นครพนม

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดนครพนม

Seal Nakhon Phanom

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนครพนม

จังหวัดนครพนม มีองค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นพระธาตุเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ เป็นที่สักการะ ศูนย์รวมจิตใจ ความศรัทธาของชาวจังหวัดนครพนม ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองนครพนมมาแต่โบราณกาลกว่า 2500 ปี

คำขวัญประจำจังหวัด

พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

ได้แก่ ต้นกันเกรา และ ดอกกันเกรา

5-4 4-7
รูปที่ 2 ต้นกันเกรา รูปที่ 3 ดอกกันเกรา

 

จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่เก่าแก่จังหวัดหนึ่งทางภาค ตะวันออกเฉียงเหนือมีประวัติสืบทอดยาวนานหลายร้อยปี ซึ่งเดิมพื้นที่จังหวัดนครพนมเคยเป็นมหานครของอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์

ที่รุ่งเรืองในอดีต ประมาณราวต้นพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นอาณาจักรอิสระไม่ขึ้นกับใคร

ประมาณพุทธศตวรรษที่16อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ได้เสื่อม อำนาจลงตกอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรขอม ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 18ชื่อของศรีโคตรบูรณ์ เป็นเมืองในอาณาจักร

ล้านช้างมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงโดย พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างทรงสร้างเมืองที่ปากห้วย หินบูรณ์(ปากห้วยบรรจบลำน้ำโขงฝั่งซ้ายตรงข้ามอำเภอท่าอุเทน เหนือเมืองนครพนม) ให้ชื่อเมืองใหม่นี้ว่า "ศรีโคตรบูรณ์"สืบราชสมบัติมาได้หลายองค์ ต่อมาย้ายเมืองมาตั้งที่ป่าไม้รวก ห้วยศรีมังริมแม่น้ำโขงฝั่งซ้าย(คือเมืองเก่าใต้เมืองท่าแขกในปัจจุบัน)

ถึงปี พ.ศ. 2297 พระนครานุรักษ์ครองเมืองศรีโคตรบูรณ์ มีความเห็นว่า เมืองมิได้ตั้งอยู่ที่ปากห้วยแล้ว จึงได้เปลี่ยนนาม เมืองใหม่ว่าเมืองมรุกขนคร เพราะถือว่าสร้างขึ้นในดงไม้รวก นามเมืองศรีโคตรบูรณ์จึงเปลี่ยนไปตั้งแต่ครั้งนั้น

ปี พ.ศ. 2330 ย้ายเมืองมาตั้งทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ปากห้วยบังฮวก บรรจบกับแม่น้ำโขง (ปัจจุบันอยู่ระหว่างบ้านดอนนางหงส์ท่า ตำบลดอนนางหงส์อำเภอธาตุพนมเลยลงไปถึงบ้านธาตุน้อยศรีบุญเรือง ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม) เมืองมรุกขนคร เมื่อได้ย้ายมาตั้งที่ปากห้วยบังฮวก โดยประมาณ 20 ปี น้ำได้กัดเซาะตลิ่งพังลงมามากจึงได้ย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ (ห่างจากตัวเมืองนครพนมไปทางทิศใต้4กิโลเมตร) ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่านครบุรีราชธานี

ปี พ.ศ. 2337 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองเสียใหม่ว่า "เมืองนครพนม"ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานครฯการที่พระราชทาน นามว่า"เมืองนครพนม"สันนิษฐานได้ว่าอาจจะเนื่องด้วยแต่เดิม เมืองนี้เป็นเมืองลูกหลวงมาก่อนเป็นเมืองที่มีความ สำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงให้ใช้คำว่า "นคร" หรือ อีกนัยหนึ่งคำว่า "นคร"นี้อาจรักษาชื่อเมืองเดิมคือเมืองนครบุรีราชธานีไว้ส่วนคำว่า "พนม"อาจจะเนื่องด้วยจังหวัดนี้มีองค์พระธาตุพนมประดิษฐานอยู่ หรืออาจจะเนื่องจากเดิมมีอาณาเขตไกลไปถึงดินแดนฝั่งซ้ายของ แม่น้ำโขงคือบริเวณเมืองท่าแขก ซึ่งมีภูเขาสลับซับซ้อนมากมายไป จนถึงดินแดนของประเทศเวียดนาม จึงใช้คำว่าพนม เพราะแปลว่าภูเขา

ดินแดนอันเป็นที่ตั้งประเทศไทยปัจจุบันเดิมคืออาณาจักรสุวรรณภูมิเป็นถิ่นเดิมของชาวลวะหรือละว้ายยกเว้นดินแดนทางภาคใต้ซึ่งเป็นอาณาเขต ของชาติมอญ อาณาจักรสุวรรณภูมิ แบ่งแยกอำนาจการปกครองออกเป็น 3 อาณาเขต คือ

  1. อาณาเขตทวาราวดี มีเนื้อที่อยู่ในเขตตอนกลางบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แผ่ออกไปจากชายทะเลตะวันตกของอ่าวไทยจนถึงชายทะเลตะวันออก มีเมืองนครปฐม เป็นราชธานี
  2. อาณาเขตยางหรือโยนก อยู่ตอนเหนือ ตั้งราชธานีอยู่ที่เมืองเงินยาง
  3. อาณาเขตโคตรบูรณ์ ดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง มีเมืองนครพนมเป็นราชธานี

 

เมืองนครพนม ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พอจะรวบรวมได้ความว่าเป็นเมืองสืบเนื่องมาจากนครอาณาจักรโคตรบูรณ์ซึ่งเดิมตั้งอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง และได้ย้าย มาตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ในราวรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อาณาจักรโคตรบูรณ์ เป็นแคว้นหนึ่งในลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งในสมัยนั้นมีแคว้น ต่าง ๆ ตั้งอยู่ ลุ่มฝั่ง แม่น้ำโขงหลายแคว้น เช่น แคว้นสิบสองจุไทย แคว้นล้านช้าง แคว้นท่าเวียงจันทน์ แคว้นโคตรบูรณ์ แคว้นจำปาศักดิ์ เป็นต้น แต่ละแคว้นมีเจ้านคร เป็นผู้ปกครอง ส่วนตำนานของเมืองโคตรบูรณ์นั้น พระยาโคตรบองมีฤทธิ์ใช้กระบองขว้างพระยาแกรกผู้มีบุญซึ่งขี่ม้าเหาะมา ขว้างไม่ถูกจึงหนีไปได้ ธิดาพระเจ้าลานช้าง บางฉบับก็ว่าพระยา โคตรบองมาจากลพบุรีบ้าง มาจากเวียงจันทน์ มาจากเมืองระแทงบ้าง มาจากเมืองสวรรค์บุรีบ้าง แต่ในฉบับให้การของชาวกรุงเก่ากล่าวว่าพระยาโคตรบองเป็นโอรสพระร่วง หนีมาจากกรุงสุโขทัย ได้มาครองเมืองลานช้าง ซึ่งสันนิษฐานว่าคงจะได้กับธิดาพระเจ้าเวียงจันทน์ แล้ว พระราชธิดาจึงให้มาครองเมืองโคตรบูรณ์เป็นเมืองลูกหลวงขึ้นแก่น ครลานช้าง แต่ฉบับเขียนไว้ทางภาคอีสานว่า ครั้งหนึ่งพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต มีพระราชประสงค์จะให้ราชบุตรองค์หนึ่งพระนามว่า เจ้าโคตะ (คงเป็นราชบุตรเขย) ครองเมือง จึงได้สร้างเมือง ๆ หนึ่งที่ปากน้ำหินปูน (ตรงข้ามอำเภอท่าอุเทนในปัจจุบัน) ให้ชื่อเมืองศรีโคตรบูรณ์เป็นเมืองเวียงจันทน์ ตั้งให้เจ้าโคตะเป็นพระยาศรีโคตร บูรณ์สืบเป็นเจ้าครองนครมาได้หลายพระองค์ จนถึงพระองค์ที่มีฤทธิ์ด้วยกระบอง จึงได้พระนามว่าพระศรีโคตรบองและได้ย้ายเมืองมาตั้งที่ป่าไม่รวก ห้วยศรีมัง ริมฝั่ง แม่น้ำโขงฝั่งซ้าย (คือเมืองเก่าใต้เมืองท่าแขกในปัจจุบัน เมื่อพระยาศรีโคตรบองถึงแก่กรรม เจ้าสุบินราชโอรสพระยาศรีโคตรบอง ครอบครองนครสืบแทนว่าพระยาสุมิตร ธรรมราช เมื่อถึงแก่อนิจกรรม เจ้าโพธิสารราชโอรสครองนครสืบแทน อำมาตย์ได้ผลัดเปลี่ยนกันรักษาเมือง)

