ร้อยเอ็ด

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดร้อยเอ็ด

logo1

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด

ประกอบด้วยสัญลักษณ์รูปบึงพลาญชัย ศาลหลักเมือง พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตัวเลข ๑๐๑ และรวงข้าวหอมมะลิ

ความหมาย  

  • พลาญชัย เป็นบึงน้ำใสสะอาดตั้งอยู่กลางเมือง บ่งบอกว่าประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดมีน้ำใจโอบอ้อมอารี รักความสงบและมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย รวมทั้งเป็นแหล่งอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์
  • ศาลหลักเมือง เป็นที่เคารพสักการะและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวร้อยเอ็ด
  • พระมหาเจดีย์ชัยมงคล บ่งบอกถึงความเป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรือง
  • ตัวเลข ๑๐๑ แสดงถึงความเป็นเมืองใหญ่ในอดีตที่ชื่อสาเกตนคร
  • รวงข้าวหอมมะลิ เป็นผลิตผลทางการเกษตรชั้นเลิศที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จากทุ่งกุลาร้องไห้จังหวัดร้อยเอ็ด

คำขวัญประจำจังหวัด

สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี

มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

4-13 5-10 6-14
รูปที่ 2 ต้นกระบก รูปที่ 3 ต้นกระบก รูปที่ 4 ดอกอินทนิลบก

 

อาณาเขตพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดปัจจุบัน เป็นเมืองที่ขอมสร้างขึ้นในสมัยเดียวกับขอมสร้างปราสาทหินพิมาย และอาณาบริเวณนี้คงเป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้น และได้เสื่อมลงตามที่ชนชาติขอมเสื่อมอำนาจลง

ราว พ.ศ. 2246 พระเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร ผู้ครองนครจำปาศักดิ์ ซึ่งสืบสายมาจากชาวไทยกรุงศรีสัตนาคนหุต

ได้ให้จารย์แก้วคุมไพร่พลสามพันคนเศษ มาสร้างเมืองขึ้นใหม่ที่บ้านเมืองทุ่ง (ท้องที่อำเภอสุวรรณภูมิ) เรียกว่า เมืองทุ่งหรือเมืองทง ขึ้นตรงต่อนครจำปาศักดิ์ จารย์แก้วปกครองเมืองทุ่งอยู่ได้นานสิบหกปีก็ถึงแก่กรรม จารย์แก้วมีบุตรสองคนคือท้าวมืดกับท้าวทน พระเจ้า

สร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร จึงทรงแต่งตั้งท้าวมืดเป็นเจ้าเมืองทุ่ง และท้าวทนเป็นอุปราช เมื่อท้าวมืดถึงแก่กรรม ท้าวทนจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองแทนพี่ชาย ท้าวมืดมีบุตรสองคนคือ ท้าวเชียงและท้าวสูน ทั้งสองคนไม่พอใจที่ไม่ได้เป็นเจ้าเมืองสืบแทนบิดา จึงได้คบคิดกับกรมการเมืองที่เป็นสมัครพรรคพวกของตน เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพึ่งพระบรม โพธิสมภาร สมเด็จพระบรมราชาที่ 3 (พระที่นั่งสุริยามรินทร์หรือเจ้าฟ้าเอกทัศน์ กรมขุนอนุรักษ์มนตรี) แห่งกรุงศรีอยุธยาและได้นำทองคำแท่งจำนวนมากไปถวายในคราวเข้าเฝ้า พร้อมกับทูลขอกองทัพจากกรุงศรีอยุธยาไปช่วยรบกับท้าวทน สมเด็จพระบรมราชาที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้พระยาพรหมกับพระยากรมท่า เป็นแม่ทัพเดินทางมาพร้อมกับท้าวเชียงและท้าวสูน เมื่อเดินทางใกล้ถึงเมืองทุ่ง ท้าวทนทราบข่าว จึงพาครอบครัวและไพร่พลอพยพไปอยู่ ณ บ้านกุดจอก เมื่อพระยาพรหมและพระยากรมท่าเข้าเมืองแล้ว ได้ติดตามไปนำตัวท้าวทนมาว่ากล่าวตักเตือนให้คืนดีกันกับท้าวเชียงและท้าวสูนผู้เป็นหลาน ท้าวเชียงกับท้าวสูนก็ได้ครองเมืองทุ่ง และเมืองทุ่งจึงขาดจากการปกครองของนครจำปาศักดิ์ มาขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา

ในปี พ.ศ. 2319 รัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ท้าวเชียงและท้าวสูนเห็นว่าเมืองทุ่งมีชัยภูมิไม่เหมาะ เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเซ (ลำน้ำเสียว) ถูกน้ำเซาะตลิ่งพังทุกปี จึงได้ย้ายไปตั้งเมืองใหม่ที่ ดงท้าวสารและเรียกชื่อใหม่ว่า "เมืองสุวรรณภูมิ" ท้าวเชียงได้สร้างวัดขึ้นสองวัด คือวัดกลางและวัดใต้ สร้างวิหารกว้างห้าวา ยาวแปดวา สูงหกวา สร้างพระพุทธรูปด้วยอิฐและปูนลงรักปิดทอง หน้าตักกว้างสี่ศอกคืบ สูงแปดศอกคืบ เหมือนกันทั้งสองวัด

ปี พ.ศ. 2318 ท้าวทนซึ่งอพยพครอบครัวและไพร่พลไปอยู่ที่บ้านกุดจอก ได้ปรึกษาหารือกับพระยาพรหม และพระยากรมท่าขออนุญาต ทั้งบ้านกุ่มร้างซึ่งเป็นเมืองร้างขึ้นเป็นเมืองพระยาพรหม และพระยากรมท่าเห็นว่าท้าวทนมีสมัครพรรคพวกมาก จะเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง จึงมีใบบอกไปยังกรุงธนบุรี ขอพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองขึ้นที่บ้านกุ่มร้างและให้ชื่อว่าเมืองร้อยเอ็ด ตามนามเดิมและให้ท้าวทน เป็นพระขัติยะวงษาเจ้าเมืองคนแรก การสร้างเมืองร้อยเอ็ดขึ้นก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้แบ่งเขตเมืองสุวรรณภูมิกับเมืองร้อยเอ็ด

ปี พ.ศ. 2435 ได้จัดตั้งมณฑลขึ้นโดยรวบรวมหัวเมืองเข้าด้วยกันมี 6 มณฑล คือ มณฑลลาวเฉียง มณฑลลาวพวน มณฑลลาวกาว มณฑลเขมร มณฑลนครราชสีมาและมณฑลภูเก็ต ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดขึ้นต่อมณฑลลาวกาว

ปี พ.ศ. 2437 ได้จัดระเบียบบริหารมณฑลแบบใหม่เป็นมณฑลเทศาภิบาลขึ้น 3 มณฑล คือ มณฑลพิษณุโลก มณฑลปราจีนบุรี และมณฑลราชบุรี ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากมณฑลแบบเก่าและต่อมาได้ตั้งมณฑลต่าง ๆ ขึ้นอีกคือ มณฑลนครชัยศรี มณฑลนครสวรรค์ มณฑลกรุงเก่า มณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลชุมพร มณฑลไทรบุรี (ภายหลังยกให้อังกฤษ เมื่อปี 2450) มณฑลเพชรบูรณ์ มณฑลพายัพ มณฑลอุดร มณฑลอีสาน มณฑลปัตตานี มณฑลจันทบุรี และมณฑลมหาราช โดยจังหวัดร้อยเอ็ดขึ้นต่อมณฑลอีสาน

จังหวัดร้อยเอ็ดยุคปัจจุบันจึงตั้งเป็นเมืองขึ้นมาในสมัยกรุงธนบุรี อันสืบเนื่องมาจากเมืองสุวรรณภูมิ แต่ที่ตั้งเมืองร้อยเอ็ดเป็นเมืองร้าง ซึ่งคาดว่าคงเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรือง ก่อนที่จะถูกทอดทิ้งให้เป็นเมืองร้างด้วยเหตุประการใดก็ตาม จากพงศาวดารแบ่งเขตเมืองสุวรรณภูมิและเมืองร้อยเอ็ด จะเห็นได้ว่าทั้งเมืองสุวรรณภูมิและเมืองร้อยเอ็ดมีอาณาเขตกว้างใหญ่ ซึ่งต่อมาภายหลังได้แบ่งแยกท้องที่ตั้งเมืองอื่นๆ

เมืองสุวรรณภูมิและเมืองร้อยเอ็ดซึ่งมีอาณาเขตกว้างขวาง ได้ถูกแบ่งท้องที่ตั้งเมืองอื่นหลายเมือง คือ เมืองสุวรรณภูมิถูกแบ่งท้องที่ตั้งเมืองชนบท เมืองพุทไธสง เมืองพยัคภูมิพิสัย เมืองร้อยเอ็ดได้ถูกแบ่งท้องที่ตั้งเมืองมหาสารคาม เมืองกาฬสินธุ์

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2451 ได้มีการปรับปรุงรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนภูมิภาคเป็นจังหวัด อำเภอ เมืองร้อยเอ็ดเปลี่ยนเป็นจังหวัดร้อยเอ็ด เมืองสุวรรณภูมิลดฐานะเป็นอำเภอสุวรรณภูมิ อยู่ในเขตการปกครอง ของจังหวัดร้อยเอ็ดแต่นั้นมา

