นครศรีธรรมราช

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดนครศรีธรรมราช

Seal Nakhon

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

ตราประจำจังหวัด เป็นรูปพระบรมธาตุเจดีย์มีรูปสัตว์ ตามปีนักษัตรล้อมรอบ หมายถึง เมือง 12 นักษัตร จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-18 มีทั้งหมด 12 เมือง

ความหมายจังหวัด นครอันงามสง่า แห่งพระราชาผู้ทรงธรรม
ใช้อักษรย่อจังหวัด นศ.

คำขวัญประจำจังหวัด

นครศรีธรรมราช เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ

แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งป

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mellettia atropurpurea

2-29 6 3-20
รูปที่ 2 ต้นแซะ รูปที่ 3 ต้นแซะ  รูปที่ 4 ดอกราชพฤกษ์

 

นครศรีธรรมราช เป็นเมืองโบราณที่มีความสําคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และศาสนามากที่สุดเมืองหนึ่ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นครศรีธรรมราชมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง มาไม่น้อยกว่า 1800 ปีมาแล้ว หลัก ฐานทางโบราณคดี และหลักฐานทางเอกสารที่ปรากฏในขณะนี้ยืนยันได้ ว่านครศรีธรรมราช มีกําเนิดมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 7 เป็นอย่างน้อย

จากประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งนครศรีธรรมราช สามารถประมวลได้ว่า "นครศรีธรรมราช"ได้ปรากฏชื่อในที่ต่างๆ หลายชื่อตามความรู้ความเข้าใจที่สืบทอด กันมา และสําเนียงภาษาของชนชาติต่าง ๆ ที่เคยเดินทางผ่าน ในระยะเวลาที่ต่างกันเช่น ตามพลิงคม ตามพรลิงค์ มัทธาลิงคม ตามพลิงเกศวร โฮลิง โพลิง เชียะโท้ว โลแค็ก (Locae) สิริธรรมนคร ศรีธรรมราช ลิกอร์(Ligor) ละคอน คิวตูตอน สุวรรณปุระ ปาฏลีบุตร (Pataliputra) และเมือง นคร เป็นต้น

คำว่า"นครศรีธรรมราช" น่าจะมาจากสร้อยพระนามของปฐมกษัตริย์ ผู้ครอง นครศรีธรรมราช คือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช คํานี้ แปลความได้ว่า "นครอันงานสง่าแห่ง พระราชาผู้ทรงธรรม" และธรรมของราชา แห่งนครนี้ก็คือ ธรรมแห่ง พระพุทธศาสนา

ถ้าจะลําดับความเป็นมาของนครศรีธรรมราช จากหลักฐาน โบราณคดี และ ประวัติศาสตร์ที่สืบค้น ได้ในขณะนี้ พบว่ามีภูมิหลังอันยาวนานนับตั้งแตยุคหินกลาง ในราว 8,350-11 ,000 ปีที่ล่วงมา จากหลักฐานมีการพบเครื่องหิน ที่มีตัวขวานยาวใหญ่ (บางคนเรียกว่าระนาดหิน ) ที่อําเภอท่า ศาลา ในยุคโลหะ ได้พบหลักฐานทางโบราณคดี คือ กลองมโหระทึกสําริด 2 ใบ ที่บ้านเกตุ กาย ตําบลท่าเรือ อําเภอเมือง และที่คลองคุดด้วน อําเภอฉวาง

นอกจากนี้ในบริเวณพื้นที่อําเภอสิชลปัจจุบัน ยังมีร่องรอยโบราณสถาน และโบราณวัตถุเกี่ยวเนื่องในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดใน นครศรีธรรมราช เช่น พระพุทธรูปสําริด ศิลปแบบอมราวดีของอินเดีย และเศียรพระพุทธรูปศิลปแบบคุปตะอินเดีย เป็นต้น จากหลักฐานเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าใน ช่วงนี้นครศรีธรรมราชได้รับ อิทธิพลวัฒนธรรมมาจากอินเดียอย่างมากมาย ทั้งในด้านศาสนา ความเชื่อ อักษร ภาษา ประเพณี และการปกครอง จนกลายเป็นพื้นฐานวัฒนธรรม นครศรีธรรมราชมาถึง ปัจจุบันนี้

พุทธศตวรรษที่ 17-19 เป็นช่วงที่นครศรีธรรมราชมีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุด ภายใต้ การปกครองของราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช ปัจจัยสําคัญที่ก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองน่าจะ เนื่องมากจากการเป็นสถานีการค้าสําคัญของคาบสมุทรไทยเป็นจุดพักถ่าย ซื้อสินค้าระหว่าง ตะวันออกกับตะวันตกที่ดีที่สุดในเวลานั้น ประกอบกับบริเวณ หาดทรายแก้วอันเป็นศูนย์ กลางของชุมชน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของ พระพุทธองค์ความศรัทธาและ ความเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา จึงเป็นปัจจัยชักนําให้ผู้คน จากทุกสารทิศในภาคใต้เข้ามา ตั้งถิ่นฐานในนครศรีธรรมราชอย่างหนาแน่น ในราว พ.ศ. 1700 เศษ ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช ก็สามารถจัดการปกครอง หัวเมืองรายรอบ ได้สําเร็จถึง 12 เมือง เรียกว่า เมืองสิบสองนักษัตร คือ

    1. เมืองสายบุรี ตราหนู
    2. เมืองปัตตานี ตราวัว
    3. เมืองกลันตัน ตราเสือ
    4. เมืองปาหัง ตรากระต่าย
    5. เมืองไทรบุรี ตรางูใหญ่
    6. เมืองพัทลุง ตรางูเล็ก
    7. เมืองตรัง ตราม้า
    8. เมืองชุมพร ตราแพะ
    9. เมืองปันทายสมอ(กระบี่) ตราลิง
    10. เมืองสระอุเลา (สงขลา) ตราไก่
    11. เมืองตะกั่วป่า ถลาง ตราหมา
    12. เมืองกระบุรี ตราหมู


จากหลักฐานตํานานเมืองนครศรีธรรมราช ตํานานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ตลอดถึงวรรณกรรมเรื่องพระนิพพานสูตรทุกสํานวน ต่างยืนยันให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงความ รุ่งเรืองไพศาลของนครศรีธรรมราช ในยุคดังกล่าวและสามารถควบคุมหัวเมือง อื่น ๆ ได้ทั่ว ถึงคาบสมุทร มีแสนยานุภาพเกรียงไกรถึงขนาดกรีธาทัพไปตีลังกาถึงสองครั้ง

เหนือสิ่งอื่นใดราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช ได้สถาปนาพระพุทธศาสนา ลัทธิลังกาวงศ์ ขึ้นอย่างมั่นคงในนครศรีธรรมราช มีการบูรณะพระเจดีย์เดิม ให้เป็นทรงระฆังคว่ำ อันเป็น ศิลปะลังกา จนนครศรีธรรมราชกลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม เป็นเมืองแม่แห่งวัฒนธรรม ที่ได้ถ่ายทอด ศิลปวัฒนธรรมไปยัง หัวเมืองอื่น ๆ รวมทั้งสุโขทัยซึ่งในเวลานั้นเพิ่งเริ่ม ก่อตัวขึ้นเป็นราช ธานีทาง ภาคเหนือตอนล่างใหม่ ๆ

เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 ตำแหน่งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชว่างอยู่ หลวงสิทธนายเวรมหาดเล็ก(หนู) ซึ่งออกไปรับราชการตำแหน่งปลัดเมืองเป็นผู้รักษาราชการเมืองนครศรีธรรมราช ครั้นทราบว่ากรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า ไม่มีเจ้านายปกครองประเทศ หลวงสิทธิจึงตั้งตัวเป็นเจ้าผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชเป็นอิสระอยู่ก๊กหนึ่ง

ในปี พ.ศ. 2312 พระเจ้ากรุงธนบุรียาตรากองทัพไปปราบจับตัวเจ้านคร (หนู) ได้ และมีพระราชดำริว่าเจ้านครมิได้มีใจกบฏคิดร้ายต่อประเทศ แต่ตั้งตัวขึ้นเนื่องจากบ้านเมืองเป็นจลาจล จึงโปรดเกล้าฯ ให้มารับราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี และให้เจ้านราสุริยวงศ์หลานเธอออกไปครองเมืองนครศรีธรรมราช

ต่อมาเจ้านราสุริยวงศ์ถึงแก่พิราลัย พระเจ้ากรุงธนบุรีมีพระราชดำริว่า เจ้านคร(หนู)ได้เข้ามารับราชการมีความจงรักภักดี และได้ถวายธิดาทำราชการมีราชบุตร(คือพระพงษ์นรินทรและพระอินทร์อภัย) เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านครออกไปครองเมืองนครศรีธรรมราช และสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าขันธสีมา(หนู) เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 11 ขึ้น 3 ค่ำ จุลศักราช 1138(พ.ศ. 2319) ปีวอกอัฐศก

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) มีพระราชดำริว่า พระเจ้านครศรีธรรมราชมีความชราทุพพลภาพ ไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้ จึงโปรดให้ออกจากตำแหน่ง กลับเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และโปรดให้เจ้าอุปราช (พัฒน์)บุตรเขยเจ้านคร ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันอังคาร เดือน 8 แรม 11 ค่ำ จุลศักราช 1146 (พ.ศ. 2327) ปีมะโรงศก แต่โปรดให้มียศเพียงเจ้าพระยาตามประเพณีแต่เดิมเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองนครศรีธรรมราชจึงเป็นเมืองที่เคยมีกษัตริย์ปกครอง และมีฐานะเป็นประเทศราช 8 ปี

มีเกร็ดย่อยคือ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) รับราชการจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) มีความชราภาพ จึงทรงยกขึ้นเป็น เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ และทรงตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์(น้อย) บุตรเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย)คนใหม่

เจ้าพระยานครศรีธรรมราชผู้นี้มีความสามารถ ได้ปราบปรามหัวเมืองมลายู ได้สงบราบคาบเป็นนักการทูตที่สําคัญคนหนึ่ง โดยเฉพาะการเจรจากับอังกฤษในสมัย รัชกาลที่ 2-3 ได้ทําให้ เมืองนครศรีธรรมราชมีอิทธิพลต่อหัวเมืองมลายู เป็นที่น่านับถือยําเกรงแก่บริษัทอังกฤษซึ่ง กําลังแผ่อิทธิพลทางการค้าขายและทางการเมือง ในภาคพื้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจาก นี้ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ) ยังเป็นผู้มีฝีมือในทางช่างหลายอย่างเช่น ฝีมือในทาง การต่อเรือจนได้รับสมญาว่าเป็น "นาวีสถาปนิก" และใน สมัยรัชกาลที่ 4 เจ้าพระยา นครศรีธรรมราช (น้อย) ก็ได้ถวายพระแท่นถมตะทอง และ พระราชยานถมอีกด้วย

แต่มีเรื่องปรากฏหลักฐานในสมัยนั้นว่า เจ้าพระยานคร (น้อย) นี้ที่จริงเป็นราชบุตรลับของพระเจ้ากรุงธนบุรี เนื่องจากเมื่อครั้งเจ้านคร(หนู)ทำราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี และถวายธิดาทำราชการฝ่ายในแก่พระเจ้ากรุงธนบุรี และมีน้องสาว(ปราง)มาอยู่ด้วยในวังคนหนึ่ง ความปรากฏตามพงศาวดารว่า เจ้าพระยาพิชัยราชา เจ้าเมืองสวรรคโลกให้ไปขอ เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงทราบก็ทรงพระพิโรธ ว่าเจ้าพระยาพิชัยราชาบังอาจจะเป็นคู่เขยของพระองค์ ให้เอาไปประหารเสีย ต่อมาวงศ์ญาติเจ้านครจึงนำธิดา(ปราง)คนนี้ถวายพระเจ้ากรุงธนบุรีเสีย ต่อมาเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เมื่อครั้งยังเป็นอุปราชเมืองนครอยู่ ภริยาซึ่งเป็นบุตรเจ้านคร(หนู)เสียชีวิต เจ้าพระยานคร (พัฒน์) ทำความชอบได้เข้าเฝ้าครั้งหนึ่ง พระเจ้ากรุงธนบุรีเห็นว่าภริยาเสียชีวิตก็สงสารจึงจะพระราชทานธิดาเจ้านคร(หนู)ให้ใหม่ และให้นำตัวธิดาคนเล็กเจ้านคร(หนู)ไปพระราชทาน แต่นางในกระซิบว่า ดูเหมือนว่านางจะขาดระดูอยู่ แต่พระเจ้ากรุงธนตรัสว่า "ได้ออกปากให้เขาแล้ว ก็พาไปเถอะ" เมื่อท้าวนางพาธิดาเจ้านครไปส่งนั้น เจ้าอุปราช (พัฒน์) ก็ทราบความลับนั้น มีความยำเกรงพระบารมีก็ต้องรับไว้เป็นท่านผู้หญิงกิตติมศักดิ์อยู่ตลอดอายุ และนางนั้นก็มีบุตรกับเจ้าพระยานคร(พัฒน์) เพียงคนเดียว คือ เจ้าพระยานคร (ปริก)