จนถึง พ.ศ. 2286 เจ้าเมืองระแทงให้โอรส 2 พระองค์ เสี่ยง บั้งไฟองค์ละกระบอง ถ้าบั้งไฟของใครไปถูกที่ใดจะสร้างเมืองให้ครอง บั้งไฟโอรสองค์ใหญ่ไม่ติดจึงได้เมืองระแทงแทน บั้งไฟองค์เล็กถูกที่ห้วยขวาง (เวลานี้เรียกว่าเมือง เซบั้งไฟ) ใกล้เมืองสร้างก่อและคงเชียงซอน จึงดำรัสสร้างเมืองที่นั้น แต่อำมาตย์คัดค้านว่าทำเลไม่เหมาะสมประจวบกับขณะนั้นผู้ครองนครศรีโคตรบูรณ์ว่างอยู่ อำมาตย ์ จึงเชิญ เจ้าองค์นี้ขึ้นครองนครโดยมีพระนามว่า พระยาขัตยวงษาราชบุตรมหาฤาไชยไตรทศฤาเดช เชษฐบุรี ศรีโคตรบูรณ์หลวง ได้ซ่อมแซมบ้าน เมืองวัด จนถึง พ.ศ. 2297 จึงพิราลัย เจ้าเอวก่านโอรสขึ้นครองนครแทนมีพระนามว่า พระบรมราชา พระบรมราชาครองนครศรีโคตรบูรณ์ได้ 24 ปี จึงพิราลัย เมื่อ พ.ศ. 2321 ท้าวคำสิงห์ราชบุตร เขยพระบรมราชาได้นำเครื่องบรรณาการไปถวายพระเจ้าเวียงจันทน์ พระเจ้าเวียงจันทน์โปรดให้ท้าวคำสิงห์ครองเมืองโคตรบูรณ์ แทนพระบรมราชา และมีพระนามว่า พระนครานุรักษ์ ผู้ครองนครนี้เห็นเมืองศรีโคตรบูรณ์มิได้ตั้งอยู่ที่ปากน้ำหินบูนอย่าท่าท่อน (คือขณะนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเก่าใต้เมืองท่าแขกปัจจุบัน) จึงให้เปลี่ยนชื่อเมืองเสียใหม่ เรียกว่ามรุกขะนคร นามเมืองศรีโคตรบูรณ์จึงเลือนหายไปตั้งแต่นั้น

ในปี พ.ศ. 2321 พระเจ้าศิริบุญสาร แห่งเวียงจันทน์ได้ยกกองทัพไปตี พระตา พระวอ ที่ บ้านกู่ บ้านแก แขวงจำปาศักดิ์ ฆ่าพระวอ ตาย พระตา เห็นเหลือกำลัง จึงขอกองทัพกรุงธนบุรีมาช่วย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก กับเจ้าพระยาสุรสีห์ ยกทัพไปปราบได้เมืองเวียงจันทน์ เมืองหนองคาย เมืองมรุกขะนคร ส่วนพระเจ้าศิริบุญสารแห่งเมืองเวียงจันทน์ และพระบรมราชา เจ้าเมืองมรุกขะนคร หนีไปอยู่เมืองคำเกิด เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เมื่อเสร็จจากปราบปรามทั้งเมืองเหล่านี้ ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบาง และได้นำบรรดาโอรสพระเจ้าศิริบุญสารลงไปกรุงธนบุรีด้วย

ครั้น พ.ศ. 2325 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ปราบดาภิเษกขึ้นเสวยราชแล้วได้ทรงชุบเลี้ยงโอรสของพระเจ้าศิริบุญสาร อยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นอย่างดี พระเจ้าศิริบุญสาร ซึ่งอยู่ที่เมืองคำเกิด ได้ 5-6 ปี ทรงชราภาพ ทราบว่า โอรสอยู่ด้วยความผาสุกจึงเสด็จกลับเมืองเวียงจันทน์ หวังจะ ขอสวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า(ตามพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาซึ่งทรงนิพนธ์โดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวว่า เจ้าศิริบุญ สารกลับจากเมืองคำเกิด จับพระยาสุโภ ซึ่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกให้รักษาเมืองอยู่ฆ่าแล้วตั้งอยู่ในเมืองท้าวเฟี้ยขุนบางไม่ยินยอมด้วย จึงหนีลงมา กรุงเทพฯกราบทูลฯ ให้ทราบแต่ไม่ทรงวางพระทัยจึงตั้งให้เจ้านันทเสนโอรสองค์ใหญ่ของพระเจ้าศิริบุญสารที่อยู่กรุงเทพฯให้กลับไปครองเมืองเวียงจันทน์แทน

ครั้นถึง พ.ศ. 2338 เกิดศึกพม่าทางเมืองเชียงใหม่ กองทัพไทยต้องไปปราบปราม เจ้านันทเสนกับพระบรมราชาขออาสาไปในกองทัพยกกองทัพไปถึงเมืองเถินพระบรมราชา(พรหมมา)ก็ถึง แก่อนิจกรรมท้าวสุดตาซึ่งเป็นโอรสพระบรมราชาจึงนำเครื่องราชบรรณาการเข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทที่กรุงเทพฯจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวสุดตาเป็น พระบรมราชาครองเมืองมรุกขะนครและให้เปลี่ยนนามเมืองเสียใหม่ว่า "เมืองนครพนม" ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ การที่พระราชทานชื่อว่าเมืองนครพนมนั้น อาจเนื่องด้วยเมือง นี้เป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จึงให้ใช้คำว่า"นคร"ส่วนคำว่า"พนม"นั่นอาจจะเนื่องด้วยจังหวัดนี้มีพระธาตุพนมประดิษฐานอยู่ซึ่งเป็นปูชนีย สถานสำคัญอีกประการหนึ่งอาจจะเนื่องด้วยจังหวัดเดิมมีอาณาเขตหินไปถึงฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงคือบริเวณเขตเมืองท่าแขกแห่งประเทศลาวในปัจจุบันซึ่งมีภูเขาสลับซับซ้อนไป ถึงแดนประเทศญวน จึงนำเอาคำว่า "พนม" มาใช้เพราะแปลว่า ภูเขา ส่วนคำว่า "นคร" นั้น อาจรักษาชื่อเมืองไว้ คือ เมืองมรุกขะนคร นั่นเอง ต่อมาปลายสมัยรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดให้พระยามหาอำมาตย์ (ป้อม อมาตยกุล) เป็นแม่ทัพ ส่วนทางนครเวียงจันทน์ก็ให้พระยาสุโภ เป็นแม่ทัพยกกำลังมาสม ทบกองทัพพระยามหาอำมาตย์เพื่อโจมตีบ้านกวนกู่ กวนงัว ซี่งเป็นกบฎและเมื่อได้ชัยชนะจึงกวาดต้อนครอบครัวมาไว้ที่เมืองนครพนม มาตั้งที่บ้านโพธิ์ค้ำ หรือโพธิ์คำ (เข้าใจกันว่าคงจะเป็นคุ้มบ้านใต้ เมืองนครพนม นี้เอง)

จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2426 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวบุญมากเป็นพระพนม-นครานุรักษ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองนครพนม อยู่ได้ 7 ปี ก็ถึงอนิจกรรม ราชบุตรทองทิพย์บุตรพระพนม- นครานุรักษ์ ได้รับแต่ตั้งให้เป็นผู้รักษาการแทน

และในปี พ.ศ. 2434 ได้มีการปรับปรุงระเบียบการปกครองใหม่ โดยเริ่มแบ่งการปกครองออกเป็นมณฑล มีมณฑลลาว (เขตอุบลราชธานีปัจจุบัน) มณฑลลาวเฉลียง(เขตเชียงใหม่)และมณฑล ลาวพวน เป็นต้น เมืองนครพนม ขึ้นอยู่ในเขตปกครองมณฑลลาวพวน ซึ่งตั้งกองบัญชาการอยู่ที่เมืองหนองคายพระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการมณฑลลาวพวนประทับอยู่ ณ เมืองหนองคาย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2442 ได้ปรับปรุงระเบียบการปกครอง ข้อบังคับการปกครองหัวเมือง โดยแต่งตั้งให้มีผู้ว่าราชการเมือง และกรมการเมือง คือแทนที่จะเรียกว่าอุปฮาด ราชวงษ์ ราชบุตร ดังแต่ก่อน พร้อมได้แต่งตั้งตำแหน่งกรม การในทำเนียบขึ้น เรียกว่าปลัดเมือง ยกกระบัตรเมือง ผู้ช่วยราชการพร้อมได้แต่งตั้งกรรมการในทำเนียบขึ้น เรียกว่า เมืองยกกระบัตรเมือง ผู้ช่วยราชการเมือง และทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อุปฮาดโต๊ะ เป็นพระพิทักษ์พนมนคร ดำรงตำแหน่งปลัดเมือง ส่วนข้าราชการประจำบริเวณซึ่งเป็นข้าราชการที่กระทรวงมหาดไทย ส่งมาประจำนั้น การทำหน้าที่เป็นข้าหลวงดูแลราชการเมือง ควบคุมและให้ข้อปรึกษา แนะนำผู้ว่าราชการเมือง กรมการเมือง ปรับปรุงการงานให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผน ที่จัดและเปลี่ยนแปลงใหม่

เมื่อ พ.ศ. 2454 พระวิจิตรคุณสาร (อุ้ย นาครทรรพ) ได้รับแต่งตั้งมาเป็นผู้ว่าราชการเมืองนครพนม ภายหลังได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาพนมนคราน ุรักษ์ ต่อมาทางราชการได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคใหม่ มีมณฑลจังหวัด อำเภอและมีผู้ว่าราชการ จังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชา ฉะนั้นพระยาพนมนครานุรักษ์ (อุ้ย นาครทรรพ) จึงนับว่าเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมคนแรก

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

Thailand 6-9-1
รูปที่ 4 ที่ตั้งจังหวัดนครพนม รูปที่ 5 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดนครพนม

 

จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดชายแดน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พื้นที่มีลักษณะเลียบยาวตามแนวชายฝั่งขวาของแม่น้ าโขง ประมาณ 174 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16 -18 องศาเหนือ และระหว่างเส้นแวงที่ 104 -105 องศาตะวันออก มีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 735 กิโลเมตร

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตอำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ระยะทาง 158 กิโลเมตร
ทิศใต้ ติดต่อกับเขตอ าเภอดงหลวง และ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ระยะทาง 104 กิโลเมตร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงคำม่วนและแขวงบลิคำไช สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอำเภอกุสุมาลย์ และ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ระยะทาง 93 กิโลเมตร

 

จังหวัดนครพนม มีเนื้อที่ประมาณ 5,528.88 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 3,474,437 ไร่ (คิดเป็นร้อยละ 3 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

ลักษณภูมิประเทศ

จังหวัดนครพนม มีลักษณะภูมิประเทศทั่วไปเป็นที่ราบสูง ความสูงของพื้นที่โดยเฉลี่ยสูงกว่าระดับน้ าทะเล ประมาณ 140 เมตร สภาพภูมิประเทศแบ่งออกได้เป็น 2 เขต ดังนี้

  • เขตตอนเหนือ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินสูงและที่ดอน มีป่าไม้สลับกับพื้นที่ราบที่ใช้ทำนาทางเหนือสุดของจังหวัดในเขตอำเภอบ้านแพง มีเทือกเขาภูลังกาทอดผ่าน นอกจากนี้ยังมีแม่น้ าสายส าคัญไหลผ่าน คือ แม่น้ าสงครามและแม่น้ำอูน สำหรับอำเภอในเขตนี้ คือ อำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม อำเภอท่าอุเทน อำเภอนาหว้า อำเภอโพนสวรรค์ และอำเภอนาทม
  • เขตตอนใต้ พื้นที่บริเวณใกล้แม่น้ำโขงทางทิศตะวันออก เป็นที่ราบลุ่ม ส่วนทางทิศตะวันตก ซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงออกไปมีพื้นที่ดอนมีสภาพเป็นป่าเต็งรัง พื้นดินส่วนมากมีลักษณะเป็น หินลูกรัง บางแห่งมีลักษณะเป็นที่เนินและที่ราบสลับกัน มีแม่น้ำก่ำไหลผ่านพื้นที่ทางใต้สุดของจังหวัด ในเขตอำเภอนาแก มีเทือกเขาภูพานทอดเป็นแนวกั้นเขตระหว่างจังหวัดนครพนมกับจังหวัดมุกดาหาร สำหรับอำเภอที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอธาตุพนม อำเภอปลาปาก อำเภอนาแก และ อำเภอวังยาง

ลักษณภูมิอากาศ

จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุกในฤดูฝนเพราะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม และอิทธิพลจากป่าไม้และเทือกเขาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้งพายุจากทะเลจีนใต้ที่เคลื่อนผ่านหรือเคลื่อนเข้าใกล้ โดยมีปริมาณฝนตกชุกตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม โดยในปี 2554 มีฝนตก 139 วัน ปริมาณฝน 2,719.6 มิลลิเมตร ฝนปีนี้ มากกว่าปีที่แล้ว 775.1 มิลลิเมตร หรือมากกว่าปีที่แล้ว 28% และมากกว่าค่าเฉลี่ย 11 % อุณหภูมิสูงสุด 38.5 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2554 และ อุณหภูมิต่ าสุด 8.5 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 สภาพดินฟ้าอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ฤดู

  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ - กลางเดือนพฤษภาคม ของทุกปี ฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนอบอ้าว อุณหภูมิเฉลี่ย 25-35 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 37-40 องศาเซลเซียส
  • ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม - กลางเดือนตุลาคมของทุกปี ในบางส่วนของจังหวัดมีฝนตกชุกโดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จะประสบอุทกภัย ได้รับความเสียหายเป็นประจำทุกปี เช่น อำเภอเมือง อำเภอท่าอุเทน และอำเภอบ้านแพง เป็นต้น ปริมาณฝนเฉลี่ย 2,424.4 มิลลิเมตร/ปี
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม - กลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยทั่วไปอากาศจะหนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 16-25 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ในช่วง 8-15 องศาเซลเซียส

การปกครอง

จังหวัดนครพนม แบ่งการปกครอง เป็น 12 อำเภอ 99 ตำบล 1,123 หมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 แห่ง เทศบาลเมือง 1 แห่ง เทศบาลตำบล 16 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 86 แห่ง