เมื่อครั้งเกิดกบฏฮ่อ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยามหาอำมาตย์ธิบดีเป็นแม่ทัพเกณฑ์กำลังคนทางหัวเมืองภาคอีสาน ยกไปปราบฮ่อที่เมืองเวียงจันทร์และเมืองหนองคาย ขณะนั้นเมืองร้อยเอ็ดมีพระขัติยะวงษา (สาร) เป็นเจ้าเมือง และราชบุตร (เสือ) ได้รวบรวมไพร่พลสมทบกับกองทัพพระยามหาอำนาจธิบดีไปปราบฮ่อด้วย ระหว่างทำศึกปราบฮ่อนั้นราชบุตร (เสือ) ถูกยิงด้วยปืนที่มือขวาโลหิตไหล บ่าวไพร่พาหนีมาได้ ส่วนพระขัติยะวงษา (สาร) กลับหนีศึกคืนมาเมืองร้อยเอ็ด เมื่อเสร็จศึกปราบฮ่อแล้วพระยามหาอำมาตย์ธิบดีจึงควบคุมตัวพระขัติยะวงษา (สาร) แต่ได้หนีไปอยู่เมืองนครราชสีมา เจ้าเมืองนครราชสีมาจับได้และส่งไปยังพระมหาอำมาตย์ธิบดีที่เมืองหนองคาย แล้วพระยามหาอำมาตย์ธิบดีกลับมาจัดราชการที่เมืองร้อยเอ็ด โดยตั้งราชบุตร (เสือ) เป็นผู้รักษาราชการ เมืองร้อยเอ็ด ซึ่งภายหลังได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นเจ้าเมืองแทนพระขัติยะ วงษา (สาร)

ปี พ.ศ. 2455 ได้แยกมณฑลอีสานเป็น 2 มณฑล คือ มณฑลอุบล และมณฑลร้อยเอ็ด มณฑลร้อยเอ็ดมี เมืองร้อยเอ็ด เมืองกาฬสินธุ์ เมืองมหาสารคาม ปี พ.ศ. 2465 ได้รวมมณฑลร้อยเอ็ด มณฑลอุบล และมณฑลอุดร ขึ้นเป็นภาคเรียกว่า ภาคอีสาน ปี พ.ศ. 2469 ยุบปกครองภาคอีสาน ให้จังหวัดในมณฑลร้อยเอ็ดและมณฑลอุบล ไปขึ้นกับมณฑลนครราชสีมา ระบอบมณฑลเทศาภิบาลนี้ได้ยกเลิกไปหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ. 2475

เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแล้ว รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 จัดระเบียบบริหารส่วนภูมิภาคออกเป็นจังหวัดและอำเภอ และได้ยกเลิกระบอบมณฑลเทศาภิบาล ขณะนั้นจังหวัดร้อยเอ็ดมี 9 อำเภอ คือ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอธวัชบุรี อำเภอเสลภูมิ อำเภอโพนทอง อำเภออาจสามารถ อำเภอพนมไพร อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอเกษตรวิสัย และอำเภอจตุรพักตรพิมาน ต่อมาได้แบ่งพื้นที่เป็นอำเภอหนองพอก อำเภอปทุมรัตน์ อำเภอเมืองสรวง อำเภอโพธิ์ชัย กิ่งอำเภอโพนทราย และกิ่งอำเภอเมยวดี

ต่อมาเมื่อได้มีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2495 การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของไทย ก็เป็นไปตามพระราชบัญญัติฉบับนั้น และถือเป็นหลักหรือรากฐานของการแบ่งส่วนราชการไทยสมัยต่อๆ มา

ที่มา : ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคฯ

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

Thailand Roi Et 7-5-1
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดร้อยเอ็ด รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดร้อยเอ็ด


จังหวัดร้อยเอ็ดตั้งอยู่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทิศเหนือ ติดจังหวัดกาฬสินธุ์และมุกดาหาร
ทิศใต้ ติดจังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ
ทิศตะวันออก ติดจังหวัดยโสธร
ทิศตะวันตก ติดจังหวัดมหาสารคาม

 

อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครฯ ระยะทาง 512 กิโลเมตร มีพื้นที่ 8,299.46 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5,187,156 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 5.1 ของภาค จัดเป็นลำดับที่ 10 ของภาค และลำดับที่ 23 ของประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบสูง และมีภูเขาเตี้ยๆ ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนทางด้านใต้เป็นที่ราบและแอ่งอยู่ในบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130 - 160 เมตร

สภาพภูมิอากาศ มี 3 ฤดู ฤดูร้อนมีอากาศร้อนและแห้งแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ฤดูฝนมีฝนตกไม่สม่ำเสมอระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ปริมาณน้ำฝนประมาณ 1,200 มิลลิเมตรต่อปี ฤดูหนาวมีอากาศเย็นระหว่างเดือนตุลาคมถึงมกราคม

การปกครองแบ่งออกเป็น 20 อำเภอ 193 ตำบล 2412 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 รูปแบบ คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 17 แห่ง (เทศบาลเมือง 1 แห่ง และเทศบาลตำบล 16 แห่ง) และองค์การบริหารส่วนตำบล 186 แห่ง

Amphoe Roi Et

1. อำเภอเมืองร้อยเอ็ด

2. อำเภอเกษตรวิสัย

3. อำเภอปทุมรัตต์

4. อำเภอจตุรพักตรพิมาน

5. อำเภอธวัชบุรี

6. อำเภอพนมไพร

7. อำเภอโพนทอง

8. อำเภอโพธิ์ชัย

9. อำเภอหนองพอก

10. อำเภอเสลภูมิ

11. อำเภอสุวรรณภูมิ

12. อำเภอเมืองสรวง

13. อำเภอโพนทราย

14. อำเภออาจสามารถ

15. อำเภอเมยวดี

16. อำเภอศรีสมเด็จ

17. อำเภอจังหาร

18. อำเภอเชียงขวัญ

19. อำเภอหนองฮี

20. อำเภอทุ่งเขาหลวง

รูปที่ 7 อำเภอในจังหวัดร้อยเอ็ด

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง 2 แห่ง เทศบาลตำบล 46 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 160 แห่ง

ผู้บริหารจังหวัด

somsak

นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด

วัน เดือน ปีเกิด วันที่ 11 พฤศจิกายน 2499

ประวัติการศึกษา

  • ปริญญาตรีรัฐศาตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • ประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การศึกษาอบรม

  • หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 36

ประวัติการรับราชการที่สำคัญ

  • สิงหาคม 2537 นายอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม
  • พฤษภาคม 2540 นายอำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • พฤศจิกายน 2540 นายอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
  • กุมภาพันธ์ 2541 นายอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์
  • พฤศจิกายน 2542 ผู้อำนวยการส่วนพัฒนารายได้ท้องถิ่น นักบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
  • ธันวาคม 2545 รองอธิการวิทยาลัยการปกครอง
  • มีนาคม 2547 ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง
  • สิงหาคม 2549 รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • ตุลาคม 2550 รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี
  • ตุลาคม 2551 รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
  • 1 ตุลาคม 2553 ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด

narong

นายณรงค์  พลละเอียด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด

การศึกษา

  • ปริญญาตรีและโท ด้านบริหารรัฐกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2523 และปี 2530
  • ได้รับการฝึกอบรมและดูงานหลากหลายหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตร นปส. (นักปกครองระดับสูง) รุ่น 45 เมื่อปี 2547

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง

  • รับราชการมาแล้วหลายตำแหน่ง ทั้งในส่วนภูมิภาค / พื้นที่เสี่ยงภัย และตำแหน่งต่างๆ ในส่วนกลาง อายุตัว 52 ปี อายุราชการ 28 ปีเศษ
  • เป็นข้าราชการระดับ 7 จำนวน 9 ปี (ปี 2537 - 2546) และเป็นข้าราชการระดับ 8 จำนวน 4 ปีเศษ (ม.ค. 2546 - 2550)
  • เป็นข้าราชการระดับ 9 ตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2550 ถึง 26 ตุลาคม 2552

ประวัติการดำรงตำแหน่ง

  • อำนวยการกองคลัง (เจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี 8) สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (1 ต.ค. 2546 - 28 ธ.ค. 2548)
  • หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 8) จังหวัดสมุทรปราการ (29 ธ.ค. 2548 - 18 ก.พ. 2550)
  • หัวหน้าสำนักงานจังหวัดหนองบัวลำภู (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 8) จังหวัดหนองบัวลำภู (19 ก.พ. 2550 - 25 ต.ค. 2550)
  • หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ (ผู้อำนวยการ ระดับสูง) จังหวัดศรีสะเกษ
  • รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2552
  • ปัจจุบัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด

ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2555

รางวัลเกียรติคุณที่เคยได้รับ

  • ได้รับรางวัลครุฑทองคำ ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ในปี 2535 และรางวัลบุคคลดีเด่นในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในปี 2544

images4

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ

รองผู้ว่าราชการจังหวัด

สถานที่ทำงานปัจจุบัน ศาลากลางจังหวัด

วันเดือนปีเกิด 13 กุมภาพันธ์ 2507

วุฒิการศึกษา

  • ปริญญาตรี ร.บ. : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ปริญญาโท พบ.ม. : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

หลักสูตรอบรม

  • นอ. รุ่นที่ 46
  • นปส. รุ่นที่ 51

ประวัติการดำรงตำแหน่งที่สำคัญ

  • นายอำเภอ อำเภอชัยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
  • นายอำเภอ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
  • นายอำเภอดอยสะเก็ต จังหวัดเชียงใหม่
  • หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย
  • รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
  • รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด (ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญตรา

  • ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

images3

นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์

หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด

วัน เดือน ปี เกิด วันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2504

อายุ 50 ปี

ภูมิลำเนา จังหวัดร้อยเอ็ด

ประวัติการศึกษา

  • ศศ.บ. (รัฐศาสตร์)มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ศศ.ม.(สังคมศาสตร์)มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ประวัติการรับราชการ

