มุกดาหาร

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดมุกดาหาร

seal

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดมุกดาหาร

จังหวัดมุกดาหาร จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2525 สัญลักษณ์ประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นรูปวงกลมภายในมีปราสาทชื่อ สองนางสถิตย์ ภายในปราสาทองค์กลางมีแก้วมุกดาหารอยู่บนพาน ใต้พานมีผ้าทิพย์รองรับ หน้าผ้าทิพย์มีอักษรไขว้ชื่อย่อจังหวัด ในปราสาทองค์ริมทั้งสองข้าง มีบายศรียนตะลุ่ม อันเป็นเครื่องบูชาของชาวอีสาน เบื้องหลังมีพระธาตุพนมซึ่งจังหวัดมุกดาหารแยกออกมาและเคยอยู่ในอาณาจักรโคตรบูรณ์เดียวกัน มีแนวแม่น้ำโขงอยู่ด้านหลัง ด้านตะวันออก พระอาทิตย์กำลังทอแสงหลังหมู่ก้อนเมฆ

คำขวัญประจำจังหวัด

หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน

กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

4-10 5-8
รูปที่ 2 ต้นช้างน้าว รูปที่ 3 ดอกช้างนาว

เมื่อพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) สวรรคต พระยาเมืองแสนได้ชิงเอาราชสมบัติขึ้นครองเวียงจันทน์ พระมเหสีของพระเจ้ากรุงเวียงจันทน์องค์เดิมได้พาโอรส 2 พระองค์ คือ เจ้าองค์หล่อ และเจ้าองค์หน่อ (เจ้าหน่อกุมาร) อพยพหลบหนีตามลำน้ำโขงมาอาศัยอยู่กับ พระครูโพนเสม็ด เมื่อเจ้าองค์หล่อเจริญวัยขึ้น มีความโกรธแค้นพระยาเมืองแสนซึ่งชิงเอาราชสมบัติ จึงพาบ่าวไพรไปอยู่เมือง ญวน ซ่องสุมผู้คน

คอยหาโอกาสแก้แค้นพระยาเมืองแสน ฝ่ายพระยาเมืองแสนผู้ครองกรุงศรีสัตนาคนหุตเห็นว่าพระครูโพนเสม็ดมีผู้คนรักใคร่เกรงกลัวนับถือมาก หากปล่อยไว้อาจจะคิดแย่งชิงเอาบ้านเมือง จึงคิดจะกำจัดพระครูโพนเสม็ดเสีย เมื่อพระครูโพนเสม็ดรู้ระแคะระคายว่าพระยาเมืองแสนจะคิดทำร้ายจึงรวบรวม ผู้คนได้ 3 พันเศษ พาเจ้าหน่อกุมารพร้อมด้วยมารดา (พระมเหสีของพระเจ้ากรุงเวียงจันทน์) อพยพลงมาตามลำน้ำโขง เมื่อเห็นว่าที่ใดทำเลดีอุดมสมบูรณ์ก็ให้ผู้คนที่ติดตามแยกย้ายกันตั้งบ้านตั้งเมืองขึ้นตามความสมัครใจในแถบถิ่นสองฝั่งแม่น้ำโขง จึงเกิดเป็นเมืองต่าง ๆ ขึ้นและแผ่ขยายต่อมาออกไปทั่วภาคอีสานในปัจจุบัน

ท่านพระครูโพนเสม็ด อพอพผู้คนลงมาตามลำน้ำโขง เมื่อถึงที่ใดก็มีคนเลื่อมใสศรัทธามากขึ้นตามลำดับ ท่านพระครูโพนเสม็ดได้บูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมเมื่อ พ.ศ. 2233 และได้แบ่งคนจำนวนหนึ่งให้อยู่อุปฐากพระธาตุพนม แล้วได้อพยพต่อไปถึงนครจำบากนาคบุรีศรี (นครจำปาศักดิ์) จึงได้ยกเจ้าหน่อกุมารขึ้นเป็นกษัตริย์ ถวายพระนามว่า เจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทชางกรูเปลี่ยนนามนครจำบากนาคบุรีศรี เป็นนครจำปาศักดิ์ เมื่อ พ.ศ. 2256

เมืองมุกดาหารได้ก่อกำเนิดขึ้นในยุคนี้ โดยได้อพยพลงมาทางใต้ตามลำดับ จากเมืองไร่เมืองปุงบ้านน้ำน้อยอ้อยหนู ลงมาตามลำน้ำโขงและตั้งบ้านตั้งเมืองอยู่ ณ บ้านหลวงโพนสิม (บริเวณธาตุอิงฮ้งแขวงสุวรรณเขตในปัจจุบัน) เมื่อเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทชางกรู สถาปนานครจำปาศักดิ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2256 จึงได้ตั้งเจ้าเมืองขึ้นคือ

ตั้งเจ้าจันทร์สุริยวงษ์ เป็นเจ้าเมืองหลวงโพนสิม (ต่อมาได้อพยพมาตั้งเมืองมุกดาหาร)

ตั้งให้ท้าวสุด เป็นพระชัยเชษฐฯ เจ้าเมืองหางโค (เมืองเชียงแตง)

ตั้งให้เจ้าแก้วมงคล (จารย์แก้ว) เป็นเจ้าเมืองเมืองทง (ภายหลังเปลี่ยนนามเป็นเมืองสุวรรณภูมิ และต่อมาได้แยกเป็นเมืองร้อยเอ็ด สารคาม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ฯลฯ

ตั้งให้ท้าวมั่น เป็นหลวงเอกอาษาเจ้าเมืองสาลวัน (ต่อมาแยกเป็นเมืองสาลวัน เมืองคำทองใหญ่ เมืองคำทองน้อย ซึ่งอยู่ในแขวงสาลวันและแขวงวาปีคำทองในประเทศลาวปัจจุบัน)

ตั้งให้อาจารย์โสม เป็นเจ้าเมืองอิ๊ดตะบือ (เมืองอัตบือ)

เมืองต่างๆ เหล่านี้ได้มีบุตรหลานสืบสกุลเป็นเจ้าเมืองต่อๆ กันมา และได้แตกแยกออกเป็นเมืองต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมาย

ฝ่ายเมืองหลวงโพนสิม เมื่อเจ้าจันทร์สุริยวงษ์ถึงแก่กรรมแล้ว เจ้ากินรีได้เป็นเจ้าเมืองสืบต่อมาอีกจนถึง พ.ศ. 2310 จึงได้อพยพข้ามโขงมาตั้งเมืองใหม่ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงปากห้วยมุก มูลเหตุที่เจ้ากินรีจะย้ายเมืองมาตั้งใหม่มีอยู่ว่า วันหนึ่งนายพรานจากบ้านหลวงโพนสิมได้ข้ามโขงมาล่าสัตว์ตรงปากห้วยบังมุก ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี 7 ยอด และเห็นกองอิฐปรักพังอยู่บริเวณใต้ต้นตาล 7 ยอดนั้น จึงสันนิษฐานว่าคงเป็นบ้านเมืองในสมัยโบราณมาก่อนนายพรานจึงนำไปเล่าให้เจ้ากินรีฟัง เมื่อเจ้ากินรีมาตรวจดูเห็นว่าเป็นทำเลดีเหมาะสมที่จะตั้งบ้านตั้งเมือง จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงปากห้วยมุก

วันหนึ่งขณะที่เจ้ากินรีควบคุมบ่าวไพร่ในกลางป่าอยู่ใกล้ต้นตาล 7 ยอด เจ้ากินรีได้พบพระพุทธรูป 2 องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน องค์เล็กเป็นพระพุทธรูปเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เจ้ากินรีจึงให้สร้างวัดขึ้น ในบริเวณนั้นและตั้งชื่อว่า วัดศรีมุงคุณ (วัดศรีมงคล) เพื่อเป็นมงคลนามแก่ชาวเมืองและเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสององค์ เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปสององค์ไปไว้ในโบสถ์แล้ว วันรุ่งขึ้นอีกวันเมื่อพระภิกษุประจำวัดจะเข้าไปสักการะ ก็ปรากฏว่าไม่พบพระพุทธรูปเหล็ก (องค์เหล็ก) เมื่อค้นดูรอบๆ บริเวณวัด ปรากฏว่าพระพุทธรูปเหล็กกลับไปประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ที่เดิมแต่จมลงไปในดิน และวันต่อๆ มาก็ค่อยๆ จมลงในดิน เหลือแต่ยอดพระโมฬี เจ้ากินรีจึงให้สร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวายพระนามว่า พระหลุมเหล็กส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่คงประดิษฐานอยู่ในโบสถ์วัดศรีมงคล เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเจ้ากินรีตั้งเมืองขึ้นใหม่ ตอนกลางคืนจะเห็นแก้วดวงหนึ่งสีสดใสลอยออกจากต้นตาล 7 ยอด แล้วลอยกลับมาที่ต้นตาลตอนเช้ามืดแทบทุกคืน เจ้ากินรีจึงเรียกนามแก้วศุภนิมิตรนั้นว่า แก้วมุกดาหาร เพราะอยู่ใกล้ห้วยบังมุก (บัง แปลว่า ลำห้วย) และตั้งนามเมืองว่า เมืองมุกดาหาร เมื่อเดือน 4 ปีกุน พ.ศ. 2313 (มุกดาหาร หมายถึง แก้วไข่มุก) เป็นต้นมา และมีเจ้าปกครองสืบต่อกันมาตามลำดับ รวม 8 คน

