ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

map northeast zps153657b4ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ประกอบด้วย 20 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี และ อุบลราชธานี และ บึงกาฬ

มีพื้นที่ประมาณ 170,226 ตารางกิโลเมตร หรือ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งประเทศ ตั้งอยู่บนที่ราบสูงโคราช ภูมิประเทศ ทั้งภาคยกตัวสูงเป็นขอบแยกตัวออกจากภาคกลางอย่างชัดเจน ประกอบด้วยเทือกเขาสูงทางทิศตะวันตกและทิศใต้ เทือกเขาทิศตะวันตกมีความสูงเฉลี่ย 500-1,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มียอดเขาที่สูงที่สุดในภาคอีสานคือ ยอดภูหลวง มีความสูง 1,571 เมตร และภูกระดึงสูง 1,325 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย แม่น้ำพรม แม่น้ำชีและลำตะคอง ทางด้านทิศใต้มีเทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาพนมดงรัก กั้นระหว่างภาคอีสานของไทย กับกัมพูชา และลาว มีความสูงเฉลี่ย 400-700 เมตรยอดเขาเขียวเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดอยู่ทางตอนใต้ สูงประมาณ 1,292 เมตรส่วนตอนกลางของภาคมีเทือกเขาภูพานทอดตัวจากเหนือลงสู่ทิศใต้ แบ่งภาคอีสานออกเป็น 2 ส่วน คือ แอ่งโคราช คือ บริเวณแถบลุ่มแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล มีพื้นที่ 3 ใน 4 ของภาคอีสานทั้งหมด
แอ่งสกลนคร คือบริเวณตอนเหนือของเทือกเขาภูพาน และบริเวณที่ราบลุ่มน้ำโขงแม้ว่าชาวอีสานที่อาศัยอยู่ในที่ราบสูงโคราชนี้ จะประกอบด้วยกลุ่มชนหลายเผ่า เช่น ชาวไทยอีสาน ลาว เวียดนาม(ญวน) เขมร ส่วย (กุย) แสก ย้อ ผู้ไทย กะโส้ (โซ่) รวมทั้งไทยโคราช ซึ่งแต่ละเผ่ามีความแตกต่างกันทั้งทางด้านภาษา ศิลปวัฒนธรรมประเพณี วิถีการดำเนินชีวิต แต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยึดมั่นอยู่ในจารีตประเพณี ที่เรียกว่า "ฮีตบ้านคองเมือง" และ "ฮีตสิบสอง คองสิบสี่" สอนให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ร่วมกิจกรรมสังคมและ งานบุญงานกุศลเป็นประจำ ทำให้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของกลุ่มชนต่างๆ เหล่านี้มีความสงบสุขตลอดมาตราบถึงปัจจุบันด้วยอุปนิสัยขยันขันแข็ง และสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ จิตใจผ่องใสอ่อนโยน และเวลาที่ว่างจากการทำนา จึงคิดค้นสร้าง สรรค์งานศิลป์ในรูปแบบต่างๆ เช่น ผ้าไหมลายสวย ผ้าฝ้ายทอมือที่นับวันจะหายาก ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องจักสาน และเครื่องปั้นดินเผา เดิมผลิตเพื่อใช้เองในครัวเรือนและแลกเปลี่ยนระหว่างกันในชุมชน ต่อมาผลิตได้เป็นจำนวนมากจึงนำออกจำหน่ายสร้างรายได้แก่ครอบครัวอีกทางหนึ่ง ความอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติที่สวยงามบนยอดเขาสูงหลายแห่ง แหล่งรวมอารยธรรมโบราณนับพันปี ที่ทรงคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนวัฒนธรรมพื้นบ้าน วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และความมีน้ำใจของชาวอีสาน ยังคงเป็นเสน่ห์ที่มัดใจ ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง

ลักษณะภูมิประเทศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14 และ 19 องศาเหนือ และระหว่างเส้นแวงที่ 101 และ 106 องศาตะวันออก มีพื้นที่ 105.5 ล้านไร่ หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศ ประกอบด้วย 20จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ บึงกาฬ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี และอุบลราชธานีลักษณะภูมิประเทศ ประกอบด้วยทิวเขาที่สำคัญ ได้แก่ ทิวเขาเพชรบูรณ์ 1 ทิวเขาดงพญาเย็น ทิวเขาสันกำแพง ทิวเขาพนมดงรัก และทิวเขาภูพาน แม่น้ำที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำชี ยาวประมาณ 765 กิโลเมตร และแม่น้ำมูล ยาวประมาณ 750 กิโลเมตรลักษณะภูมิอากาศ เป็นแบบร้อนชื้นสลับร้อนแห้งแล้ง หรือทุ่งหญ้าเมืองร้อน ปริมาณฝนตกเฉลี่ยต่อปีประมาณ 1,200 มิลลิเมตร ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ฤดูหนาวอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ และฤดูร้อนอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 26-27 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 8 องศาเซลเซียส และในฤดูร้อนอุณหภูมิสูงสุดถึง 41 องศาเซลเซียสภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะแยกตัวออกจากภาคเหนือและภาคกลางอย่างเด่นชัด ทั้งนี้เพราะการยกตัว ของแผ่นดินสองด้าน คือ ด้านตะวันตก และด้านใต้ ทำให้E410E1C0E190E170E350E480E2D0E340E2A0E320E190 zps0db56c15ภูมิประเทศตะแคงลาดเอียงไปทางตะวันออก การยกตัวของ แผ่นดิน ด้านตะวันตกทำให้เกิดขอบสูงชันตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ต่อไปยังแนวเทือกเขาดงพญาเย็น โดยที่ด้านขอบชันหันไปทางตะวันตกต่อบริเวณที่ราบภาคกลาง ภูมิประเทศทางด้านใต้ตามแนวเทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาดงรัก แผ่นดินยกตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกับทางด้านตะวันตกโดยที่หันด้านขอบชันไปทางประเทศกัมพูชาคล้ายๆ กับพื้นที่ตะแคงหรือเอียงไปทางเหนือ บริเวณทางตอนกลางของภาค มีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายกระทะทางลุ่มแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลทั้งนี้เพราะแนวเทือกเขาภูพานทอดยาวค่อนไปทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของภาคในแนวทิศตะวันออกเฉียงใต้- ตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนทางตอนบน เป็นแอ่งหนอง หารและที่ราบลาดเอียงไปทางแม่น้ำโขง ลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาโดยทั่วๆ ไปของภาคนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินชั้น ซึ่งมีหินทรายและชั้นเกลือแทรกอยู่ในบางบริเวณ จากการสำรวจพบว่าบางแห่งความหนาของชั้นเกลือนับเป็นร้อยเมตร หินดานที่เป็นหินทรายเหล่านี้เมื่อสึกกร่อนสลายตัวไปเป็นดินทราย ขาดความอุดมสมบูรณ์และไม่เก็บน้ำ ทำให้เกิดปัญหาความแห้งแล้งซึ่งปรากฏอยู่ทั่วๆ ไปในภูมิภาคนี้ ทั้งๆ ที่บางบริเวณมีปริมาณฝนมากกว่าภาคกลางของประเทศภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งเขตย่อยตามลักษณะและโครงสร้างได้ 4 บริเวณด้วยกัน คือ บริเวณภูเขาและที่สูงด้านตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่ตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ในเขต ข.เลย ขอนแก่น ทอดยาวมาเชื่อมต่อกับเทือกเขาดงพญาเย็นในเขต จ.ชัยภูมิ และนครราชสีมา ลักษณะภูมิประเทศบริเวณนี้ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยภูเขาหินทราย ชุดพระวิหารภูพานและชุดภูกระดึง การกัดเซาะสึกกร่อนบางแห่งยังคงลักษณะภูมิประเทศ เป็นภูเขาที่มีด้านราบและมีขอบชัน (mesa or table land) เช่น ภูกระดึง เขาใหญ่ เป็นต้น เทือกภูเขาสูงเป็นแหล่งเกิดของแม่น้ำลำธารสายสำคัญๆ ที่ไหลไปทางตะวันออก ตามแนวลาดเอียงของภูมิประเทศ ได้แก่ แม่น้ำชี แม่น้ำพอง แม่น้ำพรม แม่น้ำเชิญ และลำธารสายสั้นๆ อีกมากมายบางบริเวณภูมิประเทศเป็นที่สูงสลับลูกเนินเตี้ยๆ มีที่ราบแคบๆ ในเขต จ.ชัยภูมิ เขตนี้บางแห่งยังมีป่าดงดิบที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศ ปัจจุบันป่าดังกล่าวถูกก่นถาง เพื่อทำไร่บริเวณเทือกเขาสันกำแพงและเทือกเขาดงรัก ภูมิประเทศทางด้านใต้ของภาคนี้ ด้านที่ติดกับประเทศกัมพูชา พื้นที่ถูกยกตัวสูงขึ้นขนานไปตามแนวละติจูดบริเวณ ประเทศไทย เป็นที่สูงลาดเอียงไปทางเหนือ ส่วนในประเทศกัมพูชาเป็นที่ราบต่ำ จึงมักจะเรียกกันว่าเขมรสูงและเขมรต่ำ แนวเทือกเขาสูงดังกล่าวเป็นแหล่งของต้นน้ำลำธารหลาย สาย เช่น ลำตะคอง ลำพระเพลิง แม่น้ำมูล ลำปลายมาศ ห้วยขะยูง ลำโคมใหญ่และลำโคมน้อย สาขาเหล่านี้ไหลลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงในที่สุด ภูมิประเทศที่เป็นที่ราบเชิงเขา มีการกัดเซาะสึกกร่อน บางแห่งเป็นภูมิประเทศมีทั้งที่สูงที่ต่ำสลับกันไปเช่นเดียวกับที่ราบลูกฟูก นอกจากหินชั้นแล้ว บางแห่งยังมีหินอัคนี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินบะซอลท์ ยุคเทอร์เชียรี แทรกดันตัวขึ้นมาเป็นหย่อมๆ ในเขต จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีษะเกษ บางบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล จัดเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำที่มี อาณาบริเวณกว้าง ขวางที่สุดในภูมิภาค นี้บาง แห่งภูมิประเทศเป็นที่ราบลูกฟูก สลับลูกเนิน ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ที่ราบลุ่มแม่น้ำทั้งสองนี้ เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ ประกอบกับบางบริเวณแม่น้ำไหลคดเคี้ยว โค้งตะวัด (meangers) และบางแห่งแม่น้ำลัดทางเดิน จึงมีทะเลสาบรูปแอกปรากฏอยู่ทั่วๆ ไป ประชากรตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตนี้หนาแน่นกว่าเขตอื่นๆ ของภาคส่วนใหญ่มักจะรวมกันอยู่บน ที่ดอนเป็นกลุ่มๆ ซึ่งลักษณะการตั้งบ้านเรือนดังกล่าวแตกต่างไปจากการตั้งบ้านเรือนในบริเวณภาคกลางของประเทศ สาขาของแม่น้ำชีในส่วนที่เกิดจากเทือกเขาภูพาน เช่น ลำเซ ห้วยเซบก ไหลลงสู่แม่น้ำชี และไปรวมกับแม่น้ำมูลระหว่าง อ.เขื่องใน กับ อ.วารินชำราบ ในเขต จ.อุบลราชธานี และแม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขงในเขต จ.อุบลราชธานีเช่นเดียวกันแอ่งที่ราบโคราช (Korat basin) เป็นที่ราบต่ำที่อยู่ทางตอนล่าง (ด้านใต้) ของภาค เริ่มตั้งแต่บริเวณชายขอบของเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งอยู่ทางด้านใต้ขึ้นไปทางเหนือจดเชิงเขาภูพานและชายขอบของเทือกเขาพญาเย็น ซึ่งอยู่ทางตะวันตกไปทางตะวันออกจนจดแม่น้ำโขง บริเวณแอ่งโคราชนี้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลูกระนาด สลับกับลุ่มแม่น้ำโดยมีที่สูงอยู่ทางด้านตะวันตกและจะลาดต่ำลงไปทางตะวันออก มีแม่น้ำไหลลงสู่แม่น้ำโขง คือ แม่น้ำชี กับแม่น้ำมูลแอ่งที่ราบสกลนคร (Sakon Nakorn basin) เป็นแอ่งที่อยู่ทางตอนเหนือของภาคมีพื้นที่เล็กกว่าแอ่งที่ราบโคราช เริ่มตั้งแต่บริเวณชายขอบเทือกเขาภูพานขึ้นไปทาง เหนือจนจดริมฝั่งแม่น้ำโขงใน จ.หนองคาย และเริ่มตั้งแต่ภูกระดึงทางตะวันตก ไปจนจดฝั่งแม่น้ำโขงใน จ.นครพนม แอ่งที่ราบนี้จะสูงทางตอนใต้ซึ่งติดกับภูพานแล้วลาดต่ำ ไปทางเหนือและทางตะวันออก แม่น้ำสายต่างๆ ที่ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำโขง คือ แม่น้ำสงคราม แอ่งน้ำจืดหรือทะเลสาบน้ำจืด คือ หนองหาน ที่ จ.สกลนคร กับหนองหาน ที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานีลักษณะภูมิอากาศภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้นสลับร้อนแห้งแล้งหรือฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู ฤดูร้อนอากาศร้อนจัดโดยทั่วไป อุณหภูมิสูงสุด 43.9 องศาเซลเซียส ที่ จ.อุดรธานี ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด โดยทั่วไปอุณหภูมิต่ำสุด 0.1 องศาเซลเซียส ที่ จ.เลย ทั้งนี้เพราะ เป็น ลักษณะอากาศแบบภาคพื้นทวีป
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับฝนอย่างเด่นชัด 2 ทางด้วยกันคือ ฝนจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ได้รับน้อยและไม่สม่ำเสมอเพราะมีทิวเขาเพชรบูรณ์ ดงพญาเย็น สันกำแพง และพนมดงรักกั้นฝนเอาไว้ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนมากจึงเป็นด้านปลายลมของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และฝนจากพายุ ดีเปรสชันที่เคลื่อนที่เข้ามาในทิศทางตะวันออก ไปทางตะวันตกปีละ 3-4 ลูก ทำให้ได้รับฝนเพิ่มขึ้น ซึ่งจังหวัดทางด้านตะวันออกก็จะได้รับฝนมากกว่าจังหวัด ทางด้านตะวันตกเช่นเดียวกัน จังหวัดที่มีปริมาณฝนมากที่สุดของภาคคือ จ.นครพนม จังหวัดที่มีปริมาณฝนน้อยที่สุดคือ จ.นครราชสีมาทรัพยากรธรรมชาติp17 zps3c34317eทรัพยากรดิน
หินเปลือกโลกส่วนใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหินทราย ซึ่งเมื่อสลายตัวจะเป็นดินทรายที่ขาดความอุดมสมบูรณ์และไม่เก็บน้ำ ทำให้เกิดปัญหา ความแห้งแล้งซึ่งปรากฎอยู่ทั่ว ๆ ไปในภูมิภาคนี้ ทั้ง ๆ ที่มีปริมาณฝนเฉลี่ยมากกว่าภาคกลางของประเทศ ทรัพยากรน้ำ
น้ำบนผิวดิน คือ น้ำที่ขังอยู่ตามแม่น้ำ หนอง บึง หรือกุด แต่สภาพทางธรณีวิทยาที่มีภูมิประเทศเป็นลูกคลื่น ผิวดินบางและเป็นดินทรายที่ไม่อุ้มน้ำนั้น เมื่อฝนตกน้ำก็จะไหลลงสู่แม่น้ำอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมในที่ต่ำ และในฤดูแล้งน้ำจะมีการระเหยออกจากผิวดินได้ง่าย จึงมักเกิดความแห้งแล้งขึ้น โดยทั่วไป การพัฒนาแหล่งน้ำบนผิวดินสามารถกระทำได้โดยการสร้างเขื่อน และอ่างเก็บน้ำ ขุดลอกกุดและขุดบ่อเก็บน้ำ โดยรองก้นบ่อด้วยแผ่นพลาสติกหรือ วัสดุอื่นที่กันการไหลซึมของน้ำ เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
น้ำใต้ดิน มีการเจาะน้ำบาดาลโดยกรมทรัพยากรธรณี สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท กรมพัฒนาที่ดิน กรมการปกครอง เป็นต้น ประมาณ ๒๕,๐๐๐ บ่อ ร้อยละ ๓๐ เป็นแหล่งน้ำใต้ดินที่มีความเค็มจนใช้การไม่ได้ เพราะมีหินเกลืออยู่ในระดับตื้นและปริมาณน้ำฝนที่จะไหลซึมลงไปเติมชั้นน้ำบาดาลมีเพียงร้อยละ ๓ ของปริมาณน้ำฝนที่ได้รับเท่านั้นทรัพยากรป่าไม้ จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดตามลำดับคือ จ.ชัยภูมิ (๓,๐๑๑ ตร.กม) จ.เลย (๒,๘๘๙ ตร.กม) จังหวัดที่มีป่าไม้น้อยที่สุดของภาค คือ จ. มหาสารคาม (๓๒ ตร.กม) จังหวัดที่มีป่าไม้ค่อนข้างหนาแน่นที่สุดของภาค คือ จ.อำนาจเจริญ (ร้อยละ ๓๒.๗ ของพื้นที่จังหวัด) จังหวัดที่มีป่าไม้เบาบางที่สุด คือ จ.มหาสารคาม (ร้อยละ ๐.๖ ของพื้นที่จังหวัด)ทรัพยากรแร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีทรัพยากรที่สำคัญ ได้แก่ เกลือหิน แบ่งเป็น ๖ แหล่ง คือ แหล่งชัยภูมิ แหล่งนครราชสีมา แหล่งมหาสารคาม แหล่งยโสธร แหล่งอุบลราชธานี แหล่งอำนาจเจริญ แหล่งอุดรธานี และแหล่งหนองบัวลำภูทรัพยากรสัตว์ป่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เคยเป็นภาคที่อุดมด้วยสัตว์ป่ามาก่อนเพราะเป็นภาคที่มีพืชพรรณเป็นทุ่งหญ้าเมืองร้อนกว้างขวาง ปัจจุบันนี้มีสัตว์ป่าเหลืออยู่น้อยลง ที่เหลืออยู่บ้าง เช่น ตามภู (ภูกระดึง ภูหลวง ภูเรือ ภูหอ) ใน จ.เลย สัตว์ที่พบได้แก่ กระทิง กวาง เก้ง ช้าง ที่ทุ่งกุลาร้องไห้มีนกกระยางขาว นกกระสานวล ที่บึงแวงหรือหนองแวง อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ มีนกเป็ดน้ำ และมีนกเป็ดแดงบริเวณเหนือเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ สัตว์ที่นับว่ามีชื่อเสียงของประเทศไทย ที่มีแหล่งกำเนิดในภาคนี้ คือ แมวป่า (แมวโคราช)
ประชากร ปี 2556 มีประมาณ 23.1 ล้านคน เป็นกำลังแรงงาน 13.05 ล้านคน และมีผู้ว่างงานประมาณ 0.09 ล้านคน คิดเป็นอัตราการว่างงานประมาณร้อยละ 0.7ผลิตภัณฑ์ภาค (Gross Regional Product: GRP) ข้อมูลล่าสุด ปี 2555 ณ ราคาประจำปี มีมูลค่า 1,281,302 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) สาขาเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ สาขาเกษตรกรรม สัดส่วนร้อยละ 23.3 สาขาอุตสาหกรรม สัดส่วนร้อยละ 20.4  สาขาการศึกษา สัดส่วนร้อยละ 14.2 สาขาค้าส่งและค้าปลีก สัดส่วนร้อยละ 10.5 จังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์จังหวัดสูงที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา รองลงมาคือ ขอนแก่น สำหรับจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์จังหวัดต่ำที่สุด คือ อำนาจเจริญสำหรับรายได้ต่อคนต่อปีของภาคเฉลี่ย 46,913 บาท จังหวัดขอนแก่นมีรายได้ต่อคนต่อปีมากที่สุด 81,884 บาท ส่วนจังหวัดอำนาจเจริญมีรายได้ต่อคนต่อปี 30,231 บาท น้อยที่สุดในภาคอีสาน และประเทศสำหรับรายได้ต่อคนต่อปีของภาคเฉลี่ย 67,888 บาท จังหวัดขอนแก่นมีรายได้ต่อคนต่อปีมากที่สุด 106,587 บาท ส่วนจังหวัดหนองบัวลำภูมีรายได้ต่อคนต่อปี 41,480 บาท น้อยที่สุดในภาคอีสาน และประเทศ

