สุโขทัย

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดสุโขทัย

1-17

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสุโขทัย

เป็นภาพพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง ประทับบนพระแท่นมนังคศิลา ปกครองไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุข และทรงบริหารราชอาณาจักรแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรืองที่สุดในช่วงปี พ.ศ. 1822 ถึง พ.ศ. 1842

คําขวัญ

"มรดกโลกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ดำรงพุทธศาสนา งามตาผ้าตีนจก สังคโลก ทองโบราณ สักการแม่ย่า พ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข"

ตนไมและดอกไม้ประจําจังหวัด

ต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ต้นตาลโตนด ส่วนดอกไม้ประจำจังหวัด คือ ดอกบัวหลวง

2-15-1 4-2-1
รูปที่ 2 ต้นตาลโตนด รูปที่ 3 ดอกบัวหลวง

 

สุโขทัย เป็นที่ตั้งอาณาจักรแรกของชนชาติไทยเมื่อ 700 ปีที่แล้ว คำว่า "สุโขทัย" มาจากสองคำ คือ "สุขะ" และ "อุทัย" หมายความว่า "รุ่งอรุณแห่งความสุข" รอยอดีตแห่งความรุ่งเรืองเห็นได้จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวไทยและต่างประเทศ ประวัติสุโขทัยเริ่มในปี พ.ศ. 1800 เมื่อพระยาศรีนาวนำถม พระบิดาพ่อขุนผาเมืองได้ปกครองเมืองสุโขทัยเรื่อยมาจนสิ้นพระชนม์ ขอมสมาดโขลญลำพงข้าหลวงจากอาณาจักรขอมได้เข้ายึดครองเมือง ขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ได้ยึดเมืองคืนและสร้างเมืองสุโขทัยขึ้นเป็นราชธานี มีขุนบางกลางหาวพระนามใหม่ว่า "พ่อขุนศรีอินทราทิตย์" เป็นปฐมกษัตริย์ปกครองเมืองสุโขทัย อาณาจักรแห่งแรกของประเทศไทยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โอรสของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ได้แผ่อาณาจักรออกไปกว้างขวางคลุมเขตประเทศไทยเกือบหมด บ้านเมืองเจริญทุกด้าน ไม่ว่าด้านประวัติศาสตร์ ยุทธศาสตร์ กฎหมาย การปกครอง เศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรมประเพณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1826 อักษรไทยที่ทรงประดิษฐ์นี้ ได้จารึกไว้ในแผ่นศิลามากมาย ศิลาจารึกเหล่านี้ เป็นหลักฐานสำคัญให้รู้เรื่องเมืองสุโขทัยมากขึ้น ในศิลาจารึกบอกถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า มีอาณาเขตกว้างมาก ทิศเหนือจรดเมืองแพร่ น่าน และหลวงพระบาง ทิศใต้จรดนครศรีธรรมราช ทิศตะวันออกจรดเมืองเวียงจันทร์ และทิศตะวันตกจรดเมือง หงสาวดี การปกครองบ้านเมืองเป็นระบบ "พ่อปกครองลูก" ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีมีสิทธิเสรีภาพดั่งคำจารึกว่า

"ไพร่ฟ้าหน้าใสในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย

ใครจักใคร่ค้าช้าง ค้า ใครจักใคร่ค้าม้า ค้า"

สมัยนั้นชาวสุโขทัย ทำเกษตรกรรมเป็นหลัก อาศัยน้ำที่มีอยู่บริบูรณ์ทำนา ทำสวน ทำไร่ มีการสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง เรียกว่า "ทำนบพระร่วง" ซึ่งนักโบราณคดีได้ศึกษาพบถึง 7 แห่ง

สุโขทัยเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตเครื่องถ้วยชามที่เรียกว่า "สังคโลก" ส่งขายยังต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนิเซีย และบอร์เนียว นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์การค้าสินค้าจากจีน เช่น ถ้วยชามและผ้าไหมเพื่อขายในประเทศและส่งต่อต่างประเทศด้วย หลักฐานที่สะท้อนให้เห็นความเจริญมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของสุโขทัย ได้แก่ สมบัติทางวัฒนธรรมที่ได้รับการบูรณะขึ้นเป็นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและมรดกโลกในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 1890 กรุงศรีอยุธยา มีอำนาจมากขึ้นและเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจแทนสุโขทัย แต่สุโขทัยก็ยังมีพระมหากษัตริย์ปกครองติดต่อมาอีก 2 พระองค์ จึงสิ้นราชวงศ์สุโขทัยและได้รวมเข้ากับราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาเสียแก่เมืองพม่าครั้งที่ 2 และ พ.ศ. 2324 สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดเกล้าให้พระวิเชียรบุรี ดำรงตำแหน่งพญาสุโขทัย

เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2482 กระทรวงมหาดไทยในยุครัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงครามเล็งเห็นว่าเมืองสุโขทัยในอดีตมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนกว่าเมืองสวรรคโลกจึงออก พระราชกฤษฎีกาให้จัดตั้งจังหวัดสุโขทัยขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง และยุบจังหวัดสวรรคโลกให้เหลือเพียงอำเภอสวรรคโลก โดยให้เป็นเขตการปกครองที่ขึ้นกับจังหวัดสุโขทัย ตราบจนถึงปัจจุบันนี้

