พิจิตร

 

1. ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดพิจิตร

 

1-3

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำเมืองพิจิตร

 

รูปสระและต้นโพธิ์ โดยสระ หมายถึง เมืองสระหลวง ซึ่งเป็นชื่อเดิมของจังหวัด ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า เมืองนี้เป็นเมืองโบราณสมัยขอมและเป็นหัวเมืองเอกตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย มีพญาโคตระบองเป็นผู้สร้างเมือง ส่วนต้นโพธิ์ หมายถึง วัดโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จพระราชดำเนินกลับจากสงครามเมืองเชียงใหม่ ได้นำราชธิดาเมืองเชียงใหม่มาด้วย และได้พระราชทานให้แก่พระเพทราชา เมื่อกองทัพมาหยุดทัพ ณ ที่แห่งนี้ พระนางได้ประสูติบุตรชายที่ใต้ต้นมะเดื่อ บิดาจึงให้นามว่า "เจ้าเดื่อ" ต่อมาได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินครองกรุงศรีอยุธยาทรงพระนามว่า "สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ที่ 8" หรือพระเจ้าเสือหรือขุนหลวงสรศักดิ์ ต่อมาระหว่างครองกรุงศรีอยุธยานั้น พระองค์ได้เสด็จมาคล้องช้างที่เมืองพิจิตรและไปเยี่ยมมาตุภูมิเดิมที่หมู่บ้านโพธิ์ประทับช้าง จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระอารามขึ้นที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง

 

2. คําขวัญ

"ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ แข่งเรือยาวประเพณี พระเครื่องดีหลวงพ่อเงิน เพลิดเพลินบึงสีไฟ ศูนย์รวมใจหลวงพ่อเพชร รสเด็ดส้มท่าข่อย ข้าวเจ้าอร่อยลือเลื่อง ตำนานเมืองชาลวัน"

 

3. ต้นไม้และดอกไม้ประจําจังหวัด

2-1 3-2 4-2-1
รูปที่ 2 ต้นบุนนาค รูปที่ 3 ต้นบุนนาค รูปที่4 ดอกบัวหลวง

 

"พิจิตร"แปลว่า "งาม"เมื่อกล่าวถึงเมืองพิจิตรจึงหมายถึง เมืองงาม เมืองที่มีเสน่ห์ประทับใจ นอกจากนี้ พิจิตรยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กล่าวคือ เป็นที่ประสูติของพระเจ้าเสือ หรือ"พระศรีสรรเพชญ์ที่ 8" พระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยา และยังเป็นเมืองที่ให้กำเนิดนักปราชญ์ ราชบัณฑิต คือ พระโหราธิบดี บิดาของศรีปราชญ์อีกด้วย

จังหวัดพิจิตรเป็นจังหวัดเก่าแก่มากจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ตั้งมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เชื่อกันว่าเจ้ากาญจนกุมาร (พระยาโคตระบอง) โอรสพระยาโคตมเทวราชเป็นผู้สร้างเมืองเหนือฝั่งแม่น้ำน่านในปี พ.ศ. 1601 เดิมทีเมืองพิจิตรมีชื่อหลายชื่อ ได้แก่ เมืองสระหลวง เมืองโอฆะบุรี เมืองชัยบวร และเมืองปากยม ดินแดนอันเป็นเขตของจังหวัดพิจิตรอยู่ในที่ราบลุ่มตอนใต้ของภาคเหนือในดินแดนสุวรรณภูมิ บริเวณนี้เป็นบริเวณที่ลำน้ำยมและลำน้ำน่านไหลผ่าน ลักษณะพิเศษของพื้นที่ในจังหวัดพิจิตรเดิมนั้นเต็มไปด้วยห้วย หนอง คลอง บึง พื้นดินเป็นดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตร เพราะเป็นดินตะกอนที่เกิดจากน้ำท่วมทับถมทุกปีมีปลาชุกชุม

ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบจตุสดมภ์และแบ่งหัวเมืองออกเป็นหัวเมือง เอก โท ตรี และจัตวานั้น เมืองพิจิตรมีฐานะเป็นเมืองตรี ซึ่งมีความสำคัญทางทหารและการปกครองมาก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงพระราชนิพนธ์คำกลอนเรื่อง "ไกรทอง" โดยใช้เมืองพิจิตรเป็นแหล่งกำเนิดของเรื่องราว เนื่องจากเมืองพิจิตรเป็นเมืองที่มีแหล่งน้ำมากมายและมีจระเข้ชุกชุมนั่นเอง

ในปี พ.ศ. 2435 กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้นำรูปแบบการปกครองระบบเทศาภิบาลมาใช้และได้จัดตั้งมณฑลพิษณุโลก เป็นมณฑลแรกประกอบด้วย 5 เมือง คือ เมืองพิษณุโลก เมืองพิชัย เมืองสวรรคโลก เมืองสุโขทัย และเมืองพิจิตร

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

จังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15 องศา 55 ลิปดา ถึง 16 องศา 36 ลิปดาเหนือ และเส้นลองติจูดที่ 99 องศา 59 ลิปดา ถึง 111 องศา 47 ลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 350 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 4,531.013 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,831,883 ไร่

6-1 5
    รูปที่ 4 ที่ตั้งจังหวัดพิจิตร                                      รูปที่ 5 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดพิจิตร

 

อาณาเขต

จังหวัดพิจิตรมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดต่างๆ 4 จังหวัด ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบางกระทุ่ม อำเภอบางระกำ และอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
ทิศใต้ ติดต่อกับติดต่อกับอำเภอชุมแสง อำเภอหนองบัว และอำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับติดอำเภอชนแดน อำเภอวังโปร่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับติดกับอำเภอโพธิ์ไทรงาม กิ่งอำเภอบึงสามัคคี อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์

 

ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะพื้นที่ของจังหวัดพิจิตรมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำอยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณ 37.95 เมตร ทางด้านตะวันออกมีความลาดเอียงไม่เกินร้อยละ 2 ส่วนพื้นที่ที่ต่อเนื่องกับจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นที่ราบสูงมีความลาดเอียงร้อยละ 2- 10 จังหวัดพิจิตรมีแม่น้ำสายสำคัญ 3 สายไหลผ่านตัวจังหวัด คือ แม่น้ำน่าน แม่น้ำยม และแม่น้ำพิจิตร ซึ่งใช้เป็นเส้นทางคมนาคมแต่โบราณ ทำให้เมืองพิจิตรมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาแต่ก่อนยุคสุโขทัย และยังมีหลักฐานปรากฏตราบทุกวันนี้

สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง เอื้ออำนวยต่อการเกษตร เนื่องจากตะกอนที่น้ำพัดมาทับถมเหมาะแก่การทำนา และปลูกพืชหมุนเวียน ทำให้จังหวัดพิจิตรมีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจในฐานะเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของประเทศ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดถูกบุกเบิกเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร จึงมีพื้นที่ป่าเหลือน้อยมากจนแทบจะไม่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ จังหวัดพิจิตรมีแม่น้ำไหลผ่านในตอนกลางของจังหวัดถึง 3 สาย จึงก่อให้เกิดปัญหา น้ำท่วมเป็นประจำ เนื่องจากน้ำเหนือไหลหลาก ประกอบกับน้ำป่าซึ่งไหลมาจากทิวเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ทางทิศตะวันออก

ลักษณะภูมิอากาศ

สภาพอากาศภูมิอากาศจัดอยู่ในแบบมรสุม ซึ่งในรอบปีจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง 3 ฤดู คือ ช่วงที่ 1 ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปสิ้นสุดเดือนตุลาคม ช่วงที่ 2 ฤดูแล้ง แบ่งย่อยเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมไปสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ และฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ไปสิ้นสุดเดือน
พฤษภาคม

ในปี 2552 จังหวัดพิจิตรมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 27.84 องศาเซลเซียส วัดอุณหภูมิต่ำสุดได้ในเดือนมกราคมที่ระดับ 16.10 องศาเซลเซียส และวัดอุณหภูมิสูงสุดได้ในเดือนมีนาคมที่ 36.50 ตลอดทั้งปี มีปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยประมาณ 1,382.90 มิลลิเมตร และนับจำนวนวันที่ฝนตกได้113 วัน

การแบ่งเขตการปกครอง

พิจิตรแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ 86 ตำบล 888 หมู่บ้าน

 

6 1.อำเภอเมืองพิจิตร
2.อำเภอวังทรายพูน
3.อำเภอโพธิ์ประทับช้าง
4.อำเภอตะพานหิน
5.อำเภอบางมูลนาก
6.อำเภอโพทะเล
7.อำเภอสามง่าม
8.อำเภอทับคล้อ
9.อำเภอสากเหล็ก
10.อำเภอบึงนาราง
11.อำเภอดงเจริญ
12.อำเภอวชิรบารมี

  รูปที่ 6 อำเภอในจังหวัดพิจิตร

 

หัวหน้าส่วนราชการ

ผู้ว่าราชการจังหวัด gov pic
รองผู้ว่าราชการจังหวัด mid pic3  vice gov1
 
ปลัดจังหวัดพิจิตร
นายนพรัตน์  ตั้งกิตติถาวร



หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายบุญเวทย์  ศรีพวงใจ



หน่วยงานบริหารราชการ

ส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาค ไม่มีข้อมูล
ส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง ไม่มีข้อมูล
ส่วนราชการท้องถิ่น ได้แก่
เทศบาลเมือง 3 แห่ง
เทศบาลตำบล 22 แห่ง
องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
องค์การบริหารส่วนตำบล 76 แห่ง

 

อำเภอ การปกครอง
ตำบล หมู่บ้าน อบจ. เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล อบต.
เมืองพิจิตร 15 135 1 1 4 4
ตะพานหิน 12 91 - 1 1 10
บางมูลนาก 9 78 - 1 4 6
โพทะเล 11 97 - - 2 11
โพธิ์ประทับช้าง 7 98 - - 1 6
สามง่าม 5 79 - - 3 4
ทับล้อ 4 56 - - 2 4
วังทรายพูน 4 57 - - 2 3
วชิรบารมี 4 51 - - - 4
สากเหล็ก 5 40 - - 1 5
ดงเจริญ 5 55 - - 2 4
บึงนารา 5 51 - - - 5
รวม 86 888 1 3 22 76


ที่มา: สำนักงานจังหวัดพิจิตร

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดพิจิตรมีเขตเลือกตั้ง 2 เขต มีจำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น 3 คน

ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร ได้แก่

เขต 1 นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ พรรค ชาติไทยพัฒนา
เขต 2 นายนราพัฒน์ แก้วทอง พรรค ประชาธิปัตย์
เขต 3 นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ พรรค ชาติไทยพัฒนา

 

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

จังหวัดพิจิตรเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วไป พ.ศ. 2551 มี ส.ว. ได้ 1 คน

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพิจิตรผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551 ได้แก่ นายบรรชา พงศ์อายุกูล

ประชากร

ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ พ.ศ.2557 จังหวัดพิจิตรมีประชากรรวมจำนวนทั้งสิ้น 547,543 คนโดยกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดพิจิตรประกอบด้วย ชาวไทยกูยหรือส่วย ไทยมุสลิม ไทยลาวแง้ว ไทยยวน ไทยพื้นถิ่นหรือไทยพื้นถิ่นอื่น ไทยเชื้อสายจีน ไทยทรงดำ (โซ่งดำ) ไทยอีสาน ไทยพวน และไทยลาวครั่ง

ศาสนา

ข้อมูลจากสำนักงานจังหวัดพิจิตรระบุว่า ประชากรในจังหวัดส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ บางส่วนนับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม โดยศาสนสถานทั้งหมดในจังหวัดมีจำนวน 439 แห่ง จำแนกเป็นวัด 265 แห่ง สำนักสงฆ์ 171 แห่ง โบสถ์คริสต์ 2 แห่ง และมัสยิดอีกจำนวน 1 แห่ง

ประเพณี

1.ประเพณีกำฟ้า

กำฟ้า เป็นประเพณีที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนไทยพวนที่ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดติดต่อกันมาเป็นเวลานาน แม้กาลเวลาจะผ่านไปนับร้อยๆปี ก็ยังมั่นคง คำว่า "กำฟ้า" หมายถึง นับถือฟ้า มีที่มาจากประวัติในอดีตของชาวไทยพวน กล่าวคือ เมื่อครั้งที่ชาวไทยพวนมีถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเชียงขวางในราชอาณาจักรลาว ครั้งหนึ่งเคยมีกษัตริย์ปกครองที่เรียกกันว่า "เจ้าหลวง"หรือ "เจ้าฟ้า" พระนามว่า "เจ้าชมภู" เป็นผู้ครองนคร ซึ่งขณะนั้นเมืองพวนเป็นเมืองขึ้นตรงต่อหลวงพระบาง ต้องส่งส่วยดอกไม้ทองปีละ 2 ตำลึง ต่อมาทางนครเวียงจันทน์ทำศึกกับนครหลวงพระบาง เจ้านนท์ เจ้าเมืองเวียงจันทน์จึงเกลี้ยกล่อมให้เจ้าชมพูเข้าด้วยกับตน และยกทัพไปรบกับเมืองหลวงพระบางจนได้ชัยชนะ แต่ต่อมา เจ้าชมภู ไม่ยอมขึ้นกับนครเวียงจันทน์ ด้วยถือว่าตนก็เป็นผู้รบชนะควรที่จะเป็นเอกราชปกครองตนเอง แม่ทัพใหญ่ของนครเวียงจันทน์จึงสั่งให้ท้าวเขียวทัพไปปราบ จับตัวเจ้าชมภูไว้และส่งไปยังนครเวียงจันทน์เพื่อรับโทษประหาร โดยให้นำตัวไปแทงด้วยหอก แต่บังเอิญฟ้าผ่าถูกด้ามหอกที่เพชฌฆาตถืออยู่หักสะบั้นลง เจ้านนท์เห็นเป็นเหตุอัศจรรย์จึงรับสั่งให้เจ้าชมภูกลับไปครองเมืองพวกพวนตามเดิม เป็นเหตุให้ไทยพวนถือฟ้าและยึดถือเป็นประเพณี "กำฟ้า" คือ นับถือฟ้า มาจนถึงปัจจุบัน

ประเพณีกำฟ้าเป็นประเพณีที่สำคัญและกำหนดเป็นงานนักขัตฤกษ์ประจำปีของหมู่บ้าน ปัจจุบันชาวไทยพวนแต่ละท้องถิ่นจะกำหนดเดือนและวันไว้แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่มักกำหนดไว้ในระยะ 3 เดือน คือ เดือนอ้าย เดือนยี่ และเดือนสาม ถือกำหนดวันตามเดือนนี้ "เดือน 3 ขึ้น 3 ค่ำ" เป็นวันกำฟ้าประจำปี สำหรับประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวนในบ้านป่าแดง ตำบลหนองพยอม จะจัดตรงกับวันขึ้น 2 ค่ำและ 3 ค่ำ เดือน 3 (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์) จัดขึ้นเพื่อแสดงความเคารพบูชาเทวดาและพระมหากษัตริย์ เมื่อถึงวันกำฟ้า ชาวไทยพวนจะกลับมายังบ้านของตน เพื่อพบปะสังสรรค์และร่วมทำบุญกับญาติพี่น้อง เมื่อทำบุญเสร็จแล้วหนุ่มสาวจะพากันเล่นมอญซ่อนผ้า ไม้หึ่ม ช่วงรำ ซ่อนหา เตะหม่าเบี้ย (เล่นสะบ้า) อันเป็นกิจกรรมเสริมคล้ายประเพณีตรุษหรือสงกรานต์ของไทย โดยจะเล่นสนุกสนานจนถึงเย็นค่ำ ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่หรือคนที่มีครอบครัวก็จะคอยฟังเสียงฟ้าร้องและจับเสียงว่าร้องทางทิศใดจะได้พยากรณ์ทำนายเหตุการณ์ในการประกอบอาชีพหรือความเป็นอยู่ในปีต่อไป หรือคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าว่า ควรจะทำนาช้าหรือเร็วอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับฤดูกาลที่จะมาถึงเกี่ยวกับเสียงฟ้าร้อง