ผลิตภัณฑ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2555 ณ ราคาปัจจุบัน

มูลค่า (ล้านบาท)

สัดส่วน (ร้อยละ)

เกษตรกรรม

298,326

23.3

อุตสาหกรรม

260,856

20.4

การศึกษา

181,329

14.2

การค้าส่งและค้าปลีก

134,201

10.5

การบริหารราชการแผ่นดิน

75,855

5.9

การบริการด้านอสังหา

67,647

5.3

อื่น ๆ

263,088

20.4

รวม

1,281,302

100.0

 

พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และยางพารา โดยข้าวมีผลผลิตประมาณ 14.0 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 36.0 ของผลผลิตข้าวทั้งประเทศ มันสำปะหลังมีผลผลิต ประมาณ 14.9 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 52.1 ของผลผลิตมันสำปะหลังทั้งประเทศ อ้อยโรงงาน มีผลผลิตประมาณ 43.2 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 40.4 ของผลผลิตอ้อยโรงงานทั้งประเทศ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีผลผลิตประมาณ 1.2 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 24.5 ของผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งประเทศ สำหรับยางพารามีผลผลิตประมาณ 0.5 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 12.8 ของผลผลิตยางพาราทั้งประเทศ 

อุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องทางการเกษตร เช่น โรงสีข้าว โรงงานน้ำตาล โรงงานแป้งมัน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่สำคัญได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า อุตสาหกรรมผลิตร้องเท้า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และอุตสาหกรรมแหอวนณ สิ้นปี 2555 มีสาขาธนาคารพาณิชย์ 784 สำนักงาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 261 สำนักงาน ธนาคารออมสิน 210 สำนักงาน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 28 สำนักงาน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 23 สำนักงาน ธนาคารอิสลาม 5 สำนักงาน สำนักงานบริหารด้านหลักทรัพย์ 52 สำนักงาน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม 2 สำนักงาน และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 1สำนักงาน

ณ สิ้นปี 2556 มีสาขาธนาคารพาณิชย์ 852 สำนักงาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 319 สำนักงาน ธนาคารออมสิน 221 สำนักงาน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 31 สำนักงาน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 23 สำนักงาน ธนาคารอิสลาม 14 สำนักงาน สำนักงานบริหารด้านหลักทรัพย์ 59 สำนักงาน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม 2 สำนักงาน และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 1 สำนักงาน

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2556 เงินฝากธนาคารพาณิชย์ 614,715.6 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนของเงินฝากออมทรัพย์ เงินประจำ และเงินฝากกระแสรายวันต่อเงินฝากทั้งหมดร้อยละ 59.5 ร้อยละ 36.4 และร้อยละ 4.1 ตามลำดับ สำหรับสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ 777,748.4 ล้านบาท มีสัดส่วนของสินเชื่อให้กู้ยืม สินเชื่อตั๋วเงิน สินเชื่อเบิกเงินเกินบัญชี และร้อยละ 61.7 ร้อยละ 21.1 และร้อยละ 17.2 ตามลำดับ

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

จำนวนประชากร

สถิติประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2553-2556

จังหวัด

จำนวน(คน) 2556

จำนวน(คน) 2555

จำนวน(คน) 2554

จำนวน(คน) 2553

นครราชสีมา

2,610,164

2,605,014

2,585,325

2,582,089

อุบลราชธานี

1,836,523

1,826,920

1,816,057

1,813,088

ขอนแก่น

1,781,655

1,774,816

1,766,066

1,767,601

บุรีรัมย์

1,573,438

1,566,740

1,559,085

1,553,765

อุดรธานี

1,563,964

1,557,298

1,548,107

1,544,786

ศรีสะเกษ

1,462,028

1,458,370

1,452,203

1,452,471

สุรินทร์

1,388,194

1,386,277

1,380,399

1,381,761

ร้อยเอ็ด

1,308,958

1,308,570

1,305,058

1,309,708

ชัยภูมิ

1,135,723

1,133,034

1,127,423

1,127,423

สกลนคร

1,134,322

1,129,174

1,123,351

1,122,905

กาฬสินธุ์

984,030

985,084

981,655

982,578

มหาสารคาม

955,644

945,149

939,736

940,911

นครพนม

710,860

708,350

704,768

703,392

เลย

632,205

629,787

624,920

624,066

ยโสธร

540,383

540,267

538,853

539,257

หนองคาย

514,943

512,439

509,870

509,395

หนองบัวลำภู

507,137

505,071

502,551

502,868

บึงกาฬ

416,236

412,613

407,634

403,542

อำนาจเจริญ

374,698

373,494

372,241

372,137

มุกดาหาร

344,302

342,868

340,581

339,575

รวม

21,775,407

21,701,335

21,585,883

21,573,318

จำนวนประชากร จำแนกตามกลุ่มอายุ เพศ และเขตการปกครอง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กลุ่มอายุ (ปี) รวม ในเขตเทศบาล นอกเขตเทศบาล
รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง
0 – 5 1,756,607 901,122 855,485 349,144 176,323 172,821 1,407,463 724,799 682,664
6 – 10 1,628,929 833,780 795,149 325,756 164,190 161,566 1,303,173 669,590 633,583
พ.ย.-14 1,425,571 734,203 691,368 281,625 142,777 138,848 1,143,946 591,426 552,520
15 – 19 1,919,595 985,462 934,133 379,253 191,710 187,543 1,540,342 793,752 746,590
20 - 24 1,896,802 972,942 923,860 377,480 190,759 186,721 1,519,322 782,183 737,139
25 – 29 1,827,009 950,491 876,518 364,182 186,486 177,696 1,462,827 764,005 698,822
30 – 34 1,664,196 864,283 799,913 335,442 171,172 164,270 1,328,754 693,111 635,643
40 – 49 3,529,136 1,727,656 1,801,480 705,924 340,199 365,725 365,725 1,387,457 1,435,755
50 – 59 2,759,075 1,340,365 1,418,710 549,323 262,824 286,499 2,209,752 1,077,541 1,132,211
60 ปีขึ้นไป 2,885,525 1,287,904 1,597,621 564,340 248,362 315,978 2,321,185 1,039,542 1,281,643
รวม 23,017,465 11,458,641 11,558,824 4,578,971 2,244,996 2,333,975 18,438,494 9,213,645 9,224,849


ที่มา :  ราชบัณฑิตยสถาน

ความหนาแน่นของประชากร

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีประชากรหนาแน่นเป็นที่ 2 ของประเทศ รองจากภาคกลาง บริเวณที่มี ประชากรหนาแน่นมากจะอยู่ในจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบอันกว้างใหญ่ และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ จังหวัดที่มี ประชากรหนาแน่นที่สุด ได้แก่ จ.มหาสารคาม จังหวัดที่มีความหนาแน่นรองลงไปได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ ยโสธร นครพนม อุดรธานี หนองบัวลำภู นครราชสีมา หนองคาย อำนาจเจริญ สกลนคร อุบลราชธานี ชัยภูมิ มุกดาหาร และเลย ซึ่งมีความหนาแน่นน้อยที่สุดในภาค

การเพิ่มของประชากร

ประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเกิดสูง เป็นภาคที่มีครอบครัวขนาดใหญ่ เมื่อพิจารณาถึง ภาวะการเจริญพันธุ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีภาวะการเจริญพันธุ์สูงที่ สุด เมื่อเทียบกับภาคอื่น ๆ คือ มีอัตราการเพิ่มร้อยละ 1.05 จังหวัดที่มีอัตราการตายต่ำสุด ได้แก่ จ.อุดรธานี บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ส่วนจังหวัดที่มีอัตราการตายสูง ได้แก่ จ.นครพนม สกลนคร และเลย

การอพยพย้ายถิ่นของประชากร

ตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรอพยพย้ายถิ่นภายในภูมิภาคสูงมาก เป็นการอพยพย้ายถิ่นจากจังหวัดตอรนล่างซึ่งมีประชากรหนาแน่นกว่า ที่ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ ประชากรยากจน ซึ่งได้แก่เขต จ.มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ไปจนถึงจังหวัดตอนบน คือ จ.หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู และเลย

ส่วนตอนล่างของภาคมีการอพยพย้ายถิ่นในภูมิภาคน้อย เป็นการอพยพย้ายถิ่นจาก จ.นครราชสีมา ศรีสะ เกษ และสุรินรินทร์ ไปจนถึง จ.ชัยภูมิ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกพืชไร่กว้างขวางและต่อไปยังบุรีรัมย์ ซึ่งมีพื้นที่การทำนามาก แต่ ประชากรหนาแน่นน้อยกว่าที่อื่น จ.นครราชสีมาซึ่งเปรียบดังประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีประชากรเพิ่มมากขึ้น อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นยังจัดว่าเป็นประชากรที่มีการอพยพย้ายถิ่นกระจาย ออกไปในภูมิภาคต่าง ๆ มากที่สุด โดยเฉพาะเข้ามายังภาคกลางและกรุงเทพฯ เพื่อมาหางานทำเป็นสำคัญ ส่วนมากยังมี ลักษณะเป็นการย้ายชั่วคราว ซึ่งยังคงมีการย้ายเข้าออกอยู่ตลอดเวลา

แรงงาน

จากการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากรเดือนมกราคม ปี 2556 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า จากจำนวนผู้มีอายุ 15 ปี ขึ้นไปหรือผู้อยู่ในวัยทำงานมีประมาณ 18,000,000 คน