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

จังหวัดสุโขทัยตั้งอยู่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพมหานครตามระยะทางหลวงแผ่นดินประมาณ 440 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 6,596.092 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,122,557 ไร่

6-15 4-14-1
รูปที่ 4 ที่ตั้งจังหวัดสุโขทัย รูปที่ 5 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดสุโขทัย

 

อาณาเขต

จังหวัดสุโขทัยมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดและประเทศใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ และอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอพรหมพิราม อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองตาก อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก และอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง

 

สภาพภูมิประเทศ

จังหวัดสุโขทัยมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม โดยตอนเหนือเป็นที่ราบสูง มีภูเขาทอดแนวยาวมาทางทิศตะวันตก พื้นที่ตอนกลางเป็นที่ราบ ส่วนตอนใต้เป็นที่ราบสูง มีแม่น้ำไหลผ่านจากเหนือลงใต้ โดยผ่านพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัย สวรรคโลก ศรีสำโรง เมืองสุโขทัย และอำเภอกงไกรลาศ เป็นระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร จังหวัดสุโขทัยมีภูเขาที่สูงที่สุด คือ เขาหลวง ซึ่งยอดเขามีความสูง 1200 เมตร จากระดับน้ำทะเล

สภาพภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของจังหวัดสุโขทัย มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปตามอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งออกได้เป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว โดยอุณหภูมิสูงสุดที่วัดได้ คือ 41.6 องศาเซลเซียส (ณ วันที่ 24 เมษายน 2552) ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 11.4 องศาเซลเซียส (ณ วันที่ 14 มกราคม 2552) ด้านปริมาณน้ำฝนตลอดปี 2552 อยู่ที่ 1176.0 มิลลิเมตร และมีจำนวนวันที่ฝนตก 126 วัน

การแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดสุโขทัยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น9 อำเภอ 84 ตำบล และ 843 หมู่บ้าน

5-14

1.อำเภอเมืองสุโขทัย

2.อำเภอบ้านด่านลานหอย

3.อำเภอคีรีมาศ

4.อำเภอกงไกรลาศ

5.อำเภอศรีสัชนาลัย

 

 

6.อำเภอศรีสำโรง

7.อำเภอสวรรคโลก

8.อำเภอศรีนคร

9.อำเภอทุ่งเสลี่ยม

รูปที่ 6 อำเภอในจังหวัดสุโขทัย

 

 


หัวหน้าส่วนราชการ

ผู้ว่าราชการจังหวัด นายจักริน  เปลี่ยนวงษ์
รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ และ นายไพบูลย์  ปัญจะ
หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายปิติ แก้วสลับสี



หน่วยงานบริหารราชการ

ส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง 37 หน่วยงาน
ส่วนราชการส่วนภูมิภาค 47 หน่วยงาน
ส่วนราชการท้องถิ่น ได้แก่
เทศบาลเมือง 2 แห่ง
เทศบาลตำบล 16 แห่ง
องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
องค์การบริหารส่วนตำบล 72 แห่ง

 

อำเภอ จำนวน (แห่ง)
ตำบล หมู่บ้าน อบจ. เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล อบต.
เมืองสุโขทัย 9 86 1 1 3 9
สวรรคโลก 13 117 - 1 2 10
ศรีสำโรง 13 118 - - 1 12
ศรีสัชนาลัย 11 134 - - 2 8
กงไกรลาศ 11 109 - - 1 10
คีรีมาศ 10 100 - - 2 9
บ้านด่านลานหอย 7 71 - - 2 6
ทุ่งเสลี่ยม 5 59 - - 2 4
ศรีนคร 5 49 - - 1 5
รวม 84 843 1 2 16 72


ที่มา : ที่ทำการปกครองจังหวัดสุโขทัย, กันยายน 2552

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดสุโขทัยมีเขตเลือกตั้ง 2 เขต มีจำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น 4 คน

ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ประกอบด้วย

เขต 1

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์
นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล

พรรค ประชาธิปัตย์
พรรค ประชาธิปัตย์
เขต 2

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกุล
นายมนู พุกประเสริฐ

พรรค ภูมิใจไทย
พรรค ภูมิใจไทย

 

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

จังหวัดสุโขทัยเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วไป พ.ศ. 2551 มี ส.ว. ได้ 1 คน

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุโขทัยผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551ได้แก่ นางสุอำภา คชไกร

1. ประชากร

ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 จังหวัดสุโขทัยมีประชากรรวมจำนวนทั้งสิ้น 601,504 คน แบ่งเป็นประชากรเพศชายจำนวน 293,624 คน และเพศหญิงจำนวน 307,880 คน

