เพชรบูรณ์

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดเพชรบูรณ์

1-19

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์

ตราประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยเพชร ภูเขา และไร่ยาสูบอยู่ในรูปวงกลม มีลายกนกไทยล้อมรอบ เพชรเจียรนัยเป็นรูปหัวแหวน คล้ายสามเหลี่ยมหัวกลับลงดินลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือภูเขา พื้นดินเป็น ไร่ยาสูบและมีอักษรเขียนว่า "จังหวัดเพชรบูรณ์"

ความหมายของตราประจำจังหวัด

  • ความหมายเกี่ยวกับเพชร ประการที่ 1 เนื่องมาจากของจังหวัดที่แปลว่า อุดมสมบูรณ์ด้วยเพชร เหตุเพราะเคยขุดพบหินที่มีความแข็งมากกว่าหินธรรมดาและมีประกายแวววาวสุกใสเหมือนเพชร ซึ่งหินที่ขุดได้นี้เรียกกันว่า "เขี้ยวหนุมาณ" จัดเป็นหินตระกูลเดียวกันกับเพชร ถ้าทิ้งไว้ตามสภาพเดิมนานต่อไปอีกประมาณ 1,000 ปีจะกลายเป็นเพชรจริง ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังมีผู้เชื่อว่าภูเขาชื่อ "ผาซ่อนแก้ว" ในเขตอำเภอหล่มสักมีเพชร จึงตั้งชื่อว่า "ผาซ่อนแก้ว" ประการที่ 2 เนื่องจากจังหวัดเพชรบูรณ์มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าอุดมสมบูรณ์ เช่น ไม้สัก มีแร่ธาตุที่มีค่าเช่น เช่น เขี้ยวหนุมาณและแร่ทองคำ
  • ความหมายเกี่ยวกับภูเขา เนื่องด้วยพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีภูเขามากมายสลับซับซ้อนเป็นทิวเขาเทือกใหญ่เรียกว่า "เทือกเขาเพชรบูรณ์"
  • ความหมายเกี่ยวกับไร่ยาสูบ เนื่องจากจังหวัดเพชรบูรณ์มียาสูบพื้นเมืองพันธุ์ดีเป็นสินค้าสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์แต่นานมาแล้วและมีรสเป็นเลิศกว่ายาสูบที่อื่นทั้งหมดของเมืองไทย


คําขวัญ

"เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง"

ต้นไม้และดอกไม้ประจําจังหวัด

ต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ต้นมะขามและดอกมะขาม

2-17-1 4-16 3-17-1
รูปที่ 2 ต้นมะขาม รูปที่ 3 ฝักมะขาม รูปที่ 4 ดอกมะขาม

 

จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นเมืองโบราณที่ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าใครสร้างเมืองนี้ขึ้นเมื่อใดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงวิเคราะห์ว่า เพชรบูรณ์สร้างขึ้นมา 2 ยุค ในแห่งเดียวกัน โดยวัดมหาธาตุและวัดโบราณเป็นหลักฐานยืนยันว่า ยุคแรกสร้างเมื่อกรุงสุโขทัยหรือพิษณุโลกเป็นเมืองหลวง ยุคที่สองคาดว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากหลักฐานการค้นพบซากโบราณสถาน และจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบในเมืองศรีเทพ เมืองเพชรบูรณ์น่าจะมีอายุมากกว่า 1,000 ปี และสร้างขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกับเมืองพิมาย ลพบุรี และจันทบุรี ดังหลักฐานที่ปรากฏ เช่น ซากตัวเมือง พระปรางค์ ซากเทวสถาน รูปเทพารักษ์ พระนารายณ์ รูปยักษ์สลักด้วยศิลาแลง เช่นเดียวกับเมืองพิมาย ลพบุรี และจันทบุรี แสดงให้เห็นว่าเป็นฝีมือของชาวขอมที่ได้รับอารยธรรมจากอินเดีย

ลายพระหัตถ์เกี่ยวกับเพชรบูรณ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ระบุว่า ในสมัยสุโขทัยต้องการจะตั้งชื่อเมืองเพชรบูรณ์ให้ใกล้เคียงกับเพชรบุรี ที่แปลว่า เมืองแข็ง แต่ชื่ออาจใกล้เคียงกันมากเกินไป จึงตั้งชื่อว่า เพชรบูรณ์ ชื่อเมืองเพชรบูรณ์นี้อาจจะมาจากคำว่าบุระหรือปุระที่แปลว่า ป้อมหรือหอวัง ส่วนคำว่าบูรณ์ มาจากคำว่า ปูรณ แปลว่าเต็ม โดยชื่อเมืองเพชรบูรณ์เขียนได้ 2 แบบ คือ เพชรบูรณ์ และ เพชรบูร ตามหลักฐานอ้างอิงจากศิลาจารึกสมัยสุโขทัย (หลักที่ 53 ) จากวัดอโศการาม (พ.ศ.1949)

