บุรีรัมย์

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดบุรีรัมย์

Seal Buriram

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดบุรีรัมย์

เป็นรูปปราสาทเขาพนมรุ้งมีกำแพงล้อมรอบ ภายในเป็นท้องพระโรง มีเทวสถาน และรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ด้วยภาพเทวดาร่ายรำ หมายถึงดินแดนแห่งเทพเจ้าผู้สร้าง ผู้ปราบยุคเข็ญ และผู้ประสาทสุข ท่าร่ายรำ หมายถึงความสำราญชื่นชมยินดี ซึ่งตรงกับการออกเสียงพยางค์สุดท้ายของเชื่อจังหวัด

คําขวัญประจำจังหวัด

"เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม"

ต้นไม้และดอกไม้ประจําจังหวัด

ต้นไม้ประจำจังหวัด คือ ต้นกาฬพฤกษ์ ส่วนดอกไม้ประจำจังหวัด ได้แก่ ดอกสุพรรณิการ์ หรือ ดอกฝ้ายคำ

4-6 5-3 6-6
รูปที่ 2 ต้นกาฬพฤกษ์ รูปที่ 3 ต้นกาฬพฤกษ์ รูปที่ 4 ดอกสุพรรณิการ์

 

เมืองบุรีรัมย์ มีลักษณะค่อนข้างแตกต่างจากเมืองโบราณทั่วไปของไทย เนื่องจากตัวเมืองบุรีรัมย์ปัจจุบันมิได้เป็นเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์รวมของเมืองน้อยต่างๆ เช่นกรณี เมืองอุบลราชธานี หรือเมืองนครราชสีมา แต่เป็นการรวมตัวของเมืองเล็กๆ ที่มีลักษณะเท่าเทียมกันหลายเมืองผนวกเขาเป็นเมืองเดียวกัน แล้วพัฒนาเป็นจังหวัดบุรีรัมย์ดังทุกวันนี้ โดยสืบทอดมาจากความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นดินแดนอันเป็นที่ตั้งจังหวัดบุรีรัมย์มีเมืองและชุมชนโบราณอยู่เป็นจำนวนมาก ดังปรากฏร่องรอยของคันดิน และคูเมืองเกินกว่า 140 แห่ง ลักษณะของเมืองเหล่านั้นเป็นรูปทรงกลมเกือบทั้งสิ้น มีคูน้ำคันดินล้อมรอบถึง 3 ชั้น พร้อมกับพบหลักฐานพระพุทธรูปสมัยทวารวดี เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเครื่องใช้ นอกจากนี้หลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรม อาทิ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ รวมถึงศิลาจารึกซึ่งพบที่พนมรุ้ง

พื้นที่ตั้งของบุรีรัมย์เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรที่รุ่งเรืองมาแต่ครั้งสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12-16) เชื่อมต่อจนถึงสมัยลพบุรี (พุทธศตวรรษที่ 12-18) มีกษัตริย์ที่มีอำนาจปกครองเป็นอิสระ มีประชาชนอยู่กันค่อนข้างหนาแน่น จนสามารถเกณฑ์แรงงานสร้างศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ได้ ต่อมาเมืองต่างๆดังกล่าวคงเริ่มเสื่อมอำนาจลง และแตกแยกด้วยเหตุจากภัยธรรมชาติหรือสงคราม จึงได้ร้างไป ประชาชนจำนวนหนึ่ง ที่รอดพ้นจากภัยได้กระจายตัวหลบตามป่าชายแดนตั้งเป็นชุมชนเล็กๆ เรียกว่าเขมรป่าแดง

สมัยที่ขอมมีอำนาจมากได้เขามาปกครองดินแดนแถบนี้เป็นเวลานาน และใช้เป็นต้นทางติดต่อระหว่างทาง พุทไธสมันกับหัวเมืองขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ เมืองพิมายและ สกลนคร โดยผ่านช่องเสม็ดและช่องอื่นๆ มีหลัดฐานจากรูปถนนโบราณจากข้างบ้านละลม พะเนา ที่ตำบลจันดุม อำเภอประโคนชัย ตรงไปทางบุรีรัมย์ผ่านเมืองโบราณหลายเมือง ขึ้นไปพุทไธสงและต่อจากนั้นมีศิลาปักเป็นระยะไปสกลนครทางด้านอำเภอพิมาย ยังมีหลักศิลาปักเป็นตอน ๆ มีซากเมืองโบราณเป็นระยะๆ ไปยังพิมายและพนมรุ้ง หลังจากขอมหมดอำนาจแล้ว ไทยจึงได้แผ่อาณาเขตเข้าครอบครองดินแดนแถบนี้

สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมืองนครราชสีมา ปกครองเมืองขึ้น 5 เมือง คือ สครจันทึกชัยภูมิ พิมาย บุรีรัมย์ นางรอง โดยโปรดให้พระยายมราช(สังข์) ครองเมือง ต่อมาได้ขยายเมืองเพิ่มขึ้นอีก 9 เมือง คือ จัตุรัส เกษตรสมบูรณ์ ภูเขียว ชนบท พุทไธสง ตะลุง (ประโคนชัย) รัตนบุรี และปักธงชัย นอกจากนี้ยังได้อ้างถึงประชุมพงศาวดารฉบับความสำคัญ ฉบับ 3 ของหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งกล่าวถึงบุรีรัมย์ เดิมชื่อโนนม่วง ตั้งสมัยกรุงธนบุรี พ.ศ. 2318