ภายหลังที่เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ) ถึงแก่อสัญกรรม เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชคนถัดมา คือเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง) ผู้บุตรไม่เข็มแข็งเท่าที่ควรเป็นเหตุให้หัวเมือง กระด่างกระเดื่อง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแก้ไข จัดการปกครองหัว เมืองปักษ์ใต้ โดยให้มีการปกครองเป็นมณฑลนครศรีธรรมราชจึง เป็นมณฑลหนึ่งของ ประเทศไทย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้นสุขุม ) เป็นข้าหลวง เทศาภิบาล มณฑลนครศรีธรรมราช ในพ.ศ. 2439

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการเปลี่ยนแปลง การบริหาร ราชการแผ่นดินด้านการปกครองหัวเมืองอีกครั้งหนึ่งในรัชกาลนี้ โปรดฯ ให้มีการแต่งตั้ง ตําแหน่งอุปราชปักษ์ใต้ขึ้น เพื่อปกครองหัวเมืองปักษ์ใต้ทั้งหมด ในการนี้ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรี ราเมศวร์ดํารงตําแหน่ง อุปราชปักษ์ใต้ จนกระทั่งได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 จึงได้ยุบมณฑล นครศรีธรรมราชลงเป็นจังหวัดหนึ่งของราชอาณาจักรไทย และดํารงฐานะดังกล่าว เรื่อยมา จนปัจจุบัน

ด้วยเหตุที่นครศรีธรรมราชมีประวัติอันยาวนานมาก ก่อนกรุงสุโขทัย ซึ่งถือว่าเป็น ราชธานีแรกของไทยมีความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนา และศาสนาพราหมณ์มาก่อน ศิลป วัฒนธรรม เช่น ประติมากรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม ช่างฝีมือพื้นบ้าน การละเล่น และ ขนบธรรมเนียมประเพณีอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมจึงมีมาก ซึ่งชาวเมืองยังยึด ถือปฏิบัติกัน อยู่ในปัจจุบัน นครศรีธรรมราชจึงมีอารยธรรมและศิลปวัฒนธรรมที่เป็น เอกลักษณ์ ของชาติ บ้านเมืองมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

Thailand 6-29-1
รูปที่ี 5 ที่ตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช  รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดนครศรีธรรมราช

 

ที่ตั้ง ขนาด และอาณาเขต

จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ทางตอนกลางของภาคใต้ ห่างจากกรุงเทพมหานคร 780 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 9,942,502 ตร.กม หรือประมาณ 6,2 4,064 ไร่ มีพื้นที่มาก เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ และเป็นอันดับที่ 16 ของประเทศ หรือประมาณ ร้อยละ 1.98 ของ พื้นที่ทั้งประเทศ ที่ตั้งของตัวจังหวัด ตั้งอยู่ประมาณละติจูด 9 องศาเหนือและลองติจูด 100 องศาตะวันออก มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดต่างๆ ดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสุราษฏร์ธานีและอ้าวบ้านดอน
ทิศใต้ ติดต่อกับอําเภอระโนด จังหวัดสงขลา อําเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง อําเภอห้วยยอดจังหวัดตรัง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ่าวไทยเป็นชายฝังทะเล มีความยาวตั้งแต่ตอนเหนือของอําเภอขนอมลงไปทางใต้ของอําเภอหัวไทรประมาณ 225 กิโลเมตร
ทิศตะวันตก

ติดต่อกับจังหวัดสุราษฏร์ธานีและจังหวัดกระบี่

ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างไปตามลักษณะ ของ เทือกเขานครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีความยาวตามแนวยาวของคาบสมุทร เป็นผลให้ ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดนครศรีธรรมราช แบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ
1. บริเวณเทือกเขาตอนกลาง
2. บริเวณที่ราบชายฝั่งด้านตะวันออก
3. บริเวณที่ราบด้านตะวันตก

1. บริเวณเทือกเขาตอนกลาง
ได้แก่บริเวณเทือกเขานครศรีธรรมราช มีอาณาเขตตั้งแต่ตอนเหนือของ จังหวัดลงไป ถึงตอนใต้สุด บริเวณพื้นที่ของอําเภอที่อยู่ในเขตเทือกเขาตอนกลางได้แก่ อําเภอสิชล อําเภอ ขนอม อําเภอท่าศาลา อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช อําเภอลานสกา อําเภอพรหมคีรี อําเภอ ร่อนพิบูลย์ อําเภอชะอวด อําเภอจุฬาภรณ์ และอําเภอพระพรหม ในเขตเทือกเขานี้มีภูเขาสูง สุดในจังหวัด คือเขาหลวง ซึ่งสูงประมาณ 1,835 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล

นอกจากนี้เทือกเขาดังกล่าวยังเป็นเส้นแบ่งเขตอําเภอ ระหว่างอําเภอทุ่งสง อําเภอฉวาง กับอําเภอชะอวด อําเภอร่อนพิบูลย์ อําเภอลานสกา อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช อําเภอพรหมคีรี อําเภอท่าศาลา และเป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช กับอําเภอบ้านนาสาร อําเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี อีกด้วย

บริเวณเทือกเขาตอนกลาง มีเส้นทางคมนาคมผ่านจากบริเวณที่ราบชายฝั่ง ตะวันออก ไปยังบริเวณที่ราบด้านตะวันตกได้ คือทางหลวงหมายเลข 40 ซึ่งข้ามจากอําเภอสิชล อําเภอ ขนอมสู่เขตอําเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี และทางหลวง หมายเลข 40 5 จากอําเภอ ลานสกา ไปสู่อําเภอฉวาง ในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช และทางหลวงหมายเลข 4 จาก อําเภอร่อนพิบูลย์ ไปสู่อําเภอทุ่งสง

2. บริเวณที่ราบชายฝั่งด้านตะวันออก
ได้แก่บริเวณตั้งแต่เทือกเขาตอนกลางไปทางตะวันออกถึงฝั่งทะเลอ่าวไทย จําแนกได้ เป็น 2 ตอน คือ ตั้งแต่อําเภอเมืองนครศรีธรรมราชลงไปทางใต้ เป็นที่ราบ ที่มีความกว้างจาก บริเวณเทือกเขาตอนกลางไปถึงชายฝั่งทะเลระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร มีแม่น้ำลําคลอง ที่มีต้นน้ำเกิดจากบริเวณเทือกเขาตอนกลางไหลลงสู่อ่าวไทยหลายสาย นับเป็นที่ราบ ซึ่งมีค่า ทางเศรษฐกิจของจังหวัด ลําน้ำสําคัญ ได้แก่ แม่น้ำปากพนัง และมี คลองสายเล็ก ในเขต อําเภอเมืองนครศรีธรรมราชอีกหลายสาย เช่น คลองปากพญา และคลองท้ายวังเป็นต้น อีก บริเวณหนึ่ง คือตั้งแต่อําเภอท่าศาลาขึ้นไปทางทิศเหนือ เป็นบริเวณฝั่งแคบ ๆ ไม่เกิน 15 กิโลเมตร อําเภอที่อยู่ในเขตที่ราบด้านนี้คือ อําเภอขนอม อําเภอสิชล อําเภอท่าศาลา อําเภอ เมืองนครศรีธรรมราช อําเภอปากพนัง อําเภอเชียรใหญ่ อําเภอหัวไทร และอําเภอชะอวด

3. บริเวณที่ราบด้านตะวันตก
ได้แก่ บริเวณที่ราบระหว่างเทือกเขานครศรีธรรมราช และเทือกเขาบรรทัด จึงมี ลักษณะเป็นเนินเขาอยู่เป็นแห่ง ๆ อําเภอที่อยู่บริเวณที่ราบด้านนี้ คือ อําเภอพิปูน อําเภอทุ่ง ใหญ่ อําเภอฉวาง อําเภอนาบอน อําเภอบางขัน อําเภอถ้ำพรรณรา และอําเภอทุ่งสง ลําน้ำ สําคัญ ได้แก่ ต้นน้ำของแม่น้ำตาปีไหลผ่าน อําเภอพิปูน อําเภอฉวาง และอําเภอทุ่งใหญ่ นอก จากนี้ ยังมีลําน้ำที่เป็นต้นน้ำของแม้น้ำตรังอีกด้วย คือน้ำตกโยง และคลองวังหีบ ซึ่งไหลผ่าน อําเภอทุ่งสง ไปยังอําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง และออกทะเลอันดามัน ที่อําเภอกันตัง

ลักษณะภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศของนครศรีธรรมราช จากสภาพที่ตั้งใกล้เส้นศูนย์สูตร มีภูเขาและเป็นคาบสมุทรทั้งสองด้าน กล่าวคือ ด้านตะวันออกเป็นทะเลจีนใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันตก เป็นทะเลอันดามันมหาสมุทรอินเดีย ทําให้นครศรีธรรมราช ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมจากมหาสมุทรอินเดียและพายุหมุนเขตร้อน จากทะเลจีนใต้ สลับกัน ดังนี้

1. ลมมรสุม ในแต่ละปี จังหวัดนครศรีธรรมราชจะได้รับอิทธิพลของลมมรสุม ดังนี้

1.1 ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ลมนี้มีทิศทางพัดผ่านมหาสมุทรอินเดียและ ทะเลอันดา มันเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณชายฝั่งตะวันตกจึงมีฝนตกชุก ในส่วนของจังหวัด นครศรีธรรมราช นั้นเนื่องจากมีเทือกเขาทางตะวันตกและตอนกลางเป็นแนวกั้นทิศทางลม ทําให้ฝนตกไม้มากนัก อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะอยู่ในช่วงประมาณ เดือน พฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม

1.2 ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ลมนี้พัดผ่านอ่าวไทยเข้าสู่ภาคใต้ ทําให้เกิดฝนตก ชุกในจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัด ตั้งอยู่ในด้านรับลมของ เทือกเขา อิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะทําให้ฝนตกมากในช่วงประมาณเดือน พฤศจิกายน - มกราคม

2. พายุหมุนเขตร้อน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อลักษณะอากาศของจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวคือ พายุหมุนเขตร้อนเป็นระบบความกดอากาศต่ำที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ ต่ำกว่า 2 องศา ละติจูดก่อตัวขึ้นเหนือน่านน้ำในเขตร้อนระหว่างละติจูด ประมาณ 5-20 องศาเหนือ โดยไม่มีระบบแนวปะทะเข้ามาเกี่ยวข้องและมีการหมุนเวียนชัดเจน ซึ่งตามข้อ ตกลงระหว่างประเทศได้แบ่งชนิดของพายุหมุนเขตร้อนตามความรุนแรง ดังต่อไปนี้

2.1 พายุดีเปรสชั่น เป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีความเร็วสูงสุด ใกล้ศูนย์กลางที่ผิวพื้น ไม่ เกิน 34 นอต (63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ใช้สัญลักษณ์ D
2.2 พายุโซนร้อน เป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ที่ผิวพื้น ตั้งแต่ระหว่าง 34-63 นอต (63-117 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
2.3 พายุใต้ฝุ่น เป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางที่ผิวพื้น ตั้งแต่ 64 นอต (8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ขึ้นไป

จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป จนสิ้น เดือน พฤศจิกายน มีโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพายุหมุนเขตร้อน เพราะใน ช่วงดังกล่าว พายุมีโอกาสที่จะเคลื่อนเข้าสู่จังหวัดและก่อให้เกิดผลกระทบ โดยตรงมากที่สุด ซึ่งจากข้อมูล ตั้งแต่ พ.ศ 2494 -2539 ปรากฏว่าพายุเคลื่อนจากอ่าวไทย และขึ้นฝั่งที่จังหวัด นครศรีธรรมราช 10 ลูก ส่วนใหญ่มีกําลังแรงเป็นพายุดีเปรสชั่น แต่เนื่องจากสภาพภูมิ ประเทศที่มีชายฝั่ง ทะเลเป็นแนวยาวติดต่อ่าวไทย จังหวัด นครศรีธรรมราชจึงมีโอกาสได้ รับผลกระทบจากพายุดีเปรสชั่นด้วย โดยมีพายุ 2 ลูก จากจํานวนทั้งหมด 10 ลูก เคลื่อนที่ขึ้น ฝั่งขณะมีกําลังแรงขั้นพายุโซนร้อน ส่งผลกระทบ อย่างรุนแรงต่อจังหวัดทั้งจากกระแสลมที่ พัดแรงจัด และฝนที่ตกหนักมากจนเกิดอุทกภัย เป็นบริเวณกวาง พายุ 2 ลูกดังกล่าวได้แก่ พายุ โซนร้อน "แฮเรียต" ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ แหลมตะลุมพุก เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ 2505 นับเป็นภั ยธรรมชาติที่รุนแรง ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช อีกลูกหนึ่ง คือ พายุโซนร้อน "ฟอร์เรสต์" ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ 2535

ลักษณะฤดูกาล
นครศรีธรรมราช มี 2 ฤดู คือ
1 . ฤดูร้อน อยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน มีอากาศร้อนตลอดฤดูกาล อุณหภูมิ ปี 2550 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนธันวาคม 2550 วัดได้ค่าเฉลี่ย 27.30 องศาเซลเชียส อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 18.7 องศาเซลเซียสในเดือนมีนาคม 2550 อุณหภูมิสุงสุด วัดได้ 37.0 องศาเซลเซียสในเดือนสิงหาคม 2550 ความชื้นสัมพัทธ์ โดยเฉลี่ย 97.83%

2.1 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม เป็นช่วงที่รับอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แต่ เนื่องจากมี เทือกเขานครศรีธรรมราชที่สูงชัน เป็นแนวกั้นทิศทางลม จึงมีฝนตกไม่มากนัก
2.2 ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน - มกราคม เป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออก เฉียงเหนือช่วงนี้มีฝนตกหนาแน่น

ปริมาณน้ำฝน รวมตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 ถึงเดือนธันวาคม 2550 วัดได้ 2598.5 มิลลิเมตร โดยมีปริมาตรสูงสุดวัดได้ 619.5 มิลลิเมตร เมื่อเดิอนพฤศจิกายน 2550 สำหรับปริมาณน้ำฝนต่ำสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2550 มีปริมาณ 5.7 มิลลิเมตร ในรอบปี 2550 มีฝนตก จำนวน 178 วัน

ทรัพยากรธรรมชาติ

ทรัพยากรดิน นครศรีธรรมราชมีเนื้อที่ประมาณ 6.2 4 ล้านไร่ ดินมีลักษณะ แตกต่าง กันไปตามเขตพื้นที่ ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินคละ ซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นพื้นที่ เพาะปลูกไม้ ยืนต้น ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ปลูกยางพารา โดยเฉพาะในเขตอําเภอฉวาง ทุ่งใหญ่ ทุ่งสง และ อําเภอท่าศาลา รองลงมาเป็นพื้นที่ดินเหมาะแก่การทํานาทั่วไป ลักษณะของดิน มีความอุดม สมบูรณ์จากธรรมชาติหลากหลาย จนมีทรัพยากรดินที่แตกต่างกันถึง 7 กลุ่มคือ

ตารางแสดงทรัพยากรดินกลุ่มต่างๆ

ลักษณะดิน

พื้นที่ (ไร่)

สัดส่วนร้อยละ

เขตพื้นที่/อำเภอ

1. กลุ่มดินนา

1,992,084

31.16

ทุกอำเภอ ยกเว้นลานสกา พิปูน ฉวาง ทุ่งใหญ่ นาบอน บางขัน

2. ดินทราย  

112,516

1.77

อำเภอเมือง ขนอม ท่าศาลา ชะอวด

3. ดินตื่น     

173,042

2.72

พื้นที่บางส่วนของอำเภอฉวาง ทุ่งสง ถ้ำพรรณรา ทั่งใหญ่ บางขัน ทุ่งสง ชะอวด นาบอน และร่อนพิบูลย์

4. กลุ่มดินคละ

2,303,230

36.42

ทุกอำเภอ ยกเว้น ปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่

5. กลุ่มดินมี       สภาพเป็นกรด

104,041

2.19

ร่อนพิบูลย์ หัวไทร เชียรใหญ่ ชะอวด ท่าศาลา เฉลิมพระเกียรติ

6. กลุ่มดินพรุ  

15,996

1.67

หัวไทร ชะอวด เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ

6. กลุ่มดินพรุ  

15,996

1.67

หัวไทร ชะอวด เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ

 

ที่เป็นดินลาดชันเชิงซ้อนตามป่าเขาต้น้ำ ประมาณหนึ่งในสามแล้ว อีกหนึ่งในสามเป็นสภาพต่างๆ ที่สามารถทําสวนได้ดี ดินเป็นกรด ดินทรายจัด และอีกเกือบหนึ่งในสามเป็นดินเหนียวทํานา คงมีเล็กน้อยเท่านั้นที่ไม่สามารถ ใช้สอยในเชิงการเกษตรได้ แต่ก็เป็นความหลากหลาย

ตารางแสดงลักษณะดินกับการใช้สอย

ที่

ลักษณะดิน

สัดส่วน

การใช้สอย

1.

ลาดชันเชิงซ้อน

36.77

ป่า, ต้นน้ำ

2.

เหนียว

28.41

น้ำขังหน้าฝน, ทำนาดำ

3.

ดินดี

25.19

สวนต่าง ๆ

4.

ปนทราย

3.15

สวนยางพารา

5.

ทรายจัด

2.15

สวนมะพร้าว, ทุ่งหญ้า

6.

ร่วนเหนียว

1.66

ป่าละเมาะ, เลี้ยงสัตว์

7.

อินทรีย์

1.65

ลุ่มต่ำ น้ำขัง ป่าพรุ

8.

เลนน้ำทะเลท่วมถึง

0.65

ชายเลน ป่าชายเลน

 

ข้อมูลการใช้ดิน

  • จังหวัดนครศรีธรรมราช 6,214,064 ไร่
  • เนื้อที่ถือครองเพื่อการเกษตร 3,062,459 ไร่
  • เนื้อที่ป่าไม้ 1,126,287.50 ไร่
  • พื้นที่ไม่จำแนก 2,015,317,.50 ไร่

เนื้อที่ถือครองทางการเกษตร แยกออกเป็น

  • พื้นที่อยู่อาศัย 87,542 ไร่
  • พื้นที่นา 1,039,694 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชไร่ 13,801 ไร่
  • พื้นที่ไม้ผล และพื้นที่ไม้ยืนต้น 1,629,594 ไร่
  • พื้นที่สวนผักและไม้ดอก 17,912 ไร่
  • พื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ 1,308 ไร่
  • พื้นที่รกร้างว่างเปล่า 272,608 ไร่
  • รวม 3,026,459 ไร่

หมายเหตุ 625 ไร่ เท่ากับเนื้อที่ 1 ตารางกิโลเมตร

ทรัพยากรป่าไม้

1. ข้อมูลพื้นที่ป่าไม้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนี้

1.1 จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ป่าไม้ ทั้งสิ้น 1,867.35 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,166,875 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 18.88% ของพื้นที่จังหวัด
1.2 พื้นที่ป่าชายเลน 277.89 ตารางกิโลเมตร หรือ 173,681.25 ไร่
1.3 พื้นที่ป่าบก จำนวน 1,589.45 ตารางกิโลเมตร หรือ 993,406.25 ไร่
1.4 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 69 ป่า เนื้อที่ 1,924,654 ไร่
1.5 อุทยานแห่งชาติ จำนวน 5 แห่ง เนื้อที่ 1,028,648 ไร่

1) อุทยานแห่งชาติเขาหลวง เนื้อที่ 356,250 ไร่ ที่ตั้ง หมู่ 4 ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช
2) อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง เนื้อที่ 128,125 ไร่ ที่ตั้ง 258 หมู่ 7 ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
3) อุทยานแห่งชาติเขานัน เนื้อที่ 256,148 ไร่ ที่ตั้ง หมู่ 8 ตำบลตลิ่งชัน ตำบลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช
4) อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด เนื้อที่ 90,625 ไร่ ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
5) อุทยานแห่งชาติหาดขนอม - หมู่เกาะทะเลใต้ เนื้อที่ 197,500 ไร่ ที่ตั้ง ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

1.6 เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า

1) เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแหลมตะลุมพุก เนื้อที่ 35,456 ไร่ ที่ตั้ง หมู่ 6 ตำบลปากพนังฝั่งตะวันตก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
2) หน่วยควบคุมพื้นที่ที่จะประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าล่อล้อ เนื้อที่ 100,000 ไร่ ที่ตั้ง หมู่ 10 ตำบลสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช
3) หน่วยควบคุมพื้นที่ที่จะประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากะทูน เนื้อที่ 71,300 ไร่ ที่ตั้ง ตำบลกะทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
4) สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่านครศรีธรรมราช (เขาพลายดำ) ที่ตั้ง ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

1.7 พื้นที่อนุญาตใช้ทำประโยชน์ จำนวน 172 ราย เนื้อที่ 68,236 ไร่
1.8 พื้นที่ป่าชุมชน หมู่บ้านเป้าหมาย 4 หมู่บ้าน ดังนี้

1) ป่าชุมชนบ้านป่าพรุ ที่ตั้ง บ้านป่าพรุ หมู่ที่ 1 ตำบลนาเรียง อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ 3-0-80 ไร่
2) ป่าชุมชนบ้านกาโห่ ที่ตั้ง บ้านกาโห่ หมู่ที่ 5 ตำบลหนองหงส์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ 19-2-80 ไร่
3) ป่าชุมชนบ้านหนองบัว ที่ตั้ง บ้านหนองบัว หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งสง อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ 12-3-20 ไร่
4) ป่าชุมชนบ้านสาขา ที่ตั้ง บ้านสาขา หมู่ที่ 4 ตำบลท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ 10-3-51 ไร่

1.9 พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งหมด มีจำนวนเกษตรกร 340 ราย เนื้อที่ 2,813.75 ไร่ นอกจากนี้ ยังมี สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหน่วยจัดการต้นน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยจัดการต้นน้ำคลองกลาย จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนี้

ด้านไฟป่า
1. สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ตั้ง ตำบลนาสาร อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. โครงการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ตั้ง หมู่ 4 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

ด้านต้นน้ำ
1. หน่วยจัดการต้นน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ตั้ง หมู่ 8 ตำบลหินตก ตำบลร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. หน่วยจัดการต้นน้ำคลองกลาย จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ตั้ง ตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ตาราง แสดงทรัพยากรแร่ธาตุ

ที่

ชื่อแร่

สถานที่พบ

1

ดีบุก

อำเภอเมือง ร่อนพิบูลย์ ท่าศาลา สิชล และพิปูน

2

วุลแฟรม

อำเภอเมือง ร่อนพิบูลย์ ท่าศาลา สิชล ฉวาง และพิปูน

3

โคโลไมต์

อำเภอชะอวด ขนอม จุฬาภรณ์

4

เฟลค์สปาร์

อำเภอท่าศาลา สิชล กิ่งอำเภอนบพิตำ

5

ยิปซั่ม

อำเภอทุ่งใหญ่ ฉวาง และถ้ำพรรณรา

6

หินปูน

อำเภอทุ่งสง

7

หินดาน

อำเภอทุ่งสง

8

บอลเคลย์

อำเภอลานสกา สิชล ทุ่งใหญ่ และเฉลิมพระเกียรติ

9

แบไรต์

อำเภอท่าศาลา กิ่งอำเภอนบพิตำ

10

ดินขาว

อำเภอทุ่งใหญ่

11

หินปูน เพื่ออุตาสาหกรรมก่อสร้าง

อำเภอ ทุ่งสง ขนอม ทุ่งใหญ่ ถ้ำพรรณรา สิชล ท่าศาลา ร่อนพิบูลย์ และกิ่งอำเภอนบพิตำ

 

ตารางสถิติแร่ธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปีงบประมาณ 2550

ชนิดแร่

ผลผลิต

ดีบุก

412 หาบหลวง

โซเดียมแฟลด์สปาร์

382,916.00 เมตริกตัน

ยิปซัม

1,262,798.00 เมตริกตัน

หินปูนเพื่ออุตสาหกรรมซิเมนต์

4,157,642.00 เมตริกตัน

หินดินดานเพื่ออุตาหกรรมปูนซิเมนต์

24,262.00 เมตริกตัน

บอลเคลย์

12,075.00 เมตริกตัน

ดินขาว

5,000.00 เมตริกตัน

แบไรต์

4,565.00 เมตริกตัน

หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง

2,809,234.80 เมตริกตัน

โดโลโมล์

346,575.00 เมตริกตัน

 

การพัฒนาแหล่งน้ำในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ชลประทาน 1,134,565 ไร่ แยกได้ดังนี้

1. โครงการชลประทานขนาดใหญ่ จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนัง พื้นที่ชลประทาน 480,000 ไร่ ลักษณะโครงการเก็บกักน้ำ ป้องกันน้ำเค็ม และเก็บกักน้ำได้ 60 ล้าน ลบ.ม.