ประชากรในจังหวัดสุโขทัย ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวไทยดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้นานมาแล้ว โดยมีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ตลอดจนสำเนียงภาษาพูดเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง จะมีคนอพยพมาจากท้องถิ่นอื่นบ้างไม่มากนัก นอกจากนี้ ยังมีชนกลุ่มน้อยที่เป็นชาวเขาเผ่า กระเหรี่ยง ม้ง เย้า และลีซอ ซึ่งส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้มานานแล้ว และอีกส่วนหนึ่งอพยพมาจากจังหวัดใกล้เคียงเช่น จังหวัดลำปาง น่าน พะเยา เชียงราย แพร่ ตาก และเพชรบูรณ์ ปัจจุบันชาวเขาเหล่านี้อาศัยอยู่ในเขตตำบลบ้านแก่งและตำบลแม่สิน แม่สำ ในอำเภอศรีสัชนาลัย

2. ศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดสุโขทัยนับถือศาสนาพุทธ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 99.80 รองลงมา คือ ศาสนาคริสต์ คิดเป็นร้อยละ 0.19 สำหรับจำนวนศาสนสถานและบุคลากรทางศาสนาทั้งหมดในปี 2551 มีดังนี้

อำเภอ จำนวน (แห่ง) จำนวน (รูป)
วัด สำนักสงฆ์ โบสถ์คริสต์ มัสยิด พระภิกษุ สามเณร
เมืองสุโขทัย 40 10 540 146
บ้านด่านลานหอย 19 24 160 19
คีรีมาศ 30 30 416 77
กงไกรลาศ 36 1 321 11
ศรีสัชนาลัย 57 34 355 27
ศรีสำโรง 41 7 322 26
สวรรคโลก 52 4 393 54
ศรีนคร 13 2 1 280 37
ทุ่งเสลี่ยม 30 20 168 58
รวม 318 132 1 0 2955 455

 

3. ประเพณีสำคัญ

3.1 ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ

ช่วงเวลา

ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี

ความสำคัญ

มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีว่า ประเพณีลอยกระทงเกิดขึ้น ณ เมืองสุโขทัยเมื่อ 700 ปีเศษล่วงมาแล้ว ศิลาจารึกหลักที่ 1 ได้กล่าวไว้ว่า ...เมืองสุโขทัยมีสี่ปากประตูหลวง เทียรย่อมคนเสียดกันมาดูท่านเผาเทียนเล่นไฟ เมืองสุโขทัยนี้มีดังจักแตก... ประเพณีนี้ยังคงสืบทอดต่อมาจนถึงยุคกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2520 จังหวัดสุโขทัยร่วมกับกรมศิลปากรและการท่องเที่ยว จึงได้ฟื้นฟูประเพณีลอยกระทงขึ้นมาใหม่ เรียกว่างานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จนมีชื่อเสียงและได้รับความสนใจทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างสูง

กิจกรรม
ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ มีกิจกรรมต่างๆ มากมายได้แก่

  • การประดิษฐ์กระทง พนมเบี้ย พนมหมาก พนมดอกไม้ โคมชัก โคมแขวน
  • การประดับประทีปโคมไฟตามสถูป โบราณสถานและตะพัง (สระน้ำ) นับแสนดวง
  • การจัดขบวนแห่ของอำเภอต่างๆ และเล่นพื้นบ้าน
  • การจุดพลุตะไลไฟพะเนียงและดอกไม้ไฟ
  • การลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมทานที และเพื่อแสดงความสำนึกในคุณของแหล่งน้ำต่างๆ รวมทั้งขอขมาลาโทษที่อาจกระทำ การใดๆ อันเป็นเหตุให้แหล่งน้ำนั้นๆ ไม่สะอาด ซึ่งการสำนึกคุณและขออภัยถือ เป็นวัฒนธรรมอันดีงามอย่างหนึ่งของไทย

3.2 ประเพณีตักบาตรเทโว

ช่วงเวลา

แรม 1 ค่ำ เดือน 11

ความสำคัญ

คำว่า เทโว ย่อมาจาก เทโวโรหณะ หมายถึง การหยั่งลงมาจากเทวโลก ซึ่งหมายถึงพระพุทธองค์เสด็จลงมาจากเทวโลก ตามตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าได้ประกาศพระศาสนาตั้งแต่ตอนเหนือของประเทศอินเดียมาถึงตอนล่าง และได้เสด็จไปยังกรุงกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นปิตุภูมิ ได้ทรงแสดงเทศนาโปรดพระบิดา พระมารดา พระนางพิมพาและพระราหุล ตลอดจนพระประยูรญาติทั้งหลาย แล้วได้เสด็จขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นดุสิต เพื่อทรงแสดงธรรมเทศนาพระอภิธรรมแด่พระพุทธมารดาและปวงเทวดาทั้งหลายตลอดพรรษา จึงเสด็จมายังมนุษย์โลกในวันที่เสด็จกลับมานั้นมีประชาชนไปถวายการต้อนรับพระองค์เป็นจำนวนมาก ประชาชนเหล่านั้นต่างปิติยินดีด้วยการนำจตุปัจจัยใส่บาตร

