นครสวรรค์

 

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดนครสวรรค์

1-5

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนครสวรรค์

 

รูปวิมาน หมายถึง ตามคติทางศาสนาที่เชื่อถือกันมาว่าบนสวรรค์นั้นเป็นที่อยู่ของเหล่าเทพทั้งหลาย ผู้มีบุญมากเท่านั้นจึงจะได้ไปบังเกิดในสวรรค์ มีวิมานเป็นที่สถิตอย่างสุขสบาย เมื่อจังหวัดนี้มีชื่อว่า นครสวรรค์ ซึ่งแปลว่าเมืองของชาวสวรรค์ จึงได้นำเอา วิมาน มาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้

 

คําขวัญ

"เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ"

 

ต้นไม้และดอกไม้ประจําจังหวัด

2-3 3-4
รูปที่ 2 ต้นเสลา รูปที่ 3 ต้นเสลา
4-4
รูปที่ 4 ดอกเสลา

 

นครสวรรค์ เป็นเมืองโบราณซึ่งสันนิษฐานว่าตั้งขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี โดยมีปรากฏชื่อในศิลาจารึกเรียกว่า "เมืองพระบาง" เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการทำศึกสงครามมาทุกสมัย ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ตัวเมืองดั้งเดิมตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาขาด (เขาฤๅษี) จรดวัดหัวเมือง (วัดนครสวรรค์) ยังมีเชิงเทินดินเป็นแนวปรากฏอยู่ ต่อมาเมืองพระบางได้เป็นชื่อเป็น "เมืองชอนตะวัน" เนื่องจากตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หันหน้าเมืองไปทางแม่น้ำ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกทำให้แสงอาทิตย์ส่องเข้าหน้าเมืองตลอดเวลา และภายหลังได้เปลี่ยนเป็น "เมืองนครสวรรค์" ดังที่เรียกกันในปัจจุบัน

เมืองนครสวรรค์มีชื่อเรียกเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาแต่เดิมว่า "ปากน้ำโพ" โดยปรากฏว่ามีการเรียกกันมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตามประวัติศาสตร์ในคราวที่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กองทัพเรือจากกรุงศรีอยุธยายกไปรับทัพข้าศึกที่ปากน้ำโพ แต่ต้านข้าศึกไม่ไหวจึงล่าถอยกลับไป สำหรับที่มาของคำว่า "ปากน้ำโพ" นั้น สันนิษฐานได้ 2 ประการ ประการแรกคือ อาจมาจากคำว่า "ปากน้ำโผล่" เพราะเป็นสถานที่ที่แม่น้ำปิง ยม และน่าน ไหลมาบรรจบรวมกันเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนข้อสันนิษฐานอีกประการหนึ่งคือ มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่อยู่ตรงปากน้ำบริเวณวัดโพธิ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลเจ้าพ่อกวนอูในปัจจุบัน จึงเรียกกันว่า ปากน้ำโพธิ์ ก็อาจเป็นได้

ในปีพ.ศ. 2321 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงดำรงพระยศเป็นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกทรงนำพระพุทธรูปชื่อ "พระบาง" มาไว้ที่เมืองนี้ ต่อมาไทยรบกับพม่าและปราบหัวเมืองฝ่ายเหนือที่ยกมาตีกรุงศรีอยุธยาและตอนต้นกรุงเทพฯ กองทัพไทยได้ยกเคลื่อนที่ขึ้นมาและเลือกเมืองนครสวรรค์ (ที่เคยเป็นโรงทหารเก่าหลังโรงเหล้าปัจจุบัน) เป็นที่ตั้งทัพหลวง แล้วดัดแปลงขุดคูประตู หอรบจากตะวันตกตลาดสะพานดำไปบ้านสันคูจนถึงทุ่งสันคู ซึ่งปัจจุบันยังปรากฏแนวคูอยู่ เมื่อข้าศึกยกลงมาจากทุ่งหนองเบน หนองสังข์ สลกบาตร และตะวันออกเฉียงใต้ของลาดยาวมาเหนือทุ่งสันคู เมื่อฤดูแล้งเป็นที่ดอนขาดน้ำ ดังนั้นนครสวรรค์จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เมืองพระบาง"

ต่อมาสมัยราชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงมหาดไทย จัดรูปแบบระบบมณฑลเทศาภิบาลขึ้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาดัสกร ปลาส (อยู่) เป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลเป็นคนแรก

ตัวเมืองนครสวรรค์ ได้ย้ายไปอยู่ทางฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกด้วย จนเกิดเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น และมีตัวอำเภอเมืองอยู่ที่อำเภอบ้านแก่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2447 ตำบลบ้านแก่งก็ย้ายกลับมาอยู่ที่ปากน้ำโพดังเดิม เรียกว่า "ตำบลปากน้ำโพ" ในปี พ.ศ.2458 สมัยรัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดรูปแบบการปกครองเป็นแบบจังหวัด อำเภอ แทนแบบตำบล จึงได้ย้ายตัวเมืองกลับมายังฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอีกครั้งหนึ่ง แล้วให้เรียกชื่อว่า "อำเภอเมืองนครสวรรค์" ดังปัจจุบันนี้

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

จังหวัดนครสวรรค์อยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งอยู่ระหว่างละติจูด 15 องศา 40 ลิบดาเหนือ กับละติจูด 16 องศา 10 ลิบดาเหนือ และระหว่าง ลองจิจูด 99 องศา 5 ลิบดาตะวันออก กับลองจิจูด 100 องศา 50 ลิบดาตะวันออก อยู่บริเวณตอนกลางของประเทศไทยเหนือเส้นศูนย์สูตร ค่อนไปทางซีกโลกด้านตะวันออก ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือโดยทางรถยนต์เป็นระยะทาง 237 กิโลเมตร จังหวัดนครสวรรค์มีพื้นที่ประมาณ 9,597,677 ตารางกิโลเมตร หรือ 5,998,548 ไร่

5-2 8-1
รูปที่ 4 ที่ตั้งจังหวัดนครสวรรค์                                      รูปที่ 5 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดนครสวรรค์

 

อาณาเขต

จังหวัดนครสวรรค์มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดและประเทศใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบางมูลนาก อำเภอโพทะเล กิ่งอำเภอบึงนาราง และกิ่งอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดพิจิตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอสว่างอารมณ์ และอำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี อำเภอเมืองชัยนาท อำเภอสรรพยา และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอบ้านหมี่ อำเภอหนองม่วง และอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบึงสามพัน และอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอสว่างอารมณ์ และอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี

 