ครั้นถึง พงศ. 2319 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี กรมการเมืองนครราชสีมามีใบบอกเข้ามาว่า พระยานางรองคบคิดเป็นกบฎร่วม กับเจ้าโอเจ้าอิน และอุปฮาดเมืองจำปาศักดิ์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงโปรดเกล้าฯให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเจ้าพระยาจักรีเป็นแม่ทัพขึ้นไปเมืองนครราชสีมา ทรงจับตัวพระยานางรองมาไต่สวน และรับว่าเป็นกบฏจริงให้ประหารชีวิตเสีย แต่เจ้าโอเจ้าอิน และอุปฮาดยังตั้งซ่องสุมผู้คนอยู่ที่เมืองจำปาศักดิ์ เมืองโขง เมืองอัตปือ ได้ทั้ง 3 เมือง แล้วเกลี้ยกล่อมเขมรป่าดง และบรรดาเมืองต่างๆใกล้เคียงให้เข้าสมามิภักดิ์ ได้แก่เมืองตะลุง เมืองสุรินทร์ เมืองสังขะ และเมืองขุขันธ์

เมื่อจัดการเรื่องสงครามเรียบร้อยแล้ว ขณะยกทัพกลับเจ้าพระยาจักรีได้พบเมืองร้างมีชัยภูมิที่ดี จึงได้ตั้งเมืองขึ้นที่ข้างต้นแป๊ะขนาดใหญ่ เมืองนี้จึงใช้นามว่าเมืองแป๊ะ รวบรวมผู้คนรวมทั้งพวกเขมรป่าดง มาตั้งหลักแหล่งจนเป็นปึกแผ่นพร้อมกันนั้นได้ตั้งบุตรเจ้าเมืองผไทสมันซึ่งติดตามมาพร้อมด้วยครอบครัวให้เป็นเจ้าเมือง ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยานครภักดี พอถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้มีเรื่องราวของเมืองแป๊ะ(บุรีรัมย์) ปรากฏใน พ.ศ.2370 เจ้าอนุเวียงจันทน์เป็นกบฏ ได้ให้เจ้าราชวงศ์ยกทัพมา กวาดต้อนผู้คนและเสบียงอาหารแถบเมืองพุทไธสง เมืองนางรอง และเมืองแป๊ะ พระนครภักดี (หงส์)นำราษฎรออกทำการต่อสู้ แต่เนื่องจากกำลังน้อยกว่าจึงได้ถอยไปตั้งหลักที่เมืองพุทไธสมัน พวกเวียงจันน์ ติดตามจับได้ ที่ช่องเสม็ดและจับพระนครภักดีและครอบครัวจองจำกลับไปให้เจ้าราชวงศ์ ซึ่งตั้งทัพรออยู่ที่ทุ่งสุวรรณภูมิ (ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด) ต่อมา พระนครภักดีได้ชักชวนชายหญิงในครอบครัวจับอาวุธเข้าต่อสู้เพื่อหนีในเวลากลางคืน แต่ถูกพวกทหารลาวฆ่าตายหมดเหลือแต่ตัวพระนครภักดี ทหารลาวฟันแทงไม่เข้า เพราะเป็นคนมีวิชาคงกระพัน เจ้าราชวงศ์จึงให้ทหารลาวเอาหลาวเสียบทวารถึงแก่ความตาย หลังจากที่กองทัพหลวงไทยตีทัพเจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์แตกแล้ว ได้แต่งตั้งให้หลวงปลัดซึ่งเป็นบุตรชายพระนครภักดี (หงส์) เป็นผู้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองแทนตั้งแต่เมืองแป๊ะ

เมืองบุรีรัมย์ยังคงใช้ชื่อว่าเมืองแป๊ะต่อมา สันนิฐานว่าได้เปลี่ยนเป็นเมือง บุรีรัมย์ประมาณปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 หรือต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการแต่งตั้งพระสำแดงฤทธิรงค์ เป็นพระนครภักดีศรีนคราผู้สำเร็จราชการเมืองบุรีรัมย์ ขึ้นตรงต่อเมืองนครราชสีมาในพ.ศ.2411 เป็นระยะเวลาหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ไม่นานนัก และจากหลักฐานในระยะต่อมาได้มีการปฏิรูปการปกครองในรูปแบบต่างๆปรากฏว่าเมืองบุรีรัมย์ และเมืองนางรองได้ผลัดกันมีบทบาทความสำคัญ

พ.ศ. 2433 ได้มีประกาศการเรียกชื่อข้าหลวงกำกับหัวหน้าทั้ง 4 หัวเมือง ได้แก่เปลี่ยนเรียกข้าหลวงเมืองนครจำปาศักดิ์ เป็นข้าหลวงประจำหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออก ข้าหลวงเมืองอุบลราชธานี เป็นข้าหลวงประจำหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ ข้าหลวงหนองคายเป็นข้าหลวงประจำหัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ ส่วนข้าหลวงเมืองนครราชสีมาเป็นข้าหลวงประจำหัวเมืองลาวกลาง โดยยกเมืองบุรีรัมย์ไปขึ้นกับหัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ ซึ่งมีหนองคายเป็นศูนย์กลาง และเมืองบุรีรัมย์ก็มีเมืองขึ้นในสังกัดหนึ่งเมือง คือเมืองนางรอง

ช่วง พ.ศ.2440-2441 เมืองบุรีรัมย์ได้กลับไปอยู่กับมณฑลนครราชสีมา เรียกว่าบริเวณนางรองมีฐานะเท่าจังหวัดหนึ่งในสมัยนั้น ประกอบด้วยเมืองบุรีรัมย์ เมืองนางรอง เมืองรัตนบุรี เมืองประโคนชัย และเมืองพุทไธสง

ครั้งถึงพ.ศ.2442 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อมณฑลใหม่ซึ่งแต่เดิมเรียกชื่อมณฑลต่างๆ ว่า ลาวเฉียง ลาวพวน ลาวกาว เมือง 3 เมือง 17 อำเภอ แบ่งเป็น เมืองนครราชสีมา มี 10 อำเภอ เมืองชัยภูมิ มีอำเภอสังกัด 3 อำเภอและเมืองบุรีรัมย์มีอำเภอสังกัด 4 อำเภอ ได้แก่ พุทไธสง รัตนบุรี ปัจจุบันสังกัดสุรินทร์)นางรอง และประโคนชัย