Amphoe

รูปที่ 6 อำเภอในจังหวัดนครพนม
  1. อำเภอเมืองนครพนม เมืองสุขสงบติดริมแม่น้ำโขง มีพระธาตุนครประดิษฐาน มีพระคู่บ้านคู่เมืองคือพระติ้วพระเทียม
  2. อำเภอปลาปาก เป็นที่ประดิษฐานของ พระธาตุมหาชัย ซึ่งเดิมหลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญเคยเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดธาตุมหาชัย
  3. อำเภอท่าอุเทน เมืองเก่าริมโขง มีพระธาตุท่าอุเทนซึ้งเป็นที่บรรจุพระอรหันตะธาตุ อัครสาวกของพระพุทธเจ้า เช่น พระอัญญาโกทัณญะ พระโมคคัลลา พระสาลีบุตร พระอานนท์ เป็นต้น ท่าอุเทนเป็นถิ่นชาวโส้และย้อ และยังมีรอยเท้าไดโนเสาร์ด้วย
  4. อำเภอบ้านแพง อำเภอที่อยู่เหนือสุดของจังหวัด ตัวเมืองอยู่ริมฝั่งโขง มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญคือ น้ำตกตาดขาม และอุทยานแห่งชาติภูลังกา
  5. อำเภอธาตุพนม เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุพนม เป็นอำเภอใต้สุดของจังหวัด และอยู่ริมน้ำโขง
  6. อำเภอเรณูนคร เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุเรณุ และถิ่นดั้งเดิมของชาวผู้ไท (หรือภูไท) และกล่าวขวัญกันว่าเป็นถิ่นสาวงามเมืองเรณู นับเป็นแหล่งวัฒนธรรมชาวไทดำที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย
  7. อำเภอนาแก สมรภูมิสำคัญอีกแห่งหนึ่ง เป็นที่เกิดของ วันเสียงปืนแตก และเป็นที่สร้างวีรบุรุษนาแก ขึ้น
  8. อำเภอศรีสงคราม
  9. อำเภอนาหว้า
  10. อำเภอโพนสวรรค์
  11. อำเภอนาทม เป็นอำเภอใหม่ที่แยกออกมาจากอำเภอบ้านแพง
  12. อำเภอวังยาง อำเภอเล็ก ๆ อยู่ติดกับจังหวัดสกลนคร

 

ผู้บริหารจังหวัด

นายอนุกูล  ตังคณานุกูลชัย                                                              "เมืองน่าอยู่ คู่สัมพันธ์อินโดจีน"

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม

ตำแหน่ง ชื่อ - สกุล โทรศัพท์
สำนักงาน Hotline โทรสาร มือถือ
กระทรวงมหาดไทย
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายอนุกูล  ตังคณานุกูลชัย 0-4251-1515 47911 0-4251-1515 08-9203-0423
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (1) นายยงยุทธ  นุกิจรังสรรค์ 0-4251-3866 47912 0-4251-3866 08-9203-1805
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (2) นายสมดี  คชายั่งยืน 0-4251-1286 47913 0-4251-1286 08-9203-1826
หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครพนม นายนพดล  ไพฑูรย์ 0-4251-1574 47920 0-4251-1574 08-9203-4178
- หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ นายจรัญ  ดวงศรี 0-4251-1287 47923 0-4251-1287 08-9203-4175
- หัวหน้ากลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล (รกท.) นายสุกิจ  กลีบแก้ว 0-4251-1287 47929 0-4251-1287 08-5484-2537
- หัวหน้ากลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศฯ นายสุกิจ  กลีบแก้ว 0-4251-4262 47928 0-4251-4262 08-5484-2537
- หัวหน้าตรวจสอบภายในจังหวัด (รกท.) น.ส.ญาณิศา  ไชยศล 0-4251-1287 47925 0-4251-1287 08-4531-2406, 08-9814-6529
- หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ นางสาวกนกพร  ไชยศล 0-4251-1574 47921 0-4251-1574 08-4387-8758, 08-9569-9849
ศพส.จ.นพ. นายธวัชชัย  รักขนาม 0-4251-1142 47983 0-4251-1142 08-1927-2519

 

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ทำเนียบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ประวัติผู้ได้รับเลือตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม
name ket-11

นายยุทธจักร  เรืองวรบูรณ์

เขตเลือกตั้งที่ 1

สังกัดพรรค เพื่อไทย

วัน เดือน ปี เกิด 18 พฤษภาคม 2519

ที่อยู่ 21 หมู่ 4 ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม

การศึกษา ปริญญาตี

โทรศัพท์ 081-8388955

อาชีพก่อนสมัคร ธุรกิจส่วนตัว

name ket-2

นางมนพร  เจริญศรี

เขตเลือกตั้งที่ 2

สังกีดพรรค เพื่อไทย

วัน เดือน ปี เกิด 23 พฤศจิกายน 2508

ที่อยู่ 22/13 หมู่บ้านพิมพ์สิริ ถ.นครพนม-ธาตุพนม ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.นครพนม

การศึกษา ปริญญาโท

โทรศัพท์ 081-7396565

อาชีพก่อนสมัคร นักการเมือง

name ket-3

นายไพจิต  ศรีวรขาน

เขตเลือกตั้งที่ 3

สังกัดพรรค เพื่อไทย

วัน เดือน ปี เกิด 17 พฤษภาคม 2490

ที่อยู่ 67 หมู่ 4 ถ.พนมพนารักษ์ ต.ธาตุพนมเหนือ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

การศึกษา ปริญญาโท

โทรศัพท์ 042-579450

อาชีพก่อนสมัคร เกษตรกร

name ket-4

นายชูกัน  กุลวงษา

เขตเลือกตั้งที่ 4

สังกัดพรรค เพื่อไทย

วัน เดือน ปี เกิด 15 มกราคม 2500

การศึกษา ปวส.

ที่อยู่ 1 หมู่ 9 ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม

โทรศัพท์ 084-5153311

อาชีพก่อนสมัคร ส.อบจ.นครพนม

 

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

wutti

นายวิทยา  อินาลา

เกิดวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2502

ที่อยู่ 189/4 ถ.อภิบาลบัญชา ต.ในเมือง อ.เมือนฯ จ.นครพนม

โทรศัพท์ 08-14410789

การศึกษา ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า

อาชีพ นักธุรกิจ

ดำรงตำแหน่ง 2 มีนาคม 2551 - ปัจจุบัน

 

ประชากร (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2554)

จังหวัดนครพนมมีประชากรทั้งสิ้น 704,768 คน แยกเป็น เพศชาย 351,819 คน เพศหญิง 352,949 คน

การประกอบอาชีพ

จังหวัดนครพนมมี 12 อำเภอ 95 ตำบล (ไม่นับรวมกับ เทศบาลตำบลอำเภอบ้านแพง และอำเภอท่าอุเทน) 1,056 หมู่บ้าน (ทุกหมู่บ้านในเขตชนบท เฉพาะเขต อบต.และเขตเทศบาลที่ยกฐานะมาจาก อบต.)จากการสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 255 4 มีจำนวนครัวเรือน 11 5,472 ครัวเรือน จำนวนประชากร 437,657 คน แยกเป็นชาย 217,048 คน หญิง 220,609 คน รายได้เฉลี่ย 41,377.42 บาทต่อคนต่อปี บรรลุเป้าหมายตามเกณฑ์ชี้วัด 33 ตัวชี้วัด และไม่บรรลุเป้าหมาย 9 ตัวชี้วัด มีครัวเรือนตกเกณฑ์เรื่องรายได้ (มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีต่ำกว่า 23,000 บาท) จำนวน 3 ครัวเรือน

