หนองบัวลำภู

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดหนองบัวลำภู

Seal Nongbualamphu

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดหนองบัวลำภู

รูปพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับยืนหน้าศาล เบื้องหลังเป็นหนองบัวลำภู

คำขวัญประจำจังหวัด

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ

แผ่นดินธรรมหลวงปู่ขาว เด่นสกาวถ้ำเอราวัณ นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

4 5-19 bua
รูปที่ 2 ต้นพะยุง รูปที่ 3 ต้นพะยุง รูปที่ 4 ดอกบัวหลวง

ดินแดนในเขตจังหวัดหนองบัวลำภู มีปรากฎหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์มานานนับพันปี ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เริ่มจากการดำรงชีวิตแบบเร่ร่อน มาเป็นตั้งชุมชน

อยู่ตามที่เนินสูง ตามถ้ำหรือริมฝั่งน้ำแสวงหาอาหารด้วยการจับปลา ล่าสัตว์และหาพืชผักผลไม้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาจนถึงการดำรงชีวิตในสังคมกสิกรรมจึงเริ่มอยู่รวมกันเป็นชุมชน

มีการเพาะปลูกเสี้ยงสัตว์ ทำเครื่องประดับ และหล่อโลหะแบบต่างๆ

ชุมชนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่ค้นพบได้แก่ แหล่งโบราณคดีโนนพร้าวบ้านกุดคอเมย ตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง และแหล่งโบราณคดีโนนดอนกลาง

บ้านกุดกวางสร้อย ตำบลบ้านถิ่น อำเภอโนนสัง ชุมชนโบราณค่อยๆ มีการพัฒนาการเข้าสู่ชุมชนเมือง มีการติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างกันมากขึ้น วัฒนธรรมแบบทวารวดี เข้ามามีอิทธิพลครอบคลุมพื้นที่ในภาคอีสานประมาณปี พ.ศ.1100 - 1500 ในเขตจังหวัดหนองบัวลำภูพบโบราณวัตถุสมัยทวารวดี เช่นใบเสมาหินทราย วัดพระธาตุเมืองพิณ อำเภอนากลาง และในเสมาหินทราย วัดป่าโนนคำวิเวก อำเภอสุวรรณคูหา

เมื่อสิ้นสมัยทวารวดี วัฒนธรรมขอมเริ่มเข้ามามีอิทธิพลแทน เมื่อประมาณปี พ.ศ.1500 - 1700 ในเขตจังหวัดหนองบัวลำภู พบโบราณสถานและโบราณวัตถุ เช่นฐานวิหารศิลาแลง ศิลาจารึกวัดพระธาตุเมืองพิณ อำเภอนากลาง และจารึกอักษรขอมวัดป่าโนนคำวิเวก อำเภอสุวรรณคูหา

เมื่อสิ้นวัฒนธรรมขอมพื้นที่ในภาคอีสานได้รับอิทธิพลไทยลาว (ล้านช้าง)เข้ามาแทนที่ ปรากฎชัดเจนเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 19 ซึ่งร่วมสมัยกับกรุงสุโขทัย บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนและลุ่มแม่น้ำอู แถบเมืองเชียงทอง การตั้งบ้านเรือนของกลุ่มวัฒนธรรมไทยลาวเป็นที่ยอมรับของนักประวัติศาสตร์ว่าอยู่ในสมัยเดียวกับสุโขทัย

ต่อมาในสมัยพระเจ้าลิไท ก็ได้กล่าวถึงชุมชนกลุ่มวัฒนธรรมไทยลาว ที่ได้รวมตัวกันเป็นอาณาจักร ในชื่ออาณาจักรล้านช้าง ดังนี้ (เขตเมืองสุโขทัย) "เบี้ยงตะวันออกเถิงแดนพระยาฟ้าง้อม (งุ้ม)" รัชสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม เมื่อประมาณปี พ.ศ.1896 - 1961 และในรัชสมัยพระเจ้าสามแสนไทย (พ.ศ.1916 - 1959) มีการขยายอาณาเขตของอาณาจักรล้านช้างได้ครอบคลุมภาคอีสานถึงที่ราบโคราช และได้ขยายอิทธิพลทางการเมืองการปกครอง แพร่กระจายชุมชนเข้ามาบริเวณแอ่งสกลนครถึงบริเวณพระธาตุพนม

ในรัชสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาฯ แห่งอาณาจักรล้านช้างได้สร้างสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรอยุธยา ในรัชสมัยพระเจ้าจักรพรรดิ์ เพื่อต่อต้านอำนาจพม่า ที่กำลังแพร่ขยายเข้ามาในอาณาจักรล้านนา เชียงใหม่

เมื่อประมาณปี พ.ศ.2106 พระเจ้าไชยเชษฐาฯ แห่งกรุงศรีสัตนาคบหุต (เวียงจันทน์) ได้นำผู้คนอพยพเข้ามาอยู่อาศัยในเขตจังหวัดหนองบัวลำภู ได้สร้างพระพุทธรูป และศิลาจารึกที่วัดถ้ำสุวรรณคูหา และสร้างบ้านแปงเมือง หนองบัวลำภูขึ้นใหม่อีกครั้งที่ริมหนองบัว (หนองซำช้าง) ซึ่งเป็นเมืองเก่าสมัยขอมมีอำนาจอยู่ ได้สร้างพระพุทธรรูป วิหาร และขุดบ่อน้ำในบริเวณวัดใน หรือวัดศรีคูณ และยกฐานะขึ้นเป็น เมืองจำปานครกาบแก้วบัวบาน มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเวียงจันทน์ คนทั่วไปนิยมเรียกว่า เมืองหนองบัวลำภู ปรากฎหลักฐานคือ โบราณสถานและโบราณวัตถุที่วัดศรีคูณ เมืองมีอยู่สองลักษณะคือ พระพุทธรูปมีสององค์ องค์เล็กประดิษฐานอยู่ในกู่ หรือซุ้มเล็ก ชั้นล่างหันหน้าไปทางทิศใต้ ฐานกู่ก่อด้วยศิลาแลง มีใบเสมาฝังอยู่โดยรอบทั้งสี่ด้าน และมีการบูรณะต่อเติมให้แข็งแรงขึ้น ด้วยอิฐดินเผา และมีใบเสมาฝังซ้อนรอยฐานกู่ทั้งสี่ด้าน ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่บนฐานสูง อยู่ในซุ้มก่อด้วยอิฐภายในวิหาร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นศิลปวัฒนธรรมไทยลาว (ล้านช้าง)

