สุราษฎรธานี

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดสุราษฎรธานี

Seal Surat Thani

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสุราษฎรธานี

รูปเจดีย์ หมายถึง พระบรมธาตุไชยา กล่าวกันว่า พระบรมธาตุไชยา เป้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัด เป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนักท่องเที่ยว รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่มาเยี่ยมชม

คำขวัญประจำจังหวัด

เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย
หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

21 3-29 31-4
รูปที่ 2 ต้นเคี่ยม รูปที่ 3 ดอกบัวผุุด รูปที่ 4 ดอกบัวผุด

 

พบหลักฐานว่ามีมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์อาศัยอยู่บริเวณที่เป็นถ้ำ และเพิงผาในพื้นที่ป่าเขาทางด้านทิศตะวันตกของจังหวัดสุราษฎร์ธานีและในพื้นที่ภูเขาหินปูน ที่กระจัดกระจายอยู่ในอำเภอต่างๆ ยุคสมัยนี้เชื่อมต่อกับสมัยประวัติศาสตร์ตอนปลายมีลักษณะพัฒนาการแบบก้าวกระโดดจากชุมชนที่ได้เครื่องมือหินขัด เข้าสู่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์โดยไม่พบพัฒนาการของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ยุคโลหะเหมือนชุมชนในภูมิภาคอื่นๆ คือไม่พบพัฒนาการของชุมชน ที่ใช้โลหะสำริดอย่างเดียวโดยไม่มีเครื่องมือเหล็กปะปน แต่จะพบโลหะทั้งสองอย่างร่วมกัน ชุมชนในยุคนี้น่าจะมีอายุไม่เกินกว่า 2,500 ปี

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในช่วงนี้ของสุราษฎร์ธานีค่อนข้างขาดแคลน ต้องอาศัยหลักฐานจากภายนอกมาเป็นตัวประกอบ หลักฐานเอกสารต่างประเทศได้แก่ หนังสือมหาวงศ์ หนังสือจุลวงศ์ พงศาวดารลังกา และจารึกของบัณฑยะในอินเดียใต้ ได้กล่าวว่าพระเจ้าจันทรภาณุได้ยกกองทัพไปโจมตีลังกาสองครั้ง ซึ่งตรงกับสมัยของพระเจ้าปรากรมพาหุที่ 2 แห่งลังกา การรบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 1790 และครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ. 1813 ต้องพ่ายแพ้แก่กองทัพลังกาทั้งสองครั้ง ในห้วงเวลานี้นครรัฐตามพรลิงค์ หรือนครศรีธรรมราช จะต้องยิ่งใหญ่และเข้มแข็ง จึงเชื่อว่าเมืองไชยาตั้งแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 น่าจะอยู่ในอาณาจักรของนครศรีธรรมราช ต่อมาเมื่อประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 19 อาณาจักรสุโขทัยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงฯ ได้แผ่อำนาจลงมายังดินแดนภาคใต้ของประเทศไทยทั้งหมดดินแดนประวัติศาสตร์รอบอ่าวบ้านดอนถือเป็นศูนย์กลางอาณาจักรศรีวิชัยที่สะสมอารยธรรมและ สืบทอดกันมายาวนานจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในดินแดนแห่งนี้ ทำให้ทราบว่าสภาพภูมิศาสตร์ทำให้มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาการของเมืองเป็นอย่างยิ่ง สุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์กลางชุมชนเมืองที่ถูกจัดตั้งด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์รอบอ่าวบ้านดอน เป็นศูนย์กลางการค้าขายนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโดยพัฒนามาพร้อมๆ กับชุมชนโบราณอีกหลายแห่งที่อยู่บริเวณรอบอ่าวบ้านดอน ประกอบด้วยชุมชนเมืองสำคัญๆ เช่น

เมืองไชยา เมืองโบราณมีศูนย์กลางที่ราบลุ่มคลองไชยาเกิดขึ้น ราวพุทธศตวรรษที่ 10 เกิดผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมด้านศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธแบบเถรวาท มีชื่อเสียงมากเมื่อครั้งวัฒนธรรมศรีวิชัยเจริญรุ่งเรื่องในราวพุทธศตวรรษที่ 13-17 เมืองไชยาเป็นเมืองหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของอาณาจักรนครศรีธรรมราช ชื่อว่าเมืองบันไทยสมอ