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดนครพนม พ.ศ. 2545 - 2554
POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, NAKHON PHANOM PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554
  -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2010 -2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 491,278 496,772 502,301 464,619 424,068 422,359 496,902 578,207 586,457 593,776
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 350,246 366,581 359,308 327,274 307,137 298,900 357,583 436,417 437,371 443,842
  ผู้มีงานทำ 324,949 346,863 339,375 315,163 299,556 289,274 349,031 419,444 423,787 435,621
  ผู้ว่างงาน 21,965 11,538 16,080 10,397 6,090 7,035 6,549 15,494 8,345 5,812
  ผู้ที่รอฤดูกาล 3,331 8,179 3,854 1,715 1,491 2,592 2,003 1,479 5,240 2,408
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 141,032 130,191 142,992 137,345 116,931 123,459 139,318 141,790 149,086 149,934
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 247,359 250,180 252,962 233,828 213,332 212,548 248,117 286,746 291,052 294,637
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 202,845 207,400 205,838 182,577 169,136 169,005 201,089 241,010 246,867 246,746
  ผู้มีงานทำ 189,716 197,643 193,016 174,576 164,988 163,185 196,730 230,647 240,379 241,810
  ผู้ว่างงาน 12,400 8,671 10,976 7,147 3,416 5,525 3,547 9,550 4,645 3,578
  ผู้ที่รอฤดูกาล 729 1,086 1,846 853 732 294 812 814 1,843 1,358
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 44,514 42,779 47,125 51,251 44,196 43,543 47,028 45,736 44,186 47,891
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 243,919 246,593 249,339 230,792 210,736 209,811 248,785 291,461 295,405 299,139
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 147,401 159,181 153,471 144,698 138,001 129,896 156,494 195,407 190,504 197,096
  ผู้มีงานทำ 135,233 149,221 146,359 140,586 134,568 126,088 152,301 188,797 183,407 193,811
  ผู้ว่างงาน 9,566 2,867 5,104 3,250 2,674 1,509 3,002 5,944 3,700 2,234
  ผู้ที่รอฤดูกาล 2,603 7,093 2,009 862 759 2,298 1,191 666 3,397 1,050
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 96,518 87,412 95,868 86,094 72,736 79,916 92,291 96,055 104,900 102,043

 

งานนมัสการพระธาตุพนม

085514


เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของชาวนครพนม และจังหวัดใกล้เคียง พุทธศาสนิกชนชาวอีสานจะแต่งกายในชุดขาว ไปกราบไหว้พระธาตุพนม และถือศีลปฏิบัติธรรมบริเวณศาลารายรอบวัด และในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา จะมีการเวียนเทียนและฟ้อนผู้ไทยถวายตามประเพณีโบราณ
ประเพณีแสกเต้นสาก

แสกเต้นสาก

160614


เป็นประเพณีของชนเผ่าแสกที่หมู่บ้านอาจสามารถ เป็นการเต้นบวงสรวงเจ้า โดยต้องทำพิธีขอขมาก่อน ของที่ใช้ ได้แก่ หัวหมู เงิน และเหล้า ซึ่งจะทำพิธีที่ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน โดยการเสี่ยงทายไม้สี ถ้าได้สีเดียวกันแสดงว่าเจ้าไม่อนุญาต การเต้น "แสกเต้นสาก" ใช้ไม้ยาวทาสีแดงสลับขาวเรียกสาก นำด้วยเสียงกลองจังหวะเร็ว ผู้เต้นจะซอยเท้าถี่ๆ ลงไปตามจังหวะการกระทบไม้ คล้ายการเต้นลาวกระทบไม้แต่จะเร็วกว่ามาก โดยเต้นกันเป็นประจำในวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3
ประเพณีโส้ทั่งบั้ง

ประเพณีโส้ทั่งบั้ง

160718


เป็นประเพณีของชาวไทยโส้ ซึ่งเป็นชาวไทยเผ่าหนึ่งที่อพยพลงมาจากทาง เหนือตามลุ่มแม่น้ำโขง มีประเพณีของตนเองสืบทอดกันมา มีภาษาพูดซึ่ง สำเนียงเพี้ยนมาจากภาษาพูดของชาวอีสาน อาชีพส่วนใหญ่คือ การทำไร่ทำนา คำว่า "ทั่ง" เป็นภาษาอีสาน หมายถึง การกระทุ้ง ส่วนคำว่า "บั้ง" หมายถึง กระบอกไม้ไผ่ ประเพณีโส้ทั่งบั้ง ก็คือ การเต้นรำพร้อมกับใช้กระบอกไม้ไผ่ที่มี ลักษณะกลวงทั้งสองด้าน ยาวประมาณ 1 เมตร นำมาปอกเปลือกออกให้บาง เพื่อให้ได้เสียงชัดเวลากระทุ้งหรือกระแทกพื้นดินเป็นจังหวะ และตกแต่งด้วย กระดาษสีอย่างสวยงาม เพื่อประกอบพิธีกรรมในงานศพ เป็นการส่งดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติ หรือเมื่อมีคนเจ็บป่วย จัดในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3

การไหลเรือไฟ

185710

หรือเฮือไฟ คือการสักการะบูชาอย่างหนึ่งในวันนั้น และได้ทำเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ เดิมเรือไฟทำด้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ต่อเป็นลำเรือยาวประมาณ 5-6 วา ข้างในบรรจุด้วยขนม ข้าวต้มมัด หรือสิ่งของที่ต้องการจะบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง ขี้ไต้ สำหรับจุดให้สว่างไสวก่อนจะปล่อยเรือไฟ ปัจจุบันมีการจัดทำเรือไฟเป็นรูปแบบต่างๆ มีขนาดใหญ่ขึ้น มีการประดับตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟลงกลางลำน้ำโขงภายหลังจากจุดไฟแล้ว จะเป็นภาพที่งดงามมาก ในงานจะมีการแสดงทางวัฒนธรรม การละเล่นพื้นบ้าน และมหรสพตลอดแนวเขื่อนริมแม่น้ำโขง จัดขึ้นในวันออกพรรษาคือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11

การแข่งเรือ

184932

หรือส่วงเฮือ เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านานโดยจัดขึ้นระหว่างงานบุญออกพรรษา ให้ชาวบ้านได้สนุกสนานร่วมกันก่อให้เกิด ความสามัคคีความเสียสละ และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวลาวและชาวไทย จัดขึ้นในลำน้ำโขง มีระยะทางแข่งขัน 3 กิโลเมตร มีร่องน้ำที่ไหลเชี่ยวยากลำบากมากในการแข่งขัน ผู้ชนะคือผู้เก่งที่สุดในแถบลุ่มน้ำโขง

งานนมัสการพระธาตุท่าอุเทน

143048

องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม เป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานอันสำคัญ บรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ ซึ่งพระอาจารย์ศรีทัตถ์ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง จะมีงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี

แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรม

panom

พระธาตุพนม พระธาตุพนม ประดิษฐาน ณ วัดธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนมห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นสถานที่เคารพนับถือทั้งของชาวไทยและชาวลาว ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้น ระหว่าง พ.ศ. 1200 - 1400 ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะพระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น "วรมหาวิหาร"

tauten

พระธาตุท่าอุเทน ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน ห่างจากตัวเมืองนครพนม ตามเส้นทางนครพนม - ท่าอุเทน ประมาณ 26 กิโลเมตร รูปทรงคล้ายองค์พระธาตุพนม เป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งองค์หนึ่ง ซึ่งบรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า จะมีงานนมัสพระธาตุประสิทธิ์ ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุประสิทธิ์ ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า ห่างจากจังหวัดนครพนม ประมาณ 98 กิโลเมตร เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า ประชาชนในท้องถิ่นและใกล้เคียงเคารพนับถือมากการพระธาตุในวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี

pasit

พระธาตุประสิทธิ์ ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุประสิทธิ์ ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า ห่างจากจังหวัดนครพนม ประมาณ 98 กิโลเมตร เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า ประชาชนในท้องถิ่นและใกล้เคียงเคารพนับถือมาก