ทั้งนี้ ชาวไทยพวนตั้งถิ่นฐานอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย เช่น จังหวัดแพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร สุพรรณบุรี สระบุรี และนครนายก เป็นต้น ดังนั้นประเพณีกำฟ้าจึงเป็นประเพณีสำคัญที่ปรากฏในหลายจังหวัด ซึ่งประเพณีดังกล่าวจะมีรายละเอียดของธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกันในบางประการ ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นของชาวไทยพวนในแต่ละพื้นที่

2. การแข่งเรือยาวประเพณี

จังหวัดพิจิตรมีการแข่งเรือประเพณีมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะมีธรรมเนียมว่า วัดใดถ้าจัดงาน ปิดทองไหว้พระแล้วก็จะต้องจัดงานแข่งเรือควบคู่กันไปด้วย การแข่งเรือจะจัดขึ้นในฤดูน้ำหลาก ประมาณวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงต้นเดือนกันยายนของทุกปี ภายในงานจะมีการแข่งเรือประเพณีและการประกวดขบวนแห่เรือต่างๆ ในแม่น้ำน่าน หน้าวัดท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนในมากมาย

ประเพณีแข่งเรือยาวของจังหวัดพิจิตร เริ่มขึ้นในสมัยท่านเจ้าคุณพระธรรมทัสส์มุนีวงค์ (เอี่ยม) เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง และเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เมื่อประมาณ พ.ศ. 2450 โดยได้กำหนดจัดงานแข่งขันเรือในวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ภายหลังน้ำในแม่น้ำน่านลดลงเร็วเกินไป ไม่เหมาะสมจะแข่งขันเรือยาว จึงเปลี่ยนมาเป็นวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 10 และมีการแข่งขันเพียงวันเดียว ในการแข่งขันเรือยาวจัดให้นำผ้าห่มหลวงพ่อเพชรมอบเป็นรางวัลสำหรับเรือยาวที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนรางวัลเป็นธงที่มีรูปหลวงพ่อเพชรแทน

เดิมทีประเพณีแข่งขันเรือยาวจังหวัดพิจิตรจะแบ่งออกเป็น 3 ขนาด คือ

    1. ขนาดเล็ก ฝีพายไม่เกิน 28 คน
    2. ขนาดกลาง ฝีพายไม่เกิน 40 คน
    3. ขนาดใหญ่ ฝีพายไม่เกิน 55 คน


โดยในการแข่งขันเรือยาวทั้ง 3 ขนาดนั้น จะแบ่งออกเป็นอีก 2 ประเภท คือ ประเภท ก เรือยาวที่ทำการแข็งขันแล้ววิ่งจัด และประเภท ข เรือยาวที่ทำการแข็งขันแล้ววิ่งปานกลาง ต่อมาในปี 2532 ทางคณะผู้จัดงานได้ปรับปรุงและเพิ่มประเภทการแข่งขัน ดังนี้

    1. เรือที่แข่งขันในวันแรก และชนะจัดอยู่ในประเภท ก 1, ข 1.
    2. เรือที่แข่งขันในวันแรกและแพ้ จัดอยู่ในประเภท ก 2, ข 2.

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดพิจิตร พ.ศ.2538 - 2553

GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, PHICHIT PROVINCE: 1995-2010