เมื่อปี พ.ศ. 2117 ในระหว่างที่ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรกแก่พม่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงครองเมืองพิษณุโลกอยู่ ได้ตามเสด็จสมเด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดา นำกองทัพเสด็จประทับพักแรมที่บริเวณริมหนองบัวแห่งนี้ พระองค์ได้ทรงประชวรด้วยไข้ทรพิษ จึงได้เสด็จนำกองทัพกลับกรุงศรีอยุธยา
ตามตำนานพระวอ - พระตา ผู้สร้างเมืองหนองบัวลำภู กล่าวว่า เมืองนี้พระวอและพระตา เป็นผู้สร้างโดยได้สร้างกำแพงเมือง มีค่ายคู ประตูหอรบครบครัน เพื่อป้องกันข้าศึกโดยเฉพาะข้าศึกจากทางเวียงจันทน์ คือ ได้สร้างกำแพงหิน หอรบขึ้นที่เชิงเขาบนภูพานคำ ซึ่งเป็นเส้นทางหน้าด่าน ใกล้กับบริเวณน้ำตกเฒ่าโต้ ห่างจากกำแพงเมืองไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 1 กิโลเมตร

ตามประวัติพระวอ และพระตา มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหินโวม เป็นเสนาบดีของพระเจ้ากรุงเวียงจันทน์ มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอนุวงษ์ไทธิราช เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ฝ่ายนอกของกษัตริย์กรุงเวียงจันทน์ มีเรื่องขัดใจกับพระเจ้าสิริบุญสาร ผู้เป็นโอรสของพระเจ้าอนุวงษ์ไทธิราช ซึ่งได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดา จึงได้พาไพร่พลของตนอพยพหนี โดยข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานสร้างบ้านแปงเมืองจำปานครกาบแก้วบัวบาน ขึ้นใหม่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2302 แล้วตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน ตั้งตนเป็นอิสระไม่ขึ้นกับเมืองเวียวงจันทน์ ส่วนหลวงราโภชนัย และท้าวคำผง ซึ่งอพยพมาพร้อมกัน และไพร่พลอีกส่วนหนึ่งได้ไปสร้างบ้านแปงเมือง อยู่ที่เมืองภูเวียง (ปัจจุบันคือ อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2310 พระเจ้าสิริบุญสาร แห่งเมืองเวียงจันทน์ได้ข่าวว่า พระวอ พระตา แยกตัวมาตั้งเมือง นครเขื่อนขันธ์ฯ (หนองบัวลำภู) และไม่ยอมขึ้นกับเมืองเวียงจันทน์ จึงได้ส่งกองทัพมาปราบปราม เกิดการต่อสู้กันที่ช่องน้ำจั่น (น้ำตกเฒ่าโต้) บนภูพานคำ สู้รบกันอยู่สามปี ยังไม่แพ้ชนะกัน ทางฝ่ายเมืองเวียงจันทน์จึงขอกองทัพพม่ามาช่วยเหลือ จนสามารถตีเมืองนครเขื่อนขันธ์ฯ ได้ พระวอ พระตา จึงได้อพยพผู้คนหนีไปภูเวียง ลงไปทางใต้ตามลำน้ำชี และไปขอพึ่งเจ้าเมืองจำปาศักดิ์ อยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาได้แยกตัวออกมาสร้างบ้านแปงเมืองอยู่ที่ดอนมดแดง (ปัจจุบันคือ จังหวัดอุบลฯ) แล้วขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ฝ่ายเจ้าสิริบุญสาร ได้ยกกองทัพติดตามกลุ่มพระวอ - พระตา จนล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และปราบพระวอ - พระตา ได้ในปี พ.ศ. 2321 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาจักรียกกองทัพมาช่วยพระวอ - พระตา ขับไล่กองทัพของพระเจ้าสิริบุญสารออกไปจากเขตแดนไทย แล้วยกกองทัพติดตามเข้าตีเมืองเวียงจันทน์ได้ ครั้งนั้นได้ได้อัญเชิญพระแก้วมรกต ซึ่งพระเจ้าไชยเชษฐานำไปจากเมืองเชียงใหม่ กลับคืนสู่ราชอาณาจักรไทยตามเดิม เมืองเวียงจันทน์ตกเป็นของไทยในฐาะนเมืองประเทศราช แะลเมืองนครเขื่อนขันธ์ฯ ก็ได้มาขึ้นอยู่กับราชอาณาจักรไทย นับแต่นั้นมา

ระหว่างปี พ.ศ. 2369 - 2371 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์เป็นกบฎ ยกกำลังมายึดเมืองนครราชสีมา ทางกรุงเทพฯ ได้ส่งกองทัพมาปราบ เจ้าอนุวงศ์ได้ถอยทัพมาตั้งรับอยู่ที่หนองบัวลำภู ทั้งสองฝ่ายได้สู้รบกันเป็นสามารถ ในที่สุดกองทัพของไทยได้ติดตามจับตัวเจ้าอนุวงศ์ ได้ที่เมืองเวียงจันทน์ แล้วนำตัวไปพิจารณาโทษที่กรุงเทพฯ

