ลำปาง

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดลำปาง

1-14

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดลำปาง

เป็นรูปไก่ขาวยืนอยู่ในซุ้มมณฑปพระธาตุลำปางหลวง โดยไก่เผือกเป็นสัญลักษณ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยเมืองกุกุตตนคร (ตำนานเมืองลำปาง) และได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ปรากฏอยู่คู่กับดวงตราแผ่นดินในศาลากลางเมืองลำปางมาตั้งแต่เมื่อครั้งเปลี่ยนที่ทำการเมืองจาก "เค้าสนามหลวง" มาเป็นศาลากลางเมืองนครลำปางที่เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2452 ส่วนซุ้มมณฑปนั้นเป็นซุ้มมณฑปของวัดพระธาตุลำปางหลวง อันเป็นศิลปกรรมล้านนาที่งดงามมาก ซึ่งวัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปาง มีองค์พระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก

คําขวัญ

"ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก"

ต้นไม้และดอกไม้ประจําจังหวัด

ต้นไม้ประจำจังหวัดคือ ต้นกระเจา หรือ ขะจาว ส่วนดอกไม้ประจำจังหวัด คือ ดอกธรรมรักษา

2-13 3-14 5-11
รูปที่ 2 ต้นกระเจา รูปที่ 3 ต้นกระเจา รูปที่ 4 ดอกธรรมรักษา

 

จังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดที่มีอายุเก่าแก่ไม่น้อยกว่า 1,300 ปี มีชื่อเรียกขานกันหลายชื่อ ปรากฏหลักฐานตามตำนานต่าง ๆ รวมทั้งหมด 11 ชื่อ ได้แก่ กุกกุฏนคร ลัมภกับปะนคร ศรีนครชัย นครเวียงคอกวัว เวียงดิน เขลางค์นคร นครลำปางคำเขลางค์ อาลัมภางค์ เมืองลคร และเมืองนครลำปาง ซึ่งจากการที่เรียกขานกันว่า "กุกกุฏนคร" ที่แปลว่าเมืองไก่นั้น ทำให้ตราประจำจังหวัดลำปางคือ "ไก่ขาว"

จังหวัดลำปางสร้างเมื่อ พ.ศ.1223 จากหนังสือพงศาวดารโยนกกล่าวว่า "สุพรหมฤๅษี" สร้าง
เมืองเพื่อให้เจ้าอนันตยศ โอรสพระนางจามเทวี ครองคู่กับเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) ให้ชื่อเมืองว่า "นครเขลางค์" ต่อมาเปลี่ยนเป็น "นครอัมภางค์" และเปลี่ยนชื่อเป็น "นครลำปาง" ในภายหลัง
ในสมัยโยนกเชียงแสน นครลำปางเคยตกอยู่ภายใต้อำนาจของขอม และเคยเป็นเมืองประเทศราชของพม่าและเมืองเชียงใหม่ ต่อมาในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี "เจ้าทิพย์ช้าง" สามารถขับไล่พวกพม่าออกจากเมืองลำปางได้สำเร็จ จึงได้รับการสถาปนาเป็น "พระยาสุวลือไชยสงคราม" ขึ้นครองนครลำปางในปี พ.ศ.2279

ในปี พ.ศ.2307 "เจ้าแก้วฟ้า" พระโอรสของเจ้าทิพย์ช้างได้ขึ้นครองนครลำปาง และเป็นต้นตระกูล ณ ลำปาง ณ ลำพูน รวมทั้ง ณ เชียงใหม่ ในเวลาต่อมา และมี "เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต" เป็นผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย

จังหวัดลำปางได้ประกาศจัดตั้งเป็นจังหวัดในปี พ.ศ.2435 (สมัยรัชกาลที่ 5) โดยขึ้นอยู่กับมณฑลพายัพสมัยหนึ่ง (พ.ศ.2443) ต่อมาแยกเป็นมณฑลมหาราษฎร์ ในปี พ.ศ.2458 ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีประกาศยกเลิกมณฑลทั่วราชอาณาจักร ลำปางจึงมีฐานะเป็น "จังหวัดลำปาง" ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการอาณาจักรสยาม พ.ศ.2476

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 12,533.961 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 7,833,726 ไร่ มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของภาคเหนือ รองจากเชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน และเพชรบูรณ์ โดยจังหวัดลำปางอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครตามทางหลวงแผ่นดินสายพหลโยธินประมาณ 602 กิโลเมตร และตามทางรถไฟประมาณ 625 กิโลเมตร