สาขาการผลิต 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553p
  -1995 -1996 -1997 -1998 -1999 -2000 -2001 -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 (2010p)
ภาคเกษตร 3,188 4,707 5,578 7,259 4,702 4,935 5,383 5,049 6,288 6,469 7,625 8,333 8,315 13,187 11,400 11,800
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 3,065 4,562 5,428 7,090 4,561 4,780 5,214 4,913 6,134 6,361 7,518 8,208 8,183 13,091 11,017  11,437
การประมง 123 145 150 168 141 155 170 136 154 108 107 125 131 96 383 364
ภาคนอกเกษตร 8,083 9,238 9,459 10,113 9,946 10,430 10,775 12,705 13,150 14,237  15,644 16,920 17,258 18,684 20,876 22,474
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 238 230 227 179 106 92 124 1,384 760 1,155 1,381 1,409 673 914 1,906 1,769
การผลิตอุตสาหกรรม 734 740 818 1,054 727 871 1,051 1,123 1,877 1,682 1,576 1,821 2,429 2,771 3,145 4,693
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 230 248 281 352 313 323 324 375 392 378 475 497 474 453 584 599
การก่อสร้าง 1,093 1,278 845 589 853 856 791 912 678 902 1,005 1,008 1,249 1,253 1,283 1,274
การขายส่ง
การขายปลีก
การซ่อมแซม
ยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน
1,349 1,752 2,047 2,216 1,842 1,898 1,906 1,843 2,012 2,015 2,209 2,482 2,534 3,234 3,393 3,524
โรงแรมและภัตตาคาร 104 135 90 73 93 88 87 91 94 123 122 96 93 93 81 92
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 522 484 495 492 496 482 582 570 654 560 570 576 546 511 498 480
ตัวกลางทางการเงิน 735 896 815 804 579 587 628 720 741 853 1,013 1,272 1,297 1,390 1,404 1,528
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 671 793 908 1,084 1,329 1,369 1,315 1,473 1,596 1,683 1,614 1,640 1,654 2,068 2,178 1,843
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 628 704 800 945 1,230 1,379 1,432 1,529 1,696 1,892 2,119 2,401 2,155 1,547 1,611 1,758
การศึกษา 1,263 1,339 1,431 1,583 1,625 1,652 1,660 1,765 1,825 2,020 2,412 2,517 2,910 3,107 3,227 3,384
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 384 487 548 576 575 644 682 714 576 674 795 869 937 998 1,188 1,133
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่น ๆ 113 131 137 144 156 166 176 182 219 270 301 294 285 308 332 318
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 18 19 20 21 22 23 17 25 30 30 52 39 22 36 46 79
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 11,271 13,945 15,038 17,371 14,648 15,365 16,158 17,754 19,437 20,706 23,269 25,253 25,572 31,871 32,276   34,274
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 19,567 24,188 25,917 29,831 25,062 26,273 27,541 30,169 32,950 35,019 39,294 42,584 43,007 53,448 53,976   57,167
ประชากร (1,000 คน) 576 576 580 582 584 585 587 589 590 591 592 593 595 596 598 600

 

การเกษตร

1. พื้นที่ทางการเกษตร : จังหวัดมีพื้นที่การเกษตร 2,238,699 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 79.05 ของพื้นที่จังหวัด (ข้อมูล ณ ปี 2552)

2. พื้นที่ที่ได้รับน้ำจากชลประทาน :

พื้นที่ในเขตชลประทาน 371,973 ไร่ ซึ่งมีพื้นที่ส่งน้ำ 3 โครงการระหว่างแม่น้ำน่านและแม่น้ำยม คือ โครงการส่งน้ำฯพลายชุมพล โครงการส่งน้ำฯ ดงเศรษฐี และโครงการส่งน้ำฯ ท่าบัว

พื้นที่นอกเขตชลประทาน 1,975,840 ไร่ ประกอบด้วย โครงการชลประทานขนาดกลาง สูบน้ำด้วยไฟฟ้า โครงการชลประทานขนาดเล็ก และพื้นที่การเกษตรอื่น ๆ แยกเป็น พื้นที่ลุ่มน้ำน่านฝั่งตะวันออก 7 อำเภอ 1,086,921 ไร่ และพื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งตะวันตก 5 อำเภอ 883,919 ไร่ (ข้อมูล ณ ปี 2552)

3.ผลผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ :

ส่วนใหญ่ประชากรมีอาชีพหลักคือ ทำนา มีการเพาะปลูก ข้าว มากที่สุด รองลงมาได้แก่พืชไร่ เช่น ข้าวโพด อ้อย ถั่วเขียว ฯลฯ มวลรวมผลิตภัณฑ์การเกษตร คิดเป็นมูลค่า 14,864 ล้านบาท (ข้อมูลรายงาน ณ ปี 2553)

การอุตสาหกรรม

      1. จำนวนโรงงาน : มีสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปทั้งหมด 1,858 แห่ง จำนวน มีนิคมอุตสาหกรรม 1 แห่ง โรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 702 แห่ง (ข้อมูลรายงาน ณ ปี 2553)
      2. เงินลงทุน : 9,267.46 ล้านบาท (ข้อมูลรายงาน ณ ปี 2553)
      3. การจ้างงาน : กำลังแรงงาน 341,888 คน เป็นผู้มีงานทำ 335,881 คน คิดเป็นร้อยละ 98.24 ลูกจ้างทั้งหมดในสถานประกอบการรวม 17,707 คน (ข้อมูลรายงาน ณ ปี 2553)

4. อุตสาหกรรมสำคัญ :

  • การประกอบอุตสาหกรรมในจังหวัดส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมทางการเกษตร เช่น โรงสีข้าวไซโลข้าวโพด แต่การขยายตัวทางอุตสาหกรรมปริมาณผลิตผลทางการเกษตรไม่มีเพียงพอกับความต้องการของโรงงานอุตสาหรรมเพราะผลิตผลทางการเกษตรอยู่ในระดับต่ำ การพัฒนาทางวิชาการเกษตรแผนใหม่หรือเทคโนโลยีแผนใหม่มีการนำมาใช้น้อยประกอบกับการเกษตรกรรมในจังหวัดขึ้นอยู่กับธรรมชาติเป็นสำคัญผลิตผลที่ได้ก็ไม่แน่นอนควบคุมไม่ได้ ดังนั้นจึงพบว่าการอุตสาหกรรมในจังหวัดเป็นอุตสาหกรรมในระดับพื้นฐาน สามารถเพิ่มรายได้ให้กับจังหวัด รองจากเกษตรกรรม และพาณิชกรรม การประกอบอุตสาหกรรมในจังหวัดที่สำคัญได้แก่การตัดเย็บเสื้อผ้า ผลิตส่วนประกอบรองเท้า การผลิตแปรงถ่านและโรงสีข้าว ในอนาคตอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะจังหวัดพิจิตรเป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 3 และนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนล่าง