ในปี พ.ศ. 2433 ได้มีการจัดระเบียบการปกครองบ้านเมือง ทางลุ่มแม่น้ำโขงใหม่ โดยให้ข้าหลวงเมืองหนองคายบังคับบัญชาเมืองใหญ่ 16 เมือง เมืองขึ้น 36 เมือง เรียกว่า เมืองลาวฝ่ายเหนือ ในช่วงนี้เมืองหนองบัวลำภูขึ้นอยู่กับเมืองหนองคาย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2434 ได้โปรดเกล้า ฯ ให้แต่งตั้งข้าหลวงใหญ่ออกไปประจำดินแดนภาคอีสานสามพระองค์ คือ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ครั้งเป็นกรมหมื่น เป็นข้าหลวงใหญ่ ณ เมืองอุบล ฯ เรียกว่า ข้าหลวงเมืองลาวกาว มีเมืองใหญ่ 21 เมือง เมืองขึ้น 43 เมือง กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ครั้งเป็นกรมหมื่น เป็นข้าหลวงใหญ่ ณ เมืองหนองคาย เรียกว่า ข้าหลวงเมืองลาวพวน มีเมืองใหญ่ 13 เมือง เมืองขึ้น 16เมือง ครั้งนั้นเมืองหนองบัวลำภูขึ้นกับเมืองหนองคาย กรมหลวงสรรพสิทธิ์ประสงค์ ครั้งเป็นกรมหมื่น เป็นข้าหลวงใหญ่ ณ เมืองหลวงพระบาง เรียกว่า ข้าหลวงหัวเมืองลาวพุงขาว มีเมืองหลวงพระบาง สิบสองปันนา สิบสองจุไทย และหัวพันทั้งห้าทั้งหก ในครั้งนั้นเจ้าเมืองหนงคาย ได้แต่งตั้งให้ พระวิชโยคมกมุทเขต มาครองเมืองนครเขื่อนขันธ์ ฯ ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองเอก และเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่า เมืองกมุทธาสัย

ในปี พ.ศ. 2443 ได้มีการเปลี่ยนชื่อมณฑลฝ่ายเหนือ เป็นมณฑลอุดร และให้รวมเมืองต่าง ๆ ในมณฑลอุดรเป็นห้าบริเวณ เมืองกมุทธาสัย ถูกรวมอยู่ในบริเวณบ้านหมากแข้ง

พ.ศ. 2449 ได้โปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนชื่อเมืองกมุทธาสัยเป็น "เมืองหนองบัวลำภู" ขึ้นอยู่บริเวณหมากแข้ง
ส่วนเมืองในสังกัดบริเวณให้มีฐานะเป็นอำเภอ เมืองหนองบัวลำภูจึงกลายเป็น "อำเภอหนองบัวลำภู" ขึ้นกับจังหวัดอุดรธานี โดยมีพระวิจารณ์กมุทธกิจเป็นนายอำเภอคนแรก

พ.ศ. 2450 ได้โปรดเกล้าฯให้กระทรวงมหาดไทยรวมเมืองต่างๆในบริเวณหมากแข้งตั้งเป็งเมืองจัตวา เรียกว่าเมืองอุดรธานี ส่วนเมืองในสังกัดบริเวณให้มีฐานะเป็นอำเภอ เมืองหนองบัวลำภูจึงกลายเป็น "อำเภอหนองบัวลำภู" ขึ้นกับจังหวัดอุดรธานี โดยมีพระวิจารณ์กมุทธกิจเป็นนายอำเภอคนแรก

อำเภอหนองบัวลำภู มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ มีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตร ทางราชการจึงได้ยกฐานะชุมชนที่มีความเจริญ และอยู่ห่างไกลแยกการปกครองจากอำเภอหนองบัวลำภู จัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอรวมสี่กิ่งอำเภอ ตามลำดับคือ กิ่งอำเภอโนนสัง (พ.ศ. 2491) กิ่งอำเภอศรีบุญเรือง (พ.ศ. 2508) กิ่งอำเภอนากลาง (พ.ศ. 2508) และกิ่งอำเภอสุวรรณคูหา (พ.ศ. 2516)

เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการกระจายอำนาจมายังส่วนภูมิภาค เพื่อประโยชน์ในด้านการปกครอง การให้บริการของรัฐการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การส่งเสริมให้ท้องถิ่นเจริญยิ่งขึ้น คณะรัฐมนตรีและรัฐสภา จึงได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดหนองบัวลำภูตามร่างเสนอของนายเฉลิมพล สนิทวงศ์ชัยและคณะ แล้วประกาศจัดตั้งเป็นจังหวัดหนองบัวลำภู ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2536

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

Thailand 6-23-1
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดหนองบัวลำภู รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดหนองบัวลำภู


จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ตั้งขึ้นเป็นจังหวัดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2536 มีที่ตั้งตามพิกัดภูมิศาสตร์ อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16 องศา 45 ลิปดา ถึง 17 องศา 40 ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 101 องศา 57 ลิปดา ถึง 102 องศา 30 ลิปดา ตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 518 กม. (ตามเส้นทาง กรุงเทพฯ-สีคิ้ว-ชัยภูมิ-ชุมแพ-ศรีบุญเรือง-หนองบัวลำภู) จังหวัดหนองบัวลำภู  มีขนาดพื้นที่ประมาณ 3,859.062 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,411,928.74 ไร่ ขนาดพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 2.27 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  (พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 170,226 ตารางกิโลเมตร หรือ 106,392,250 ไร่  และคิดเป็นร้อยละ 0.75 ของประเทศ) จังหวัดหนองบัวลำภู มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอน้ำโสม อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอสีชมพู กิ่งอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอบ้านผือ อำเภอกุดจับ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
ทิศตะวันตก

ติดต่อกับ อำเภอภูกระดึง อำเภอวังสะพุง อำเภอผาขาว อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย

สภาพภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของหนองบัวลำภู ส่วนใหญ่จะเป็นแอ่งที่ราบมีภูเขาล้อมรอบเทือกเขาที่สำคัญ คือ เทือกเขาภูพานอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดหนองบัวลำภู โดยทอดแนวยาวมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงตอนเหนือของอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ผ่านเข้ามาเขตอำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานีและเข้าสู่เขตอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู และเข้าไปเขตอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ผ่านไปกาฬสินธุ์, สกลนคร และ จังหวัดนครพนม