  • พ.ศ. 2532 - บรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอ(เจ้าพนักงานปกครอง 3)อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด - ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง3)งานป้องกัน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด
  • พ.ศ .2534 - ปลัดอำเภอ(เจ้าพนักงานปกครอง4)ช่วยราชการจังหวัดร้อยเอ็ด
  • พ.ศ. 2535 - ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดร้อยเอ็ด(เจ้าพนักงานปกครอง4)
  • พ.ศ. 2536 - ผู้ช่วยผู้ตรวจการส่วนท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด
  • พ.ศ. 2537 - เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม 5วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง - เจ้าพนักงานปกครอง 5ฝ่ายปกครอง จังหวัดนครพนม
  • พ.ศ. 2538 - เจ้าพนักงานปกครอง 6 ฝ่ายปกครอง จังหวัดนครพนมปฏิบัติหน้าที่เลขานุการผู้ว่าราชการ จังหวัดนครพนม
  • พ.ศ. 2540 - เจ้าพนักงานปกครอง 6 ฝ่ายท้องถิ่น จังหวัดขอนแก่น ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการผู้ว่าราชการ จังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. 2543 - ปลัดอำเภอ(เจ้าพนักงานปกครอง 7)อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ปฏิบัติหน้าที่ เลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
  • พ.ศ. 2544 - ปลัดอำเภอ(เจ้าพนักงานปกครอง 7)จังหวัดขอนแก่น ช่วยราชการกรมโยธาธิการ ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการอธิบดีกรมโยธาธิการ
  • พ.ศ. 2546 - หัวหน้ากลุ่มงานรัฐธรรมนูญศึกษา(เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ 8ว) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ - เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 8 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น - หัวหน้าสำนักงานจังหวัด - เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 8ว สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยปฏิบัติหน้าที่ี่เลขานุการปลัดกระทรวงมหาดไทย
  • พ.ศ. 2547 - หัวหน้ากลุ่มงานช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย(เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 8) และหัวหน้ากลุ่มงานประเมินสถานการณ์ด้านการข่าว สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย - หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์
  • พ.ศ. 2548 - ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
  • พ.ศ. 2549 - หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 8)
  • พ.ศ. 2551 - หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 9) - หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ (ผู้อำนวยการสูง)ตำแหน่งประเภทอำนวยการ
  • พ.ศ. 2554 - หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด (ผู้อำนวยการสูง) ตำแหน่งประเภทอำนวยการ

ประวัติการฝึกอบรม

  • พ.ศ. 2532 - หลักสูตร ผบ.หมวด อส.รุ่นที่ 5/2 (พ.ศ.2532)
  • พ.ศ. 2533 - หลักสูตร นปอ.รุ่นที่ 104 - หลักสูตรครูฝึก รปภ.(หมู่บ้าน อพป.) ค่ายฝึกการรบพิเศษน้ำพุง จังหวัดสกลนคร - หลักสูตรการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชาติ(กอ.รมน.ภาค 2)
  • พ.ศ. 2537 - เจ้าหน้าที่โครงการศึกษาดูงานต่างประเทศ ของ นปส.รุ่นที่ 30 (อิตาลี,ฝรั่งเศส,สวิสเซอร์แลนด์,อังกฤษ,ออสเตรีย,ลักเซมเบิร์ก)
  • พ.ศ. 2539 - หลักสูตรการฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ รุ่นที่ 2/2539 สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
  • พ.ศ. 2546 - หลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.)รุ่นที่ 44 (พ.ศ 2546)
  • พ.ศ. 2552 - หลักสูตรเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำและติดตามประเมินผลแผนพัฒนาจังหวัด ปี 2552 - หลักสูตรการพัฒนาภาวะผู้นำที่เป็นเลิศอย่างยั่งยืนของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย

บำเหน็จความชอบในราชการ

  • อายุราชการ 22 ปี ได้ 2 ขั้น 15 ครั้ง หนึ่งขั้นครึ่ง จำนวน 4 ครั้ง
  • ปัจจุบัน เงินเดือน 48,870 บาท (1 ตุลาคม 2553)

หน้าที่พิเศษ

  • 21 ม.ค.2551 - คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ประจำวิทยาเขตกาฬสินธุ์
  • 12 มิ.ย.2552 - คณะกรรมการกำกับกรอบการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • ป.ม.
  • ท.ช.

 

ข้อมูลเขตเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด 

 เขตเลือกตั้ง พื้นที่ที่เป็นเขตเลือกตั้ง 
 1  อ.เมืองร้อยเอ็ด
 อ.จังหาร (เฉพาะ ต.ปาฝา ต.ยางใหญ่)
 2  อ.โพธิ์ชัย
 อ.ธวัชบุรี (เฉพาะ ต.นิเวศน์ ต.มะอึ ต.อุ่มเม้า ต.หนองพอก ต.บึงนคร ต.ธวัชบุรี ต.ธงธานี)
 อ.จังหาร (ยกเว้น ต.ปาฝา และ ต.ยางใหญ่)
 อ.เชียงขวัญ
 3  อ.โพนทอง
 อ.หนองพอก (เฉพาะ ต.ภูเขาทอง  ต.หนองพอก ต.กกโพธิ์  ต.บึงงาม และ ต.รอบเมือง)
 อ.เมยวดี
 4  อ.เสลภูมิ
 อ.หนองพอก (ยกเว้น ต.ภูเขาทอง  ต.หนองพอก  ต.กกโพธิ์  ต.บึงงาม และ ต.รอบเมือง)
 อ.ทุ่งเขาหลวง (เฉพาะ ต.ทุ่งเขาหลวง ต.บึงงาม และ ต.มะบ้า)
 5  อ.พนมไพร
 อ.ธวัชบุรี (ยกเว้น ต.นิเวศน์ ต.มะอึ  ต.หนองพอก  ต.ธวัชบุรี  ต.ธงธานี   ต.อุ่มเม้า และ ต.บึงนคร)
 อ.อาจสามารถ(เฉพาะ ต.หน่อม ต.บ้านแจ้ง ต.หนองหมื่นถ่าน ต.โพนเมือง ต.อาจสามารถ)
 อ.ทุ่งเขาหลวง (ยกเว้น ต.ทุ่งเขาหลวง ต.บึงงาม และ ต.มะบ้า)
 อ.หนองฮี (เฉพาะ ต.หนองฮี ต.สาวแห)
 6  อ.สุวรรณภูมิ
 อ.โพนทราย
 อ.เมืองสรวง (เฉพาะ ต.หนองหิน)
 อ.หนองฮี (ยกเว้น ต.หนองฮี  และ ต.สาวแห)
 7  อ.เกษตรวิสัย
 อ.ปทุมรัตต์
 อ.เมืองสรวง(เฉพาะ ต.กกกุง ต.คูเมือง)
 8  อ.จตุรพักตรพิมาน
 อ.ศรีสมเด็จ
 อ.อาจสามารถ   (ยกเว้น ต.หน่อม ต.บ้านแจ้ง  ต.หนองหมื่นถ่าน ต.โพนเมือง และ ต.อาจสามารถ)
 อ.เมืองสรวง(ยกเว้น ต.หนองหิน ต.กกกุง และ ต.คูเมือง)

 

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด(ชุดปัจจุบัน)

image061 image063 niramit

นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา
พรรคเพื่อไทย(เขต 1)
เมื่อ 3 ก.ค.2554
108 ถ.สุนทรเทพ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
โทร 089-418-8016

นายฉลาด ขามช่วง
พรรคเพื่อไทย (เขต2)
เมื่อ 3 ก.ค.2554
48-50 ถ.มีโชคชัย อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
โทร 084-469-8333

นายนิรมิต สุจารี
พรรคเพื่อไทย(เขต3)
เมื่อ 3 ก.ค.2554
114 ม.9 ต.รอบเมือง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด
โทร 089-840-6868

 

niran emon kt sd image059

นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์
พรรคเพื่อไทย(เขต4)
เมื่อ 3 ก.ค.2554
19 ม.1ต.ขวัญเมือง
อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
โทร 086-333-3404

นางเอมอร สินธุไพร
พรรคเพื่อไทย(เขต5)
เมื่อ 3 ก.ค.2554
43 ม.14 ต.โพธิ์ใหญ่
อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด
โทร 089-899-8212

นายกิตติ สมทรัพย์
พรรคเพื่อไทย(เขต6)
เมื่อ 3 ก.ค.2554
555 ม.5 ต.สระคู
อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
โทร 085-777-1348

นายศักดา คงเพชร
พรรคเพื่อไทย(เขต7)
เมื่อ 3 ก.ค.2554
255 ม.15ต.เกษตรวัสัย
อ.เกษตรวิสัยจ.ร้อยเอ็ด
โทร 081-872-1122

นายเศกสิทธิ์ ไวยนิยมพงศ์
พรรคเพื่อไทย(เขต 8)
เมื่อ 3 ก.ค.2554
112 ถ.สุนทรเทพ ต.ในเมือง
อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
โทร 081-187-5599

 

สมาชิกวุฒิสภาของจังหวัดร้อยเอ็ด (ปัจจุบัน)

gif 7

นายจตุรงค์ ธีระกนก (ส.ว.จากการเลือกตั้ง)
ที่อยู่ ๒๗๑ ถ.เทวาภิบาล ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
โทร ๐๔๓-๕๒๔๓๑๑
ดำรงตำแหน่ง ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ - ปัจจุบัน

gif 8

นายตวง อันทะไชย (ส.ว.จากการสรรหา)
ที่อยู่ ๓๔๖ หมู่ที่ ๗ (บ้านเปลือย) ต.รอบเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
โทร ๐๘-๑๐๕๘-๒๔๙๗
ดำรงตำแหน่ง

 

 

ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 จังหวัดร้อยเอ็ดมีประชากรทั้งหมด 1,305,058 คน แยกเป็น ชาย 651,054 คน หญิง 654,004 คน