  • การเหมืองแร่ แร่ที่สำคัญมี 2 ชนิด
    1. แร่ยิปซัม แหล่งแร่ตั้งที่ตำบลวังงิ้วใต้ อำเภอดงเจริญ มีผู้ประกอบการ 3 ราย 4 แปลง เนื้อที่ประทานบัตร 437 ไร่ แหล่งแร่มีความกว้างประมาณ 300 - 500 เมตร ภายในแหล่งแร่มียิปซัมหนาประมาณ 25 - 40 เมตร อยู่ภายใต้ชั้นดินซึ่งหนาประมาณ 1 - 6 เมตร แร่ยิปซัมที่พบส่วนใหญ่จะมีสีขาวถึงเทาอ่อนเนื้อคล้ายน้ำตาลหยาบเปราะคุณภาพค่อนข้างดีจากการขุดเจาะสำรวจแหล่งแร่ยิปซัมบริเวณนี้พบว่ามีประมาณยิปซัมไม่น้อยกว่า 11.5 ล้านตัน
    2. ทองคำ กรมทรัพยากรธรณีให้ประทานบัตรแก่ บริษัท อัคราไมนิ่ง บริเวณเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ เขตติดต่อจังหวัดเพชรบูรณ์ และให้ประทานบัตรแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดบริเวณ ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน (เขาพนมพา) เพื่อนำไปดำเนินการให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

 

5. โครงการส่งเสริมจาก BOI :

ภาวการณ์ลงทุน ในเดือนมกราคม 2553 การจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปของห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด จำนวน 15 ราย (หจก. 9 ราย ,บริษัท 6 ราย) เงินทุนจดทะเบียน 18.3 ล้านบาท

โครงการส่งเสริมจาก BOI ได้แก่ การทำเหมืองแร่ทองคำ, Garments, โรงสีข้าว, โรงปรับปรุงคุณภาพข้าวสารส่งออก การลงทุนที่มีศักยภาพ ได้แก่อุตสาหกรรมผลิตอาหารแปรรูป

 

6. สินค้า OTOP ที่สำคัญ : n/a

การพาณิชยกรรม

จำนวนสถานประกอบธุรกิจการค้า :

  • มีผู้จดทะเบียนนิติบุคคลที่ตั้งใหม่ในปี 2552 จำนวน 845 ราย เป็นทะเบียนพาณิชย์ 765 ราย บริษัทจำกัด 18 ราย ห้างหุ้นส่วนจำกัด 61 ราย ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 1 ราย
  • จำนวนผู้จดทะเบียนประกอบธุรกิจการค้าที่คงอยู่ จำนวน 1,015 ราย เป็นจดทะเบียนพาณิชย์ 794 ราย นิติบุคคลรวม 802 ราย (บริษัทจำกัด 214 ราย ห้างหุ้นส่วนจำกัด 576 รายและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 12 ราย)

1. ปริมาณการใช้ไฟฟ้า

ความต้องการใช้ไฟฟ้าของจังหวัด ปี พ.ศ. 2552 เท่ากับ 462 กิโลวัตต์ (ที่มา: กระทรวงพลังงาน)

2. ปริมาณการใช้น้ำปะปา

ปริมาณการใช้น้ำปะปา ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2553

จังหวัด จำนวนผู้ใช้น้ำ
(คน)
กำลังผลิตที่ใช้งาน
(ลบ.ม./วัน)
ปริมาณน้ำผลิต
(ลบ.ม.)
ปริมาณน้ำผลิต จ่าย
(ลบ.ม.)
ปริมาณน้ำจำหน่าย
(ลบ.ม.)
พิจิตร 32,279 48,000 770,867 757,367 532,351


ที่มา: การปะปาส่วนภูมิภาค

 

3. ปริมาณการใช้น้ำมัน

น้ำมัน 2550 2551 2552
แก๊สโซฮอล์ 91 486 3,811 6,360
แก๊สโซฮอล์ 95 4,118 7,567 8,654
เบนซิน ออกเทน 91 24,233 19,805 4,435
เบนซิน ออกเทน 95 1,758 253 384
ดีเซลหมุนเร็ว 95,776 - -
ดีเซลหมุนเร็ว บี 5 1,021 13,202 35,887