เจ้ากินรี ได้เป็นเจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2321 พระวอ พระตา เจ้าเมืองหนองบัวลำภู (ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี) เกิดวิวาทกับเจ้าผู้ครองนครเวียง-จันทน์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงได้ให้เจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาสุรสีห์ ยกทัพมาตามลำน้ำโขงเพื่อปราบปรามเมืองนครจำปาศักดิ์และนครเวียงจันทน์ให้ขึ้นอยู่ในอาณาจักรธนบุรีบรรดาหัวเมืองน้อยใหญ่ตามลำน้ำโขงและเมืองมุกดาหารจึงรวมอยู่ในข้าขอบขัณฑสีมาของกรุงธนบุรีตั้งแต่นั้นมา เจ้ากินรีได้รับสถาปนาขึ้นเป็น พระยาจันทร์ศรีสุราชอุปราชาพัณฑาตุราช มีบุตรธิดา รวม 7 คน คือ ท้าวกิ่ง ท้าวอุ่น ท้าวชู และธิดาอีก 4 คน เจ้ากินรีได้แต่งตั้งกรมการเมืองขึ้น คือ ท้าวกิ่ง เป็นอุปฮาด ท้าวอุ่น เป็นราชวงษ์ ท้าวชู เป็นราชบุตร

เจ้ากินรีได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ พ.ศ. 2347 พระยาจันทร์สุริยวงษ์ (กิ่ง) ท้าวกิ่งผู้เป็นบุตรเจ้ากินรีและเป็นอุปฮาดเมืองมุกดาหาร ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองในอันดับ 2 ต่อมาได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นที่ พระยาจันทร์สุริยวงษ์ (ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุง-รัตนโกสินทร์) พระยาจันทร์สุริยวงษ์ได้ขอพระราชทาน แต่งตั้งกรมการเมืองมุกดาหารตามตำแหน่งคือ

  1. ท้าวอุ่น เลื่อนขึ้นเป็นอุปฮาด
  2. ท้าวชู เลื่อนขึ้นเป็นราชวงษ์
  3. ท้าวแผ่น เป็นราชบุตร


พร้อมกับได้แต่งตั้งกรมการเมืองและท้าวเพี้ยชั้นผู้น้อยครบตามตำแหน่ง คือ เมืองแสน เมืองจันทร์ (ตำแหน่งฝ่ายทหาร) เมืองซ้าย เมืองขวา เมืองกลาง (ตำแหน่งฝ่ายมหาดไทย) ชาเนตร ชานนท์ ชาบัณฑิต (ตำแหน่งหน้าที่ในการร่างและอ่านหนังสือราชการ) เมืองมุก เมืองฮาม (ตำแหน่งควบคุมเรือนจำ) นาเหนือ นาใต้ ตำแหน่งรวบรวมเสบียงอาหารใส่ยุ้งฉางไว้รับศึกสงคราม

ครั้นอยู่ต่อมาอุปฮาด (อุ่น) และราชวงษ์ (ชู) ได้ถึงแก่กรรม พระยาจันทร์สุริยวงษ์ จึงได้ขอพระราชทานสัญญาบัตรให้บุตร 3 คน ขึ้นเป็นกรมการเมือง คือ

  1. ท้าวพรหม เป็นอุปฮาด
  2. ท้าวทัง เป็นราชวงษ์
  3. ท้าวคำ เป็นราชบุตร


พ.ศ. 2349 เจ้าอนุวงษ์ (เจ้าอนุรุทธกุมาร) แห่งนครเวียงจันทน์ เจ้าเมืองนครพนมและเจ้าเมืองมุกดาหาร ได้ร่วมกันบูรณะพระอุโบสถในวัดพระธาตุพนม

พ.ศ. 2350 เจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์ ให้ท้าวขัตติยะวงษาร่วมมือกับเจ้าเมืองมุกดาหารสร้างวัดท่งเว้าขึ้นในเขต เมืองมุกดาหาร (วัดท่งเว้า ปัจจุบันเป็นวัดร้างตลิ่งพังจนพระพุทธรูปจมลงไปในแม่น้ำโขง ชาวบ้านเรียกว่า เวินพระฯ อยู่ในแขวงสุวรรณเขตตอนใต้ตรงข้ามกับบ้านท่าใค้ อ.เมืองมุกดาหาร)

พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์ เป็นขบถต่อกรุงเทพพระมหานคร (สมัยรัช-กาลที่ 3) โดยให้อุปราชติสสะแห่งนครเวียงจันทน์กรีธาทัพตีเมืองกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สุวรรณภูมิ ให้เจ้านครจำปาศักดิ์ตีเมืองอุบล สุรินทร์ และสังขะ ให้ชานนท์ตีเมืองตามลำแม่น้ำโขง เช่น เมืองมุกดาหารและเขมราฐกวาดต้อนผู้คนไปเป็นจำนวนมาก แต่ถูกกองทัพไทยซึ่งมีเจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นแม่ทัพปราบปรามจนสงบราบคาบ

พ.ศ. 2383 พระยาจันทร์สุริยวงษ์ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อเดือนเจียง (เดือนอ้าย) แรม 5 ค่ำ ท้าวพรหม อุปฮาดเมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นบุตรเจ้าเมืองได้เป็นเจ้าเมืองมุกดาหารในลำดับที่ 3 ต่อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2383 ได้ขอพระราชทานสัญญาบัตรแต่งตั้งกรมการเมืองขึ้นใหม่ คือ

  1. ท้าวคำ เลื่อนขึ้นเป็นอุปฮาด
  2. ท้าวสุราช เป็นราชวงษ์
  3. ท้าวจีน เป็นราชบุตร (บุตรพระยาจันทร์ฯ เจ้าเมืองลำดับที่ 2 มารดาเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์


พ.ศ. 2388เนื่องจากกองทัพญวนได้เข้ารุกรานดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงอยู่เนือง ๆ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) จึงได้เกณฑ์ทัพเมืองอุบล 4,300 คน ทัพเมือง เขมราฐ 1,700 คน ทัพเมืองมุกดาหาร 1,100 คน ทัพเมืองนครพนม 500 คน ทัพเมืองสกลนคร 1,300 คน ฯลฯ ยกไปตีเมืองพิน เมืองนอง เมืองวัง เมืองตะโปน (เซโปน) เมืองผาบัง เมืองเชียงฮ่ม กวาดต้อนผู้คนมาอยู่ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง ซึ่งต่อมาได้ตั้งเป็นบ้านเมืองขึ้น เช่น เมืองเรณูนคร เมืองหนองสูง เมืองกุฉินารายณ์ เมืองวาริชภูมิ ฯลฯ

เจ้าเมืองมุกดาหารได้ขอให้ท้าวสิงห์ เป็นพระไกรสรราชเจ้าเมืองหนองสูงขึ้นเมืองมุกดาหารส่วนท้าวสายเมืองนครพนมขอให้เป็น พระแก้วโกมล เจ้าเมืองเรณูนคร พระจันทร์สุริยวงษ์ (พรหม) มีบุตรธิดา คือ นายสะ ท้าวแท่ง ท้าวขว้าง นางคิม นางหล้า พระยาจันทร์สุริยวงษ์ (พรหม) ได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อ พ.ศ. 2405
เมื่อเจ้าเมืองมุกดาหารถึงแก่อนิจกรรม ตำแหน่งเจ้าเมืองได้ว่างมา 3 ปี จนถึง พ.ศ. 2407 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหนูซึ่งเป็นเจ้านคร เวียงจันทน์ เป็นราชนัดดา (หลานของเจ้าอนุวงศ์) เป็นพระโอรสของเจ้านันทเสน ซึ่งไปรับราชการอยู่ที่กรุงเทพฯ ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองมุกดาหารและพระราชทานสัญญาบัตรให้เจ้าหนู เป็นเจ้าจันทรเทพสุริยวงษ์ดำรงรัฐสีมามุกดาธิบดี (เนื่องจากไม่ไว้ในลูกหลานเจ้าอนุ จึงไม่ยอมให้กลับไป ปกครองเวียงจันทน์เลยตั้งมาดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองมุกดาหาร) ปรากฏว่ากรมการเมืองไม่พอใจ ที่ เจ้าหนูเป็นเจ้าเวียงจันทน์มาปกครองเมืองมุกดาหาร จึงเกิดมีการทะเลาะเบาะแว้งบาดหมางกันอยู่เสมอ เจ้าจันทรเทพฯ (เจ้าหนู) จึงขอพระราชทานสัญญาบัตรให้

  1. ท้าวจีน เลื่อนขึ้น เป็นอุปฮาด (ท้าวจีนเป็นบุตรเจ้าเมืองมุกดาหารลำดับที่ 2)
  2. เจ้าวีรบุตร (บุตรเจ้าหนู) เป็นราชวงษ์
  3. ท้าวแท่ง เป็นราชบุตร (ท้าวแท่งเป็นบุตรเจ้าเมืองมุกดาหาร ลำดับที่ 3)


ส่วนท้าวคำฮุปฮาดคนเดิม ซึ่งชาวบ้านชาวเมืองคิดว่าจะได้เป็นเจ้าเมือง เจ้าหนูได้ขอ พระราชทานสัญญาบัตรให้เป็น พระพฤติมนตรี ตำแหน่งที่ปรึกษาราชการเมืองมุกดาหาร

พ.ศ. 2409 เจ้าจันทร์เทพฯ (เจ้าหนู) ได้ขอยกบ้านแขวงบางทรายขึ้นเป็นเมืองพาลุกา-กรภูมิ (ปัจจุบันคือหมู่บ้านพาลุกา ต. บ้านหว้าน) ขึ้นเมืองมุกดาหาร (พาลุกา เป็นภาษาบาลีมาจาก คำว่า พาลุกะ แปลว่า ราย) และขอพระราชทานให้ท้าวทัด (บุตรท้าวทังราชวงษ์เมืองมุกดาหาร) เมืองมุกดาหารจึงมีเมืองขึ้นในยุคนั้น คือ

