ้างเอกชน

ทำงานส่วนตัว

ช่วยธุรกิจครอบครัว

การรวมกลุ่ม

1. ผู้จัดการ ข้าราชการระดับอาวุโสและผู้บัญญัติกฎหมาย

61.8

37.8

28.0

10.2

2.2

0.5

140.5

2. ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ

1.9

181.2

52.2

8.3

0.1

0.1

243.8

3. เจ้าหน้าที่เทคนิคและผู้ประกอบวิขาชีพที่เกี่ยวข้องกับด้านต่างๆ

1.9

56.5

86.5

21.9

7.4

0.4

173.6

4. เสมียน

0.9

58.5

78.5

4.6

5.0

-

147.5

5. พนักงานบริการและผู้จำหน่ายสินค้า

35.3

72.4

242.5

443.2

207.1

0.5

1001.0

6. ผู้ปฏิบัติงานที่มีฝีมือในด้านการเกษตรป่าไม้ และประมง

81.0

9.8

393.6

972.9

607.1

2.0

2066.4

7. ช่างฝีมือ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

34.0

13.7

280.4

137.9

41.6

0.3

507.9

8. ผู้ควบคุมเครื่องจักรโรงงานและเครื่องจักรและผู้ปฏิบัติงานด้านการประกอบ

1.6

20.7

136.7

68.7

4.7

-

232.4

9. ผู้ประกอบอาชีพงานพื้นฐาน

2.1

31.3

378.8

63.4

32.2

-

507.9

10. คนงานซึ่งมิได้จำแนกไว้ในหมวดอื่น

-

0.3

-

-

-

-

0.3

ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ด้านการศึกษา 1.จำนวนสถานศึกษาในภาคใต้

จังหวัด

จำนวน (สถานศึกษา)

กระบี่

299

ตรัง

383

นครศรีธรรมราช

1040

นราธิวาส

464

ภูเก็ต

114

ปัตตานี

461

พังงา

213

พัทลุง

338

ระนอง

126

สงขลา

731

สตูล

231

สุราษฎร์ธานี

681

ยะลา

321

ชุมพร

330

ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ

ด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร

1. สถิติการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน

การใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เทคโนโลยีอื่นๆ

การใช้อินเทอร์เน็ต

ภาค/ เขตการปกครอง

รวม

ใช้

ไม่ใช้

รวม

ใช้

ไม่ใช้

ภาคใต้

ในเขตเทศบาล

2,452,810

1,151,675

1,301,135

2,452,810

1,038,240

1,414,570

นอกเขตเทศบาล

6,350,595

1,915,581

4,435,014

6,350,595

1,522,700

4827895

ที่มา: การสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ครัวเรือน) พ.ศ. 2551 สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร2.ด้านสถิติการใช้เทคโนโลยี

สถิติการมีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในภาคใต้

ภาค/ เขตการปกครอง

รวม

ใช้

ไม่ใช้

ภาคใต้

ในเขตเทศบาล

2,452,810

1,910,028

542,782

นอกเขตเทศบาล

6,305,595

4,294,503

2,056,092

ที่มา: การสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ครัวเรือน) พ.ศ. 2551 สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