ต่อมา พ.ศ.2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศยุบมณฑลนครราชสีมาและมณฑลอุดร และได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชการส่วนภูมิภาคออกเป็นจังหวั อำเภอมืองบุรีรัมย์ จึงมีฐานะเป็นจังหวัดบุรีรัมย์

อ้างอิง : ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคฯ

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

250px-Thailand 7-3-1
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดบุรีรัมย์ รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดบุรีรัมย์


ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยรถยนต์ประมาณ 410 กิโลเมตร ทางรถไฟประมาณ 376 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 10,321,885 ตารางกิโลเมตรหรือ 6,451,178 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 6.11 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือร้อยละ 2.01 ของประเทศใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ

อาณาเขต

จังหวัดบุรีรัมย์มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดและประเทศใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น  มหาสารคาม  และสุรินทร์
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสระแก้ว  และราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสุรินทร์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา

 

ลักษณะภูมิประเทศ

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง พื้นที่ลาดจากทิศใต้ลงไปทิศเหนือ พื้นที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นน้อยเป็นที่ราบขั้นบันไดช่องเขาเกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อประมาณเก้าแสนถึงหนึ่งล้านปีเศษ ทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญคือ

1. พื้นที่สูงและภูเขาทางตอนใต้

2. พื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้นตอนกลางของจังหวัด

3. พื้นที่ราบลุ่มตอนเหนือริมฝั่งแม่น้ำมูล

ลักษณะภูมิอากาศ

ภูมิอากาศในจังหวัดบุรีรัมย์ มีอยู่ 3 ฤดู คือ

  • ฤดูร้อน ปลายเดือน ก.พ. - พ.ค. มีอุณหภูมิสูงสุด 36 ซ. ในเดือน เม.ย.
  • ฤดูฝน เดือน มิ.ย. - ก.ย. เนื่องจากมีเทือกเขาพนมดงรักขวางกั้นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จึงได้รับปริมาณน้ำฝนไม่มากนัก
  • ฤดูหนาว เริ่มประมาณเดือน ต.ค. - ม.ค. มีอากาศหนาว และแห้งแล้ง อุณหภูมิต่ำสุด 11 เซลเซียส

ทรัพยากรธรรมชาติ

ดิน

ดินมีคุณภาพต่ำ เพราะเป็นดินที่สลายตัวมาจากหินทราย การระบายน้ำดี แต่ไม่อุ้มน้ำ บางแห่งเป็นดินภูเขาไฟ เหมาะแก่การปลูกข้าวและผลไม้ มีกลุ่มดิน ดังนี้

  • กลุ่มดินนา ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่จังหวัด ส่วนมากครอบคลุมบริเวณตอนกลางเป็นแนวยาวไปทางใต้ ส่วนทิศเหนือของจังหวัดมีดินชนิดนี้อยู่บ้างเล็กน้อย
  • กลุ่มดินไร่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 40 ของจังหวัด กระจัดกระจายอยู่ กลุ่มดินคละครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 20 ของจังหวัดส่วนมากจะอยู่บริเวณตอนกลางของจังหวัด

ทรายน้ำจืด

มีทรายน้ำจืดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ในท้องที่อำเภอคูเมือง พุทไธสง และอำเภอสตึก มีผู้ประกอบการดูดทรายหลายราย

ป่าไม้

ป่าไม้ จังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่ทั้งหมด 6,451,178 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,750,070 ไร่ หรือร้อยละ 27.13 ของพื้นที่จังหวัด

  • ป่าสงวนแห่งชาติ (22 ป่า) เนื้อที่ 1,750,069.50 ไร่ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ 1 แห่ง เนื้อที่ 371,250 ไร่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจำนวน 1 แห่งเนื้อที่ 195,486 ไร่ มอบให้ ส.ป.ก. เนื้อที่ 1,038,814.50 ไร่ คงเหลือเนื้อที่ป่าสงวนแห่งชาติของกรมป่าไม้ เนื้อที่ 144,519 ไร่
  • เขตห้ามล่าสัตว์ป่าจำนวน 4 แห่ง เนื้อที่ 11,878 ไร่
  • ป่าไม้ถาวรของชาติตามมติคณะรัฐมนตรี เนื้อที่ 41,994 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ที่มีการประกาศเป็น
  • วนอุทยาน 1 แห่ง เนื้อที่ 1,450 ไร่ รวมพื้นที่ป่าไม้คงเหลือตามกฎหมายป่าไม้ เนื้อที่ 765,127 ไร่

พื้นที่ป่าขยายเพิ่ม

  • พื้นที่สวนป่าตามโครงการส่งเสริมปลูกไม้เศรษฐกิจ (372 ราย) เนื้อที่ 5,894 ไร่
  • พื้นที่ป่าชุมชน (377 แห่ง) เนื้อที่ 36,644 ไร่ 1 งาน 23 ตารางวา

รวมพื้นที่ป่าขยายเพิ่ม เนื้อที่ 35,462 ไร่ 1 งาน 28 ตารางวา

รวมพื้นที่ป่าในท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์เนื้อที่ 794,659 ไร่ 1 งาน 28 ตารางวา

แร่ธาตุ

จังหวัดบุรีรัมย์มีแร่ธาตุที่สำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ หินบะซอลท์ เป็นหินที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งประเทศไทย ซึ่งได้จากภูเขาไฟดับแล้วในเขตอำเภอเมือง และนางรอง และทรายจากบริเวณแม่น้ำมูลในอำเภอสตึก อำเภอคูเมือง และอำเภอพุทไธสง