ลักษณะภูมิประเทศ

จังหวัดนครสวรรค์อยู่ในธรณีโครงสร้างของแม่น้ำเจ้าพระยา หรืออยู่ในบริเวณที่เรียกว่า "กราเบน" (Graben) อายุทางธรณีของพื้นที่เหล่านี้มีตั้งแต่เก่าแก่ที่สุดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน กลุ่มหินที่สำคัญ เช่น บริเวณภูเขาสูงทางตะวันตกของอำเภอลาดยาว เป็นหินอายุเก่าแก่ที่สุด คือ กลุ่มหินอุทัยธานี อายุประมาณมหายุคพรีแคมเบรียน ( มากกว่า 600 ล้านปี) จากสภาพพื้นฐานทางโครงสร้างธรณีดังได้กล่าวมีผลทำให้ภูมิประเทศของจังหวัดนครสวรรค์มีลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ โดยพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดจะเป็นแอ่งที่ต่ำของที่ราบน้ำท่วมถึง สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 22 เมตร ส่วนบริเวณทางทิศตะวันออกและทางทิศตะวันตกจะมีระดับค่อย ๆ สูงขึ้น ๆ โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันตกสุดในอำเภอแม่วงก์บริเวณเขาตาอุโจ พื้นที่มีระดับสูงมากถึง 1,780 เมตร และจากลักษณะภูมิประเทศที่ปรากฏสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 เขตย่อย คือ

เขตภูเขาสูงด้านตะวันตก อยู่ทางด้านตะวันตกของอำเภอแม่วงก์ เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่วงก์และแม่น้ำสะแกกรัง บริเวณนี้เป็นพื้นที่แห่งเดียวของจังหวัดที่ยังมีสภาพป่าดงดิบหลงเหลืออยู่ เพราะเป็นที่สูงและเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ แม่วงก์-แม่เปิน ภูเขาสำคัญในเขตนี้ คือ เขาชนกัน มีลำน้ำแม่วงก์ตัดผ่านช่องเขาในลักษณะร่องน้ำ (Water gap) และเนื่องจากเขตนี้เป็นที่สูงและภูเขา จึงมีประชากรอาศัยอยู่เพียงเล็กน้อย

เขตที่ราบเนินตะกอนรูปพัด เป็นพื้นที่ต่อเนื่องมาจากเขตภูเขาสูงด้านตะวันตก อยู่ในอำเภอลาดยาว เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างลาดเทจากที่สูงทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก จึงทำให้ชุมชนลาดยาวประสบปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วมเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติถูกทำลายไป ทำให้สภาวะน้ำท่วมมีความรุนแรงมากขึ้น พื้นที่บริเวณนี้ปัจจุบันมีการปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ส่วนบริเวณพื้นที่ราบต่ำจะใช้ทำนา ในเขตนี้มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นเป็น หย่อม ๆ แถบบริเวณลุ่มน้ำ

เขตที่ราบขั้นบันไดทางตะวันออก เป็นขอบเขตของที่ราบขั้นบันได ซึ่งต่อเนื่องมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่มีภูเขาซึ่งผ่านการสึกกร่อนมาก ทำให้ภูเขาที่เหลืออยู่มีระดับสูงไม่มากนัก ประกอบกับพื้นที่สูง ๆ ต่ำ ๆ เป็นลอนคลื่น ทำให้ประชากรตั้งถิ่นฐานอย่างกระจัดกระจาย นอกจากการทำนาในพื้นที่ราบลุ่มแล้ว เขตนี้นับว่ามีความสำคัญมากในการปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่วเขียวผิวมัน อ้อย ฝ้ายและมันสำปะหลัง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่นี้ค่อนข้างสูงและมักขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก แม้ว่าบางแห่งจะมีคลองชลประทานช่วยบ้างก็ตาม เช่น อำเภอตาคลี ดังนั้นประชากรจึงอาศัยอยู่ไม่ค่อยหนาแน่นนัก

เขตที่ราบลุ่มตอนกลาง คือพื้นที่สองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิง และแม่น้ำน่าน มีพื้นที่ คลอบคลุมอาณาเขตกว้างขวางมากกว่าทุกเขต มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำนา ดังนั้นเขตนี้จึงเป็นแหล่งผลิตข้าวที่เด่นกว่าเขต อื่น ๆ ขณะเดียวกันก็มีการเพาะปลูกพืชไร่ร่วมด้วยในพื้นที่ระดับสูงขึ้น เช่น อ้อย ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่วเขียวผิวมัน เป็นต้น

ทั้งนี้ จากสภาพที่ราบลุ่มดังกล่าว ประกอบกับเป็นพื้นที่แอ่งต่ำที่เป็นที่รองรับลำน้ำจากหลายสายที่ไหลมารวมกัน ทำให้จังหวัดนครสวรรค์มีแหล่งน้ำที่สำคัญเป็นจำนวนมาก ได้แก่ บึงบอระเพ็ด ซึ่งเป็นบึงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ตั้งอยู่ระหว่างเขตติดต่อ 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมแสง และอำเภอท่าตะโก นอกจากนี้ ยังมีแหล่งน้ำที่สำคัญอื่น ๆ อีก คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน และลำน้ำแม่วงก์ ตลอดจนมีคลองและหนองน้ำ ต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ประชากรในจังหวัดนครสวรรค์จึงมีอาชีพสำคัญอีกอาชีพหนึ่ง คือ การประมง โดยประชากรจะมีการเลี้ยงปลาทั้งในบ่อและในกระชัง ซึ่งอำเภอที่มีจำนวนบ่อเลี้ยงปลามากที่สุด คือ อำเภอชุมแสง ขณะที่การเลี้ยงปลาในกระชังจะมีมากในบริเวณริมสองฝั่งของลำน้ำน่านและลำน้ำเจ้าพระยา เริ่มตั้งแต่ตำบลฆะมัง อำเภอชุมแสง จนถึงอำเภอพยุหะคีรี

ลักษณะภูมิอากาศ

จังหวัดนครสวรรค์มีลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้น มีช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งที่เห็นเด่นชัดและสามารถแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ

  • ฤดูฝน เริ่มประมาณเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ซึ่งจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้วัดปริมาณน้ำฝนสูงสุดได้ในเดือนกันยายนที่ระดับ 296.70 มิลลิเมตร
  • ฤดูหนาว อยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคม จะได้รับอิทธิพลความเย็นมาจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ วัดอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดได้ในเดือนมกราคมที่ระดับ 11.50 องศาเซลเซียส
  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม สภาพอากาศจะร้อนถึงร้อนจัด วัดอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดได้ในเดือนเมษายนที่ 39.80 องศาเซลเซียส

ทั้งนี้ ในปี 2552 จังหวัดนครสวรรค์มีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 20.55 องศาเซลเซียสและมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 36.71 องศาเซลเซียส ส่วนปริมาณน้ำฝนทั้งหมดที่วัดได้ในปี 2552 อยู่ที่ประมาณ 1,415.4 มิลลิเมตร และมีจำนวนวันที่ฝนตกทั้งหมด 101 วัน

การแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดนครสวรรค์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 15 อำเภอ 130 ตำบล 1,328 หมู่บ้าน

6-3

1. อำเภอเมืองนครสวรรค์

2. อำเภอโกรกพระ

3. อำเภอชุมแสง

4. อำเภอหนองบัว

5. อำเภอบรรพตพิสัย

6. อำเภอเก้าเลี้ยว

7. อำเภอตาคลี

8. อำเภอท่าตะโก

9. อำเภอไพศาลี

10. อำเภอพยุหะคิรี

11. อำเภอลาดยาว

12. อำเภอตากฟ้า

13. อำเภอแม่วงก์

14. อำเภอแม่เปิน

15. อำเภอชุมตาบง

รูปที่ 6 อำเภอในจังหวัดนคร

 

 

 

