ตาก

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดตาก

1-7

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดตาก

คําขวัญ

"ธรรมชาติน่ายล ภูมิพลเขื่อนใหญ่ พระเจ้าตากเกรียงไกร เมืองไม้และป่างาม"

ต้นไม้และดอกไม้ประจําจังหวัด

2-5 3-6
รูปที่ 2 ต้นแดง รูปที่ 3 ต้นแดง
5-4
รูปที่ 4 ดอกเสี้ยวดอกขาว

 

เมืองตากที่ย้ายมาตั้งใหม่ที่บ้านป่ามะม่วง มิใช่จะเป็นเมืองหน้าด่านสำหรับป้องกันกองทัพพม่า ที่จะยกเข้ามาทางด่านแม่ละเมาเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่กองทัพใช้เป็นที่ชุมนุมพล ในเวลาที่จะยกไปตีเมืองเชียงใหม่อีกด้วย เมื่อพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงอานุภาพมาก เช่น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งทรงได้เมืองเชียงใหม่มารวมอยู่ในพระราชอาณาจักรทั้ง 3 พระองค์นี้ ก็มีปรากฏอยู่ที่เมืองตากนี้ด้วย

หลังจากแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประเทศไทยก็เว้นว่างจากการทำสงครามขับเคี่ยวพม่ามาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ซึ่งประมาณว่าไม่ต่ำกว่า 150 ปี ในระยะเวลานี้ชาวเมืองตากก็อยู่กันอย่างสงบสุข

จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2308 เงาแห่งการสงครามจึงได้เริ่มฉายแสงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง การสงครามคราวนี้ทำให้ชาวเมืองตาก ต้องพลอยเดือนร้อนกันไปแทบทุกครัวเรือน เพราะกองทัพพม่าซึ่งยกมาทางเมืองเชียงใหม่ ได้เข้าตีเมืองตากด้วยสงครามคราวนี้น่าจะยกย่องเทิดทูนชาวเมืองตาก ที่ได้รวมแรงร่วมใจกันต่อสู้กองทัพพม่าแต่เมืองเดียว หัวเมืองเหนืออื่น ๆ แม้จะเป็นเมืองที่ใหญ่กว่า และมีพลเมืองมากกว่าเมืองตากมาก เช่น เมืองสุโขทัย เมืองสวรรคโลก เมืองพิชัย เมืองกำแพงเพชร และเมืองนครสวรรค์ก็หามีเมืองใดต่อสู้กองทัพพม่าแต่อย่างใดไม่ คงปล่อยให้กองทัพพม่าเดินเข้ายึดตัวเมืองได้อย่างสบาย
คงมีแต่เมืองตากแต่เพียงเมืองเดียวเท่านั้น ที่ได้สู้รบกับกองทัพพม่า ชาวเมืองตากถูกฆ่าฟันล้มตายไปไม่น้อย บ้านเรือนตลอดจนทรัพย์สินต่าง ๆ ของชาวเมืองถูกทำลายหรือเผาผลาญ พวกที่รอดตายถ้าหนีเข้าป่าเข้าดงไปไม่ทัน ก็จะถูกพม่าจับไปเป็นเชลย ส่งไปเป็นข้าเป็นทาสยังประเทศพม่าต่อไป ด้วยเหตุนี้ เมืองตากจึงกลายเป็นเมืองร้างอย่างสิ้นเชิง และคงอยู่ในสภาพเช่นนี้ต่อมาจนถึงสมัยกรุงธนบุรี

จนกระทั่งถึงสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) กษัตริย์องค์แรกและองค์เดียวในสมัยนี้ได้ทรงจัดการปกครองหัวเมืองเหนือทั้งปวง ภายหลังจากได้ตีเมืองพิษณุโลกและเมืองฝางได้ใน พ.ศ. 2313 แล้ว ได้ทรงแต่งตั้งเจ้าเมืองไปครองเมืองเหนือใหม่หมดทุกเมืองรวมทั้งเมืองตากด้วย

เมืองตากว่างจากการทำศึกสงครามเพียง 4 ปีเท่านั้น พอถึง พ.ศ. 2317 ก็ต้องเป็นที่ชุมนุมพลของกองทัพไทย เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะทรงยกไปตีเมืองเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง และในเวลาติด ๆ กันนี้ก็เกิดรบกับกองทัพทหารพม่า ซึ่งติดตามครัวมอญเข้ามาทางด่านแม่ละเมาอีก แต่การรบคราวนี้เป็นการรบย่อยกับทหารพม่า ที่ติดตามครัวมอญเข้ามานั้นเมืองตากจึงไม่ได้รับความเสียหายอย่างใด

พวกมอญที่หนีพม่าเข้าเมืองไทยครั้งนี้ มีหลายพวกและมาหลายทางด้วยกันครัวพวกสมิงสุหร่ายกลั่นเข้ามาทางด่านเมืองตากก่อน สมิงสุหร่ายกลั่นตัวนายได้เฝ้าพระเจ้ากรุงธนบุรี ที่เมืองตากก่อนเสด็จขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ ทูลให้ทรงทราบ ว่าพวกมอญจะพากันเข้ามาอยู่ในเมืองไทยมาก พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงคาดการว่าพม่าเห็นจะยกกองทัพตามครัวมอญเข้ามา จึงตรัสสั่งให้พระยากำแหงวิชิตคุมพล 2,000 ตั้งคอยรับครัวมอญอยู่ที่บ้านระแหง แขวงเมืองต่าง และให้พระยายมราช (แขก) คุมกำลังไปตั้งขัดตาทัพอยู่ที่ท่าดินแดงในลำน้ำไทรโยคคอยรับครัวมอญที่จะเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์อีกทาง แล้วจึงเสด็จยกกองทัพหลวงขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ด้วยประมาณการว่า คงจะตีเมืองเชียงใหม่ได้ทันกลับลงมาต่อสู้พม่าที่ยกเข้ามาทางข้างใต้