4-12 7-8-1
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดลำปาง รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดลำปาง

 

อาณาเขต

จังหวัดลำปางมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดและประเทศใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดตาก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดแพร่และสุโขทัย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดลำพูน

 

ลักษณะภูมิประเทศ

จังหวัดลำปาง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 268.80 เมตร พื้นที่มีลักษณะเป็นรูปยาวรี ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสูงทอดตัวยาวตามแนวทิศเหนือไปทางทิศใต้ของจังหวัด ในบริเวณตอนกลางของจังหวัดบางส่วนมีที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งตามลักษณะทางกายภาพทางด้านธรณีสัณฐานวิทยา จังหวัดลำปางมีพื้นที่เป็นที่ราบล้อมรอบด้วยภูเขา มีลักษณะเป็นแอ่งแผ่นดินที่ยาวและกว้างที่สุดในภาคเหนือ เรียกว่า "อ่างลำปาง" และมีลักษณะภูมิประเทศแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ

  • บริเวณตอนบนของจังหวัด เป็นที่ราบสูง ภูเขา และเป็นป่าค่อนข้างทึบ อุดมสมบูรณ์ด้วยไม้มีค่า ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองปาน แจ้ห่ม วังเหนือ และงาว
  • บริเวณตอนกลางของจังหวัด เป็นที่ราบและที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของจังหวัดได้แก่ พื้นที่อำเภอห้างฉัตร เมืองลำปาง เกาะคา แม่ทะ และสบปราบ
  • บริเวณตอนใต้ของจังหวัด เป็นป่าไม้รัง บางส่วนเป็นทุ่งหญ้า ได้แก่ พื้นที่อำเภอเถิน แม่พริก บางส่วนของอำเภอเสริมงาม และแม่ทะ

ลักษณะภูมิอากาศ

จากลักษณะพื้นที่ของจังหวัดที่เป็นแอ่งคล้ายก้นกระทะ จึงทำให้อากาศร้อนอบอ้าวเกือบตลอดปี ฤดูร้อนร้อนจัดและหนาวจัดในฤดูหนาว ปี 2552 มีอุณหภูมิสูงสุด 42.30 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 13.0 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 977 มิลลิเมตร ลักษณะภูมิอากาศแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดู คือ

  • ฤดูร้อน เริ่มประมาณต้นเดือน มีนาคม จนถึงกลางเดือน พฤษภาคม อากาศจะร้อนอบอ้าว ช่วงที่มีอากาศร้อนที่สุด คือ เดือนเมษายน
  • ฤดูฝน เริ่มประมาณกลางเดือน พฤษภาคม
  • ฤดูหนาว เริ่มประมาณเดือน พฤศจิกายน จนถึงเดือน กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเย็นช่วงที่มีอากาศหนาวจัด คือ เดือนมกราคม

การแบ่งเขตการปกครอง

13 อำเภอ 100 ตำบล และ 929 หมู่บ้าน

6-13

1.อำเภอเมืองลำปาง

2.อำเภอแม่เมาะ

3.อำเภอเกาะคา

4.อำเภอเสริมงาม

5.อำเภองาว

6.อำเภอแจ้ห่ม

7.อำเภอวังเหนือ

8.อำเภอเถิน

9.อำเภอแม่พริก

10.อำเภอแม่ทะ

11.อำเภอสบปราบ

12.อำเภอห้างฉัตร

13.อำเภอเมืองปาน

รูปที่ 7 อำเภอในจังหวัดแม่ลำปาง

 

 


หัวหน้าส่วนราชการ

ผู้ว่าราชการจังหวัด นายศุภกิจ  บุญญฤทธิพงษ์
รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสุวรรณ กล่าวสุนทร และ นายอุทาร ชวเมธี
หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นางชุลีวันทน์ สายสิงห์ทอง



หน่วยงานบริหารราชการ

ส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง 32 หน่วยงาน
ส่วนราชการส่วนภูมิภาค 69 หน่วยงาน
ส่วนราชการท้องถิ่น ได้แก่
เทศบาลเมือง 1 แห่ง
เทศบาลตำบล 37 แห่ง
องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
องค์การบริหารส่วนตำบล 64 แห่ง

 