ด้านสังคม

การศึกษา

  • ระดับอนุบาล-มัธยมศึกษา จำนวนโรงเรียน 924 แห่ง (รัฐบาล 862 แห่ง / เอกชน 41 แห่ง / โรงเรียนท้องถิ่น 7 แห่ง / โรงเรียนพระปริยัติธรรม 14 แห่ง) จำนวนครู-อาจารย์ 12,550 คน จำนวนนักเรียน 227,309 คน จำนวนห้องเรียน 10,138 ห้อง
  • ระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย จำนวน 16 แห่ง (วิทยาลัย 14 แห่ง / มหาวิทยาลัย 2 แห่ง) จำนวนครู - อาจารย์ 808 คน จำนวน นักศึกษา 19,944 คน

การสาธารณสุข

  • โรงพยาบาล 20 แห่ง (รัฐบาล 18 แห่ง / เอกชน 2 แห่ง) สถานีอนามัย 230 แห่ง คลินิกทุกประเภท 211 แห่ง
  • บุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์ 129 คน (รัฐบาล 119 คน / เอกชน 10 คน) ทันตแพทย์ 39 คน (รัฐบาล 37 คน / เอกชน 2 คน) พยาบาล 1,222 คน (รัฐบาล 1,169 คน / เอกชน 53 คน) ผู้ช่วยพยาบาล 11 คน (รัฐบาล 6 คน / เอกชน 4 คน)
  • จำนวนเตียง 1,349 เตียง (รัฐบาล 1,149 เตียง / เอกชน 200 เตียง)

แรงงาน : มีกำลังแรงงาน 798,998 คน (มีงานทำ 795,189 คน / ไม่มีงานทำ 3,809คน / รอฤดูกาล 7,191 คน)
ศาสนา : ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีวัด/สำนักสงฆ์ 1,394 แห่ง ที่พักสงฆ์ 548 แห่ง วัดร้าง 98 แห่ง และพระสงฆ์ 6,620 รูป นอกจากนั้นก็นับถือศาสนาอื่นๆ เช่น ศาสนาคริสต์ อิสลาม ซิกข์ ตามลำดับ

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ.2538 - 2553
GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, ROI ET PROVINCE: 1995-2010

สาขาการผลิต 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553p
  -1995 -1996 -1997 -1998 -1999 -2000 -2001 -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 (2010p)
ภาคเกษตร 3,304 3,851 4,984 4,832 4,154 4,019 4,543 4,267 5,207 5,361 5,742 6,165 6,953 6,733 9,385 11,777
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 3,201 3,742 4,890 4,718 4,007 3,844 4,400 4,134 5,124 5,272 5,647 6,074 6,860 6,661 9,303 11,699
การประมง 103 109 95 115 147 175 143 134 83 89 95 91 92 72 82 78
ภาคนอกเกษตร 13,453 15,304 16,928 17,490 17,045 18,193 19,056 20,370 22,687 24,586 25,592 29,011 32,917 34,326 36,689 42,078
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 24 30 38 34 39 41 41 52 55 63 71 50 53 56 75 66
การผลิตอุตสาหกรรม 1,156 1,164 1,473 2,081 1,693 2,016 2,445 2,530 3,376 3,786 3,107 3,703 5,336 6,920 6,719 8,814
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 320 343 376 480 418 432 438 448 477 518 513 566 570 544 694 731
การก่อสร้าง 1,264 1,433 1,127 761 507 730 614 903 1,040 1,136 1,202 1,607 1,654 1,591 2,055 2,263
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 2,114 2,735 3,563 2,835 2,393 2,339 2,517 2,641 2,910 2,996 3,327 3,813 3,809 3,724 4,440 5,038
โรงแรมและภัตตาคาร 106 172 142 68 79 95 109 115 138 160 146 159 166 184 184 194
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 922 1,033 1,003 1,120 1,190 1,224 1,382 1,420 1,273 1,038 1,062 1,091 1,133 1,158 1,246 1,178
ตัวกลางทางการเงิน 1,087 1,231 1,197 1,141 916 893 887 995 1,076 1,226 1,502 1,834 2,104 2,319 1,951 2,662
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 1,108 1,329 1,590 1,906 2,239 2,296 2,206 2,469 2,554 2,604 2,776 3,109 3,998 3,652 3,997 4,197
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 1,717 1,863 2,114 2,414 2,684 3,062 3,175 3,486 3,811 4,217 4,270 4,544 4,588 4,002 4,252 5,211
การศึกษา 2,806 2,933 3,164 3,397 3,485 3,623 3,772 3,705 4,261 4,843 5,378 6,282 7,134 7,695 8,301 8,963
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 389 556 624 708 826 839 820 950 985 1,125 1,280 1,309 1,413 1,486 1,643 1,685
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 414 455 489 517 545 571 621 631 687 824 904 887 864 960 1,032 960
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 25 27 28 28 30 33 28 23 46 49 54 55 96 34 100 117
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 16,756 19,156 21,912 22,322 21,199 22,212 23,599 24,637 27,893 29,947 31,334 35,175 39,870 41,059 46,073 53,855
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 13,786 15,552 17,611 17,736 16,651 17,298 18,203 18,846 21,185 22,605 23,515 26,279 29,656 30,404 33,861 39,571
ประชากร
(1,000 คน)
1,215 1,232 1,244 1,259 1,273 1,284 1,296 1,307 1,317 1,325 1,332 1,339 1,344 1,350 1,361 1,361

 

ผลิตผลทางการเกษตร

  • ข้าว ในปีการเพาะปลูก 2552/2553 มีพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวและข้าวเจ้า รวมทั้งสิ้น 3,083,554 ไร่ แยกเป็น (ข้าวเจ้า 2,089,876 ไร่ ข้าวเหนียว 993,678 ไร่) โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ (ขาวดอกมะลิ 105 และ กข15) ที่สำคัญของจังหวัดในเขตพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ โพนทราย และปทุมรัตต์ และมีพื้นที่ในการปลูกข้าวเหนียว (กข6) ที่สำคัญของจังหวัดจะปลูกในพื้นที่อำเภอโพนทอง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอหนองพอก อำเภอเสลภูมิ และอำเภอจตุรพักตรพิมาน

สำหรับข้าวหอมมะลิที่เป็นที่รู้จักและยอมรับกันโดยทั่วไป เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ คือ "ข้าวหอมมะลิที่เป็นผลผลิตจากทุ่งกุลาร้องไห้" ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่สำคัญและแตกต่างไปจากข้าวหอมมะลิที่ผลิตจากแหล่งปลูกอื่นๆ ได้แก่ ความหอม ซึ่งมีผลมาจากลักษณะทางกายภาพของดินที่มีลักษณะเป็นดินทรายและมีความเค็มที่พอเหมาะกับข้าวพันธุ์นี้ ความเรียวงาม ซึ่งมีผลมาจากสภาพของภูมิศาสตร์ของน้ำและแสงแดดที่เหมาะสม ทำให้ได้เมล็ดข้าวที่เรียวงามพอเหมาะน่ามารับประทาน และความอ่อนนุ่ม ซึ่งเป็นผลมาจากลักษณะพิเศษของข้าวหอมมะลิโดยทั่วไป ทำให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

พื้นที่ในทุ่งกุลาร้องไห้มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 2,107,690 ไร่ อาณาเขตครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ ศรีสะเกษ และยโสธร โดยจังหวัดร้อยเอ็ดมีพื้นที่มากที่สุด 986,807 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 46.82 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ ทั้งหมด ใช้เป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 756,511 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 76.66 โดยแยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้

  1. จังหวัดร้อยเอ็ด (อำเภอเกษตรวิสัย / อำเภอสุวรรณภูมิ / อำเภอปทุมรัตต์ / อำเภอโพนทราย / อำเภอหนองฮี) มีพื้นที่ 986,807 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 46.82 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ
  2. จังหวัดสุรินทร์ (อำเภอท่าตูม / อำเภอชุมพลบุรี) มีพื้นที่ 575,993 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 27.3 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ
  3. จังหวัดศรีสะเกษ (อำเภอราษีไศล / กิ่งอำเภอศิลาลาด) มีพื้นที่ 287,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 13.6 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ
  4. จังหวัดมหาสารคาม (อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย) มีพื้นที่ 193,890 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 9.2 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ
  5. จังหวัดยโสธร (อำเภอมหาชนะชัย / อ.ค้อวัง) มีพื้นที่ 64,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.1 ของพื้นที่ทุ่งกุลาฯ

 

  • พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ : พื้นที่เพาะปลูกอ้อย 63,208 ไร่ ผลผลิต 625,449 ตัน (แหล่งปลูกที่สำคัญ คือ อำเภอโพนทอง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอหนองพอก อำเภอเสลภูมิ) / พื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง 51,672 ไร่ ผลผลิต 189,687 ตัน (แหล่งปลูกที่สำคัญ คือ อำเภอโพนทอง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอหนองพอก อำเภอเมยวดี) / พื้นที่เพาะปลูกยางพารา 35,154 ไร่ ผลผลิต 1,209 ตัน (แหล่งปลูกที่สำคัญ คือ อำเภอโพนทอง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอเสลภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภออาจสามารถ) / พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดหวาน 1,642 ไร่ ผลผลิต 2,077 ตัน / พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดฝักสด 1,117 ไร่ ผลผลิต 1,410 ตัน / พื้นที่เพาะปลูกถั่วลิสง 4,219 ไร่ ผลผลิต 1,074 ตัน / พื้นที่เพาะปลูกยาสูบพันธุ์เตอร์ลิส 43,425 ไร่ ผลผลิต 7,633 ตัน / พื้นที่เพาะปลูกแตงโมเนื้อ 4,924 ไร่ ผลผลิต 16,190 ตัน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ เช่น งาดำ 2,752 ไร่ / ต้นกก 316 ไร่
  • การท่องเที่ยว : มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล บึงพลาญชัย บึงเกลือ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด วนอุทยานผาน้ำย้อย สวนพฤษศาสตร์และวรรณคดี กู่กาสิงห์ บ่อพันขัน เป็นต้น