ด้วยเหตุนี้พอตีเมืองเชียงใหม่ได้แล้ว 7 วัน พระเจ้ากรุงธนบุรีก็เสด็จยกกองทัพหลวงกลับลงมา มาถึงนครลำปางก็ได้ทราบว่า มีกองทัพพม่ายกล่วงด่านแม่ละเมาเข้ามาในแดนเมืองตาก จึงรีบเสด็จกลับลงมา พอถึงท่ามืองตาก ก็พบกองทัพพม่าที่ยกเข้ามาทางด่านแม่ละเมานั้น มาใกล้จวนจะถึงเมืองตาก จึงรีบเสด็จลงมา โดยมีแต่กองทัพสำหรับรักษาพระองค์ กองอื่นยังตามมาไม่ถึง จึงตรัสสั่งให้หลวงมหาเทพ กับจมื่นไวยวรนาถคุมทหาร 2,000 คน ยกไปตีกองทัพพม่ายกไปก็ได้รบในวันนั้นเอง แต่พอค่ำพม่าก็ถอยหนีกลับไป ขณะนั้นกระบวนเรือพระที่นั่งคอยรับเสด็จอยู่ที่ค่ายหลวงบ้านระแหง ใต้เมืองตากลงมา ด้วยเดิมกำหนดว่าจะเสด็จกลับทางบกจนถึงบ้านระแหง หาได้คาดว่าจะต้องมารบพุ่งกับข้าศึกที่เมืองตากไม่ ครั้นทรงทราบว่าหลวงมหาเทพกับ จมื่นไวยวรนาถ ตีพม่าถอยหนีกลับไป พระเจ้ากรุง ธนบุรี จะทรงดำริว่าพม่าที่ถอยหนีไปเป็นแต่กองหน้ากองหลังยังจะตามมาอีก จะวางใจไม่ได้ ถ้าไม่รีบตีให้แตกไปให้หมด ช้าไปพม่าจะรวมกำลังกันยกกลับเข้ามาเป็นกองใหญ่ จึงมีรับสั่งให้กองทัพบกสวนทางพม่าลงมา แล้วเสด็จทรงเรือของจมื่นจงกรมวัง รีบล่องลงมาบ้านระแหง

ในเวลา 2 ยามค่ำวันนั้น เรือที่ทรงมาโดนตอล่มลงต้องว่ายน้ำขึ้น ทรงพระดำเนินมาจนถึงค่ายหลวงที่บ้านระแหง มีรับสั่งให้ พระยากำแหงวิชิต รีบยกกองทัพออกไปสกัดตัดหลังกองทัพพม่า ที่ยกตามเข้ามาทางด่านแม่ละเมา ให้ถอยหนีไปให้สิ้นเชิง พระเจ้ากรุงธนบุรีประทับรอฟังอยู่ที่บ้านระแหง 7 วัน และในระหว่างนั้นที่กรุงธนบุรีมีใบบอกขึ้นไปว่า มีครัวมอญเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์เป็นอันมาก ก็เข้าพระทัยว่าคงมีกองทัพพม่ายกติดตามครัวมอญเข้ามาทางนั้นอีก พอได้ทรงทราบว่ากองทัพพระยากำแหงวิชิตตีพม่าที่เข้ามาทางด่านแม่ละเมา ถอยหนีกลับไปหมดแล้ว ก็เสด็จยกกองทัพหลวงโดยทางชลมารค ลงมาจากบ้านระแหงเทั้งกลางวันและกลางคืน 5 วันก็ถึงกรุงธนบุรี

พ.ศ. 2318 เมืองตากก็ถูกศึกใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คือเมื่อคราวอะแซ-หวุ่นกี้ตีหัวเมืองเหนือ ได้ยกกองทัพเข้ามาทางด่านแม่ละเมา แต่เจ้าเมืองตากเห็นว่ากำลังไพร่พลของเมืองตากน้อย ไม่สามารถจะต่อสู้กับกองทัพของอะแซหวุ่นกี้ได้ ก็พาครัวราษฎรอพยพหลบหนีออกจากเมืองไป กองทัพพม่าจึงยกจากเมืองตากไปทางบ้านด่านลานหอย ตรงไปยังเมืองสุโขทัย และเมื่อคราวที่อะแซหวุ่นกี้ถอยทัพ ก็ถอยผ่านเมืองตากตามไปตามทางเดิม คือทางด่านแม่ละเมาอีกเหมือนกัน สงครามคราวนี้เมืองตากไม่เสียหายมากมายเท่าใดนัก เพราะไม่ได้สู้รบกับกองทัพพม่า แต่หัวเมืองใหญ่ ๆ ของไทย เช่นเมืองพิษณุโลกและเมืองสุโขทัยนั้นเสียหายมาก

ในปี พ.ศ. 2328 สมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก กองทัพของพม่าจึงเข้าตีประเทศไทยเป็นการใหญ่โดยพระเจ้าปะดุงกษัตริย์พม่า ทรงโปรดให้จัดกองทัพแบ่งออก 9 ทัพด้วยกัน และให้กองทัพเหล่านี้ยกเข้าตีเมืองไทยทุกทิศทุกทาง ทั้งทางเหนือทางตะวันตกและทางใต้ กองทัพที่ 9 ของพระเจ้าปะดุงอันมีจอข่องนรทาเป็นแม่ทัพ ได้ยกเข้ามาทางด้านแม่ละเมา เมื่อเข้าตีเมืองตากได้แล้ว ก็ยกข้ามฟากมาตั้งอยู่ที่บ้านระแหง เพื่อรอฟังผลการรบของกองทัพอื่น ๆ ต่อไป แต่เนื่องจากจอข่องนรทาได้ทราบข่าวว่ากองทัพพม่าอีกกองหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ปากพิงถูกกองทัพไทยตีแตกกลับไปแล้ว และบางทีได้ทราบว่ากองทัพหลวงซึ่งพระเจ้าปะดุง ทรงเป็นจอมพลยกเข้ามาทางด่าน พระเจดีย์สามองค์ถอยกลับไปแล้วด้วย เฉพาะฉะนั้นเมื่อได้ทราบข่าวว่ากองทัพไทยยกตามขึ้นไปถึงเมืองกำแพงเพชร จึงไม่รอต่อสู้รีบถอยหนีกลับไปด่านแม่ละเมา