2. โครงการชลประทานขนาดกลาง มีจำนวน 13 โครงการ พื้นที่ชลประทาน 179,500 ไร่

 

โครงการชลประทานขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีพื้นที่ 5,000 ไร่ขึ้นไป

ที่

ชื่อโครงการ

ตำบล

อำเภอ

พื้นที่ชลประทาน (ไร่)

แล้วเสร็จ

1.

ชลประทานขนาดกลาง ฝายคลองท่าเรือรี

สี่ขีด

สิชล

12,000

2497

2.

ฝายคลองอ้ายเขียว

อินคีรี

พรหมคีรี

20,000

2521

3.

ฝายคลองสังข์

ท่ายาง

ทุ่งใหญ่

17,000

2528

4.

ฝายคลองคูถนน

ไทยบุรี

ท่าศาลา

20,000

2533

5.

อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน

กะทูน

พิปูน

-

2543

6.

อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส

วังอ่าง

ชะอวด

17,500

2539

7.

ฝายไม้เสียบ

เกาะขันธ์

ชะอวด

27,700

2528

8.

ปตร.คลองท่าจันทร์

ท้องเนียน

ขนอม

4,500

2528

9.

ฝายคลองเสาธง

ขุนทะเล

ลานสกา

50,000

2520

10.

ฝายคลองท่าดี

กำแพงเซา

เมือง

19,000

2531

11.

ทุ่งนาเมืองชัย

ท่ายาง

ทุ่งใหญ่

1,300

2535

12

อ่างเก็บน้ำคลองดินแดน


เขาพระ


พิปูน


-


2546

13.

ฝ่ายคลองท่าทน

เทพราช

สิชล

16,000

2548

 

ที่มา : สำนักงานชลประทานนครศรีธรรมราช 2551

3. แหล่งน้ำขนาดเล็กมี 486 โครงการ พื้นที่ชลประทาน 475,065 ไร่ โครงการชลประทานขนาดเล็ก มีจำนวน 214 โครงการ พื้นที่ชลประทาน 322,325 ไร่ โครงการขุดลอกหนองน้ำธรรมชาติ 140 โครงการ พื้นที่ชลประทาน 70,220 ไร่ งานศูนย์เกษตรกรเคลื่อนที่ 116 โครงการ พื้นที่ชลประทาน 60,180 ไร่ และโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า รวม 16 โครงการ พื้นที่ชลประทาน 22,340 ไร่

การปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ 165 ตำบล 1,428 หมู่บ้าน

Amphoe
  1. อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
  2. อำเภอพรหมคีรี
  3. อำเภอลานสกา
  4. อำเภอฉวาง
  5. อำเภอพิปูน
  6. อำเภอเชียรใหญ่
  7. อำเภอชะอวด
  8. อำเภอท่าศาลา
  9. อำเภอทุ่งสง
  10. อำเภอนาบอน
  11. อำเภอทุ่งใหญ่
  12. อำเภอปากพนัง
  13. อำเภอร่อนพิบูลย์
  14. อำเภอสิชล
  15. อำเภอขนอม
  16. อำเภอหัวไทร
  17. อำเภอบางขัน
  18. อำเภอถ้ำพรรณรา
  19. อำเภอจุฬาภรณ์
  20. อำเภอพระพรหม
  21. อำเภอนบพิตำ
  22. อำเภอช้างกลาง
  23. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

 

ที่ อำเภอ/กิ่งอำเภอ เขตการปกครอง พื้นที่ (ตร.กม.)
ตำบล หมู่บ้าน เทศบาล อบต.
1 เมืองนครศรีธรรมราช 13 115 4 13 580.249
2 เชียรใหญ่ 10 97 1 9 227.116
3 ปากพนัง 17 142 1 16 459.91
4 ชะอวด 11 87 1 11 833.002
5 ทุ่งสง 12 124 2 11 802.977
6 ท่าศาลา 10 109 1 10 363.891
7 ร่อนพิบูลย์ 6 57 1 5 341.226
8 สิชล 9 110 1 9 703.105
9 ลานสกา 5 44 1 5 342.9
10 พิปูน 5 42 1 5 363
11 หัวไทร 11 99 1 11 417.773
12 ทุ่งใหญ่ 7 63 1 7 603.287
13 ฉวาง 10 86 3 9 568
14 ขนอม 3 34 2 2 433.926
15 นาบอน 3 34 1 3 192.899
16 พรหมคีรี 5 39 2 5 321.499
17 บางขัน 4 60 - 4 575
18 จุฬาภรณ์ 6 29 - 5 192.505
19 ถ้ำพรรณรา 3 29 - 3 180
20 พระพรหม 4 40 - 4 187.026
21 เฉลิมพระเกียรติ 4 37 - 4 122.145
22 อำเภอนบพิตำ 4 38 - 4 720.156
23 อำเภอช้างกลาง 3 36 - 3 236
รวม 165 1,551 26 158 9,767.59

 

ที่มา : ที่ทำการปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ตุลาคม 2554

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีส่วนราชการส่วนภูมิภาค จำนวน 34 ส่วนราชการ และอำเภอ 23 อำเภอ ส่วนราชการส่วนกลาง 96 หน่วยงานและปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 185 แห่ง ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 36 แห่ง(แยกเป็นเทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 3 แห่ง และเทศบาลตำบล 32 แห่ง) และองค์การบริหารส่วนตำบล 148 แห่ง

องค์การบริหารส่วนตำบลมีทั้งหมด 148 แห่ง จำแนก อบต. ตามขนาดได้ดังนี้
1. อบต.ขนาดใหญ่ มี 1 แห่ง คือ อบต.ท่าศาลา
2. อบต.ขนาดกลาง มี 146 แห่ง
3. อบต.ขนาดเล็ก มี 1 แห่ง

การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดนครศรีธรรมราชมีส่วนปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 185 แห่ง ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 36 แห่ง (แยกเป็นเทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 3 แห่ง และเทศบาลตำบล 32 แห่ง) และองค์การบริหารส่วนตำบล 148 แห่ง

เทศบาลมีทั้งหมด 36 แห่ง ดังนี้

ที่ ชื่อเทศบาล จำนวนประชากร (คน) จำนวนพื้นที่ (ตร.กม.) หมายเหตุ (อยู่ในพื้นที่)
1 เทศบาลเมืองนครนครศรีธรรมราช 108,362 22.56 อ.เมือง
2 เทศบาลตำบลบางจาก 1,829 2.4 อ.เมือง
3 เทศบาลตำบลท่าแพ 3,448 0.967 อ.เมือง
4 เทศบาลตำบลตำบลปากนคร 6,114 1.902 อ.เมือง
5 เทศบาลตำบลปากพนัง 21,247 7.35 อ.ปากพนัง
6 เทศบาลตำบลทุ่งสง 29,568 7.17 อ.ทุ่งสง
7 เทศบาลตำบลที่วัง 13,272 81 อ.ทุ่งสง
8 เทศบาลตำบลร่อนพิบูลย์ 8,050 11.53 อ.ร่อนพิบูลย์
9 เทศบาลตำบลเขาชุมทอง 4,428 54.66 อ.ร่อนพิบูลย์
10 เทศบาลตำบลหินตก 8,651 13 อ.ร่อนพิบูลย์
11 เทศบาลตำบลนาบอน 2,798 4 อ.นาบอน
12 เทศบาลตำบลจันดี 7,438 6.5 อ.ฉวาง
13 เทศบาลตำบลไม้เรียง 2,493 2.48 อ.ฉวาง
14 เทศบาลตำบลฉวาง 2,705 2 อ.ฉวาง
15 เทศบาลตำบลชะอวด 4,112 0.5 อ.ชะอวด
16 เทศบาลตำบลท่ายาง 4,731 4.17 อ.ทุ่งใหญ่
17 เทศบาลตำบลเชียรใหญ่ 2,007 1 อ.เชียรใหญ่
18 เทศบาลตำบลหัวไทร 4,438 1.8 อ.หัวไทร
19 เทศบาลตำบลพิปูน 2,900 2.7 อ.พิปูน
20 เทศบาลตำบลท่าศาลา 2,916 1.24 อ.ท่าศาลา
21 เทศบาลตำบลลานสกา 1,798 2.61 อ.ลานสกา
22 เทศบาลตำบลสิชล 7,263 3.5 อ.สิชล
23 เทศบาลตำบลขนอม 3,850 1.76 อ.ขนอม
24 เทศบาลตำบลท้องเนียน 5,263 60 อ.ขนอม
25 เทศบาลตำบลพรหมโลก 6,707 12.92 อ.พรหมคีรี
26 เทศบาลตำบลทอนหงส์ 3,043 9 อ.พรหมคีรี
27 เทศบาลตำบลทางพูน 8,652 44 อ.เฉลิมพระเกียรติ
28 เทศบาลตำบลเขาพระ 7,989 171 อ.พิปูน
29 เทศบาลตำบลเกาะเพชร 6,972 26.72 อ.หัวไทร
30 เทศบาลตำบลพรหมคีรี 4,618 71.71 อ.พรหมคีรี
31 เทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ ยกฐานะจาก อบต.ถ้ำใหญ่ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 อ.ทุ่งสง
32 เทศบาลตำบลชะมาย ยกฐานะจาก อบต.ชะมาย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 อ.ทุ่งสง
33 เทศบาลตำบลอ่าวขนอม ยกฐานะจาก อบต.อ่าวขนอม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 อ.ขนอม
34 เทศบาลตำบลท่างิ้ว ยกฐานะจาก อบต.ท่างิ้ว เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 อ.เมือง
35 เทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ ยกฐานะจาก อบต.โพธิ์เสด็จ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 อ.เมือง
36 เทศบาลตำบลปากพูน ยกฐานะจาก อบต.ปากพูน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 อ.เมือง

 

ที่มา: สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช

ผลการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมาของจังหวัดนครศรีธรรมราช

ผลการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ส.ส. ส.ว. ส.ว.
6 กุมภาพันธุ์ 2548 19-เม.ย.-49 23-ธ.ค.-50 2-มี.ค.-51 3-ก.ค.-54
ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง(คน) 1,075,904 1,084,597 1,042,377 1,075,884 1,112,309
ผู้มาใช้สิทธิ์ (คน) 759,660 702,036 773,649 611,135 803,768
ร้อยละ 70.67 64.73 74.22 56.8 73.78
บัตรเสีย (ใบ) 19,909 27,706 42,980 27,045 49,844
ร้อยละ 2.62 3.95 5.56 4.43 6.21

 

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช

รายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 9 คน

เขต 1 นายอภิชาติ  ศักดิเศรษฐ์ พรรรคประชาธิปัตย์
เขต 2 นางสาวนริศา  อดิเทพวรพันธุ์ พรรรคประชาธิปัตย์
เขต 3 นายวิทยา  แก้วภราดัย พรรรคประชาธิปัตย์
เขต 4 นายอภิชาติ  การิกาญจน์ พรรรคประชาธิปัตย์
เขต 5 นายประกอบ  รัตนพันธ์ พรรรคประชาธิปัตย์
เขต 6 นายเทพไ  ทเสนพงศ์ พรรรคประชาธิปัตย์
เขต 7 นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ พรรรคประชาธิปัตย์
เขต 8 นายสุรเชษฐ์  มาศดิตถ์ พรรรคประชาธิปัตย์
เขต 9 นางสาวพิมพ์ภัทรา  วิชัยกุล พรรรคประชาธิปัตย์