หลักฐานที่กล่าวถึงเมืองเพชรบูรณ์อย่างชัดเจนน่าจะเป็นพระราชนิพนธ์นิทานโบราณคดีของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเรื่องคนไข้เมืองเพชรบูรณ์ที่ระบุว่า ครั้งหนึ่งเมืองเพชรบูรณ์เกิดไข้มาลาเรียระบาดอย่างร้ายแรงแต่ไม่มีผู้ใดอาสาไปรับราชการด้วยความกลัวไข้ ท่านจึงเสด็จไปตรวจราชการที่เมืองเพชรบูรณ์เองเพื่อแสดงให้เห็นว่า ไข้มาลาเรียไม่ได้ร้ายแรงอย่างเช่นที่กลัวกัน ขณะที่เตรียมตัวออกเดินทางก็มีคนห่วงใยมาส่งและให้พรคล้ายกับจะไปทำการรบ เมื่อเสด็จถึงเมืองเพชรบูรณ์ ทรงกล่าวว่า " ฉันไปถึงเมืองเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ท้องที่มณฑลเพชรบูรณ์บอกแผนที่ได้ไม่ยาก ถือลำแม่น้ำป่าสักเป็นแนวแต่เหนือลงมาใต้มีภูเขาสูงเป็นเทือกเขาลงมา ตามแนวลำน้ำทั้งสองฟาก เทือกข้างตะวันออกเป็นเขาปันน้ำต่อแดนมณฑลนครราชสีมา เทือกเขาตะวันตกเป็นเขาต่อแดนมณฑลพิษณุโลก เทือกเขาทั้งสองข้างบางแห่งก็ห่าง บางแห่งก็ใกล้ แม่น้ำป่าสัก เมืองหล่มสักที่อยู่สุดลำน้ำทางข้างเหนือ แต่ลงมาถึงเมืองเพชรบูรณ์ตรงที่ตั้งเมืองเพชรบูรณ์ เทือกเขาเข้ามาใกล้ลำน้ำ ดูเหมือนจะไม่ถึง 400 เส้น แลเห็นต้นไม้บนภูเขาถนัดทั้ง 2 ฝั่ง ทำเลที่เมืองเพชรบูรณ์ตอนริมน้ำเป็นที่ลุ่มฤดูน้ำ น้ำท่วมแทบทุกแห่ง พ้นที่ลุ่มขึ้นไปเป็นที่ราบ ทำนาได้ผลดีเพราะอาจจะขุดเหมืองชักน้ำจากห้วยเข้านาได้เช่นเมืองลับแล พ้นที่ราบขึ้นไปเป็นโคกสลับกับแอ่งเป็นหย่อม ๆ ไปจนถึงเชิงเขาบรรทัด บนโคกเป็นป่าเต็งรังเพาะปลูกอะไรอย่างอื่นไม่ได้ แต่ตามแอ่งน้ำเป็นที่น้ำซับ เพาะปลูกพันธ์ไม้งอกงามดี เมืองเพชรบูรณ์จึงสมบูรณ์ด้วยกสิกรรม จนถึงชาวเมืองทำนาครั้งเดียวก็ได้ข้าวพอกินกันทั้งปี สิ่งซึ่งเป็น สินค้าเมืองเพชรบูรณ์ก็คือ ยาสูบ เพราะรสดีกว่ายาสูบ ที่อื่นทั้งหมด ในเมืองไทยชาวเมืองเพชรบูรณ์ จึงหาผลประโยชน์ด้วยการปลูกยาสูบขาย" หลังจากที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จกลับถึงกรุงเทพฯ ทรงยืนยันถึงประโยชน์ของการไปครั้งนี้ว่า สามารถหาคนไปรับราชการในเมืองเพชรบูรณ์ได้ ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก

ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลรวบรวมหัวเมืองต่างๆ เข้าเป็นมณฑล ในปี พ.ศ. 2436 และในปี พ.ศ. 2440 เมืองเพชรบูรณ์ได้ยกฐานะเป็นมณฑลเพชรบูรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ดำรงตำแหน่งสมุหเทศบาลอำเภอหล่มสัก ยกฐานะเป็นจังหวัดหล่มสักใน พ.ศ. 2447 มณฑลเพชรบูรณ์ถูกยุบไปขึ้นกับมณฑลพิษณุโลก แต่ได้รับการแต่งตั้งอีกครั้งในปี พ.ศ. 2450 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้มีฐานะเป็นเมืองเพชรบูรณ์ตามเดิมและมีการยกเลิกมณฑลต่างๆ เมื่อมีพระราชพิธีราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามมหาเอเชียบูรพา กรุงเทพฯ ถูกข้าศึกโจมตีจนประชาชนต้องอพยพออกต่างจังหวัด จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น เห็นสมควรย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะมีภูมิประเทศเป็นภูเขาล้อมรอบและมีทางออกทางเดียว ศัตรูรุกรานยาก คณะรัฐมนตรีจึงได้ยกร่างพระราชกำหนดสร้างนครบาลขึ้นชื่อว่า "พระราชกำหนดระเบียบการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์และสร้างพุทธบุรี พ.ศ.2487" การก่อสร้างเมืองหลวงใหม่ได้ดำเนินการโดยเร่งด่วนและถือเป็นความลับของราชการเพื่อมิให้ข้าศึกรู้แผนการ กระทั่งวันที่ 20 กรกฎาคม 2487 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามได้เสนอพระราชกำหนดระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ฯ พ.ศ. 2487 ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออนุมัติเป็นพระราชบัญญัติมีผลดำเนินการอย่างถาวรตลอดไป แต่ในที่สุดสภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่อนุมัติด้วยคะแนนเสียง 48 ต่อ 36 ด้วยเหตุผลว่า "เพชรบูรณ์เป็นแดนกันดาร ภูมิประเทศเป็นป่าเขา และมีไข้ชุกชุม เมื่อเริ่มสร้างเมืองนั้น ผู้ที่ถูกเกณฑ์ไปทำงานล้มตายลง นับเป็นพัน ๆ คน" อนุสรณ์นครบาลเพชรบูรณ์แห่งนี้ จึงสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงบุญคุณและอัจฉริยภาพของจอมพล ป. พิบูลสงคราม และเพื่อคนเพชรบูรณ์จะได้ภูมิใจในประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งและความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองตน

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจังหวัดที่มีแนวเขตติดต่อระหว่างภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16 องศาเหนือ กับเส้นแวงที่ 101 องศาตะวันออก มีพื้นที่ประมาณ 12,668.416 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7,917,760 ไร่ ส่วนที่กว้างที่สุดของจังหวัดจากด้านตะวันออกถึงตะวันตกกว้าง 55 กิโลเมตร ส่วนที่ยาวที่สุดวัดจากเหนือสุดถึงใต้สุดยาว 296 กิโลเมตร สูงจากระดับทะเลประมาณ 114 เมตร และอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 346 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 21

6-17 7-10-1
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดเพชรบูรณ์ รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดเพชรบูรณ์

 

อาณาเขต

จังหวัดเพชรบูรณ์มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดและประเทศใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดเลย
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดลพบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่นและชัยภูมิ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพิษณุโลก นครสวรรค์ และพิจิตร

 

ลักษณะภูมิประเทศ

สภาพภูมิประเทศทั่วไปของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยภูเขาเพชรบูรณ์เป็นรูปเกือกม้า รอบพื้นที่ด้านเหนือของจังหวัดเป็นแนวขนานกันไปทั้งสองข้างทิศตะวันออกและทิศตะวันตก คิดเป็นเนื้อที่ประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด มีพื้นที่ราบอยู่ตอนกลางและอำเภอด้านใต้ของจังหวัด เป็นพื้นที่ลาดชันจากเหนือลงใต้ มีพื้นที่ป่าไม้ 3,624,830 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 45.78 มีแม่น้ำป่าสักเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดของจังหวัด ไหลผ่านตอนกลางของจังหวัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ ยาวประมาณ 350 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากภูเขาผาลาในจังหวัดเลย มีห้วยลำธารหลายสายเกิดจากภูเขาเพชรบูรณ์ โดยแม่น้ำป่าสักไหลผ่านอำเภอหล่มเก่า หล่มสัก เมืองเพชรบูรณ์ หนองไผ่ บึงสามพัน วิเชียรบุรี และศรีเทพ

ลักษณะภูมิอากาศ

เนื่องจากพื้นที่จังหวัดมีภูเขาล้อมรอบจึงทำให้อากาศร้อนจัดในฤดูร้อนและหนาวจัดในฤดูหนาว โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอน้ำหนาว เขาค้อ และหล่มเก่าจะมีอากาศหนาวที่สุด ส่วนบนพื้นที่ภูเขาจะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ในฤดูร้อนและฤดูฝนจะมีอุณหภูมิ 20-24 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน ฤดูฝนเริ่มเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม และฤดูหนาวจะเริ่มจากเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี

ในปี พ.ศ.2551 จังหวัดเพชรบูรณ์มีอุณหภูมิสูงสุด 39.6 องศาเซลเซียสในเดือนเมษายน ขณะเดียวกันวัดอุณหภูมิต่ำสุดได้ 10.5 องศาเซลเซียสในเดือนมกราคม ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ระดับ 27.65 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบูรณ์มีปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยตลอดปีที่ 1,375 มิลลิเมตรและมีจำนวนวันที่ฝนตกอยู่ที่ 142 วัน