ประเพณีตักบาตรเทโวของสุโขทัยมีการจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวหลายแห่งเท่าที่ปรากฏและมีชื่อเสียงคือ งานตักบาตรเทโวของวัดราชธานี อำเภอเมืองสุโขทัย และวัดน้ำขุม อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย วัดราชธานีมีการจัดงานตักบาตรเทโวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ปี มีการทำบุญตักบาตรใส่บาตรข้าวต้มมัด หรือข้าวต้มลูกโยน เพราะความเชื่อที่ว่าพระพุทธองค์เสด็จลงมาจากเทวโลกมีผู้มาต้อนรับมากมายทำให้ไม่สามารถเข้าใกล้พระพุทธองค์ได้ ต้องโยนอาหารลงในบาตร มีกีฬาทางน้ำคือการแข่งเรือในแม่น้ำยม โดยเชิญเรือจากหลายแหล่งมาร่วมแข่งขันบางปีได้เชิญเรือจากต่างจังหวัดมาร่วมแข่งด้วย สำหรับการงานประเพณีตักบาตรเทโวของวัดน้ำขุมได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2502 โดยมีครูย่อม จันทร์สุข เป็นผู้นำและร่วมกับศรัทธาชาวบ้านจัดทำบุษบก ศีรษะพระอินทร์ พระพรหม พระอิศวร ยมบาล และหัวสัตว์นรกต่างๆ เช่น เปรต สุนัข ลิง ฯลฯ ตลอดจนเครื่อง แต่งกายนางฟ้า เทวดา เป็นต้น การจัดทำอุปกรณ์จัดงานตักบาตรเทโวในวัดน้ำขุมนั้น เป็นงานศิลปะที่เกิดจาภูมิปัญญาชาวบ้านในส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น เพราะชาวบ้านได้ช่วยกันประดิษฐ์ไปตามจินตนาการ แม้ในปัจจุบันรูปแบบก็ยังจัดในรูปแบบเดิม แต่มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

พิธีกรรม
ก่อนจะถึงวันงานคณะกรรมการจะได้เชิญชาวบ้านส่งบุตรหลานมาเป็นเทวดา นางฟ้า และผู้เข้าร่วมขบวนแห่ ปัจจุบันขบวนแห่งานตักบาตรเทโวจะเริ่มที่หน้าวัดหนองแหนซึ่งอยู่ห่างจากที่จัดงานประมาณ ๒ กิโลเมตรเศษ ในขบวนจะประกอบด้วย กลองยาว บุษบกสำหรับประดิษฐาน พระพุทธรูป พระอินทร์ พระพรหม เทพบุตร นางฟ้า ฤาษี ขอทานและสัตว์นรกจำนวนมาก เมื่อเริ่มขบวนชาวบ้านจะพากันมาคอยร่วมทำบุญตักบาตร ซึ่งเป็นข้าวสารอาหารแห้ง การเคลื่อนขบวนจะเป็นไปอย่างช้าๆ ให้พระภิกษุรับบาตร

สาระ
งานตักบาตรเทโวเป็นงานที่ช่วยสร้างความสมัครสมานสามัคคีให้แก่ชาวบ้านอย่างมากเป็นเครื่องควบคุมสังคมให้ละ ลด เลิกอบายมุข หันหน้าเข้าวัดเพื่อทำบุญ จึงมีส่วนช่วยให้สังคมเกิดสันติสุขเป็นอย่างดี

3.3 งานประเพณีบวชช้างหาดเสี้ยว

ช่วงเวลา

กำหนดจัดงานในวันที่ 7 เดือนเมษายน ของทุกปี

ความสำคัญ

ประเพณีบวชช้างหรือที่เรียกว่า "แห่ช้าง" อยู่เคียงคู่ผู้คนที่มีสายเลือดไทยพวนมานานแล้ว การนำช้างมาร่วมในพิธีบรรพชาอุปสมบทมาจากคติความเชื่อทางพุทธศาสนา ยึดถือตามที่พระเวสสันดรให้ช้างปัจจัยนาเคนทร์ อันเป็นช้างเผือกคู่บารมีเมืองเชตุดรถือว่าเป็นมงคลหัตถี แก่พราหมณ์ทั้ง 8 จากแคว้น กลิงคราษฏร์ ที่มาทูลขอ ความเชื่อนี้เกี่ยวข้องกับอีกตำนานหนึ่ง คือ ตอนที่พระเจ้ากรุงสัญชัย พระราชบิดาของพระเวสสันดรขอให้พระเวสสันดรกลับมาเป็นกษัตริย์ตามเดิมนั้น พระองค์ได้จัดขบวนช้างม้าประดับประดาเหมือนออกศึกสงครามให้สมเกียรติ เพื่อไปรับพระเวสสันดรและพระนางมัทรี ขบวนแห่แหนขับด้วยมโหรีและการละเล่นต่าง ๆ เป็นการเฉลิมฉลอง ความเชื่ออีกประการหนึ่งคือคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่มุ่งให้ผู้บวชถือปฏิบัติตนเพื่อไปสู่โลกอุดร หรือโลกุตรธรรม คือ ธรรมอันพ้นจากโลก ได้แก่ พระนิพพาน แต่คนทั่วไปเข้าใจว่า อุดร หมายถึง ทิศเหนือ ซึ่งมีสัญลักษณ์ คือ ช้าง ชาวบ้านหาดเสี้ยวจึงนำสัญลักษณ์ที่เรียกว่า โนนงก มาเป็นส่วนร่วมในขบวนแห่มาจนถึงทุกวันนี้