ที่มา: กระทรวงแรงงาน

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดพิจิตร พ.ศ. 2545 - 2554
POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, PHICHIT PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน  2545
(2002)
2546
(2003) 
2547
(2004) 
2548
(2005)
2549
(2006) 
2550
(2007) 
2551
(2008) 
2552
(2009) 
2554
(2011) 
รวม 
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  448,068 451,593 456,873 436,375 411,759 409,567 444,882 485,754 494,699
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  299,708 330,447 338,911   317,641 288,563 287,851 308,535 341,378 347,793
    ผู้มีงานทำ  294,289 315,880 328,890 308,308 285,008 281,294 303,181 334,766 343,074
    ผู้ว่างงาน  4,707 11,942 8,781 7,974 3,297 5,181 4,442 6,243 2,906
    ผู้ที่รอฤดูกาล  712 2,625 1,241 1,359 259 1,376 911 369 1,813
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  148,360 121,146 117,962 118,734 123,196 121,717 136,347 144,376 146,907
 ชาย 
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  214,825 216,518 219,240 208,393 195,496 194,431 211,485 231,260 235,547
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  171,633 174,174 180,596 168,663 156,129 155,301 165,967 184,726 187,338
    ผู้มีงานทำ  168,241 168,983 176,934 163,949 153,632 151,927 163,800 182,185 184,851
    ผู้ว่างงาน  2,968 4,450 3,403 4,304 2,345 2,733 2,167 2,524               1,516
    ผู้ที่รอฤดูกาล  425 742 260 410 152 641                      - 17 971
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  43,191 42,343 8,644 39,731 39,367 39,130 45,518 46,534 48,209
หญิง 
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป  233,243 235,076 237,633 227,982 216,263 215,136 233,397 254,493 259,152
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน  128,074 156,273 158,315 148,978 132,435 132,550 142,568 156,652 160,454
    ผู้มีงานทำ  126,049 146,898 151,956 144,359 131,376 129,367 139,381 152,582 158,223
    ผู้ว่างงาน  1,739 7,492 5,378 3,670 952 2,448 2,276 3,719 1,390
    ผู้ที่รอฤดูกาล  287 1,883 981 949 107 735 911 351 841
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน  105,169 78,803 79,318 79,004 83,828 82,587 90,828 97,841 98,698

 

จำนวนสถานศึกษา/ สถาบันการศึกษา

ประเภทโรงเรียน จำนวน
ระดับประถม 264
ขยายโอกาส 80
สามัญ 30
สงเคราะห์ -
พิเศษ 1
รวม 375


ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, 2551

 

ข้อมูลนักเรียนจำแนกรายจังหวัด เพศ และชั้นการศึกษา

ระดับชั้น  ชาย  หญิง รวม
อนุบาล 1 34 24 58
อนุบาล 2 2,100 1,895 3,995
อนุบาล 3 2,077 1,960 4,037
ป. 1 2,198 1,997 4,195
ป. 2 2,090 1,880 3,970
ป. 3 2,199 2,000 4,199
ป. 4 2,096 1,963 4,059
ป. 5 2,315 2,060 4,375
ป. 6 2,596 2,440 5,036
ม. 1 2,617 2,298 4,915
ม. 2 2,414 2,146 4,560
ม. 3 2,249 2,173 4,422
ม. 4 903 1,270 2,173
ม. 5 699 961 1,660
ม. 6 673 965 1,638
ปวช. 1 - - -
ปวช. 2 - - -
ปวช. 3 - - -
รวม           23,049           22,153   53,292


ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, 2553

รายการ  2549 (2006)  2550 (2007)  2551 (2008)
 การใช้คอมพิวเตอร์ 120,867 116,741 118,867
 การใช้อินเตอร์เน็ต 52,194 62,346 58,059
 การมีโทรศัพท์มือถือ 187,881 203,690 228,921

 

ที่มา: การสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2546-2551 สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

จำนวนสถานพยาบาล

จังหวัดพิจิตรมีโรงพยาบาล 9 แห่ง จำนวน 795 เตียง อัตราเฉลี่ย 1 เตียงต่อประชากร 695 คน โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง สถานีอนามัย 110 แห่ง คลินิก 46 แห่ง ร้านขายยาแผนปัจจุบัน รวม 116 ร้าน ร้านขายยาแผนโบราณ รวม 42 ร้าน (ข้อมูลรายงาน ณ ปี 2553)

จำนวนบุคลากรทางสาธารณสุข

  • แพทย์ 107 คน สัดส่วนต่อประชากร 1 : 5,169 คน
  • ทันตแพทย์ 35 คน สัดส่วนต่อประชากร 1 : 15,803 คน
  • เภสัชกร 52 คน สัดส่วนต่อประชากร 1 : 10,636 คน
  • พยาบาล 723 คน สัดส่วนต่อประชากร 1 : 765 คน
    (ข้อมูลรายงาน ณ ปี 2553)

ข้อมูลสุขภาพ

ปี 2551 ชาย หญิง รวม
จำนวนเด็กเกิด 2,583 2,438 5,021
จำนวนคนตาย 2,458 2,141 4,599
จำนวนประชากรทั้งหมด 271,599 282,513 554,112
อัตราเกิด (CRB) : 1,000 คน* 9.5 8.6 9.1
อัตราตาย (CDR) : 1,000 คน* 9.1 7.6 8.3
อัตราเพิ่มประชากร : -0.11


* ที่มา : จากการคำนวณ โดยใช้ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

1. จำนวนนักท่องเที่ยว

                                      จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัด ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550

ประเภทนักท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวม
 นักท่องเที่ยว 111,955 955 112,910
 นักทัศนาจร 121,530 4,217 125,747
 ผู้เยี่ยมเยือน 233,485 5,172 238,657
รวม 466,970 10,344 477,314


ที่มา : ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด


2. รายได้

                                                   รายได้จากการท่องเที่ยวในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551

ลำดับที่ ประเภทนักท่องเที่ยว รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย (บาท) รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (บาท)
1 ผู้เยี่ยมเยือน 289,300.00 n/a
รวม 289,300.00 n/a