ลำดับ อำเภอ จำนวน (แห่ง)
ตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล อบต. หมู่บ้าน
1 เมืองลำปาง 19 1 2 11 144
2 แม่เมาะ 5 - 1 4 42
3 เกาะคา 9 - 7 3 78
4 เสริมงาม 4 - 3 2 42
5 งาว 10 - 2 8 85
6 แจ้ห่ม 7 - 3 5 64
7 วังเหนือ 8 - 2 8 80
8 เถิน 8 - 4 4 95
9 แม่พริก 4 - 3 1 30
10 แม่ทะ 10 - 4 6 94
11 สบปราบ 4 - 1 4 46
12 ห้างฉัตร 7 - 4 4 73
13 เมืองปาน 5 - 1 4 56
       รวม 100 1 37 64 929


ที่มา: สำนักงานจังหวัดลำปาง

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดลำปางมีเขตเลือกตั้ง 2 เขต มีจำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น 4 คน

ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปางตามผลการเลือกตั้ง ประกอบด้วย

เขต 1 นายสมโภช สายเทพ
นายวาสิต พยัคฆบุตร
พรรค เพื่อไทย
พรรค เพื่อไทย
เขต 2

นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์
นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์

พรรค เพื่อไทย
พรรค เพื่อไทย

 

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

จังหวัดลำปางเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วไป พ.ศ. 2551 มี ส.ว. ได้ 1 คน

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดลำปางผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551 ได้แก่ นายพีระ มานะทัศน์

1. ประชากร

ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 จังหวัดลำปางมีประชากรรวมจำนวนทั้งสิ้น 757,534 คน แบ่งเป็นประชากรเพศชายจำนวน 373,104 คน และเพศหญิงจำนวน 384,430 คน

2. ศาสนา
ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดลำปางนับถือศาสนาพุทธคิดเป็นร้อยละ 99 รองลงมา คือ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ตามลำดับ โดยจำนวนผู้นับถือศาสนาต่างๆ และศาสนสถานทั้งหมดมีดังนี้

ศาสนา จำนวนผู้นับถือศาสนา ศาสนสถาน (แห่ง)
พระอารามหลวง วัดราษฏร์ มัสยิด โบสถ์ วัดซิกข์
พุทธ 760,600 4 691 - - -
คริสต์ 442 - - - 65 -
อิสลาม 6,473 - - 1 - -
ฮินดู พราหมณ์ และซิกข์ 81 - - - - 1

 

ที่มา: สำนักงานจังหวัดลำปาง

3. ประเพณี

3.1 ประเพณีทานขันข้าว

ช่วงเวลา เทศกาลสงกรานต์ เข้าพรรษา และออกพรรษา

ความสำคัญ ประเพณีทานขันข้าว คือ ประเพณีการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้วายชนม์ไปแล้ว เป็นวัฒนธรรมที่แสดงถึงความกตัญญูอีกแบบหนึ่งของชาวไทย โดยนำสำรับกับข้าวไปถวายวัดในวันเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ เข้าพรรษาและออกพรรษา หรือทำบุญอุทิศส่วนกุศลในโอกาสอื่นๆ

พิธีกรรม ก่อนวันทำบุญจะมีการจัดเตรียมอาหารคาวหวาน สวยหรือกรวยสำหรับใส่ดอกไม้ ธูป และเตรียมขวดน้ำหยาด (สำหรับกรวดน้ำ) เมื่อถึงรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 6.30 - 8.00 น. ทุกครัวเรือนเตรียมอุ่นอาหารและบรรจุใส่ปิ่นโต พร้อมทั้งสวยดอกไม้และน้ำหยาด บางบ้านอาจเขียนชื่อผู้ที่ตนต้องการจะทานไปหา (อุทิศส่วนกุศลไปให้) ลงในกระดาษ จากนั้นคนในครอบครัวจะช่วยกันหิ้วปิ่นโตไปวัด ทางวัดจะจัดสถานที่สำหรับให้ศรัทธาชาวบ้านนำปิ่นโตมาถวาย การประเคนปิ่นโต มักจะเอาสวยดอกไม้เสียบไปพร้อมกับปิ่นโต บ้านที่มีกระดาษจดรายชื่อผู้ที่จะทำบุญไปให้ก็จะเอากระดาษเหน็บติดไปกับปิ่นโตด้วย พร้อมกันนั้นก็เทน้ำหยาดจากขวดใส่ลงในขันที่วางอยู่หน้าพระสงฆ์ เมื่อศรัทธาชาวบ้านมากันพอสมควรแล้ว พระสงฆ์ก็จะมีโวหารกล่าวนำการทำบุญ และให้พรดังนี้