กิจกรรม

ประกอบด้วยขบวนแห่นาคด้วยช้าง การทำขวัญนาคแบบดั้งเดิม และการละเล่นต่างๆ

3.4 งานสรงน้ำโอยทาน

ช่วงเวลา

กำหนดการจัดงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ณ โรงเรียนเมืองด้งวิทยา ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

กิจกรรม

งานสรงน้ำโอยทานเป็นการจัดงานประเพณีสงกรานต์ของชาวศรีสัชนาลัยที่สืบทอดกันมา งานในภาคเช้าจะเริ่มด้วยพิธีบวงสรวงบริเวณหลักเมืองในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตอนบ่ายจะมีขบวนแห่รถบุปผชาติ ซึ่งตกแต่งอย่างสวยงาม ประกอบด้วยรถพระพุทธรูปและขบวนรถพร้อมเทพีสงกรานต์ของแต่ละตำบล ขบวนรถเคลื่อนจากวัดพระปรางค์ไปยังอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมื่อขบวนรถเคลื่อนมาตามถนน ประชาชนที่อยู่บริเวณริมถนนจะนำน้ำมาสรงพระพุทธรูป

3.5 สลากภัตทุ่งเสลี่ยม

ช่วงเวลา
ระยะเวลาในการจัดสลากภัตหรือกินสลาก ในอำเภอทุ่งเสลี่ยมจะเริ่มจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 (ตรงกับเดือน 12 ของทางเหนือ) ไปจนถึงวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ก่อนออกพรรษา

ความสำคัญ
ประเพณีสลากภัต หรือกินสลากของชาวทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย มาจากคำบอกเล่าของชาวทุ่ง เสลี่ยมที่ว่า ครั้งหนึ่งเด็กเลี้ยงควายได้เห็นพระธุดงค์เดินผ่านมาในเวลาใกล้เที่ยงวัน เมื่อเข้าพักศาลาริมทาง เด็กเลี้ยงควายเหล่านั้นก็มีศรัทธาจะถวายอาหารกลางวันแด่พระธุดงค์ด้วยข้าวที่ตนห่อได้เตรียมมาเพื่อรับประทานในมื้อกลางวัน แต่ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะถวายพระรูปใด เพราะทุกคนต่างก็ต้องการถวายพระภิกษุที่มีอายุมาก ๆ พระธุดงค์เข้าใจจึงบอกเด็กเลี้ยงควายเหล่านั้นให้ไปหาใบไม้มาเขียนชื่อพระธุดงค์ให้ครบทุกรูป แล้วให้พวกเด็ก ๆ จับสลาก ใครจับชื่อพระธุดงค์รูปใดได้ก็ให้นำห่อข้าวนั้นไปถวายพระรูปนั้น การกินข้าวสลากหรือสลากภัตจึงเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้น

ประเภทของสลากภัตมี 3 ประเภท คือ

  1. สลากภัตธรรมดา ที่เรียกว่าก๋วยหมากปุ๊ หรือก๋วยหน้อย หรือก๋วยติ๋ว
  2. สลากภัตขนาดกลาง ที่เรียกว่า ก๋วยวัตถุหรือก๋วยอุ้ม
  3. สลากภัตหลวง หรือก๋วยสลากหลวง


สลากภัตธรรมดาจะเป็นก๋วยน้อยหรือก๋วยหิ้ว มีขนาดเล็กสามารถหิ้วไปถวายพระได้สะดวก จะใช้ถุงหรือชะลอมหรือถุงพลาสติกก็ได้
สลากภัตขนาดกลาง หรือก๋วยอุ้มเป็นก๋วยขนาดใหญ่ บางแห่งใช้แบบเก่าคือไม่ไผ่สานเป็นเข่งขนาดใหญ่ ข้างบนตกแต่งด้วยหญ้าคามัดรวมปลายเข้าด้วยกัน โดยแบ่งด้านล่างเป็น 3 ขา มัดติดกับเข่งเพื่อใช้เป็นที่เสียบสิ่งของที่จะทำทาน ปัจจุบันนิยมใช้ถังน้ำพลาสติกหรืออ่างขนาดใหญ่ข้างในตรงกลางกล้วยหรือหน่อกล้วยตั้งเป็นเสากลาง จากนั้นเอาสิ่งของที่จะถวายทานมาเสียบไว้

สลากภัตขนาดใหญ่ หรือก๋วยหลวง มักทำเป็นพิเศษในกรณีที่ต้องการแสดงความรัก กตัญญูต่อผู้มีพระคุณและคนอันเป็นที่เคารพรักอย่างยิ่งของลูกหลานและพี่น้อง ก๋วยหลวงมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นตะกร้า บ้านจำลองทั้งหลังมีเครื่องครัว เครื่องใช้ไม้สอยที่ใหญ่ ๆ บางทีมีการถวายรถยนต์ก็มี แต่ส่วนมากจะจะถวายแล้วขอคืนในภายหลัง