การแบ่งเขตการปกครอง

เพชรบูรณ์ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 117 ตำบล 1,405 หมู่บ้าน

5-16

1. อำเภอเมืองเพชรบูรณ์

2. อำเภอชนแดน

3. อำเภอหล่มสัก

4. อำเภอหล่มเก่า

5. อำเภอวิเชียรบุรี

6. อำเภอศรีเทพ

 

 

7. อำเภอหนองไพ่

8. อำเภอบึงสามพัน

9. อำเภอน้ำหนาว

10. อำเภอวังโป่ง

11. อำเภอเขาค้อ

รูปที่ 7 อำเภอในจังหวัดเพชรบูรณ์

 

 


หัวหน้าส่วนราชการ

ผู้ว่าราชการจังหวัด นายธวัชชัย   เทอดเผ่าไทย
รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสมาน  ปรางวัชรากร และ นายจิรายุทธ   วัจนะรัตน์
หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ว่าที่ร้อยตรีสุรศักดิ์  วงศาโรจน์



หน่วยงานบริหารราชการ

ส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง 29 หน่วยงาน
ส่วนราชการส่วนภูมิภาค 51 หน่วยงาน
ส่วนราชการท้องถิ่น ได้แก่
เทศบาลเมือง 2 แห่ง
เทศบาลตำบล 20 แห่ง
องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
องค์การบริหารส่วนตำบล 105 แห่ง

 

ลำดับ อำเภอ จำนวน (แห่ง)
ตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล อบต. หมู่บ้าน
1 เมืองเพชรบูรณ์ 17 1 3 15 214
2 หล่มสัก 23 1 - 20 250
3 หล่มเก่า 9 - 1 9 96
4 ชนแดน 9 - 3 9 134
5 หนองไผ่ 13 - 5 10 138
6 บึงสามพัน 9 - 1 9 121
7 วิเชียรบุรี 14 - 2 14 185
8 ศรีเทพ 7 - 2 6 104
9 น้ำหนาว 4 - - 4 30
10 เขาค้อ 7 - 1 4 72
11 วังโป่ง 5 - 2 5 61
     รวม 117 2 20 105 1405


ที่มา สำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดเพชรบูรณ์มีเขตเลือกตั้ง 2 เขต มีจำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น 6 คน ซึ่งผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย

เขต 1

นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี
นายจักรัตน์ พั้วช่วย
นายยุพราช บัวอินทร์

พรรค เพื่อไทย
พรรค เพื่อไทย
พรรค ประชาธิปัตย์

เขต 2 

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์
นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์
นายเอี่ยม ทองใจสด

พรรค เพื่อไทย
พรรค เพื่อไทย
พรรค เพื่อไทย

 

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วไป พ.ศ. 2551 มี ส.ว. ได้ 1 คน

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบูรณ์ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551 ได้แก่ นางสมพร จูมั่น

1. ประชากร

ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 จังหวัดเพชรบูรณ์ มีประชากรรวมจำนวนทั้งสิ้น 990,807 คน แบ่งเป็นประชากรเพศชายจำนวน 492,922 คน และเพศหญิงจำนวน 497,885 คน

2. ศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่ในจังหวัดนับถือศาสนาพุทธ รองลงมาคือศาสนาคริสต์และอิสลาม โดยจำนวนศาสนสถานและบุคลากรทางศาสนามีดังนี้

อำเภอ จำนวน (แห่ง) จำนวน (รูป)
วัด สำนักสงฆ์ โบสถ์คริสต์ มัสยิด พระภิกษุ สามเณร
เมืองเพชรบูรณ์ 113 70 1 1 809 162
ชนแดน 64 44 - - 450 9
หล่มสัก 115 48 - - 552 221
หล่มเก่า 58 30 - - 283 109
วิเชียรบุรี 70 78 - - 673 114
ศรีเทพ 48 30 - - 389 14
หนองไผ่ 69 59 - - 523 28
บึงสามพัน 34 61 - 1 341 24
น้ำหนาว 10 20 - - 100 4
วังโป่ง 26 16 - - 209 7
เขาค้อ 8 22 - - 128 6
รวม 615 478 1 2 4,457 698

 

ที่มา สำนักงานสถิติจังหวัดเพชรบูรณ์

3. ประเพณี

ชื่อประเพณี/พิธีกรรม รายละเอียด/กิจกรรม ช่วงเวลา
ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ        

ประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นประเพณีที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เกิดจากความเชื่อเกี่ยวกับอภินิหารของพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง คือ พระพุทธมหาธรรมราชา ซึ่งคนหาปลาสองสามีภรรยาทอดแหได้ที่วังมะขามแฟบหรือไม้ระกำในบริเวณลุ่มน้ำ ป่าสักในเขตตัวเมืองเพชรบูรณ์ จึงนำไปไว้ที่วัดไตรภูมิ เมื่อถึงเทศกาลสารทพระพุทธรูปองค์นี้จะหายไปและชาวบ้านจะพบ  มาเล่นน้ำที่บริเวณที่ค้นพบเดิม ดังนั้นในเทศกาลทำบุญสารท หลังจากทำบุญเสร็จแล้วจะมีพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาลงริ้วขบวนเรือไปสรงน้ำที่วังมะขามแฟบหรือไม้ระกำ แต่ปัจจุบันนำมาทำพิธีที่ท่าน้ำของวัดโบสถ์ชนะมารในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10

พิธีกรรม/กิจกรรม 

  1. จัดให้มีการตั้งศาลเพียงตา แล้วอัญเชิญพระพุทธมหาธรรม-ราชามาประทับ ทำพิธีสวดคาถา โดยพราหมณ์ผู้ทำพิธีนุ่งขาวห่มขาวแล้วอัญเชิญขึ้นบนบุษบกให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชาและมีงานฉลองสมโภช 
  2. จัดให้มีพิธีอุ้มพระดำน้ำในตอนเช้าหลังทำบุญสารท โดยมีขบวนเรือแห่นำไปโดยผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อถึงบริเวณวัดโบสถ์ชนะมาร เจ้าเมืองพร้อมข้าราชบริพารจะอุ้มพระลงดำน้ำ โดยหันหน้าองค์พระไปทิศเหนือ 3 ครั้ง ทิศใต้ 3 ครั้ง ชาวบ้านจะโปรยข้าวตอก ดอกไม้ และข้าวต้มกลีบ เมื่อดำน้ำเสร็จชาวบ้านจะตักน้ำรดศีรษะและรดกันเองเพื่อเป็นสิริมงคล 

ทั้งนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าถ้าทำพิธีอุ้มพระดำน้ำแล้วจะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล  
เทศกาลสารทไทยตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10  
ประเพณีเส็งกลอง ล่องโคมไฟ ไหว้พ่อขุนผาเมือง    ประเพณีเส็งกลอง ล่องโคมไฟ ไหว้พ่อขุนผาเมือง เป็นประเพณีท้องถิ่นของอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดขึ้นเพื่อแสดงความเคารพและเผยแพร่ประวัติเกียรติคุณของพ่อขุนผาเมือง ปุชนียบุคคลของชาติไทย ตลอดจนต้องการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการเส็งกลองและการล่องโคมไฟของชาวอำเภอหล่มสักให้ดำรงสืบไป กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณพ่อขุนผาเมือง การแข่งขันเส็งกลอง การล่องโคมไฟ การรับประทานอาหารพื้นเมือง "พาข้าวหย่อง" การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพ่อขุนผาเมือง และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ เป็นต้นประเพณีการเส็งกลอง ล่องโคมไฟ เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวอำเภอหล่มสัก ซึ่งมีมาแต่โบราณ มักนิยมเล่นในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและออกพรรษา (การเส็งกลองคือการตีกลอง) ซึ่งมีการเส็งกลอง 2 ลักษณะ คือ การเส็งกลองร่วมกับงานบุญบั้งไฟ โดยเชื่อว่าการเส็งกลองเป็นการเชิญเทวดา มนุษย์โลก และภูตผีมาร่วมทำบุญบั้งไฟโดยพร้อมเพรียงกัน อีกลักษณะจะเป็นการนัดหมายช่างตามหมู่บ้านต่างๆ ให้นำกลองมาเส็งแข่งกันเพื่อประกวดในเรื่อง "ความดัง" กลองที่ตีได้เส้งดังที่สุด คือ มีเสียงทุ้มกลาง แหลม ครบถ้วน จะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน
ส่วนประเพณีการล่องโคมไฟเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่นิยมเล่นกันในวันออกพรรษา ซึ่งเชื่อว่าหลังพระพุทธเจ้าได้จำพรรษาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ครบ 3 เดือนแล้ว จึงได้ขึ้นไปเทศนาให้พระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดุสิตและลงมาเทศน์โปรดมนุษย์โลกและเมืองบาดาล ซึ่งเป็นที่พอใจของพญานาคยิ่งนัก พญานาคจึงถวายบั้งไฟพญานาค เพื่อเป็นการสักการะพระพุทธองค์ร่วมกับพญานาค และเป็นการส่งเคราะห์ร้าย รวมทั้งเป็นการขอขมาแม่พระคงคาด้วย ส่วนโคมไดหรือโดมลมที่ลอยขึ้นไปในอากาศจะเป็นการบูชาเทวดา
ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม -  2 มกราคมของทุกปี โดยจะจัดงานบริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง   
พิธีบวงสรวงดวง  พระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช           การบวงสรวงดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น เป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีที่มีแด่ผู้มีพระคุณต่อบ้านเมือง ซึ่งทางจังหวัดเพชรบูรณ์ได้กำหนดให้มีการกระทำพิธีบวงสรวงทุกปี