 

สมาชิกวุฒิสภา

  • นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์

จำนวนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 มีประชากรชาย 757,150 คน หญิง 768,921 คน รวมทั้งสิ้น 1,526,071 คน

ศาสนาและวัฒนธรรม จังหวัดนครศรีธรรมราช

ปัจจัยพี้นฐานทางสังคม : ศาสนา

ชาวนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธประมาณ 93.57% รองลงมาได้แก่ ศาสนาอิสลาม 5.83% ศาสนาคริสต์ 0.60%

  1. ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่แพร่หลายที่สุด มีโบราณสถานและโบราณวัตถุทางพุทธ-ศาสนาที่แสดงถึงความรุ่งเรืองมาช้านาน ปี 2551 และมีวัดทางพุทธศาสนา 589 แห่ง มีพระภิกษุ 3,272 รูปสามเณร 770 รูป ชาวนครศรีธรรมราชยึดมั่นในประเพณีทางศาสนา และมีความผูกพันกับ พระบรมธาตุเจดีย์ จนกระทั่งจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ชื่อว่า "เมืองพระ" เมื่อถึงวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา จะมีประชาชนจากสารทิศ หลั่งไหลกันมาสักการะ องค์พระบรมธาตุเจดีย์อย่างล้นหลาม
  2. ศาสนาอิสลาม ผู้นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่มีบรรพบุรุษมาจากเมืองกลันตัน ปัตตานี และไทรบุรี อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม มีมัสยิด 115 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอเมือง นอกจากนั้นกระจัดกระจายอยู่ในเขตอำเภอท่าศาลา อำเภอหัวไทร อำเภอสิชล อำเภอปากพนัง อำเภอร่อนพิบูลย์
  3. ศาสนาคริสต์ ผู้นับถือจำนวนเพียงเล็กน้อยในเขตอำเภอเมือง อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอร่อนพิบูลย์ มีทั้งนิกายโปรแตสแตนท์และโรมันคาธอลิค มีโบสถ์คริสต์ 25 แห่ง


จำนวนพระภิกษุสามเณรประจำปี 2551

นิกาย จำนวน
พระภิกษุ (รูป) สามเณร (รูป)
มหานิยาน 2895 617
ธรรมยุติ 377 1530
รวม 3272 770

 

ที่มา : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กรกฎาคม 2551นครศรีธรรมราช มีวัดในพุทธศาสนา 589 วัด มีมัสยิด 115 แห่ง และโบสถ์คริสต์ 25 แห่ง

นิกาย จำนวนวัด พระภิกษุ(รูป) สามเณร(รูป)
มหานิกาย 509 2,895 617
ธรรมยุต 80 377 153
รวม 589 3,272 770


ตารางแสดง ผู้นับถือศาสนาต่างๆ

ศาสนา ประชากร (คน) %
พุทธ 1,431,504 93.578
อิสลาม 89,272 5.83
คริสต์ 9,166 0.6
รวม 1,529,942 100

 

ด้านการศึกษา

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน 7 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์วิทยพัฒนามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมโศกราช และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช แบ่งพื้นที่เขตการศึกษาออกเป็น 4 เขต

ข้อมูลพื้นฐาน ปีการศึกษา 2550 ทั้ง 4 เขตพื้นที่การศึกษา มีสถานศึกษา 986 แห่ง ครูอาจารย์ 15,128 คน นักเรียน 268,533 คน แยกได้ ดังนี้

  • เขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 อำเภอเมือง (ที่ตั้งเขต) ลานสกา พระพรหม เฉลิมพระเกียรติ
  • เขตพื้นที่การศึกษา เขต 2 อำเภอทุ่งสง (ที่ตั้งเขต) ทุ่งใหญ่ บางขัน นาบอน ฉวาง ถ้ำพรรณรา พิปูน อำเภอช้างกลาง
  • เขตพื้นที่การศึกษา เขต 3 อำเภอเชียรใหญ่ (ที่ตั้งเขต) ปากพนัง ร่อนพิบูลย์ หัวไทร ชะอวด จุฬาภรณ์
  • เขตพื้นที่การศึกษา เขต 4 อำเภอท่าศาลา (ที่ตั้งเขต) สิชล ขนอม พรหมคีรี อำเภอนบพิตำ
เขตพื้นที่การศึกษา  สถานศึกษา ครูอาจารย์ นักเรียน
ของรัฐ เอกชน ของรัฐ เอกชน ของรัฐ เอกชน
1 145 5 2,802 1,229 46,370 26,167
2 231 63 3,519 962 56,534 22,700
3 281 33 3,301 479 54,995 13,851
4 158 22 2,568 268 41,980 5,936
รวม 815 171

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2544 - 2553
GROSS PROVINCIAL PRODUCT AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE: 2001 - 2010

ล้านบาท

สาขาการผลิต 2544 2545 2546 2547 2548 2549r 2550r 2551r 2552p 2553p1
-2001 -2002 -2003 -2004 -2005 (2006r) (2007r) (2008r) (2009p) (2010p1)
ภาคเกษตร 18,341 20,520 25,001 28,104 28,648 33,910 31,075 33,673 31,741 39,105
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 8,764 11,269 15,993 18,464 20,930 26,420 25,172 28,115 25,556 32,665
การประมง 9,577 9,251 9,008 9,641 7,719 7,490 5,903 5,558 6,185 6,440
ภาคนอกเกษตร 57,307 60,559 65,444 70,963 77,487 81,370 86,459 91,565 91,910 100,801
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 9,715 10,248 11,104 12,666 14,857 14,112 15,163 17,353 17,667 20,232
การผลิตอุตสาหกรรม 9,442 10,192 11,698 12,956 12,587 13,553 14,675 16,062 15,221 17,621
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 6,062 5,729 6,028 5,805 7,161 7,649 8,353 8,372 7,914 8,992
การก่อสร้าง 2,473 3,615 4,304 4,156 3,632 3,553 2,630 2,628 2,762 2,643
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 11,014 10,942 11,750 12,809 13,555 14,664 15,065 15,381 15,098 16,194
โรงแรมและภัตตาคาร 315 426 387 455 504 573 721 687 732 837
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 2,727 2,409 2,386 2,619 2,630 2,684 2,900 3,166 3,075 2,894
ตัวกลางทางการเงิน 1,328 1,556 1,566 1,922 2,140 2,657 2,994 3,249 3,369 3,713
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 3,094 3,291 3,358 3,482 3,589 3,678 3,736 3,707 3,891 3,934
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 3,830 4,451 4,699 5,301 6,124 6,748 7,208 7,300 7,459 8,314
การศึกษา 5,131 5,508 5,836 6,224 7,751 8,196 9,454 9,955 10,575 11,078
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 1,667 1,619 1,679 1,784 2,144 2,412 2,692 2,851 3,245 3,412
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 463 527 598 731 759 835 808 792 838 871
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 47 48 51 53 56 57 60 64 67 67
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 75,648 81,079 90,445 99,067 106,135 115,279 117,534 125,238 123,651 139,906
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 48,181 51,090 56,432 61,261 65,079 69,831 70,323 74,033 72,242 80,816
ประชากร (1,000 คน) 1,570 1,587 1,603 1,617 1,631 1,651 1,671 1,692 1,712 1,731

 

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2545 - 2554
POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554
  -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2010 -2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 1,153,879 1,168,256 1,176,799 1,198,686 1,223,216 1,232,873 1,269,357 1,315,440 1,337,534 1,356,599
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 891,973 912,138 904,534 901,356 912,423 924,851 956,324 1,003,181 1,009,985 1,020,060
   ผู้มีงานทำ 858,777 885,810 883,608 878,807 895,872 907,322 935,132 979,029 990,970 1,011,728
   ผู้ว่างงาน 31,699 25,788 19,561 19,832 15,852 15,574 20,807 23,782 15,155 7,850
   ผู้ที่รอฤดูกาล 1,498 540 1,366 2,718 699 1,955 385 370 3,861 481
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 261,907 256,119 272,265 297,330 310,793 308,023 313,034 312,260 327,549 336,539
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 568,990 575,812 580,039 570,845 561,608 565,315 602,879 646,362 657,952 667,672
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 484,181 493,231 491,818 472,070 464,699 478,375 510,976 549,304 560,109 566,124
   ผู้มีงานทำ 464,040 480,324 481,142 460,244 456,229 470,430 498,820 535,242 551,729 563,034
   ผู้ว่างงาน 19,248 12,907 10,414 11,781 8,470 7,650 11,771 13,692 6,695 2,803
   ผู้ที่รอฤดูกาล 893  - 262 45  - 294 385 370 1,685 287
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 84,809 82,580 88,221 98,776 96,908 86,940 91,903 97,059 97,843 101,547
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 584,889 592,445 596,760 627,841 661,608 667,559 666,479 669,078 679,582 688,928
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 407,792 418,907 412,717 429,287 447,724 446,476 445,348 453,877 449,876 453,936
   ผู้มีงานทำ 394,737 405,486 402,466 418,562 439,643 436,892 436,312 443,787 439,241 448,694
   ผู้ว่างงาน 12,450 12,881 9,147 8,051 7,382 7,923 9,036 10,090 8,460 5,047
   ผู้ที่รอฤดูกาล 605 540 1,104 2,673 699 1,662  -  - 2,176 195
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 177,097 173,538 184,044 198,555 213,885 221,082 221,131 215,201 229,706 234,992

 

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ

haepha

ชาวนครฯ เชื่อมั่นว่าระบรมธาตุเจดีย์เป็นเสมือนตัวแทนของพระพุทธศาสนา ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ทุกปีหนึ่งๆ จะมีการบูชาบวงสรวง ปีละ 2 ครั้ง คือวันมาฆบูชา และในวันวิสาขบูชา โดยนำผ้ามาห่อหุ้มองค์เจดีย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล มีการจัดขบวนแห่ผ้าพระบฏนำขึ้นไปถวายสักการะ ในเวลากลางคืน จะเวียนเทียน

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ

page3

เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มากของชาวภาคใต้และนครศรีธรรมราช เริ่มในวันแรม 9 ค่ำ ถึงขึ้น 3 ค่ำ เดือน 10 ของทุกๆ ปี เป็นงานบุญเพื่อแสดงความกตัญญูต่อบุพการีซึ่งล่วงลับไปแล้ว

สัญลักษณ์ของขนมที่ใช้ในการจัดหฺมฺรับ

  • ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทนเรือ แพ ที่บรรพบุรุษใช้ข้ามห้วงมหรรณพ เหตุเพราะขนมพองนั้นแผ่ดังแพมีน้ำหนักเบาย่อมลอยน้ำ และขี่ข้ามได้
  • ขนมลา เป็นสัญลักษณ์แทนแพรพรรณ เครื่องนุ่งห่ม เหตุเพราะขนมลามีรูปทรงดังผ้าถักทอ พับ แผ่ เป็นผืนได้
  • ขนมบ้า เป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้า สำหรับใช้เล่นต้อนรับสงกรานต์ เหตุเพราะขนมบ้ามีรูปทรงคล้ายลูกสะบ้า การละเล่นที่นิยมในสมัยก่อน
  • ขนมดีซำ เป็นสัญลักษณ์แทนเงิน เบี้ย สำหรับใชัสอย เหตุเพราะรูปทรงของขนมคล้ายเบี้ยหอย
  • ขนมกง (ไข่ปลา) เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ เหตุเพราะรูปทรงมีลักษณะคล้ายกำไล แหวน
  • ลาลอยมัน เป็นสัญลักษณ์แทนฟูก และหมอน ซึ่งมีในบางท้องถิ่น

ประเพณีชักพระ หรือ ลากพระ

chakpra

เป็นการแสดงความยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ เป็นการอัญเชิญพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ของวัดออกแห่แหน หลังจากอยู่ในพรรษานานแล้ว เพื่อเป็นการผ่อนคลายความจำเจ และประกวดประขันความเลื่อมใสศรัทธากัน มีทั้งทางบก ซึ่งเรียกว่า "ลากพระบก" และทางน้ำ เรียกว่า "ลากพระน้ำ" จะทำกันในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 โดยก่อนหน้านั้นประมาณ 7 วัน จะมีการตีกลอง รัวกรับ เรียกว่า "คุมพระ" และตกแต่งทำบุษบกสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร (พระลาก) การลากพระนิยมทำกันในวันออกพรรษาเพียงวันเดียว