เมืองเวียงสระ มีอายุรุ่นเดียวกับเมืองไชยาอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำตาปี และแม่น้ำพุมดวง มีศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ มีอายุราวพุทธศตวรรษที่11 - 15 หรือ 16สภาพภูมิศาสตร์ของเมืองอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ ติดต่อกับทางทะเลไม่ได้การคมนาคมลำบากความสำคัญจึง ลดถอยลงไป เป็นเพียง การขยายชุมชน สะสมแหล่งอาหารเพื่อบำรุงเมืองเท่านั้น เมืองคีรีรัฐนิคมเป็นเมืองขนาดเล็กที่เป็นบริวารของเมืองเวียงสระ เรียกกันว่าเมือง "ธาราวดี" บ้าง "คงคาวดี" บ้าง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาโอบล้อมไปด้วยลำน้ำที่ไหลผ่าน เดิมเมืองนี้ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำรอบ ภายหลังมาขึ้นกับเมืองตะกั่วป่าและยังไม่มีการปกครองเป็นหัวเมืองจึงเรียกกันว่า "คีรีรัฐนิคม" เมืองนี้มิได้เป็นศูนย์กลางทางการค้าแต่เป็นเมืองหน้าด่านควบคุมสินค้าทางเดินบกข้ามแหลมมลายูระหว่างฝั่งทะเลตะวันตกกับฝั่งทะเลตะวันออก

เมืองท่าทองเป็นเมืองขนาดใหญ่ เชื่อกันว่าเป็นเมืองสิบสอง นักษัตรของนครศรีธรรมราช ชื่อ "เมืองสะอุเลา"ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มลำน้ำท่าอุแท และคลองกะแดะควบคู่กันในอำเภอกาญจนดิษฐ์ อายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 เป็นต้นมา เป็นชุมชนกระจัดกระจายพบว่าตำบลช้างขวาและใกล้เคียงมีศิลปกรรมสมัยทราวดี

ตั้งแต่รัชสมัยพระบรมไตรโลกนาถ เป็นต้นมา ได้มีการฟื้นฟูบูรณะวัดต่างๆ ในเมืองไชยาที่สำคัญคือ วัดพระบรมธาตุ ให้เป็นวัดสำคัญประจำเมืองไชยา บทบาทของเมืองในสุราษฎร์ธานีในสมัยอยุธยา ค่อนข้างราบเรียบ คงจะเป็นเพราะศูนย์กลางการค้าทางทะเล ได้เปลี่ยนสถานที่ไปทำให้บทบาทของเมืองต่างๆ น่าจะเป็นเมืองกสิกรรมไม่โดดเด่นเช่นเมืองปัตตานี สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช

ในปี พ.ศ.2328 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่ายกกองทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ เมืองไชยา และเมืองท่าทอง ได้รับความเสียหายมาก ผู้คนอพยพออกไปจากตัวเมือง เข้าใจว่าน่าจะย้ายไปตั้งเมืองใหม่ที่พุมเรียง พุมเรียงได้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองไชยา จนกระทั่งมีการสร้างทางรถไฟสายใต้ ผ่านเมืองไชยา ทำให้ศูนย์กลางเมืองไชยาได้ย้ายกลับมาอยู่ใกล้สถานีรถไฟ การที่เมืองไชยาเก่าบริเวณที่ตั้งวัดเรียง ย้ายไปอยู่ที่พุมเรียงเป็นเวลาประมาณศตวรรษเศษ เป็นเหตุให้วัดต่างๆ ในเมืองไชยาที่เคยเจริญมาตั้งแต่ครั้งอยุธยากลายสภาพเป็นวัดร้าง เช่นวัดพระบรมธาตุไชยา วัดแก้วกาหลง เป็นต้นในปี พ.ศ. 2375 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) มาตั้งอู่เรือที่บ้านดอนและเมืองท่าทอง ตั้งเป็นโรงอู่ต่อเรือกำปั่นแปลงขนาดยาว 11 วา ทั้งเรือพระที่นั่ง และเรือรบ สำหรับทะเลเพื่อใช้ในราชการจำนวน 31 ลำ ด้วยทรงเห็นว่าชาวเมืองมีความรู้ความชำนาญในการต่อเรือมาแต่เดิม และมีไม้ตะเคียนทองที่มีคุณภาพดี หาได้ง่าย จากพื้นที่บริเวณคลองพุมดวง คลองยัน และคลองท่าทอง