พิธีกรรม
วัดต่างๆ จะจัดสลากภัตหรือกินสลาก เมื่อใดก็แล้วแต่จะกำหนดขึ้น เมื่อกำหนดวันเรียบร้อยก็จะเริ่มตั้งแต่วันดา ซึ่งเป็นวันเตรียมการ ชาวบ้านแต่ละบ้านจะเตรียมทำอาหาร ได้แก่ ขนมเทียน ห่อหมก ข้าวต้ม ตลอดจนเครื่องจตุปัจจัยอื่น ๆ มาทำก๋วยสลาก ใช้กระจาดหรือชะลอมรองด้วยใบตองเอาขนมนมเนยใส่ ผู้ที่มีฐานะจะมีจตุปัจจัยมากแสดงถึงฐานะของตนด้วย ก๋วยที่มีราคาแพง หรือมีขนาดใหญ่ เรียกว่า ก๋วยอุ้ม คือต้องใช้คนหามหรือคนอุ้ม ในวันรุ่งขึ้นคือวันทำบุญถวายสลากภัต ก็จะเขียนสลากหรือสลากว่าเป็นชื่อของใคร ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ใคร บางบ้านอาจทำมากกว่าหนึ่งก๋วย เป็น 5 หรือ 10 ก็ได้ นำใบก๋วยสลากไปร่วมกัน ทายกวัดจะคำนวณพระเณรว่ามีจำนวนเท่าใด มีก๋วยเท่าใดแบ่งจำนวนให้ได้เท่า ๆ กัน แต่ให้พระ 2 ส่วน เณร 1 ส่วน พระเณรทุกองค์จะได้รับก๋วยจำนวนเท่า ๆ กัน โดยที่ชาวบ้านจะไม่รู้ว่าก๋วยของตนไปตกอยู่กับพระรูปใด ชาวบ้านต่างก็จะหาว่าก๋วยของตนอยู่ที่ใด ชาวบ้านจะเกิดความสนุกสนานโดยไม่รู้ว่าของตนที่เตรียมมาทำบุญนั้นได้ทำกับพระรูปใด ก่อนถึงวันทำบุญถวายสลากภัต ชาวบ้านหนุ่มสาวจะมีการรำวงเพื่อหาเงินเข้าวัดหรือนำไปทำก๋วยขนาดใหญ่ มีการเตรียมตั้งเวที คัดเลือกนางรำ ซึ่งเป็นสาวงามจากพื้นบ้านมีอายุราว 10-16 ปี มาแต่งตัวเป็นนางรำ ชายหนุ่มก็จะซื้อบัตรมาโค้งนางรำเล่นรำวงกันอย่างสนุกสนาน เงินที่ได้จะนำไปบำรุงวัด

สาระ
สลากภัตทุ่งเสลี่ยมจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีในครอบครัว ชุมชน และเป็นการประกาศว่าบ้านใดมีความเชี่ยวชาญในด้านใด ซึ่งสามารถถ่ายทอดยังลูกหลานและผู้สนใจให้เข้ามาศึกษาหาความรู้

3.6 พิธีเรียกขวัญ

ลักษณะความเชื่อ

คนไทยเชื่อว่า ทุกคนมีขวัญประจำตนตั้งแต่แรกเกิดและขวัญนี้ต้องอยู่กับตัวตลอดเวลา ถ้าขวัญไม่อยู่กับตัวเชื่อว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วย

ความสำคัญ

ช่วยเพิ่มขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย

พิธีกรรม

  1. ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยจัดด้ายแดงด้ายขาวยาว 1 คืบ จำนวน 1 เส้น หมาก 3 คำ บุหรี่ 3 มวน เงิน 12.50 บาท และเหล้า 1 ขวด เป็นค่ากำนล
  2. ผู้เรียกขวัญนำด้ายแดงด้านขาววางไว้ที่ข้อมือผู้ป่วย ท่องคำเรียกขวัญจนจบแล้วมัดข้อมือ

 

3.7 พิธีบวงสรวงไหว้ครูช่าง (พระพิฆเณศวร์)

ลักษณะความเชื่อ

การประกอบพิธีบวงสรวงนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ช่างผู้ประกอบอาชีพในทางศิลป์ทั่วไป เช่น ช่างไม้ ช่างปูน ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ฯลฯ โดยมีความเชื่อว่า พระพิฆเณศวร์เป็นครูช่างศิลป์ เมื่อประกอบพิธีแล้วจะทำให้ช่างผู้นั้นประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพช่าง มีความเจริญ รุ่งเรืองในวิชาชีพ

ความสำคัญ

พิธีบวงสรวงไหว้ครูช่างนั้น มักจะนิยมประกอบพิธีในวันพฤหัสบดี ข้างขึ้น เดือน ๙ ของทุกปี เพื่อให้บรรดาช่างทั้งหลายได้รำลึกถึงบุญคุณที่ทำให้ตนสามารถประกอบอาชีพงานช่างได้เป็นอย่างดีตลอดมา และเป็นการขอพรให้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในปีต่อ ๆ ไป