โรงงาน : จำนวนทั้งสิ้น 427 โรง เงินทุน 6,551.061 ล้านบาท มีการจ้างงาน 8,333 คน
จำแนกเป็น

  • ขนาดเล็ก (เงินทุนน้อยกว่า 10 ล้านบาท) จำนวน 347 โรง
  • ขนาดกลาง (เงินทุนตั้งแต่ 10 - 100 ล้านบาท) จำนวน 68 โรง
  • ขนาดใหญ่ (เงินทุน 100 ล้านบาทขึ้นไป) จำนวน 12 โรง

โรงแรม : จำนวน 65 แห่ง แยกเป็น ระดับ 3 ดาว 2 แห่ง (โรงแรมร้อยเอ็ดซิตี้ และโรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น) / ระดับ 2 ดาว 3 แห่ง (โรงแรมร่มอินทนิล โรงแรมสาเกตุนคร และโรงแรมไหมไทย)
4.7 ผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น (OTOP) : จังหวัดร้อยเอ็ด มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรร OTOP Product Champion ระดับ 4 - 5 ดาว จำนวน 34 ผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ที่ดีเด่นที่สุด คือ ผ้าไหม ข้าวหอมมะลิ ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ เครื่องจักสาน เช่น มวยนึ่งข้าว กระติบข้าว

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. 2545 - 2554
POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, ROI ET PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2554
  -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 926,548 937,048 957,296 993,170 1,029,534 1,035,182 1,046,720 1,071,062 1,088,271
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 711,615 701,598 736,094 753,053 767,268 780,284 806,189 806,651 777,564
    ผู้มีงานทำ 650,178 658,707 685,130 736,956 750,305 764,721 795,188 781,831 754,355
    ผู้ว่างงาน 13,289 10,180 27,722 9,206 5,691 5,229 3,810 8,683 7,385
    ผู้ที่รอฤดูกาล 48,148 32,711 23,241 6,891 11,272 10,335 7,191 16,137 15,824
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 214,933 235,451 221,202 240,117 262,266 254,898 240,531 264,411 310,708
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 462,524 467,820 477,884 487,224 497,053 500,079 511,422 532,271 537,077
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 390,192 392,882 410,280 405,225 410,390 412,880 434,223 442,256 428,069
    ผู้มีงานทำ 374,252 383,584 389,666 396,375 403,162 407,404 430,275 434,930 414,786
    ผู้ว่างงาน 4,363 3,511 14,958 6,797 4,511 2,883 1,641 4,304 5,599
    ผู้ที่รอฤดูกาล 11,578 5,787 5,657 2,053 2,718 2,593 2,308 3,021 7,684
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 72,332 74,938 67,604 81,999 86,663 87,199 77,199 90,015 109,008
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 464,025 469,230 479,412 505,947 532,481 535,103 535,298 538,791 551,195
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 321,423 308,717 325,813 347,829 356,878 367,405 371,966 364,395 349,495
    ผู้มีงานทำ 275,927 275,123 295,464 340,581 347,143 357,318 364,914 346,900 339,569
    ผู้ว่างงาน 8,926 6,669 12,765 2,410 1,180 2,346 2,169 4,379 1,785
    ผู้ที่รอฤดูกาล 36,570 26,924 17,584 4,838 8,555 7,741 4,883 13,116 8,140
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 142,602 160,513 153,599 158,118 175,603 167,698 163,332 174,396 201,700

 

การคมนาคม สามารถเดินทางได้ 2 ทาง ได้แก่

ทางรถยนต์ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ระยะทางประมาณ 512 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียง 6 ชั่วโมง และสามารถเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและเวียดนาม โดยใช้เส้นทางผ่านไปจังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานี

ทางอากาศ มีท่าอากาศยาน 1 แห่ง

การสื่อสาร : มีที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข 16 แห่ง มีชุมสายโทรศัพท์ 100 ชุมสาย มีจำนวน 32,093 เลขหมาย และเลขหมายที่มีผู้เช่า 26,020 เลขหมาย

สถานีวิทยุ : มีสถานีวิทยุกระจายเสียง จำนวน 6 สถานี ได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียง จส.3 สถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพภาคที่ 2 สถานีวิทยุกระจายเสียงตำรวจภูธร ภาค 4 สถานีวิทยุกระจายเสียง อสมท. สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมประมง และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุชุมชน 106 แห่ง

ไฟฟ้า : มีสำนักงานการไฟฟ้า จำนวน 22 แห่ง ผู้ใช้ไฟฟ้า 303,881 ราย และมีการใช้กระแสไฟฟ้า 411,180,776.30 ยูนิต

ประปา : ผลิตน้ำได้ทั้งสิ้น 10,943,810 ลบ.ม. และปริมาณน้ำที่จำหน่ายให้แก่ผู้ใช้ 7,429,810 ลบ.ม. และมีจำนวนผู้ใช้น้ำประปา จำนวน 30,258 ราย

แหล่งน้ำ : มีลำน้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำชี แม่น้ำยัง แม่น้ำมูล ลำน้ำเสียว ลำน้ำพลับพลา ลำน้ำเตา มีแหล่งกักเก็บน้ำ จำนวน 1,577 แห่ง ได้แก่

  • แหล่งน้ำชลประทาน 428 แห่ง (ฝายขนาดใหญ่ 3 แห่ง / อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 13 แห่ง / อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและฝาย 302 แห่ง / โครงการพระราชดำริ 7 แห่ง / สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 103 แห่ง)
  • แหล่งน้ำขนาดเล็ก 1,261 แห่ง (หนองน้ำและคลองธรรมชาติ 1,046 แห่ง / แก้มลิงและหนองน้ำธรรมชาติ 110 แห่ง / ลำน้ำสาขาต่าง ๆ 105 แห่ง)

ถนน : จำนวน 2,358.826 กิโลเมตร (ไม่รวมถนนในความรับผิดชอบของ อบต.) แยกเป็น

  • สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัด จำนวน 1,189.422 กิโลเมตร
  • สำนักงานบำรุงทางร้อยเอ็ด จำนวน 546.949 กิโลเมตร
  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 622.455 กิโลเมตร

พื้นที่ป่า : มีพื้นที่ที่มีสภาพเป็นป่า จำนวน 331,677 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 6.39 ของพื้นที่ทั้งหมด5,187,156 ไร่

ประเพณีบุญข้าวจี่ ของดีเมืองโพธิ์ชัย

DSCF2221   images5

บุญข้าวจี่เป็นงานบุญประจำเทศกาลของชาวอีสาน เป็นการทำบุญตามฮีต 12 (ฮีต หมายถึง จารีตประเพณี) ซึ่งกำหนดทำบุญในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 บุญข้าวจี่นี้ นับเป็นงานบุญพิเศษเทียบเท่าบุญผะเหวด และบุญกฐิน และมีความเชื่อว่า หากบ้านใดไม่ทำบุญข้าวจี่ อาจทำให้เกิดความเดือดร้อนในหมู่บ้านได้ ภายในงานมีกิจกรรมที่สำคัญคือ การประกวดข้าวจี่ยักษ์ ประกวดของดีเมืองโพธิ์ชัย อันได้แก่ ผ้าไหม หมอนขิต ผ้าขาวม้า การแสดงฟ้อน เซิ้งกระติบข้าว สถานที่จัดงานบริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ชัย

งานประเพณีกินข้าวปุ้นบุญผะเหวด

images1

เริ่มจัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2534 และจะจัดเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 1-2 มีนาคมของทุกปี ณ บริเวณสวนสมเด็จฯ และบึงพลาญชัย บุญผะเหวด หรือทางภาคกลางเรียกว่าบุญมหาชาติ นิยมจัดในช่วงเดือนสี่ เป็นงานบุญที่พระเทศน์มหาเวสสันดรชาดก เรียกการเทศน์นี้ว่า เทศน์มหาชาติ มีการแห่ขบวนผะเหวด 13 ขบวน ตามกัณฑ์เทศน์มหาชาติ จากอำเภอและหน่วยงานต่างๆ บริเวณรอบบึงพลาญชัย ด้านในก็จัดเป็นร้านข้าวปุ้น (ขนมจีน) ไว้คอยบริการฟรีสำหรับผู้มาร่วมงาน

งานแข่งขันเรือยาวประเพณี

images2


ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูน้ำหลาก คือช่วงเทศกาลออกพรรษา หรือช่วงประมาณวันที่ 15-31 ตุลาคม ของทุกปี ที่ตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย โดยเรือที่มาร่วมแข่งส่วนหนึ่งก็จะเป็นเรือของจังหวัดร้อยเอ็ด และอีกส่วนก็เดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ศรีสะเกษ, และนครราชสีมา

ประเพณีแห่เทียนพรรษา

จัดขึ้นในวันอาสาฬหบูชาของทุกปี ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์โดยขบวนแห่ต้นเทียนแต่ละวัดซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้สีสวยสด และสาวงามจะเคลื่อนขบวนจากคุ้มต่างๆ ผ่านตลาดไปยังบริเวณหน้าศาลาจตุรมุข ในบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เพื่อร่วมประกวดต้นเทียนและขบวนแห่ต้นเทียน โดยมีการรำเซิ้งแบบอีสานประกอบ