จังหวัดหนองบัวลำภู มีพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงบางส่วนเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้นถึงลอนลึก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200 เมตร ทางตอนบนของหวัดจะเป็นพื้นที่ภูเขาสูง แล้วลาดไปทางทิศใต้และทิศตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินปนทราบและลูกรัง ไม่สามารถเก็บน้ำหรืออุ้มน้ำในฤดูแล้งได้

สภาพภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศในจังหวัดหนองบัวลำภูแบ่งออกเป็น 3 ฤดู เช่นเดียวกันกับจังหวัดอื่น ในภาตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาวสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป ขึ้นอยู่กับมรสุมที่พัดผ่านประจำปี จัดอยู่ในประเภทภูมิอากาศแบบพื้นเมือง ร้อนเฉพาะฤดู คือ จะมีฝนตกเฉพาะฤดูกาลสลับกับมีช่วงแห้งแล้งที่เห็นได้ชัดเจน ซึ่งแต่ละฤดูจะมีอุณหภูมิแตกต่างกัน ดังนี้

  • ฤดูหนาว : อุณหภูมิต่ำเฉลี่ยประมาณ 15 - 16 องศาเซลเซียส อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - มกราคม ของทุกปี
  • ฤดูร้อน : อุณหภูมิต่ำเฉลี่ยประมาณ 34 - 36 องศาเซลเซียส อยู่ในช่วงเดือนเมษายน - เดือน พฤษภาคม ของทุกปี
  • ฤดูฝน : อุณหภูมิต่ำเฉลี่ยประมาณ 20 - 24 องศาเซลเซียส (ในวันที่มีฝนตก) อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - พฤศจิกายน ของทุกปี

สภาพธรณีวิทยาสัณฐาน (ธรณีวิทยา)
สภาพจังหวัดหนองบัวลำภู จะโอบรอบด้วยเทือกเขาภูพานและภูเก้า โดยลักษณะของภูพานจะเป็นแนวเทือกเขาทอดยาวจากเหนือลงมาใต้ ส่วนภูเก้าอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดหนองบัวลำภู จะมีลักษณะเป็นวงกลมตรงกลางจะเป็นแอ่งที่ราบระหว่างหุบเขา ตามสภาพดังกล่าวจะทำให้จังหวัดหนองบัวลำภูมีภูเขาล้อมรอบโดยมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาประกอบด้วยกลุ่มหิน 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มหินโคราช กลุ่มหินราชบุรี และกลุ่มหินตะนาวศรี

  1. กลุ่มหินโคราช (Korat group) อยู่ในยุคครีตาเซียส ถึง ยุคไตรแอสสิค (Cretaceous to Triassic) มีอายุประมาณ 135 - 230 ล้านปี พบในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภู อำเภอศรีบุญเรือง อำเภอนากลาง และอำเภอนาวัง โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภูบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 10 บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 210หนองบัวลำภู อุดรธานี จะพบสุสานหอยกาบคู่ อันแสดงว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็นทะเลมาก่อนอยู่ในกลุ่มหินโคราช มีหน่วยหินที่ควรศึกษา ดังนี้
    - หน่วยหินภูพานและพระวิหาร ประกอบด้วยหินทราย หินกรวด และหินซิลท์ โดยหน่วยหินภูพานจะอยู่บนชั้นของหน่วยหินพระวิหารบริเวณที่พบเทือกเขาภูพานด้านตะวันออกและทางตอนใต้ของจังหวัดในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภูและอำเภอโนนสัง
    - หน่วยหินภูกระดึง เป็นหน่วยหินที่เรียงตัวอยู่ล่างสุดของกลุ่มหินโคราช ซึ่งจะมีอายุมากที่สุด ประกอบด้วยหินชนวน หินซิลิคอน มีหินทราย และหินกรวดปะปนด้วย พบบริเวณอำเภอเมืองหนองบัวลำภู อำเภอศรีบุญเรือง อำเภอนากลางและ อำเภอนาวัง
  2. กลุ่มหินราชบุรี (Ratchaburi group) อยู่ในยุคคาร์บอนิฟอรัสถึงยุคเพอเมียน (Carboniforous to Permian) จะพบบริเวณกลุ่มเขาโดดในเขตอำเภอสุวรรณคูหา อำเภอศรีบุญเรือง อำเภอนากลาง และอำเภอนาวัง ประกอบด้วยหินปนสีเทาอ่อน หินทราย หินดินดาน และหินกรวดมน
  3. กลุ่มหินตะนาวศรี (Tanaosi group) อยู่ในยุคคาร์บอนิฟอรัสถึงยุคดีไวเนีย (Carboniforous to Permian) มีอายุประมาณ 345 - 425 ล้านปี หน่วยหินที่พบในกลุ่มนี้ คือ หน่วยหินแก่งกระจาน ประกอบด้วยหินดินดานสีเทาเข้ม หินทรายขาว พบในเขตอำเภอนากลางและอำเภอนาวังเขตติดต่อกับจังหวัดเลยชั้นหินคดโค้งรูปกระทะหงาย จะเกิดขึ้นในยุคไตรแอสสิคตอนปลาย นับว่าเป็นโครงสร้างทางธรณีวิทยาของเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ถูกยกตัวสูงขึ้นจากระดับน้ำทะเลทำให้เกิดภูมิประเทศแบบโค้งงอและรอยเลื่อน บริเวณนี้มีน้ำทะเลนำตะกอนเข้ามาสะสมอยู่ในยุคเทอร์เชียนรี่ ประมาณ 70 - 135 ล้านปีมาแล้ว มีการไหวตัวของเปลือกโลก ทำให้แอ่งโคราชยกตัวสูงขึ้นอย่างช้า ๆ เป็นบริเวณกว้างทำให้เกิดโค้งกระทะคว่ำและกระทะหงาย

 

การปกครองแบ่งออกเป็น 6 อำเภอ 59 ตำบล 636 หมู่บ้าน

Amphoe
  1. อำเภอเมืองหนองบัวลำภู
  2. อำเภอนากลาง
  3. อำเภอโนนสัง
  4. อำเภอศรีบุญเรือง
  5. อำเภอสุวรรณคูหา
  6. อำเภอนาวัง

 


จำนวนหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เทศบาล อบต. ในแต่ละอำเภอ 

อำเภอ

ตำบล

หมู่บ้าน

เทศบาล 

 อบต.