หัวหน้าส่วนราชการ

ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกวี  กิตติสถาพร
รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายชัยโรจน์ มีแดง, นายชาญเดช  คงเอี่ยมตระกูล, และ นายสุเชษฐ์  ธีรัทธานนท์
หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายศักดิ์ สมบุญโต



หน่วยงานบริหารราชการ

ส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง 105 แห่ง
ส่วนราชการท้องถิ่น ได้แก่
เทศบาลเมือง 1 แห่ง
เทศบาลตำบล 18 แห่ง
องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
องค์การบริหารส่วนตำบล 123 แห่ง

 

อำเภอ จำนวน (แห่ง)
ตำบล เทศบาลเมือง เทสบาลตำบล อบต.
อำเภอเมืองนครสวรรค์ 17 1 1 16
อำเภอโกรกพระ 9 - 2 8
อำเภอชุมแสง 12 - 2 11
อำเภอหนองบัว 9 - 1 9
อำเภอบรรพตพิสัย 14 - 2 12
อำเภอเก้าเลี้ยว 5 - 1 4
อำเภอตาคลี 10 - 2 10
อำเภอท่าตะโก 10 - 1 10
อำเภอไพศาลี 8 - 1 8
อำเภอพยุหะคิรี 10 - 2 9
อำเภอลาดยาว 12 - 2 12
อำเภอตากฟ้า 7 - 1 7
อำเภอแม่วงก์ 4 - - 4
อำเภอแม่เปิน 1 - - 1
อำเภอชุมตาบง 2 - - 2
รวม 130 1 18 123

 

ที่มา : สำนักงานจังหวัดนครสวรรค์

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดนครสวรรค์มีเขตเลือกตั้ง 3 เขต มีจำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น 6 คน

ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ตามผลการเลือกตั้ง มีดังนี้

เขต 1 นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร พรรค ประชาธิปัตย์
เขต 2 นายดิสทัต คำประกอบ พรรค เพื่อไทย
เขต 3 นายสัญชัย วงษ์สุนทร พรรค เพื่อไทย
เขต 4 พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ พรรค เพื่อไทย
เขต 5 นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ พรรค เพื่อไทย
เขต 6 นายประสาท ตันประเสริฐ พรรค ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

 

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

จังหวัดนครสวรรค์เป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วไป พ.ศ. 2551 มี ส.ว. ได้ 1 คน

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครสวรรค์ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551ได้แก่ นางสาวศรีสกุล มั่นศิลป์

ประชากร

ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 จังหวัดนครสวรรค์มีประชากรรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,071,686 คน แบ่งเป็นประชากรเพศชายจำนวน 524,806 คน และเพศหญิงจำนวน 546,880 คน

การศึกษา

        ข้อมูลจำนวนสถาบันการศึกษา และครู

อำเภอ จำนวนสถาบันการศึกษา จำนวนครู
ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคเอกชน
เมืองฯ 59 27 684 833
โกรกพระ  23 1 217 17
ชุมแสง  39 5 312 59
หนองบัว  45 2 486 14
บรรพตพิสัย  55 1 563 55
เก้าเลี้ยว  21 1 172 12
ตาคลี  68 11 539 301
ท่าตะโก  42 2 444 33
ไพศาลี  43 6 394 117
พยุหะคีรี  35 2 282 121
ลาดยาว  56 2 629 43
ตากฟ้า  27 2 255 32
แม่วงก์  35 0 341 0
แม่เปิน  7 0 124 0
ชุมตาบง  10 0 145 0
รวม 565 62 5,587 1,637

 

ข้อมูล : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 1,2,3 : ปี 2553

 

ศาสนา

ข้อมูลการนับถือศาสนา จำแนกตามศาสนสถาน

อำเภอ จำนวนคริสตจักร
(แห่ง)
จำนวนพักสงฆ์
(แห่ง)
จำนวนโบสถ์พราหมณ์
(แห่ง)
จำนวนมัสยิด
(แห่ง)
จำนวนวัด
(แห่ง)
เมืองนครสวรรค์   8   13   0   2   85 
โกรกพระ   1   4   0   0   25 
ชุมแสง   1   3   0   1   51 
หนองบัว   1   18   0   0   59 
บรรพตพิสัย   0   6   0   0   72 
เก้าเลี้ยว   1   0   0   0   26 
ตาคลี   3   3   0   1   88 
ท่าตะโก   1   17   0   0   53 
ไพศาลี   0   28   0   0   49 
พยุหะคีรี   1   7   0   1   43 
ลาดยาว   0   22   0   0   74 
ตากฟ้า   1   7   0   0   44 
แม่วงก์   0   32   0   0   43 
แม่เปิน   1   6   0   0   10 
ชุมตาบง   0   10   0   0   6 
รวม 19  176  728

 

ข้อมูล : สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์

 

ประเพณี

วัฒนธรรมประเพณีของชาวจังหวัดนครสวรรค์เป็นมรดกเก่าแก่ที่สืบทอดมาเป็นเวลานาน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีปรากฏชัดเจน เนื่องจากประชากรจังหวัดนครสวรรค์ประกอบด้วยกลุ่มคนหลายเชื้อชาติ ประเพณีต่างๆ ที่สืบทอดกันมา จึงมีแบบอย่างตามเชื้อชาตินั้นๆ และนำมาผสมกลมกลืนกันจนเป็นประเพณีและวัฒนธรรมของจังหวัดที่น่าสนใจดังนี้

1. ประเพณีตรุษจีนปากน้ำโพ

ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ตามปฏิทินจีน เป็นประเพณีเกี่ยวกับการไหว้เจ้าบรรพบุรุษของคนไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองนครสวรรค์ เทศกาลตรุษจีนถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนและจัดเป็นพิธีที่สำคัญมาก เพราะไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองการเริ่มศักราชใหม่พร้อมๆ กับการเริ่มงานใหม่เท่านั้นหากยังเป็นช่วงเวลาของการบูชาเทพเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคลในปีที่ใกล้มาถึงด้วย โดยเทศกาลตรุษจีนที่ปากน้ำโพ นับเป็นงานประจำปีที่สำคัญงานหนึ่งของจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งจะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

ในตัวจังหวัดนครสวรรค์หรือ "ปากน้ำโพ" นั้น มีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งชาวจีนกวางตุ้ง ไหหลำ แต้จิ๋ว และฮวดกา (จีนแคะ) จึงได้มีการจัดงานเจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพเป็นประจำปีในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน โดยเริ่มทำสืบเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 กิจกรรมสำคัญของงานนอกจากพิธีไหว้เจ้าทั่วไปและไหว้บรรพบุรุษตามบ้านเรือนแล้ว จะมีขบวนแห่มังกรและสิงโตด้วย เพราะชาวจีนมีความเชื่อมาแต่โบราณว่า มังกรเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งที่บันดาลประโยชน์อย่างมากแก่มนุษย์ เช่น ทำให้เกิดฝน ลม ไฟ และฤดูกาลต่าง ๆ จึงควรแห่แหนเพื่อแสดงความกตัญญู ส่วนสิงโตนั้นเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความหล้าหาญมั่นคงและสูงศักดิ์ ดังนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลจึงแห่สิงโตขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำมาซึ่งโชคลาภ นอกจากนี้ก็มีการอัญเชิญเจ้าซึ่งเป็นรูปเคารพประจำศาลเจ้าต่าง ๆ ในชุมชนออกแห่แหนให้ประชาชนได้สักการบูชา