หลังจากสงครามคราวนี้ ก็ไม่มีเหตุการณ์อันใดเกิดขึ้นกับเมืองตากอีก ชาวเมืองตากที่อพยพหลบหนีข้าศึกเข้าป่าเข้าดงไปก็ค่อย ๆ กลับเข้ามาหากินอยู่ในเมืองตากต่อไปตามเดิม

จนกระทั่งถึง รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชดำริเห็นว่าตัวเมืองเดิมเอาแม่น้ำไว้ข้างหลัง ในเวลาถอยทัพย่อมได้รับความลำบาก เนื่องจาก แม่น้ำน้ำกว้างใหญ่ขวางกั้นอยู่ สู้ย้ายเมืองข้ามฟากมาตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งไม่ได้ เพราะการที่ย้ายมาตั้งฟากนี้จะทำให้มีแม่น้ำขวางหน้า เป็นเสมือนคูเมืองขนาดใหญ่ ทำให้ข้าศึกเข้าตีลำบาก ทั้งการที่จะส่งกองทัพไปช่วย หรือถอยทัพหนีข้าศึกก็จะทำได้สะดวก เพราะฉะนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดให้ย้ายตัวเมืองตากจากที่เดิม มาตั้งใหม่ที่บ้านระแหง ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับเมืองตาก ที่บ้านป่ามะม่วง ตัวเมืองที่ย้ายมาใหม่นี้ตั้งอยู่ตำบลนี้เรื่อยมา จนกระทั่งถึงทุกวันนี้

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการจัดระเบียบการปกครองและบริหารราชการขึ้นใหม่ อันเป็นการปูพื้นฐานในรูปการจัดระเบียบการปกครองสมัยใหม่ โดยมีนโยบายรวมหัวเมืองต่างๆ ให้เข้าเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่ง อันเดียวอย่างเป็นปึกแผ่นมั่นคง คือเปลี่ยนจากแบบราชาธิราช มาเป็นแบบราชอาณาจักร

เมื่อ พ.ศ. 2438 ได้มีการรวมหัวเมืองจัดเป็นมณฑลเทศาภิบาลขึ้นอีก 3 มณฑล คือ มณฑลนครชัยศรี มณฑลนครสวรรค์ และมณฑลกรุงเก่า จังหวัดตากในสมัยนั้นจัดเป็นหัวเมืองที่ขึ้นกับมณฑลนครสวรรค์เรื่อยมา จนกระทั่งได้มีการยกเลิกไป

ที่มา : ประวัติศาสตร์ส่วนภูมิภาคจังหวัดตากฯ

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

จังหวัดตากตั้งอยู่ในภาคเหนือค่อนไปทางตะวันตกของประเทศไทย ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15 องศา 50 ลิปดา 36 ฟิลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศา 7 ลิปดา 22 ฟิลิปดาตะวันออก อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล116.2 เมตร (วัดจากที่ตั้งศาลากลางจังหวัด) ห่างจากกรุงเทพมหานครตามระยะทางทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ประมาณ 426 กิโลเมตร จังหวัดตากมีพื้นที่ประมาณ 16,406.65 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 10,324,156.25 ไร่ ซึ่งเป็นจังหวัดทีมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของภาคเหนือ รองจากจังหวัดเชียงใหม่

6-5 8-2-1
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดตาก                                      รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดตาก

 

อาณาเขต

จังหวัดพะเยามีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดต่างๆ 9 จังหวัด และ 1 ประเทศดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับติดต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดกาญจนบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสุโขทัย จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า

 

ลักษณะภูมิประเทศ

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดตากประกอบด้วยป่าไม้และเทือกเขาสูง มีพื้นที่ราบสำหรับการเกษตรน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงเป็นทิวเขาถนนธงชัยสูงสลับซับซ้อนเป็นตัวแบ่งพื้นที่จังหวัดออกเป็น 2 ฝั่ง ได้แก่ ตากฝั่งตะวันออกและตากฝั่งตะวันตก ซึ่งแต่ละฝั่งจะมีลักษณะภูมิประเทศดังนี้

    1. ด้านตะวันออก ประกอบด้วย 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตากอำเภอบ้านตาก อำเภอสามเงา และกิ่งอำเภอวังเจ้า ลักษณะภูมิภาคด้านนี้ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ ประกอบด้วยภูเขาสูงประมาณร้อยละ 65 ของพื้นที่ ปกคลุมไปด้วยป่าไม้โปร่งและป่าเบญจพรรณ และเป็นพื้นที่ราบลาดเอียงลงไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำปิงและแม่น้ำวัง ทำให้เกิดเป็นพื้นที่ราบแคบๆ ริม 2 ฝั่งแม่น้ำ
    2. ด้านตะวันตก ประกอบด้วย 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันซับซ้อนสลับกับหุบเขาแคบๆ ประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่ ปกคลุมไปด้วยป่าโปร่ง ป่าดงดิบ และป่าสน พื้นที่ลาดเอียงลงไปทางทิศตะวันตกลงสู่แม่น้ำเมย ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมสหภาพเมียนม่า ส่วนที่เป็นที่ราบต่ำถึงเป็นลอนลาดมีความสูงอยู่ระหว่าง 80-200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ครอบคลุมเนื้อที่ร้อยละ 16 ของจังหวัด บริเวณที่เป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนชันมีความสูงอยู่ระหว่าง 200-300 เมตร ครอบคลุมเนื้อที่ร้อยละ 10.5 ของจังหวัด