mahachai

พระธาตุมหาชัย ประดิษฐานอยู่ ณ วัดโฆษิตดาราม ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางนครพนม - สกลนคร เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระอรหันต์ ภายในพระอุโบสถนอกจากพระประธานคือ พระพุทธไชยสิทธิ์แล้วยังมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปกรรมที่งดงามมาก

renu

พระธาตุเรณูนคร ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุเรณู อำเภอเรณูนคร อยู่ห่างจากตัวจังหวัดนครพนมประมาณ 51 กิโลเมตร โดยพระธาตุจำลองมาจากองค์พระธาตุพนม ภายในพระธาตุเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎกและพระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง ภายในโบสถ์ยังประดิษฐานพระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคู่บ้านของอำเภอ

srikun1

พระธาตุศรีคุณ ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุศรีคุณ อำเภอนาแก ห่างจากอำเภอธาตุพนมประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอนาแก ลักษณะส่วนบนของพระธาตุคล้ายพระธาตุพนม ต่างกันตรงที่ชั้นที่ 1 มี 2 ตอน เป็นรูปสี่เหลี่ยม ประดับลวดลายปูนปั้น และชั้นที่ 2 สั้นกว่าพระธาตุพนม

nakhon

พระธาตุนคร ประดิษฐานอยู่ ณ วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมถนนสุนทรวิจิตร เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนม เป็นปูชนียสถานสำคัญ มีเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และยังมีโบสถ์เก่าแก่สวยงาม

 

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ (แยกตามอำเภอ)

  • อำเภอเมืองนครพนม
CAQ8LEB2 วัดโอกาสศรีบัวบาน ตั้งอยู่ริมฝั่งโขงเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ บริเวณกลางวัดจะมีหอประดิษฐานพระติ้วกับพระเทียมอยู่คู่กัน พระติ้วจะประทับอยู่ด้านขวาของพระเทียม พระติ้ว เป็นพระพุทธรูปปางเพชรมารวิชัย ทำด้วยไม้ติ้วบุทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 30 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร สร้างโดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร เมื่อ พ.ศ. 1328 ส่วน พระเทียม มีลักษณะและขนาดเดียวกับพระติ้ว สร้างในสมัยพระเจ้าขัติยวงศา และมีการสมโภชให้พระติ้ว พระเทียม เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน
CA3X4F07 วัดศรีเทพประดิษฐาราม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ถนนศรีเทพ เยื้องโรงเรียนชุมชนเทศบาล 3 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2402 ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังรูปพุทธประวัติที่สวยงาม และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแสง ตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นพร้อมกับพระสุกและหลวงพ่อพระใส (วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย) ข้าง ๆ โบสถ์มีเจดีย์บรรจุอัฐิของหลวงปู่จันทร์ (พระเทพสิทธาจารย์) พระเกจิอาจารย์ที่ชาวนครพนมเคารพนับถือ ส่วนรูปปั้นนั้นจะอยู่ในตึกเทพสิทธาราม และที่น่าชมอีกอย่างหนึ่งคือ อาคารที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2464 ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมในด้านปูชนียสถานและวัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ
images วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมถนนสุนทรวิจิตร เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนม วัดมหาธาตุสร้างในปี พ.ศ. 1150 โดยพระยามหาอำมาตย์ (ป้อม) แม่ทัพใหญ่ที่มาจากเวียงจันทน์ มีพระธาตุนครลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างประมาณ 5.85 เมตร สูงประมาณ 24 เมตร เป็นปูชนียสถานสำคัญ และยังมีโบสถ์เก่าแก่สวยงามมาก
CAT1CK4X วัดนักบุญอันนา หนองแสง ตั้งอยู่บนถนนสุนทรวิจิตร เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนม สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1926 โดยคุณพ่อเอทัวร์ นำลาภ อธิการโบสถ์ วัดนักบุญอันนาหนองแสงนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนานาชาติที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่สถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตา ในช่วงก่อนวันคริสต์มาส ชาวคริสต์แต่ละชุมชนจะประดิษฐ์ดาวรูปแบบต่างๆ แล้วแห่มารวมกันไว้ที่นี่
CAUCI6PS วัดโพธิ์ศรี ตั้งอยู่ริมถนนสุนทรวิจิตร เลียบริมแม่น้ำโขง ภายในกุฎิเจ้าอาวาสเป็นที่ประดิษฐานพระทอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองสำริด ปางมารวิชัย และเป็นพระพุทธรูปโบราณสกุลช่างล้านช้าง ตรงกับสมัยอยุธยาตอนต้น ในอดีตเคยทำพิธีสรงน้ำพระทองในวันสงกรานต์ แต่มักจะเกิดพายุและฝนตกหนักทุกครั้ง ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็นพระพุทธรูปองค์อื่นแทน ปัจจุบันทุกวันเพ็ญเดือนหกจะนิมนต์มาตั้งไว้ที่หน้าโบสถ์ให้ชาวบ้านมาสรงน้ำ และในวันออกพรรษาชาวบ้านห้อมจะมาทอดปราสาทผึ้งที่วัดนี้ทุกปี
junpova พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ตั้งอยู่บนถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ลักษณะของอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่มีความสวยงาม เนื่องจากการก่อสร้างได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส ช่วงสมัยสงครามอินโด แม้จะมีอายุที่เก่าแก่มากแล้ว แต่ยังคงรักษาสภาพและความสวยงามต่างๆ ไว้ได้อย่างดี ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองนครพนมได้อย่างน่าสนใจ
CAN1XWGU

สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครพนมทางด้านทิศเหนือ สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

kun เขื่อนหน้าเมืองนครพนม เป็นสถานที่พักผ่อนของชาวเมืองนครพนม และเป็นจุดชมทิวทัศน์ พระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามริมแม่น้ำโขง บริเวณเขื่อนหน้าเมืองนครพนมนี้อยู่ตรงข้ามกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
hadsai หาดทรายทองศรีโคตรบูร เป็นหาดทรายน้ำจืดที่สวยงามมากแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ในฤดูแล้ง (ราวเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม) หาดทรายจะยื่นออกไปกลางลำน้ำโขง หาดทรายนี้จะอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการแขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและชมความงามของธรรมชาติ
CAEWYRU1 หมู่บ้านมิตรภาพไทย - เวียดนาม หรือ บ้านนาจอก (บ้านท่านโฮจิมินห์) เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายโฮจิมินห์ได้เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อกอบกู้เอกราชของวียดนาม ระหว่างปี พ.ศ. 2467-2474 ผู้สนใจเข้าชมสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 4252 2430 ที่หมู่บ้านนี้จะปลูกต้นไม้รอบบ้านอย่างร่มรื่น เช่น ต้นหมาก พลู กล้วย และชา นอกจากนี้บริเวณริมถนนยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารเวียดนามขายอีกด้วย การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 22 เส้นนครพนม-สกลนคร บริเวณกิโลเมตรที่ 237-238

 

  • อำเภอท่าอุเทน

พระธาตุท่าอุเทน อยู่ที่บ้านท่าอุเทน ใกล้กับที่ว่าการอำเภอท่าอุเทน องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม สร้างเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุโมงค์บรรจุของมีค่าต่าง ๆ ชั้นที่ 2 สร้างครอบอุโมงค์ ชั้นที่ 3 คือ เจดีย์องค์ใหญ่ สูงประมาณ 15 เมตร พระอาจารย์ศรีทัตถ์เป็นผู้สร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2454 พระธาตุนี้เป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งองค์หนึ่ง บรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ ซึ่งพระอาจารย์ศรีทัตถ์ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง จะมีงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี การเดินทาง จากตัวเมืองนครพนมไปตามทางหลวงหมายเลข 212 ประมาณ 26 กิโลเมตร