พิธีและกิจกรรม ในวันก่อนวันชิวอิดหรือวันแรกของปีใหม่ ชาวไทยเชื้อสายจีนจะทำความสะอาดบ้าน จ่ายของเซ่นไหว้ เปลี่ยนเครื่องบูชาบนหิ้งไหว้เจ้าและบรรพบุรุษประจำบ้าน จากนั้นจึงมีการเซ่นไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ พอถึงวันชิวอิดและวันชิวยี่ (วันที่สองของปีใหม่) ก็จะเป็นการเที่ยวและเยี่ยมเยียนญาติมิตร ต่อมาเมื่อถึงเวลาย่ำค่ำของคืนวันชิวซา (วันที่สามของปีใหม่) หลังจากทำพิธีเชิญเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ปากน้ำโพเข้าร่างทรงแล้ว ขบวนแห่เคลื่อนไปตามถนนสายต่าง ๆ ของย่านการค้าในเมือง โดยเฉพาะขบวนมังกรทองที่ประดับแสงไฟทั้งตัวและมีความยาวหลายสิบเมตร เมื่อขบวนมาถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแล้วจะมีการแสดงแสง สี เสียงที่ตระการตา โดยมังกรทองจะค่อย ๆ คืบคลานพันรอบเสาและเลื้อยขึ้นสู่ปลายเสา ซึ่งมีลูกแก้วประดับดวงไฟกวัดแกว่งหลอกล่อ จากนั้นมังกรก็จะพ่นไฟสีขาว เหลือง และแดงออกมาจากปาก ขณะสะบัดหัวส่ายไปมา สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชมยิ่งนัก

ส่วนในเช้าตรู่ของวันชิวสี่ (วันที่สี่ของปีใหม่) เชื่อว่าเป็นวันที่เจ้ากลับลงมาจากการเข้าเฝ้าเง็กอ๊วงเซี่ยวตี่ (เง็กเซียนฮ่องเต้ ประมุขแห่งทวยเทพเทวดา) ขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยขวนแห่จะประกอบด้วยวงดุริยางค์ ขบวนธง ขบวนสิงโตกวางเจา กวางตุ้ง แต้จิ๋ว ไหหลำ และฮวดกา ขบวนเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ปากน้ำโพ ขบวนนักรบเอ็งกอ (เป็นนักรบจากเขาเหลียงซาน 108 คน สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ งดงามด้วยการเขียนสีบนหน้าและลีลาท่าทางการเดินและต่อสู้) ขบวนมังกรทอง ขบวนเจ้าแม่กวนอิม ขบวนไง๊วฮงกี่ ล่อโก๊ว และรถนางฟ้า แห่แหนไปตามถนนสายต่าง ๆ ในตัวเมือง นอกจากนี้ ในระหว่างเทศกาลตรุษจีนนั้น ยังมีมหรสพ เช่น งิ้ว ดนตรี และภาพยนตร์ ฯลฯ แสดงให้ชมฟรีตลอดงานอีกด้วย

2. ประเพณีบุญสลากภัต

การทำบุญสลากภัต เป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวอำเภอตากฟ้าที่ได้ถือปฏิบัติมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว โดยวัดตากฟ้าได้จัดงานบุญสลากภัตตามประเพณีมาเป็นประจำทุกปี ซึ่งท่านพระศรีสุทธิเวทีเจ้าคณะอำเภอตากฟ้า ได้กำหนดให้อำเภอตากฟ้าจัดงานประเพณีบุญสลากภัตตรงกับวันวิสาขบูชา หรือประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปี นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงและพัฒนาประเพณีบุญสลากภัตให้แปลกและยิ่งใหญ่ขึ้น ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมให้ประเพณีบุญสลากภัตเป็นประเพณีประจำอำเภอตากฟ้ามาจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับกิจกรรมในงานประเพณีบุญสลากภัตของอำเภอตากฟ้าประกอบไปด้วย

1. การประกวดสำรับสลากภัต จะมีการกำหนดรูปแบบของสำรับสลากภัตเพื่อให้มีความสวยงามและเพียงพอกับจำนวนพระภิกษุ โดยกำหนดรูปแบบดังนี้

  • ต้องมีคานหางหงส์ สาแหรก และกระจาด
  • ต้องมีอาหารคาว 4 อย่าง และอาหารหวาน 4 อย่าง
  • ต้องมีคนโท น้ำ (อาจจะเป็นขันทองเหลือง หรือเหยือกแก้วก็ได้) โดยจะมีการลอยดอก มะลิหรือหยดน้ำยาอุทัยทิพย์ก็ดี และต้องมีภาชนะตักน้ำด้วย
  • เจ้าของสำรับจะแต่งชุดไทยหรือชุดพื้นบ้าน

2. การประกวดเทพีสลากภัต เป็นกิจกรรมที่เสริมเข้ามาให้งานใหญ่ขึ้น การประกวดจะเหมือนกับการประกวดนางงามทั่วไป คือ มีการเดิน การแสดงความสามารถทางวัฒนธรรม และการสัมภาษณ์ แต่การประกวดเทพีสลากภัตจะพิเศษตรงที่ผู้เข้าประกวดจะต้องเดินหาบสาแหรกด้วย และจะไม่กำหนดสถานภาพของผู้เข้าประกวดคือ อาจจะเป็นโสด หม้าย หรือสมรสแล้วก็ได้

3. การประกวดขบวนแห่สลากภัต เป็นกิจกรรมที่เสริมเข้ามาอีกกิจกรรมหนึ่ง โดยจะกำหนดรูปแบบขบวนให้เหมือนกันทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม สำหรับรูปแบบของขบวนแห่สลากภัตในแต่ละขบวนมีดังนี้

  • มีรถตกแต่งเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ 1 คัน บนรถต้องมีหญิงสาวแต่งชุดไทย 1 คน มีสำรับ สลากภัต 1 สำรับ
  • มีผู้หาบสำรับอย่างน้อย 10 คนขึ้นไป (แต่งชุดไทย)
  • มีขบวนเถิดเทิงก็ได้
  • มีผู้เข้าร่วมขบวนแต่งชุดไทยอย่างน้อย 30 คน