งานเทศกาลมังคุดหวาน และของดีเมืองคอน

เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลไม้ต่างๆ ของเมืองนครฯ โดยเฉพาะมังคุด ซึ่งมีการปลูกกันมากตามอำเภอต่างๆ เป็นการเผยแพร่ผลไม้สำคัญที่ได้ชื่อว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้เมืองร้อน" ช่วงเวลาของการจัดงานจะอยู่ในระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูที่มีมังคุดออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดทั่วไป

กีฬาชนวัว

0

ถือเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้อย่างหนึ่ง และเป็นกีฬาท้องถิ่นอันสืบทอดมาเป็นเวลานาน วิธีการละเอียดและมีขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกโคตัวผู้พันธุ์ดี ลักษณะดี สายเลือดดี เพื่อเลี้ยงและฝึกฝนอย่างใกล้ชิด การชนโคจะจัดให้มีขึ้นทุกสัปดาห์โดยหมุนเวียนกันไปตามอำเภอต่างๆ

เรือนรับรองเมืองนคร

สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเสด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในคราวที่เสด็จมาทรงงานเมืองนครศรีธรรมราช

กำแพงเมืองนครฯ

kumpang

กำแพงเมืองเดิมก่ออิฐถือปูนทั้งสี่ด้าน มีเชิงเทิน ใบเสมา มุมกำแพงทั้งสี่ด้านมีป้อมมุมละป้อม กำแพงทางด้านเหนือและด้านใต้มีประตูเมืองด้านละหนึ่งประตู คือ ประตูชัยเหนือ หรือ"ประตูชัยศักดิ์" และทางด้านใต้ คือ ประตูชัยให้ หรือ ประตูชัยสิทธิ์ ขนาดของเมืองวัดตามกำแพงเมืองยาว 2238.50 เมตร กว้าง 456.50 เมตร ถัดออกจากแนวกำแพงเมืองเป็นคูเมือง โดยคูเมืองด้านทิศเหนือคือ คลองน้อย (หรือคลองหน้าเมืองในปัจจุบัน) ซึ่งขุดไปออกอ่าวไทย กำแพงเมืองตามตำนานเมืองนครศรีธรรมราชกล่าวสร้างหลังจากที่ะรพเจ้าศรรีธรรมโศกราชอพยพผู้คนหนีไข้ห่ามาตั้งเมืองที่หาดทรายแก้วแล้วโปรดให้สร้างขึ้นและได้รับการ ซ่อมแซมมาโดยลำดับ เช่น ในครั้งที่พระเมศวรได้เสด็จตีล้านนาเมื่อ พ.ศ.1950 กำแพงเมืองได้รับการซ่อมแซมมาโดยชาวล้านนาต่อมาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

เมื่อปี พ.ศ.2230 มีการซ่อมแซมกำแพงเมืองครั้งใหญ่โดยสร้างป้อมปรกการแบบ Chateau ซึ่งสามารถป้องกันปืนใหญ่แบบตะวันตกได้ และกำแพงเมืองที่เหลือในปัจจุบันที่สร้างโดยสมัยนั้น และสมัยตันกรุงรัตนโกสินทร์ ราวปี พ.ศ. 2327 ได้มีการซ่อมแซมอีกครั้งหนึ่ง

โดยพระยานครศรีธรรมราช (พัด) และได้รับการบูรณเพิ่มเติมขึ้นในอีกปี พ.ศ. 2533 เป็นครั้งสุดท้าย ปัจจุบันมีแนวกำแพงเมืองที่หลงเหลืออยู่เป็นแนวขนานไปกับคูเมืองตั้งแต่ประตูชัยเหนือหรือประตูชัยศักดิ์ ไปทางตะวันออกยาวประมาณ 100 เมตร

วัดเขาขุนพนมและศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเขาขุนพนม

วัดเขาขุนพนมเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีถ้ำที่มีกำแพงก่ออิฐถือปูนมีใบเสมา เชิงบันไดเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเขาขุนพนม

ถ้ำหงส์

เป็นถ้ำขนาดกลางภายในถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านตลอดแนวถ้ำ ก่อนไหลลงใต้ดินไปสู่ลำธารภายนอก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ กัน

ศูนย์ส่งเสริมท่องเที่ยวเกษตรช้างกลาง

เป็นที่ตั้งของชมรมท่องเที่ยวเกษตรช้างกลาง เป็นศูนย์ประสานงานแหล่งท่องเที่ยวเกษตรและเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยวเกษตร

ฟาร์มเพาะพันธ์นกยูง

เป็นแหล่งเพาะพันธุ์นกยูงสายพันธ์อินเดีย และจำหน่ายลูกยกยูง

แปลงดอกหน้าวัว วีราฟลอร่า

แหล่งผลิตดอกหน้าวัวสายพันธ์ฮอลแลนด์หลากสีกว่า 30 สายพันธุ์

จุดชมวิวเขาเหมาน (เขาพระสุเมรุ)

khaomeng

เป็นจุดที่มองเห็นทิวทัศน์ของเขาเหมนและบรรยากาศของสวนผลไม้ที่อยู่รายรอบยอดเขาพระสุเมรุ เป็นยอดเขาที่สูงสุดของอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง สูงประมาณ 1,307 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อากาศหนาวเย็นลมพัดแรงและมีเมฆปกคลุมเกือบทั้งปี สภาพเป็นป่าดิบเขาต้นไม้มีลักษณะแคระลำต้นบิดงอ ชั้นเรือนยอดค่อนข้างอยู่ระดับเดียวกัน ความสูงประมาณ 3-5 เมตร พบมอส เฟิร์น รวมทั้งพืชอิงอาศัยหลายชนิด อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นวงศ์ก่อ แดงเขา ทะโล้ บิโกเนีย และที่สำคัญคือ บัวเฉกใหญ่ พืชในตระกูล ขิง-ข่า นอกจากนี้ยังมีกล้วยไม้ป่าชนิดต่างๆ โดยเฉพาะกล้วยไม้รองเท้านารพันธุ์คางกบใต้ ซึ่งเป็นกล้วยไม้เฉพาะถิ่นอีกด้วย ยอดเขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช

แปลงดอกดาหลา (กาหลา)

เป็นจุดสาธิตการปลูกดอกดาหลาประจำกิ่งอำเภอช้างกลาง และจำหน่ายดอก

หาดสิชล

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อมานานของ อ.สิชล บริเวณชายหาดเป็นแนวหิน ไปจนจดหาดทรายโค้ง ซึ่งเป็นบริเวณที่เล่นน้ำได้ บริเวณชายหาดมีบริการที่พักและอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว หาดหินงาม

อนุสาวรีย์วีรไทย

หล่อด้วยทองแดงรมดำ เป็นรูปทหารจับปืนติดดาบเตรียมแทง ชาวนครเรียกว่า "จ่าดำ" หรือ "เจ้าพ่อดำ" สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ของทหารไทยในภาคใต้ที่เสียชีวิต ในการปะทะกับทหารญี่ปุ่น ในสงครามมหาเอเชียบูรพา

ชมรมคนรักเห็ด

แหล่งเพาะและจำหน่ายเห็ดหลากชนิด อาทิ เห็ดหอม เห็ดหูหนู เห็นนางฟ้า และเป๋าฮื้อ นอกจากนี้ยังจำหน่ายอุปกรณ์และถุงเพาะเชื้อเห็ด รวมทั้งให้คำแนะนำในการเพาะเลี้ยงเห็ดแก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป

อุทยานแห่งชาติเขาหลวง

ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอเมือง อำเภอพิปูน อำเภอพรหมคีรี อำเภอลานสกา อำเภอฉวาง กิ่งอำเภอช้างกลาง และกิ่งอำเภอนบพิตำ ประกอบด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อน ซึ่งสูงที่สุดในภาคใต้ เป็นแหล่งของต้นน้ำลำธารและคลองต่างๆ สภาพป่าเขาเป็นแบบป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา ที่มีพรรณไม้และสัตว์ที่อุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของโลก

เจดีย์ยักษ์

เจดีย์สูงใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเจดีย์พระบรมธาตุ บริเวณวัดเจดีย์ซึ่งร้างไปแล้ว สันนิษฐานว่าสร้างโดยโคทคีรีเศรศฐีชาวมอญกับบริวารที่อพยพภัยมาอาศัยเมืองนครศรีธรรมราช

กุฏิทรงไทย

kuti

หรือที่ชาวนครท้องถิ่นเรียกกันว่ากุฏิร้อยปี ตั้งอยู่ในวัดวังตะวันตก ริมถนนราชดำเนิน บริเวณที่เชื่อว่าตรงข้ามกับวังตะวันออกอันเป็นนิวาสสถานของเจ้าจอมปราง เดิมเป็นอุทยาน ต่อมาเจ้าพระนคร (น้อย) ยกวังตะวันออก และอุทยานตรงข้ามให้เป็นวัดเช่นเดียวกัน จึงเป็นวัดวังตะวันตก

พ.ศ. 2431 พระครูกาชาด (ย่อง)พร้อมด้วยสานุศิษย์ได้สร้างกุฎิขึ้นหมู่หนึ่ง เป็นเรือนเครื่องสับ 3 หลัง มีหลังคาจั่ว แต่ละหลังคาคลุมเชื่อมต่อกัน ตัวเรือนฝาปะกน ตามประตู หน้าต่างและช่องลม ประดับด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนคร ปี พ.ศ. 2535 สมาคมสถาปนิก สยามคัดเลือกกุฎิวัดวังตะวันตกให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม ต่อมาสมาคมสถาปนิกสยามคัดเลือกกุฏิวัดวังตะวันตกให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม

น้ำตกท่าแพ

เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวท้องถิ่นและผู้เดินทางไปยังจังหวัดกระบี่ และจังหวัดภูเก็ต

น้ำตกสวนอาย

มีชั้นน้ำตกที่สวยงามประมาณ 5 ชั้น

น้ำตกสวนขัน

มีแห่งธรรมชาติที่สวยงาม ศึกษาพันธุ์ไม้และการเที่ยวชมน้ำตก

พิพิธภัณฑ์สภานแห่งชาตินครศรีธรรมราช

อยู่บนถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง จัดแสดงโบราณวัตถุที่ค้นพบในแถบภาคใต้ โบราณวัตถุ สำคัญองค์หนึ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ คือ กัญญาเรือประจำทวีป พระที่นั่งถมทองประดิษฐานบนเรือพระที่นั่งในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วัดสวนหลวง

ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ภายในเขตเมืองโบราณพระเวียงอันเป็นเมืองโบราณรุ่นแรกของนครศรีธรรมราช

สำนักวิปัสสนากรรมฐานวัดชายนา

ตั้งอยู่ถนนพัฒนาการทุ่งปรัง หลังวัดท้าวโคตร เป็นสถานที่มีการสอนวิปัสสนากรรมมฐานซึ่งเป็นที่สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่งประเทศ

หอพระพุทธสิหิงค์

เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสำคัญ หนึ่งในสามองค์ของประเทศไทย

จวนออกญาเสนาภิมุข (ยามาดา นางามาซา)

5

ชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาอยู่ในกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยของพระเจ้าทรงธรรมในฐานะทหารอาสาศึก มีโอกาสทำความดีความชอบจนได้รับบรรดาศักดิ์เป็น ออกญาเสนาภิมุข และได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าหลวงใหญ่ไปปกครองเมืองนครศรีธรรมราช

หอพระนารายณ์

69063960

เป็นโบราณสถานในศาสนาพราหมณ์อีกแห่งหนึ่งตรงข้ามกับหอพระอิศวร ภายในหอพระนารายณ์ มีเทวรูปพระนารายณ์สลักจากหินทรายสีเทาทรงมาลารูปกระบอกปลายสอบและพระหัตถ์ขวาทรงสังข์

อาคารศรีธรรมราชสโมสร

อาคารอันงดงามด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมท้องถิ่นนี้ สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 6

พระวิหารสูงหรือหอพระสูง

เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองโบราณนครศรีธรรมราช สันนิษฐานจากลักษณะของสถาปัตยกรรมและจิตกรรมฝาผนังว่าสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