สำหรับพื้นที่ที่เหลือเป็นเนินเขาเตี้ยไปจนถึงภูเขาสูง ซึ่งในกลุ่มนี้ มีทั้งพื้นที่ที่มีความสูงระหว่าง 300-700 เมตรจากระดับน้ำทะเลและระหว่าง 700-2,200 เมตร

ทั้งนี้ ยอดเขาสูงสุดทางตะวันออกของอำเภอท่าสองยางที่เคยวัดได้ มีความสูง 1,752 เมตร และยอดเขาสูงสุดทางตะวันออกของอำเภออุ้มผางที่เคยวัดได้มีความสูง 1,898 เมตรจากระดับน้ำทะเล

 

ลักษณะภูมิอากาศ

เนื่องจากจังหวัดตากมีสภาพภูมิประเทศแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านตะวันออกและตะวันตก ทำให้ลักษณะภูมิอากาศของจังหวัดแตกต่างกันไปด้วย โดยเทือกเขาถนนธงชัยเป็นตัวปะทะมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน ทำให้จังหวัดตากฝั่งตะวันออกจะได้รับความชุมชื้นจากลมมรสุมไม่เต็มที่ ขณะที่ฝั่งตะวันตกจะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมมากกว่า ทำให้ปริมาณฝนตกฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะในบริเวณที่อยู่ในเขตภูเขา เช่น อำเภอท่าสองยาง อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง ซึ่งอากาศจะหนาวเย็นมากกว่าฝั่งตะวันออก

ในปี พ.ศ.2552 จังหวัดตากมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 40.20 องศาเซลเซียสในเดือนกุมภาพันธ์ และมีอุณหภูมิต่ำสุด 9.70 องศาเซลเซียสในเดือนมกราคม สำหรับอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 2552 อยู่ที่ระดับ 28.88 องศาเซลเซียส

ทั้งนี้ จังหวัดตากมีปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยตลอดปี 2552 ที่ 737.70 มิลลิเมตร และมีจำนวนวันที่ฝนตกอยู่ที่ 91 วัน

การแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดตากแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 อำเภอ 63 ตำบล 541 หมู่บ้าน

7-3

1. อำเภอเมืองตาก

2. อำเภอบ้านตาก

3. อำเภอสามเงา

4. อำเภอแม่ระมาด

5. อำเภอท่าสองยาง

6. อำเภอแม่สอด

7. อำเภอพบพระ

8. อำเภออุ่มผาง

9. อำเภอวังเจ้า

รูปที่ 7 อำเภอในจังหวัดตาก

 

 

 

หัวหน้าส่วนราชการ

ผู้ว่าราชการจังหวัด นายสามารถ ลอยฟ้า
รองผู้ว่าราชการจังหวัด

นายวุฒิ  สิทธิสุราษฎร์ และ นายมงคล  สัณฐิติวิฑูร

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายเบญจพล เปรมปรีดา



หน่วยงานบริหารราชการ

ส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง 29 หน่วยงาน
ส่วนราชการส่วนภูมิภาค 58 หน่วยงาน
ส่วนราชการท้องถิ่น ได้แก่
เทศบาลเมือง 1 แห่ง
เทศบาลตำบล 14 แห่ง
องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
องค์การบริหารส่วนตำบล 55 แห่ง

 

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดตากมีเขตเลือกตั้ง 1 เขต มีจำนวน ส.ส. ได้ทั้งสิ้น 3 คน

ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตากตามผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ได้แก่

    1. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์
    2. นายธนิตพล ไชยนันทน์
    3. นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ

 

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

จังหวัดตากเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วไป พ.ศ. 2551 มี ส.ว. ได้ 1 คน

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551ได้แก่ นายชรินทร์ หาญสืบสาย

ประชากร

มีประชากรรวมจำนวนทั้งสิ้น 531,018 คน แบ่งเป็นประชากรเพศชายจำนวน 269,370 คน และเพศหญิงจำนวน 261,648 คน (ข้อมูลตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554)

เนื่องจากทิศตะวันตกของจังหวัดตากติดต่อกับชายแดนไทยพม่า ซึ่งเป็นพรมแดนหลายร้อยกิโลเมตร จังหวัดตากได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบและแบ่งแยกดินแดนในประเทศพม่าในบริเวณดังกล่าว การสู้รบกันหลายครั้งทำให้ทางการไทยและหน่วยงานระหว่างประเทศต้องเข้ามาแบกภาระการลี้ภัยทางการเมืองของชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะที่อำเภอพบพระ อำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง ทั้งนี้ พื้นที่พักพิงผู้หนีภัยจากการสู้รบในจังหวัดตากมีอยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือ

    1. พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ ตั้งอยู่ที่บริเวณหมู่ที่ 9 ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง
    2. พื้นที่พักพิงชั้วคราวบ้านอุ้มเปี้ยม ตั้งอยู่ที่บริเวณหมู่ที่ 1 ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ
    3. พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านนุโพ ตั้งอยู่ที่บริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง


นอกจากนี้ ในจังหวัดตากยังชนกลุ่มน้อยที่เป็นชนเผ่าต่างๆ อาศัยอยู่ในทุกอำเภอ ซึ่งปัจจุบัน ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดตากได้แก่ กระเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน อ่าข่า ลาหู่ ลีซู และชาวไทยพื้นราบ

 

ศาสนา

ข้อมูลจากสำนักงานจังหวัดตากระบุว่า ประชากรในจังหวัดร้อยละ 90.1 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 5.1 นับถือศาสนาคริสต์ ร้อยละ 4.7 นับถือศาสนาอิสลาม และอื่นๆ ร้อยละ 0.1

ด้านจำนวนศาสนสถานทั้งหมดมีจำนวน 372 แห่ง จำแนกเป็นวัด 246 แห่ง โบสถ์คริสต์ 119 แห่ง และมัสยิดอีกจำนวน 7 แห่ง