การใช้พลังงานรายจังหวัด รวมทุกสาขา (ภาคใต้) ปี 2544-2556

จังหวัด

บ้านที่อยู่อาศัย

เกษตรกรรม

อุตสาหกรรม

ธุรกิจการค้า

การขนส่ง

อื่นๆ

กระบี่

320

15

6,029

243

1,174

12

ชุมพร

436

101

1,515

255

2,661

9

ตรัง

2,706

148

3,789

226

1,278

7

นครศรีธรรมราช

49,479

142

9,215

426

5,436

103

นราธิวาส

1,101

18

1,360

143

497

8

ปัตตานี

5,607

193

896

122

845

2

พังงา

251

35

1,979

198

988

10

พัทลุง

253

22

1,734

127

596

2

ภูเก็ต

519

36

664

781

2,511

30

ยะลา

291

4

1,826

168

513

8

ระนอง

132

44

497

91

533

1

สงขลา

1,152

117

10,554

824

9,219

36

สตูล

164

56

930

95

576

5

สุราษฏร์ธานี

958

38

10,603

695

6,499

53

รวม

63,369

967

51,519

4,393

33,326

288

ที่มา : การใช้พลังงาน กระทรวงพลังงาน

สถิติจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้า(ราย) ปี2547-2556

จังหวัด

2547

2548

2549

2550

2551

2552

2553

2554

2555

2556

กระบี่

82,696

88,297

93,627

100,687

106,404

113,170

118,852

124,081

129,598

135,775

ชุมพร

118,989

129,203

134,253

140,454

146,378

152,377

157,924

163,414

169,866

176,000

ตรัง

132,778

139,360

145,220

152,079

157,333

162,590

168,218

173,867

179,671

184,877

นครศรีธรรมราช

338,692

353,092

363,754

377,004

387,121

398,929

412,558

426,332

441,733

455,815

นราธิวาส

131,116

134,316

138,412

142,038

145,446

149,622

154,489

159,649

164,406

168,897

ปัตตานี

128,578

127,106

130,058

133,134

136,389

140,215

144,736

149,214

154,549

159,439

พังงา

56,768

62,103

67,063

70,810

73,992

76,514

78,719

80,670

82,883

85,030

พัทลุง

120,152

126,130

130,379

135,173

139,144

143,782

148,451

153,101

158,323

162,927

ภูเก็ต

98,504

102,160

109,326

119,146

128,601

135,912

144,251

151,564

160,892

171,449

ยะลา

97,246

103,168

106,281

10,8891

111,853

115,265

119,788

123,890

128,724

132,824

ระนอง

41,227

42,553

44,297

46,205

48,392

50,490

53,035

56,017

58,623

61,097

สงขลา

315,487

331,600

342,838

355,981

366,903

379,685

393,100

408,680

424,339

441,968

สตูล

60,488

64,068

66,521

69,374

71,867

74,680

77,972

81,192

84,732

88,232

สุราษฎร์ธานี

59,632

65,572

71,771

77,310

82,447

87,518

94,059

98,358

102,540

107,772

ที่มา : การประปาส่วนภูมิภาค

 

สถิติจำนวนผู้ใช้น้ำ (ราย) ปี 2547-2556

จังหวัด

2547

2548

2549

2550

2551

2552

2553

2554

2555

2556

กระบี่

16,030

18,307

20,185

21,708

23,370

25,325

26,946

28,237

29,645

29,982

ชุมพร

26,757

30,370

32,436

33,635

35,195

37,147

39,402

41,650

43,561

44,774

ตรัง

24,177

26,596

28,242

30,624

32,491

33,989

35,892

37,470

39,043

41,320

นครศรีธรรมราช

29,096

31,753

34,073

36,087

37,769

39,844

42,735

45,143

47,884

50,203

นราธิวาส

18,584

19,634

20,263

20,828

21,602

22,533

23,594

24,482

25,632

26,948

ปัตตานี

1,927

2,026

2,077

2,124

2,179

2,233

2,247

2,317

2,389

2,429

พังงา

7,933

8,690

9,670

10,312

10,941

11,614

12,157

12,637

12,990

13,676

พัทลุง

12,268

13,059

13,676

14,465

15,253

16,070

16,588

17,246

18,086

18,912

ภูเก็ต

18,774

22,085

25,412

28,495

30,950

34,658

38,085

41,374

45,341

49,079

ยะลา

8,814

9,343

9,732

10,071

10,344

10,640

10,823

11,175

11,605

11,984

ระนอง

10,628

11,186

11,579

12,175

12,627

13,198

14,103

15,156

15,967

16,447

สงขลา

74,706

83,075

89,424

95,363

101,205

107,002

112,428

117,987

123,951

130,836

สตูล

11,528

12,813

14,143

14,940

15,971

16,936

18,146

19,420

20,482

21,708

สุราษฏร์ธานี

59,632

65,572

71,771

77,310

82,447

87,518

94,059

98,358

102,540

107,772

ที่มา : การประปาส่วนภูมิภาค

 