แหล่งน้ำ

แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่สำคัญได้แก่

  1. แม่น้ำมูล อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด ไหลผ่านท้องที่อำเภอคูเมือง พุทไธสง สตึก แคนดง มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปี 256.69 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นแหล่งน้ำสำคัญในการอุปโภค - บริโภค และเพื่อการเกษตร
  2. ลำน้ำชี เป็นลำน้ำแบ่งเขตจังหวัดบุรีรัมย์ และสุรินทร์ อยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด ไหลผ่านท้องที่อำเภอประโคนชัย พลับพลาชัย กระสัง และอำเภอสตึก มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปี ประมาณ 444.69 ล้านลูกบาศก์เมตร
  3. ลำปลายมาศ ไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมา สู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดบุรีรัมย์ ผ่านอำเภอปะคำ นางรอง ลำปลายมาศ แล้วไหลลงสู่แม่น้ำมูล มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 464.72 ล้านลูกบาศก์เมตร
  4. ลำนางรอง เกิดจากเทือกเขาทางด้านทิศใต้ของจังหวัดบุรีรัมย์ไหลผ่านอำเภอโนนดินแดง นางรอง ไปบรรจบกับลำปลายมาศตอนกลางของจังหวัด มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 271.71 ล้านลูกบาศก์เมตร
  5. ลำปะเทีย เกิดจากเทือกเขาทางด้านทิศใต้ของจังหวัดเช่นเดียวกัน ไหลผ่านอำเภอละหานทราย นางรอง ไปบรรจบกับลำปลายมาศ มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 161.76 ล้านลูกบาศก์เมตร
  6. ลำพังชู ไหลผ่านอำเภอนาโพธิ์ พุทไธสง มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 146.40 ล้านลูกบาศก์เมตร
  7. ลำจักราช ไหลผ่านอำเภอหนองกี่ หนองหงส์ มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 98.63 ล้านลูกบาศก์เมตร
  8. ลำห้วยแอก ไหลผ่านอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 109.99 ล้านลูกบาศก์เมตร
  9. ลำสะแทด ไหลผ่านอำเภอนาโพธิ์ บ้านใหม่ชัยพจน์ พุทไธสง มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 179.33 ล้านลูกบาศก์เมตร
  10. ลำตะโคง ไหลผ่าน อำเภอบ้านด่าน คูเมือง ลำปลายมาศ แคนดง สตึก ห้วยราช ประโคนชัย เมืองบุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 284.23 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

แหล่งน้ำชลประทานที่สำคัญ

จังหวัดบุรีรัมย์มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่/กลาง 14 โครงการ เก็บน้ำได้ 274.72 ล้าน

ลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทาน 152,452 ไร่ และมีเขื่อนที่สำคัญคือ เขื่อนลำนางรอง อ.โนนดินแดง ความจุ 150 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางกว่า 204 แห่ง ที่สำคัญได้แก่

  • อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด อ.เมืองบุรีรัมย์
  • อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก อ.เมืองบุรีรัมย์
  • อ่างเก็บน้ำลำจังหัน อ.ละหานทราย
  • อ่างเก็บน้ำละเทีย อ.ละหานทราย
  • อ่างเก็บน้ำห้วยเมฆา อ.บ้านกรวด
  • อ่างเก็บน้ำห้วยสวาย อ.กระสัง

การปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ 189 ตำบล 2212 หมู่บ้าน

Amphoe

1. อำเภอเมืองบุรีรัมย์
2. อำเภอคูเมือง
3. อำเภอกระสัง
4. อำเภอนางรอง
5. อำเภอหนองกี่
6. อำเภอละหานทราย
7. อำเภอประโคนชัย
8. อำเภอบ้านกรวด
9. อำเภอพุทไธสง
10. อำเภอลำปลายมาศ
11. อำเภอสตึก
12. อำเภอปะคำ

13. อำเภอนาโพธิ์
14. อำเภอหนองหงส์
15. อำเภอพลับพลาชัย
16. อำเภอห้วยราช
17. อำเภอโนนสุวรรณ
18. อำเภอชำนิ
19. อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์
20. อำเภอโนนดินแดง
21. อำเภอบ้านด่าน
22. อำเภอแคนดง
23. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

รูปที่ 6 อำเภอในจังหวัดนครราชสีมา

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง 2 แห่ง เทศบาลตำบล 46 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 160 แห่ง

หัวหน้าส่วนราชการ

ผู้ว่าราชการจังหวัด

นายธานี สามารถกิจ
รองผู้ว่าราชการจังหวัด

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์
นายพินิจ บุญเลิศ
นายอภิชาติ งามกมล

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด

นายบรรยงค์ วงศ์กนิษฐ์

 

หน่วยงานบริหารราชการ

  • ส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาค 35 แห่ง
  • ส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง 45 แห่ง

ส่วนราชการสังกัดส่วนท้องถิ่นได้แก่

ที่ อำเภอ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวนตำบล จำนวนหมู่บ้าน
1 เมืองบุรีรัมย์ 1 1 2 16 18 323
2 นางรอง - 1 1 14 15 188
3 ประโคนชัย - - 3 14 16 182
4 พุทไธสง - - 1 7 7 97
5 ลำปลายมาศ - - 2 15 16 216
6 สตึก - - 1 12 12 179
7 กระสัง - - 4 8 11 168
8 ลำหานทราย - - 4 3 6 84
9 บ้านกรวด - - 5 6 9 115
10 คูเมือง - - 2 7 7 106
11 หนองกี่ - - 3 8 10 108
12 ปะคำ - - 1 4 5 77
13 หนองหงส์ - - 2 6 7 100
14 นาโพธิ์ - - 1 5 5 65
15 พลับพลาชัย - - 2 4 5 67
16 ห้วยราช - - 2 6 8 80
17 โนนสุวรรณ - - 2 3 4 56
18 ชำนิ - - 1 5 6 63
19 โนนดินแดง - - 1 3 3 37
20 เฉลิมพระเกียรติ - - 3 2 5 67
21 บ้านใหม่ไชยพจน์ - - 1 5 5 55
22 บ้านด่าน - - 1 3 4 59
23 แคนดง - - 1 4 4 54
รวม 1 2 46 160 188 2,546