พิธีกรรม 

ก่อนจะเริ่มพิธี จะต้องมีการเตรียมการดังนี้
  1. จะต้องทำราชวัตร ฉัตร 4 ธง 4 สัปปะทน 1 โต๊ะวางเครื่องสังเวย พระเก้าอี้ในบริเวณมณฑลพิธี ล่วงหน้า 1 วัน
  2. เครื่องสังเวย อันประกอบด้วย อาหารคาว อาหารหวาน ผลไม้ตามฤดูกาล ดอกไม้ ธูปเทียน บายศรีใหญ่ 9 ชั้น บายศรีปากชาม ในส่วนของอาหารคาวจะประกอบด้วยหัวหมู ไก่ เป็ด ปลานึ่ง ปู อย่างละคู่ ไข่ต้มเท่าอายุเมืองอาหารหวานประกอบด้วย ขนมต้มขาว ขนมต้มแดง ถั่วแดง นม เนย อ้อยควั่น ถั่วทอง อย่างละ 2 จาน ผลไม้ตามฤดูกาล 9 อย่าง ยกเว้นเงาะละมุด ธูป 9 ดอก เทียนเงิน เทียนทอง 9 คู่บายศรีใหญ่ 9 ชั้น 1 คู่ บายศรีปากชาม 1 คู่
  3. เมื่อถึงวันพิธี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เสร็จแล้วพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีจะกล่าวโองการ หลังจากนั้น ผู้ร่วมพิธีก็จะปักธูปเทียน เครื่องสังเวยถวายดวงพระวิญญาณ เป็นอันเสร็จพิธี อนึ่งเมื่อธูปหมดดอกแล้วก็จะขอลาเครื่องสังเวยดังกล่าว

ทั้งนี้ ในการทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น เป็นความเชื่อในเรื่องรูปและนาม (กายและวิญญาณ) เมื่อหมดธูปนามก็จะเสวยสุขบนสรวงสวรรค์ทิพย-วิมาน นอกจากเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาแล้ว ผู้จัดทำพิธีก็จะได้ความมั่นใจ กำลังใจในการประกอบกิจการงานเพื่อบ้านเมือง รวมทั้งเป็นสิริมงคลแก่ตนเองตลอดจนเป็นการรวมพลังสามัคคีในหมู่คณะด้วย
เดือนมกราคมของทุกปี           
พิธีผูกขวัญหรือสู่ขวัญ  พิธีผูกขวัญหรือสู่ขวัญมาจากความเชื่อที่ว่าทุกชีวิตมีเทพ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติคุ้มครองและอวยชัยให้พร สามารถดลบันดาลความสุขความสำเร็จและกำจัดเภทภัยต่าง ๆ ไปจากชีวิตได้ การผูกขวัญจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เข้าร่วมพิธีกรรมมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของตนเอง ตลอดจนก่อให้เกิดความรักสามัคคีในหมู่คณะและเป็นการแสดงความเคารพนับถือผู้อาวุโส

พิธีผูกขวัญไม่กำหนดระยะเวลาและโอกาส สามารถทำได้ตลอดปีตามโอกาสอันควรที่จะเสริมกำลังใจหรือให้มงคลชีวิต การทำพิธีจะมีผู้ทรงคุณวุฒิประเภทหมอขวัญเป็นผู้ประกอบพิธีให้ ส่วนเครื่องบูชาที่ใช้ประกอบด้วยบายศรีและเครื่องประกอบพิธีอื่นๆ เช่น ไข่ต้ม ข้าวตอก ดอกไม้ หมู เห็ด เป็ด ไก่ แล้วแต่ชนิดของพิธีที่จะทำ
ทำได้ตลอดปี ไม่มีกำหนดระยะเวลา 
พิธีเฮ็ดเวียก     พิธีเฮ็ดเวียก คือพิธีสะเดาะเคราะห์ที่มาจากความเชื่อว่า การสะเดาะเคราะห์จะช่วยกำจัดความชั่วร้ายหรือเหตุการณ์ไม่ดีที่จะเกิดขึ้นกับบุคคล โดยพิธีดังกล่าวเป็นความเชื่อยึดถือสืบต่อกันมานาน เชื่อกันว่าถ้าผู้ใดมีเคราะห์ร้ายหรือมีความวิตกกังวลเกิดขึ้น เพราะมีสิ่งที่ไม่ดีมาทำให้เจ็บป่วยจะต้องทำพิธีเฮ็ดเวียกเพื่อขจัดปัดเป่า เมื่อผ่านพิธีนี้แล้วชีวิตจะมีความสุข สิ่งชั่วร้ายทั้งหลายไม่สามารถเข้ามากล้ำกลายได้