สระล้างดาบศรีปราชญ์

96941

เชื่อว่าเป็นสระทีท่ใช้ล้างดาบเล่มที่ใช้ประหารศรีปราชญ์กวีเอกสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งทำความผิดจึงถูกเนรเทศมายยังเมืองนครศรีธรรมราช

น้ำตกกรุงชิง

เป็นน้ำตกที่สวยงามและสำคัญของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีอยู่หลายชั้น

เก๋งจีนวัดแจ้ง

kenkjean

เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนรูปทรงอย่างอาคารจีนภายในดิษฐานบัวบรรจุอัฐของเจ้าพระยานคร (หนู) และหม่อมทองเหนียวผู้เป็นชายา

เก๋งจีนวัดประดู่

สถาปัตยกรรมเป็นแบบจีนเช่นเดียวกับเก๋งจีนวัดแจ้ง โดยเป็นที่ประดิษฐานอัฐเจ้าพระยานคร (น้อย) ผู้เป็นบุตรของเจ้าพระยานคร (หนู)

ตำหนักพระเจ้าตากสินมหาราชวัดเขาขุนพนม

taksin

วัดเขาขุนพนม อยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ไม่ไกลจากพระตำหนักเมืองนคร และที่วัดนี้ยังเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเขาขุนพนม เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี่ สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แก่ประชาชน
มีตำนานท้องถิ่นเล่าขานว่า วัดเขาขุนพนมนี้ เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จมาประทับ และจำพรรษาในฐานะพระภิกษุ หลังจากสิ้นรัชกาลกรุงธนบุรี เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2325 จนกระทั่งเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2328 โดยที่ไม่ได้ทรงถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ ตามพระราชพงศาวดาร แต่ได้ทรงสับเปลี่ยนพระองค์กับทหารคนสนิทหรือพระญาติ ที่มีรูปพรรณใกล้เคียงกัน

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

เขาขุนพนมมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนลูกโดดเตี้ยๆ มีต้นไม้ปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น บนภูเขามีถ้ำหินปูน ที่มีโพรงหินงอกหินย้อน ลักษณะของภูเขาวางตัวอยู่ในแถบเหนือ-ใต้ มีความยาวประมาณ 750 เมตร กว้างตามแนวทางทิศตะวันออก-ตะวันตก ประมาณ 500 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 43 เมตร ส่วนยอดเขาสูง จากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 165 เมตร ทางทิศใต้ของภูเขาเป็นทางลาดชัน ทางทิศเหนือเป็นไหล่เขา ทางทิศตะวันตกเป็นสวนมังคุดและสวนยางพารา ทางทิศตะวันตกเป็นโรงเรียนและวัดเขาขุนพนม เขาขุนพนมมีจุดเด่นอยู่ที่วัดเขาขุนพนมซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขาขุนพนม ประวัติการก่อสร้างไม่ปรากฏ แต่หลักฐานประเภทโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆ สามารถบ่งนี้ได้ว่า วัดเขาขุนพนมน่าจะสร้างขึ้นในตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โบราณสถานโบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่

1. พระอุโบสถ เดิมเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาด 5.80 x 11.20 เมตร ตั้งอยู่บนฐานยกพื้นสูง 1.75 เมตร เป็นฐานเขียงสองชั้นและฐานสิงห์หนึ่งชั้น หลังคาจั่วไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ประดับหลังคา ของพระอุโบสถเหมือนทั่วไป ลักษณะจะเป็นพระอุโบสถที่เรียกว่า มหาอุด คือไม่มีช่องหน้าต่าง พ.ศ. 2533 มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ทำให้มีช่องรับแสงใต้หน้าบันและใต้ปีกหลังคา ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีสาวกซ้ายขวาที่พนมมือที่มุมด้านข้างฐานชุกชี รอบ พระอุโบสถมีใบเสมาแปดใบตั้งอยู่บนฐานสิงห์ ย่อมุมได้สิบสอง ส่วนบนเป็นบัวกลุ่มรองรับใบเสมา

2. ถ้ำพระเจ้าตาก บันไดทางขึ้นมีรูปพญานาคปูนปั้นเจ็ดเศียรสองตน แผ่นพังพานทอดตัวเป็นราว บันได มีทั้งหมด 245 ชั้น กลางลำตัวพญานาคสลักเป็นรูปพระพุทธรูปที่นั่งขัดสมาธิปิดตา อยู่ในวงกลมล้อม รอบด้วยลายเม็ดน้ำค้างและกลีบดอกไม้ ด้านนอกวงกลมเป็นลายกระจัง ใต้ศอพญานาคทุกตนมีลายนโม สุดปลายหางพญานาคเป็นเพิงผาขนาดใหญ่เรียกว่า ถ้ำพระเจ้าตากหรือถ้ำเขาขุนพนม ปากถ้ำหันไปทางทิศตะวันออก มีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญได้แก่

2.1 ประตูทางเข้าด้านหน้า เป็นเสาหัวเม็ดเตี้ยๆ ช่องประตูกว้างประมาณ 70 เซนติเมตร ติดกับเสา หัวเม็ดด้านเหนือมีกำแพงแก้วเตี้ยๆ ไปชิดกับผนังกำแพงก่ออิฐถือปูน
2.2 กำแพงทางด้านทิเศหนือ เป็นกำแพงอิฐถือปูนกว้างประมาณ 2.60 เมตร ยาว 9.30 เมตร สูง 1.80 เมตร ส่วนบนสุดของกำแพงประดับด้วยใบเสมา ภายในห้องหลังกำแพงประดิษฐานพระพุทธรูป ปางมารวิชัยสามองค์ ด้านข้างผนังถ้ำมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยหนึ่งองค์และพระพุทธรูปสมาธิสององค์ ตัว
กำแพงมีการนำถ้วยชามมาตกแต่ง บริเวณซุ้มของกำแพงยังปรากฏถ้วยลายครามจีนสมัยราชวงศ์หมิง ส่วน ยอดของซุ้มประตูมีเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์ชิง
บริเวณซุ้มกำแพงทิศเนือด้านในก่อเป็นเสา ยอดเสาคงเป็นเจดีย์ยอดแต่ส่วนขององค์ระฆังหักหายไปแล้ว เหลือเพียงฐานที่เป็นฐานสิงห์ หนึ่งชั้นรองรับบัวกลุ่ม
ประตูด้านหลังทำเป็นเสาหัวเข็มสองเสาเหมือนประตูทางเข้าด้านหน้า ตัดจากเสาหัวเม็ด ไปทางทิศเหนือเป็นราวกำแพงเตี้ยๆ ไปชนกับกำแพง ด้านทิศเหนืออีกด้านไปชนทางด้านทิศตะวันตก
2.3 กำแพงด้านทิศตะวันตก อยู่ตรงกันข้ามกับประตูทางเข้าออกด้านหน้าเป็นกำแพงสูงประมาณ 1.80 เมตร ยอดกำแพงไม่มีใบเสมา ในผนังกำแพงมีเสาหลอกสามตัน เสาด้านนอกสุดมีบัวหัวเสาคาดด้วย ลูกแก้วอกไก่ ส่วนยอดเสาคงเป็นเจดีย์ยอดเช่นเดียวกับเสาด้านใน กำแพงด้านนี้ตกแต่งประดับประดาด้วย ลายปูนปั้นทำเป็นรูปดอกไม้ โดยใช้เศษเครื่องลายครามจีนตกแต่ง จุดเด่นของผนังด้านนี้คือปูนปั้นรูปราหูอมจันทร์ ราหูไม่มีริมผีปากล่าง กางแขนออก สองมือประคองดวงจันทร์ อ้าปากแยกเขี้ยวคล้ายจะกลืนกิน
2.4 ลานหน้าถ้ำ ในลานหน้าถ้ำมีรูปยักษ์ปูนปั้นสองตนอยู่ด้านหน้าของเสาหัวเม็ดตรงประตูหลัง บริเวณนี้มีพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาเป็นจำนวนมาก รอยพระพุทธบาทจำลองแกะไม้ฝังลงไปในเนื้อไม้เป็น ลวดลายมงคล 108 ขนาดกว้าง 63 เซนติเมตร ยาว 1.72 เมตร ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายถึง
รัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 23-24
2.5 กำแพงด้านทิศตะวันตกสุด เป็นกำแพงด้านในสุด อยู่ถัดจากกำแพงด้านทิศตะวันตก 2.70 เมตร ก่อปิดด้านในสุดของผนังเพิงผาด้านทิศตะวันตก ทำให้เกิดห้องเล็กๆ ซึ่งได้มีการนำพระบรมสาทิสลักษณ์ ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาประดับที่ซุ้มประตู หลังถ้ำด้านในมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ปูนปั้นหนึ่งองค์

3. พระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บนบริเวณชะง่อนหินใกล้เชิงเขา เมื่อขึ้นเขาตาม บันไดนาคประมาณ 10 เมตรจะพบพระตำหนักของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอยู่ทางซ้ายมือ บริเวณ โดยรอบกุฎิมีซากกำแพงก่ออิฐเตี้ยๆ เส้นทางเข้าสู่เขาขุนพนม จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปตามถนนสาย 4016 นครศรีธรรมราชถึงอำเภอพรหมคีรี ระยะทาง ประมาณ 24 กิโลเมตร ถึงสี่แยกพรหมโลก เลี้ยวขวาเข้าไปตามถนนสายพรหมโลก-ท่าแพ ถึงบ้านนาเสน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 500 เมตร จะเห็นเขาขุนพนมตั้งอยู่เบื้องหน้า

สำนักศิลปะและวัฒนธรรมสถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช

เป็นสถานที่รวบรวมข้อมมูลเกี่ยวกับแหล่งโบราณาคดีที่ขุดพบในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้จัดการแสดงเครื่องมือเครื่องใช่พื้นบ้านในอดีต ทั้งยังเป็นศูนย์อนุรักษ์และฟื้นฟูมหรสพพื้นบ้าน เป็นแหล่งคนคว้ารวบรวมทางด้านภาษาและวรรณกรรมรวมทั้งคติชนวิทยาที่สำคัญ

ศาลาหลักเมืองนครศรีธรรมราช

96710

ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง หลังกลางเป็นที่ประดิษฐานหลักเมือง ออกแบบให้มีลักษณะ คล้ายศิลปะศรีวิชัย เรียกว่าทรง เหมราชลีลา ส่วนอาคาร เล็กทั้งสี่หลังถือเป็น ศาลบริวารสี่ทิศ เรียกว่าศาลจตุโลกเทพ ประกอบด้วยพระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง ศาลพระพรหมเมือง และศาลพระบันดาลเมือง องค์เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ตะเคียนทองที่ได้มาจากภูเขายอดเหลือง

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด)

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ เป็นที่ตั้งของสวนสัตว์เปิดและ สวนนก สถานที่แห่งนี้เป็นที่พักผ่อนของชาวท้องถิ่น

เครื่องปั้นดินเผาบ้านโมคลานและบ้านมะยิง

เดิมบริเวณนี้จะมีการผลิตเฉพาะอิฐและกระถางดินเผาเท่านั้น แต่ปัจจุบันนั้นปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ และหลากรูปแบบมากยิ่งขึ้น ส่งจำหน่ายบริเวณสามแยกบางปู ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายทั้งผลิตภัณฑ์จากนครศรีธรรมราชและจังหวัดอื่น ๆ

อุทยานแห่งชาติเขานัน

เขตครอบคลุมเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขานัน และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากรุงชิงบางส่วน เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนเป็นแนวติดต่อกันมาจากอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เป็นป่าต้นน้ำของคลองหลายสาย

น้ำตกคลองจังและเดินป่าเขาเหมน

น้ำตกยังคงเป็นสภาพป่าที่สมบูรณ์ยิ่ง และการเดินป่าเขาเหมนซึ่งมีลักษณะรูปทรงปิรามิด มีเมฆหมอกให้สัมผัสอากาศเย็นสบายตลอดปี มีพันธุ์ไม้ป่าที่สวยงามและมากกว่า 300 ชนิด