  • แสดงความชื่นชมที่ศรัทธาชาวบ้านได้ช่วยกันรักษาจารีตแต่โบราณ 
  • กล่าวถึงผู้รับของทาน พระสงฆ์อ่านชื่อผู้วายชนม์ตามที่ศรัทธาเขียนมาในแผ่นกระดาษ ส่วนบางคนที่ไม่ได้เขียนมา ก็จะเอ่ยว่าการทานครั้งนี้มีไปถึง บรรพบุรุษ เจ้ากรรมนายเวร เทวบุตร เทวดา แม่พระธรณี เจ้าที่เจ้าทาง สรรพสัตว์ ฯลฯ
  • กล่าวให้มารับของทาน มารับเอาทานครั้งนี้ หากมารับไม่ได้ ให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้นำไปให้
  • อวยพรให้แก่ผู้มาทำบุญ ทานขันข้าว
  • กล่าวยถา-สัพพี

ในการให้พรนั้น หลังจากจบคำว่า อายุ วัณโณ สุขัง พลัง ศรัทธาชาวบ้านจะกล่าวสาธุพร้อมกัน จากนั้นจึงรับเอาปิ่นโตไปให้สามเณรหรือเจ้าหน้าที่จัดการเทอาหารออกก็เป็นอันเสร็จพิธีทาน

สาระ การทานขันข้าว นอกจากจะเป็นการทำบุญที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษแล้ว การประกอบอาหารก็ดี การไปทำบุญร่วมกันที่วัดก็ดี นับเป็นกิจกรรมที่ทำให้ครอบครัวเกิดความรักและความอบอุ่น ประการสำคัญ การพาเด็ก ๆ ไปทานขันข้าวที่วัด นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมการทำบุญแล้ว ยังเป็นการสืบทอดในเรื่องความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยไม่ต้องใช้วิธีอบรมสั่งสอน แต่เป็นวิธีที่ผู้ใหญ่ได้ปฏิบัติตนให้ลูกหลานได้เห็นเป็นตัวอย่าง ซึ่งเป็นวิธีสืบทอดหรือการสอนที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องมีการพูดแต่อย่างใด

3.2 การแห่ครัวตาน (ทาน)

ช่วงเวลา การแห่ครัวตานนั้นจะจัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่หมู่บ้านนั้นมีงานเทศกาลสำคัญ เช่น งานตานสลากภัตร งานฉลองโบสถ์ วิหาร ศาลา หรือถาวรวัตถุที่เป็นสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน

ความสำคัญ การแห่ครัวตาน เป็นประเพณีที่ชาวบ้านนำเอาสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค วัสดุอุปกรณ์ จตุปัจจัยไทยทานที่ช่วยกันคิดและทำขึ้นเป็นรูปแบบต่าง ๆ นำไปถวายวัดในหมู่บ้านของตนหรือหมู่บ้านใกล้เคียง รูปแบบของครัวตานมีหลายลักษณะตามแนวคิดของชาวบ้าน เช่น เป็นรูปจำลองโบราณสถานที่เคารพนับถือ รูปสัตว์ในนิทานชาดก หรืออาจเป็นของใช้ที่จำเป็นที่ชาวบ้านสามารถนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนพืชผักที่มีในท้องถิ่น ในการทำครัวตานชาวบ้านจะปรึกษาหารือกันว่าจะเอาอะไรเป็นเครื่องไทยทาน เมื่อตกลงกันได้แล้ว ก็มาคิดว่าจะทำเป็นรูปแบบอะไร แล้วจึงมีสล่าเป็นผู้ออกแบบ โดยชาวบ้านจะช่วยกันตกแต่งครัวตานให้สวยงาม สิ่งที่น่าสนใจก็คือ รูปแบบของครัวตาน ต้องสื่อความหมายให้ผู้คนในท้องถิ่นเข้าใจด้วย

พิธีกรรม วันแห่ครัวตานจะมีการจัดรูปขบวนครัวตาน มีป้ายชื่อหมู่บ้าน ขบวนพานข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียน ขบวนกลองยาวหรือกลองสิ้งหม้อง และที่ขาดไม่ได้คือมีขบวนฟ้อนรำนำหน้าครัวตาน ขณะที่ ขบวนครัวตานของแต่ละหมู่บ้านเข้าวัดจะมีโฆษกหรือพิธีกรอธิบายความหมายของครัวตาน หรือบางทีก็มีการฮ่ำครัวตาน เมื่อแห่ครัวตานเข้าวัดแล้วก็จะนำไปถวายพระสงฆ์หรือเจ้าอาวาสวัดนั้นและรับศีลรับพรเป็นอันเสร็จพิธี