ในปี พ.ศ. 2394 - 2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองท่าทองมาตั้งที่บ้านดอน เพราะมีผู้คนตั้งบ้านเรือนอยู่หนาแน่น นับตั้งแต่เจ้าพระยานคร (น้อย) เข้ามาตั้งกองต่อเรือ พระราชทานนามเมืองใหม่ว่า เมืองกาญจนดิษฐ์ ยกฐานะเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ และได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้นายพุ่ม บุตรเจ้าพระยานคร (น้อย) เป็นพระยากาญจนดิษฐ์บดี ครองเมืองกาญจนดิษฐ์ ในปี พ.ศ. 2439 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงยกเลิกระบบกินเมือง มาเป็นระบบเทศาภิบาล ในปี พ.ศ. 2440 ได้มีตราพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ฉบับแรกในภาคใต้ แบ่งเขตการปกครองเป็นสายมณฑลได้แก่ มณฑลภูเก็ต มณฑลชุมพร และมณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลชุมพรได้รวมเมืองไชยา เมืองกาญจนดิษฐ์ (บ้านดอน) เมืองหลังสวน และเมืองชุมพร โปรดให้รวมเมืองไชยา และเมืองกาญจนดิษฐ์ เข้าเป็นเมืองเดียวกันเรียกว่า เมืองไชยา (เป็นไชยาที่บ้านดอน) ชาวบ้านจึงเรียกชื่อเป็นไชยาเก่าคือ ไชยาที่พุมเรียง และไชยาใหม่คือ ไชยาที่บ้านดอน ต่อมาทางกรุงเทพฯ ได้ย้ายศูนย์กลางของมณฑลจากชุมพรมาอยู่ที่ไชยา (บ้านดอน) ผู้ที่มาเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลคือ พระยามหิบาลบริรักษ์ คนต่อมาคือ พระยาคงคาวราธิบดี ครองตำแหน่งมาถึงปี พ.ศ. 2468

ในปี พ.ศ.2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ได้ประทับแรมที่ตำหนัก ณ ควนพุนพิน หรือควนท่าข้าม ทรงทอดพระเนตรเห็นประชาชนพลเมือง มีกิริยามารยาทเรียบร้อยและทรงทราบจากเจ้าเมืองว่า ประชาชนตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมเคารพหนักแน่นในพระพุทธศาสนา จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองไชยา (บ้านดอน) เป็นเมืองสุราษฎร์ธานี ทรงเปลี่ยนชื่อแม่น้ำหลวงเป็นแม่น้ำตาปี ตามชื่อแม่น้ำตาปติในอินเดีย ซึ่งที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำมีเมืองชื่อ สุรัฎฐ (สุราษฎร์) จึงทรงพระราชทานนามอันเป็นมงคลไว้ แกละโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายศาลาว่าการมณฑลมาตั้งที่บ้านดอน บริเวณเดียวกับศาลากลางเมืองไชยา ให้ยกฐานะเมืองท่าทองเป็นอำเภอ และเชื่อเมืองกาญจนดิษฐ์เป็นชื่ออำเภอ เมืองไชยาเก่าให้เปลี่ยนเรียกว่าอำเภอพุมเรียง (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอเมืองไชยา เมื่อปี พ.ศ. 2480 และได้ตัดคำว่าเมืองออกเมื่อปี พ.ศ. 2491) ทรงเปลี่ยนชื่อมณฑลชุมพรเป็นมณฑลสุราษฎรธานี ในปี พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ยุบมณฑลสุราษฎร์มาขึ้นกับมณฑลนครศรีธรรมราช ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบการบริหารราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ทำให้ระบบเทศาภิบาลถูกยกเลิกไป จังหวัดสุราษฎรธานีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งในราชอาณาจักรสยาม ขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย

Thailand 6-38-1 Surasur
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดสุราษฎรธานี รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดสุราษฎรธานี รูปที่ 7 สภาพภูมิประเทศจังหวัดสุราษฎรธานี

 

จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของภาคใต้ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางรถยนต์ประมาณ 645 กิโลเมตรมีเนื้อที่ประมาณ 13,079.61 ตารางกิโลเมตร หรือ 8,174,758.61 ไร่ มีเนื้อที่มากเป็นอันดับ 6 ของประเทศ และมีพื้นที่มากที่ สุดในภาคใต้ฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยใน

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความยาวประมาณ 156 กิโลเมตร มีเกาะขนาดใหญ่ ได้แก่ เกาะสมุย เนื้อที่ 227.25 ตารางกิโลเมตร เกาะพะงัน มีเนื้อที่ 194.2 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีหมู่เกาะอ่างทองและเกาะบริวาร 42 เกาะ เกาะสมุย เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ห่างจากฝั่งทะเลประมาณ 20 กิโลเมตร และห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 80 กิโลเมตร

ทิศเหนือ ติดตอกับจังหวัดชุมพรและอ่าวไทย
ทิศใต้ ติดตอกับจังหวัดนครศรีธรรมราชและกระบี่
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ่าวไทยและจังหวัดนครศรีธรรมราช
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพังงาและระนอง


ภูมิประเทศ

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาประมาณ 49 % ของพื้นที่จังหวัด มีเทือกเขาสูงทอดยาวตามแนวเหนือใต้ของพื้นที่จังหวัด ลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวก่อให้เกิดลุ่มน้ำน้อยใหญ่รวม 14 ลุ่มน้าลุ่มน้าที่สําคัญ ได้แก่ลุ่มน้าตาปี พุมดวง ท่าทอง ท่ากระจาย ไชยา ท่าฉาง เป็นต้น แม่น้าลําคลองในจังหวัดทุกสายไหลลงสู่อ่าวไทยด้านทิศตะวันออก สําหรับลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดสุราษฎร์ธานีสรุปได้ดังนี้