 

ที่มา : สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์ (http://www.buriram.go.th/general/divide.html)

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดบุรีรัมย์มีเขตเลือกตั้ง 4 เขต มีจำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น 10 คน โดยรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ แบบแบ่งเขตประกอบด้วย

เขตที่ 1

นายณัฐวุฒิ สุขเกษม

นายมาโนช เฮงยศมาก

นายสมนึก เฮงวาณิชย์

เขตที่ 2

นายจักรกฤษณ์ ทองศรี

นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ

เขตที่ 3

นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล

นายสนอง เทพอักษรณรงค์

เขตที่ 4

นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์

นายโสภณ ซารัมย์

 

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

จังหวัดบุรีรัมย์เป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วไป พ.ศ. 2551 มี ส.ว. ได้ 1 คน

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดบุรีรัมย์ตามผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551 ได้แก่

  • นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง

ประชากร

ปี 2554 มีประชากรรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,559,085 คน แบ่งเป็นประชากรเพศชายจำนวน 778,059 คน และเพศหญิงจำนวน 781,026 คน

สถานภาพทางสังคม

ศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดบุรีรัมย์นับถือศาสนาพุทธ ส่วนที่เหลือเป็นคริสต์ศาสนิกชนและอิสลาม โดยจำนวนศาสนสถานและบุคลากรทางศาสนาทั้งหมดในปี 2551 มีดังนี้

อำเภอ จำนวน (แห่ง) จำนวน (รูป)
วัด สำนักสงฆ์ โบสถ์คริสต์ มัสยิด พระภิกษุ สามเณร
ยอดรวม 361 422 25 1 7,044 1,148
อำเภอเมืองบุรีรัมย์ 42 42 5 - 886 423
อำเภอคูเมือง 13 43 - 1 273 9
อำเภอกระสัง 24 24 1 - 452 69
อำเภอนางรอง 38 22 2 - 519 28
อำเภอหนองกี่ 11 10 2 1 346 98
อำเภอละหานทราย 12 20 1 - 462 156
อำเภอประโคนชัย 22 10 3 - 624 55
อำเภอบ้านกรวด 11 30 2 - 330 18
อำเภอพุทไธสง 20 19 1 - 177 26
อำเภอลำปลายมาศ 38 43 2 - 655 111
อำเภอสตึก 25 38 2 - 586 22
อำเภอปะคำ 6 6 1 - 221 5
อำเภอนาโพธิ์ 12 26 - - 113 7
อำเภอหนองหงส์ 10 24 1 - 219 24
อำเภอพลับพลาชัย 7 8 1 - 203 18
อำเภอห้วยราช 10 5 - - 153 11
อำเภอโนนสุวรรณ 5 5 - - 130 3
อำเภอชำนิ 8 6 - - 126 12
อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ 7 18 - - 124 3
อำเภอโนนดินแดง 1 - - - 5 -
อำเภอบ้านด่าน 5 11 1 - 121 17
อำเภอแคนดง 16 10 - - 132 28
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 18 2 - - 187 5


ที่มา:
สำนักงานสถิติจังหวัดบุรีรัมย์

อาชีพ

ประชากรร้อยละ 89 ประกอบอาชีพเกษตร โดยมีพื้นที่การเกษตรประมาณ 4,528,833 ไร่ หรือร้อยละ 69.71 ของพื้นที่จังหวัด อาชีพที่สำคัญ คือ การทำนาเป็นอาชีพหลักของคนจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำฝนปีละครั้ง พืชไร่ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ปอ และงาดำ เป็นพืชที่ทำรายได้ให้กับจังหวัดบุรีรัมย์รองจากข้าว พืชสวนและไม้ยืนต้นเริ่มมีบทบาทยิ่งขึ้นเมื่อพืชผลที่เกษตรลงไปรุ่นแรก ๆ เก็บเกี่ยวได้ผลตอบแทนคุ้มค่าน่าพอใจโดยเฉพาะยางพารา จังหวัดมีการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเป็นอาชีพหลักแล้วบางรายก็สามารถเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัว

จังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่การเกษตรกรรมประมาณ 4,528,833 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 69.71 ของพื้นที่จังหวัด ครัวเรือนเกษตรกรจำนวน 232,583 ครัวเรือน แยกตามรายอำเภอตามตารางดั้งนี้

อำเภอ พื้นที่ถือครอง (ไร่) พื้นที่ทำการเกษตร (ไร่) ครอบครัวเกษตรกร
เมืองบุรีรัมย์ 448,896.88 363,806 23,681
บ้านกรวด 364,375.00 221,614 10,115
กระสัง 407,937.50 307,627 14,362
ละหานทราย 418,125.00 246,349 12,495
ลำปลายมาศ 501,843.75 427,866 20,501
นางรอง 571,250.00 274,833 15,076
พุทไธสง 205,625.00 176,260 8,428
สตึก 501,875.00 419,806 15,670
ประโคนชัย 556,325.63 405,046 18,410
คูเมือง 276,250.00 182,216 10,256
หนองกี่ 240,625.00 182,609 9,577
ปะคำ 168,143.13 114,777 8,071
หนองหงส์ 209,375.00 152,835 8,193
นาโพธิ์ 159,375.00 138,044 6,066
พลับพลาชัย 191,668.75 136,277 8,566
ห้วยราช 109,062.50 92,871 5,870
โนนสุวรรณ 118,531.25 117,532 4,364
ชำนิ 151,250.00 92,651 6,031
บ้านใหม่ไชยพจน์ 111,250.00 81,673 4,099
โนนดินแดง 280,000.00 71,432 6,089
เฉลิมพระเกียรติ 218,750.00 105,551 6,980
บ้านด่าน 99,431.25 80,941 4,978
แคนดง 186,250.00 136,217 4,705
รวม 6,496,215.64 4,528,833 232,583


ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัด

ตารางแสดงผลผลิตการเกษตร แยกตามรายอำเภอ จังหวัดบุรีรัมย์ ปีการเพาะปลูก 2551/2552

อำเภอ ข้าวนาปี (ต้น) มันสำปะหลัง (ต้น) อ้อยโรงงาน (ต้น) ยางพารา (ต้น)
เมืองบุรีรัมย์ 141,142 - 46,625 2.95
บ้านกรวด 42,511 10,719 175,371 1,473.00
กระสัง 104,537 - 85,500 -
ละหานทราย 36,693 35,400 51,000 3
ลำปลายมาศ 87,766 118,160 168,172 211
นางรอง 110,446 76,550 189,776 1,973.00
พุทไธสง 25,565 325 1,200 112
สตึก 137,331 42,029 238,860 7,817.00
ประโคนชัย 160,385 - 1,500 -
คูเมือง 53,086 6,684 191,239 59
หนองกี่ 60,926 3,320 134,200 478
ปะคำ 21,076 279,754 130,762 11
หนองหงส์ 46,158 - - -
นาโพธิ์ 28,426 18,380 198,886 34
พลับพลาชัย 27,970 - 1,316 -
ห้วยราช 47,956 - - -
โนนสุวรรณ 11,287 310,906 - 1,138.00
ชำนิ 43,812 1,063 34,874 -
บ้านใหม่ไชยพจน์ 16,493 - - -
โนนดินแดง 10,328 52,713 14,908 342
เฉลิมพระเกียรติ 42,872 1,740 52,239 -
บ้านด่าน 18,423 1,980 155,480 1,131.00
แคนดง 16,150 - - 16
รวม 1,291,339 959,723 1,871,908 14,800.95
พื้นที่ให้ผลผลิต (ไร่) 2,967,299 238,225 232,309 50,194
ผลผลิตเฉลี่ย  (กก./ไร่) 435 4,028 8,507 295
ผลผลิตรวม (ต้น) 1,291,349 959,726 232,306 14,800
ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกร 10 1.5 0.84 67

 

ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัด

ปศุสัตว์ที่สำคัญ

เกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์มีการเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่พื้นเมืองมากกว่าไก่ไข่ เนื่องจากไก่เนื้อตลาดมีความต้องการมากและประชาชนนิยมบริโภคไก่เนื้อและไก่พื้นเมือง รองลงมาคือโคเนื้อ

อำเภอ ชนิด/จำนวนสัตว์
โคเนื้อ กระบือ สุกร เป็ดเนื้อ เป็ดไข่ เป็ดเทศ ไก่พื้นเมือง ไก่เนื้อ ไก่ไข่
เมืองบุรีรัมย์ 34,667 15,395 10,843 4,121 3,650 25,934 162,524 8,166 4,473
คูเมือง 14,028 3,245 7,169 9,065 1,526 5,460 70,765 17,889 1,296
กระสัง 41,277 11,327 5,012 7,057 15,106 14,577 194,207 18,611 323
นางรอง 26,538 7,997 6,525 4,218 16,884 6,915 167,947 72,326 6,855
หนองกี่ 15,040 1,594 30,187 19,479 367 3,448 56,936 465,105 2,223
ละหานทราย 10,651 4,326 1,826 230 634 4,240 67,119 791 161
ประโคนชัย 26,961 13,789 4,253 2,352 6,396 6,866 145,980 24,419 174
บ้านกรวด 15,655 4,870 2,900 4,678 3,941 6,982 154,624 85,438 1,243
พุทไธสง 12,995 1,542 3,056 583 1,551 4,053 69,885 258 226
ลำปลายมาศ 33,148 10,671 14,783 72,965 2,963


ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดบุรีรัมย์ พ.ศ.2538 - 2553

GROSS REGIONAL PRODUCT NEW SERIES AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, BURI RAM PROVINCE: 1995-2010

สาขาการผลิต 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553p
  -1995 -1996 -1997 -1998 -1999 -2000 -2001 -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 (2010p)
ภาคเกษตร 5,086 5,830 5,697 6,225 5,443 5,557 5,731 5,911 7,207 7,486 8,386 9,473 10,508 11,158 13,473 16,209
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 4,956 5,596 5,560 6,100 5,248 5,360 5,532 5,710 7,072 7,376 8,270 9,342 10,381 11,045 13,324 16,067
การประมง 129 234 137 125 195 197 199 201 134 110 115 131 127 112 150 142
ภาคนอกเกษตร 17,981 19,688 20,268 20,920 23,126 19,554 19,971 25,243 25,011 27,813 28,609 32,592 33,912 35,863 39,285 43,881
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 295 320 273 193 206 202 180 189 193 186 198 248 269 264 354 331
การผลิตอุตสาหกรรม 3,827 4,085 4,151 4,368 5,762 1,934 2,225 5,626 4,983 5,460 4,746 5,632 5,723 7,120 7,957 8,750
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 350 380 431 539 477 456 500 503 542 591 607 653 657 646 817 865
การก่อสร้าง 2,082 2,410 1,804 1,266 1,081 1,279 1,227 1,315 1,087 1,524 1,625 2,086 2,165 2,362 2,157 2,762
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 2,773 3,256 3,471 3,430 3,646 3,311 3,533 4,182 4,067 4,184 4,317 4,919 5,175 5,749 7,026 7,600
โรงแรมและภัตตาคาร 73 122 118 101 109 99 94 114 122 159 174 165 167 165 169 200
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 619 652 676 740 838 771 935 993 986 991 1,139 1,064 1,138 1,211 1,196 1,119
ตัวกลางทางการเงิน 1,030 1,148 1,137 1,140 921 939 921 1,040 1,096 1,311 1,633 1,898 2,155 2,455 2,492 2,592
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 1,425 1,705 2,034 2,420 2,865 2,933 2,792 3,118 3,215 3,246 3,520 3,990 3,663 3,042 3,434 4,630
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 1,548 1,686 1,866 2,104 2,371 2,641 2,502 2,969 3,195 3,581 3,494 3,640 3,607 3,034 3,195 3,886
การศึกษา 2,910 3,039 3,279 3,499 3,608 3,699 3,811 3,793 4,183 4,848 5,386 6,401 7,205 7,734 8,100 8,682
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 691 537 662 736 841 861 801 949 830 1,117 1,116 1,224 1,330 1,369 1,554 1,644
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 329 315 332 348 364 387 418 417 460 549 600 616 565 625 661 635
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 31 34 35 36 38 42 32 37 51 67 53 55 95 87 171 187
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 23,067 25,518 25,965 27,145 28,569 25,111 25,702 31,155 32,218 35,299 36,994 42,065 44,420 47,021 52,758 60,090
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 15,833 17,314 17,471 18,087 18,851 16,456 16,651 19,974 20,463 22,232 23,112 26,108 27,383 28,800 32,120 36,384
ประชากร (1,000 คน) 1,457 1,474 1,486 1,501 1,516 1,526 1,544 1,560 1,574 1,588 1,601 1,611 1,622 1,633 1,643 1,652