สาระ การแห่ครัวตานเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งในการสร้างให้เกิดธรรมที่สำคัญ คือ

  1. คารวธรรม คือ เคารพต่อกันให้เกียรติกัน บ้านเขามีงานมาบอกเรา เราก็ไปร่วม เมื่อเรามีงานเราไปบอกเขา เขาก็มาร่วม และในการทำงานก็จะให้เกียรติซึ่งกันและกันไม่ว่าจะเป็นคนแก่คนเฒ่า หรือคนหนุ่มสาว
  2. ปัญญาธรรม กล่าวคือ การที่จะทำครัวตานได้ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ปัญหา เพื่อทำให้ดีที่สุด
  3. สามัคคีธรรม คือ ส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีในหมู่บ้าน เมื่อมีงานอะไรก็มาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และมีน้ำใจให้แก่กันและกัน

 

3.3 การสืบชะตา

ช่วงเวลา มักทำในโอกาสต่าง ๆ เช่น วันเกิด อายุครบรอบ ฟื้นจากการเจ็บป่วย หรือในคราวที่หมอดูทำนายว่าดวงชะตาไม่ดี เพราะเชื่อกันว่า การสืบชะตาจะช่วยทำให้ดวงชะตาดีขึ้น จะค้าขายหรือทำงานอะไรก็จะประสบผลสำเร็จและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

ความสำคัญ การสืบชะตา เป็นประเพณีที่เชื่อถือกันมาแต่สมัยโบราณ มีจุดประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ที่ประสบเคราะห์กรรมหรือผู้ป่วยให้กลับคืนสู่สภาพปกติ และเพื่อเป็นสิริมงคล ตลอดจนขับไล่สิ่งเลวร้ายให้ผ่านพ้นไปได้

พิธีกรรม การประกอบพิธีสืบชะตานั้น มักทำกันในตอนเช้าถึงเที่ยงวันเท่านั้น ผู้ที่จะสืบชะตาจะเป็นผู้กำหนดวันประกอบพิธี เมื่อถึงวันประกอบพิธีจะนิมนต์พระสงฆ์มา 1 รูป หรือ 4 รูปก็ได้ แต่ไม่ควรเกิน 5 รูป จากนั้นจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้ในการประกอบพิธีสืบชะตา ดังนี้

  1. ไม้ง่ามค้ำศรี ซึ่งเป็นไม้ง่ามขนาดเล็ก จำนวนเท่ากับหรือมากกว่าอายุของผู้สืบชะตาประมาณ 2-3 อันก็ได้
  2. ไม้ง่ามขนาดเขื่อง 3 อัน แล้วนำไม้ง่ามค้ำศรีมามัดติดไม้ง่ามใหญ่โดยแบ่งเป็นมัด ๆ เท่า ๆ กัน 3 มัด
  3. กระทงกาบกล้วย (สะตวง) ข้างในใส่ หมาก เมี่ยง พลู บุหรี่ ข้าวต้ม ขนมต่าง ๆ ปักช่อ (ธงสามชายทำด้วยกระดาษสีต่าง ๆ) รอบ ๆ กระทง 9 อัน
  4. ขันตั้ง เป็นพานใส่กรวยหมากพลู 8 อัน กรวยดอกไม้ธูปเทียน 8 อัน กระทงเล็ก ๆ ใส่ข้าวเปลือก ข้าวสาร อย่างละ 1 อัน ผ้าขาว ผ้าแดง หมาก 13 เส้น เบี้ย 1 อัน
  5. หน่อกล้วย หน่ออ้อย กระบอกข้าวเปลือก กระบอกข้าวสาร กระบอกน้ำ กระบอกทราย สะพานลวดเงิน และสะพานลวดทอง เมื่อจัดหาอุปกรณ์ครบแล้ว พอได้เวลาพระสงฆ์จะมาถึงและทำพิธีให้กับผู้ที่จะสืบชะตา โดยเรียกขวัญสะเดาะเคราะห์ และนำสิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้ไปไว้ที่ต้นโพธิ์หรือต้นศรี


สาระ การสืบชะตาเป็นประเพณีที่เชื่อถือกันมาแต่โบราณ ด้วยเชื่อกันว่าคนเราจะประสบเคราะห์กรรมหรือมีเพศภัยต่าง ๆ มาถึงตัว ย่อมมีสาเหตุหลายอย่าง โดยเฉพาะเกี่ยวกับดวงชะตาของตนเอง บางปีดวงดีบางปีดวงตก ถ้าปีใดดวงชะตาดีจะทำให้มีความสุขสบาย การดำเนินชีวิตก็เป็นไปอย่างราบรื่น จะค้าขายหรือทำกิจการใดก็จะประสบผลสำเร็จ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าปีใดดวงไม่ดีหรือชะตาขาดปีนั้นจะอยู่อย่างไม่มีความสุข มักจะเจ็บป่วย ดังนั้นจึงต้องมีการทำพิธีสืบชะตา เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข

3.4 พิธีขันตั้งหรือขันครู

ช่วงเวลา ขันตั้งหรือขันครู คือ เครื่องบูชาครูบรรจุอยู่ในพาน การยกขันตั้งสามารถทำได้ 2 กรณี คือ การมอบตัวเป็นศิษย์ หรือที่เข้าใจในปัจจุบันว่าการยกครูหรือขึ้นครู และอีกกรณีหนึ่ง คือ การยกขันตั้งก่อนการทำกิจกรรม เช่น ก่อสร้าง บรรเลงดนตรี ฯลฯ
ความสำคัญ ความเชื่อของชาวเหนือเกี่ยวกับขันตั้งหรือขันครูนั้น มีอยู่ในงานฝีมือและงานช่างทั้งหลาย เป็นต้นว่า ช่างปี่ ช่างซอ (ขับซอ) ช่างแต้ม (วาดเขียน) ช่างต้อง (แกะสลัก) ช่างฟ้อน ช่างไม้ ก่อสร้าง (สล่าแปลงบ้าน) นักดนตรี (ช่างม่วน) นักมวย ฯลฯ กล่าวคือ วิชาชีพ หรือวิชาฝีมือเหล่านี้ต้องมีครูเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ และมีครูเป็นเจ้าของวิชานั้น ๆ อาจเป็นครูปัจจุบัน หรือครูที่ล่วงลับไปแล้ว วิชาชีพบางอย่างแม้ว่าไม่ได้มีครูสอนให้โดยตรง แต่เมื่อจะประกอบวิชาชีพนั้น ๆ ก็จะต้องขวนขวายหาครูหรือมีครูเข้าไว้ก่อน ดังคำกล่าวที่ว่า ศิษย์มีครู และก่อนจะลงมือปฏิบัติอาชีพนั้น ๆ ก็ควรที่จะระลึกถึงพระคุณของครู และอาราธนาอัญเชิญครูบาอาจารย์มาช่วยคุ้มครองให้ ปลอดภัยขณะทำงานหรือช่วยให้การทำงานนั้นสำเร็จลุล่วงประสบผลสำเร็จด้วยดี

พิธีกรรม การยกขันตั้งหรือยกครูในกรณีมอบตัวเป็นศิษย์ มีดังนี้

  • ในส่วนการจัดเตรียมเครื่องขันตั้งซึ่งก็คือเครื่องบูชาครูบรรจุอยู่ในพานหรือขัน ประกอบด้วย ธูป เทียน ดอกไม้ หมาก พลู ผ้าขาว ผ้าแดง เบี้ย ข้าวสาร สุรา กล้วย มะพร้าว เมื่อมีการขอยกครูจะมีน้ำส้มป่อย และที่ขาดไม่ได้คือเงินค่ากำนัล
  • ในส่วนของพิธีกรรม ศิษย์ใหม่นำเอาเครื่องสักการะไปที่บ้านครู หรือเอาเครื่องสักการะไปใส่ขันที่บ้าน จากนั้นครูจะรับขันจากศิษย์ เรียกขั้นตอนนี้ว่า ศิษย์เอาขันมายื่นโยงให้ เมื่อรับขันมาครูยกขันขึ้นเหนือศีรษะ กล่าวโวหารหรือคำพรรณนา ซึ่งเรียกว่า ฮ่ำฮิ ฮ่ำไฮ (ร่ำริร่ำไร) หรือขออัญเชิญครูบาอาจารย์ ขออนุญาตถ่ายทอดเพลงให้แก่ศิษย์ ขอพรจากครู ขอให้การสืบทอดครั้งนี้เป็นไปด้วยดี และขอให้ครูคุ้มครองปกปักรักษาอย่าให้มีอันตรายมากล้ำกรายตามโวหารของแต่ละคนพร้อมกำกับด้วยคาถา จากนั้นครูเปิดขวดสุรารินใส่แก้ว เอาดอกไม้จุ่มลงที่แก้วประพรมเครื่องดนตรีหรืออุปกรณ์สำคัญอื่นๆ ของแต่ละอาชีพ ปิดขวดสุราเก็บไว้กับขันตั้ง ซึ่งแขวนไว้กับสาแหรกหรือวางไว้บนหิ้ง บางรายเอาน้ำส้มป่อยในขันมาลูบหน้าและศีรษะแล้วจึงส่งให้ศิษย์ทำตาม หากศิษย์มีหลายคนก็อาจประพรมน้ำส้มป่อยให้ เป็นอันเสร็จพิธี