    1. ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง ภูเขาสลับซับซ้อน ได้แก่ พื้นที่ในเขตอำเภอคีรีรัฐนิคม พระแสง พนม ท่าฉาง ไชยา ท่าชนะ เวียงสระ ชัยบุรีและอําเภอวิภาวดี
    2. ภูมิประเทศเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ได้แก่ พื้นที่อําเภอเมืองและพุนพิน
    3. ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงด้านตะวันออก ได้แก่ พื้นที่อําเภอดอนสัก กาญจนดิษฐ์ เวียงสระ และบ้านนาสาร
    4. ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงตอนกลาง ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอเมือง พุนพิน เคียนซา พระแสง พนม บ้านนาเดิม ท่าชนะ ท่าฉาง และไชยา
    5. ลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะในอ่าวไทย ได้แก่ พื้นที่อําเภอเกาะสมุย เกาะพะงัน หมู่เกาะอ่างทอง และเกาะบริวารรวม 42 เกาะ


ภูมิอากาศ

เนื่องจากทําเลที่ตั้งอยู่ระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรจึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่่งเกิดบริเวณทะเลอันดามันบ้างเป็นครั้งคราว เนื่องจากมีแนวเทือกเขาตะนาวศรีเทือกเขาภูเก็ต และเทือกเขานครศรีธรรมราช แถบบริเวณจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นแนวช่วยลดอิทธิพลของลมมรสุมดังกล่าว จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกติจะมีแหล่งกําเนิดบริเวณทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ทําให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทยและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย จึงมีช่วงฤดูฝนยาวนานระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมกราคม

แหล่งน้ำธรรมชาติ

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีลุ่มน้ำใหญ่ น้อยรวม 14 ลุ่มน้าแต่ละลุ่มน้ามีแม่น้ำและร่องหลายสายทุกสายล้วนไหลลงสู่อ่าวไทย แม่น้ำในสุราษฎร์ธานีตัดขวางคาบสมุทรออกสู่ทะเลด้านตะวันออก ในอดีตอาศัยเครือข่าย แม่น้ำเดินทางติดต่อถึงกัน และติดต่อกับเมืองชายฝั่งแม่น้าที่มีลักษณะทางอุทกวิทยาที่สําคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานีคือ แม่ น้าตาปีแม่ น้าพุมดวง ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้ำที่สําคญของจังหวัดมี 2 สาย คือ

  • แม่น้ำตาปีเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราช ไหลผ่าน อ.ชัยบุรี อ.พระแสง อ.เวียงสระ อ.เคียนซา อ.บ้านนาสาร อ.บ้านนาเดิม อ.พุนพิน และไหลลงสู่อ่าวไทยที่ อ.เมือง มีความยาวประมาณ 230 กิโลเมตร ปริมาณน้ำเฉลี่ย 5,900 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี
  • แม่น้ำพุมดวง เกิดจากคลองแสง คลองสก และคลองยันไหลผ่าน อ.บ้านตาขุน อ.คีรีรัฐนิคม และอ.ท่าฉาง บรรจบกับแม่น้ำตาปีที่ อ.พุนพิน ยาวประมาณ 80 กิโลเมตร ปริมาณน้ำเฉลี่ย 6,600 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี

จังหวัดสุราษฎร์ธานีแบ่งการปกครองออกเป็น 19 อำเภอ 131 ตำบล 1,028 หมู่บ้าน มีรายชื่ออำเภอดังนี้

Amphoe
  1. อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
  2. อำเภอกาญจนดิษฐ์
  3. อำเภอดอนสัก
  4. อำเภอเกาะสมุย
  5. อำเภอเกาะพะงัน
  6. อำเภอไชยา
  7. อำเภอท่าชนะ
  8. อำเภอคีรีรัฐนิคม
  9. อำเภอบ้านตาขุน
  10. อำเภอพนม
  11. อำเภอท่าฉาง
  12. อำเภอบ้านนาสาร
  13. อำเภอบ้านนาเดิม
  14. อำเภอเคียนซา
  15. อำเภอเวียงสระ
  16. อำเภอพระแสง
  17. อำเภอพุนพิน
  18. อำเภอชัยบุรี
  19. อำเภอวิภาวดี

 

 

ผู้บริหารจังหวัด

ched

นายเชิดศักดิ์  ชูศรี
ผู้ว่าราชการจังหวัด

vongsiri

นายวงศศิริ  พรหมชนะ
รองผู้ว่าราชการจังหวัด

chalaosak

นายชลอศักดิ์  วาณิชย์เจริญ
รองผู้ว่าราชการจังหวัด

vinchai

นายวินชัย  อุยางกูร
รองผู้ว่าราชการจังหวัด

siri

นายศิริพัฒ  พัฒกุล
ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดสุราษฏร์ธานี