ทิศทางการพัฒนากลุ่มจังหวัด                                

                   1.  กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย  ประกอบด้วยชุมพร  สุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช และพัทลุง  เน้นการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตจากน้ำมันปาล์ม  พัฒนาการปลูกข้าวและการเลี้ยงปศุสัตว์  พัฒนาการเกษตรยั่งยืนเพื่อผลิตสินค้าเกษตรเชิงคุณภาพ  พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บริเวณชายฝั่งทะเลและการเตรียมความพร้อมพื้นที่ที่มีศักยภาพรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ๆ

                   2. กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย ระนอง พังงา  ภูเก็ต  กระบี่ และตรัง  เน้นการรักษาความมีมนต์เสน่ห์ของศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล  เพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ  พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลและบนบก  และพัฒนาบุคลากรรองรับการท่องเที่ยว

                   3.  กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายเลน ประกอบด้วย สงขลา  สตูล  ปัตตานี  ยะลา และนราธิวาส  เน้นการคุ้มครองความปลอดภัย  การอำนวยความเป็นธรรมเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ และสร้างภูมิคุ้มกัน  แก่คนกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ  การเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้แก่ผู้มีรายได้น้อย  การพัฒนาคุณภาพคนเพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิต  การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ  และการบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

การใช้ประโยชน์ที่ดิน

1)พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ลุ่มใช้ทำนาและส่วนใหญ่ปลูกข้าวโดยอาศัยน้ำฝน มีส่วนน้อยที่อยู่ในเขตชลประทาน บางพื้นที่มีการยกร่องเพื่อปลูกยางพาราและไม้ผลหรือถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่ลุ่มชายฝั่งทะเลใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 

2)พื้นที่ดอน พื้นที่ที่มีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาหรือเป็นพื้นที่ลาดชันเชิงซ้อนส่วนใหญ่จะเป็นป่าตามธรรมชาติ แต่มีการบุกรุกเพื่อใช้ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน กาแฟและไม้ผล ส่วนพื้นที่ดอนที่เป็นพื้นที่ราบและมีความลาดชันไม่มากนักจะนำมาใช้ปลูกยางพารา ไม้ผล ปาล์มน้ำมัน กาแฟ มะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ พืชไร่ พืชผัก ไม้ยืนต้นและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์

ระบบโครงสร้างน้ำและการชลประทาน

       ภาคใต้มีเขื่อนและอ่างเก็บน้ำสำคัญขนาดใหญ่ 2 แห่ง ความจุเก้บกักรวม (Capacity) ประมาน 7,044 ลบ.ม. อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำที่สามารถเก็บกักได้จริงในแต่ละปี มีประมาณร้อยละ 70 ของความจุ นอกจากนี้แหล่งน้ำประเภทอื่นๆ เช่น บ่อน้ำสาธารณะและบ่อบาดาลในพื้นที่ชนบท ในปัจจุบันบ่อน้ำสาธารณะและบ่อบาดาลดังกล่าวหลายแห่งไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพดดยมีจำนวนบ่อน้ำสาธารณะที่สามารถใช้งานได้ร้อยละ 55 และบ่อน้ำบาดาลสาธารณะร้อยละ 69 สภาพปัญหาในเรื่องระบบโครงสร้างน้ำและการชลประทานยังมีพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่สามารถให้บริการน้ำได้อย่างมรประสิทธิภาพ ขณะที่ปัญหาคุณภาพน้ำยังมีมากในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำปัตตานี เนื่องจากเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมและบ้านเรือน อีกทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำในภาคใต้ยังคงมีข้อจำกัด เนื่องจากลุ่มน้ำที่มีลักษณะของทางน้ำสั้นไม่เหมาะกับการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สำหรับการพัฒนาแหล่งน้ำภาคใต้ในอนาคตพบว่า ลุ่มน้ำนาปี มีศักยภาพสูงในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเป็นแหล่งน้ำหลัก

(ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย)

       มูลค่าการค้าต่างประเทศผ่านด่านศุลกากรในภาคใต้ เดือนมิถุนายน 2557 มีมูลค่ารวม 2,429.9 ล้านดอลลาร์สรอ. ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมูลค่าการส่งออกลดลงร้อยละ 3.6 ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 37.6