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดตาก พ.ศ.2538 - 2553

GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, TAK PROVINCE: 1995-2010

สาขาการผลิต 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553p
  -1995 -1996 -1997 -1998 -1999 -2000 -2001 -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 (2010p)
ภาคเกษตร 2,413 2,872 2,678 2,777 2,580 2,459 3,325 3,786 4,129 4,597 5,719 6,144 6,907 8,100 7,214 8,628
เกษตรกรรม การล่าสัตว์
และการป่าไม้
2,317 2,757 2,569 2,665 2,503 2,385 3,258 3,722 4,085 4,555 5,670 6,029 6,844 8,052 7,155 8,571
การประมง  96   115     109 112  77  74  68 64 43 42  49 115  63 48  60  57
ภาคนอกเกษตร 10,030 11,069 10,761 11,419 11,892 12,790 13,078 13,635 15,114 17,527 19,408 22,180 22,160 21,367 23,151 25,666
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 1,001 1,131 801 1,394 1,377 1,364 791 966 1,159 1,763 2,378 4,182 3,338 1,279 1,734 1,829
การผลิตอุตสาหกรรม 1,680 1,677 1,431 1,413 1,689 2,273  2,544 2,721 3,012 3,463 3,852 3,992 4,035 4,957 5,180 6,574
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 492   464     527   569    561   561 574    576 591 623 659 722 743 758 853 991
การก่อสร้าง  1,183 1,451  1,267    891    912     773     832   829 1,032 1,370 1,375 1,485 1,913 1,729 1,765 1,774
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ใน
ครัวเรือน
1,403 1,560 1,568 1,441 1,515 1,617 1,901 1,849 2,020 2,165 2,489 2,753 2,948 3,179 3,859 4,262
โรงแรมและภัตตาคาร   107 131    123 123   153 170 164 167 154 153    141  131 131 128 121 125
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า
และการคมนาคม
  517  562 650     742     675 741 829 881 974 910 870 878 907 1,026 1,102 1,033
ตัวกลางทางการเงิน   528 621   558    524 386 408 448 530 567  645 772  880 1,041 1,112 1,111 1,165
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์
การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ
         427          500          576          700          856          892          859          952       1,077       1,157       1,241       1,369       1,285       1,236       1,259       1,324
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 1,441 1,568 1,755 1,940 2,039 2,189 2,309 2,224 2,493 2,914 2,952 2,795 2,640 2,466 2,519      2,790
การศึกษา 831 887  951 1,089 1,101 1,141 1,163 1,200 1,255 1,409 1,590 1,861 2,003 2,204 2,262 2,424
การบริการด้านสุขภาพ
และงานสังคมสงเคราะห์
303 368 394 444 466 485 498 573 574 672 761 835 908 959 1,030 1,073
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ      93  123 131 121 133  143 136 142 171 230   258 244  214 225 240 241
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล    24  26  28 28 29 32  31  24  36  52   70 52    53    109 115 61
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 12,444 13,942 13,439 14,196 14,473 15,249 16,404 17,421 19,243 22,124 25,127 28,324 29,067 29,468 30,365 34,294
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 29,482 33,004 29,664 30,304 29,906 30,613 32,618 34,373 37,742 43,176 48,827 54,805 55,901 56,287 57,580    64,545
ประชากร (1,000 คน)  422 422 453 468 484 498  503  507  510     512    515 517 520  524 527 531


จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดตาก พ.ศ. 2545 - 2554

POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, TAK PROVINCE: 2002 - 2011

หน่วย : คน

สถานภาพแรงงาน    2545  
(2002) 
 2546  
(2003) 
 2547  
(2004) 
 2548  
(2005) 
 2549  
(2006) 
 2550  
(2007) 
 2551  
(2008) 
 2552  
(2009) 
 2554  
(2011) 
 รวม 
 ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  262,456 264,468    325,719    342,495   356,571 364,164 388,132   411,428 424,699
 ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  189,003 197,519 239,136   248,025 255,192 260,133 283,224 306,770 303,998
        ผู้มีงานทำ     180,585 190,145 231,562 241,432 248,737 255,334 280,382 304,104 300,774
        ผู้ว่างงาน    2,958 7,059    5,493   5,408 5,252  3,022  2,279  1,837 2,363
        ผู้ที่รอฤดูกาล  5,460         316  2,082 1,186 1,203 1,778      564      829 861
 ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  73,452 66,949  86,582 94,470 101,380 104,031  104,908 104,658 120,702
 ชาย 
 ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  134,260 135,303 166,666 170,749 173,300 176,988  191,090    204,905 211,328
 ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  112,115 113,704 136,352 136,669 139,165 141,813 157,300 170,593 170,566
        ผู้มีงานทำ  108,224 110,242 133,562   133,544 136,902 140,033 155,674 168,702 168,589
        ผู้ว่างงาน  2,050 3,291 2,046 2,995 2,179 1,425   1,260 1,284 1,218
        ผู้ที่รอฤดูกาล  1,841 172     745    130   84   355  365 607    760
 ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน   22,145   21,599 30,313  34,080 34,135 35,175 33,790 34,313 40,762
 หญิง 
 ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  128,196 129,165 159,053 171,746  183,272 187,176 197,042 206,523  213,372
 ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  76,888 83,815 102,784 111,357 116,027 118,320 125,925 136,178 133,432
        ผู้มีงานทำ     72,361 79,903 98,000 107,889 111,834 115,301 124,707 135,403 132,185
        ผู้ว่างงาน  908 3,768 3,447   2,413 3,074 1,597 1,019      553 1,146
        ผู้ที่รอฤดูกาล    3,620     144   1,337     1,056 1,119 1,423   199   222  101
 ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  51,307 45,350 56,269 60,389   67,245 68,856 71,117 70,345 79,940

 