พระบางวัดไตรภูมิ เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทร พุทธศิลปแบบลาว สูง 80 นิ้ว แท่นสูง 2 นิ้วครึ่ง ฐานรูป 8 เหลี่ยม สูง 15 นิ้ว และฐานตั้งอยู่บนช้าง 8 เชือก สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2008 เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มาก เชื่อกันว่าถ้านำออกมาแห่จะทำให้ฝนตก ประชาชนที่สนใจจะเข้าไปนมัสการต้องขออนุญาตจากเจ้าอาวาสก่อน

  • อำเภอบ้านแพง

อุทยานแห่งชาติภูลังกา อุทยานแห่งชาติภูลังกาครอบคลุมพื้นที่ของตำบลไผล้อม อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย มีเนื้อที่ประมาณ 31,250 ไร่ มีลักษณะเป็นภูเขาทับซ้อนกัน 3 ลูก สลับด้วยเทือกเขาขนาดเล็กสลับซับซ้อนทอดยาวตามแนวลำน้ำโขง สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังที่สมบูรณ์มีสัตว์ป่าชุกชุม เป็นต้นกำเนิดของน้ำตก และลำธารใหญ่น้อยหลายสาย ช่วงฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม เป็นช่วงที่มีดอกไม้ กล้วยไม้ป่าและรองเท้านารีบานสะพรั่ง บนยอดภูลังกา

สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่

CA2NAT78 น้ำตกตาดขาม เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้น ๆ จำนวน 4 ชั้น เฉพาะชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำขังตลอดปี สภาพโดยรอบร่มรื่น และมีลานหินเล็กๆ เหมาะสำหรับพักผ่อน
CAN15XXO

น้ำตกตาดโพธิ์ มีกำเนิดจากเทือกเขาภูลังกา น้ำตกมีลักษณะสวยงามไม่น้อยกว่าน้ำตกตาดขาม เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้นจำนวน 4 ชั้น แต่ละชั้นสูงไม่น้อยกว่า 10 เมตร ชั้นที่ 2 สูงถึง 30 เมตร การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 จากนครพนมแล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 214 เข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกตาดขาม ประมาณ 4 กิโลเมตร ทางอุทยานฯ มี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภูลังกา 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรก เส้นทางสายน้ำตกตาดโพธิ์-ถ้ำยา ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง เส้นทางที่สอง เส้นทางสายน้ำตกตาดโพธิ์-ผางอย ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1.30-2.00 ชั่วโมง จุดเด่นของเส้นนี้คือ บนผางอย สามารถชมวิวของพื้นที่อำเภอบ้านแพง และสายน้ำโขงได้ และ เส้นทางที่สาม เส้นน้ำตกตาดโพธิ์-เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ ใช้ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน เส้นนี้นักท่องเที่ยวควรเตรียมเต็นท์และเครื่องนอนมาด้วย ส่วนอาหารสามารถที่จะตกลงกับเจ้าหน้าที่นำทางเพื่อที่จะเตรียมอาหารไว้ให้ จุดเด่นของเส้นนี้คือจะได้ชมดอกไม้ป่า กล้วยไม้ป่า ผีเสื้อ และนกหลายชนิด บนยอดภูลังกายังมี เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ มีลักษณะเป็นลานหินคล้ายกองข้าวนำมากองไว้ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของภูลังกาและเป็นการพิชิตยอดภูลังกาอีกด้วย และยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม (สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นยอดภูลังกาต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง และลูกหาบ ที่ที่ทำการอุทยานฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน)
สถานที่พัก อุทยานฯ ภูลังกา มีเต็นท์ไว้สำหรับนักท่องเที่ยว พักได้ 2-6 คน และมีสถานที่กางเต็นท์ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08 1965 7853

 

การเดินทาง รถยนต์ จากตัวเมืองนครพนมใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 เส้นนครพนม-บ้านแพง ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 220 ห่างจากตัวอำเภอบ้านแพงประมาณ 6 กิโลเมตร รถโดยสารประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร สายกรุงเทพฯ-บ้านแพง มาลงที่ตัวอำเภอบ้านแพงแล้วนั่งรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างมาที่อุทยานฯ ภูลังกา

  • อำเภอธาตุพนม

พระธาตุพนม ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200-1400 ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น "วรมหาวิหาร" พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น พระธาตุพนมยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น "ลูกพระธาตุ" เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว ในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนมและประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อกันมาหลายวัน ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกัม ปัจจุบันองค์ พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม งานนมัสการองค์พระธาตุเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 53 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 212 หรือจากสถานีขนส่งในอำเภอเมือง มีรถปรับอากาศและรถธรรมดาไปยังพระธาตุฯ

  • อำเภอเรณูนคร

เรณูนคร เรณูนครเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวผู้ไทย ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดี อาทิ ธรรมเนียมการต้อนรับด้วยการบายศรีสู่ขวัญ การเลี้ยงอาหารแบบพาแลง การชวนดูดอุ (ชวนกันไปดื่มเหล้าหมักที่อยู่ในไห) การฟ้อนรำผู้ไทย นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่าง ๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงอีกมากมาย โดยเฉพาะบริเวณวัดพระธาตุเรณู และตลาดอำเภอเรณูนคร การฟ้อนผู้ไทยนับเป็นการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมแบบพื้นเมืองอย่างหนึ่งของชาวผู้ไทยที่ได้รับการถ่ายทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน จากบรรพบุรุษของชาวเผ่าผู้ไทย ในสมัยก่อนเรียกการฟ้อนรำแบบนี้ว่า "ฟ้อนละครไทย" เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความสามัคคีในหมู่คณะเดียวกัน โดยการจับกลุ่มเล่นฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนานในงานเทศกาลเดือนห้าและเดือนหก ซึ่งจะมีประเพณีบุญบั้งไฟและมีการเฉลิมฉลองเพื่อนมัสการองค์พระธาตุเรณู ในการฟ้อนรำสมัยก่อนนั้น เป็นการฟ้อนรำตามความถนัดและความสามารถ ความชำนาญของแต่ละบุคคล ไม่ได้เน้นความเป็นระเบียบหรือความพร้อมเพรียงกัน แต่เน้นลีลาท่าฟ้อนรำต่าง ๆ ที่แสดงออกมา ส่วนมากเป็นผู้ชายล้วน ๆ จับกลุ่มฟ้อนรำกันเพื่ออวดสาวๆ ปัจจุบันเป็นการฟ้อนรำของหญิงชายคู่กัน โดยยึดการรำแบบดั้งเดิมเป็นหลัก นับเป็นศิลปะที่สวยงามละเอียดอ่อนหาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบัน การเดินทาง อยู่ห่างจากพระธาตุพนม 15 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดนครพนมไปทางใต้ 51 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ถึงประมาณกิโลเมตรที่ 44 เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2031 อีกประมาณ 7 กิโลเมตร ทางลาดยางตลอด

พระธาตุเรณู ประดิษฐานอยู่วัดธาตุเรณู ณ บ้านเรณูนคร องค์พระธาตุจำลองมาจากองค์พระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2461 โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย สูง 35 เมตร กว้าง 8.37 เมตร มีซุ้มประตู 4 ด้าน ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังประดิษฐานพระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคู่บ้านของอำเภอเรณูนคร มีพุทธลักษณะสวยงามมาก การเดินทาง จากสถานีขนส่งมีรถสองแถวประจำทางไปพระธาตุเรณูนคร อัตราค่าโดยสารคนละประมาณ 40 บาท

  • อำเภอนาแก

พระธาตุศรีคุณ ห่างจากอำเภอธาตุพนมตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 223 ประมาณ 20 กิโลเมตร ถึงอำเภอนาแก และเลี้ยวซ้ายถึงวัดพระธาตุศรีคุณ เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุศรีคุณซึ่งเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอนาแก ลักษณะส่วนบนของพระธาตุคล้ายพระธาตุพนม ต่างกันตรงที่ชั้นที่ 1 มี 2 ตอน เป็นรูปสี่เหลี่ยม ประดับลวดลายปูนปั้น และชั้นที่ 2 สั้นกว่าพระธาตุพนม