พิธีกรรม
เช้าตรู่เจ้าพิธีทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญเทพ สวดมนต์บทชุมนุมเทวดา รำถวาย 1 ชุด เจ้าพิธีเจิมหน้าช่างผู้เข้าร่วมพิธี ซึ่งเครื่องพิธี (เครื่องบวงสรวง) จะประกอบด้วย (เทียนแดง บายศรีเทพ บายศรีปากชาม มะพร้าวอ่อน พานพุ่มบัวขาว พานพุ่มกุหลาบสีแดง อย่างละ 1 คู่) ธูป 16 ดอก กำยาน น้ำอบไทยพวงมาลัย 20 พวง ธูปเทียนแพ ขันน้ำมนต์ เทียนน้ำมนต์ แป้งหอมเจิมหน้า อาหารคาว ข้าวสุกปากหม้อ หัวหมู เป็ดอบ ไก่นึ่ง ปลาช่อนนึ่ง ปูนึ่ง ไข่ต้ม อาหารหวาน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมชั้น ขนมต้มแดง-ขาว ขนมถ้วยฟู ผลไม้ 9 ชนิดตามฤดูกาล นิยมชื่อผลไม้ที่เป็นมงคลถั่วงา ข้าวตอก น้ำเขียว-แดง และนมสด

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดสุโขทัย พ.ศ.2538 - 2553

GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES  BY INDUSTRIAL ORIGIN, SUKHOTHAI PROVINCE: 1995-2010

หน่วย : ล้านบาท

สาขาการผลิต  2538
-1995
2539
-1996
2540
-1997
2541
-1998
2542
-1999
2543
-2000
2544
-2001
2545
-2002
2546
-2003
2547
-2004
2548
-2005
2549
-2006
2550
-2007
2551
-2008
2552
-2009
2553p
(2010p)
ภาคเกษตร 3,096 4,078 4,028 4,952 4,421 3,880 4,170 4,400 5,461 5,544 5,448 6,288 6,457 9,379 8,385 9,930
เกษตรกรรม การล่าสัตว์
และการป่าไม้
3,063 4,026 3,954 4,871 4,347 3,798 4,066 4,299 5,149 5,156 5,250 6,120 6,192 8,984 8,096 9,655
การประมง 34 52 74 81 73 83 104 101 312 388 198 169 265 395 289 275
ภาคนอกเกษตร 8,328 9,493 9,853 10,212 10,351 10,728 10,974 11,839 12,995 13,790 14,965 15,775 16,993 17,857 18,553 19,796
การทำเหมืองแร่และ
เหมืองหิน
49 59 52 37 51 68 68 92 98 121 154 181 203 216 204 394
การผลิตอุตสาหกรรม 827 867 888 873 752 795 937 1,065 1,248 1,359 1,314 1,397 1,600 1,781 2,063 2,342
การไฟฟ้า ก๊าซ
และการประปา
252 268 300 376 323 330 338 334 356 383 361 379 374 369 463 582
การก่อสร้าง 864 973 919 753 667 567 591 789 1,153 968 1,105 1,129 2,000 1,786 1,512 1,618
การขายส่ง การขายปลีก
การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน
1,515 1,827 1,864 1,926 1,858 1,748 1,755 1,895 2,011 2,128 2,126 2,285 2,250 2,732 2,950 3,187
โรงแรมและภัตตาคาร 67 70 65 60 67 75 75 66 115 128 117 124 143 170 174 203
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 640 691 737 590 598 680 734 733 737 653 712 731 735 778 794 745
ตัวกลางทางการเงิน 667 792 718 722 548 571 595 687 705 798 927 1,093 1,024 1,312 1,141 1,347
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 772 913 1,070 1,303 1,579 1,632 1,557 1,726 1,779 1,780 1,828 1,949 1,803 2,015 2,211 2,025
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ
รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ
911 1,003 1,095 1,250 1,374 1,643 1,607 1,622 1,786 2,025 2,421 2,271 2,224 1,766 1,853 2,100
การศึกษา 1,295 1,378 1,465 1,571 1,708 1,770 1,798 1,815 1,949 2,222 2,589 2,833 3,144 3,337 3,491 3,583
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 314 479 493 550 612 632 671 770 788 908 954 1,043 1,125 1,179 1,235 1,258
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 118 135 141 155 168 178 188 195 226 298 328 329 342 370 402 375
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 38 39 45 47 45 39 59 50 42 19 29 29 26 47 58 38
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 11,425 13,571 13,881 15,164 14,772 14,609 15,143 16,239 18,455 19,334 20,413 22,063 23,450 27,237 26,939 29,726
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 19,311 22,919 23,212 25,223 24,438 24,099 24,869 26,555 30,061 31,358 32,996 35,534 37,622 43,541 42,925 47,233
ประชากร (1,000 คน) 592 592 598 601 604 606 609 612 614 617 619 621 623 626 628 629

 