  • เมืองหนองสูง พระไกรสรราช (สิงห์) เป็นเจ้าเมือง
  • เมืองพาลุกากรภูมิ พระอมรฤทธิธาดา (ทัด) เป็นเจ้าเมือง

ดินแดนของเมืองมุกดาหารในยุคนั้นกว้างขวาง อาณาเขตจดแดนญวนรวมถึงเมืองพิน เมืองนอง เมืองพ้อง เมืองพลาน เมืองเซโปน (ตะโปน) และเมืองวังมล
พ.ศ. 2409 เนื่องจากฝรั่งเศสได้ดินแดนญวนและเขมรกำลังจะรุกล้ำเข้ามาในพระราชอาณาเขตของกรุงสยามทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง (ประเทศลาว) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้หลวงเดชดัษกร หลวงอินทนอนันต์ ขุนวิสูตรและมิสเตอร์ โดยชักชวนชาวอังกฤษ มาสำรวจทำแผนที่ตามลำน้ำโขงตั้งแต่เมืองหลวงพระบางถึงเมืองมุกดาหาร

เนื่องจากเจ้าจันทร์เทพฯ เป็นเจ้าเชื้อสายเวียงจันทน์และมีนิสัยชอบมากชู้หลายเมีย จึงเกิดความแตกแยกในเมืองมุกดาหาร ครั้งหนึ่งเจ้าจันทร์เทพนั่งคานหาม (เสลี่ยง) เข้าไปนมัสการพระธาตุพนม เกิดวิวาทกับเจ้าอาวาส (พระครูพรหมา) วัดพระธาตุพนมอย่างรุนแรง

พ.ศ. 2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) สวรรคตเมื่อมีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินใหม่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ (รัชกาลที่ 5) ขึ้นครองราชย์เจ้าจันทร์เทพจึงถูกกล่าวโทษ โดยพระพฤติมนตรี ที่ปรึกษาราชการเมืองมุกดาหารอุปฮาดราชบุตรถวายฎีกาไปที่กรุงเทพฯ ให้ท้าวสีหาบุตร ท้าวสุริโยมหาราช เพี้ยเมืองแสน เพี้ยเมืองกลาง และท้าวอุทธา ถือใบบอก (คำกราบบังคมทูล) ลงไปกรุงเทพฯ เมื่อวันแรม 2 ค่ำ เดือน 9 เจ้าจันทร์เทพฯ ถูกถอดออกจากตำแหน่งเจ้าเมือง และถึงแก่พิราลัยขณะเดินทางกลับพระนคร พระพฤติมนตรี เป็นบุตรพระยาจันทร์สุริยวงษ์ (กิ่ง) เจ้าเมืองมุกดาหาร เคยเป็นราชบุตร ราชวงษ์ และอุปฮาดเมืองมุกดาหารตามลำดับ เมื่อดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองมุกดาหารแล้วพระพฤติมนตรี ก็ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นที่พระจันทร์สุริยวงษ์ ตามทำเนียบนามและได้ขอพระราชทานสัญญาบัตรให้

  1. ท้างแท่ง เลื่อนขึ้นเป็นอุปฮาด (บุตรเจ้าเมืองในลำดับที่ 3)
  2. ท้าวบุญเฮ้า เป็นราชวงษ์
  3. ท้าวเล เป็นราชบุตร (บุตรท้าวสุวอ)


พ.ศ. 2417 โปรดเกล้าฯ ให้พระยามหาอำมาตย์ (ชื่น กัลยาณมิตร) เป็นข้าหลวงใหญ่มาจัดราชการอยู่ที่เมืองอุบล อาณาเขตและอำนาจของข้าหลวงใหญ่ควบคุมถึงนครจำปาศักดิ์และเมืองมุกดาหาร

พ.ศ. 2418 เกิดศึกฮ่อทางเมืองหนองคายและเวียงจันทน์จึงให้เกณฑ์กองทัพเมืองมุกดาหารไปในการปราบปรามศึกฮ่อซึ่งมีเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงเป็นแม่ทัพ

พ.ศ. 2422 พระธิเบศวงศา (ดวง) เจ้าเมืองกุฉินารายณ์ ขึ้นเมืองกาฬสินธุ์เกิดวิวาทบาดหมางกับพระไชยสุนทร (หนู) เจ้าเมืองกาฬสินธุ์ เมืองกุฉินารายณ์ถวายฎีกาขอร้องไม่ยอมขึ้นเมืองกาฬสินธุ์ต่อไป จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งเหนือเกล้าฯ มาจากกรุงเทพฯ ให้เมืองกุฉินารายณ์ขึ้นเมืองมุกดาหาร อีกเมืองหนึ่ง พระพฤติมนตรี (คำ) เจ้าเมืองมีบุตรธิดาคือ ท้าวสุริยวงษ์ (เสือ) นางโถน นางถ่วนคำ ท้าวโอด ท้าวจันทร์ นางขาว พระพฤติมนตรีเจ้าเมืองได้ถึงแก่อนิจกรรมใน พ.ศ. 2422 เมื่อพระพฤติมนตรี เจ้าเมืองถึงแก่อนิจกรรมนั้น ท้าวแท่ง อุปฮาดก็ถึงแก่กรรมเสียก่อน ท้าวบุญเฮ้า ราชวงษ์ จึงได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น "พระจันทร์สุริยวงษ์" เจ้าเมืองสืบแทนต่อมา ท่านเป็นบุตรของพระราชกิจภักดี (บัว) ผู้ช่วยราชการเมืองมุกดาหารและเป็นบุตรเขยของท้าวแท่ง (อุปฮาด) ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร เป็นเจ้าเมืองเมื่อวันอังคาร ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 ปีเถาะ ร.ศ. 98 (พ.ศ. 2422) ได้ขอพระราชทานสัญญาบัตรตั้งกรมการเมือง คือ

  1. ท้าวเล (ราชบุตร) เลื่อนขึ้นเป็นอุปฮาด
  2. ท้าวสุริยวงษ์ (เสือ) บุตรเจ้าเมือง (คำ) เป็นราชวงษ์
  3. ท้าวสุวรรณสาร (เมฆ) บุตรอุปฮาด (แท่ง) เป็นราชบุตร


พ.ศ. 2422 พระไกรสรราช (สิงห์) เจ้าเมืองหนองสูงขึ้นเมืองมุกดาหารถึงแก่กรรมจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อุปฮาด (ลุน) เป็นพระไกรสรราช เจ้าเมืองหนองสูงสืบแทนต่อมา

พ.ศ. 2425 ทัพญวนได้รุกรานดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ได้มีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งเหนือเกล้า ให้เมืองมุกดาหารแต่งกองราชตระเวณรักษาด่านทางเหนือตั้งแต่เซบั้งไฟ ทางใต้ถึงท่าซะคุคะ ทางตะวันออกจดด้านตึงยะเหลา เขาหลวงแดนญวน และให้เมืองท่าอุเทนรักษาด่านตั้งแต่เซบั้งไฟถึงแม่น้ำปากซัน ฯลฯ

พ.ศ. 2426 พระธิเบศวงศา (ดวง) เจ้าเมืองกุฉินารายณ์ ขึ้นเมืองมุกดาหารถึงแก่กรรม เจ้าเมืองกาฬสินธุ์คนใหม่ขอยกเมืองกุฉินารายณ์กลับไปขึ้นเมืองกาฬสินธุ์อย่างเดิม (เมืองกุฉินารายณ์ขึ้นเมืองมุกดาหาร 4 ปี)

พ.ศ. 2429 พระอมรฤทธิ์ธาดา (ทัด) เจ้าเมืองพาลุกากรภูมิถึงแก่กรรม จึงขอพระราช-ทานสัญญาบัตรให้ราชวงษ์ (กุ) เป็น พระอมรฤทธิ์ธาดา เจ้าเมืองพาลุกาภูมิ ขึ้นเมืองมุกดาหาร

พ.ศ. 2430 ฮ่อมารุกรานเมืองหลวงพระบางและเมืองหนองคายอีกครั้งหนึ่ง ท้าวสุวรรณสาร (เมฆ) ราชบุตรเมืองมุกดาหาร (ภายหลังเป็นพระยาศศิวงศ์ประวัติ) เป็นนายกองคุมพลเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยท้าวไชยกุมาร (แป้น) กรมการเมืองมุกดาหาร และเพี้ยอินทฤาไชย (ต้นตระกูล สวัสดิวงศชัย) กรมวังเมืองมุกดาหารได้นำกำลังไพร่พลไปสมทบกับกองทัพของพระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น ศรีเพ็ญ) และกองทัพใหญ่ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมแม่ทัพใหญ่
พระจันทร์สุริยวงษ์ (บุญเฮ้า) มีบุตรธิดาคือ พระวรบุตร นางโง่น นางเป็น ท้าวเทพ นางไข่คำ นางหล้า ท้าวที นางพิม นางอุดทา นางพา ท้าวหนูขาว พระจันทร์ (บุญเฮ้า) เจ้าเมืองได้ถึงแก่อนิจกรรมใน พ.ศ. 2431 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ส่งหีบศิลาหน้าเพลิงจากกรุงเทพฯ มาพระราชทานเพลิงศพ