3. งานสงกรานต์สืบสานงานบุญข้าวแช่

งานสงกรานต์สืบสานงานบุญข้าวแช่หรือประเพณีเลี้ยงข้าวแช่ เป็นประเพณีที่มีอยู่เฉพาะบ้านบางมะฝ่อ อำเภอโกรกพระเท่านั้น ความเป็นมาของประเพณีดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเกิดขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่ามาจากชาวมอญที่ถูกกวาดต้อนมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยราวสมัยปลายรัชกาลที่ 3 หรือต้นรัชกาลที่ 4 ประเพณีงานบุญข้าวแช่นี้ เป็นประเพณีที่ลูกหลานของชาวบ้านบางมะฝ่อสืบทอดมาจากคุณยายพิณและคุณยายพลอย ซึ่งเป็นชาวบ้านบางมะฝ่อ ตั้งบ้านเรือนอยู่ทางทิศใต้ของวัดบางมะฝ่อ ตำบลบางมะฝ่อ อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ โดยคุณยายพิณและคุณยายพลอยแต่งงานแล้วไปอยู่ที่บ้านของสามีที่จังหวัดปทุมธานีซึ่งเป็นบ้านมอญ ต่อมาเมื่อสามีเสียชีวิตลงทั้งคู่ คุณยายทั้งสองจึงกลับมาอยู่ที่ตำบลบางมะฝ่อ เมื่อมาอยู่ก็ได้นำการทำข้าวแช่มาเผยแพร่ เดิมทีทำรับประทานกันในครอบครัว ต่อมาได้จัดไปทำบุญถวายพระในวันสุดท้ายของวันสงกรานต์ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ลูกหลานได้มีโอกาสมาทำบุญพร้อมหน้ากันเป็นประจำทุกปี จากนั้นก็ได้ถือปฏิบัติกันเป็นธรรมเนียมสืบมาเป็นเวลานาน ท้ายที่สุดชาวบ้านบางมะฝ่อต่างเห็นดีเห็นงามจึงรับเอา "ข้าวแช่" มาเป็นอาหารพิเศษในช่วงตรุษสงกรานต์ เนื่องจากอาหารข้าวแช่เหมาะสมกับสภาพอากาศหน้าร้อนของตำบลบางมะฝ่อ ประกอบกับชาวบางมะฝ่อเป็นผู้มีความประณีตในเรื่องอาหารการกิน จึงได้สืบทอดประเพณีงานบุญข้าวแช่สืบกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ในการทำสำรับข้าวแช่ ชาวบางมะฝ่อจะปรุงแต่งอย่างประณีต พิถีพิถัน ใส่ในสำรับเครื่องลายครามสังคโลก เบญจรงค์ และอื่น ๆ ที่ได้สะสมเก็บรักษาไว้ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ซึ่งถ้วยโถโอชามสวยงามเหล่านี้จะนำออกมาใช้ในช่วงเวลาสำคัญเท่านั้น ทั้งนี้ ประเพณีการเลี้ยงข้าวแช่ของชาวบางมะฝ่อจะทำกันปีละครั้ง กล่าวคือในวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ชาวบ้านทั้งหมดจะร่วมกันมาทำบุญ ณ ศาลาการเปรียญ วัดบางมะฝ่อ โดยมัคทายกจะประกาศให้ทราบว่าสงกรานต์ในปีนี้จะทำบุญกี่วันและจะกำหนดให้วันใดเป็นวันเลี้ยงข้าวแช่ วันเลี้ยงข้าวแช่นี้เป็นเสมือนการรวมญาติของชาวบางมะฝ่อ ไม่ว่าจะไปประกอบอาชีพหรือทำภารกิจอยู่ในท้องถิ่นใดก็ตาม เมื่อถึงวันเลี้ยงข้าวแช่จะต้องกลับมาร่วมงานบุญนี้อย่างพร้อมหน้ากันทุกปี ซึ่งในปัจจุบันกำหนดให้วันเลี้ยงข้าวแช่ตรงกับวันที่ 14 เมษายน ของทุกปี เมื่อถึงวันงาน สำรับข้าวแช่ที่ทำเสร็จแล้วจะให้บุตรหลานที่เป็นโสดและแต่งตัวเรียบร้อยสวยงามนำไปใส่หาบเพื่อหาบไปวัดในเวลาเพล พอนำสำรับกับข้าวยกขึ้นบนศาลาแล้ว มักคทายกจะเขียนสลาก ให้เจ้าของสำรับจับว่าจะได้ถวายพระภิกษุรูปใด เมื่อทราบแล้วก็จะนำเอาสำรับกับข้าวของตนไปตั้งหน้าพระภิกษุรูปนั้น โดยไม่เลือกว่าจะต้องนำไปถวายกับพระภิกษุรูปใด ไม่ว่าจะเป็นพระบวชใหม่หรือพระเก่าก็ยินดีถวายทั้งนั้น ขณะที่พระสงฆ์กำลังฉันข้าวแช่ก็จะมีพระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ พอถึงเวลาประมาณ 13.00 น. จึงจะเริ่มทำการสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ตามลำดับ ซึ่งการสรงน้ำพระจะมีประชาชนในตำบลใกล้เคียงก็จะมาร่วมสรงน้ำพระกันอย่างสนุกสนาน

4. ประเพณีแข่งเรือยาว

ประเพณีแข่งเรือยาว เป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ที่มีมาตั้งแต่อดีต เริ่มโดยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำจะเป็นฝีพาย จัดแข่งขันในช่วงน้ำหลาก หลังออกพรรษาเดือน 11 คือ ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี โดยจะแข่งเรือกันในวันไหว้พระประจำปีของวัดจอมคีรีนาคพรต วัดเกาะหงษ์ และวัดตะเคียนเลื่อน การแข่งเรือนอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้ว ยังทำให้เกิดความรับผิดชอบ รักใคร่กลมเกลียว และสามัคคีกันระหว่างชุมชน หรือถิ่นอื่นๆ ด้วย

สำหรับความสำคัญของประเพณีแข่งเรือ ในสมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสงานแข่งเรือ ซึ่งเป็นงานประจำปีปิดทองไหว้พระของเขาบวชนาค (วัดจอมคีรีนาคพรต) ช่วงเดือน 11 โดยขบวนเสด็จประพาสต้นขาล่อง ในพระราชหัตเลขาทรงกล่าวว่า "...จอดที่หน้าวัดเขา ซึ่งราษฎรมาประชุมกันอยู่ที่นั้น น้ำท่วมสะพานหมดไม่มีที่ยืนต้องจอดเรืออยู่ แต่ราษฎรแข่งเรือกันสนุกสนานมาก การแข่งเรือที่นี้ มาแต่เช้าแข่งเรือกันทอดหนึ่งแล้วขึ้นไหว้พระ ทักษิณแล้วกลับลงมาแข่งเรืออีกทอดหนึ่ง..." ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง จึงสรุปได้ว่าประเพณีการแข่งเรือจังหวัดนครสวรรค์นั้น มีความสำคัญยิ่งประเพณีหนึ่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์สืบสานให้คงอยู่สืบไป

ปัจจุบันการแข่งเรือได้พัฒนา คือ มีการแข่งขันเพื่อชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพ รัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ สนามแข่งเรือริมน้ำหน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ ทำให้มีเรือสมัครเข้าทำการแข่งขันเป็นจำนวนมากจากหลายจังหวัด

ในปี 2548 จังหวัดนครสวรรค์กำหนดให้มีการแข่งขันเรือตะเข้ชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นมา ซึ่งเรือตะเข้นี้จะแข่งกันในเวลากลางคืน นับเป็นปีแรกที่มีการจัดแข่งเรือตะเข้เพื่อชิงเงินรางวัลกันในสนามเดียวกันนี้ ทำให้เกิดความสนุกสนานและมีคนชมมากขึ้น นอกจากนี้ในงานประเพณีแข่งเรือยังมีงานแสดงมหกรรมสินค้าและมีสวนสนุกให้เที่ยวชมกันอีกด้วยสร้างความสนุกเพลิดเพลินและความยิ่งใหญ่ของงาน ส่วนในวันตัดสินการแข่งขันเรือก็จะทำการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์เป็นประจำทุกปี