นากลาง

9

127

5

5

นาวัง

5

51

1

5

โนนสัง

10

107

เมือง

14

153

4

13

ศรีบุญเรือง

12

158

สุวรรณคูหา

91

รวม

55

687

24 

44


จังหวัดหนองบัวลำภูมีส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาค จำนวน 32 แห่ง และส่วนราชการที่สังกัดส่วนกลางและสังกัดอิสระ จำนวน 40 แห่ง รวมส่วนราชการทั้งสิ้น 72 แห่ง 

ผู้บริหารจังหวัด

bos1

นายระพี  ผ่องบุพกิจ
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู

bos2

นายสมาน  วงศ์วรายุทธ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู

bos3

นายกอบเกียรติ  กาญจนะ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู


หัวหน้าสำนักงานจังหวัด

ว่าที่ร.ต. สุรศักดิ์ วงศาโรจน์ (9 พ.ค.54 - ปัจจุบัน)

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เขตที่ อำเภอ /ตำบล รายชื่อส.ส.  สังกัดพรรค  ที่อยู่ 
1

อำเภอเมืองทั้งอำเภอ และ  อำเภอโนนสัง  5 ตำบล

ประกอบด้วย ตำบลกุดดู่  ตำบลโนนสัง  

ตำบลบ้านค้อ  ตำบลบ้านถิ่น  ตำบลปางกู่ 
นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย 

๓๓/๑ หมู่ที่ ๙ ต.หนองบัว อ.เมือง
จ.หนองบัวลำภู ๓๙๐๐๐ 

โทรศัพท์ ๐๘๑-๕๕๕๕๐๕๙

โทรสาร   ๐๔๒-๓๑๑๕๕๕ 
2

อำเภอศรีบุญเรือง และ อำเภอโนนสัง  5  ตำบล 

ประกอบด้วย  ตำบลโคกใหญ่  ตำบลหนองเรือ  

ตำบลโคกม่วง  ตำบลโนนม่วง  ตำบลโนนเมือง 

ตำบลนิคมพัฒนา 

นายไชยา พรหมา พรรคเพื่อไทย  

๒๕๙/๑๐๔ หมู่ที่ ๑๓ ต.เมืองใหม่ อ.ศรีบุญเรือง

จ.หนองบัวลำภู  ๓๙๑๘๐

โทรศัพท์ ๐๔๒ ๓๕๓๙๐๙

โทรสาร ๐๔๒- ๓๕๓๘๒๓  
3

อำเภอนากลาง  อำเภอสุวรรณคูหา 

และอำเภอนาวัง  1 ตำบล  ได้แก่ 

ตำบลวังปลาป้อม

นายวิชัย สามิตร พรรคเพื่อไทย 

๒๕๕ หมู่ที่ ๑๒ ต.นากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ๓๙๑๗๐

โทรศัพท์ ๐๘๑-๗๓๒๗๒๔๙

โทรสาร ๐๔๒-๓๕๙๑๑๓


การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดหนองบัวลำภู เลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒มีนาคม ๒๕๕๑ โดยมีจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง

  • นายรักพงษ์ ณ อุบล

ประชากรจังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2554 (ธันวาคม 2554) มีประชากรทั้งสิ้น 502,551 คน เป็นชาย 252,496 คน หญิง 250,055 คน

การศึกษา

การศึกษาจังหวัดหนองบัวลำภู มีสถาบันการศึกษาในระบบการศึกษาภาคบังคับสายสามัญและสายอาชีพ 351 แห่ง จำนวนครู 4,182 คน มีวิทยาลัยชุมชนจำนวน 1 แห่ง วิทยาลัยการอาชีพ 1 แห่ง(อยู่ที่อำเภอศรีบุญเรือง) และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จำนวนทั้งสิ้น 6 แห่ง

มีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา 1 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการ-เฉลิมพระเกียรติจังหวัดหนองบัวลำภู ตั้งอยู่ ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ห่างจากศาลากลางจังหวัด ประมาณ 10 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 210 ไปทาง จ.เลย เปิดสอนระดับปริญญาตรี 4 สาขา และระดับปริญญาโท 3 สาขา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 - ปัจจุบัน มีจำนวนนักศึกษาทั้งสิ้น 2,102 คน

ศาสนา

จังหวัดหนองบัวลำภูมีขนบธรรมเนียมความเป็นอยู่อย่างชาวอีสานทั่วๆ ไป แบบเรียบง่ายส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 99 ของประชากรทั้งหมด ส่วนที่นับถือศาสนาอื่นมีบ้างเล็กน้อยได้แก่ ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 0.09 และ อิสลามร้อยละ 0.03

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดหนองบัวลำภู พ.ศ.2538 - 2553
GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, NONG BUA LAM PHU PROVINCE: 1995-2010