เมื่อเจ้าเมืองมุกดาหารถึงแก่กรรม บรรดาอุปฮาด ราชวงษ์ถึงแก่กรรมเสียก่อนแล้ว คงเหลือแต่ท้าวสุวรรณสาร (เมฆ) ราชบุตรรักษาราชการแทนอยู่ 2 ปี ท้าวสุวรรณสาร (เมฆ) เป็นบุตรอุปฮาด (แท่ง) ท่านจึงได้นำต้นไม้เงินสองต้นสูงต้นละสองศอก ต้นไม้ทองสองต้นสูงต้นละสองศอกและเครื่องราชบรรณาการลงไปทูลเกล้าฯ ถวายที่กรุงเทพมหานครพร้อมด้วยท้าวเผือก ท้าวแสง ท้าวมาต- สุริยวงษ์ และท้าวสุริโย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวสุวรรณสาร (เมฆ) ราชบุตรเมืองมุกดาหารเป็น "พระจันทร์เทพสุริวงษ์" เจ้าเมืองมุกดาหาร พระราชทานคณโฑทองคำ พานหมากถมเครื่องในทองคำ เสื้อเข็มทบดอกก้านแย่ง ผ้าม่วงจีนและเครื่องยศบรรดาศักดิ์ตามประเพณีท่านได้อัญเชิญสัญญาบัตรตราตั้งถึงเมืองมุกดาหารเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2434 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรมการเมือง คือ

  1. ท้าวสุริยวงศ์ (เสริม) เป็นอุปฮาด (บุตรอุปฮาดแท่ง)
  2. ท้าวแสง (บุตรเจ้าเมือง) เป็นราชวงษ์
  3. ท้าวไชยกุมาร (แป้น) เป็นราชบุตร
  4. พระราชากิจภักดี (คำ) เป็นผู้ช่วยราชการ


พ.ศ. 2434 ได้มีการจัดตั้งการปกครองแบบมณฑลขึ้นในภาคอีสาน เมืองมุกดาหารขึ้นอยู่กับมณฑลลาวพวน ซึ่งมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมเป็นข้าหลวงต่างพระองค์ สำเร็จราชการมณฑลลาวพวน (มีอำนาจเป็นที่สองของพระเจ้าแผ่นดินในภาคนี้) ประทับอยู่ ณ เมืองหนองคาย มณฑลพวนบังคับบัญชาหัวเมืองต่อไปนี้คือ เมืองหนองคาย เมืองหล่มศักดิ์ เมืองท่าอุเทน เมืองไชยบุรี เมืองหนองหาร เมืองสกลนคร เมืองนครพนม เมืองมุกดาหาร เมืองกมุทาไสย เมืองโพนพิสัย เมืองเชียงขวาง เมืองคำเกิด เมืองคำม่วน เมืองบริคัณฑนิคม (เมืองคำเกิดคำม่วน เมืองเชียงขวาง เมืองบริคัณฑนิคม ต่อมาอยู่ในอาณานิคมฝรั่งเศส) ส่วนมณฑลอื่น ๆ ก็มี มณฑลลาวตะวันออกเฉียงเหนือ (อุบล) มณฑลลาวฝ่ายตะวันออก (นครจำปาศักดิ์) มณฑลลาวกลาง (นครราชสีมา) เป็นต้น

เนื่องจากในสมัยพระจันทร์เทพฯ (เจ้าหนู) เป็นเจ้าเมืองมุกดาหาร ได้ตกลงกับ เจ้าเมืองอุบลคือเจ้าพรหมเทวานุเคราะห์วงศ์ ขอยกเมืองสองคอนดอนดงซึ่งเคยขึ้นเมืองอุบลมาขึ้นเมืองมุกดาหาร (เมือง สองคอนดอนดงปัจจุบันอยู่ในแขวงสุวรรณเขต ประเทศลาว) เมื่อมีการจัดการปกครองแบบมณฑลขึ้น ทางเมืองอุบลจึงขอให้เมืองสองคอนดอนดงกลับไปขึ้นเมืองอุบลอีกในปี พ.ศ. 2433

พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) ไทยเสียดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส อาณาเขตเมืองมุกดาหารจึงเหลืออยู่เฉพาะทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง เนื่องจากทางราชการไม่ไว้ใจในราชการชายแดน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยากำแหงสงคราม (จัน อินทรกำแหง) มาเป็นข้าหลวงกำกับ ราชการชายแดนด้านเมืองมุกดาหาร พระยากำแหงสงครามปฏิบัติราชการอยู่ที่ชายแดนเมืองมุกดาหารรวม 3 ปี จึงเดินทางกลับ เมื่อ พ.ศ. 2438 ขณะนั่งเรือกลับไปเมืองหนองคาย ตามลำน้ำโขงถูกฝรั่งเศสที่บ้านท่าแห่ (สุวรรณเขต) จับกุมในข้อหาว่านำทหารไทยรุกล้ำชายแดน พระยากำแหงฯ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่บ้านท่าแห่หลายเดือนพร้อมด้วยลูกน้องที่ติดตามคือ หลวงชำนาญ (นายเคลือบ ทิพานนท์) ขุน ปัจจานึกพินาศ (นุ้ย เทียมสุริยา) นายตุนและนายเหมาะ

พระยาศศิวงษ์ประวัติเจ้าเมืองมุกดาหาร ได้คุมกำลังเมืองมุกดาหารไปรับราชการชายแดน เมื่อฝรั่งเศสได้รุกล้ำดินแดนของพระราชอาณาจักรสยาม ได้มีการปะทะกันที่แก่งเจ๊กและอีกหลายแห่ง กองทหารไทยจากกรุงเทพฯ ซึ่งมี พ.ต.แย้ม ภมรมนตรี (บิดา พล.ท.ประยูร ภมรมนตรี) เป็น ผู้บังคับบัญชา ไม่ยอมจำนนและไม่ยอมถอนทหารกลับ แม้ทางกรุงเทพฯ จะยอมเซ็นสัญญายกดินแดนลาวทั้งหมดให้ฝรั่งเศสก็ตาม ทหารฝรั่งเศสปลดอาวุธและจับ พ.ต.แย้ม ภมรมนตรี ส่งข้ามฟากมาขึ้นที่เมืองมุกดาหาร

พ.ศ. 2442 ให้เปลี่ยนชื่อมณฑลลาวพวนเป็นมณฑลฝ่ายเหนือ และย้ายกองบัญชาการ มณฑลฝ่ายเหนือ จากเมืองหนองคายมาตั้งที่บ้านหมากแข้ง

ในปีเดียวกัน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ข้าหลวงต่างพระองค์เสด็จกลับพระนคร พระวงศ์เธอพระองค์เจ้าวัฒนา (ม.จ.ชายวัฒนา รองทรง พระองค์เจ้าหลานเธอในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์) ทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่มณฑลฝ่ายเหนือแทน (ยกเลิกตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการ) จึงทรงปรับปรุงการปกครองมณฑลฝ่ายเหนือ โดยให้เมืองต่างๆ รวมกันเป็นบริเวณ คือ เมืองมุกดาหาร เมืองท่าอุเทน เมืองนครพนม เมืองเรณูนคร รวมกันเรียกว่าบริเวณธาตุพนม ให้แต่ละเมืองมี ผู้ว่าราชการเมืองปกครองยุบตำแหน่งเจ้าเมืองส่วนข้าหลวงมาประจำเมือง และให้ข้าหลวงประจำเมือง ผู้ว่าราชการเมือง ขึ้นกับข้าหลวงประจำบริเวณตั้งที่ทำการบริเวณที่เมืองนครพนม ตำแหน่งข้าหลวงจึงเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาราชการของผู้ว่าราชการเมือง การลงนามในหนังสือราชการจึงต้องลงนามทั้งสองคน คือทั้งข้าหลวงประจำเมืองและผู้ว่าราชการเมือง บริเวณอื่นๆ ในมณฑลฝ่ายเหนือมีบริเวณสกลนคร บริเวณน้ำเพือง เมืองเลย บริเวณภาชีขอนแก่น บริเวณหมากแข้ง (อุดรธานี) ผู้ดำรงตำแหน่งข้าหลวงประจำเมืองมุกดาหารคนแรก คือขุนพิทักษ์ธุรกิจ (จ๋วน) และ ผู้ดำรงตำแหน่งข้าหลวงประจำบริเวณธาตุพนม คือพระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ (เลื่อง ภูมิรัตน์)

เมื่อมีการปรับปรุงการปกครองใหม่ เจ้าเมืองมุกดาหาร คือ พระจันทรเทพสุริยวงษา (เมฆ) จึงกราบถวายบังคมลาออกจากราชการเนื่องจากมีอายุมาก จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระจันทรเทพฯ เจ้าเมืองเป็น พระยาศศิวงษ์ประวัติ จางวางที่ปรึกษาราชการเมืองมุกดาหาร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชวงษ์ (แสง) บุตรพระยาศศิวงษ์ฯ เป็นพระจันทรเทพสุริยวงษา ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร พระยาศศิวงษ์ประวัติ (เมฆ) เกิดเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 12 ปีมะเส็ง พ.ศ. 2388 ท่านได้ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 72 ปี (พ.ศ. 2460) ราชวงษ์ (แสง) บุตรพระยาศศิวงษ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร ขึ้นกับบริเวณธาตุพนม ตั้งแต่ พ.ศ. 2442

พ.ศ. 2443 ให้เปลี่ยนนามมณฑลฝ่ายเหนือเป็นมณฑลอุดร เลิกบริเวณต่างๆ ให้แต่ละเมืองขึ้นกับมณฑลอุดร เมืองมุกดาหารจึงขึ้นกับมณฑลอุดร (จัดการปกครองแบบบริเวณปีเดียว) ยังได้มีการยกเลิกตำแหน่งอุปฮาด ราชวงษ์ ราชบุตรในมณฑลอุดรด้วย โดยให้มี ตำแหน่งปลัดเมือง มหาดไทยเมือง ยกบัตรเมือง แทนเช่นมณฑลอื่นของกรุงสยามจึงแต่งตั้งให้