ประเพณีบุญบั้งไฟ

images

มีขบวนแห่บั้งไฟซึ่งจัดอย่างสวยงาม แสดงถึงประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะที่อำเภอพนมไพร และอำเภอสุวรรณภูมิ มีขบวนแห่ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ ไม่แพ้ระดับจังหวัด ประชาชนภายในจังหวัดและจังหวัดข้างเคียงได้เดินทางมาชมเป็นจำนวนมาก จัดตามอำเภอต่างๆ ภายในจังหวัด ช่วงเดือนหกถึงเดือนเจ็ด

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

roi01พระมหาเจดีย์ชัยมงคล 
อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่ในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม บนยอดภูเขาเขียว แนวเทือกเขาภูพาน อำเภอหนองพอก ใกล้กันมีหน้าผาสูงชันซึ่งมีน้ำไหลตลอดปี ชาวบ้านเรียกว่า ผาน้ำย้อย 

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ได้รับการออกแบบให้เป็นศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน เป็นการผสมผสานระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม เป็นพระเจดีย์ที่ใหญ่องค์หนึ่งของประเทศไทย มีความกว้าง 101 เมตร ความยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ มีทั้งหมด 5 ชั้น คือ

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ โดยรอบแกะสลักประดับแบบลายไทย มีรูปปั้นหลวงปู่ศรี มหาวีโร ผู้ก่อตั้ง
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องประชุมสงฆ์ขนาดใหญ่ รองรับพระภิกษุสงฆ์ได้ 2,000-3,000 รูป
  • ชั้นที่ 3 เป็นชั้นอุโบสถและประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ และรูปปั้นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศไทยถึง 101 องค์
  • ชั้นที่ 4 นอกจากจะเน้นภาพประดับสวยงามแล้ว ยังสามารถชมทัศนียภาพภูเขาเขียวได้ 4 ทิศ
  • ชั้นที่ 5 เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00-17.30 น.

การเดินทาง
ใช้เส้นทางสายร้อยเอ็ด-อำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136

roi02กู่พระโกนา 
อำเภอสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

กู่พระโกนา ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ วัดกู่พระโกนา หมู่ 2 ตำบลสระคู ปัจจุบันมีวัดสร้างอยู่ในบริเวณเดียวกัน กู่พระโกนา ประกอบด้วย ปรางค์อิฐ 3 องค์ บนฐานศิลาทราย เรียงจากเหนือ-ใต้ ทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีกำแพงล้อมและซุ้มประตูเข้า-ออกทั้ง 4 ด้าน ก่อด้วยหินทรายเช่นกันปรางค์องค์กลางถูกดัดแปลงเมื่อ พ.ศ. 2417 โดยการฉาบปูนทับและก่อขึ้นเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นมีซุ้มพระทั้ง 4 ทิศ หน้าปรางค์องค์กลางชั้นล่าง สร้างเป็นวิหารพระพุทธบาทประดับเศียรนาค 6 เศียรของเดิมไว้ด้านหน้า ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ ก็ได้รับการบูรณะจากทางวัดเช่นกัน แต่ไม่ถึงกับเปลี่ยนรูปทรงอย่างปรางค์องค์กลาง ปรางค์องค์ทิศเหนือทางวัดสร้างศาลาครอบ ภายในมีหน้าบันสลักเรื่องรามายณะ และทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ติดอยู่ที่เดิม คือเหนือประตูทางด้านหน้า ส่วนทับหลังประตูด้านทิศตะวันตกหล่นอยู่บนพื้น เป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ปรางค์องค์ทิศใต้ยังคงมีทับหลังของเดิมเหนือประตูหลอกด้านทิศเหนือ เป็นภาพเทวดานั่งชันเข่าในซุ้มเรือนแก้วเหนือหน้ากาล นอกจากนี้ทางด้านหน้ายังมีทับหลังหล่นอยู่ที่พื้น เป็นภาพพระอิศวรประทับนั่งบนหลังโค และมีเสานางเรียงวางอยู่ด้วย สันนิษฐานว่า กู่พระโกนาเดิมจะมีสะพานนาคและทางเดิน ประดับเสานางเรียงทอดต่อไปจากซุ้มประตูหน้าไปยังสระน้ำ หรือบารายซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร จากรูปแบบลักษณะทางศิลปกรรมทั้งหมดของภาพสลัก และเสากรอบประตู ซึ่งเป็นศิลปะขอมที่มีอายุในราว พ.ศ. 1560-1630 (แบบบาปวน) สันนิษฐานว่ากู่พระโกนาคงจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่16

การเดินทาง
อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 60 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 215 ผ่านอำเภอเมืองสรวง อำเภอสุวรรณภูมิ จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 214 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงกู่พระโกนา อยู่ทางซ้ายมือ ด้านหน้าทางเข้าจะเป็นสวนยาง บริเวณวัดมีลิงแสมอาศัยอยู่

roi03
สิมวัดไตรภูมิคณาจารย์ 
อำเภอสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

สิมวัดไตรภูมิคณาจารย์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านตากแดด ตำบลหัวโทน อำเภอสุวรรณภูมิ ลักษณะทางศิลปกรรม เป็นสิมแบบพื้นเมืองอีสาน ประเภทสิมทึบ มีกำแพงแก้วเตี้ย ๆ ล้อมรอบ หน้าบันและรังผึ้งของสิมมีลายแกะสลักสวยงาม ภายในมีจิตรกรรมหรือ ฮูปแต้ม แสดงเรื่องในพุทธศาสนา สันนิษฐานว่ามีอายุในราวสมัยอยุธยา-รัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้านนอกสิมมีพระพุทธรูปแบบอีสานขนาดใหญ่ ซึ่งย้ายมาจากวัดใต้วิไลธรรม ในเขตอำเภอเดียวกัน (สิมวัดไตรภูมิคณาจารย์ ได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากรเมื่อ พ.ศ.2541 และได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามประจำปี 2541)

roi04
วัดกลางมิ่งเมือง 
อำเภอเมือง จ.ร้อยเอ็ด

วัดกลางมิ่งเมือง ตั้งอยู่บนเนินในเมือง เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนตั้งเมืองร้อยเอ็ด ส่วนอุโบสถสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ปัจจุบันเป็นสถานที่ศึกษาปริยัติธรรม และสถานที่สอบธรรมสถาน ชื่อโรงเรียนสุนทรธรรมปริยัติ บริเวณผนังรอบอุโบสถมีลวดลายภาพวาด แสดงถึงพุทธประวัติ สวยงามและมีค่าทางศิลปะ

roi05สิมวัดจักรวาลภูมิพินิจ (วัดหนองหมื่นถ่าน) 
อำเภออาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด

สิมวัดจักรวาลภูมิพินิจ (วัดหนองหมื่นถ่าน) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองหมื่นถ่าน ตำบลหนองหมื่นถ่าน มีลักษณะทางศิลปกรรมเป็นสิมแบบพื้นเมืองอีสาน ประเภทสิมทึบ หน้าบันหรือรังผึ้งมีลวดลายแกะสลักไม้ ภายนอกมี "ฮูปแต้ม" เป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ภาพขุมนรก และภาพพระพุทธองค์ ขณะปลงพระเกศา มีพระอินทร์มารับนำไปประดิษฐานยังเจดีย์จุฬามณี ภายในมีภาพวรรณคดีพื้นเมืองเรื่องสังข์ศิลป์ชัย สันนิษฐานว่ามีอายุในราวสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

การเดินทาง จากอำเภอเมือง เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 2043 ถึงอำเภออาจสามารถ และเดินทางต่อไปอีก 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านหนองหมื่นถ่าน 2 กิโลเมตร

roi06ปรางค์กู่ หรือ ปราสาทหนองกู่ 
อำเภอธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

ปรางค์กู่ หรือ ปราสาทหนองกู่ ตั้งอยู่ที่บ้านยางกู่ ตำบลมะอี ปรางค์กู่ คือ กลุ่มอาคารที่มีลักษณะแบบเดียวกันกับอาคารที่เชื่อกันว่า คืออโรคยาศาลตามที่ปรากฏในจารึกปราสาทตาพรหมอันประกอบด้วย ปรางค์ประธาน บรรณาลัย กำแพงพร้อมซุ้มประตูและสระน้ำนอกกำแพง โดยทั่วไปนับว่าคงสภาพเดิมพอควร โดยเฉพาะปรางค์ประธานชั้นหลังคาคงเหลือ 3 ชั้น และมีฐานบัวยอดปรางค์อยู่ตอนบน อาคารอื่นๆ แม้หักพังแต่ทางวัดก็ได้จัดบริเวณให้ดูร่มรื่นสะอาดตา

นอกจากนี้ภายในกำแพงด้านหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ยังพบโบราณวัตถุอีกหลายชิ้นวางเก็บรักษาไว้ใต้อาคารไม้ ได้แก่ทับหลังหินทราย สลักเป็นภาพบุคคลนั่งบนหลังช้างหรือวัว ภายในซุ้มเรือนแก้วหน้ากาล จากการสอบถามเจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม กล่าวว่าเป็นทับหลังหน้าประตูมุขของปรางค์ประธาน เสากรอบประตู 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งมีภาพสลักรูปฤาษีที่โคนเสา ศิวลึงค์ขนาดใหญ่พร้อมฐานที่ได้จากทุ่งนาด้านนอกออกไป และชิ้นส่วนบัวยอดปรางค์ ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นฐานของพระสังกัจจายน์ปูนปั้น กำหนดอายุว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 18

การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 23 (ร้อยเอ็ด-ยโสธร) ประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงที่ว่าการอำเภอธวัชบุรี ฝั่งตรงข้ามมีทางแยกซ้ายไปปรางค์กู่ ระยะทาง 6 กิโลเมตร หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 2044 (ร้อยเอ็ด-โพนทอง) ไปประมาณ 8 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปปรางค์กู่อีก 1 กิโลเมตร

roi07กู่กาสิงห์ 
อำเภอเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด

กู่กาสิงห์ ตั้งอยู่ในวัดบูรพากู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ กู่กาสิงห์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบเขมรอีกแห่งหนึ่ง มีขนาดค่อนข้างใหญ่และยังอยู่ในสภาพดีพอควร ขณะนี้สำนักงานโบราณคดี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 8 อุบลราชธานี กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่ง และบูรณะให้เห็นสภาพชัดเจนสวยงามยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อีกแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ประกอบด้วย ปรางค์ 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน มีวิหารหรืออาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียกว่าบรรณาลัย อยู่ทางด้านหน้าทั้งสองข้าง ทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงซึ่งมีซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ ถัดออกไปเป็นคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง

ปรางค์ประธานหรืออาคารหลักที่มี 3 องค์นั้น ตั้งเรียงอยู่บนฐานเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าอีก 2 องค์ที่ขนาบข้าง และมีมุขยื่นทางด้านหน้าเป็นห้องยาว มีประตูทางเข้า 3 ทาง คือด้านหน้าและด้านข้างของห้องยาวทั้งสอง ส่วนฐานขององค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาทราย ยังคงปรากฏลวดลายสลักเป็นชั้นเป็นแนว เช่น ลายกลีบบัวและลายกนก ผนังก่ออิฐ ที่ห้องในสุดหรือส่วนครรภคฤหะได้ค้นพบศิวลึงค์ ซึ่งเป็นตัวแทนของเทพสูงสุด (พระอิศวร) และความอุดมสมบูรณ์ตามลัทธิความเชื่อ ในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย นอกจากนี้ยังพบทับหลังอีกหลายชิ้น ชิ้นหนึ่งสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณในซุ้มเรือนแก้ว โดยยืนอยู่เหนือหน้ากาล ซึ่งมีมือยึดจับท่อนพวงมาลัยอีกทีหนึ่ง และยังได้พบซุ้มหน้าบันสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณท่ามกลางลายก้านขดอีกด้วย

ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ที่ขนาบนั้น มีขนาดและลักษณะเดียวกัน ฐานก่อด้วยศิลาทราย ผนังก่ออิฐมีประตูเพียงด้านหน้า ภายในมีแท่นรูปเคารพวางอยู่จากลวดลายของศิลปกรรม แบบแผนผังและโบราณวัตถุที่พบแสดงให้ทราบว่า กู่กาสิงห์สร้างขึ้นในแบบศิลปะเขมรที่เรียกว่า "แบบบาปวน" อายุราว พ.ศ. 1560-1630 เพื่อเป็นเทวสถานอุทิศถวายแด่พระอิศวร เทพเจ้าสูงสุดองค์หนึ่งในศาสนาพราหมณ์

การเดินทาง สามารถเดินทางได้ 2 ทาง คือ ใช้เส้นทางร้อยเอ็ด-เกษตรวิสัย ทางหลวงหมายเลข 214 ระยะทาง 47 กิโลเมตร เดินทางต่อไปตามทางหลวงสายเกษตรวิสัย-สุวรรณภูมิ ประมาณ 10 กิโลเมตร มีทางแยกขวากู่กาสิงห์เป็นระยะทางอีก 10 กิโลเมตร หรืออาจใช้เส้นทางสายร้อยเอ็ด-สุวรรณภูมิ-สุรินทร์ (ทางหลวงหมายเลข 215 ต่อด้วย 214 ) ระยะทาง 60 กิโลเมตร ถึงวัดกู่พระโกนา ด้านตรงข้ามวัดมีทางแยกไปกู่กาสิงห์ ระยะทางอีก 18 กิโลเมตร

roi08
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด
อำเภอเมือง จ.ร้อยเอ็ด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่จัดตั้งขึ้นตามโครงการการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง เป็นสถานที่จัดแสดงและรวบรวมเรื่องราวน่ารู้ทุกด้านของจังหวัดแห่งนี้ เดิมทีเดียวนั้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด จัดตั้งขึ้นตามดำริของท่านศาสตราจารย์ ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ ในอันที่จะเป็นพิพิธภัณฑ์ฯ ศิลปหัตถกรรมอีสาน โดยเฉพาะผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง ต่อมาเมื่อกรมศิลปากร มีนโยบายในการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง จึงได้ทำการปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาในการจัดแสดงให้ครอบคลุมข้อมูลเรื่องราว ของจังหวัดทุกด้านทั้งด้านภูมิศาสตร์ทรัพยากรธรณีโบราณคดี ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ วิถีชีวิต ประเพณี และศิลปหัตถกรรม เริ่มโครงการจัดตั้งมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2536 ซึ่งเป็นปีที่ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารต่อเนื่องมาจนกระทั่งปี 2540 จึงดำเนินการได้แล้วเสร็จสมบูรณ์ ประกอบด้วยงบประมาณด้านการจัดแสดงนิทรรศการถาวร ปรับสภาพภูมิทัศน์ ติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบปรับอากาศ จัดทำห้องประชุมและนิทรรศการพิเศษ ปรับปรุงบ้านพักเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้เฉพาะการจัดแสดงได้มีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้แก่ ระบบสารสนเทศ การทำหุ่นจำลอง และฉากวิถีชีวิตต่างๆ เข้ามาประกอบการนำเสนอเรื่องราว ทำให้อาจกล่าวได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในความดูแลของกรมศิลปากร พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ที่ถนนเพลินจิต ต. ในเมือง อ. เมือง จ. ร้อยเอ็ด 45000 เปิดทุกวันเวลา 09.00-16.00 น. เว้นวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 4351 4456 หรือ www.thailandmuseum.com

 

roi09บึงพลาญชัย
อำเภอเมือง จ.ร้อยเอ็ด

บึงพลาญชัย ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองร้อยเอ็ด ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 2 แสนตารางเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งเป็นสวนไม้ดอกขนาดใหญ่ มีพันธุ์ไม้ต่างๆ ร่มรื่น และในบึงน้ำมีปลาชนิดต่างๆ หลายพันธุ์มากมาย มีเรือสำหรับให้ประชาชนได้พายเล่นในบึง นอกจากนั้นยังใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลของจังหวัด รวมทั้งจัดมหรสพต่างๆ ภายในบึงพลาญชัยยังมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจคือ

  • ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นที่เคารพบูชาของชาวร้อยเอ็ด
  • พระพุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่ กลางสวนดอกไม้
  • พานรัฐธรรมนูญ และนาฬิกาดอกไม้
  • ภูพลาญชัย มีลักษณะเป็นสวนสัตว์และน้ำตกจำลอง
  • สนามเด็กเล่น นกชนิดต่างๆ สวนสุขภาพ เป็นสวนออกกำลังกาย เพื่อให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย อันเป็นการเสริมสร้างพลานามัยแก่ชาวร้อยเอ็ด

roi10
ทุ่งกุลาร้องไห้
อำเภอเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด

ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นทุ่งกว้างใหญ่ของภาคอีสาน มีอาณาเขตครอบคลุมถึง 5 จังหวัด คือ ในแนวทิศเหนือนั้นครอบคลุมอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย ของจังหวัดร้อยเอ็ด ในแนวทิศใต้มีลำน้ำมูลทอดยาว ตลอดพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ในแนวทิศตะวันตกผ่านอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ประมาณ 3 ใน 5 นั้นอยู่ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ทุ่งกุลาร้องไห้มีเนื้อที่กว้าง 2,107,681 ไร่

สาเหตุที่ทุ่งกว้างแห่งนี้ได้ชื่อว่าทุ่งกุลาร้องไห้นั้น ก็ด้วยมีเรื่องเล่ากันว่า พวกกุลาซึ่งเป็นพวกที่เดินทางค้าขายระหว่างเมืองต่างๆ ในสมัยโบราณได้ชื่อว่าเป็นนักต่อสู้ คือ มีความเข้มแข็งอดทนเป็นเยี่ยม แต่เมื่อพวกกุลาเดินทางมาถึงทุ่งนี้ ได้รับความทุกข์ยากเป็นอันมากถึงกับร้องไห้ เพราะตลอดทุ่งนี้ไม่มีน้ำหรือต้นไม้ใหญ่เลย ฤดูแล้งแผ่นดินก็แห้งแตกระแหง ปัจจุบันท้องทุ่งอันกว้างใหญ่นี้ได้รับการพัฒนาจากส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ บางแห่งก็ทำการเกษตรกรรม บางแห่งก็ใช้เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ซึ่งนับแต่จะมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ ศูนย์พัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ห่างจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิ 6 กิโลเมตร เลยกู่พระโกนาไปเล็กน้อย

roi11
บึงเกลือ (บุ่งเกลือ)
อำเภอเสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

บึงเกลือ (บุ่งเกลือ) อยู่ในเขตตำบลบึงเกลือ เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ริมบึงมีหาดทรายขาวสะอาดกว้างขวาง มีแพร้านอาหารบริการเป็นอาหารอีสาน อาหารตามสั่ง นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนและเล่นกีฬาทางน้ำ

การเดินทาง จากอำเภอเมือง ไปตามทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านอำเภอธวัชบุรีถึงอำเภอเสลภูมิเข้าทางหลวงหมายเลข 2259 ประมาณ 10 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้าย 8 กิโลเมตร

roi12
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด
อำเภอเมือง จ.ร้อยเอ็ด