สาขาการผลิต 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553p
  -1995 -1996 -1997 -1998 -1999 -2000 -2001 -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 (2010p)
ภาคเกษตร 1,478 1,641 1,548 1,722 1,481 1,450 1,680 1,663 2,316 2,363 2,398 2,725 3,033 3,047 3,917 4,377
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 1,468 1,627 1,532 1,704 1,438 1,424 1,640 1,620 2,140 2,184 2,215 2,463 2,775 2,835 3,664 4,137
การประมง 10 14 16 17 43 26 40 43 177 180 182 263 258 211 253 240
ภาคนอกเกษตร 5,108 5,794 6,306 5,968 5,530 5,735 5,760 6,038 6,873 7,874 8,421 9,934 10,948 10,694 11,123 12,384
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 63 216 187 147 183 137 122 130 151 160 167 205 178 175 239 233
การผลิตอุตสาหกรรม 846 776 770 841 587 633 707 635 1,021 1,234 1,070 1,400 2,012 2,221 1,886 2,550
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 84 97 115 142 124 125 127 130 138 155 157 186 192 184 236 242
การก่อสร้าง 497 734 635 320 339 412 271 329 343 632 530 612 643 541 637 524
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 693 786 847 749 690 669 703 669 770 827 822 957 1,163 1,198 1,487 1,649
โรงแรมและภัตตาคาร 0 0 1 1 1 3 4 8 15 26 28 32 35 32 26 22
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 85 218 236 263 276 246 311 324 321 328 370 397 443 477 534 470
ตัวกลางทางการเงิน 236 317 311 305 257 244 253 295 316 363 438 554 643 738 742 811
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 520 632 758 926 1,081 1,106 1,065 1,190 1,227 1,244 1,625 2,110 1,960 1,422 1,237 1,368
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 399 448 523 573 646 749 759 849 935 1,042 1,155 1,088 1,008 851 901 1,065
การศึกษา 1,138 1,352 1,688 1,443 1,070 1,124 1,152 1,149 1,282 1,434 1,628 1,919 2,193 2,353 2,561 2,781
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 482 144 156 174 188 193 187 223 223 261 243 267 290 308 430 467
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 58 66 70 75 80 85 93 98 119 152 168 172 167 182 201 185
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 7 8 7 8 9 10 5 8 13 17 21 35 22 11 6 17
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 6,586 7,435 7,854 7,690 7,012 7,186 7,440 7,701 9,189 10,238 10,818 12,659 13,981 13,740 15,040 16,761
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 13,954 15,566 16,302 15,808 14,261 14,523 14,852 15,209 17,979 19,867 20,835 24,232 26,578 25,952 28,242 31,293
ประชากร (1,000 คน) 472 478 482 486 492 495 501 506 511 515 519 522 526 529 533 536

 

E

งานนเรศวรมหาราชและงานกาชาด หนองบัวลำภู
(จัดเป็นประจำทุกปี ระหว่างวันที่ 28 มกราคม - 7 กุมภาพันธ์ บริเวรสนามนเรศวร หน้าศูนย์ราชการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู)

001    004

002    003

พระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจังหวัดหนองบัวลำภู

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระสุทธิกษัตรีประสูติที่เมืองพิษณุโลก เมื่อปีพุทธศักราช 2089 เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2133 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ องค์ที่ 24 แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย ประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นกับกรุงหงสาวดี เมื่อปีพุทธศักราช 2127 หลังจากต้องเสียเอกราชเป็นเวลา 15 ปี ทรงมีพระอัจฉริยภาพอย่างยอดเยี่ยมในการทำสงคราม และทรงเป็นจอมทัพที่กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ยากที่จะมีผู้ใดเสมอเหมือน จึงทรงชนะศึกสงครามตลอดรัชกาล นับตั้งแต่ทรงศึกชนะพระมหาอุปราชาในสงครามยุทธหัตถี เมื่อวันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2135 พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วสุวรรณภูมิ ไม่มีข้าศึกกล้ารุกรานประเทศไทยเป็นเวลาสืบต่อยาวนานถึง 174 ปี ชื่อเสียงเลื่องลือเป็นที่เชื่อถือของนานาประเทศ ในยุโรป ต่างส่งทูตมาเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับประเทศไทย เศรษฐกิจของชาติเจริญรุ่งเรือง ราษฎรร่มเย็นเป็นสุข จึงได้รับถวายพระนามเป็น "มหาราช" ทรงดำรงสิริราชสมบัติเป็นเวลา 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พุทธศักราช 2148 ณ เมืองหาง

เมื่อปีพุทธศักราช 2117 ทรงตามเสด็จสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดายกทัพไปตีลานช้างได้พักทัพ ณ บริเวณหนองบัว เมืองหนองบัวลำภู แต่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระประชวรด้วยไข้ทรพิษ จึงได้ยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา ชาวเมืองหนองบัวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2510 โดยกรมศิลปากร เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของอนุชนรุ่นหลังสืบไป ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พุทธศักราช 2511 ชาวหนองบัวลำภู จึงถือเป็นประเพณีในการประกอบพิธีสักการะบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2511 เป็นต้นมา ซึ่งต่อมารัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 18 มกราคม ของทุกปี เป็น "วันกองทัพไทย" จังหวัดจึงได้กำหนดเป็นวันบวงสรวงสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนได้กำหนดให้พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญในรูปตราประจำจังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ จังหวัดหนองบัวลำภูนับเป็นจังหวัดที่มีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพียงแห่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับกำหนดการจัดงานสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช - กาชาดหนองบัวลำภู มีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18 - 27 มกราคม ของทุกปี ณ สนามสมเด็จนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยกำหนดพิธีการในวันแรกของงาน ออกเป็น 2 ช่วง คือ

  1. ช่วงเช้า พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ บริเวณหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
  2. ช่วงบ่าย พิธีเปิดงาน " สักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช - กาชาดหนองบัวลำภู" ประจำปี 2553 โดยมีขบวนแห่จากทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาต่างๆรูปแบบการจัดงาน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

1) การจัดกิจกรรมภายในบริเวณสนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้แก่

-  การออกร้านนิทรรศการ ผลงานของส่วนราชการ
-  การออกร้านมัจฉากาชาด
-  การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)
-  การประกวดธิดากาชาด การประกวดร้องเพลงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ
-  การเดินแบบแสดงผ้าไทยการกุศล
-  มหรสพสมโภช