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ.2538 - 2553

GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, NAKHON SAWAN PROVINCE: 1995-2010

สาขาการผลิต 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553p
  -1995 -1996 -1997 -1998 -1999 -2000 -2001 -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 (2010p)
ภาคเกษตร 6,534  8,586  8,974 10,488 8,312  8,720 9,510 9,294 12,078  13,120 14,174  17,056  18,054 23,986 21,655 23,127
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 6,348 8,328 8,664 10,070 7,825 8,216 8,989 8,670 11,069 11,795 13,252 16,135 17,242 23,267 20,665 22,187
การประมง 185 258 310 418 487 503 522 624 1,010 1,324 922 921 812 720 990 940
ภาคนอกเกษตร     25,940     29,443     30,330     28,797     30,347     27,492     27,713     32,692     38,002     40,208     44,442     47,989     47,875     50,733     56,020     57,709
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 729 1,164 1,069 617 596 552 661 758 825 885 1,021 1,080 1,101 1,068 1,415 1,296
การผลิตอุตสาหกรรม 7,852 8,507 8,705 7,869 8,898 6,034 5,496 7,820 11,304 11,250 12,498 14,449 13,786 14,904 17,821 18,614
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 572 590 668 822 690 724 737 754 772 883 974 1,046 991 987 1,237 1,292
การก่อสร้าง 1,610 2,070 1,630 1,210 1,262 1,050 841 1,440 1,681 2,027 2,165 2,278 2,166 2,009 2,352 2,262
การขายส่ง
การขายปลีก
การซ่อมแซม
ยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน
4,358 5,130 5,421 5,126  5,013 4,853 5,036 5,446 5,956 6,009 6,358 7,234 7,423 8,265 8,827 9,028
โรงแรมและภัตตาคาร 143 134 206 189 315 357 362 409 400 442  424 344  346 367 404 422
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 1,877 2,154 2,377 1,951 2,072 2,021 2,266 2,386 2,517 3,118 3,052 3,375 3,220 3,278  3,447 3,172
ตัวกลางทางการเงิน 1,920 2,246 2,088 1,993 1,416 1,455 1,519 1,767 1,865 2,151 2,535 2,919 3,366 3,651 3,679 3,829
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ       1,362       1,633       1,827       2,098       2,608       2,648       2,466       2,731       2,834       2,889       2,853       2,962       2,798       3,315       3,393       3,599
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 1,785 1,911 2,121 2,406 2,657 2,889 3,172 3,741 4,169 4,348 5,351 4,684 4,514 4,221 4,420 4,851
การศึกษา 2,298 2,462 2,669  3,021 3,074 3,143 3,193 3,414 3,555 3,816 4,546 4,780 5,243 5,578 5,764 5,959
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์       1,141       1,083       1,099       1,075       1,190       1,242       1,353       1,481       1,586       1,816       2,027       2,206       2,355       2,480       2,631       2,715
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่น ๆ          264          327          419          387          518          485          585          507          481          526          568          561          515          564          592          584
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล            29            32            32            34            37            39            25            38            58            48            69            71            49            45            39            87
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด     32,474     38,029     39,305     39,284     38,659     36,212     37,223     41,987     50,080     53,327     58,616     65,045     65,929     74,720     77,675     80,836
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท)     29,733     34,791     35,690     35,525     34,813     32,540     33,335     37,453     44,504     47,193     51,683     57,162     57,711     65,165     67,511     70,035
ประชากร (1,000 คน)       1,092       1,093       1,101       1,106       1,110       1,113       1,117       1,121       1,125       1,130       1,134       1,138       1,142       1,147       1,151       1,154

 

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2545 - 2554

POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, NAKHON SAWAN PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน   2545
(2002) 
 2546
(2003) 
 2547
(2004) 
 2548
(2005) 
 2549
(2006) 
 2550
(2007) 
 2551
(2008) 
 2552
(2009) 
 2553
(2010) 
 2554
(2011) 
 รวม                     
 ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  866,644 873,438 882,757 832,626 777,346 775,843 848,861 930,709 940,625 948,172
 ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  638,933 650,426 669,318 614,121 569,891 567,766 621,612 686,946 687,888 684,226
        ผู้มีงานทำ  630,095 645,587 662,806 609,255 561,401 561,990 616,008 679,342 683,276 677,047
        ผู้ว่างงาน  6,393 3,091  6,042 2,848 7,683 4,233 4,007 6,444 2,424 3,457
        ผู้ที่รอฤดูกาล  2,444 1,748 470 2,019 807 1,544 1,596 1,161 2,187 3,723
 ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  227,711 223,013 213,439 218,504 207,455 208,077 227,249 243,762 252,736 263,945
 ชาย 
 ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  422,769 426,120 430,892 397,991 362,185 361,020 402,558 448,658 453,391 456,739
 ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  339,547 343,149 360,163 333,305 300,779 295,691 327,748 364,106 364,943 368,251
        ผู้มีงานทำ  333,991 340,549 357,166 330,760 295,225 292,907 325,217 358,960 363,097 364,055
        ผู้ว่างงาน  3,305 2,017 2,659 1,429 5,142 2,434 2,203 4,209 1,039 2,154
        ผู้ที่รอฤดูกาล   2,251  583   338 1,117 412 351 329 938   807 2,042
 ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน   83,222 82,971 70,729 64,686 61,406 65,329 74,809  84,552 88,448 88,489
 หญิง 
 ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  443,876 447,319 451,866 434,635 415,162 414,823 446,303 482,051 487,233 491,433
 ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  299,386 307,277 309,156 280,816 269,112 272,076 293,864 322,840 322,945 315,976
        ผู้มีงานทำ  296,105 305,039 305,640 278,496 266,176 269,084 290,791 320,383 320,179 312,992
        ผู้ว่างงาน  3,088 1,074 3,383 1,419 2,541 1,799 1,805 2,235 1,385 1,303
        ผู้ที่รอฤดูกาล  193 1,165 132 901 395 1,193 1,268 222 1,380 1,681
 ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  144,490 140,042 142,710 153,819 146,050 142,748 152,440 159,211 164,289 175,457

 

สรุปผลการสำรวจครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้
ประจำปี 2553

อำเภอ ครัวเรือนทั้งหมด มีไฟฟ้าใช้แล้ว ยังไม่มีไฟฟ้าใช้
ปักเสาพาดสาย โซลาโฮม (SHS) ทั้งหมด มีแผนงานแล้ว รอพิจารณา
เมืองฯ 76,591 76,078 181 332 14 269
พยุหะคีรี 18,190 17,826 210 154 - 154
โกรกพระ 8,284 8,044 95 145 3 71
ท่าตะโก 15,835 15,336 192 307 16 52
ไพศาลี 15,779 15,074 416 289 4 98
ชุมแสง 19,290 19,047 70 173 21 172
หนองบัว 15,496 15,194 241 61 2 61
บรรพตพิสัย 20,807 20,487 212 108 - 101
ลาดยาว 20,060 19,142 229 689 - 334
แม่เปิน 2,710 2,381 164 165 54 93
แม่วงก์ 8,941 8,650 180 111 - 110
ชุมตาบง 7,583 7,496 32 55 - 5
เก้าเลี้ยว 8,892 8,725 53 114 - 114
ตาคลี 31,881 31,398 198 285 31 56
ตากฟ้า 10,626 10,464 102 60 - 55
รวม 280,965 275,342 2,575 3,048 128 1,745