 

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดบุรีรัมย์ พ.ศ. 2545 - 2554

POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, BURI RAM PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน  2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2554
-2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 1,079,005 1,091,173 1,102,960 1,138,481 1,177,366 1,188,052 1,219,656 1,257,226 1,291,892
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 742,511 748,669 813,028 823,763 812,155 833,009 868,769 889,425 889,422
  ผู้มีงานทำ 700,154 707,235 764,310 800,954 787,259 805,488 843,470 855,366 858,611
  ผู้ว่างงาน 24,345 27,402 37,133 15,289 16,991 19,279 20,783 26,517 7,037
  ผู้ที่รอฤดูกาล 18,012 14,032 11,585 7,520 7,906 8,243 4,516 7,542 23,774
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 336,494 342,505 289,932 314,718 365,211 355,043 350,887 367,801 402,470
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 542,576 548,813 554,728 548,270 542,382 546,898 582,268 621,121 638,128
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 432,909 441,000 468,672 463,451 438,798 441,579 473,083 507,166 500,820
  ผู้มีงานทำ 409,211 417,003 447,070 448,243 423,242 427,549 458,630 487,521 480,297
  ผู้ว่างงาน 15,434 18,707 16,800 9,849 11,163 12,110 12,222 15,365 4,770
  ผู้ที่รอฤดูกาล 8,264 5,290 4,804 5,359 4,394 1,920 2,232 4,279 15,753
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 109,667 107,813 86,056 84,819 103,585 105,318 109,184 113,955 137,308
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 536,430 542,361 548,233 590,211 634,984 641,155 637,389 636,105 653,764
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 309,602 307,669 344,356 360,312 373,358 391,430 395,686 382,259 388,602
  ผู้มีงานทำ 290,943 290,232 317,241 352,711 364,017 377,939 384,841 367,845 378,314
  ผู้ว่างงาน 8,912 8,695 20,334 5,440 5,828 7,169 8,561 11,152 2,267
  ผู้ที่รอฤดูกาล 9,748 8,742 6,781 2,161 3,513 6,323 2,284 3,263 8,021
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 226,827 234,692 203,877 229,899 261,627 249,725 241,703 253,846 265,161

ประเพณี

จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันถึง 4 กลุ่มชน จึงเป็นดินแดนที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมมากแห่งหนึ่ง และความหลากหลายนี้ก็มีความผสมกลมกลืนกัน แต่มีประเพณีบางอย่างที่มีลักษณะตามความเชื่อของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์แต่ประเพณีหลักของ ชาวบุรีรัมย์ก็เช่นเดียวกับชาวอีสานทั่วไปคือยึดมั่นใน "ฮีตสิบสอง" คือ มีประเพณีประจำสิบ สองเดือนในรอบปีเช่นเดียวกับชาวอีสานทั่วไป ดังนี้

เดือนเจียง (เดือนอ้าย) หรือเดือนธันวาคม นิมนต์พระสงฆ์มาเข้าปริวาสกรรมหรือเข้ากรรม เพื่อฝึกสำนึกความผิดหรือความบกพร่องของตนและ มุ่งประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยต่อไป ในด้านฆราวาสจำทำพิธีเลี้ยงผีแถนผีต่าง ๆ(ผีบรรพบุรุษ)

เดือนยี่ (มกราคม) ทำบุญคูณข้าว หรือบุญคูณลาน โดยนิมนต์พระสงฆ์สวดมนต์เย็นและฉันภัตตาหารเช้าเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ข้าวเปลือกเมื่อพระฉัน อาหารเช้าเสร็จก็ทำพิธีสู่ขวัญข้าวต่อไป

เดือนสาม (กุมภาพันธ์) ทำบุญข้าวจี่และบุญมาฆบูชา เริ่มพิธีทำบุญข้าวจี่ในตอนเข้าโดยใช้ข้าวเหนียวปั้นหุ้มน้ำอ้อยนำไปย่างไฟหรือจี่พอเกรียมแล้วชุบ ด้วยไข่นำไปย่างไฟจนสุกแล้วใส่ภาชนะเพื่อนำไปถวายพระสงฆ์พร้อมกับอาหารอื่น ๆ ข้าวจี่ที่เหลือจากพระฉันแล้ว ชาวบ้านจะแบ่งกันรับประทานถือว่าผู้รับประทาน จะเป็นมงคลแก่ตัวเอง