  1. อุปฮาด (เสริม) เป็นพระดำรงมุกดาหาร ตำแหน่งปลัดเมือง
  2. ราชบุตร (แป้น) เป็นพระวิจารณ์อธิกรณ์ ตำแหน่งศาลเมือง
  3. ท้าวสุก เป็นหลวงวิจารณ์อักขรา ตำแหน่งมหาดไทยเมือง
  4. ท้าวเคน เป็นหลวงบุรินทร์มุกดารักษ์ ตำแหน่งนครบาลเมือง
  5. ท้าวแสง เป็นหลวงธนาการณกิจ ตำแหน่งคลังเมือง
  6. ท้าวหนู เป็นหลวงสมัครนครมุก ตำแหน่งโยธาเมือง


ส่วนเมืองขึ้นเมืองมุกดาหาร คือเมืองหนองสูง และเมืองพาลุกากรภูมิ ก็ได้แต่งตั้งกรมการเมือง คือ

  • เมืองหนองสูง หลวงอำนาจณรงค์ (บุศร์) เป็นผู้รักษาเมือง
  • หลวงทรงฤทธิรอน (เสือ) เป็นปลัดเมือง
  • ขุนอมรศักดาเดช (พรหม) เป็นคลังเมือง
  • เมืองพาลุกากรภูมิ หลวงเทวาสำแดงเดช (หล้า) เป็นผู้รักษาเมือง
  • หลวงอมรเรศรักษา (พัด) เป็นปลัดเมือง
  • หลวงอมรานุรักษ์ (หอม) เป็นคลังเมือง

พ.ศ. 2443 ได้มีการพระราชทานเหรียญปราบฮ่อแก่ผู้ที่ไปในราชการสงครามครั้งปราบฮ่อเมื่อ พ.ศ. 2430 ข้าราชการเมืองมุกดาหารซึ่งได้รับเหรียญปราบฮ่อ คือ

  1. พระยาศศิวงษ์ประวัติ (เมฆ) จางวางเมืองมุกดาหาร
  2. พระดำรงมุกดาหาร (เสริม) ปลัดเมือง
  3. พระวิจารณ์อธิกรณ์ (แป้น) ยกบัตรเมือง
  4. หลวงพิทักษ์เทพสถาน กรมวังเมืองมุกดาหาร (ตำแหน่งกรมวัง คือ ตำแหน่งในจวนเจ้าเมือง)
  5. เพี้ยอินทฤาไชย กรมการเมืองมุกดาหาร (ต้นสกุลสวัสดิวงศ์ชัย)


พ.ศ. 2444 พระอนุชาติวุฒาธิคุณ (แพ ณ หนองคาย) มาดำรงตำแหน่งข้าหลวงกำกับราชการเมืองมุกดาหาร แทนขุนพิทักษ์ธุรกิจ ในปีนี้ฝรั่งเศสซึ่งได้เมืองลาวเป้นเมืองขึ้น ได้มาตั้งเมืองที่บ้านท่าแห่ขึ้น ตั้งนามเมืองว่า "เมืองสุวรรณเขต" (เมืองสุวรรณเขต) ผู้ที่เป็นเจ้าเมืองสุวรรณเขต คนแรกที่ฝรั่งเศสแต่งตั้งขึ้นคือ "ท้าวฮ่อม" (ญาหลวงฮ่อม) ซึ่งเป็นบุตรหลานสืบสกุลไปจากเจ้าเมืองมุกดาหารและเมืองพาลุกากรภูมิ (ดูลำดับเครือญาติมุกดาหาร)

พ.ศ. 2445 พระดำรงมุกดาหาร (เสริม) ปลัดเมือง และพระวิจารณ์อธิกรณ์ (แป้น) ยกบัตรเมืองมุกดาหาร ถึงแก่กรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ส่งหีบศิลาหน้าเพลิงจากกรุงเทพฯ มาพระราชทานเพลิงศพ

พ.ศ. 2449 พระจันทรเทพสุริยวงษา (แสง) ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร ถึงแก่กรรมเมื่อเดือนพฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เสด็จตรวจราชการถึงเมืองมุกดาหาร ในเดือนมกราคม เดือนมีนาคม เป็นเดือนสิ้นปี

ได้มีการปรับปรุงการปกครองในมณฑลอุดรเป็นจังหวัดและอำเภอใน พ.ศ. 2450 เมืองมุกดาหารถูกยุบลงเป็นอำเภอมุกดาหาร เมืองหนองสูงย้ายไปตั้งอยู่ที่บ้านนาแก เมืองพาลุกากรภูมิยุบลงเป็นตำบลบ้านหว้าน เมืองเรณูนครยุบลงเป็นตำบลเรณูนคร ตั้งอำเภอธาตุพนมขึ้นแทน ขึ้นจังหวัดนครพนม เปิดที่ทำการอำเภอมุกดาหาร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2450 ผู้มาดำรงตำแหน่งนายอำเภอมุกดาหารคนแรก คือ หลวงทรงสราวุธ (เจิม วิเศษรัตน์) ภายหลังเลื่อนขึ้นเป็นพระบริหาราชอาณาเขต (เมื่อย้ายไปเป็นปลัดหนองคาย) ต่อมาภายหลังเลื่อนขึ้นเป็นพระยาสมุทรศักดารักษ์ (เมื่อย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองสมุทรสงคราม) ท่านได้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม อีกครั้งสุดท้าย

เมื่อมีการตั้งจังหวัดและอำเภอขึ้นแล้ว ได้มีการตั้งกรมการพิเศษจังหวัดนครพนมขึ้นผู้ที่เป็นกรมการพิเศษส่วนมากเป็นเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการเมืองเก่า ๆ คือ

  1. พระยาศศิวงษ์ (เมฆ ประวัติ) เมืองมุกดาหาร
  2. พระพินิจพนมการ (ทองคำ) เมืองนครพนม
  3. พระพิทักษ์พนมนคร (โก๊ะ) เมืองนครพนม
  4. พระศรีวรราช (แก้ว) เมืองท่าอุเทน
  5. พระอารัญอาษา (ปาน) เมืองกุสุมาลย์
  6. พระพินิจพจนกรณ์ (ทอนแก้ว)
  7. หลวงพิทักษ์ประชาชน (ตูม)
  8. หลวงสรรพกิจบริหาร (คำวัง)


ต่อมาปี พ.ศ. 2525 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. 2525 ยกฐานอำเภอมุกดาหารขึ้นเป็นจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2525 โดยให้แยกอำเภอมุกดาหาร อำเภอคำชะอี อำเภอดอนตาล อำเภอนิคมคำสร้อย กิ่งอำเภอดงหลวง และกิ่งอำเภอหว้านใหญ่ ออกจากการปกครองของจังหวัดนครพนม รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดมุกดาหาร

ที่มา : ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคจังหวัดฯ

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

Thailand Mukdahan 6-13-1
รูปที่ 4 ที่ตั้งจังหวัดมุกดาหาร รูปที่ 5 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดมุกดาหาร

 

ที่ตั้งและอาณาเขต
จังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีอาณาเขตติดต่อกับ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งกั้นพรมแดน ตั้งอยู่เส้นรุ้งที่ 16-17 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 104-105 องศาตะวันออก มีพื้นที่ทั้งหมด 4,339.83 ตร.กม. หรือ 2,712,394 ไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ระยะทาง 642 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอนาแก อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และอำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ และอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งกั้นพรมแดน
ทิศตะวันตก

ติดต่อกับอำเภอเขาวง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินสินธุ์ และอำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด

ลักษณะภูมิประเทศ
ทิศเหนือและทิศใต้ของ จังหวัดมุกดาหาร เป็นที่ราบสูง ทางทิศตะวันตกมีเทือกเขาภูพาน มีลักษณะเป็นป่าไม้บางแห่งเป็นป่าทึบ ส่วนทิศตะวันออกเป็นที่ราบสลับป่าไม้ และมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับ สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว มีความยาวประมาณ ประมาณ 72 กม. มีพื้นที่ราบร้อยละ 20 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติ มีความอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 831,988 ไร่(1,456.69 ตร.กม.) คิดเป็นร้อยละ 30.67 ของจังหวัด

ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศ จังหวัดมุกดาหาร แบ่งออกได้ 3 ฤดู ดังนี้

  • ฤดูร้อน อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน มีความแปรปรวนของกระแสอากาศเย็น เนื่องจากมวลอากาศเย็น จากประเทศจีนแผ่ลงมา ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนเป็นครั้งคราวในช่วงเดือนมีนาคมถึง เมษายน
  • ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม- กลางเดือนตุลาคม มักมีฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้นในปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนจากทะเลจีนใต้
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม กลางเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูนี้จะมีอากาศแห้งและมีฟ้าหลัวเนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุม ทำให้อากาศเย็นและหนาวถึงหนาวจัด

การปกครองแบ่งออกเป็น 7 อำเภอ 53 ตำบล 493 หมู่บ้าน

map muk
  1. อำเภอเมืองมุกดาหาร
  2. อำเภอนิคมคำสร้อย
  3. อำเภอดอนตาล
  4. อำเภอดงหลวง
  5. อำเภอคำชะอี
  6. อำเภอหว้านใหญ่
  7. อำเภอหนองสูง

 

ผู้บริหารจังหวัด

 

major

นายชาญวิทย์ วสยางกูร
ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

major tongchai

นายธงชัย ลืออดุลย์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

major boon

นายบุญยืน คำหงษ์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

 

major 4

นายมลชัย บริสุทธิ์
ปลัดจังหวัดมุกดาหาร

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มุกดาหาร

เขตเลือกตั้งที่ 1

นาย วิทยา บุตรดีวงค์
นาง วรศุลี เชาว์ศิริกุล


การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

พันตำรวจโทจิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์

เป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2503

คุณวุฒิ

  • นิติศาสตรบัณฑิต (ม.รามคำแหง)
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการเมืองการปกครอง (ม.รามคำแหง)
  • สารวัตร รุ่นที่ 38 (สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ)
  • หลักสูตรการว่าความ รุ่นที่ 17 (สภาทนายความ)

สถานที่ติดต่อ

5 หมู่ 4 หมู่บ้านกุดโง้งน้อย ถ.มุกดาหาร-คำชะอี ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร 49000

อาชีพ

  • รับราชการตำรวจ

ประสบการณ์การทำงาน

  • ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 3 ปี
  • รองสารวัตรสอบสวนและรองสารวัตรสืบสวน 10 ปี
  • สารวัตรป้องกันปราบปรามและสารวัตรสอบสวน 8 ปี
  • รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวนสอบสวน 4 ปี
  • อาจารย์บรรยายพิเศษวิชากฎหมาย, การเมืองการปกครอง ณ วิทยาลัยชุมชน จังหวัดมุกดาหาร 4 ปี

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • ต.ช.
  • ต.ม.