เขต 1 นายธานี เทือกสุบรรณ พรรค ประชาธิปัตย์ 
เขต 2 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พรรค ประชาธิปัตย์
เขต 3 นางโสภา กาญจนะ พรรค ประชาธิปัตย์
เขต 4 นายเชน เทือกสุบรรณ พรรค ประชาธิปัตย์
เขต 5 นายสินิตย์ เลิศไกร พรรค ประชาธิปัตย์
เขต 6 นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ พรรค ประชาธิปัตย์

 

สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุราษฏร์ธานี

  • พล.ต.ท.มาโนช  ไกรวงศ์

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีประชากรจํานวน 1,001,396 คน ชาย 495,278 คน หญิง 506,124 คน (ข้อมูล 10 ก.พ.2554) อําเภอที่มีประชากรมากที่สุด คือ อําเภอเมือง รองลงมาอําเภอกาญจนดิษฐ์และอําเภอพุนพิน

ประชากรส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธ โดยประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเป็นหลัก โดยใช้พื้นที่ในการเกษตรประมาณร้อยละ 45 ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์ ประมง อุตสาหกรรม และการทำเหมืองแร่

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดสุราษฎร์ธานีปี 2552 ณ ราคาประจําปีมีมูลค่า 125,726 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร 125,912 บาท/คน/ปี  หากพิจารณา ณ ราคาคงท่ีปี 2552 ขยายตัวร้อยละ -2.73

econsurat

การเกษตร

ประชากรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 138,034 บาท ต่อปี โดยส่วนมากจะประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ โดยใช้ที่ดินเพื่อทำการเพาะปลูกประมาณ 45% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เงาะ ทุเรียน และกาแฟ

นอกจากนั้น ยังมีการเลี้ยงปศุสัตว์และการทำประมง โดยปศุสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันมาก เช่น โค กระบือ สุกร ไก่ แพะ โดยปศุสัตว์ที่มีมูลค่าผลผลิตมากที่สุด คือ โค สุกร ไก่ กระบือ และเป็ดตามลำดับ ส่วนด้านการประมงนั้น มีทั้งการประมงน้ำเค็ม น้ำกร่อย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการประมงน้ำจืด

อุตสาหกรรม

ทางด้านอุตสาหกรรมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากผลผลิตทางเกษตรกรรม เช่น อุตสาหกรรมปลาป่น อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลกระป๋อง น้ำมันปาล์มดิบ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ซึ่งในจังหวัดมีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 730 โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีการให้สัมปทานเหมืองแร่ โดยแร่ที่สำคัญในจังหวัด ได้แก่ ยิบซั่ม โดโลไมต์ แอนไฮโครต์ หินปูน ดินขาว และบอลเคลย์

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่ได้รวมอยู่ในบริเวณศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ แต่จะตั้งอยู่บริเวณถนนตลาดใหม่ ระหว่างซอย 7 และซอย 9 ถัดไปจากที่ว่าการอำเภอเมืองฯ เพียงเล็กน้อย

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2545 - 2554
POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, SURAT THANI PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2554
  -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 645,668 654,493 659,535 696,528 741,685 755,115 758,460 761,264 784,421
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 481,567 483,484 491,177 525,775 564,241 569,579 567,489 557,537 587,756
   ผู้มีงานทำ 475,068 475,274 489,115 521,399 557,550 564,936 561,917 554,401 586,412
   ผู้ว่างงาน 6,305 6,928 2,009 4,338 6,618 4,521 4,743 3,136 1,033
   ผู้ที่รอฤดูกาล 193 1,282 53 38 74 121 829  - 311
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 164,101 171,009 168,358 170,754 177,444 185,536 190,970 203,728 196,665
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 318,802 323,069 325,599 343,910 366,196 372,751 374,217 375,762 387,718
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 264,767 265,933 270,770 289,868 312,400 314,382 315,301 314,814 321,966
   ผู้มีงานทำ 261,667 261,939 269,634 287,234 309,591 312,151 312,381 313,401 321,758
   ผู้ว่างงาน 3,100 3,198 1,082 2,596 2,787 2,110 2,384 1,412 208
   ผู้ที่รอฤดูกาล  - 797 53 38 22 121 536  -  -
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 54,035 57,135 54,829 54,043 53,796 58,369 58,916 60,949 65,752
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 326,867 331,425 333,937 352,618 375,489 382,364 384,243 385,502 396,703
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 216,800 217,551 220,407 235,907 251,842 255,196 252,188 242,724 265,790
   ผู้มีงานทำ 213,401 213,336 219,481 234,165 247,959 252,785 249,536 241,000 264,654
   ผู้ว่างงาน 3,205 3,730 927 1,742 3,831 2,411 2,359 1,724 825
   ผู้ที่รอฤดูกาล 193 485  -  - 52  - 293  - 311
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 110,067 113,873 113,529 116,711 123,648 127,167 132,055 142,779 130,912