 

ที่มา :การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครสวรรค์ : มกราคม 2553

จำนวนหลังคาเรือนผู้ใช้น้ำ จำแนกตามเขตบริการของการประปา
ประจำปีงบประมาณ 2553 ตั้งแต่ ตุลาคม 2552 - กันยายน 2553

สำนักงานบริการ จำนวนหลังคาเรือนผู้ใช้น้ำ
(หลังคาเรือน) 
กำลังผลิต
(ลบ.ม./วัน) 
ปริมาณการจำหน่าย
(ลบ.ม.) 
1. สำนักงานประปานครสวรรค์
1.1 หน่วยบริการนครสวรรค์ 7,917 14,400 1,754,858
1.2 หน่วยบริการโกรกพระ 1,250 2,400 242,837
1.3 หน่วยบริการทับกฤช 1,441 2,400 270,329
1.4 หน่วยบริการเก้าเลี้ยว 3,301 2,400 589,949
1.5 หน่วยบริการบางม่วง-หนองเบน 6,157 - 1,398,470
2. สำนักงานประปาลาดยาว
2.1 หน่วยบริการลาดยาว 4,331 3,600 855,973
2.2 หน่วยบริการบรรพตพิสัย 1,170 1,680 222,542
3. สำนักงานประปาท่าตะโก
3.1 หน่วยบริการท่าตะโก 4,476 4,800 817,856
3.2 หน่วยบริการไพศาลี 2,433 2,040 493,105
3.3 หน่วยบริการหนองบัว 1,817 2,400 328,386
3.4 หน่วยบริการมะเกลือหวาน 1,323 2,400 189,271
4. สำนักงานประปาพยุหะคีรี
4.1 หน่วยบริการพยุหะคีรี 6,530 7,200 1,276,588
4.2 หน่วยบริการเขาทอง 2,065 2,880 475,387

 

ที่มา :สำนักงานประปาเขต 10 นครสวรรค์ : มกราคม 2554


การคมนาคม

จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินสายเอเชีย 237 กิโลเมตร
จังหวัดนครสวรรค์ เป็นจังหวัดที่เป็นประตูสู่ภาคเหนือ การเดินทางติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ นับได้ว่าสะดวกมาก เส้นทางการติดต่อทางถนนระหว่างจังหวัดต่าง ๆ มีเส้นทางสายหลัก ๆ ดังนี้ 1) การคมนาคมทางรถยนต์


ทางหลวงแผ่นดิน

    1. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จากกรุงเทพฯ ผ่านนครสวรรค์ไปสิ้นสุดที่เชียงราย เป็นเส้นทางสายหลักและสายดั้งเดิมที่ใช้ในการคมนาคมเชื่อมระหว่างภาคเหนือกับภาคกลาง เส้นทางสายนี้ส่วนใหญ่เป็นเส้นทาง 2 เลน ขณะนี้ถนนช่วงนครสวรรค์ - กำแพงเพชร เป็น 4 เลนแล้ว กำลังมีการขยายไปถึงจังหวัดเชียงใหม่
    2. ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 32 (บางปะอิน - นครสวรรค์) เป็นเส้นทางหลวงแผ่นดินที่แยกออกจากเส้นทางหมายเลข 1 เริ่มจากอำเภอปางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลัดสู่นครสวรรค์ เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทาง 4 เลน ทำให้การเดินทางสู่จังหวัดนครสวรรค์สะดวกและรวดเร็วมาก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ในระยะทาง 237 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ถึงนครสวรรค์ เส้นทางนี้ประสานต่อกับเส้นทางหมายเลข 1 ที่จังหวัดนครสวรรค์มุ่งสู่จังหวัดเชียงราย
    3. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 เป็นทางหลวงที่แยกจากเส้นทางหมายเลข 32 (อินทร์บุรี - เขาทราย) ตรงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ผ่านอำเภอตากฟ้า ท่าตะโก หนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ เข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ไปสิ้นสุดที่จังหวัดเชียงใหม่ ตามเส้นทางสายนี้มีถนนเชื่อมเข้าตัวอำเภอไพศาลี ตาคลี ท่าตะโก อำเภอเมืองฯ และอำเภอชุมแสง และมีถนนเครือข่ายเชื่อมอำเภอต่าง ๆ ที่กล่าวด้วย
    4. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก โดยผ่านทางอำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอบรรพตพิสัย ออกทางอำเภอโพทะเลของจังหวัดพิจิตร ไปสู่จังหวัดพิษณุโลก ทำให้การติดต่อไปยังจังหวัดพิษณุโลกและพิจิตรสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก (ระยะทางประมาณ 131 กิโลเมตร)
    5. ทางหลวงแผ่นดิน 225 (นครสวรรค์ - ชัยภูมิ) เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างนครสวรรค์กับจังหวัด ต่าง ๆ ทางภาคอีสาน เส้นทางนี้ผ่านทางอำเภอชุมแสง อำเภอหนองบัว ตัดผ่านเส้นทางหลวงหมายเลข 11, 21 ที่อำเภอหนองบัว อำเภอบึงสามพัน (จังหวัดเพชรบูรณ์) สู่จังหวัดชัยภูมิ

 

การเดินทางติดต่อกับจังหวัดข้างเคียง มีเส้นทางเชื่อมต่อผ่านอำเภอต่างๆ มากมาย พอสรุป เป็นหลักใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

    1. กรุงเทพฯ (ผ่านสระบุรี - ลพบุรี - ชัยนาท) ตามเส้นทางหมายเลข 1
    2. กรุงเทพฯ (ผ่านบางบัวทอง - สุพรรณบุรี - ชัยนาท) ตามเส้นทางหมายเลข 340 เข้าสู่ เส้นทางหมายเลข 1 ชัยนาท ผ่านเข้าพยุหะคีรี หรือเส้นทางสายเอเชีย (บางปะอิน - นครสวรรค์) ตามเส้นทางหมายเลข 32
    3. ชัยนาท - อำเภอเมืองนครสวรรค์ ประมาณ 60 กิโลเมตร
    4. อุทัยธานี - อำเภอเมืองนครสวรรค์ ผ่านทางอำเภอโกรกพระ (หมายเลข 3220 และ 3005) ประมาณ 36 กิโลเมตรผ่านทางถนนสายเอเชีย (หมายเลข 333 และ 32) ประมาณ 47 กิโลเมตร
    5. พิษณุโลก - อำเภอเมืองนครสวรรค์ ประมาณ 131 กิโลเมตร
    6. พิจิตร - อำเภอเมืองนครสวรรค์ ประมาณ 110 กิโลเมตร
    7. สุพรรณบุรี (ผ่านถนนหมายเลข 340) ประมาณ 155 กิโลเมตร
    8. สิงห์บุรี (ผ่านถนนเอเชีย หมายเลข 32) ประมาณ 95 กิโลเมตร
    9. ลพบุรี (ผ่านถนนเอเชีย หมายเลข 32) ประมาณ 135 กิโลเมตร
    10. กำแพงเพชร (ผ่านถนนพหลโยธิน หมายเลข 1) ประมาณ 120 กิโลเมตร
    11. ตาก (ผ่านถนนพหลโยธิน หมายเลข 1) ประมาณ 180 กิโลเมตร
    12. เพชรบูรณ์ (ผ่านทางถนนหมายเลข 225 และแยกเข้าถนนหมายเลข 21) ประมาณ 192 กิโลเมตร แม้ว่าหมู่บ้านส่วนใหญ่ในจังหวัด จะมีการคมนาคมทั่วถึงก็จริง แต่ถนนส่วนใหญ่ยังมีส่วนที่เป็นลูกรังอยู่เป็นช่วง ๆ ทำให้เกิดความไม่สะดวกในฤดูฝน