ประเพณี

เนื่องจากประชากรในจังหวัดตากส่วนหนึ่งมีเชื้อสายล้านนา จึงมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่คล้ายคลึงกับบางจังหวัดในภาคเหนือ โดยเฉพาะประเพณีที่สำคัญเช่น ประเพณีก๋วยสลาก และสงกรานต์ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นประเพณีของชาวไทยภูเขาหรือชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในจังหวัดตาก

1. ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า

งานบุญขึ้นธาตุเดือนเก้า เป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันสืบมาจากอดีตสู่ปัจจุบันของชาวบ้านอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก จัดขึ้นเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ งานบุญขึ้นธาตุเดือนเก้าจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้น 14 - 15 ค่ำ เดือน 9 ภาคเหนือ ตรงกับเดือน 6 ของภาคกลาง สถานที่จัดพิธี คือ วัดพระบรมธาตุ วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ที่นี้มีหลักฐานสำคัญ คือ เจดีย์ยุทธหัตถีอนุสรณ์สถานการศึกระหว่างพ่อขุนรามคำแหงกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด สำหรับการจัดงาน ในวันขึ้น 14 ค่ำของเดือน 9 ชาวบ้านกลุ่มศรัทธาวัดและกลุ่มที่นับถือร่างทรงของเทพและวิญญาณในอำเภอบ้านตากและอำเภอใกล้เคียงจะจัดขบวนแห่ต้นเงินผ้าป่า โดยชาวบ้านกลุ่มศรัทธาวัดจะมีขบวนบั้งไฟที่จัดทำไว้ล่วงหน้าประกอบด้วย ขบวนของชาวบ้านทั้งสองกลุ่มจะแห่ไปยังวัดพระบรมธาตุ ศาลหลักเมือง องค์พระเจดีย์ยุทธหัตถี และไปกราบร่างทรงของเจ้าพ่อขุนทะเลและเจ้าพ่อดงดำที่หอผีหน้าวัดพระบรมธาตุด้านทิศตะวันตก จากนั้นผู้รู้ผู้เป็นเจ้าพิธีก็จะกราบไหว้ผีเจ้าที่เจ้าทาง เพื่อทำพิธี "ขึ้นท้าวทั้งสี่" บอกกล่าวขอความคุ้มครองและขออนุญาตจัดงาน เมื่อถึงตอนบ่ายได้เวลาอันสมควรขบวนทั้งหมดก็จะชักชวนกันนำต้นเงินผ้าป่าและบั้งไฟไปแห่เวียนทักษิณาวัตรรอบองค์พระธาตุ แล้วนำไปถวายพระสงฆ์ขออนุโมทนา แผ่ส่วนบุญกุศลอุทิศให้เทพเบื้องบนและมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยสืบต่อไป

ต่อมาในวันรุ่งขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 เวลาประมาณ 08.00 น. ก็มาถึงกำหนดการสำคัญ อันเป็นจุดมุ่งหมายของงานนี้นั่นคือ ขึ้นพระธาตุเดือนเก้า ด้วยการแข่งขันจุดบั้งไฟ เสมือนหนึ่งจะให้บั้งไฟพุ่งขึ้นไปเสียดฟ้านั้น นำเอาศรัทธาทั้งมวลของชาวบ้านขึ้นไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์พระผู้มีพระภาคเจ้าและปวงเทพยดาบนสรวงสวรรค์ หลังจากนั้น ทุกคนก็จะแยกย้ายกันกลับบ้านของตน

สำหรับวิถีชีวิตของชาวบ้านตากจะมีวัฒนธรรมค่อนไปทางล้านนาและส่วนใหญ่ยังผูกพันอยู่กับความเชื่อในไสยศาสตร์และภูตผี ซึ่งในปัจจุบันยังพบการทรงเจ้าเข้าผีอยู่เป็นอันมาก โดยบุคคลที่เป็นร่างทรงนั้นเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในงานบุญขึ้นพระธาตุเดือนเก้าของชาวบ้านตาก กล่าวคือ ร่างทรงต่างๆ แต่จะเป็นผู้เก็บรวบรวมเงินที่มีผู้นำไปบริจาคด้วยความศรัทธาไว้สำหรับทอดผ้าป่าสามัคคีในงานบุญขึ้นพระธาตุเดือนเก้าเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เทพเจ้าหรือเจ้าของวิญญาณที่ตนรับเป็นร่างทาง ด้วยความเชื่อว่าจะเสริมสร้างบารมีให้ตนได้ไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้นต่อไป การทำบุญขึ้นพระธาตุจึงเป็นการรวมเอาความเชื่อของท้องถิ่นร่วมกันกับการบูชาคุณพระศาสดา

2. งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง

งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ของจังหวัดตาก เป็นงานประเพณีที่นำหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้าน และงานศิลปวัฒนธรรม มาหล่อหลอมรวมกันจนเกิดเป็นรูปแบบที่โดดเด่น มีการปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเป็นเวลายาวนานหลายชั่วอายุคน ซึ่งจะแตกต่างกับงานประเพณีลอยกระทงของจังหวัดอื่น เพราะส่วนประกอบของกระทงจะมีการนำ กะลามะพร้าว มาใช้เป็นส่วนใหญ่ เหตุที่มีการนำเอากะลามาเป็นส่วนประกอบนั้น เนื่องมาจากชาวเมืองตากมีการนำเอามะพร้าวมาแปรรูปทำเป็นอาหารว่าง ที่เรียกว่า "เมี่ยง" โดยถือเป็นอาหารว่างที่ชาวเมืองตากรับประทานเป็นประจำหลังอาหาร ซึ่งการทำ " เมี่ยง " นั้น จะขูดเอาเฉพาะเนื้อมะพร้าวมาทำ ส่วนกะลามะพร้าวจึงถูกทิ้งไว้ในบริเวณบ้านเป็นจำนวนมากและไม่มีการนำเอามาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ครั้นถึงวันเพ็ญ เดือนสิบสอง (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ประมาณเดือนพฤศจิกายน ชาวบ้านจึงได้ทดลองนำกะลาด้านที่ไม่มีรูมาทำเป็นกระทง โดยเอากะลามาขัดถูจนสะอาด ตกแต่งลวดลายสวยงาม ภายในกะลาใส่ด้ายดิบที่ฟั่นเป็น รูปตีนกา แล้วหล่อเทียนขี้ผึ้ง ซึ่งนำมาจากเทียนจำนำพรรษาที่พระสงฆ์จุดเพื่อทำพิธีสวดมนต์ในโบสถ์วิหารตลอดสามเดือนหลังจากออกพรรษาโดยชาวบ้านจะนำเทียนขี้ผึ้งเหล่านั้นมาหล่อใส่ในกะลา ซึ่งถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นศิริมงคลแก่ผู้นำไปลอย ก่อนที่จะปล่อยลงลอยในแม่น้ำปิง ประกอบกับแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านจังหวัดตากจะเกิดสันทรายใต้น้ำ ทำให้เกิดเป็นร่องน้ำที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เมื่อนำกระทงกะลาลงลอย กระทงกะลาจะไหลไปตาม