ประชากร (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2554)

จำนวนประชากรของจังหวัดทั้งสิ้น 340,581 คน แยกเป็น

  • เพศชาย 170,814 คน
  • เพศหญิง 169,767 คน

ประกอบด้วยชนพื้นเมือง ๘ เผ่า ได้แก่ ภูไท ไทยญ้อ ไทยข่า ไทยโซ่ ไทยกะเลิง ไทยแสก ไทยกุลา และไทยอีสาน

การศึกษา

จังหวัดมุกดาหารมีสถานศึกษา จำนวน 300 แห่ง จำแนกตามสังกัดออกเป็น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามุกดาหาร 273 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการบริหารการศึกษาเอกชน 9 แห่ง สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 2 แห่ง สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 8 แห่ง สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา 1 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2 แห่ง สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 2 แห่ง สังกัดเทศบาลเมืองมุกดาหาร 2 แห่ง มีนักเรียน/นักศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับ ปวส. หรือเทียบเท่า จำนวน 74,153 คน และมีครูผู้สอน จำนวน 3,927 คน อัตราเฉลี่ยนักเรียนต่อครูเท่ากับ 19:1

จำนวนสถานศึกษา ครูและนักเรียน ในปีการศึกษา 2551

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามุกดาหาร (แยกรายอำเภอ)

สถานศึกษา

(แห่ง / ศูนย์)

นักเรียน

(คน)

ครูผู้สอน

(คน)

นักเรียน : ครู
อ.เมืองมุกดาหาร 89 22,778 1,258 18:1
อ.คำชะอี 39 7,334 464 16:1
อ.ดอนตาล 39 7,833 435 18:1
อ.นิคมคำสร้อย 38 7,410 435 17:1
อ.ดงหลวง 30 5,812 342 17:1
อ.หว้านใหญ่ 16 2,803 181 16:1
อ.หนองสูง 22 3,456 262 13:1
          รวม 273 57,426 3,377 17:1
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการบริหารการศึกษาเอกชน
- รร.เซนต์ยอแซฟมุกดาหาร 1 1,580 61 26:1
- รร.ท่านพระสารีบุตร 1 398 15 27:1
- รร.อนุบาลบ้านเด็ก 1 155 9 17:1
- รร.อนุบาลสุพร 1 66 3 22:1
- รร.อนุบาลคำชะอี 1 88 3 29:1
- รร.อนุบาลยศวดีนิคมคำสร้อย 1 110 4 28:1
- รร.เทคโนโลยีมุกดาหาร 1 1,213 33 37:1
- รร.เทคโนโลยีบริหารธุรกิจรักไทย 1 412 19 22:1
- รร.เทคโนโลยีพณิชยการดงหลวง 1 474 10 47:1
          รวม 9 4,496 157 29:1
สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 
- รร.โสตศึกษามุกดาหาร 1 270 41 7:1
- ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดมุกดาหาร 1 172 7 25:1
          รวม 2 442 48 9:1
สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- สนง.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมุกดาหาร 1 แห่ง 8 6,811 116 59:1
- สนง.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ 7 แห่ง
          รวม 8 6,811 116 59:1
สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
-รร.ตำรวจตระเวนชายแดนการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยฯ 1 181 18 10:1
          รวม 1 181 18 10:1
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา
- วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร 1 873 26 34:1
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา
- วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร 1 2,281 91 25:1
- วิทยาลัยการอาชีพนิคมคำสร้อย 1 545 34 16:1
          รวม 2 2,826 125 23:1
สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
- รร.วัดศรีบุญเรืองวิทยา 1 152 11 14:1
- รร.วัดสว่างอารมณ์วิทยา 1 37 5 7.4:1
          รวม 2 189 16 12:1
สังกัดเทศบาลเมืองมุกดาหาร
- รร.ทีโอเอวิทยา (เทศบาล 1 วัดคำสายทอง) 1 817 41 20:1
- รร.เทศบาล 2 1 92 3 31:1
          รวม 2 909 44 21:1
          รวมทุกสังกัด 300 74,153 3,927 19:1

 

ศาสนา

ศาสนา จังหวัดมุกดาหาร มีผู้นับถือศาสนาพุทธ คิดเป็นร้อยละ 96.80 ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.2 ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 3 และมีศาสนสถานแยกได้ ดังนี้

  • ศาสนาพุทธ มีวัดในพระพุทธศาสนา จำนวน 164 แห่ง สำนักสงฆ์ 168 แห่ง และที่พักสงฆ์ 215 แห่ง
  • ศาสนาคริสต์ มีโบสถ์คริสต์ 9 แห่ง
  • ศาสนาอิสลาม มีมัสยิด 1 แห่ง

การสาธารณสุข

จังหวัดมุกดาหารมีจำนวนสถานบริการทางด้านสาธารณสุขของรัฐ/เอกชน ทั้งสิ้น 86 แห่ง แยกเป็น โรงพยาบาลรัฐ 7 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน 1 แห่ง และสถานีอนามัย 78 แห่ง จำนวนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข จำแนกได้ดังนี้ แพทย์ 44 คน ทันตแพทย์ 22 คน เภสัชกร 32 คน พยาบาล 506 คน เจ้าหน้าที่สาธารสุขชุมชน 272 คน และมีจำนวนเตียงผู้ป่วยทุกโรงพยาบาล รวม 600 เตียง

อัตราส่วนประชากร 7,752.23 คนต่อแพทย์ 1 คน อัตราส่วนประชากร 15,504.45 คนต่อทันตแพทย์ 1 คน อัตราส่วนประชากร 10,659.31 คนต่อเภสัชกร 1 คน อัตราส่วนประชากร 674.11 คนต่อพยาบาล 1 คน

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดมุกดาหาร พ.ศ.2538 - 2553
GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, MUKDAHAN PROVINCE: 1995-2010

สาขาการผลิต 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553p
  -1995 -1996 -1997 -1998 -1999 -2000 -2001 -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 (2010p)
ภาคเกษตร 1,117 1,184 1,171 1,302 1,082 1,147 1,346 1,492 1,935 1,945 2,033 2,480 2,761 3,032 3,551 4,362
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 1,096 1,160 1,142 1,260 1,030 1,088 1,279 1,438 1,790 1,798 1,898 2,373 2,648 2,934 3,407 4,225
การประมง 21 24 29 41 52 59 67 54 145 147 134 107 113 98 144 137
ภาคนอกเกษตร 4,771 5,313 5,301 5,128 5,422 6,115 5,978 6,484 6,984 7,444 7,908 8,716 9,085 9,389 10,602 11,322
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 36 43 48 36 53 61 54 66 66 67 72 62 66 71 91 102
การผลิตอุตสาหกรรม 427 530 616 513 579 741 530 765 944 911 895 1,073 1,173 1,409 1,579 1,755
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 90 101 113 135 120 124 125 125 131 134 149 159 168 165 211 219
การก่อสร้าง 825 935 522 356 330 505 405 514 515 517 670 610 634 660 661 620
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 710 814 899 864 923 1,027 1,103 1,155 1,196 1,202 1,272 1,313 1,371 1,376 1,779 2,013
โรงแรมและภัตตาคาร 22 34 30 21 37 44 38 32 29 36 44 44 47 70 77 87
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 261 267 267 268 317 284 364 388 390 385 402 408 442 457 508 504
ตัวกลางทางการเงิน 338 371 334 300 216 229 251 267 301 336 397 554 512 514 718 690
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 286 350 381 455 535 549 519 583 618 648 767 923 928 817 878 876
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 571 629 718 804 897 1,054 1,042 1,017 1,081 1,204 1,140 1,164 1,090 979 1,017 1,168
การศึกษา 905 834 947 912 921 976 999 961 1,090 1,300 1,409 1,657 1,860 2,009 2,166 2,341
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 178 273 287 316 338 356 373 430 433 493 456 501 544 597 642 667
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 113 123 131 137 146 153 166 167 179 204 212 220 224 250 266 252
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 8 9 9 10 10 10 8 14 12 9 21 28 26 15 8 29
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 5,888 6,497 6,472 6,429 6,504 7,263 7,323 7,976 8,919 9,389 9,940 11,197 11,846 12,421 14,153 15,684
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 19,905 21,549 21,134 20,644 20,539 22,629 22,537 24,302 26,966 28,214 29,710 33,335 35,078 36,565 41,423 45,592
ประชากร (1,000 คน) 296 301 306 311 317 321 325 328 331 333 335 336 338 340 342 344