 

ที่มา: การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
รวบรวมโดย: สำนักสถิติพยากรณ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ

suanmok

สวนโมกขพลาราม

เดิมชื่อวัดธารน้ำไหล มีท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้ริเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2502 เพื่อเป็นสถานที่แสวงหาความสงบและศึกษาธรรม มีโรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งประกอบด้วยภาพศิลป์ บทกวี คติธรรมคำสอนในพุทธศาสนานิกายต่างๆ ภาพพุทธประวัติ ภาพจำลองจากภาพหินสลัก เรื่องพุทธประวัติในอินเดีย รอบบริเวณร่มรื่นเหมาะสำหรับเป็นที่ฝึกอบรมจิตใจและศึกษาพุทธศาสนา

 

stn 5

หมู่บ้านพุมเรียงและแหลมโพธิ์ 

เป็นชุมชนชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ ที่มีอาชีพทอผ้าไหม ผ้าไหมพุมเรียงเป็นผ้าทอยกดิ้นเงิน หรือดิ้นทองสวยงาม คุณภาพดี มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวพุมเรียง เป็นสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

monkey-training

สถานที่ฝึกลิง

วิทยาลัยฝึกลิงเพื่อการเกษตร" มีการสาธิตและบรรยายหลักสูตรการฝึกลิงกัง จากเริ่มต้นจนสามารถทำงานได้จริง

pier

ท่าเรือเฟอร์รี่

เป็นท่าเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปเกาะสมุย โดยนำรถยนต์ข้ามไป หรือนั่งโดยสารเพียงอย่างเดียว

stn 4

น้ำตกวิภาวดี

เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีประชาชนนิยมเดินทางมาพักผ่อนกันมากในวันหยุด

chedi

วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์

พระครูสุวรรณประดิษฐ์การ หรือหลวงพ่อจ้อย เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคใต้เป็นผู้บุกเบิกสร้างขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 และมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2536 แต่ยังคงอยู่ในโลงแก้วภายในอุโบสถ บนยอดเขายังเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้มาจากวัดพระเกียรติ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

paknam

ปากน้ำตาปี

อยู่เยื้องกับห้างจุฬาสรรพสินค้า ถนนบ้านดอน ปากน้ำตาปีมีร้านจำหน่ายของทะเล

stn 6

สถานีพัฒนาและส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร

เป็นป่าแบบป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ บนยอดเขาสามารถชมทิวทัศน์รอบตัวเมืองสุราษฎร์ได้โดยรอบ และเป็นที่ตั้งของ พระธาตุศรีสุราษฎร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ นับเป็นปูชนียสถานองค์แรกของชาวบ้านดอน ภายในสถานีพัฒนาฯ สามารถเดินศึกษาธรรมชาติด้วยตนเอง

kohtaoss

เกาะเต่า

ในอดีตกรมราชทัณฑ์ได้ใช้เป็นเรือนจำกักขังนักโทษการเมือง (กบฎบวรเดช) สมัยการปกครองของคณะราษฎร์ เกาะเต่ามีประชาชนมาอาศัยตั้งแต่ปี 2490 เป็นเกาะที่มีธรรมชาติและความสมบูรณ์ของชีวิตใต้ทะเล สวยงามด้วยแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก หาดทรายขาวสวยสงบ มีโรงเรียนสอนดำน้ำหลายโรงเรียน

view2

เกาะนางยวน 

เป็นเกาะที่มีเกาะเล็ก 3 เกาะเชื่อมกันเวลาที่น้ำลง เป็นเกาะที่มีหาดทรายเนื้อละเอียดขาว น้ำทะเลใส มีปะการังน้ำตื้นและน้ำลึกที่ยังสมบูรณ์และสวยงาม

เกาะพะงัน

เป็นหนึ่งในจำนวน 48 เกาะที่ตั้งอยู่ในช่องอ่างทอง ภูมิประเทศของเกาะพะงันมีภูเขาอยู่ตรงกลางเกาะ ทอดตัวจากทิศเหนือจดทิศใต้ มีที่ราบทางด้านทิศตะวันตกของเกาะ ส่วนทางทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาจดทะเล มีชายหาดขาว น้ำทะเลใสร่มรื่นด้วยทิวไม้ริมชายหาด

ต้นยางใหญ่

เป็นต้นยางขนาดใหญ่มาก มีเส้นรอบวงประมาณ 14 เมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใต้

บ้านโฉลกหลำ

เป็นอ่าวอยู่ทางทิศเหนือของเกาะพะงัน เป็นอ่าวลึกกำบังคลื่นลมในบางฤดูได้เป็นอย่างดี

พระพุทธบาทจำลองบนภูเขาวัดมธุรวราราม (วัดมะเดื่อหวาน)

บนยอดเขานี้มีมณฑปพระพุทธบาทจำลอง จากเชิงเขาจะมีบันไดขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาทนับว่าสะดวกสบายมาก