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด เป็นสวนสาธารณะกลางเมือง อยู่หน้าศาลากลางจังหวัด เปิดเมื่อปี พ.ศ. 2529 มีเนื้อที่ประมาณ 225 ไร่ ตกแต่งบริเวณด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ และต้นไม้น้อยใหญ่เพื่อให้ความร่มรื่น จุดเด่นของสวนแห่งนี้อยู่ที่น้ำพุบริเวณใจกลางสวนที่พุ่งฉีดในระดับสูง มีหอนาฬิกากลางเมืองสวยเด่นเป็นสง่าแก่เมืองร้อยเอ็ด มีอาคารอ่านหนังสือไว้สำหรับบริการประชาชน สถานที่แห่งนี้ใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลและพิธีการต่างๆ ของจังหวัด เช่น งานปีใหม่

roi13
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์
อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองพอก ครอบคุมดูแลพื้นที่ประมาณ 151,242 ไร่ หรือประมาณ 242 ตารางกิโลเมตร โดยสภาพพื้นที่จะเป็นเทือกเขาหินทรายสูงชันและสลับซับซ้อน ประกอบด้วยป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าที่พบในพื้นที่ป่าแห่งนี้ ได้แก่ ไก่ฟ้าพญาลอ หมูป่า สุนัขจิ้งจอก เป็นต้น จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบริเวณเขตห้ามล่าฯ คือ ผาพยอม ซึ่งเป็นจุดที่ใช้สำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น และผาน้ำทิพย์ซึ่งเป็นจุดที่ใช้ชมพระอาทิตย์ตกดิน 

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทาง ระยะทาง 2 กิโลเมตร และ 3 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินเองได้ บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ มีบริการบ้านพักและสถานที่สำหรับกางเต็นท์ หากต้องการเข้าพักเป็นหมู่คณะ และต้องการเจ้าหน้าที่นำทางต้องทำหนังสือติดต่อล่วงหน้า ไปยังหัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์และวรรณคดีตะวันออกเฉียงเหนือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ ตู้ ปณ.1 ตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210 สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 9551 1782

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ถึงขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 จากขอนแก่น-หนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 จากอำเภอหนองพอกถึงบ้านท่าสะอาด ระยะทาง 9 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายจากบ้านท่าสะอาดถึงสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ 13 กิโลเมตร

roi14
บ้านหวายหลึม
อำเภอธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

บ้านหวายหลึม ตั้งอยู่ที่ตำบลมะบ้า อำเภอธวัชบุรี บนเส้นทางสายร้อยเอ็ด-ยโสธร บริเวณกิโลเมตรที่ 145-146 ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ด 25 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านทอผ้าไหม มีการจัดตั้ง "กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต" เป็นศูนย์รวมและจำหน่ายผลิตภัณฑ์

 

ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน) อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

ตั้งอยู่ที่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย เป็นผาหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีน้ำไหลและซึมตลอดปีอยู่บนภูเขาเขียว แบ่งพรมแดนระหว่างอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ประมาณ 20,000ไร่ เป็นป่าไม้เนื้อแข็งนานาชนิด มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด เช่น หมูป่า เก้ง กวาง ไก่ป่า ผาน้ำย้อยอยู่สูงจากระดับพื้นดิน 200 เมตร และสูงกว่าระดับน้ำทะเล 380-500 เมตร บนเขาลูกนี้มี วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม มีเนื้อที่ 2,500ไร่ โดยมีพระอาจารย์ศรีมหาวิโร ซึ่งเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัต เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ภายในบริเวณมี พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นพระเจดีย์ที่ใหญ่องค์หนึ่งของประเทศไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ มีความกว้าง 101 เมตร ความยาว 101 เมตร ความสูง101เมตร สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และได้ตกแต่งลวดลายงามวิจิตรของศิลปะยุคใหม่และยุคเก่า ผสมเป็นศิลปะร่วมสมัยที่หาดูได้ยาก พระมหาเจดีย์ชัยมงคลนี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ภายในพระมหาเจดีย์มีทั้งหมด 6 ชั้น คือ

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่โออ่า ใช้เป็นห้องเอนกประสงค์ และประชุมบำเพ็ญบุญ
  • ชั้นที่ 2 เป็นศาลาประชุมสงฆ์ ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ
  • ชั้นที่ 3 เป็นชั้นอุโบสถ และประดิษฐานรูปพระคณาจารย์ปราชญ์อีสานในอดีต เป็นรูป
  • เหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์
  • ชั้นที่ 4 เป็นชั้นชมวิว ชมทัศนียภาพรอบภูเขาเขียว
  • ชั้นที่ 5 เป็นชั้นพิพิธภัณฑ์
  • ชั้นที่ 6 เป็นชั้นสูงสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00-17.00 น.
การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายร้อยเอ็ด-อำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136

สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

เป็นโครงการสวนพฤกษศาสตร์ในวรรณคดีประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติดงมะอี่ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 85 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ เป็นเนื้อที่สำหรับปลูกต้นไม้แบ่งตามวรรณคดี เช่น เรื่องพระเวสสันดร ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเบงพ่าย ลานพุทธประวัติ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรแยกตามสรรพคุณ บริเวณสวนมีสภาพภูมิประเทศสวยงาม

แหลมพยอม อำเภอโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด

เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ อยู่บริเวณทิศตะวันออกของบึงโพนทอง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำกว้างใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพนทองไปทางทิศตะวันออก (ถนนสายอำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก) ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเมือง จ.ร้อยเอ็ด

ตั้งอยู่ที่ถนนสุนทรเทพ (หน้าวัดบึงพระลานชัย) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง เป็นอาคาร 2 อาคารเชื่อมต่อกัน อาคารแรกประกอบด้วยห้องโถง ห้องบรรยาย ห้องนิทรรศการ สำนักงาน ห้องจำหน่ายบัตรและของที่ระลึก ส่วนอาคารที่ 2 เป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างเป็นส่วนแสดงพันธุ์สัตว์น้ำประกอบด้วยตู้ปลาขนาดเล้กที่ฝังอยู่ในผนังรอบๆ อาคาร จำนวน 24 ตู้ กลางอาคารเป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ 1 ตู้ กว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร มีอุโมงค์แก้ว ผ่านกลางตู้สำหรับให้ผู้เข้าชมเดินชมได้อย่างใกล้ชิด ชั้นบนของอาคารเป็นบ่อพักน้ำ ถังกรองน้ำ บ่อพักและสำรองพันธุ์สัตว์น้ำไว้สำหรับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกับตู้แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ
ที่ป่วย ด้านนอกของตัวอาคารจะมีการจัดภูมิทัศน์ให้เหมาะสมแก่ตัวอาคาร โดยจัดเป็นสวนหย่อมและปลูกไม้ดอกไม้ประดับโดยรอบของตัวอาคาร พร้อมทั้งจัดให้มีลานจอดรถสำหรับผู้เข้าชมอีก 2 จุด สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดนี้เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท และชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4351 1286

วัดบูรพาภิราม อำเภอเมือง จ.ร้อยเอ็ด

อยู่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เดิมชื่อวัดหัวรอ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดบูรพาภิราม มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่ฐานพระพุทธรูปองค์นี้ เป็นห้องพิพิธภัณฑ์จำนวนหลายห้อง ความสูงขององค์พระวัดจากพระบาทถึงยอดเกศสูงถึง 59 เมตร 20 เซนติเมตร และมีความสูงทั้งหมด 67 เมตร 85 เซนติเมตร นอกจากนี้หลวงพ่อใหญ่ ยังเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด และปรากฏอยู่ในคำขวัญของเมืองร้อยเอ็ดด้วย ด้านทิศตะวันออกของบริเวณวัดอยู่ติดกับคูรอบเมืองสมัยเก่า ซึ่งเป็นที่สร้างศาลาศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ ซึ่งชาวเมืองร้อยเอ็ดเคารพนับถือมาก

วัดสระทอง อำเภอเมือง จ.ร้อยเอ็ด

ตั้งอยู่ในตัวเมือง เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพสักการะ สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ เมื่อปี พ.ศ. 2325 พระยาขัตติยะวงษา (ท้าวธน) ซึ่งเป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก ได้พบพระองค์นี้เห็นว่ามีความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก จึงได้นำมาประดิษฐานที่วัดสระทอง และยกให้เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ในอดีตข้าราชการทุกคนต้องมาสาบานตนต่อหน้าหลวงพ่อ ว่าจะซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองเป็นประจำทุกปี

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์
ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด เว็บไซต์วิกิพีเดีย จังหวัดร้อยเอ็ด - วิกิพีเดีย

ประวัติศาสตร์

สภาพทางภูมิศาสตร์

การปกครอง

ประชากรและสภาพทางสังคม

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

โครงสร้างพื้นฐาน

ประเพณีและวัฒนธรรม

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

เว็บไซต์จังหวัดร้อยเอ็ด ยินดีต้อนรับสู่...จังหวัดร้อยเอ็ด
การเลือกตั้ง  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดร้อยเอ็ด http://www2.ect.go.th/home.php?Province=roiet 
ประเพณีและวัฒนธรรม  เว็บไซต์บ้านจอมยุทธ จังหวัดร้อยเอ็ด ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เว็บไซต์สยามฟรีสไตล์  สถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดร้อยเอ็ด - :: Photo and Travel Forum ::

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ตราสัญลักษณ์

จังหวัดร้อยเอ็ด - วิกิพีเดีย

ต้นกระบก

ilovemyshopping.com   

lanpanya.com  

ดอกอินทนิลบก

isan.clubs.chula.ac.th 

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดร้อยเอ็ด - วิกิพีเดีย

แผนที่อาณาเขต

www.thaienergydata.in.th

งานประเพณีกินข้าวปุ้นบุญผะเหวด

muangthai.com

ประเพณีบุญบั้งไฟ

esanclick.com

ประเพณีแห่เทียนพรรษา

tambons.net

งานแข่งขันเรือยาวประเพณี

atchara1990.wordpress.com 

ประเพณีบุญข้าวจี่ ของดีเมืองโพธิ์ชัย

AomAm: บุญข้าวจี่

 

JoomSpirit