       การส่งออก มีมูลค่า 1,318.2 ล้านดอลลาร์สรอ. ลดลงร้อยละ 3.6 โดยมูลค่าการส่งออกยางพาราลดลงร้อยละ 27.7 นอกจากนี้สินค้าส่งออกสำคัญที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ ไม้ยางพาราแปรรูป อาหารบรรจุกระป๋อง และสัตว์น้ าแช่แข็งลดลงร้อยละ 23.1 13.7 และ5.1ตามลำดับขณะที่สินค้าส่งออกส าคัญที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ น้ ามันปาล์มและถุงมือยางเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 20.1 และ 4.9 ตามลำดับ

       การนำเข้า มีมูลค่า 1,111.7 ล้านดอลลาร์สรอ. เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีก่อน ร้อยละ 37.6 จากการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 97.9 โดยมีการนำาเข้าเรือสนับสนุนกิจการปิโตรเลียมและเฮลิคอปเตอร์ ผ่านด่านศุลกากรสงขลา และส่วนประกอบเครื่องจักรผลิตน้ ามันปาล์มผ่านด่านวังประจัน อกจากนี้สินค้าน าเข้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ น้ ามันเชื้อเพลิงร้อยละ 18.7 โดยส่วนหนึ่งเป็นการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ส หรับฐานขุดเจาะปิโตรเลียมผ่านด่านศุลกากรสงขลา สำหรับสินค้านำเข้าสำคัญที่ลดลง ได้แก่ อุปกรณ์ก่อสร้าง สัตว์น้ำแช่แข็ง และน้ำยางสังเคราะห์

มูลค่าการค้าต่างประเทศผ่านด่านศุลกากรภาคใต้

V

 

v1 v2

โครงการลงทุนท่ีสำคัญของภาครัฐ

Invest S th

ที่มา : โครงการลงทุนภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

การลงทุนภาคเอกชน

       ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนดัชนีการลงทุนภาคเอกชนในเดือนมิถุนายน 2557 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนอย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนดัชนีการลงทุนภาคเอกชนยังหดตัวร้อยละ 4.4 ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่ยังคงหดตัวจากฐานที่สูงในปีก่อนประกอบกับภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่มีอุปทานส่วนเกิน ส่งผลให้พื้นที่ขอรับอนุญาตก่อสร้างหดตัวร้อยละ 2.1 สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ที่ หดตัวร้อยละ 5.4 อย่างไรก็ตามมูลค่าการนำเข้าสินค้าทุนในเดือนนี้ขยายตัวมากจากเดือนเดียวกันปีก่อนเนื่องจากมีการนำเข้าเรือเพื่อใช้ในธุรกิจปิโตรเลียมและเฮลิคอปเตอร์ ทำให้มูลค่านำเข้าสินค้าทุนขยายตัวถึงร้อยละ 115.9

การส่งเสริมการลงทุน  ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

       ในเดือนมิถุนายน2557โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 3 โครงการ เงินลงทุนทั้งหมด 245.8ล้านบาท มูลค่าเงินลงทุนหดตัวจากเดือนเดียวกันปีก่อนร้อยละ 93.6 เนื่องจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกิน 200.0 ล้านบาท ยังคงอยู่ในกระบวนการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในเดือนนี้เป็นการลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวล มูลค่า 140.0 ล้านบาท ธุรกิจปาล์มน้ำมันมูลค่า 65.0 ล้านบาท และธุรกิจผลิตชิ้นส่วนเครื่องเรือน มูลค่า 40.8 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนในจังหวัดตรัง พัทลุง และสงขลา

       ไตรมาสที่ 2 ปี 2557 การลงทุนภาคเอกชนหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 5.3 โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่ยังคงหดตัวเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อนจากมาตรการรถยนต์คันแรก ประกอบกับการลงทุนในหมวดก่อสร้างที่ลดลงตามการชะลอตัวของภาวะอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง ทำให้การนำเข้าสินค้าทุนหดตัวเช่นกัน

       แนวโน้มไตรมาสที่ 3 ปี 2557 การลงทุนภาคเอกชนมีทิศทางขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจทั้งภายในและต่างประเทศ ประกอบกับภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ การเร่งอนุมัติโครงการของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และเร่งจัดท างบประมาณปี 2558 ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในอนาคต

 ยุทธศาสตร์การพัฒนา

                  1. การเสริมสร้างความเข้มแข็งภาคการผลิตหลักให้เจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป  พัฒนาประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตสินค้าอาหาร  พัฒนาการท่องเที่ยว

                  2.  ขยายฐานเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มความหลากหลายของแหล่งสร้างรายได้และการจ้างงานให้แก่ ภาคโดยพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบโครงการ JDS และกรอบโครงการ IMT-GT  พัฒนารองรับการขยายการลงทุนอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของประเทศ  และพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางทะเล

                  3.  พัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพและมีภูมิคุ้มกันที่ดีเพื่อเสริมสมรรถนะการพัฒนา โดยการพัฒนาความรู้ คุณธรรม และสุขภาวะ  การสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของคนจนคนด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งตนเองได้การพัฒนาศักยภาพคนเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตและเพิ่มโอกาสด้านอาชีพและรายได้ และการอำนวยความเป็นธรรมและสร้างภูมิคุ้มกันแก่คนกลุ่มเสี่ยงเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                  4.  เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมระดับชุมชน โดยสร้างกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนสู่การพึ่งตนเอง  พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนโดยการเพิ่มโอกาสการมีรายได้จากทรัพยากรในท้องถิ่นและส่งเสริมการใช้กระบวนการชุมชนเข้มแข็งเพื่อสร้างสันติสุขโดยเฉพาะการใช้กระบวนการชุมชนเข้มแข็งแก้ไขปัญหายาเสพติด

                  5.  ฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อรักษาสมดุลเชิงนิเวศน์อย่างยั่งยืนโดยฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อรักษาความสมดุลเชิงนิเวศน์  สร้างความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นฐานการผลิตอย่างยั่งยืน  และควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบด้านคุณภาพชีวิต

โครงการที่สำคัญ (Flagship Project)

  1. โครงการพัฒนาสงขลาเป็นศูนย์กลางการผลิตการแปรรูปและค้ายางพาราของประเทศ
  2. โครงการพัฒนาสุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร
  3. โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังและลุ่มน้ำทะเลสาปสงขลาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ
  4. โครงการพัฒนาธุรกิจบริการกลุ่ม Mice และ Marina เกาะภูเก็ต
  5. โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาราลในจังหวัดชายแดนภาคใต้
  6. โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้
  7. โครงการพัฒนาแรงงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อไปทำงานในต่างประเทศ
  8. โครงการพัฒนาข้าวสังข์หยดเป็นสินค้าเชิงคุณภาพ
  9. โครงการผลิตสินค้าอาหารฮาราลระดับชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบครบวงจร
  10. โครงการอ่าวปัตตานี (ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของชายฝั่งทะเล)
  11. โครงการฟื้นฟูการทำนาในพื้นที่นาร้างในจังหวัดชายแดนภาคใต้

สรุปกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

บทบาทการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมอาเซียน

                  พัฒนาโดยใช้กรอบความร่วมมือระหว่างไทย-มาเลเซีย (JDS) และกรอบความร่วมมือเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดจีน-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) โดยพัฒนาเมืองชายแดนและเขตเศรษฐกิจชายแดนเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยพัฒนาด่านในจังหวัดสงขลา สตูล ยะลาและนราธิวาส เป็นประตูการค้า การท่องเที่ยวและขนส่งกับมาเลเซียและสิงค์โปร์พัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนสะเดา บูกิตกายูฮิดัม เชื่อมโยงกับเขตการพัฒนาเศรษฐกิจของมาเลเซีย พัฒนาทางหลวงพิเศษ(Motor Way)สายหาดใหญ่-ชายแดนมาเลเซีย รวมทั้งพัฒนาทักษะด้านภาษาและฝีมือแรงานให้พร้อมรองรับการเปิดเสรีทางการค้า การลงทุนและการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ทิศทางการพัฒนา ด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