วัดเขาถ้ำ (สวนสุวรรณโชติการาม)

เป็นสำนักสงฆ์ที่มีผู้นิยมมานั่งวิปัสนาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ภายในมีพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ และรูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผม สามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบเกาะได

ศาลเจ้าแม่กวนอิม

สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะพะงัน เป็นจุดชมวิวที่สวยงามจุดหนึ่ง

หาดแม่หาด

เป็นชายหาดที่สวยงามของเกาะพะงัน

haad-rin

หาดริ้น 

เป็นชายหาดที่สวยและมีชื่อเสียงของเกาะพะงัน มีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาชุมนุมกันในวันพระจันทร์เต็มดวง เรียกว่า ฟูลมูน ปาร์ตี้

อ่าวท้องนายปาน

เป็นชายหาดที่สวยอันดับสองรองจากหาดริ้น

อ่าวศรีธนู

เป็นชายหาดที่สวยเป็นอันดับสามของเกาะพะงัน หน้ามรสุมคลื่นลมจะแรงมาก ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้

stn 2

เกาะสมุย 

เกาะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก อยู่บริเวณอ่าวไทย พื้นที่ 1 ใน 3 ของเกาะเป็นที่ราบล้อมรอบภูเขา เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยทรายขาว ชายหาดที่ทอดยาวขนานไปกับทะเล ต้นมะพร้าวริมชายหาดและน้ำทะเลใสสวย

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่สอง อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่างๆ 42 เกาะ ส่วนมากเป็นเกาะหินปูน หมู่เกาะนี้เดิมเป็นเขตหวงห้ามของทหารเรือ แต่ก็ได้มีราษฎรอพยพไปตั้งบ้านเรือน โดยประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว จับปลา และเก็บรังนก

เกาะแตน

เป็นเกาะที่งดงามด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ชายหาดยาวทิวมะพร้าวเรียงราย มีแนวปะการังและชายฝั่งที่ค่อนข้างสมบูรณ์

อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น

เป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ บริเวณยอดเขาที่มีเมฆหมอกปกคลุมเกือบตลอดปี จะพบป่าอีกชนิดหนึ่ง คือป่าดิบเขา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำตาปี พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินอัคนี ที่เกิดจากการยกตัวและระเบิดของภูเขาไฟ มีค่าย 180 และค่าย 357 ซึ่งเป็นค่ายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต

stn 1

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทอง

สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มสลับกับหนองน้ำ มีหนองน้ำใหญ่เป็นที่อาศัยของนกและสัตว์น้ำ บริเวณอุทยานฯ มีบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อุณหภูมิ 50-60 องศาเซลเซียส มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อน้ำร้อน

chiewlan

เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)

เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวอเนกประสงค์ บริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และสวนสวยงาม ภูเขาหินปูนที่อยู่ในเขื่อนมีรูปร่างต่างๆ แปลกตาสวย มีที่พักของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาสกไว้บริการนักท่องเที่ยว

kaosok2

อุทยานแห่งชาติเขาสก

เป็นภูเขาดิน และภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน มีแนวหน้าผาสูงชัน ด้านทิศเหนือเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เกิดจากการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา มีป่าไม้และสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ พันธุ์ไม้หายาก

อุทยานแห่งชาติคลองพนม

เป็นภูเขาหินปูนเรียงรายสลับซับซ้อน และมีป่าไม้ที่สมบูรณ์อุดมด้วยไม้ใหญ่นานาพรรณ เป็นป่ารกครึ้มร่มรื่น มีลำธารใหญ่น้อยจำนวนมาก ซึ่งลำธารนี้ไหลรวมกับคลองสกและคลองสกไหลไปรวมกับคลองแสง เป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวง เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำตาปี

chaiya-museum

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา

เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ประเภทประวัติศาสตร์และโบราณคดี จัดแสดงประติมากรรมศิลาและสำริดที่ค้นพบในเมืองไชยาเก่า เป็นที่จัดแสดงหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา

pic6

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร

องค์พระเจดีย์เป็นโบราณสถาน ที่สร้างขึ้นตามแบบลัทธิมหายาน ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรศรีวิชัยรุ่งเรือง รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์เล็กๆ 4 ทิศ ล้อมรอบด้วยวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดต่างๆ โดยรอบทั้ง 4 ด้าน พระธาตุไชยานับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

chedi-kaew

วัดรัตนาราม หรือ วัดแก้ว 

เป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าเจดีย์วัดแก้วสร้างสมัยเดียวกับเจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยา มีโบราณสถานที่สำคัญเรียกว่า เจดีย์วัดแก้ว เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมศรีวิชัย สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 ลักษณะของเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมแบบก่ออิฐไม่ถือปูน ฐานล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุข 4 ด้าน ระหว่างมุขทำเป็นย่อมุมไม้สิบสอง ซุ้มด้านทิศตะวันออก มีทางเดินไปห้องกลางขององค์เจดีย์ ภายในซุ้มมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ทุกซุ้ม