วัดภูถ้ำพระ อยู่ห่างจากบ้านนาแกน้อยไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานเจดีย์ปราสาททอง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ เดิมเป็นวัดที่พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ ใช้เป็นที่ปฏิบัติธุดงค์กรรมฐาน

ดานสาวคอย ตั้งอยู่บริเวณวัดภูพานอุดมธรรม บนเทือกเขาภูพาน ห่างจากอำเภอนาแกประมาณ 6 กิโลเมตร (เข้าทางเดียวกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง นครพนม) การเดินทางขึ้นไปควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะทางขึ้นขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ พื้นที่ส่วนใหญ่ของดานสาวคอย (คำว่า ดาน ในภาษาอีสานหมายถึง ลาน) เป็นลานหินเรียบ มีต้นไม้เบญจพรรณขึ้นประปราย เมื่อขึ้นถึงลานหินนี้แล้วสามารถมองเห็นยอดพระธาตุพนม ความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้เนื่องมาจากหนุ่มสาวชาวบ้านสมัยก่อนเวลาจะไปหาของป่าจะนัดหมายมาคอยกันที่ลานหินนี้เป็นประจำ หรือมาเที่ยวชมความงามโดยฝ่ายสาวจะมาเป็นผู้คอย จึงได้ชื่อว่า "ดานสาวคอย"

  • อำเภอปลาปาก

วัดพระธาตุมหาชัย ประดิษฐานอยู่บ้านมหาชัย ตำบลมหาชัย องค์พระธาตุสูง 37 เมตร เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์สารีริกธาตุ ภายในพระอุโบสถนอกจากพระประธานคือ พระพุทธไชยสิทธิ์แล้วยังมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปกรรมที่งดงามมากในภาคอีสาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่พระธาตุมหาชัย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา และที่วัดนี้ยังเคยเป็นที่จำพรรษาของพระสุนทรธรรมากร (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) พระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนาที่สำคัญองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครพนมและชาวอีสานทั่วไป การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 39 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายนครพนม-สกลนคร ทางหลวงหมายเลข 22 (กิโลเมตรที่ 201-202 เลี้ยวซ้ายเข้าวัดอีก 2 กิโลเมตร

  • อำเภอนาหว้า

พระธาตุประสิทธิ์ ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุประสิทธิ์ หมู่ 13 ตำบลนาหว้า ห่างจากอำเภอเมืองนครพนมประมาณ 98 กิโลเมตร สามารถเดินทางจากตัวเมืองนครพนมไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านอำเภอท่าอุเทน ถึงทางหลวงหมายเลข 2032 แยกซ้ายมือเข้าอำเภอศรีสงคราม ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า ประชาชนในท้องถิ่นและใกล้เคียงเคารพนับถือมาก

เทศกาลงานประเพณี

ngantad งานนมัสการพระธาตุพนม กำหนดจัดขึ้นในวันขึ้น 10 ค่ำถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งของชาว นครพนมและจังหวัดใกล้เคียง
renfire ประเพณีการไหลเรือไฟ จัดขึ้นในวันออกพรรษาของทุกปีคือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 การไหลเรือไฟถือเป็นการบูชาเทพเจ้า ในวันที่พระพุทธเจ้า เสด็จมาจากเทวโลก วันนี้เรียกว่า"วันพระเจ้าเปิดโลก" การไหลเรือไฟคือการสักการบูชาอย่างหนึ่ง เดิมเรือไฟทำด้วยท่อนกล้วย หรือไม้ไผ่ต่อเป็นลำเรือ ภายในบรรจุขนมข้าวต้มมัด หรือสิ่งของที่ต้องการบริจาค ข้างนอกเรือมีดอกไม้ธูปเทียน ตะเกียง และขี้ไต้ สำหรับจุดให้สว่างก่อนปล่อยเรือไฟ
sak ประเพณีแสกเต้นสาก เป็นประเพณีของชนเผ่าแสก ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอาจสามารถ อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นการเต้นบวงสรวงเจ้าที่ เต้นกันเป็นประจำทุกปี ในเดือน 3 ขึ้น 2 ค่ำ
puti การฟ้อนผู้ไทย เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความสามัคคีในหมู่คณะเดียวกัน โดยจะฟ้อนในงานเทศกาลเดือน 5 และเดือน 6 สมัยก่อนจะฟ้อนกันตามความถนัด และความสามารถแต่ละบุคคล ไม่ได้เน้นความเป็นระเบียบหรือความพร้อมเพรียง แต่เน้นลีลาการฟ้อนรำของชายหญิงคู่กันยึดการรำแบบดั้งเดิมเป็นหลัก นับเป็นศิลปะ ที่สวยงามหาชมได้ยากในปัจจุบัน นอกจากนี้ชาวผู้ไทยยังมีการต้อนรับด้วยการบายศรี สู่ขวัญ การเลี้ยงอาหารแบบพาแลง การชวนดูดอุ
so โซ่ทั่งบั้ง เป็นประเพณีของชาวโซ่ (โส้) เป็นชนเผ่าหนึ่งคล้ำกว่าชาวอีสานทั่วไป มีภาษาเป็นของตนเอง การเต้นโซ่ทั่งบั้ง เป็นการรำในงานศพเพื่อส่งวิญญาณผู้ตายให้ไปสุขสบายในชาติหน้า การรำมีทั้งชายและหญิง โดยส่วนใหญ่มีอยู่ที่อำเภอโพนสวรรค์
CAOGAKQD การแข่งเรือ (ส่วงเฮือ) เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน โดยจัดขึ้นระหว่างงานบุญออกพรรษามีความมุ่งหมายให้ชาวบ้านได้สนุกสนานร่วมกันก่อให้เกิดความสามัคคีความเสียสละ และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวลาวและชาวไทย จัดขึ้นในลำน้ำโขง บริเวณหน้าเขื่อนนครพนม มีระยะทางแข่งขัน 3 กิโลเมตร ในร่องน้ำที่ไหลเชี่ยวยากลำบากมากในการแข่งขัน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าผู้ชนะคือผู้เก่งที่สุดในแถบลุ่มน้ำโขง

 

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์
ตราสัญลักษณ์ คำขวัญ ต้นไม้ ดอกไม้ประจำจังหวัด http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%A1
ประวัติศาสตร์ เว็บไซต์จังหวัดนครพนม  http://www.baanjomyut.com/76province/northeast/nakhonpanom/03.html 
สภาพทางภูมิศาสตร์ เว็บไซต์จังหวัดนครพนม  http://www.nakhonphanom.go.th/nakhonphanom/traval.ph 

ประชากรและสภาพทางสังคม

การปกครอง

เว็บไซต์จังหวัดนครพนม  http://www.nakhonphanom.go.th/nakhonphanom/traval.ph 
การเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครพนม nakhonphanom.ect.go.th/  
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ  เว็บไซต์สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย 
ประเพณีและวัฒนธรรม เว็บไซต์บ้านจอมยุทธ http://www.baanjomyut.com/76province/northeast/nakhonpanom/costom.html 
ข้อมูลการท่องเที่ยว เว็บไซต์จังหวัดนครพนม http://www.nakhonphanom.go.th/nakhonphanom/traval.php

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ต้นไม้ประจำจังหวัด

cmadong.com  

ดอกไม้ประจำจังหวัด

thaigoodview.com

แผนที่ที่ตั้งจังหวัด,การแบ่งเขตการปกครองภายในจังหวัด

www.wikipedia.org

ภาพประเพณีและวัฒนธรรม

ประเพณีและวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนม

พระธาตุท่าอุเทน

http://www.sawasdeenakhonphanom.com

 

JoomSpirit