พิธีกรรม 

ในการทำพิธี ผู้ประกอบพิธีจะนำเอากาบกล้วยมาประดิษฐ์เป็นกระทงสี่เหลี่ยม ด้านในแบ่งเป็นช่อง 9 ช่อง แต่ละช่องบรรจุข้าวดำ  (ข้าวสุกมาคลุกกับน้ำผสมผงถ่าน) ข้าวแดง (ข้าวสุกคลุกกับน้ำ สีแดง) อาหารคาวที่ทำจากเนื้อสัตว์ และอาหารหวานต่าง ๆ ใส่ให้ครบ 9 ช่อง ที่ขอบและมุมกระทงกาบกล้วยจะประดับด้วยธงกระดาษสีต่าง ๆ ตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กๆ เมื่อจัด เตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ผู้สะเดาะเคราะห์จะนั่งหันหน้าเข้าหากระทง ผู้ประกอบพิธีหรือหมอขวัญจะกล่าวคาถาและผูกแขนผู้สะเดาะเคราะห์ด้วยสายสิญจน์ ต่อจากนั้นจะนำเอากระทงไปทิ้งไว้ที่ทางสามแพร่งเป็นเสร็จพิธี
ทำได้ตลอดปี ไม่มีกำหนดระยะเวลา   

 

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ศ.2538 - 2553

GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, PHETCHABUN PROVINCE: 1995-2010

หน่วย : ล้านบาท

สาขาการผลิต  2538
-1995
2539
-1996
2540
-1997
2541
-1998
2542
-1999
2543
-2000
2544
-2001
2545
-2002
2546
-2003
2547
-2004
2548
-2005
2549
-2006
2550
-2007
2551
-2008
2552
-2009
2553p
(2010p)
ภาคเกษตร 7,424 8,466 7,644 8,612 7,416 6,740 8,695 9,354 10,473 11,384 14,136 14,139 15,734 18,722 16,986 19,001
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 7,061 8,016 7,160 8,124 6,939 6,266 8,150 9,015 10,102 11,085 13,957 13,935 15,522 18,541 16,736 18,763
การประมง 363 450 484 488 478 473 545 339 371 300 179 204 212 181 250 238
ภาคนอกเกษตร 12,423 13,853 14,029 15,128 15,947 16,134 16,371 17,265 19,733 20,535 22,926 25,698 27,387 33,293 35,403 36,746
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 373 502 506 419 439 368 387 396 1,006 758 844 885 2,017 6,282 6,109 5,884
การผลิตอุตสาหกรรม 1,008 1,128 1,311 1,583 1,411 1,849 1,559 1,726 2,745 2,477 2,656 4,205 3,713 4,252 5,405 5,546
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 311 330 385 480 413 440 441 444 462 514 593 719 576 576 727 783
การก่อสร้าง 1,526 1,787 1,197 907 850 893 1,106 1,186 1,050 1,430 1,414 1,597 2,013 1,942 2,256 2,169
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 2,397 2,763 2,873 2,876 2,989 2,880 3,036 3,192 3,428 3,524 3,792 3,894 4,050 4,413 4,805 5,142
โรงแรมและภัตตาคาร 114 151 149 113 136 142 143 144 151 110 108 96 130 179 184 214
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 815 657 644 1,167 1,662 1,056 1,073 924 949 909 920 979 1,027 1,038 1,052 990
ตัวกลางทางการเงิน 953 1,095 990 957 769 730 784 930 948 1,025 1,249 1,419 1,558 1,893 1,832 1,948
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 837 994 1,145 1,376 1,673 1,731 1,649 1,824 1,937 1,979 2,133 2,383 2,226 2,752 2,554 2,665
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 1,528 1,665 1,849 2,072 2,273 2,620 2,739 2,819 3,094 3,277 3,877 3,818 3,799 3,258 3,380 4,076
การศึกษา 1,941 2,059 2,207 2,390 2,460 2,528 2,579 2,740 2,958 3,329 4,007 4,271 4,787 5,107 5,355 5,596
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 416 481 508 520 582 596 543 636 646 754 848 930 1,007 1,072 1,151 1,176
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 186 222 240 244 269 278 291 294 340 428 449 432 409 441 473 454
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 20 20 25 23 22 21 42 10 18 23 35 71 74 88 120 102
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 19,847 22,319 21,673 23,740 23,364 22,873 25,066 26,619 30,206 31,919 37,062 39,837 43,121 52,015 52,388 55,747
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 21,052 23,654 22,540 24,452 23,832 23,173 25,256 26,671 30,109 31,655 36,584 39,142 42,143 50,576 50,697 53,715
ประชากร (1,000 คน) 943 944 962 971 980 987 993 998 1,003 1,008 1,013 1,018 1,023 1,028 1,033 1,038

 