stn 3

วัดหลง

ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าเจดีย์ของวัดนี้สร้างสมัยเดียวกับเจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยา เป็นเจดีย์ที่ทิ้งร้างมานาน จนชำรุดเหลือแต่ซากอิฐและฐานราก กองโบราณคดี ได้ขุดแต่งบูรณะปฏิสังขรณ์ ทำให้สภาพของรูปทรงเจดีย์ชัดเจนขึ้น

hin-ta

hin-yai

หินตา หินยาย หาดละไม

เป็นหินขนาดมหึมาตั้งอยู่ชายทะเล มีรูปร่างคล้ายอวัยวะเพศชายและหญิง นับเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเกาะสมุยที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต้องแวะเวียนไปชม ระหว่างทางเดินไปหินตาหินยายยังมีร้านค้าของฝากนานาชนิดให้ซื้อติดมือเป็นที่ระลึก เช่น ผ้าบาติก งานหัตถกรรมจากมะพร้าว กะละแม เป็นต้นหากเดินจากลานจอดรถผ่านร้านค้าของที่ระลึกไปจะพบลานหินกว้าง มองไปทางขวามือจะเห็นหินตา ซึ่งเกิดจากหินแกรนิตที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำทะเลและความร้อน คล้ายอวัยวะเพศชายขนาดใหญ่ตั้งชี้ฟ้าอยู่ใกล้ชายทะเล นักท่องเที่ยวจะหยุดยืนชมหินตาจากลานหินนี้ ยามเย็นบริเวณลานหินยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมองเห็นพระอาทิตย์ลับไปหลังเนินหิน

ส่วนหินยายอยู่ทางซ้ายมือ เป็นหินแกรนิตขนาดใหญ่มหึมาตั้งอยู่ชายทะเล ลักษณะเหมือนร่างผู้หญิงช่วงตั้งแต่เหนือหัวเข่าไปถึงเอวโดยนอนหันหน้ารับคลื่นลมที่ซัดสาดอยู่เป็นระยะ

มีตำนานเล่าว่า นานมาแล้วมีตายายคู่หนึ่งชื่อตาเครงกับยายเรียม เป็นชาวปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เดินทางโดยเรือใบเพื่อไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่ายที่ จ. ประจวบคีรีขันธ์ ให้แก่ลูกชาย ครั้นเรือแล่นมาถึงแหลมละไม เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่ม ทั้งตาและยายได้อธิษฐานว่าขอให้เกิดเป็นสัญลักษณ์ให้ตาม่องล่ายได้ทราบว่าตามาหาแล้ว มิได้ผิดคำสัญญาแต่ประการใด ดังนั้นเมื่อตาและยายเสียชีวิต คลื่นได้ซัดร่างมาเกยชายหาด กลายมาเป็นหินตาและหินยายจนถึงปัจจุบัน

lagoon

ทะเลใน เกาะสมุย

เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ด้านหน้าที่ทำการเป็นหาดทรายขาวสะอาด ใกล้ๆกันนั้นมีถ้ำบัวโบก ภายในมีหินงอกหินย้อยคล้ายดอกบัวบาน ถัดไปมีทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา ระยะทางประมาณ 400 เมตร ซึ่งจะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทอง ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนผืนน้ำสีคราม เป็นภาพที่สวยงามยิ่ง

 

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์

ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด 

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

เว็บไซต์วิกิพีเดีย  จังหวัดสุราษฏร์ธานี - วิกิพีเดีย  

ด้านแรงงาน

(สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย

สภาพทางภูมิศาสตร์ 

การปกครอง

ประชากรและสภาพทางสังคม

เว็บไซต์จังหวัดสุราษฏร์ธานี 

www.suratthani.go.th

media.suratthani.go.th/document/surat54.pdf

การเลือกตั้ง  เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสุราษฏร์ธานี

http://www2.ect.go.th/home.php?Province=suratthani 

http://nongkhai108.fix.gs/index.php?topic=433.msg736#msg736 

ประวัติศาสตร์

ประเพณีและวัฒนธรรม

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

http://www.baanjomyut.com/76province/south/suratthani/index.html

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ต้นเคี่ยม

siamsouth.com 

bloggang.com

ดอกบัวผุด 

biogang.net  

wanramtang.com

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดสุราษฎร์ธานี - วิกิพีเดีย

แผนที่อาณาเขต

thaienergydata.in.th  

ภาพสถานที่ท่องเที่ยว

http://www.siamfreestyle.com/travel-attraction/suratthani/ 

สุราษฎร์ธานี ท่องเที่ยว ที่พัก

 

JoomSpirit