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดสุโขทัย พ.ศ. 2545 - 2554

POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, SUKHOTHAI PROVINCE: 2002 - 2011

หน่วย : คน

สถานภาพแรงงาน  2545
-2002
2546
-2003
2547
-2004
2548
-2005
2549
-2006
2550
-2007
2551
-2008
2552
-2009
2553
-2010
2554
-2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 455,707 458,656 468,386 472,006 472,828 472,968 488,915 508,809 514,042 518,079
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 317,756 327,075 331,452 344,687 338,611 338,029 346,954 368,612 366,136 383,619
  ผู้มีงานทำ 305,640 317,674 323,530 333,905 331,077 328,636 338,296 360,604 354,837 376,940
  ผู้ว่างงาน 6,977 4,188 5,426 6,143 5,705 5,805 6,331 4,954 5,379 3,926
  ผู้ที่รอฤดูกาล 5,139 5,213 2,497 4,640 1,828 3,589 2,326 3,055 5,921 2,753
 ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 137,951 131,582 136,933 127,318 134,218 134,939 141,961 140,198 147,906 134,460
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 221,510 223,019 227,809 217,531 205,654 205,425 223,338 243,424 246,044 247,972
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 176,661 175,594 181,111 175,877 163,747 161,973 174,144 195,166 192,622 201,189
  ผู้มีงานทำ 170,114 170,665 175,391 170,666 159,543 156,721 169,873 191,121 186,333 196,955
  ผู้ว่างงาน 4,096 3,076 4,201 3,275 3,657 3,636 3,046 2,423 3,254 3,044
  ผู้ที่รอฤดูกาล 2,451 1,854 1,520 1,936 547 1,617 1,225 1,621 3,036 1,190
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 44,850 47,425 46,697 41,654 41,907 43,452 49,194 48,258 53,421 46,783
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 234,197 235,637 240,577 254,475 267,175 267,543 265,577 265,385 267,999 270,108
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 141,096 151,480 150,341 168,811 174,864 176,056 172,810 173,446 173,514 182,430
  ผู้มีงานทำ 135,527 147,009 148,139 163,239 171,535 171,915 168,423 169,483 168,504 179,985
  ผู้ว่างงาน 2,881 1,112 1,225 2,868 2,049 2,169 3,285 2,530 2,125 882
  ผู้ที่รอฤดูกาล 2,688 3,359 977 2,704 1,281 1,971 1,102 1,434 2,884 1,563
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 93,101 84,156 90,236 85,665 92,311 91,487 92,767 91,939 94,485 87,677

 

หัวข้อ

หน่วยงาน

เว็บไซต์

1. ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

2. คำขวัญประจำจังหวัด

3. ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

4. ประวัติ         

สำนักงานจังหวัดสุโขทัย

 

http://www.sukhothai.go.th/3584/2553prince_suthothai.pdf

5. ข้อมูลทั่วไป   

   5.1 ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

   5.2 อาณาเขต

   5.3 ลักษณะภูมิประเทศ

   5.4 ลักษณะภูมิอากาศ

  5.5 จำนวนประชากร

 

 

สำนักงานจังหวัดสุโขทัย

ประกาศสำนักทะเบียนกลาง  กรมการปกครอง

 

http://www.sukhothai.go.th/3584/2553prince_suthothai.pdf

http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html

6. การปกครอง  

   6.1 การแบ่งเขตการปกครอง

   6.2 หัวหน้าส่วนราชการ

   6.3 หน่วยงานบริหารราชการ

 

สำนักงานจังหวัดสุโขทัย

 

 

 

http://www.sukhothai.go.th/3584/2553prince_suthothai.pdf

http://www.sukhothai.go.th/3584/2553.xls

7. การเลือกตั้ง

    7.1 การเลือกตั้งสมาชิก

สภาผู้แทนราษฎร

    7.2 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

 

 รัฐสภาไทย 

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

 

http://mp.parliament.go.th/map2550/map_north.htm

http://www.senate.go.th/profile/main.php?url=history&senator=1afa34a7f984eeabdbb0a7d494132ee5

8. สภาพทางสังคม

    8.1 ศาสนา

   8.2 ประเพณี

 

สำนักงานสถิติจังหวัดสุโขทัย 

สำนักงานจังหวัดสุโขทัย

 

 

http://sukhothai.nso.go.th/nso/project/search_option/index.jsp?province_id=60&depcode=03&gcode=03&ccode=01

http://www.sukhothai.go.th/3584/2553prince_suthothai.pdf

http://www.prapayneethai.com/th/tradition/north/view.asp?id=0284

http://www.prapayneethai.com/th/tradition/north/view.asp?id=0285

http://www.prapayneethai.com/th/rite/north/view.asp?id=0314

http://www.prapayneethai.com/th/belief/north/view.asp?id=0346

http://www.prapayneethai.com/th/belief/north/view.asp?id=0345

 

9. เศรษฐกิจ

10. ข้อมูลแรงงาน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ

http://www.nesdb.go.th

11. การท่องเที่ยว           

ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย และจังหวัด            

http://www.moi.go.th


  

 

JoomSpirit