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2545 - 2554

POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, PHETCHABUN PROVINCE: 2002 - 2011

หน่วย : คน

สถานภาพแรงงาน  2545
-2002
2546
-2003
2547
-2004
2548
-2005
2549
-2006
2550
-2007
2551
-2008
2552
-2009
2554
-2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 690,050 695,160 729,291 770,051 807,448 812,071 817,307 826,599 844,551
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 491,747 491,736 487,054 536,682 570,118 600,012 581,832 600,576 617,534
   ผู้มีงานทำ 471,200 483,027 475,165 527,763 563,348 586,316 574,101 592,419 615,676
   ผู้ว่างงาน 8,710 5,210 8,793 8,898 6,591 13,696 7,248 7,986 1,476
   ผู้ที่รอฤดูกาล 11,837 3,499 3,096 21 181 - 484 172 382
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 198,304 203,425 242,238 233,369 237,329 212,058 235,475 226,023 227,017
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 347,316 349,984 367,259 389,342 409,464 411,479 406,826 404,232 412,559
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 276,415 277,449 280,485 308,182 328,439 340,481 325,491 325,173 333,840
   ผู้มีงานทำ 266,122 271,398 272,550 302,929 324,566 333,444 321,451 321,097 333,043
   ผู้ว่างงาน 5,557 3,589 5,693 5,253 3,874 7,037 3,556 3,920 632
   ผู้ที่รอฤดูกาล 4,736 2,462 2,243 - - - 484 157 165
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 70,901 72,535 86,774 81,160 81,025 70,997 81,335 79,059 78,718
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 342,736 345,177 362,033 380,709 397,984 400,592 410,481 422,367 431,993
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 215,332 214,286 206,570 228,500 241,679 259,531 256,342 275,403 283,694
   ผู้มีงานทำ 205,078 211,629 202,616 224,834 238,782 252,872 252,650 271,322 282,633
   ผู้ว่างงาน 3,153 1,621 3,101 3,645 2,717 6,659 3,692 4,066 844
   ผู้ที่รอฤดูกาล 7,101 1,036 854 21 181 - - 15 217
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 127,403 130,890 155,463 152,209 156,305 141,061 154,140 146,964 148,298

 

หัวข้อ

หน่วยงาน

เว็บไซต์

1. ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

2. คำขวัญประจำจังหวัด

3. ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

4. ประวัติ         

สำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์

 

 

 

 

 

http://www.phetchabun.go.th/data_detail.php?content_id=2

http://www.phetchabun.go.th/data_detail.php?content_id=1

5. ข้อมูลทั่วไป   

   5.1 ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

   5.2 อาณาเขต

   5.3 ลักษณะภูมิประเทศ

   5.4 ลักษณะภูมิอากาศ

 

 

 

 5.5 จำนวนประชากร

 

 

สำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์

สำนักงานสถิติจังหวัดเพชรบูรณ์

ประกาศสำนักทะเบียนกลาง  กรมการปกครอง

 

http://www.phetchabun.go.th/data_detail.php?content_id=3 

http://phchabun.nso.go.th/nso/project/search_option/index.jsp?province_id=55&depcode=23&gcode=01&ccode=02&subcode=01

http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html

6. การปกครอง  

   6.1 การแบ่งเขตการปกครอง

   6.2 หัวหน้าส่วนราชการ

   6.3 หน่วยงานบริหารราชการ

 

สำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์

 

 

 

http://www.phetchabun.go.th/data_detail.php?content_id=4

http://www.phetchabun.go.th/download_detail.php?did=8

7. การเลือกตั้ง

    7.1 การเลือกตั้งสมาชิก

สภาผู้แทนราษฎร

   7.2 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

 

รัฐสภาไทย

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

 

http://mp.parliament.go.th/map2550/map_north.htm

http://www.senate.go.th/profile/main.php?url=history&senator=f2217062e9a397a1dca429e7d70bc6ca

8. สภาพทางสังคม

    8.1 ศาสนา   

   8.2 ประเพณี

 

สำนักงานสถิติจังหวัดเพชรบูรณ์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร)

 

http://phchabun.nso.go.th/nso/project/search_option/index.jsp?province_id=55&depcode=03&gcode=03&ccode=01

http://www.tat.or.th/north03/travelfest.asp?prov_id=67&id=176&dept_id=7

http://www.prapayneethai.com/th/tradition/north/view.asp?id=0268

http://www.prapayneethai.com/th/belief/north/view.asp?id=0332

http://www.prapayneethai.com/th/belief/north/view.asp?id=0331

http://www.nectec.or.th/oncc/

 

9. เศรษฐกิจ

10. ข้อมูลแรงงาน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ

(สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย

11. การท่องเที่ยว           

ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย และจังหวัด

http://www.moi.go.th/MOIWEB/jsp/report/MRPN3003_product.jsp


  

 

JoomSpirit