จุดชมวิวบนเขาพระบาท

วัดเก่าแก่กว่า 700 ปี มีรอยพระพุทธบาทอันศักดิ์สิทธิ์

ถ้ำเขาวังทอง

thum

เป็นถ้ำที่มีความงดงามตามธรรมชาติแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในถ้ำเขาวังทองเป็นห้องโถงขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างหลายห้อง แต่ละห้องมีหินงอกหินย้อยที่มีขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกัน

พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่กำเนิดโดยโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และตรัง ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยทรงงานส่วนพระองค์ ห้องประชุมและห้องนิทรรศการปากพนังในอดีต

ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก

talumpuek

เป็นสถานที่รำลึกเหตุการณ์การเกิดมหาวาตภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2505 ลักษณะของชานหาดปากพนังเป็นชายหาดยาวไปตามชายฝั่งทะเล มีแหลมตะลุมพุกเป็นแหลมทรายรูปจันทร์เสี้ยวยื่นไปในอ่าวไทย

ศิลาจารึกเขาช่องคอยบ้านโคกสะท้อน

จารึกเป็นอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต ซึ่งเก่าแก่ที่สุดเท่าที่พบในภาคใต้ กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 11 - 12

อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง

หรือเรียกกันทั่วไปว่า "น้ำตกโยงใสใหญ่" มีสภาพป่าและทิวทัศนี่อุดมสมบูรณ์และสวยงามอีกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะน้ำตกโยงที่มีลักษณะเป็นกระแสน้ำที่รวมกันเป็นเกลียวเชือกเส้นมหึมา ตกจากหน้าผาสูงชันสู่เบื้องล่างที่มีลักษณะเป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่ ยังมีน้ำตกปลิวที่บริเวณป่าแพรกเป็นน้ำตกขนาดเล็ก

ถ้ำตลอด

1170087678

เป็นถ้ำเล็กๆ เกิดจากภูเขาชัยชุมพล ตัวถ้ำสามารถเดินทะลุได้ตลอด จึงได้ชื่อว่าถ้ำตลอดหรือถ้ำหลอด มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ ทอดองค์ยาวตามแนวถ้ำเชื่อถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ ได้รับการตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นเรื่องราวพุทธประวัติโดยอาจารย์แนบ ทิชินพงศ์ จิตรกรที่มีชื่อเสียงของชาวนครศรีธรรมราช

น้ำตกระแนะ

แหล่งธรรมชาติน้ำตกที่สวยงาม ประมาณ 10 ชั้น

วัดเขาแก้ววิเชียร

เป็นวัดที่เก่าแก่ก่อสร้างมาไม่น้อยกว่า 400 ปี มีพระปัญญาเป็นพุทธรูปเก่าแก่ และเจดีย์เก่าแก่ ชื่อเจดีย์พระติลิมุ้ย

ศาลเจ้าทวดปากเชียร

ชาวเชียรใหญ่ มีความเชื่อ และศรัทธาในความศักดิ์สิทธิของทวดปากเชียร มักจะขอให้ทวดปากเชียรช่วยดลบันดาลให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่หวัง ตามความเชื่อของแต่ ละคน และจะมีพิธีไหว้ทวดปากเชียรกินเจปีละหนึ่งครั้งในช่วงเทศกาลกินเจเพื่อเป็นสิริมงคล

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

watphramahathat

เป็นพระอารมหลวงชั้นเอก ชั้นวรมหาวิหาร เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้และประเทศไทย

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ตำบลในเมืองมีเนื้อที่ 25 ไร่ 2 งาน วัดพระมหาธาตุเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชั้นวรมหาวิหาร เดิมชื่อ วัดพระบรมธาตุ ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศจดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

ตามตำนานกล่าวว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ.854 สร้างมามากกว่า 1,500 ปี มีศิลปะการก่อสร้างแบบศรีวิชัย โดยเจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลาและบาคู (นักบวช) ชาวลังกา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐาน ณ หาดทรายแก้วและสร้างเจดีย์องค์เล็ก ๆ เพื่อเป็นที่หมายไว้

ต่อมาปี พ.ศ. 1093 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช (พระเจ้าจันทรภาณุ) ได้ทำการสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมการก่อสร้างเจดีย์ขึ้นใหม่เป็นทรงศาญจิ และในปี พ.ศ. 1770 พระองค์จึงได้รับเอาพระภิกษุจากลังกามาตั้งคณะสงฆ์และบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ให้เป็นไปตามแบบสถาปัตยกรรมทรงลังกา อันเป็นแบบที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันคือ เป็นทรงระฆังคว่ำ หรือโอคว่ำ มีปล้องไฉน 52 ปล้อง รอบพระมหาธาตุมีเจดีย์ 158 องค์ สูงจากฐานถึงยอด 37 วา 2 ศอก ยอดสุดของปล้องไฉนหุ้มทองคำเหลืองอร่าม สูง 6 วา 1 ศอก แผ่เป็นแผ่นหนาเท่าใบลานหุ้มไว้ น้ำหนัก 800 ชั่ง (หรือ 960 กิโลกรัม)

ภายในวัดพระมหาธาตุฯ วิหารที่มีความสำคัญหลายองค์ประดิษฐานอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระวิหารหลวงซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา วิหารสามจอมมีพระพุทธรูป "พระจ้าศรีธรรมโศกราช" ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ วิหารพระมหาภิเนษกรม (พระทรงม้า) ทางขึ้นไปบนลานประทักษิณ วิหารทับเกษตร วิหารเขียน และวิหารโพธิ์ลังกาซึ่งเป็นที่จัดและแสดงโบราณวัตถุ

บ้านหนังตะลุงสุชาติ

baan

บ้านหนังตะลุงสุชาติเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายตัวหนังตะลุงและหนังใหญ่ มีการแสดงในลักษณะสาธิตในบริเวณบ้านหนังตะลุง และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านและพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงนานาชาติ

หอพระอิศวร

เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดู เป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของพระอิศวรและฐานโยนิ รวมทั้งเทวรูปสำริดอีกหลายองค์

วัดแม่เจ้าอยู่หัว

เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ริมคลองฆ้อง ชมฆ้องใหญ่ ไหว้แม่เจ้าอยู่หัว แก้บนรูปปั้นแม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) ซึ่งเป็นพระสนมเอกของพระเจ้าศรีธรรมโศกราช

ศาลหลวง - ต้นไทรศักดิ์สิทธิ์

มีต้นไทรใหญ่ น้อย ขึ้นเด่นเป็นสง่า ประชาชนชาวอำเภอเชียรใหญ่และชาวลุ่มน้ำปากพนังร่วมกันจัดงานสักการะศาลหลวง - ต้นไทรศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นประจำทุกปี

วัดธาตุธาราม หรือวัดเขาธาตุ

มีเจดีย์ประการังอยู่บนเขาธาตุ สร้างโดยพุทธศาสนิกชนจากเมืองไชยา รอบๆ เจดีย์มีพระพุทธรูปแกะสลักหินทรายแดง ประดิษฐานบริเวณเจดีย์

วัดกระดังงา

วัดเก่าแก่ของอำเภอขนอม เป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในอุโบสถมีภาพเขียนพุทธประวัติ มีพระประธานพุทธรูปสมัยอยุธยาประดิษฐานอยู่ภายใน และมีโบราณวัตถุที่น่าสนใจโดยเฉพาะเครื่องถ้วยชาม

วัดเจดีย์หลวง

เป็นชุมชนโบราณ มีร่องรอยของเนินดิน สระน้ำ หินชิ้นส่วนของเทวสถาน แท่นศิวะลึงค์ ที่กระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก

อุทยานแห่งชาติหาดขนอมหมู่เกาะทะเลใต้

ประกอบไปด้วยเกาะน้อย เกาะวังใน เกาะวังนอก เกาะแตน เกาะราบ เกาะท่าไร่ เกาะผี มีอ่าวขนอม อ่าวท้องท่าคว่ำ อ่าวท้องหลาง อ่าวท้องหยี อ่าวท้องยาง และภูเขาต่างๆ หาดทรายขาวสะอาด

หาดหน้าด่าน

เป็นแนวยาวทรายขาวเป็นสวนมะพร้าว เงียบสงบ

อ่าวท้องหยี

หาดทรายงามที่มีสภาพแวดล้อมเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ อยู่ในวงล้อมของเขาเพลาและเขากลาง ทำให้ชายหาดสงบเงียบและเป็นส่วนตัว

หาดในเปร็ต

เป็นแนวโค้ง ชายหาดเป็นโขดหินสลับบางแห่ง

ผ้าทอศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง

จัดตั้งโดยพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เพื่อทรงช่วยเหลือประชาชนให้มีรายได้จากทอผ้าและจักสานกระจูดเป็นผลิตภัณฑ์ รูปแบบต่างๆ

เขาพลายดำ

khaopaidam

เป็นภูเขาที่ติดทะเลเป็นรอยต่ออำเภอขนอมและอำเภอสิชล ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานที่พัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาพลายดำ ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งใส มีหาดที่สวยงามคือ บริเวณหาดท้องยาง สามารถลงเล่นน้ำได้ เขาพลายดำมีสัตว์ป่าประเภทกินพืชอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง เช่น กวาง กระจง และนกนานาชนิด มีร้านอาหารบริการแก่นักท่องเที่ยว

การเดินทาง แยกจากตัวเมืองสิชลไปทางเหนือ ตำบลทุ่งใสประมาณ 12 กม. ใช้ทางหลวงหมายเลข 401 (นครศรี-สิชล) ถึง กม.98 แล้วเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านบางปอไป 10 กม. ถึงหาดท้องยาง เดินทางต่อไปอีก 5 กม.จะถึงเขาพลายดำ

เจดีย์ศรีวิชัย วัดภูเขาหลัก

jadee

เมืองนครศรีธรรมราช เป็นเมืองเก่าแก่ในแหลมมลายูมีชื่อในศิลาจารึกว่าเมืองตามพรลิงค์ สามารถแผ่อาณาเขตไปปกครองหัวเมืองมลายูทั้งหมด บางครั้งเสื่อมอำนาจและเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรศรีวิชัย ในสมัยที่เรืองอำนาจนั้นแบ่งการปกครองเป็น 12 หัวเมือง เมืองนครศรีธรรมราชนี้ มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานเกือบสองพันปี

เมื่อกล่าวถึงวัดภูเขาหลักที่เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่เมื่อ พ.ศ.1320 โดยชาวลังกาที่เดินทางเข้ามาได้เอาทรัพย์สินเงินทองและสิ่งของต่างๆมาฝังไว้และสร้างวัดขึ้น พร้อมกับเจดีย์ที่เป็นศิลปศรีวิชัยตามสมัยนั้น ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย อายุกว่าพันปี หน้าตักกว้าง 5 ศอก สูง 6 ศอก 22 นิ้ว ลงรักปิดทองอย่างสวยงาม

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์

ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด 

เว็บไซต์วิกิพีเดีย 

http://th.wikipedia.org/wiki/

ประวัติศาสตร์

สภาพทางภูมิศาสตร์

ประชากรและสภาพทางสังคม

เว็บไซต์จังหวัดนครศรีธรรมราช 

http://www.nakhonsithammarat.go.th/web_52/history.php

การปกครอง

http://www.nakhonsithammarat.go.th/web_52/directory/dir_1.php 

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/BaseStat/basestat.html 

การเลือกตั้ง  เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.nakhonsithammarat.go.th/web_52/politics.php 

ประเพณีและวัฒนธรรม

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

http://www.baanjomyut.com/76province/south/nakhonsirtrammarat/travel.html

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ 

ต้นแซะ

bankaengwittaya.net    

biogang.net  

ดอกราชพฤกษ์

bloggang.com

ประเพณี   สถานที่ท่องเที่ยว

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ 

news.edtguide.com

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ

http://pompam-pobandit11.blogspot.com/2010/10/blog-post.htmlประเพณีชักพระ หรือ ลากพระ 

zazana.com

งานเทศกาลมังคุดหวาน และของดีเมืองคอน

Pakchong Travel Dot Com: ปักษ์ใต้รสเข้ม ที่เมืองนคร

กีฬาชนวัว 

nathawe.com

ถ้ำตลอด

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=ownstory&month=25-01-2007&group=2&gblog=6

จวนออกญาเสนาภิมุข 

oknation.net 

หอพระนารายณ์ 

panoramio.com

สระล้างดาบศรีปราชญ์ 

http://www.vcharkarn.com/vcafe/147079 

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร  

dhammathai.org

 

 

JoomSpirit