 

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด

 

3. จำนวนโรงแรมที่พัก ห้องพัก

  • จำนวนโรงแรม 4 แห่ง
  • จำนวนห้องพัก 348 ห้อง
    (ข้อมูลปี 2552)

 

4. สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

คลิกเพื่อหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่ สำคัญและน่าสนใจจากเว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

1. สัญลักษณ์และคำขวัญประจำจังหวัด
2. ตราประจำจังหวัด
3. ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด
4. ประวัติ
สำนักงานจังหวัดพิจิตร http://www.phichit.go.th/present52.pdf
http://www.khonthai.com/Vitithai/phichit.html
writer.dek-d.com
http://www.siamshop.com
student.nu.ac.th
http://www.oknation.net 
 
5. ข้อมูลทั่วไป  

   5.1 ที่ตั้งและขนาดพื้นที่
   5.2 อาณาเขต
   5.3 ลักษณะภูมิประเทศ
   5.4 ลักษณะภูมิอากาศ
   5.5 จำนวนประชากร

สำนักงานจังหวัดพิจิตร
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่พิจิตร
ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวง
มหาดไทยและจังหวัด
กระทรวงมหาดไทย
ประกาศสำนักทะเบียนกลาง  กรมการปกครอง
สำนักงานจังหวัดพิจิตร

http://www.phichit.go.th/present52.pdf
http://www.treasury.go.th/webprovince/phichit/province.html
http://www.moi.go.th/portal/page?_
pageid=33,62629,33_62804&_dad=portal
http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html
http://www.phichit.go.th/amazing/
10nation/nation.html?c=list&menu=30

6. การปกครอง
   6.1 การแบ่งเขตการปกครอง
   6.2 หัวหน้าส่วนราชการ
   6.3 หน่วยงานบริหารราชการ
สำนักงานจังหวัดพิจิตร http://www.phichit.go.th/present52.pdf

http://www.phichit.go.th/file_personal53.pdf

7. การเลือกตั้ง  
   7.1 การเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร
   7.2 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
รัฐสภาไทย http://mp.parliament.go.th/map2550/map_north.htm 
http://www.senate.go.th/profile/main.php?url=history&senator=642e92efb79421734881b53e1e1b18b6
8. สภาพทางสังคม  
   8.1 ศาสนา  
   8.2 ประเพณี
สำนักงานสถิติจังหวัดพิจิตร
สำนักงานสถิติจังหวัดพิจิตร

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออำเภอหนองโดน สระบุรี
http://www.phichit.go.th/present52.pdf
http://www.phichit.go.th/navigate/
navi2.html
http://www.unseentourthailand.com/76/phichit.pdf
http://cddweb.cdd.go.th/nongdon/files/kamfa.pdf
9. เศรษฐกิจ
   9.1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด
        (GPP) แหล่งที่มารายได้
        และรายได้ประชาชาติต่อหัว
  9.2 ที่มารายได้ของครัวเรือน
  9.3 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี

สำนักงานสถิติแห่งชาติ
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี

http://www.nesdb.go.th


http://portal.nso.go.th
http://www.nesdb.go.th
10. การเกษตร
   10.1 พื้นที่ทางการเกษตร
   10.2 พื้นที่ที่ได้รับน้ำจากชลประทาน
   10.3 ผลผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ
สำนักงานจังหวัดพิจิตร http://www.phichit.go.th/present53.pdf
11. การอุตสาหกรรม
   11.1 จำนวนโรงงาน
   11.2 เงินลงทุน
   11.3 การจ้างงาน
   11.4 อุตสาหกรรมสำคัญ
   11.5 โครงการส่งเสริมจาก BOI
   11.6 สินค้า OTOP
สำนักงานจังหวัดพิจิตร



สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร กระทรวงพาณิชย์
http://www.phichit.go.th/present53.pdf



http://pcoc.moc.go.th/wappPCOC/views/dfactsheet.aspx?pv=66
12. การพาณิชยกรรม
   12.1 จำนวนสถานประกอบธุรกิจการค้า สำนักงานจังหวัดพิจิตร http://www.phichit.go.th/present53.pdf
13. ข้อมูลแรงงาน  สำนักงานสถิติแห่งชาติ http://portal.nso.go.th
14. การศึกษา
   14.1 จำนวนสถานศึกษา/
           สถาบันการศึกษา
   14.2 ข้อมูลนักเรียนจำแนกรายจังหวัด           เพศ และชั้นการศึกษา
ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
http://210.1.20.11/doc/web_doc/#h5

http://210.1.20.11/dataonweb/report/indexsum_prov.php
15. บริการสาธารณสุข
   15.1 สถานพยาบาล
   15.2 บุคลากรทางสาธารณสุข
   15.3 ข้อมูลสุขภาพ

สำนักงานจังหวัดพิจิตร

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
http://www.phichit.go.th/present53.pdf

http://www.dopa.go.th/xstat/tran/bstat.htm
   16.1 จำนวนนักท่องเที่ยว

   16.2 รายได้
   16.3 จำนวนโรงแรมที่พัก ห้องพัก

ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทย
และจังหวัด

สำนักงานจังหวัดพิจิตร
 http://www.moi.go.th


http://www.phichit.go.th/present53.pdf

 

 

 

JoomSpirit