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดลำปาง พ.ศ.2538 - 2553

GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES  BY INDUSTRIAL ORIGIN, LAMPANG PROVINCE: 1995-2010

หน่วย : ล้านบาท

สาขาการผลิต 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553p
  -1995 -1996 -1997 -1998 -1999 -2000 -2001 -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 (2010p)
ภาคเกษตร  2,179 2,532 2,272 2,962 2,378 2,122 2,327 2,436 2,973 3,246 3,618  3,943 4,278  5,460 4,899  5,059
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 2,147 2,486 2,220 2,909 2,288 2,049  2,228 2,361 2,842  3,111 3,456 3,798  4,106 5,336 4,726 4,894
การประมง  31  46  52 53   90  73 99 75 131 136 162 145 171 124  173 165
ภาคนอกเกษตร 24,556 27,067 28,954 26,867 26,597 26,439 28,260 31,137 31,423 33,136 34,576 35,330 36,339 36,405 46,206 50,584
การทำเหมืองแร่
และเหมืองหิน
6,807 6,986 8,618 7,066 6,428 6,407 7,257 7,513 7,098 7,631 7,361 6,703 6,421 5,633 13,502 14,866
การผลิตอุตสาหกรรม 2,295 2,619 2,634 3,063 2,764 2,664 3,040 3,649 4,074 4,312 4,439 4,881 5,363 5,990 6,215 7,012
การไฟฟ้า ก๊าซ
และการประปา
1,553 1,252 1,610 1,777 1,685 1,745 1,793 1,871 1,961 2,025 2,308  2,566 2,671 2,759 2,888 3,753
การก่อสร้าง 2,541 4,105 3,130 1,584 1,961 1,559 1,563 1,864 2,126 1,711 1,773 1,982 2,357 1,992 2,360      3,242
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ใน
ครัวเรือน
2,112 2,494 2,740  2,706 2,460 2,448 2,679 2,794 2,943 3,036 3,146 3,289 3,325 3,690 3,970 4,109
โรงแรมและภัตตาคาร   280 326 327   220 226  239 252  253 224 256 239   233 248 246 266 268
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 1,964 1,638 1,688 1,566 1,627 1,593 1,797 1,740 1,727 1,831 1,753 1,739 1,680 1,697 1,705 1,576
ตัวกลางทางการเงิน 1,298 1,490 1,479 1,370 1,079 1,128 1,127 1,320 1,367 1,506 1,697 1,980 2,224 2,385 2,415 2,494
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ   965 1,163 1,308 1,407 1,704 1,778 1,728 1,938 2,041 2,034 2,037 2,094 2,146 2,199 2,496 2,466
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 1,896 2,034 2,275 2,565 2,870 3,041 3,194 3,995 3,713 4,036 4,410 4,047 3,602 3,153 3,298 3,573
การศึกษา 1,845 1,986 2,128 2,412 2,556 2,561 2,535 2,755 2,756 3,090 3,479 3,821 4,219 4,484 4,690 4,857
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์     659 614  650 755 834 855  848 986   872 1,023 1,192 1,346 1,467 1,535 1,659 1,700
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ     290 307 308 316 342 356  389     398  439    566  636 579 518   557  590 556
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล      51    54   57    60  62    64      58    62    81       80  107       70    99 86 153 112
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 26,734 29,599 31,227 29,829 28,976 28,561 30,587 33,573 34,396 36,382 38,194 39,273 40,617 41,864 51,106 55,643
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 34,485 38,150 39,769 37,751 36,438 35,790 38,156 41,716 42,599 44,947 47,087 48,308 49,843 51,266 62,468 67,913
ประชากร (1,000 คน)   775   776  785 790 795 798 802  805 807 809 811    813 815    817    818 819

 

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดลำปาง พ.ศ. 2545 - 2554

POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, LAMPANG PROVINCE: 2002 - 2011