        เศรษฐกิจ   มุ่งเน้นพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม สร้างความมั่นคงด้านอาชีพการเกษตรแก่เกษตรกรรายย่อย และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร พัฒนาและส่งเสริมการผลิตและแปรรูปพืชและสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ของภาค ส่งเสริมการผลิตพืชพลังงาน พัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปยางและไม้ยางพารา ปาล์มน้ํามัน แปรรูปอาหารทะเล ด้านการท่องเที่ยว รักษาแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีคุณภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนําให้เป็นแหล่งสร้างรายได้ที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามันกับเกาะสมุย-เกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีและพัฒนา MICE และ Marina ในพื้นที่ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอ่าวไทย ในจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช กับหัวหิน และชะอํา

       สังคม  พัฒนาคนและชุมชนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้และเป็นธรรม สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้คู่คุณธรรม โดยพัฒนาคุณภาพการศึกษา ครูผู้สอน สื่อการเรียนการสอน และหลักสูตรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมค่านิยมไทย ส่งเสริมการสร้างสุขภาพและลดความเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ และ ศึกษา รวบรวม และจัดระบบองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและท้องถิ่นที่เข้าถึงได้ง่าย สร้างความมั่นคงและความเป็นธรรมในสังคม โดย เสริมสร้างครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง ฟื้นฟูและส่งเสริมการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นเพื่อเป็นพลังยึดเหนี่ยวของครอบครัวและชุมชน เสริมสร้างบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชนให้มีความแข็งแกร่ง โดยเน้นการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผลิตสินค้าOTOP และการรวมกลุ่มอาชีพของคนในชุมชน พร้อมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามแนวทางสันติวิธีและการตระหนักในคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม

       ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  คุ้มครองพื้นที่ป่า พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ชุ่มน้ํา พื้นที่ชายฝั่งทะเล ฟื้นฟูและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งทะเลให้สอดคล้องกับความสามารถในการรองรับได้ของพื้นที่ (Carrying capacity) เร่งแก้ไขปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาคุณภาพน้ําเสื่อมโทรมในแหล่งน้ําธรรมชาติที่เป็นแหล่งน้ํากินน้ําใช้และแหล่งน้ําเพื่อการเกษตร พัฒนาแหล่งน้ําให้เพียงพอกับการต้องการในพื้นที่ขาดแคลน แก้ไขปัญหาขยะและน้ําเสียในชุมชน ด้านการท่องเที่ยวพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหลักที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาค เช่น เกาะภูเก็ต เกาะพีพีเกาะหลีเป๊ะ เกาะสมุย เมืองหาดใหญ่ เมืองสุราษฎร์ธานี สนับสนุนการวางแผนป้องกันและจัดให้มีระบบเตือนภัยพิบัติจากธรรมชาติทุกประเภท

ทิศทางการพัฒนาภาคในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่11 พ.ศ.2554-2559

สถานการณ์ภายนอกที่มีผลต่อการพัฒนาภาคใต้

  1. การพัฒนาด่านชายแดน เมืองชายแดนและเขตเศรษฐกิจชายแดนไทย
  2. ใช้ประโยชน์จากความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจภาคใต้
  3. การเป็นประตูการค้าและการขนส่งเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านด้านใต้และนานาชาติ
  4. กระบวนการบริหารภาครัฐอ่อนแอ
  5. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ระบบเศรษฐกิจของภาค

 ทิศทางการพัฒนาภาคในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่11 พ.ศ.2554-2559

     ภาวะเศรษฐกิจภาคใต้  หดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามการลดลงของการผลิตทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลต่อรายได้จากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหลักของภาคใต้ ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และความไม่สะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลาย ส่งผลให้ความเชื่อมั่นปรับดีขึ้น จึงเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งการอุปโภคบริโภคและการลงทุนในภาคการก่อสร้าง ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เงินเฟ้อชะลอลงตามราคาอาหารสดและพลังงานเป็นสำคัญ1.ภาคเกษตรกรรม

       เดือน มิถุนายน 2557 รายได้เกษตรกรยังคงหดตัว โดยดัชนีรายได้เกษตรกรหดตัวร้อยละ 13.0 จากระยะเดียวกันปีก่อน ตามดัชนีราคาสินค้าเกษตรส าคัญที่ลดลงร้อยละ 13.7เนื่องจากการลดลงของราคายางพาราและกุ้งขาวในขณะที่ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.8 ชะลอจากที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 ในเดือนก่อน ตามผลผลิตปาล์มน้ ามันที่มีแนวโน้มออกสู่ตลาดน้อยลง

อัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนีรายได้ ผลผลิต และราคาสินค้าเกษตรสำคัญของภาคใต้

Income

 

ที่มา : คำนวณจากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและกรมการค้าภายใน

2.ภาคอุตสาหกรรม

       เดือน มิถุนายน 2557 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเมื่อปรับปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 5.9 แต่เมื่อเทียบกั บเดือนเดียวกันปีก่อนการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 ตามการขยายตัวเกือบทุกอุตสาหกรรม ยกเว้นอุตสากรรมอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบกุ้ง

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมภาคใต้

ProducIndus S th

 

ที่มา : คำนวณจากข้อมูลของด่านศลุกากรภาคใต้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดและบริษัท THAISARCO

 

3.ภาคบริการการท่องเที่ยว

       การท่องเที่ยวภาคใต้ในเดือนมิถุนายน 2557 หดตัวจากผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง ท าให้หลายประเทศประกาศเตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทย ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวลดลง อีกทั้งปลายเดือนเป็นเทศกาลถือศีลอด(รอมฎอน) โดยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 74.4 ลดลงร้อยละ 22.3 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางผ่านตรวจคนเข้าเมืองในภาคใต้เดือนนี้มีจ านวน 429,124 คน ลดลงจากเดือนเดียวกันปีก่อนร้อยละ 20.6 และหากปรับฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 18.6 ส าหรับอัตราการเข้าพักโรงแรมในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ร้อยละ 45.4 ลดลงจากเดือนเดียวกันปีก่อนซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 55.9

travel S th  

4.การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน

       ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนในเดือนมิถุนายน 2557 เริ่มฟื้นตัวตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่คลายความกังวลจากสถานการณ์ทางการเมืองส่งผลให้ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 3.9 จากระยะเดียวกันปีก่อนเครื่องชี้มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นในทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวร้อยละ 11.8 จากธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้นหลังจากปัญหาการเมืองได้คลี่คลาย นอกจากนี้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เครื่องชี้ดัชนีการอปุโภคบริโภคภาคเอกชนภาคใต้

E: ตัวเลขประมาณการ

consome S th

ที่มา : คำนวณโดยธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้

http://122.155.9.68/identity/index.php/south https://wiki.stjohn.ac.th/groups/poly_ordinarycourse/wiki/17e8a/_10__.html http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/Thai/South/EconomicReport/DocLib_Structure/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89.pdf http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/Thai/South/EconomicReport/EconomicReport/Doc%20Lib_/full_Feb55.pdf http://www.ksmecare.com/Article/82/29615/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89 http://www.mtp.rmutt.ac.th/?p=2396 http://www.nesdb.go.th/Portals/0/eco_datas/account/gpp/2011/Gross%20Regional%20and%20Provincial%20Product%202011%20chain%20volume%20measures.pdf http://122.155.9.68/identity/index.php/south https://wiki.stjohn.ac.th/groups/poly_ordinarycourse/wiki/17e8a/_10__.html http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/Thai/South/EconomicReport/DocLib_Structure/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89.pdf http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/Thai/South/EconomicReport/EconomicReport/Doc%20Lib_/full_Feb55.pdf http://www.ksmecare.com/Article/82/29615/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89 http://www.mtp.rmutt.ac.th/?p=2396 http://www.nesdb.go.th/Portals/0/eco_datas/account/gpp/2011/Gross%20Regional%20and%20Provincial%20Product%202011%20chain%20volume%20measures.pdf http://www.numsai.com/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89.html  file:///C:/Users/asc/Desktop/South05.pdf  http://website2556.moj.go.th/upload/mini110_download/uploadfiles/1012_6869.doc. http://osl101.ldd.go.th/soilgr_man/south/gen_south.htm  file:///C:/Users/asc/Desktop/South05.pdf  http://website2556.moj.go.th/upload/mini110_download/uploadfiles/1012_6869.doc.

http://osl101.ldd.go.th/soilgr_man/south/gen_south.htm

JoomSpirit