 

2) คมนาคมทางรถไฟ จังหวัดนครสวรรค์ มีเส้นทางรถไฟผ่านตัวอำเภอต่างๆ ดังนี้

อำเภอตาคลี มีขบวนรถผ่านเที่ยวขึ้น - เที่ยวล่อง วันละ 11 ขบวน
อำเภอเมือง มีขบวนรถผ่านเที่ยวขึ้น - เที่ยวล่อง วันละ 16 ขบวน
อำเภอชุมแสง มีขบวนรถผ่านเที่ยวขึ้น - เที่ยวล่อง วันละ 11 ขบวน

3) การคมนาคมทางน้ำ กรมเจ้าท่า ได้ลงทุนสร้างท่าเรือที่บริเวณเกาะบางปรอง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2528 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่รัฐมีนโยบายด้านการพัฒนาการขนส่งทางน้ำเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง กรมเจ้าท่าในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้ทำการขุดลอกร่องน้ำจากกรุงเทพฯ ถึงนครสวรรค์ และจากนครสวรรค์ถึงอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร และจัดสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางน้ำขึ้นทั้งสองแห่ง (ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร) ใช้งบประมาณ 253 ล้านบาท การสร้างได้แล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2531 แต่มีปัญหาด้านการประมูล เนื่องจากการกำหนดราคาค่าเช่าแพง ไม่มีผู้ประมูลเข้าดำเนินการ ทิ้งให้ร้างไว้ถึง 2 ปี เมื่อปรับค่าเช่าใหม่ ผู้ที่ได้รับการประมูล คือ บริษัทเจ้าพระยาสากล เวลาในการประมูล 20 ปี เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2534 โดยมี นายทรง องค์ชัยวัฒนะ เป็นผู้บริหาร การบริการใช้เป็นตลาดกลางสินค้าทางการเกษตร (ข้าวและพืชไร่)

4) การคมนาคมทางอากาศ
จังหวัดนครสวรรค์ ไม่มีสนามบินพาณิชย์ มีแต่สนามบินของกองบิน 4 อำเภอตาคลี ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นสนามบินของกองทัพอเมริกัน ที่มีศักยภาพสูงสำหรับเครื่องบินไอพ่น และสนามบินเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศักยภาพของสนามบินเหล่านี้สามารถปรับเป็นสนามบินพาณิชย์ได้

ข้อมูลจำนวนโรงพยาบาล สถานีอนามัย ศูนย์บริการสาธารณสุขและจำนวนคนไข้ที่เข้าโรงพยาบาล

อำเภอ โรงพยาบาล
(แห่ง)
สถานีอนามัย
(แห่ง)
ศูนย์แพทย์ชุมชน
(แห่ง)
ผู้เข้ารับบริการใน รพ. เฉลี่ยต่อเดือน
(คน)
เมืองฯ 1 22 4 17,113
โกรกพระ 1 9 1 2,967
ชุมแสง 1 15 1 5,044
หนองบัว 1 15 1 7,051
บรรพตพิสัย 1 17 0 3,667
เก้าเลี้ยว 1 6 0 2,386
ตาคลี 1 16 2 5,897
ท่าตะโก 1 16 0 6,339
ไพศาลี 5 15 0 4,624
พยุหะคีรี 2 13 0 4,471
ลาดยาว 1 18 0 10,119
ตากฟ้า 1 11 0 3,269
แม่วงก์ 1 10 0 3,393
แม่เปิน 0 3 0 0
ชุมตาบง 0 3 0 0
รวมทั้งจังหวัด 25 189 13 76,340


ข้อมูล : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ : ปี 2553

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์
1. ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด
2. คำขวัญประจำจังหวัด
3. ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด
4. ประวัติ 
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์

ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด
http://www.nakhonsawanpao.go.th/content.php?
ModuleKey=content3&conID=39

http://province.m-culture.go.th/
oknation.net 


http://www.arunsawat.com/

http://www.moi.go.th/portal/page?_pageid=193,626326,193_626382&_dad=portal&_schema=PORTAL

5. ข้อมูลทั่วไป    สำนักงานจังหวัดนครสวรรค์ http://61.19.192.250/intra/mis/information/address.php
   5.1 ที่ตั้งและขนาดพื้นที่
   5.2 อาณาเขต
   5.3 ลักษณะภูมิประเทศ
   5.4 ลักษณะภูมิอากาศ
   5.5 จำนวนประชากร
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์
สำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง
http://61.19.192.250/intra/mis/information/scope.php

http://province.m-culture.go.th/nakhonsawan/datapratom.htm

http://www.nsru.ac.th/culture/cdb/001_05.php

http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51
.html
6. การปกครอง  
   6.1 การแบ่งเขตการปกครอง
   6.2 หัวหน้าส่วนราชการ
   6.3 หน่วยงานบริหารราชการ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์สำนักงานจังหวัดนครสวรรค์ http://www.nakhonsawanpao.go.th/content.php?ModuleKey=content3&conID=21

http://61.19.192.250/Executive/ceo.asp

http://61.19.192.250/Nsoffice/index.htm

7. การเลือกตั้ง    รัฐสภาไทย
   7.1 การเลือกตั้งสมาชิก
        สภาผู้แทนราษฎร
   7.2 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
http://mp.parliament.go.th/map2550/map_north.htm
http://www.senate.go.th/profile/main.php?url=history&senator=b3e3e393c77e35a4a3f3cbd1e429b5dc
8. สภาพทางสังคม  
   8.1 ศาสนา

   8.2 ประเพณี
สำนักงานจังหวัดนครสวรรค์
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครสวรรค์

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์
http://61.19.192.250/intra/mis/centraldata/view.php?year=2551&hur_id=all
http://nakhonsawan.mots.go.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=538736282&Ntype=3

http://www.nsru.ac.th/aritc/local/local_ns/tradition.php

http://province.m-culture.go.th/nakhon
sawan/takfa/data/nw3-3.html

http://province.m-culture.go.th/nakhonsawan/kokpha/culture.htm

http://www.nakhonsawanpao.go.th/content.php
ModuleKey=content3&conID=42
9. เศรษฐกิจ  สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย
10. ข้อมูลแรงงาน  
11. โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและสังคม
12. การท่องเที่ยว            ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย และจังหวัด http://www.moi.go.th/MOIWEB/jsp/report/MRPN3003_product.jsp


  

JoomSpirit