เดิมทีก่อนที่จะมาเป็นงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวงนั้น การนำเอากระทงกะลามาลอยเป็นสายจะเป็นเพียงการสาธิตการลอยเท่านั้น ซึ่งในระยะต่อมาได้มีการพัฒนาการลอยมาเป็นการแข่งขันกันอย่างยิ่งใหญ่ในปี พ.ศ. 2540 จนเป็นงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ในปัจจุบัน เป็นรูปแบบที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดตากที่ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

3. ประเพณีตานก๋วยสลาก

กระทำกันในเขตอำเภอซีกตะวันตกของจังหวัดตาก 5 อำเภอ คือ อำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง ประเพณีจะกำหนดภายในเดือน10 (เดือน 10 ของภาคเหนือคือก่อนออกพรรษา 1 เดือน) วัตถุประสงค์ของการจัดงานดังกล่าวคือ 1.รักษาเป็นประเพณี 2.ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้วายชนม์ 3.ให้พระภิกษุสามเณรได้มีปัจจัยของใช้พอควรในสมณเพศ 4.จัดหากองทุนและสิ่งของใช้ประจำวัด และ 5.เสริมสร้างความสามัคคีพร้อมเพรียงในหมู่คณะ ตานก๋วยสลากเป็นประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย โดยการจัดของไทยทานบรรจุในชะลอม (ก๋วย) ใบเล็กๆ โดยของไทยทานที่ใส่ในชะลอมจะเป็นพวกอาหาร ขนม ผลไม้หรือของใช้อื่นๆ แล้วรวบรวมนำไปถวายพระที่วัด ไม่เฉพาะเจาะจงพระผู้รับ แต่จะถวายโดยการจับฉลาก

4. ประเพณีกินวอ

ประเพณีกินวอ คือ งานปีใหม่ของชาวเขาเผ่าลีซอ จัดขึ้นระหว่างเทศกาลตรุษจีนของชาวจีนทุกปี ในวันแรกของพิธีกินวอ จะมีการเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ โดยการนำดอกไม้ธูปเทียน สุรา อาหาร ไปเซ่นไหว้ที่ศาลบนเขาใกล้หมู่บ้านและจะมีพิธีเต้นรำในตอนบ่าย เนื่องจากชาวลีซอนับถือผี ทั้งผีหลวงประจำดอยที่ชาวบ้านมักจะขึ้นไปสร้างศาลที่มีกองหางว่าวเล็กๆ และรั้วรอบขอบชิด นอกจากนี้ ชาวลีซอยังนับถือผีเมือง ซึ่งเป็นผีประจำหมู่บ้าน โดยในประเพณีกินวอนี้จะมีการเลี้ยงผีทั้ง 2 ไปพร้อมกันในพิธีดังกล่าว เมื่อถึงในวันงาน ชาวลีซอโดยเฉพาะผู้หญิงจะใส่เสื้อผ้าใหม่ที่บรรจงเย็บมาเป็นแรมปีและจะใส่เสื้อผ้าชุดนี้ไปตลอดปี จนถึงปีใหม่ของปีหน้าซึ่งมีพิธีกินวอครั้งต่อไป ผู้หญิงก็จะใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เตรียมเย็บไว้ระหว่างปีดังเช่นปีก่อน สำหรับในวันต่อมาหลังวันงานชาวบ้านจะไปร่วมรื่นเริงกันต่อที่บ้านของผู้ใหญ่ หรือบ้านของบุคคลที่ชาวลีซอเคารพนับถือ จากนั้นก็จะเป็นบ้านผู้ใหญ่บ้านตามลำดับ

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

1) วัดเขาถ้ำ ตั้งอยู่ที่บ้านแพะ ถนนพหลโยธิน ตำบลไม้งาม แยกขวาจากทางหลวงหมายเลข 1 ตรงกิโลเมตรที่ 423 เข้าไปตามถนนประมาณ 900 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2437 วัดเขาถ้ำนี้มีหินที่เป็นธรรมชาติวางเรียงรายเป็นชั้นสลับซับซ้อนกัน ทางเข้าถ้ำเป็นเขาสูงประมาณ 70 เมตร ภายในวัดเขาถ้ำมีรอยพระพุทธบาทจำลอง พระสังกัจจายน์ เจ้าแม่กวนอิม และหลวงพ่อทันใจประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปที่ปั้นด้วยปูนเสร็จภายในหนึ่งวัน บนยอดเขามีเจดีย์ตั้งอยู่ และสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองตากได้ และทุก ๆ ปี หลังวันสงกรานต์จะมีการจัดงานประเพณี "ขึ้นวัดเขาถ้ำ" โดยมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของไทย และสรงน้ำพระพุทธบาทจำลอง

2) ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ที่ถนนจรดวิถีถ่อง ใกล้กับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศาลนี้แต่เดิมอยู่ที่วัดดอยเขาแก้วฝั่งตรงข้ามกับตัวเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 ชาวเมืองเห็นว่าศาลนั้นไม่สมพระเกียรติ จึงช่วยกันสร้างศาลขึ้นใหม่พร้อมกับให้กรมศิลปากรหล่อพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงเล็กน้อย ในพระอิริยาบถที่กำลังประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา ที่ฐานพระบรมรูปมีคำจารึกว่า "พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2277 สวรรคต พ.ศ. 2325 รวม 48 พรรษา" ศาลนี้เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป

3) บ่อน้ำร้อนแม่กาษา อยู่ที่ตำบลแม่กาษา บ่อน้ำร้อนนี้อยู่ในตัวหมู่บ้าน มีความกว้างประมาณ 2 เมตร นอกจากนี้ยังมีธารน้ำร้อนเป็นสายมาพบกับธารน้ำเย็น เมื่อผ่านเข้าไปในบริเวณหมู่บ้านจะได้กลิ่นกำมะถันกรุ่นอยู่ทั่วไป และมีไอน้ำจาง ๆ ลอยขึ้นเหนือพื้นดินเล็กน้อย เมื่อเข้าไปดูที่ปากบ่อจะเห็นฟอง และการเดือดของน้ำได้ชัดเจน อุณหภูมิของน้ำสูงพอสมควร บริเวณหมู่บ้านมีธรรมชาติที่สวยงามล้อมรอบด้วยภูเขาสูง และไร่นา การเดินทาง จากเส้นทางสายแม่สอด-แม่ระมาด ตรงกิโลเมตรที่ 13-14 ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกแม่กาษา เข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร ผ่านเข้าไปในหมู่บ้านถึงบ่อน้ำร้อนแม่กาษา

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์
1. สัญลักษณ์และคำขวัญประจำจังหวัด สำนักงานจังหวัดตาก http://www.tak.go.th/logo.htm
2. ตราประจำจังหวัด http://www.tak.go.th/history.htm
3. ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด
4. ประวัติ         
5. ข้อมูลทั่วไป   
   5.1 ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดตาก http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm010100&headName=ข้อมูลทั่วไป
   5.2 อาณาเขต ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด  http://www.moi.go.th/portal/page?_pageid=193,626326,193_626382&_dad=portal&_schema=PORTAL
   5.3 ลักษณะภูมิประเทศ
   5.4 ลักษณะภูมิอากาศ สำนักงานจังหวัดตาก  http://www.tak.go.th/social.htm#ชนกลุ่มน้อย
   5.5 จำนวนประชากร โครงการพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าออนไลน์ http://akha.hilltribe.org/thai/akha-tak.php
6. การปกครอง   ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดตาก http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm010200&headName=หน่วยการปกครอง
   6.1 การแบ่งเขตการปกครอง
   6.2 หัวหน้าส่วนราชการ http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm060301&headName=อัตรากำลัง
   6.3 หน่วยงานบริหารราชการ สำนักงานจังหวัดตาก  http://123.242.165.138/tak_poc/vitual/head.htm
7. การเลือกตั้ง รัฐสภาไทย http://mp.parliament.go.th/map2550/map_north.htm
    7.1 การเลือกตั้งสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎร http://www.senate.go.th/profile/main.php?url=home
    7.2 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
8. สภาพทางสังคม ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดตาก http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm020301&headName=การนับถือศาสนา
    8.1 ศาสนา    สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตาก
    8.2 ประเพณี http://www.takculture.com/index.php?module=panee
9. เศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี http://www.nesdb.go.th
9.1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) แหล่งที่มารายได้ และรายได้ประชาชาติต่อหัว
9.2 ที่มารายได้ของครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ http://portal.nso.go.th
9.3 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี http://www.nesdb.go.th
10. การเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดตาก http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm030701&headName=
10.1 พื้นที่ทางการเกษตร
10.2 พื้นที่ที่ได้รับน้ำจากชลประทาน ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด http://www.moi.go.th
10.3 ผลผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ สำนักงานเกษตรจังหวัดตาก http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm030701&headName=การเกษตรกรรม
11. การอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตาก http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm030901&headName=การอุตสาหกรรม
11.1 จำนวนโรงงาน
11.2 เงินลงทุน
11.3 การจ้างงาน
11.4 อุตสาหกรรมสำคัญ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตาก http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm030901&headName=การอุตสาหกรรม
11.5 โครงการส่งเสริมจาก BOI สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก กระทรวงพาณิชย์ http://pcoc.moc.go.th/wappPCOC/views/dfactsheet.aspx?pv=63
11.6 สินค้า OTOP ที่สำคัญ
12. การพาณิชยกรรม สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตาก http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm031001&headName=การพาณิชยกรรม
12.1 จำนวนสถานประกอบธุรกิจการค้า
13. ข้อมูลแรงงาน  สำนักงานสถิติแห่งชาติ http://portal.nso.go.th
14. การศึกษา ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ http://210.1.20.11/doc/web_doc/#h5
14.1 จำนวนสถานศึกษา/ สถาบันการศึกษา
14.2 ข้อมูลนักเรียนจำแนกรายจังหวัด เพศ และชั้นการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ http://210.1.20.11/dataonweb/report/indexsum_prov.php
15. บริการสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก http://123.242.165.138/tak_poc/report/sar/report/report.php?id=sm020401&headName=สาธารณสุข
15.1 สถานพยาบาล  
15.2 บุคลากรทางสาธารณสุข
15.3 ข้อมูลสุขภาพ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย http://www.dopa.go.th/xstat/tran/bstat.htm
16. การท่องเที่ยว            http://www.tour-thai.net/north/tak/main.html
16.1 สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ
16.2 จำนวนนักท่องเที่ยว ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย และจังหวัด  http://www.moi.go.th
16.3 รายได้
16.4 จำนวนโรงแรมที่พัก ห้องพัก


  

JoomSpirit