หน่วย : คน

 สถานภาพแรงงาน   2545
(2002) 
 2546
(2003) 
 2547
(2004) 
 2548
(2005) 
 2549
(2006) 
 2550
(2007) 
 2551
(2008) 
 2552
(2009) 
 2554
(2011) 
 รวม 
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป   627,988 632,471 641,439 636,618 628,720 628,698 650,615 676,937 686,540
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  443,169 442,684 455,230 452,931 449,694 435,401 450,447 472,071 476,406
   ผู้มีงานทำ  432,527 431,688 443,109 444,498 441,310  426,505 440,956 461,165 471,621
   ผู้ว่างงาน  6,508 5,684      6,743  6,609  4,813 8,009  5,868 7,491 2,472
   ผู้ที่รอฤดูกาล  4,134 5,313 5,378 1,824   3,571         886   3,624 3,415 2,313
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  184,819 189,787 186,209 183,687 179,027 193,298 200,168 204,866 210,134
ชาย 
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  320,111 322,507 327,144 315,151 301,420 301,220 317,316 335,897 340,864
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  253,463 251,640 258,882 248,475 237,719 231,686 242,084 258,939 257,038
   ผู้มีงานทำ  248,441 247,142 253,195 243,805 234,573 226,339 237,860 254,429 254,470
   ผู้ว่างงาน  4,342     3,254      4,247 3,936    2,939    5,150  3,683 3,954 1,291
   ผู้ที่รอฤดูกาล  681 1,244 1,441 734  207 196    541  555  1,276
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  66,648 70,866 68,262 66,676 63,701 69,534 75,232 76,958 83,826
หญิง 
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  307,878 309,965 314,295 321,467 327,300 327,479 333,299 341,040 345,677
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  189,706 191,044 196,348 204,456 211,975 203,714 208,363 213,132 219,369
   ผู้มีงานทำ  184,087 184,546 189,914 200,693 206,737 200,165 203,095 206,736 217,151
   ผู้ว่างงาน  2,166 2,430 2,496 2,673  1,874 2,859 2,185 3,537  1,182
   ผู้ที่รอฤดูกาล  3,453  4,068 3,937 1,091  3,364   690 3,083  2,860 1,036
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  118,172 118,921 117,948 117,011 115,325 123,764 124,936 127,908 126,308

 

หัวข้อ

หน่วยงาน

เว็บไซต์

1. ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

2. คำขวัญประจำจังหวัด

3. ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

4. ประวัติ         

สำนักงานจังหวัดลำปาง

 

 

 

 

 

http://www.lampang.go.th/public53/lampang1.pdf

5. ข้อมูลทั่วไป   

   5.1 ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

   5.2 อาณาเขต

   5.3 ลักษณะภูมิประเทศ

   5.4 ลักษณะภูมิอากาศ

  5.5 จำนวนประชากร

 

 

สำนักงานจังหวัดลำปาง  

ประกาศสำนักทะเบียนกลาง  กรมการปกครอง

 

http://www.lampang.go.th/public53/lampang1.pdf

http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html

6. การปกครอง  

   6.1 การแบ่งเขตการปกครอง

   6.2 หัวหน้าส่วนราชการ

   6.3 หน่วยงานบริหารราชการ

 

สำนักงานจังหวัดลำปาง

 

 

 

http://www.lampang.go.th/public53/lampang1.pdf

http://www.lampang.go.th/boss.htm

http://www.lampang.go.th/db_lap/51/govern1.xls

7. การเลือกตั้ง

    7.1 การเลือกตั้งสมาชิก

สภาผู้แทนราษฎร 

    7.2 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

 

   รัฐสภาไทย

 

http://mp.parliament.go.th/map2550/map_north.htm 

http://www.senate.go.th/profile/main.php?url=history&senator=14bfa6bb14875e45bba028a21ed38046

8. สภาพทางสังคม

    8.1 ศาสนา    

   8.2 ประเพณี

 

สำนักงานจังหวัดลำปาง

 

 

 

http://www.lampang.go.th/public53/lampang1.pdf

http://www.prapayneethai.com/th/tradition/north/index.asp?page=2

http://www.prapayneethai.com/th/tradition/north/view.asp?id=0278

http://www.prapayneethai.com/th/rite/north/view.asp?id=0309

http://www.prapayneethai.com/th/rite/north/view.asp?id=0310

http://www.prapayneethai.com/th/belief/north/view.asp?id=0339

http://www.prapayneethai.com/th/belief/north/view.asp?id=0340

9. เศรษฐกิจ

10. ข้อมูลแรงงาน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ

(สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย

11. การท่องเที่ยว           

ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย และจังหวัด          

http://www.moi.go.th/MOIWEB/jsp/report/MRPN3003_product.jsp


  

 

JoomSpirit