2) การจัดกิจกรรมภายนอกงาน ได้แก่ การแข่งขันกีฬาต่างๆ เช่น กอล์ฟการกุศล ฟุตซอล เปตอง หรือชนิดกีฬาอื่นๆ


งานเทศกาลขึ้นเขาไหว้พระถ้ำเอราวัณ (จัดเป็นประจำทุกปี ระหว่างวันที่ 12 - 16 เมษายน บริเวณถ้ำเอราวัณ อำเภอนาวัง)

3    06

ประเพณีขึ้นเขาไหว้พระ เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๓๗ กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศจัดตั้งจังหวัดหนองบัวลำภูและกิ่งอำเภอนาวังก็ได้ฐานะขึ้นพร้อมกับจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรกคือนายประภา ยุวานนท์ ได้ดำริการจัดงานสำคัญของจังหวัดขึ้น โดยมีผู้เสนอการจัดงานขึ้นเขาไหว้พระ และได้ประชุมปรึกษาหารือว่าจะเลือกเอาที่ไหนดีในระหว่างที่มีที่เหมาะสมอยู่ ๓ แห่ง ตามคำขวัญของจังหวัด คือ (อุทยานแห่งชาติ ภูเก้า - ภูพานคำ แผ่นดินธรรมหลวงปู่ขาว เด่นสกาวถ้ำเอราวัณ ) ที่ประชุมมีมติ เห็นควรจัดที่ถ้ำเอราวัณ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เหมาะสม เช่นถ้ำเอราวัณ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก่อน เส้นทางคมนาคมสะดวก ตลอดจนมีความพร้อมในระดับท้องถิ่นด้วย

ปี ๒๕๓๘ ได้มีการจัดงานขึ้นเขาไหว้พระ ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งได้จัดงานในช่วงสงกรานต์โดยมีนายประภา ยุวานนท์ ผู้ว่าราชกาจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธี มี นายวีระ จันทรทิพรักษ์ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอนาวัง เป็นประธานจัดงาน รวมทั้งกำนันตำบลวังทอง นายล้วน บุญมาตร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ด้วย โดยมีรูปแบบการจัดงาน มีการประกวดขบวนแห่นางผมหอม ของแต่ละตำบล ประกวดนางผมหอม พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำเอราวัณ ประกวดดนตรีพื้นเมือง และการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง มากมาย จากนั้นมาก็ได้กำหนดจัดงานประเพณีขึ้นเขาไหว้พระขึ้นทุกปี โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๕ เมษายนของทุกปี จนถึงปัจจุบัน

งานบุญบั้งไฟ (จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือประมาณเดือนพฤษภาคม)

1    02

ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีบุญบั้งไฟของอำเภอศรีบุญเรือง ได้มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี ในงานจะมีการประกวดขบวนแห่ ประกวดผาแดง-นางไอ่ มีการแสดงทางด้านศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ การฟ้อนรำ การแสดงหมอลำ การสาธิตวิธีการทำนา การสู่ขวัญ ในขบวนแห่ตอนหัวขบวนจะมีรถที่แห่บั้งไฟมีการประดับประดาบั้งไฟอย่างวิจิตรตระการตา สวยงามไม่แพ้จังหวัดใดเลยที่เดียว ต่อมาจะเป็นรถแห่ผาแดง - นางไอ่ ซึ่งคู่ผาแดง - นางไอ่ จะมีคัดเลือกจากเด็กสาว เด็กชายที่มีหน้าตาดี บุคลิกดีในชุมชนต่าง ๆ เข้าร่วมการประกวด มีการประดับประดารถ ม้า ของผาแดง - นางไอ่ อย่างวิจิตรตระการตาสวยงามมาก ต่อมาจะเป็นการสาธิตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง ๆ แล้วแต่ว่า ชุมชนใดจะมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร เป็นต้นว่า มีการสาธิตการถอนต้นกล้า มีการสาธิตการตำข้าว มีการสาธิตการเล่นหมอลำซิ่ง มีการสาธิตการสาวไหม ต่อมาจะเป็นขบวนฟ้อนรำของแต่ละชุมชน

ซึ่งในแต่ละปีจะมีการแข่งขบวนฟ้อนรำว่า ขบวนฟ้อนรำของชุมชนใด จะมีความพร้อมเพรียงสวยงามมากที่สุด พิธีการต่าง ๆ จะเริ่มประมาณเที่ยงหรือก่อนเที่ยงไปสิ้นสุดเอาตอนเย็น ซึ่งใช้เวลานานพอสมควรเนื่องจาก ขบวนแห่ของแต่ละชุมชน มีความยาวมากประมาณ ๒๐๐ -๓๐๐ เมตร ซึ่งขบวนแห่ ได้สร้างความสนุกสนาน เป็นที่สนใจของชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ได้มาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมาก ประเพณีบุญบั้งไฟเป็นการแสดงออกถึงภูมิปัญญา และความชาญฉลาดของชาวอีสานที่เน้นความรักความสามัคคี และมีการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมชาวอีสาน ซึ่งชาวอำเภอศรีบุญเรือง ได้ร่วมกันสืบทอดและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามไว้อย่างดีเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสืบทอดต่อไป

เทศกาลเที่ยวหอยหิน กินลำไย ไหว้หลวงปู่ขาว (จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีช่วงเดือนสิงหาคม บริเวณชุมชนบ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู)

lung    lung1

เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไยในตำบลโนนทัน ให้สามารถมีตลาดและจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม ตลอดจนให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าที่เป็นของป่า ศึกษาวิวัฒนาการของซากหอยและฟอสซิล ไดโนเสาร์ และทำใจให้สงบอยู่ในเนื้อนาบุญ ตลอดจนท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่หลากหลาย

ประเพณีบุญผะเหวด (อำเภอโนนสัง)