ผู้อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมทำงานประมาณ 12,500,000 คน ประกอบด้วยผู้มีงานทำประมาณ 12,100,000 คน หรือร้อยละ 96.72 ของผู้อยู่ในกำลังแรงงานผู้ว่างงานประมาณ 106,000 คน คิดเป็นอัตราว่างงาน ร้อยละ 1.08 และผู้รอฤดูกาลประมาณ 360,000 คน ร้อยละ 2.21 ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงาน มีประมาณ 5,620,000 คน

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน เพศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ศ.2555-2556

สถานภาพแรงงาน

2555

2556

 ไตรมาสที่ 1

 ไตรมาสที่ 2

 ไตรมาสที่ 3

 ไตรมาสที่ 4

 ไตรมาสที่ 1

 ไตรมาสที่ 2

 ไตรมาสที่ 3

 ไตรมาสที่ 4

รวม

 

 

 

 

 

 

 

 

ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป

    18,206,358

  18,253,896

  18,300,155

  18,340,729

  18,389,236

  18,440,271

  18,481,551

  18,520,046

ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน

    12,577,972

  12,942,677

  13,363,226

  13,324,825

  12,637,130

  12,970,187

  13,166,458

  13,190,335

ผู้มีงานทำ

    12,101,967

  12,595,187

  13,278,374

  13,217,758

  12,263,178

  12,654,727

  13,061,307

  13,060,050

ผู้ว่างงาน

         106,307

       115,228

         62,371

         59,140

       107,085

         90,438

         78,661

         73,331

ผู้ที่รอฤดูกาล

         369,699

       232,261

         22,482

         47,927

       266,867

       225,022

         26,490

         56,954

ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน

      5,628,386

    5,311,219

    4,936,929

    5,015,904

    5,752,106

    5,470,084

    5,315,093

    5,329,711

ชาย

 

 

 

 

 

 

 

 

ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป

      8,989,536

    9,012,336

    9,030,639

    9,048,113

    9,073,046

    9,100,209

    9,120,951

    9,136,696

ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน

      7,132,162

    7,243,114

    7,339,773

    7,321,365

    7,157,483

    7,303,979

    7,321,243

    7,383,174

ผู้มีงานทำ

      6,875,496

    7,080,575

    7,293,306

    7,255,048

    6,960,978

    7,151,510

    7,269,755

    7,321,473

ผู้ว่างงาน

           70,685

         64,812

         34,781

         38,021

         75,180

         57,999

         43,850

         40,024

ผู้ที่รอฤดูกาล

         185,980

         97,727

         11,686

         28,295

       121,324

         94,471

           7,638

         21,677

ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน

      1,857,374

    1,769,222

    1,690,866

    1,726,748

    1,915,564

    1,796,230

    1,799,708

    1,753,522

หญิง

 

 

 

 

 

 

 

 

ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป

      9,216,822

    9,241,560

    9,269,516

    9,292,616

    9,316,190

    9,340,062

    9,360,600

    9,383,350

ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน

      5,445,811

    5,699,563

    6,023,454

    6,003,460

    5,479,647

    5,666,208

    5,845,214

    5,807,161

ผู้มีงานทำ

      5,226,470

    5,514,612

    5,985,068

    5,962,710

    5,302,200

    5,503,218

    5,791,552

    5,738,577

ผู้ว่างงาน

           35,622

         50,416

         27,589

         21,119

         31,904

         32,439

         34,810

         33,307

ผู้ที่รอฤดูกาล

         183,718

       134,535

         10,796

         19,632

       145,543

       130,551

         18,852

         35,278

ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน

      3,771,011

    3,541,997

    3,246,063

    3,289,156

    3,836,543

    3,673,854

    3,515,386

    3,576,189

ที่มา : การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ด้านการศึกษา

จำนวนนักเรียนนักศึกษาแยกตามระดับการศึกษา ปี 2556 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จังหวัด

ประถมศึกษา

มัธยมศึกษาตอนต้น

มัธยมศึกษาตอนปลาย

ปริญญาตรี (ปี1-ปี6)

ปริญญาโท

ปริญญาเอก

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

กาฬสินธุ์

33,389

31,607

18,354

17,373

9,925

13,569

1,104

2,845

99

153

-

-

ขอนแก่น

61,342

57,677

34,894

32,838

18,073

26,468

12,945

21,123

2,936

4,914

788

842

ชัยภูมิ

39,899

37,541

19,806

18,867

9,455

13,424

2,944

4,224

-

-

-

-

นครพนม

28,471

27,084

14,856

14,089

5,825

9,042

1,417

3,521

117

260

นครราชสีมา

129,013

90,764

50,178

46,795

22,676

26723

15,819

28,129

1,009

1,303

340

357

บุรีรัมย์

62,316

57,995

31,696

30,812

13,439

21,176

6,644

5,195

-

-

-

-

มหาสารคาม

30,630

29,123

17,178

15,961

13,249

13,431

13,452

26,728

2,021

3,283

659

532

มุกดาหาร

12,999

12,454

6,952

6,816

3,455

5,026

-

-

-

-

-

-

ยโสธร

18,640

17,494

10,398

9,741

4,389

6,918

-

-

-

-

-

-

ร้อยเอ็ด

41,480

38,898

24,220

22,765

12,249

17,759

2,547

4,901

167

234

28

11

เลย

19,993

21,376

11,824

10,676

5,184

7,268

4,668

9,244

169

360

49

23

ศรีสะเกษ

54,201

50,533

30,602

29,122

15,091

22,813

4,507

11,256

120

283

16

4

สกลนคร

43,640

41,401

22,538

21,914

9,207

14,681

4,523

8,491

389

468

91

71

สุรินทร์

53,102

49,441

37,200

26,738

12,949

19,666

33

350

16

11

-

-

หนองคาย

18,392

17,438

11,273

10,088

4,861

6,767

-

-

-

-

-

-

หนองบัวลำภู

18,524

17,445

9,702

9,128

3,872

6,007

-

-

-

-

-

-

อำนาจเจริญ

13,417

12,504

7,313

7,097

3,776

5,486

-

-

-

-

-

-

อุดรธานี

56,798

53,995

31,199

29,402

11,696

18,651

10,550

17,174

446

650

81

48

อุบลราชธานี

70,835

66,874

36,954

35,460

15,082

24,421

9,866

20,350

-

-

-

-

รวม

807,081

731,644

427,137

395,682

194,453

279,296

91,019

163,531

7,489

11,919

2,052

1,888

ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ

ระดับการศึกษา

คนมีการศึกษาเฉลี่ยระดับประถม (7.2 ปี –ประเทศ 8.2 ปี)

กลุ่มโคราชมีปีศึกษาน้อยสุด 7 ปี (นม.7.1 ปี)

คุณภาพการศึกษาต่ำ

ผลสัมฤทธิ์เฉลี่ยต่ำสุด 36.1% (ประเทศ 40.3%)กลุ่มมุกดาหารต่ำสุด 35.3 %

โรงเรียนตกเกณฑ์ 66% (ปท. 65%)

โรงเรียนตกเกณฑ์มากสุดที่หนองบัวลำภู 73%

บริการการศึกษาไม่ทั่วถึง

โอกาสการศึกษาต่ำ 87.4% (ประเทศ 91.3% นม. 90.2%) เนื่องจากถูกทอดทิ้ง (รุนแรงในพื้นที่ หนองบัวลำภู และยโสธร)

เด็กไม่ได้รับการศึกษาอีก 2 แสนคน

กระจุกตัวมากสุดที่สุรินทร์ 12 % (นม.10%)

ค่าใช้จ่ายของรัฐ 3,038 บาท/คน สูงกว่าประเทศ (3,001 บาท/คน)

ภาค  ประเทศ
คุณภาพการศึกษา
     จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ย(ปี) 7.2 8.2
     อัตราการเรียนรู้(ร้อยละ) 58.3 60.1
ผลทดสอบการศึกษา
     มัธยมต้น(คะแนนเฉลี่ย) 34.7 37.42
     มัธยมปลาย(คะแนนเฉลี่ย) 36.1 40.3
     โรงเรียนตกเกณฑ์(%) 66 65
     งบประมาณรัฐ/หัว(บาท) 3,038 3,001

 

โอกาสทางการศึกษา ภาค ประเทศ
อัตราการได้รับโอกาสทางการศึกษา 87.4 91.3
เด็กที่ไม่ได้รับการศึกษาในระบบโรงเรียน (แสนคน) 2.2 -
เด็กกำพร้าถูกทอดทิ้ง ขาดผู้ดูแล (พันคน) 2.8 (50,000 คน) 1.9


ที่มา : สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ด้านสาธารณสุข

จํานวนและร้อยละของโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชน
จําแนกตามประเภทของโรงพยาบาลฯขนาดของโรงพยาบาลและสถานพยาบาล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขนาดของโรงพยาบาลและสถานพยาบาล รวม โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลเฉพาะโรค
จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ
ต่ำกว่า 31 เตียง 5 100 5 100 - -
31 - 50 เตียง 16 100 16 100 - -
51 – 100 เตียง 13 100 13 100 - -
101 - 250 เตียง 6 100 6 100 - -

 

จํานวนบุคลากรในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเอกชน
จําแนกตามประเภทของบุคลากรขนาดของโรงพยาบาลและสถานพยาบาล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ประเภทบุคลากร รวม ขนาดของโรงพยาบาลและสถานพยาบาล
<31 31 - 50 51 - 100 101 - 250
ทั้งหมด 9,426 183 2,630 3,413 3,200
เจ้าหน้าที่ระดับบริหาร
ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ 121 4 44 43 30
หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าแผนก หัวหน้าตึก ผู้ตรวจการ 658 5 219 251 183
เจ้าหน้าที่รักษาพยาบาล
แพทย์ทั่วไป 294 4 84 103 104
แพทย์เฉพาะทาง 867 6 231 278 351
ทันตแพทย์ 70 - 4 35 32
พยาบาลวิชาชีพ 1,723 65 523 570 566
พยาบาลเทคนิค 133 12 33 35 53
ผู้ช่วยพยาบาล 373 - 116 50 207
พนักงานผู้ช่วยเหลือพยาบาล 1,249 32 285 492 440
ผดุงครรภ์ 72 - 2 55 15
พนักงานพยาบาลอื่นๆ 116 7 9 101 -
เจ้าหน้าที่บริการทางแพทย์
นักรังสีการแพทย์/เจ้าหน้าที่เอ็กซเรย์ 132 2 46 47 38
นักกายภาพบำบัด 65 - 17 34 14
นักเทคนิคการแพทย์ 166 1 48 60 57
เภสัชกร 171 5 44 66 56
โภชนาการ 32 1 5 12 14
พนักงานบริการทางการแพทย์อื่นๆ 305 1 49 148 107
เจ้าหน้าที่บริการโรงพยาบาล 2,880 39 871 1,033 938


ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร

จำนวนผู้ใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี จำแนกตามอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ใช้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เขตการปกครอง รวม อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ใช้
คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว Tablet เครื่องPDA โทรศัพท์มือถือแบบSmart phone
ในเขตเทศบาล 1,931,835 1,783,143 646,915 33,488 5,647 287,646
นอกเขตเทศบาล 4,655,574 4,093,438 1,147,115 25,327 12,748 917,519
รวม 6,587,409 5,876,581 1,794,030 58,814 18,394 1,205,166

 

ร้อยละของครัวเรือนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จําแนกตามประเภทของอินเทอร์เน็ตและภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รวม ประเภทของอินเตอร์เน็ต
Narrowbrand Broadband ไม่แน่ใจ
Analogue modem,ISDN แบบไร้สายเคลื่อนที่โทรศัพท์มือถือ 2G,2.5G (เช่นGSM,CDMA,GPRS) Fixed broadband แบบไร้สายเคลื่อนที่โทรศัพท์มือถือ 3G (เช่นWCDWA,EV-DO)
100 21 26 42.7 6 4.3


ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทุกจังหวัดมีการปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชพลังงานสำคัญที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล 2 ชนิด คือมันสำปะหลังโรงงาน ซึ่งในแต่ละปีมีผลผลิตมากกว่า 50% ของผลผลิตทั้งประเทศโดยส่วนใหญ่ปลูกมากในจังหวัดนครราชสีมา กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น อุดรธานี และอื่นๆ ซึ่งมีผลผลิตรวมแล้วประมาณ 14 ล้านตันต่อปี อีกทั้งยังมีอ้อยโรงงาน โดยในแต่ละปีมีผลผลิตมากกว่า 30% ของผลผลิตทั้งในประเทศ หรือประมาณ 28 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งปลูกข้าวซึ่งนำผลผลิตส่วนหนึ่งคือ แกลบ สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าและอื่นๆ ซึ่งมีพื้นที่ถึง 34 ล้านไร่ โดยให้ผลผลิตประมาณ 11 ล้านตันต่อปี

แต่อย่างไรก็ตาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีก๊าซธรรมชาติจากแหล่งสินภูฮ่อม จังหวัดอุดรธานี Proved Reserves 385 Bcf และจากแหล่งน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น Proved Reserves 50 Bcf และยังมีแหล่งถ่านหินแอนทราไซด์ ที่แหล่งนาด้วง จังหวัดเลย และแหล่งนากลาง จังหวัดหนองบัวลำพู อีกด้วย นอกจากนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ถึง 2 แห่ง คือ เขื่อนปากมูล จังหวัดอุบลราชธานี กำลังการผลิต 136 MW และเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา กำลังการผลิต 500 MW และโรงไฟฟ้าพลังน้ำอีก 7 แห่ง ในจังหวัดสกลนคร ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานีและชัยภูมิ กำลังการผลิตรวม 113.61 MW อีกทั้งยังมีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น กำลังการผลิต 737.2 MW และโรงไฟฟ้ากังหันลมที่ลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา กำลังการผลิต 2.5 MW

ที่มา ฐานข้อมูลพลังงานของประเทศ : กระทรวงพลังงาน

ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้ารายจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี พ.ศ. 2554

จังหวัด

ปริมาณการใช้ (gwh)

กาฬสินธุ์

541

ขอนแก่น

1,776

เลย

371

มหาสารคาม

528

มุกดาหาร

176

นครพนม

312

หนองบัวลำภู

207

หนองคาย

363

ร้อยเอ็ด

633

สกลนคร

488

อุดรธานี

997

อำนาจเจริญ

161

บุรีรัมย์

744

ชัยภูมิ

613

นครราชสีมา

4,232

ศรีสะเกษ

579

สุรินทร์

645

อุบลราชธานี

1,033

ยโสธร

258

รวม

14,788


ที่มา : กระทรวงพลังงาน

จำนวนผู้ใช้น้ำแยกตามจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนมีนาคม 2556

จังหวัด จำนวนผู้ใช้น้ำ กำลังผลิตที่ใช้งาน ปริมาณน้ำผลิต ปริมาณน้ำผลิตจ่าย ปริมาณน้ำจำหน่าย
(คน) (ลบ.ม./วัน) (ลบ.ม.) (ลบ.ม.) (ลบ.ม.)
กาฬสินธุ์ 27,526 33,480 992,834 851,710 612,567
ขอนแก่น 158,293 210,072 5,315,197 5,167,151 3,611,297
ชัยภูมิ 78,741 79,200 1,749,652 1,706,120 1,304,295
นครพนม 31,479 42,480 752,227 721,228 541,601
นครราชสีมา 105,975 118,560 2,916,156 2,823,927 2,262,217
บึงกาฬ 5,246 4,416 136,775 134,275 101,557
บุรีรัมย์ 52,018 66,240 1,470,451 1,412,001 1,111,543
มหาสารคาม 36,181 49,920 1,329,514 1,308,315 936,108
มุกดาหาร 12,869 25,200 628,956 628,956 311,566
ยโสธร 18,685 25,200 493,842 469,642 381,297
ร้อยเอ็ด 35,871 40,200 951,074 906,214 677,044
เลย 33,967 50,784 943,414 904,275 689,766
ศรีสะเกษ 24,745 35,760 800,641 750,641 546,901
สกลนคร 33,981 51,600 1,016,984 997,073 764,889
สุรินทร์ 45,306 66,840 1,418,406 1,399,126 1,092,473
หนองคาย 27,831 29,184 775,681 738,359 556,297
หนองบัวลำภู 12,297 17,808 321,454 288,187 217,594
อำนาจเจริญ 12,396 0 266,209 262,809 214,269
อุดรธานี 87,473 131,496 3,153,895 2,778,171 2,050,320
อุบลราชธานี 61,259 88,848 2,296,280 2,217,670 1,449,494


ที่มา : การประปาส่วนภูมิภาค

ปริมาณการใช้น้ำมัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำแนกรายจังหวัด ปี 2557

จังหวัด

ก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG

น้ำมันเบนซิน ออกเทน 91

แก๊สโซฮอล์ อี10

แก๊สโซฮอล์อี 20 ออกเทน 95

แก๊สโซฮอล์ อี 85

น้ำมันเตา

ดีเซล หมุนเร็ว

รวม

ออกเทน 91

ออกเทน 95

ตอนบน

139,453

6,884

143,006

73,860

58,317

6,543

11,617

736,827

1,176,507

ขอนแก่น

39,944

1,913

45,054

18,634

16,059

2,795

6,431

226,160

อุดรธานี

20,783

1,455

24,304

15,135

9,457

1,431

389

163,033

เลย

7,833

630

5,829

2,282

3,219

26

609

36,633

หนองคาย

9,207

553

5,768

3,388

2,521

-

1,027

29,570

มหาสารคาม

9,774

451

14,241

3,656

4,973

939

894

52,957

ร้อยเอ็ด

12,065

404

11,992

5,454

6,201

255

221

64,141

กาฬสินธุ์

11,411

386

9,897

3,801

3,893

559

1,193

48,467

สกลนคร

14,560

270

10,613

6,525

5,880

315

583

51,882

นครพนม

5,020

491

5,438

3,081

3,564

41

120

27,309

มุกดาหาร

5,398

331

3,623

2,912

1,691

181

150

24,718

บึงกาฬ

-

-

-

-

859

-

-

-

ตอนล่าง

165,934

16,521

145,589

77,677

57,137

6,396

17,898

948,172

1,435,324

นครราชสีมา

76,104

4,956

53,402

31,333

19,235

3,717

13,441

386,425

บุรีรัมย์

17,449

3,307

20,165

8,991

6,822

280

398

157,231

สุรินทร์

15,016

1,465

13,315

4,261

4,917

275

-

72,230

ศรีสะเกษ

12,558

2,681

9,911

8,562

4,490

478

369

88,073

อุบลราชธานี

19,447

2,331

24,718

8,558

10,678

725

3,105

115,202

ยโสธร

6,129

624

5,444

3,064

3,884

505

150

29,336

ชัยภูมิ

11,232

990

9,590

5,590

3,181

236

181

66,391

อำนาจเจริญ

4,297

159

2,101

1,150

1,238

116

-

11,605

หนองบัวลำภู

3,701

7

2,260

1,041

2,692

64

253

21,680

ที่มา : กระทรวงพลังงาน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประกอบด้วย 19 จังหวัด และแบ่งกลุ่มจังหวัดออก เป็น 5 กลุ่ม โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดตั้งหน่วยงานตัวแทนในภาคทำหน้าที่ร่วมกับจังหวัดและกลุ่มจังหวัดในการจัดทำแผนพัฒนาของภาคกลุ่มจังหวัดและจังหวัดขึ้น ซึ่งมีรายละเอียดโดยสังเขปตามดังนี้

กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย)

(ก) มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งอาทิภูหลวง ภูเรือ ภูกระดึง และมีแหล่งอารยธรรมบ้านเชียง

(ข) มีศักยภาพด้านการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรทั้งอ้อย ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา เนื่องจากมีโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก อาทิโรงสีข้าว โรงงานน้ำตาล แป้งมัน และเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกยางพารามากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

(ค) มีศักยภาพด้านการค้าและการลงทุนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีด่านที่เป็นช่องทางการค้าหลายแห่ง เช่น ด่านท่าลี่เป็นจุดสามารถนำสินค้าภายใต้โครงการ Contract Farming ที่ร่วมมือกับ สปป.ลาว ได้โดยไม่เสียภาษีและด่านหนองคายยังเป็นด่านที่มีมูลค่าการค้ามากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร)