 

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. 2545 - 2554
POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, MUKDAHAN PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2554
  -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 203,969 206,002 221,846 247,278 275,260 281,701 274,393 264,713 272,055
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 152,063 161,275 171,327 183,741 201,563 220,715 216,366 207,207 214,873
  ผู้มีงานทำ 145,499 156,468 166,119 178,957 196,550 216,206 213,426 203,388 213,525
  ผู้ว่างงาน 5,118 3,927 4,652 4,477 3,994 4,302 2,641 2,784 959
  ผู้ที่รอฤดูกาล 1,446 879 556 308 1,020 207 300 1,036 389
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 51,906 44,727 50,519 63,536 73,697 60,985 58,026 57,506 57,182
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 104,647 105,750 113,920 123,151 133,723 137,064 135,189 131,923 135,708
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 86,530 91,180 97,345 103,351 109,741 119,506 116,642 114,388 115,397
  ผู้มีงานทำ 82,296 88,707 94,458 100,389 106,508 117,416 114,945 112,021 114,731
  ผู้ว่างงาน 3,732 2,209 2,441 2,810 2,554 2,091 1,543 1,816 587
  ผู้ที่รอฤดูกาล 503 265 445 152 680  - 154 552 78
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 18,117 14,569 16,575 19,800 23,982 17,557 18,546 17,535 20,311
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 99,322 100,252 107,926 124,127 141,537 144,637 139,204 132,790 136,348
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 65,532 70,094 73,982 80,391 91,822 101,209 99,725 92,819 99,477
  ผู้มีงานทำ 63,204 67,762 71,661 78,568 90,042 98,790 98,481 91,368 98,794
  ผู้ว่างงาน 1,386 1,719 2,211 1,668 1,441 2,212 1,098 968 372
  ผู้ที่รอฤดูกาล 943 615 111 155 340 207 147 484 310
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 33,789 30,158 33,944 43,736 49,715 43,428 39,479 39,971 36,871

 

ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี

ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร ยึดมั่นและสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอย่างเหนียวแน่นและต่อเนื่อง คนมุกดาหารเป็นคนใจดี กิริยามารยาท อ่อนน้อมถ่อมตน และเอื้อเฟื้อ ซึ่งกันและกัน ซึ่งจากหลักฐานที่ได้รวบรวมไว้มีปรากฏถึง 8 ชนเผ่า ดังคำขวัญของมุกดาหาร ตอนหนึ่งว่า "แปดเผ่าชนพื้นเมือง" อันได้แก่ เผ่าชาวไทยอีสาน ชาวผู้ไท ชาวไทยข่า (บรู) ชาวไทยกระโซ่ ชาวไทยกะเลิง ชาวไทยแสก ชาวไทยย้อ และชาวไทยกุลา

ชาวมุกดาหารส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธ มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญ และยังคงถือปฏิบัติสืบต่อกันมา คือ ฮีตสิบสอง ครองสิบสี่" และยังคงมีวัฒนธรรม ประเพณีของชนเผ่าที่ควรอนุรักษ์ ฟื้นฟู และยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว คือ ประเพณีปิดบ้าน ประเพณีส่วงเฮือ ประเพณีแห่กัณฑ์หลอน พิธีกรรมโซ่ถั่งบั้ง พิธีเหยา พิธีบายศรีสู่ขวัญ การรำเต้ยหัวดอนตาล การรำวงภูไท การลำผญา เป็นต้น

งานประเพณีที่สำคัญของจังหวัดมุกดาหาร ได้แก่ งานประเพณีแข่งเรือออกพรรษา ระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต จัดขึ้นในวันขึ้น 13 - 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี งานกาชาดและงานประจำปีจังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม

งานรวมเผ่าไทยมุกดาหาร

cul1

จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองเก่าแก่ มีชาวไทยเผ่าต่างๆ อาศัยอยู่หลายเผ่า อาทิ ผู้ไทย ข่า กะโซ่ กะเลิง แสก ย้อ และกุลา แต่ละเผ่าล้วนแต่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของตนเอง มุกดาหารยังเป็นแหล่งกำเนิดมะขามหวานพันธุ์ดี ดังนั้น จึงได้มีการจัดงานเพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณีของเผ่าต่างๆ ขึ้นเป็นประจำทุกปี ระหว่างวันที่ 9-15 มกราคม โดยงานจะจัดขึ้นบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด มีกิจกรรมต่างๆมากมาย

งานประเพณีการแข่งเรือ มิตรภาพไทย - ลาว

cul3

การแข่งเรือของจังหวัดมุกดาหารเป็นประเพณีสืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยจัดขึ้นในลำน้ำโขงในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปี ในวันขึ้น 13 ค่ำ - 15 ค่ำ เดือน 11 ที่บริเวณเขื่อนริมโขง ถนนสำราญชายโขง ในแต่ละปีจะมีเรือเข้าแข่งขันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการแข่งเรือมิตรภาพไทย-ลาว โดยมีเรือจากสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาร่วมแข่งเป็นประจำทุกปี

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร

muk05

หอแก้วมุกดาหาร

ตั้งอยู่บนถนนมุกดาหาร - ดอนตาล ห่างจากอำเภอเมือง 2 กม. สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ส่วนฐานของหอมีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรง 9 เหลี่ยม ชั้น 1จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวบ้าน ชั้น 2 เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติเมืองมุกดาหารวัตถุโบราณล้ำค่าของแผ่นดิน ภาพถ่ายเก่า ตลอดจนเครื่องแต่งกายชาวไทยมุกดาหารทั้ง 8 เผ่า ชั้น 6 เป็นหอชมทัศนียภาพรอบเมืองมุกดาหารและแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ชั้น 7 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหารและพระประจำวันเกิดให้ประชาชนได้สักการะ หอแก้วมุกดาหารเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 น. -18.00 น. บัตรเข้าชมคนละ 20 บาท

muk06

ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง

เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองมุกดาหารอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถนนสำราญชายโขงริมแม่น้ำ ติดกับท่าด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.มุกดาหาร ชาวมุกดาหาร จะจัดให้มีพิธีบวงสรวงเจ้าแม่สองนางพี่น้องในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี

 muk09

วัดศรีมงคลใต้

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ตรงบริเวณถนนสำราญชายโขง ในย่านตลาดสินค้าอินโดจีน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป "พระเจ้าองค์หลวง" สร้างก่อนตั้งเมืองมุกดาหาร องค์มีขนาดหน้าตักกว้าง 2.20 เมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์ถึงยอดพระเมาลี 2 เมตร สูงจากฐาน 3 เมตร วัดนี้เป็นพระอารามหลวงประจำจังหวัดมุกดาหารด้วย

ตลาดสินค้าอินโดจีน ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงเป็นที่รวมของสินค้าเครื่องใช้ทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ รวมทั้งสิ้นค้า OTOP ของมุกดาหารเอง

ภูมโนรมย์ อยู่ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารประมาณ 5 กม. เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญแห่งหนึ่ง ขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ปรับปรุงเส้นทางขึ้นพร้อมทั้งจัดจุดจอดรถ ศาลาชมวิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากจุดนี้สามารถชมทิวทัศน์ของเมือง แม่น้ำโขง สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สอง และแขวงสะหวันนะเขตได้เต็มๆ

phupha teub

อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ)

ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงบังอี่ ครอคลุมพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร และ อ.ดอนตาล ห่างจากตัวเมือง 17 กม. โดยใช้เส้นทางมุกดาหาร-ดอนตาล แยกเข้าทางขวามือระหว่าง กม.ที่ 14-15 อีก 2 กม. จะถึงที่ทำการอุทยานฯ มีเนื้อที่ทั้งหมด 30,312.5 ไร่ หรือ 48.5 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยภูเขาชันหลายลูกติดต่อกัน สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็ง-รังและป่าเบญจพรรณ หลายบริเวณเป็นผาสูงและลานหินกว้าง มีหินรูปร่างแปลกๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าเที่ยวชมในอุทยานแห่งชาติมุกดาหารได้แก่

  1. กลุ่มหินต่างๆ กลุ่มหินรูปลักษณะแปลกๆ เหมือนมีคนจับไปวางเทินซ้อนกันไว้ ส่วนใครจะเห็นเป็นรูปอะไรก็ตามแต่จินตนาการ บางอันมีรูปร่างคล้ายร่ม ดอกเห็ดขนาดใหญ่ ไอพ่น มงกุฎ ดอกบัวบาน รองเท้าบู๊ท เก๋งจีน สถูป และจานบิน พอย่างเข้าปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว จะมีดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่ง เป็นต้นว่า ดอกกระดุม ดอกสร้อยสุวรรณา ดอกข่อยหมื่นปี
  2. ลานมุจลินท์ อยู่บนภูผาเทิบ เป็นลานหินเรียบที่ทอดยาวไกลไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1,200 เมตร บนลานมีรองน้ำลึกๆ มากมาย เกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนไหลรวมกันสู่แอ่งน้ำกว้างเรียกว่าวังเดือนห้า บนลานหินได้มีการค้นพบกระดูกสัตว์โบราณอายุไม่ต่ำกว่า 250 ล้านปี อยู่สองจุดห่างกันประมาณ 500 เมตร นักธรณีวิทยาและนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเป็นบริเวณที่เคยอยู่ใต้น้ำมาก่อน
  3. ภูถ้ำพระ เป็นภูเขาลูกใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร อยู่ระดับความสูง 300-400 เมตร มีที่ราบกว้างใหญ่อยู่หลังเขา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ จึงทำให้เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารและแหล่งน้ำซับ บริเวณด้านหน้าของภูถ้ำพระมีน้ำตกไหลผ่าน ภายในถ้ำในสมัยก่อนเคยเป็นที่พำนักของพระภิกษุและมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ที่เป็นทองคำ เงิน ไม้ แก้ว มากมาย แต่ได้ถูกขโมยสูญหายไปหมด ปัจจุบันเหลือเพียงพระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง 3 ฟุต พระพุทธรูปไม้อีกหลายร้อยองค์และรูปปั้นสัตว์ต่างๆ
  4. ถ้ำฝ่ามือแดง ตั้งอยู่บนภูผาเทิบในเขตพื้นที่ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร ลักษณะของถ้ำเป็นเพิงหินยาว กว้าง 3 เมตร ยาว 60 เมตร ภายในฝาผนังถ้ำมีรูปมือประทับอยู่ 10 มือ และรูปคนยืนจำนวน 6 คน เขียนด้วยสีแดง สันนิษฐานว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 5,000 ปี จัดอยู่ในยุคหินเก่า บริเวณหลังถ้ำจะเป็นหินกว้างและอยู่ในระดับที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างสวยงาม


แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอหว้านใหญ่

วัดมโนภิรมย์ เป็นวัดเก่าแก่ มีวิหารที่สร้างแบบสถาปัตยกรรมล้านช้าง มีซุ้มประตูลายปูนปั้น หน้าต่างทำด้วยลูกดิ่ง หน้าบันเป็นไม้แกะสลักลายนูนต่ำที่งดงาม หาดูได้ยาก ภายในวิหารยังมีช้างงาดำและสลักเป็นพระพุทธเจ้าแปดองค์ และพระองค์แสนพระคู่บ้านคู่เมือง หน้าวัดยังมีหาดทรายที่งดงามเรียกว่าหาดมโนภิรมย์ ตั้งอยู่ที่บ้านชะโนด ตำบลชะโนด

muk11

วัดบ้านสองคอน (วัดศาสนาคริสต์ โรมันคาธอลิก)

ตั้งอยู่ที่ ต.โป่งขาม อ.หว้านใหญ่ เป็นโบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน อาคารสักการะสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีหรือโบสถ์พระแม่ไถ่ทาส สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรสถานเทิดพระเกียรติบุญราศรีมรณสักขีทั้ง 7 ท่าน ที่ได้พลีชีพเพื่อยืนยันความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อครั้งเกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คณะกรรมการบุญราศรีจะจัดงานเฉลิมฉลองบุญราศรีขึ้น 2 ครั้งคือในวันที่ 22 ตุลาคม และ 16 ธันวาคม ของทุกปี

แก่งกะเบา เป็นแก่งหินยาวเหยียดตามลำน้ำโขง บนฝั่งมีลานหินกว้างใหญ่เป็นที่พักผ่อนได้อย่างดี ในฤดูแล้งน้ำลดจนเห็นเกาะแก่งกลางน้ำและหาดทรายสวยกว่าฤดูอื่นๆ อาหารมีชื่อของแก่งกะเบาคือหมูหัน การเดินทางใช้เส้นทางมุกดาหาร-ธาตุพนม(ทางหลวงหมายเลข 212) 20 กม. แยกขวาไปอำเภอหว้านใหญ่อีก 9 กม. จะพบทางแยกไปแก่งกะเบาซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอไปทางทิศเหนืออีก 8 กม.

วัดพระศรีมหาโพธิ์ ตั้งอยู่ที่บ้านหว้านใหญ่ ตำบลหว้านใหญ่ ภายในวัดจะมีโบราณสถานคือ สิมอีสาน(โบสถ์) ที่เก่าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2459 เป็นสิมที่ผนัง 3 ด้าน ภายในผนังจะมีธูปแต้มหรือจิตกรรมฝาผนังเรื่องราวของ พระเวสสันดรชาดก และภาพเหตุการณ์ที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จ ตรวจหัวเมืองในมณฑลอีสานประทับทั่งอยู่บนเกวียน ภายในวัดยังมีกุฎิเก่าแก่ซึ่งปัจจุบันทำเป็นห้องสมุดประชาชน สร้างโดยช่างชาวเวียดนาม เป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ซึ่งมีซุ้มประตูและหน้าต่างเป็นรูปโค้ง

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอดอนตาล

อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เป็นอุทยานที่มีเนื้อที่อยู่บนแนวรอยต่อ 3 จังหวัด คือ อ.นิคมคำสร้อย อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร อ.ชานุมาน และอ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ ประมาณ 145,000 ไร่ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวเป็นแนวยาวจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณอุทยานฯ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ความวิจิตรพิสดารของหินผา มีความเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ตลอดจนร่องรอยของการต่อสู้อันเกิดจากความขัดแย้งในอุดมการณ์ทางการเมือง จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพทางการท่องเที่ยว สถานที่ที่น่าสนใจได้แก่ สระดอกบัว เป็นแอ่งหินและมีน้ำขังตลอดปี นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ภูสระดอกบัว ได้แก่

  1. ภูผาแต้ม เป็นหน้าผาประกอบด้วยรูปรอยฝ่ามือและการเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าเป็นยุคเดียวกับภาพเขียนสีในถ้ำฝ่ามือแดงของอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร และที่อุทยานแห่งชาติภูผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี หน้าผามีลักษณะคล้ายถ้ำเพราะหินไหลเลื่อนลงมามีความยาวประมาณ 60 เมตร ภาพเหล่านี้อยู่สูงจากพื้นถ้ำประมาณ 3-5 เมตร เป็นภาพมือและภาพสัญลักษณ์ รวม 98 ภาพ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างอย่างน่าสนใจ
  2. ภูผาหอม เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากของเทือกเขาภูผาแต้ม ระหว่างทางเดินจะผ่านป่าไม้ ลานหิน และป่าเต็งรังที่สวยงาม จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ในระยะไกลออกไปทางทิศตะวันตก มีความสูงประมาณ 366 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้านหลังจะมองเห็นภูหมู ภูแผงม้า ภูไม้ซาง ภูซอง ภูอัครชาด ในยามเย็นตรงจุดนี้จะมีนักท่องเที่ยวนิยมมาชมพระอาทิตย์อัสดง เพื่อเก็บภาพอันน่าประทับใจและพักค้างแรมกันมาก


กลองมโหระทึก อยู่ที่ ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล อยู่ในวัดมัชฌิมาวาส ซึ่งเป็นที่เก็บรักษากลองมโหระทึกที่ทำจากสำริด นับเป็นกลองมโหระทึกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หน้ากลองมีลายนูน รูปคล้ายดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ มีรัศมี 14 แฉก มีประติมากรรมรูปกบประดับทั้ง 4 มุม คาดว่ามีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 5-6 กลองมโหระทึกถือเป็นวัฒนธรรมร่วมของคนในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ 2,000-3,000 ปี มาแล้ว

อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์) ฐานวรพัฒน์ เดิมเป็นที่ตั้งของหน่วยทหาร ซึ่งในอดีตสมเด็จย่าได้เสด็จพระราชดำเนินประทับแรม ตั้งอยู่ที่บ้านนาม่วง ห่างจากที่ว่าการอำเภอดอนตาลประมาณ 5 กิโลเมตร (ถนนดอนตาล-เลิงนกทา) ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และมีห้องรับรองสำหรับการอบรมสัมมนา พร้อมเปลี่ยนนามว่า "อุทยานสมเด็จย่า"

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอหนองสูง

วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) เป็นวัดอยู่บนภูเขา ต้องขึ้นบันได 200 ขั้น วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของหลวงปู่หล้า เขมปัตโต พระเถราจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน ภายหลังจากท่านละสังขารแล้ว ได้มีการจัดสร้าง "เขมปัตตเจดีย์" บรรจุอัฐิ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2542 เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติ ผลงาน และเครื่องอัฐบริขารส่วนตัว รวมทั้งประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งจำลองหลวงปู่

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอนิคมคำสร้อย

muk08

วัดภูด่านแต้ หรือวัดพุทโธธัมมะธะโร

ตั้งอยู่ริมถนนชยางกูร ต.โชคชัย อ.นิคมคำสร้อย ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 3 กม. (กม.ที่ 134) เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางแสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง๕ ณ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน มีธรรมจักรเปล่งรัศมีอยู่ด้านบน สามารถมองเห็นได้แก่ไกล

อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยขี้เหล็ก ตั้งอยู่บนเส้นทางหมายเลข 212 ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำจะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม

หัวข้อ  หน่วยงาน  เว็บไซต์
ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด เว็บไซต์วิกิพีเดีย จังหวัดมุกดาหาร - วิกิพีเดีย 

ประวัติศาสตร์ 

สภาพทางภูมิศาสตร์

การปกครอง

ประชากรและสภาพทางสังคม

การเลือกตั้ง

 เว็บไซต์จังหวัดมุกดาหาร

เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดมุกดาหาร

จังหวัดมุกดาหาร 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ตราสัญลักษณ์

จังหวัดมุกดาหาร - วิกิพีเดีย

ต้นช้างน้าว,ดอกช้างน้าว

treeshistory.com 

แผนที่ที่ตั้งจังหวัด

จังหวัดมุกดาหาร - วิกิพีเดีย

แผนที่อาณาเขต

www.thaienergydata.in.th

แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

สำนักงานจังหวัดมุกดาหาร

รูปภาพสถานที่ท่องเที่ยว

http://www.siamfreestyle.com/forum/index.php?showtopic=458 

http://www.thai-tour.com/thai-tour/northeast/mukdaharn/main.htm 

 

JoomSpirit