011    055

บุญผะเหวด เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บุญมหาชาติ เป็นงานบุญที่พระสงฆ์ได้แสดงพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นเรื่องราวที่กล่าว ถึงพระจริยาวัตรขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งเสวยชาติเป็นพระเวสสันดร หรือเรียกว่า มหาเวสสันดรชาดก มีความยาวถึง ๑๓ กัณฑ์ การทำบุญผะเหวดจะมีขึ้นในเดือนสี่ ชาวบ้านจะกำหนดวันกันเอง โดยไม่ให้ตรงกันกับหมู่บ้านใกล้เคียง ก่อนเทศน์ ๑ วัน ชาวบ้านจะจัดพิธีรับผะเหวดเข้ามาสู่เมือง ในการจัดขบวนแห่จะมีดนตรีประโคม ประกอบด้วย ฆ้อง กลอง ผ้าผะเหวดและคนร่วมขบวน เมื่อขบวนไปถึงบริเวณที่สมมติให้ผะเหวดอยู่ ก็จะเอาขันธ์ ๕ ใส่คายเงินไปนิมนต์ พระภิกษุที่สมมติเป็นผะเหวดจะรับนิมนต์ และแสดงธรรมเทศนาสอนพุทธบริษัทก่อนแล้ว จึงแห่ผะเหวดเข้าเมือง

หลังจากนั้นพระภิกษุก็จะแสดงธรรมเทศนากัณฑ์สังกาศจนจบ ต่อมาตอนเช้ามืดชาวบ้านก็จะออกไปแห่ข้าวพันก้อน แล้วฟังเทศน์มาลัยหมื่น มาลัยแสนและพระเวสสันดรชาดกจนครบ ๑๓ กัณฑ์ ในระหว่างกลางวันที่ญาติโยมออกไปฟังเทศน์นั้น จะมีการทำบุญเลี้ยงพระไปด้วย และตามความเชื่อที่ว่าถ้าผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาเวสสันดรชาดกจบภายในวันเดียวแล้วจะได้พบกับศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรย ชาวอำเภอโนนสัง จึงจัดงานบุญผะเหวดนี้ติดต่อกันทุกปี

เทศกาลน้ำตกเฒ่าโต้ (จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีช่วงเดือนกันยายน บริเวณวนอุทยานเฒ่าโต้ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู)

ประเพณีบุญข้าวจี่ยักษ์

022    04

จะเป็นบุญประเพณีเดือน ๓ ซึ่งเป็นความเชื่อตามฮีตสิบสองของชาวอีสาน เป็นการทำบุญหลังจากที่ได้ข้าวใหม่ ชาวบ้านจะทำข้าวจี่โดยใช้ข้าวเหนียวใหม่นึ่งจนสุก เคล้าเกลือแล้วย่างไฟจนเกรียมหอม ก่อนเอามาทาด้วยไข่ไก่ที่ตีไว้จนทั่ว แล้วนำไปย่างต่อจนสุก การทาไข่จะทาแล้วย่างสลับไปมาสัก ๓ ครั้ง เมื่อได้ข้าวจี่ทาไข่ที่หอมกรุ่นแล้วจะนำน้ำอ้อยมาใส่ในรูที่ถอดไม้ไผ่ออก ก็จะได้ข้าวจี่ทาไข่ที่มีรสชาติอร่อย หอมหวาน

จากนั้นชาวบ้านจะนำข้าวจี่ไปรวมกันที่วัดแล้วถวายพระ ก่อนที่จะนำกลับมาแจกลูกหลานที่รออยู่บ้าน การทำบุญข้าวจี่นี้ชาวบ้านจัดทำติดต่อกันมาทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่วัดถ้ำสุวรรณคูหา ทางเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา ได้จัดทำข้าวจี่ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นเป็นหลัก จึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้ของจังหวัดหนองบัวลำภู

งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวามหาราช (อำเภอนากลาง)

01    05

อำเภอนากลาง ได้ร่วมมือกันจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวามหาราช ซึ่งถือเป็นการแสดงออกถึงความรู้รักสามัคคี ถวายความดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวามหาราช เทศบาลตำบลนากลางร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในเขตอำเภอนากลาง จัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวามหาราช "รวมใจภักดิ์ รักในหลวง" โดยได้รับความเห็นชอบตามมติที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๓-๗ ธันวาคม ของทุกปี

อำเภอนาวัง

nw1

nw2

nw3

nw4

อำเภอสุวรรณคูหา

sw1

sw2

อำเภอนากลาง

nk1

nk2

อำเภอศรีบุญเรือง

sb1

sb2

อำเภอโนนสัง

ns1

ns2

อำเภอเมือง

m1

m2m3

m4

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์

ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด 

การปกครอง

เว็บไซต์วิกิพีเดีย  จังหวัดหนองบัวลำภู - วิกิพีเดีย
ประวัติศาสตร์ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก : ข้อมูล แหล่งท่องเที่ยว 

สภาพทางภูมิศาสตร์ 

ประชากรและสภาพทางสังคม

 

 

เว็บไซต์จังหวัดหนองบัวลำภู 

http://www.nongbualamphu.go.th/th/

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ (สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย
การเลือกตั้ง

 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดหนองบัวลำภู

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ประเพณีและวัฒนธรรม http://www.nongbualamphu.go.th/th/index.php?option=com_content&view=category&id=49&Itemid=90
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ http://www.nongbualamphu.go.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=74:2011-04-12-05-46-50&catid=48:2011-04-12-05-45-55&Itemid=91

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ต้นพะยูง

thongthailand.igetweb.com    

panmai.com

ดอกบัวหลวง

http://www.nongbualamphu.go.th

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดหนองบัวลำภู - วิกิพีเดีย

แผนที่อาณาเขต

thaienergydata.in.th

เทศกาลเที่ยวหอยหิน กินลำไย ไหว้หลวงปู่ขาว

travel.kapook.com

 

JoomSpirit