(ก) มีศักยภาพการเป็นประตูการค้า และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงลาว เวียดนาม โดยเป็นศูนย์กระจายสินค้า(Distribution Center) เชื่อมโยงกับเพื่อนบ้านได้ เนื่องจากมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่มุกดาหารและกำลังก่อสร้างที่จังหวัดนครพนม ซึ่งจะทำให้เชื่อมสู่ท่าเรือสินค้าที่เมือง วินด์และดานัง ในประเทศเวียดนาม ตามเส้นทางหมายเลข 8 และ 9 สะดวก

(ข) มีศักยภาพด้านการผลิตการเกษตรเนื่องจากมีพื้นที่ชลประทานมาก และปริมาณน้ำฝนดีและยังสามารถร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านท าการเกษตรในรูป Contract Farming ทั้งข้าวโพด อ้อยยูคาลิปตัส พืชพลังงานทดแทน และปศุสัตว์เพื่ออุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร

กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง (ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด)

(ก) มีศักยภาพด้านอุตสาหกรรม การค้า และบริการ เนื่องจากตั้งอยู่กึ่งกลางภาคและมีบริการพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดี โดยเฉพาะด้าน Logistic ซึ่งมีถนนสายหลักคือ สายมิตรภาพและสาย E-W Economic Corridor พาดผ่าน รวมทั้งมีสถานการศึกษาระดับสูงและศูนย์ราชการจำนวนมาก ตลอดจนเป็น ICT City

(ข) มีศักยภาพด้านการผลิตการเกษตรโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของทุ่งกุลาร้องไห้อยู่ในกลุ่มนี้ และยังมีพื้นที่ชลประทานขนาดกลาง และใหญ่หลายแห่ง อาทิชลประทานลาปาว ที่กาฬสินธุ์ หนองหวายที่ขอนแก่น และชลประทานร้อยเอ็ด นอกจากนี้ยังมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (Ethanol) เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบที่สำคัญ คือ อ้อยและมันสำปะหลัง และมีโรงงานผลิต Ethanol ขอตั้งในพื้นที่นี้จำนวนมาก

(ค) มีศักยภาพด้านทรัพยากรมนุษย์เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาระดับสูงระดับมหาวิทยาลัย มีสถาบันพัฒนาฝี มือแรงงาน และสถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก สามารถส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของภาคได้

(ง) มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเพราะมีแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจจึงควรมีทิศทางการพัฒนาลักษณะการปกครองและการพัฒนา

กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์)

(ก) มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และอารยธรรมขอม เนื่องจากมีอุทยานแห่งชาติที่สำคัญหลายแห่ง อาทิเขาใหญ่ ผาหินงาม ฯลฯ และมีแหล่งท่องเที่ยวอารยธรรมขอมที่สำคัญอาทิ ปราสาทหินพิมาย ปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทตาเมือนทมที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวกับแหล่งท่องเที่ยว นครวัตของกัมพูชา

(ข) มีศักยภาพด้านเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัยโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิรวมทั้งอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปอาหารและพลังงานทดแทน (Ethanol) เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรจำพวก ข้าว อ้อยมันสำปะหลัง ไก่ นอกจากนี้อุตสาหกรรมไหมและสิ่งทอ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอีเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมของภาค

กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ)

(ก) มีศักยภาพด้านการเกษตร ทั้งการผลิตข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษ ไม้ผลไม้ยืนต้นการผลิตและแปรรูปปศุสัตว์จำพวกอาหารแปรรูป

(ข) ศักยภาพเป็นประตูการค้าและการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาวและกัมพูชาในลักษณะหุ้นส่วนทางธุรกิจ และเป็นศูนย์ผลิตและกระจายสินค้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

การใช้ประโยชน์จากที่ดิน

ภาคตะวันออกมีพื้นที่ป่าไม่ถึง 1 ใน 3 ของพื้นที่ทำการเกษตร และราวสองในสามของพื้นที่ทำการเกษตรถูกใช้ในการ
ผลิตข้าวเป็นหลัก และแนวโน้มของการใช้ที่ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างคงที่ พื้นที่ทำนามีการเปลี่ยนแปลง
น้อยมากเช่นกัน แตกต่างจะภูมิภาคอื่นๆ

ตารางเนื้อที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตร รายจังหวัด ปี 2555 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จังหวัด

เนื้อที่ทั้งหมด

เนื้อที่ป่าไม้

เนื้อที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตร

นาข้าว

พืชไร่

สวนผลไม้ยืนต้น

สวนผัก ไม้ดอก/ไม้ประดับ

เนื้อที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรอื่นๆ

เนื้อที่ใช้ประโยชน์นอกการเกษตร

เลย

7,140,382

2,454,052

2,713,596

496,203

1,403,190

528,919

17,180

268,104

1,972,734

หนองบัวลำภู

2,411,929

371,265

1,686,838

1,077,601

281,757

171,542

5,829

150,109

353,826

อุดรธานี

7,331,439

868,181

3,868,581

2,405,619

754,553

395,563

22,055

290,790

2,594,677

หนองคาย

4,582,675

348,379

2,801,472

1,363,679

309,183

880,994

27,919

219,697

1,432,824

สกลนคร

6,003,602

1,194,311

3,099,025

2,178,267

230,038

271,782

27,187

391,750

1,710,266

นครพนม

3,445,418

530,426

1,900,603

1,440,617

84,591

216,488

10,257

148,651

1,014,389

มุกดาหาร

2,712,394

896,253

1,287,719

548,917

348,416

189,026

1,983

199,377

528,422

ยโสธร

2,601,040

272,727

1,717,122

1,375,626

143,055

103,506

5,338

89,596

611,191

อำนาจเจริญ

1,975,785

359,427

1,453,162

1,115,303

108,282

81,945

641

146,991

163,196

อุบลราชธานี

9,840,526

1,896,945

5,363,816

4,342,547

345,685

280,854

13,725

381,004

2,579,765

ศรีสะเกษ

5,524,985

668,386

4,066,269

3,366,358

227,058

271,748

36,461

164,644

790,330

สุรินทร์

5,077,535

582,005

4,205,233

3,534,967

374,688

139,508

12,189

143,881

290,297

บุรีรัมย์

6,451,178

602,088

4,386,974

3,447,084

478,135

228,326

24,278

209,151

1,462,116

มหาสารคาม

3,307,302

207,618

2,818,368

2,328,242

264,393

40,422

6,677

178,634

281,316

ร้อยเอ็ด

5,187,156

319,191

3,714,877

3,364,234

148,268

56,084

6,324

139,966

1,153,088

กาฬสินธุ์

4,341,716

470,227

2,833,726

1,656,554

658,901

182,396

22,091

313,784

1,037,763

ขอนแก่น

6,803,744

804,600

4,219,317

2,798,596

947,864

90,880

15,386

366,589

1,779,827

ชัยภูมิ

7,986,429

2,418,292

3,327,364

1,826,700

1,080,620

78,337

19,654

322,052

2,240,773

นครราชสีมา

12,808,728

1,957,841

8,382,871

4,084,094

3,752,350

106,431

41,313

398,684

2,468,016

รวม

105,533,963

17,222,214

63,846,932

42,751,210

11,941,028

4,314,751

316,488

4,523,455

24,464,817


ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

การบริหารจัดการน้ำ

เป็นภูมิภาคที่มีน้ำไหลตามธรรมชาติน้อยในช่วงฤดูแล้ง มีลำน้ำสายสำคัญได้แก่ แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำเลย แม่น้ำสงคราม และลำน้ำสาขาของแม่โขง ไม่สามารถก่อสร้างแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเก็บน้ำที่มีมากในฤดูฝนได้เนื่องจากภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยและภูมิภาคนี้มีอัตราการระเหยและการซึมของน้ำลงในดินสูงมากกว่าภาคอื่น ๆ มีปัญหาดินเค็มและฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในฤดูฝนเกิดน้ำท่วมสองฝั่งของลำน้ำ ในลุ่มน้ำชี น้ำมูล น้ำสงคราม

การค้าต่างประเทศ มีอยู่ 2 ลักษณะคือ

1) การค้าปกติ หมายถึงการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของลาวจะต้องกระทำผ่านบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการค้าให้เป็นผู้นำเข้า-ส่งออกสินค้าตามประเภทหรือหมวดที่ได้รับอนุญาต ผู้นำเข้ารายย่อยที่ไม่ได้รับใบอนุญาตแต่ต้องการซื้อสินค้าจากไทยซึ่งจะติดต่อกับผู้ส่งออกไทยโดยตรง แล้วทำการนำเข้าสินค้าผ่านบริษัทนายหน้านำเข้า-ส่งออกสินค้าในลาว ซึ่งจะเสียค่านายหน้าร้อยละ 1-3 ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า

2) การค้าชายแดน (Cross Border Trade) 

ภาวะการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว ผ่านด่านศุลกากรในภาคปี 2556 มีมูลค่าการค้า 169,711.0 ล้านบาท หดตัวจากปีก่อนร้อยละ 1.9 เทียบกับปีก่อนที่ขยายตัวถึงร้อยละ 35.8 เป็นผลจากการลดลงทั้งการส่งออกและการนำเข้า โดยมูลค่าการส่งออก 153,385.5 ล้านบาท (สัดส่วนร้อยละ 78 ของมูลค่าการค้า) ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 1.6 และมูลค่าการนำเข้า 43,331.4 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 2.7

การค้าชายแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ล้านบาท

2555

2556

การส่งออก

158,0195

155,740.4

ไทย-สปป.ลาว

155,958.2

153,385.5

ไทย-กัมพูชา

2,056.5

2,354.9

การนำเข้า

44,740.6

43,584.3

ไทย-สปป.ลาว

44,533.6

43,331.4

ไทย-กัมพูชา

206.2

252.9

มูลค่าการค้า

202,760.1

199,324.7

ไทย-สปป.ลาว

200,491.8

196,717.0

ไทย-กัมพูชา

2,262.7

2,607.8

ที่มา : ด่านศุลกากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์เหล็ก เครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้าง ไก่และสินค้าปศุสัตว์ เป็นต้น โดยด่านศุลกากรที่ส่งออกสินค้าสูงสุดได้แก่ ด่าน ศุลกากรหนองคาย นครพนม และมุกดาหาร ตามลำดับ

สำหรับสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ทองแดงบริสุทธิ์ ไม้แปรรูป ผัก ธัญพืช ลวดลายและสายเคเบิ้ล ปุ๋ย ผลไม้ เป้นต้น โดยด่านศุลกากรที่นำเข้าสินค้าสูงสุดได้แก่ ด่านศุลกากรมุกดาหาร นครพนม และหนองคาย ตามลำดับ เป้นที่น่าสังเกตว่าในปีนี้การนำเข้าผ่านด่านนครพนมขยายตัวมากขึ้นจากการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ

Out EN th In EN thการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา       มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ผ่านด่านศุลกากรในภาคปี2556 มีมูลค่าการค้า 2,607.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ15.3 แต่ชะลอลงจากปีก่อนที่ขยายตัวถึงร้อยละ86.5 แบ่งเป็นการส่งออก 2,354.9 ล้านบาท (สัดส่วนร้อยละ 90.3 ของมูลค่าการค้า) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 14.5 การนำเข้า 252.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 22.6

th-coสินค้าส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลง สำหรับสินค้านำเข้าสำคัญได้แก่ มันสำปะหลัง เม็ดพลาสติก ของป่า (น้ำมันยาง ขี้ใต้ หวาย ชัน) เป็นต้น

tn-co EN out tn-co EN in

สถิติโครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนมกราคม-พฤษภาคม  ปี 2556

จังหวัด

จำนวนโครงการ B

เงินลงทุน (ล้านบาท)

การจ้างงาน (คน)

มหาสารคาม

3

139

30

กาฬสินธุ์

3

306.8

67

หนองคาย

1

30

29

มุกดาหาร

2

264

183

ร้อยเอ็ด

2

135.3

57

อุดรธานี

1

250

875

สกลนคร

1

400

150

ขอยแก่น

3

234.3

447

นครพนม

L

L

L

เลย

1

522.3

179

บึงกาฬ

L

L

L

หนองบัวลำภู

L

L

L

นครราชสีมา

38

17,077.5

9,850

อุบลราชธานี

3

347.5

248

บุรีรัมย์

4

1,966

164

สุรินทร์

2

398

543

ศรีสะเกษ

L

L

L

ชัยภูมิ

13

6,084

227

ยโสธร

L

L

L

อำนาจเจริญ

L

L

L

รวม

77

28,154.7

13,049

 

ภาวการณ์ส่งเสริมการลงทุนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดือนพฤษภาคม 2556 โครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 11 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 5,998.7 ล้านบาท การจ้างงาน 2,629 คน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2555 จำนวน 11 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 876.9 ล้านบาท การจ้างงาน 1,012 คน การขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีทิศทางที่ดี สัดส่วนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตัว ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ โครงการที่ขอส่งเสริมมีทั้งกิจการใหม่และกิจการขยาย อยู่ในกลุ่ม อุตสาหกรรม เกษตรและผลิตผลทางการเกษตร และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

โครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนเดือนพฤษภาคมจำนวน 14 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 4,410.9 ล้านบาท ได้แก่ กิจการเลี้ยงไก่เนื้อ กิจการผลิตสุกรพันธุ์และสุกรขุน กิจการผลแป้งมันสำปะหลังและแป้งแปรรูป กิจการผลิตอาหารจากเนื้อไก่ กิจการผลิตชิ้นส่วนเหล็กหล่อ กิจการผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนแม่พิมพ์ กิจการผลิตเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรม กิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กิจการผลิตยางแท่งและยางผสม กิจการผลิตเครื่องออกกำลังกาย กิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เช่น แผ่นหลังคาแหล็ก และแผ่นหนังเหล็ก เป็นต้นการลงทุนภาคเอกชน ปีพ.ศ.2556       การลงทุนภาคเอกชนชะลอลง โดยดัชนีการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 3.5 แต่ชะลอลงจากปีก่อนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ9.0 เป้นผลจากภาคการก่อสร้างที่ชะลอลง ส่วนหนึ่งเป้นผลมาจากประกอบการชะลอการลงทุนที่เร่งลงทุนไปมากในปีก่อน นอกจากนี้ผู้ประกอบการหลายรายประสบกับการขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้ยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างชะลอลง      สำหรับแนวโน้มการลงทุนในระยะต่อไปเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว สะท้อนจากเงินลงทุนที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 12.0 แต่ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงตามธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือกเป็นสำคัญ

ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

1 ยุทธศาสตร์การพัฒนา

(1) เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ โดยการยกมาตรฐานและประสิทธิภาพการผลิต การเกษตร การพัฒนาศักยภาพการประกอบการด้านอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว การตั้ง องค์กรร่วมภาครัฐและเอกชนระดับพื้นที่เพื่อส่งเสริมอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุน และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน

(2) สร้างคนให้มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาคนให้มีสุขภาวะดีทั้งร่างกาย จิตใจและสติปัญญา รอบรู้ เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถดำรงชีพได้อย่างมีคุณภาพ

(3) สร้างสังคมและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร แก้ไขปัญหาความยากจน หนี้สิน และการออมของครัวเรือน มีสัมมาอาชีพที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองและดูแลครอบครัวได้อย่างอบอุ่น

(4) ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สมบูรณ์ โดยเร่งอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ ๑๕.๙ ล้านไร่ หรือร้อยละ ๒๕ ของพื้นที่ภาค ป้องกันการรุกพื้นที่ชุ่มน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน ฟื้นฟูดิน ยับยั้งการแพร่กระจายดินเค็ม และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโดยส่งเสริมทำเกษตรอินทรีย์

2 ทิศทางการพัฒนากลุ่มจังหวัดและจังหวัด

(1) กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๑ ประกอบด้วยอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู และเลย) เน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศน์เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติ การปรับโครงสร้างการผลิตด้านการเกษตร การส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

(2) กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๒ ประกอบด้วย สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร เน้นให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร ส่งเสริมพื้นที่ชลประทาน การทำปศุสัตว์โดยเฉพาะโคเนื้อ

(3) กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบด้วย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองรองรับการเป็นศูนย์กลางการค้าบริการ และการลงทุนของภาค การใช้ประโยชน์พื้นที่ชลประทานให้เกิดประโยชน์สูงสุด การทำการเกษตรก้าวหน้า การเตรียมการรองรับ อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (Ethanol) ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

(4) กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ มุ่งเน้นการพัฒนาระบบชลประทานให้เต็มศักยภาพ การเตรียมการรองรับอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (Ethanol) พัฒนาการท่องเที่ยวทั้งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และอารยธรรมขอมด้วยการสร้างคุณค่าเพิ่ม และพัฒนาเส้นทาง

(5) กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ ประกอบด้วย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ มุ่งเน้นการพัฒนาแหล่งน้ำ และระบบบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำ การสร้างงานและรายได้จากการท่องเที่ยวให้มากขึ้น

3 โครงการที่สำคัญ (Flagship Project)

1) โครงการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ในทุ่งกุลาร้องไห้เพื่อการส่งออก

2) โครงการพัฒนาเมืองมุกดาหารเป็นประตูสู่อินโดจีน

3) โครงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวอารยธรรมขอม

4) โครงการจัดการผลิตเอทานอลในภาคอีสาน

5) โครงการยกมาตรฐานการเรียนการสอนด้วยระบบศึกษาทางไกล

6) โครงการเกษตรยั่งยืนเพื่อชุมชนเข้มแข็ง

7) โครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำชีตอนบนและลุ่มน้ำมูลตอนบนแบบบูรณาการเพื่อการผลิตที่ยั่งยืน

แนวทางการพัฒนา

แนวทางที่ 1 : เพิ่มศักยภาพฐานการผลิตให้แข็งแกร่ง มีความสมดุล และมีความสามารถในการแข่งขัน

เร่งต่อยอดและใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือและข้อตกลงระหว่างประเทศ อาทิ GMS ACMECS BIMSTEC และ AEC สร้างความมั่นคงและสมดุลของการผลิตพืชอาหารและพืชพลังงานของภาค เพิ่มศักยภาพการผลิตภาคเกษตรทั้งในและนอกเขตชลประทาน เพิ่มความมั่นคงเพื่อรักษาภาคเกษตรและเกษตรกรรายย่อย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอุตสาหกรรมเชื่อมโยงกับฐานการผลิตของท้องถิ่น ส่งเสริม SME ให้มีบทบาทในภาคและมีความเข้มแข็ง เตรียมพร้อมการเข้าสู่ AEC พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนบนพื้นฐานองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทย และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวและการบริการ โดยผลักดันให้เป็น Medical Hub ของอนุภูมิภาค พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ศูนย์กระจายสินค้า ฯลฯ

แนวทางที่ 2 : พัฒนาคนให้มีคุณภาพภายใต้แนวทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต

พัฒนาคุณภาพคนให้พร้อมรองรับโอกาสด้านอาชีพ และความต้องการแรงงานในภาค รวมทั้งเตรียมบุคลากรภาครัฐและเอกชนเข้าสู่ AEC โดยเฉพาะงานด้านวิเทศสัมพันธ์ พัฒนาระบบการศึกษาให้รองรับคนทุกวัย ส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาทางไกล เพิ่มทักษะฝีมือแรงงานทั้งในภาคเกษตร และภาคนอกเกษตร เพื่อยกระดับผลิตภาพแรงงานของภาคให้สูงขึ้น ส่งเสริมจริยธรรมและค่านิยมที่ดีงาม เพื่อปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้เป็นคนดีมีศีลธรรม ส่งเสริมสุขภาวะโดยเน้นทั้งการรักษาและการป้องกัน พัฒนาบริการด้านสุขภาพให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและเท่าเทียมกัน

แนวทางที่ 3 : สร้างความเป็นธรรมในสังคมและความเข็มแข็งของชุมชน

สร้างโอกาสและความมั่นคงในการอาชีพ บนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความสำเร็จของปราชญ์ชาวบ้านเป็นแรงจูงใจเพื่อสืบทอดอาชีพเกษตร รื้อฟื้นประเพณีและวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้เป็นทุนทางสังคม สร้างความเข้มแข็งทุนทางการเงินของชุมชน อาทิ กองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนสัจจะออมทรัพย์ เพิ่มบทบาทภาครัฐและชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินในพื้นที่ชุมชนเพื่อสร้างโอกาสในการอาชีพ พัฒนาเมืองและชุมชนให้เป็นเมืองน่าอยู่ เสริมสร้างความมั่นคงของประชาชน โดยสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางสังคมอย่างทั่วถึง และเป็นธรรม รวมทั้งการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวก

แนวทางที่ 4 : การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนา ที่ยั่งยืน

อนุรักษ์ ฟื้นฟู และขยายพื้นที่ป่าไม้ ส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการเพิ่มพื้นที่ป่าและการดูแลรักษาป่าไม้ ค้นหาและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้าให้เหมาะสม ทั่วถึงและเป็นธรรม เพิ่มประสิทธิภาพและขยายระบบชลประทานให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น พัฒนาแหล่งน้าขนาดเล็กที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมและกายภาพของพื้นที่ เตรียมการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติที่มาจากภาวะโลกร้อน ควบคุม กากับ ดูแล คุณภาพสิ่งแวดล้อมของภาคให้อยู่ในระดับมาตรฐาน และส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการพัฒนา

1. โครงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีผลต่อการพัฒนาภาค

โครงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีความสำคัญและส่งผลต่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในการจัดวางผังภาคจะต้องทำการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ โครงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawadee-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) องค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) และเขตการค้าเสรีอาเซียน (Asian Free Trade Area :AFTA)

2. โครงการพัฒนาของประเทศเพื่อนบ้านที่มีผลต่อการพัฒนาภาค

นอกจากโครงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศโครงการการพัฒนาของประเทศเพื่อนบ้านบางโครงการก็มีผลต่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือเช่นกัน ได้แก่ สะพานข้ามแม่น้ำเหืองที่ อ.ท่าลี่ จ.เลย ที่เชื่อมต่อกับเมืองแก่นท้าว แขวงไชยะบุรี เชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยว เมืองหลวงพระบาง, การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ สะหวัน-เซโน, โครงการเขื่อนน้ำ เทิน 2 เป็นโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศลาวผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ ประกอบกับขนาดของโครงการเปรียบเทียบกับขนาดของเศรษฐกิจประเทศลาว, การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศลาวบริเวณเมืองปากเซ และแขวงจำปาสัก เช่น ปราสาทวัดภูคอนพะเพ็ง ที่เป็นน้ำตกที่สวยในประเทศลาว และใหญ่ที่สุดแห่งเอเชีย น้ำตกหลี่ผี น้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดเยื้องอุทยานบาเจียง

3. โครงการพัฒนาที่สำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โครงการพัฒนาที่สำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ส่งผลต่อการพัฒนาคมนาคมขนส่งของภาค และการเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอินโดจีน รวมทั้งช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคอีกด้วย ได้แก่ สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ทำ ให้จังหวัดมุกดาหารกลายเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าและพาณิชยกรรมของภาค, โครงการศูนย์การขนส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ (Inland Container Depot : ICD) โดยกำหนดให้จังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์การขนส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟ เป็นจุดพักสินค้าและกระจายสินค้าของภาคจากขอนแก่นไปยังนครราชสีมา อุดรธานี หนองคาย พื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกและระหว่างประเทศ, โครงการการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3ระหว่างจังหวัดนครพนมกับแขวงคำม่วน ทำให้เกิดความสะดวกปลอดภัย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางรวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่และการท่องเที่ยวและกิจกรรมระหว่างประเทศ, โครงการเหมืองแร่โพแทช และเกลือหิน แหล่งเกลือหินที่มีการผลิตเกลือในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอยู่ 7แหล่ง คือ แหล่งชัยภูมิ แหล่งตลาดแค นครราชสีมา แหล่งมหาสารคาม แหล่งกุลาร้องไห้ แหล่งบำเหน็จณรงค์ แหล่งอุบล และแหล่งหนองคาย ในปัจจุบันมีการทำแผนแม่บทยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมต่อเนื่องเชื่อมโยงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมโพแทชและเกลือหินโดยตั้งเป้าผลักดันโครงการเหมืองแร่โพแทช เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยโพแทชและเกลือในภูมิภาคอาเซียน และส่งเสริมให้มีการผลิตและใช้เกลือที่ได้จากเหมืองละลายเกลือ, โครงการศูนย์กลางการบิน จังหวัดอุดรธานี สนามบินจังหวัดอุดรธานีเป็นสนามบินที่มีศักยภาพ สามารถให้บริการสายการบิน ทั้งภายในและต่างประเทศได้ และจากนโยบายเปิดเสรีทางการบิน ทำ ให้สายการบินต่างประเทศ ที่มีข้อตกลงการบินกับประเทศไทยแล้วสามารถบินมาลงที่สนามบินอุดรธานีได้

4. นโยบาย ยุทศาสตร์ และแผนงานที่มีผลต่อการพัฒนาภาค

1) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้มีการจัดทำเรื่อยมาจนถึงฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) การพัฒนาที่ผ่านมาก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์รวมความเจริญทางด้านต่างๆ ดังนั้นนับตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5-7 เป็นต้นมา จึงได้มีการกำหนดแนวทางการกระจายความเจริญและกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาค เมืองหลักที่ดำเนินการพัฒนา คือ ขอนแก่นนครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และสกลนคร

2) ยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภายใต้นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกันในทิศทางที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ลดความแตกต่างของรายได้ระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภูมิภาคอื่นๆ ให้ประชาชนมีระดับรายได้และคุณภาพชีวิตไม่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อคงไว้ซึ่งสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

ภาวะเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในไตรมาสที่ 1 ปี 2556 ชะลอตัวจากไตรมาส 4 ปี 2555 ผลจากนโยบายภาครัฐที่ช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายของภาคเอกชนสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจยังมีปัจจัยบวกจากรายได้ภาคเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย การได้รับคืนภาษีจากรถยนต์คันแรก และสถาบันการเงินยังให้การสนับสนุนสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยพยุงให้การบริโภคในประเทศขยายตัวในระยะต่อไป

การบริโภคภาคเอกชน ธุรกิจค้ารถยนต์แม้จะยังขยายตัวในระดับสูงแต่ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหลังจากได้เร่งส่งมอบรถยนต์ในช่วงไตรมาสก่อน ประกอบกับมีลูกค้าบางส่วนที่จองรถยนต์แล้วขอยกเลิกการจองรถยนต์หรือเลื่อนเวลารับรถยนต์ เช่นเดียวกับการค้ารถจักรยานยนต์ที่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัว สอดคล้องกับการชะลอตัวของสินเชื่อเช่าชื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สาหรับธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ตามเป้าหมายโดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหาร แต่มีสัญญาณชะลอการใช้จ่ายในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจได้รับผลกระทบจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำทำให้ต้นทุนแรงงานปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลต่อเนื่องให้อุตสาหกรรมบางประเภทชะลอตัว อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศยังขยายตัวได้ดี เช่นอุตสาหกรรมอาหาร และการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ในขณะที่อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ไฟฟ้า ยางพารา ขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ภาคบริการ ธุรกิจขนส่งสินค้าในประเทศและระหว่างประเทศขยายตัวได้ดีตามทิศทางการบริโภคภายในประเทศ และการขยายตัวของอุตสาหกรรมประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องขนส่งสินค้าผ่านไทย ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมอัตราการเข้าพักค่อนข้างต่ำผลจากการแข่งขัน ที่ทาให้ส่วนแบ่งตลาดลดลง อย่างไรก็ดีโรงแรมขนาดใหญ่ในจังหวัดสำคัญยังขยายตัวได้ดีจากการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจหลังการขยายการลงทุนในพื้นที่

อสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง ความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีแนวโน้มขยายตัวตามการขยายตัวของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย แต่คอนโดมีเนียมซึ่งขยายตัวสูงในปี 2555 เริ่มมีสัญญาณชะลอความร้อนแรง สะท้อนจากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ไม่สามารถขายได้หมดในระยะเวลาสั้นเหมือนเช่นที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามคอนโดมีเนียมยังมีแนวโน้มขยายตัวในจังหวัดใหม่ ๆ เช่น อุดรธานี สกลนคร และอุบลราชธานี เนื่องจากผู้ประกอบการท้องถิ่นปรับตัวต่อการแข่งขันผ่านกลไกด้านราคาที่ดิน ซึ่งทาให้ผู้ประกอบการจากส่วนกลางมีต้นทุนที่ดินสูง เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในโครงการแนวราบ

แนวโน้มธุรกิจและการลงทุน อุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวหลังจากสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรก และผู้ประกอบการเร่งการส่งมอบไปแล้ว และการจองรถยนต์ใหม่ในช่วงไตรมาสแรกของปีลดลง ส่วนการค้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปผู้ประกอบการ มีแนวโน้มต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการบริโภคและดึงกาลังซื้อของท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ผลจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังการใช้จ่าย สาหรับภาคอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมอาหารที่เชื่อมโยงกับการบริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศยังมีแนวโน้มที่ดี ในขณะที่การผลิตเพื่อการส่งออกประเภทอื่นยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน ส่วนแนวโน้มการลงทุน ธุรกิจมีโอกาสที่ดีจากการแข็งค่าของเงินบาท ในการที่จะลงทุนซื้อเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทดแทนแรงงานที่ยังขาดแคลน และลดอุปสรรคในเรื่องคุณภาพของแรงงาน รวมถึงมีโอกาสที่ดีในการขยายการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

 

JoomSpirit