เดือนสี่ (มีนาคม) ทำบุญเผวส (บุญพระเวส) หรือทำบุญมหาชาติ มีการฟังเทศน์มหาชาต ิถือกันว่าต้องฟังให้จบทุกกัณฑ์ในวันเดียวจึงจะได้กุศล งานบุญนี้มีผู้นำของมาถวายพระเรียกว่า "กันฑ์หลอน"

เดือนห้า (เมษายน) ตรุษสงกรานต์ หรือทำบุญขึ้นบ้านใหม่ มีการสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ชาวบ้านจะไปเก็บดอกไม้มาบูชาพระ

เดือนหก (พฤษภาคม) ทำบุญบั้งไฟ และทำบุญวิสาขบูชา จะมีการฟังเทศน์ตลอดวันกลางคือนมีเวียนเทียน สำหรับบุญบั้งไฟก็เป็นพิธีเพื่อ ขอฝนจากเทวดา (แถน) และมีการบวชนาคด้วย

เดือนเจ็ด (มิถุนายน) ทำบุญซำฮะ เพื่อบูชาเทวดาอารักษ์หลักเมือง โดยทำพิธีเซ่นบวงสรวงหลักเมืองหลักบ้าน ผีพ่อแม่ ผีปู่ผีเมือง (ผีบรรพบุรุษ) ผีตาแฮก (เทวดารักษาไร่นา) เพื่อระลึกถึงผู้มีพระคุณ

เดือนแปด (กรกฎาคม) ทำบุญเข้าพรรษา มีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ถวายภัตตาหาร เช้าและเพลแด่พระสงฆ์สามเณรฟังพระธรรมเทศนา ตอนบ่ายและนำขี้ผึ้งมาหล่อเป็นเทียนพรรษา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และจะเก็บไว้ตลอดพรรษา

เดือนเก้า (สิงหาคม) ทำบุญข้าวประดับดิน โดยจัดอาหารคาวหวาน หมากพลู บุหรี่ สุราแล้วนำไปวางไว้ใต้ต้นไม้หรือที่ใดที่หนึ่งพร้อมทั้งเชิญวิญญาณบรรพบุรุษและญาติที่ล่วงลักไปแล้วให้มารับเอาอาหารไป

เดือนสิบ (กันยายน) ทำบุญข้าวสาก หรือสลากภัตในวันเพ็ญ เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย เช่นเดียวกับทำบุญข้าวประดับดิน

เดือนสิบเอ็ด (ตลุาคม) มีการทำบุญออกพรรษา ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน11 ตอนเช้าชาวบ้านจะร่วมทำบุญตั้กบาตร รับศีล ฟังเทศน์ ถวายผ้าจำนำพรรษา พระสงฆ์จะร่วมกันทำพิธีออกวัสสาปวารณา กลางคืน มีการจุดโคมไฟแขวนไว้ตามต้นไม้ หรือตามริมรั้วของวัด

เดือนสิบสอง (พฤศจิกายน) ในเดือนนี้จะมีการทำบุญกฐิน สำหรับประชาชนที่อยู่ตามริมน้ำจะมีการแข่งเรือด้วย เช่น ริมแม่น้ำโขงแม่น้ำมูล แม่น้ำชี ฯลฯ เพื่อระลึกถึงอุสพญานาค หรือบางแห่งจะมีการแห่ปราสาทผึ้งเพื่อถวายพระสงฆ์และเพื่อเป็นพุธบูชาประเพณี

ทั้งสิบสอง เดือนนี้ถือเป็นประเพณีหลักของชาวอีสานทั่วไปที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และประเพณีเหล่านี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมเพรียงร่วมแรงร่วมใจ กันของชาวบ้านประเพณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของสังคมอีสานที่เต็ม ไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเสียสละ แรงกายแรงใจเพื่อการกุศล ความสมานสามัคคี ตลอดจนความกตัญญูรู้คุณต่อบุพการี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่หล่อหลอมบุคลิกภาพของชาวอีสานที่สำคัญยิ่งอย่างยิ่งอย่างหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ แถบอำเภอคูเมืองพุทไธสง นาโพธิ์ และสตึก แต่ปัจจุบันการปฏิบัติตาม ฮีตสิบสองก็เปลี่ยนแปลงไปบ้างตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ประเพณีเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์

ประเพณีของจังหวัดบุรีรัมย์นอกจากประเพณีหลัก 12 เดือนแล้ว ยังมีประเพณีเฉพาะกลุ่มชนที่ปฏิบัติตามความเชื่อที่มีความแตกต่างกันไป ประเพณีสำคัญที่ยังคงปฏิบัติสืบเนื่องกันมาจากอดีตจนถึง ปัจจุบันของกลุ่มไทยเขมรและไทยลาว ที่สำคัญมีดังนี้

ชื่องานประเพณี

วันที่จัดงาน และสถานที่จัดงาน

งานดอกฝ้ายคำบาน

ช่วงเดือน ม.ค. - ก.พ. ของทุกปี บริเวณปราสาทเขาพนมรุ้ง

นมัสการพระเจ้าใหญ่วัดศีรษะแรด (วัดหงส์)
บ้านศีรษะแรด ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง จัดงานในวันเพ็ญเดือน 3 เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก
เพราะพระเจ้าใหญ่เป็นพระพุทธรูป ที่ชาวบุรีรัมย์และชาวอีสานทั่วไปเลื่อมใสศรัทธา

วันขึ้น 14 ค่ำ ถึงวันแรก 1 ค่ำ เดือน 3
หรือตรงกับ วันมาฆบูชา ของทุกปี ที่วัดศีรษะแรด อ.พุทไธสง

นมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง
ที่เขากระโดง อำเภอเมือง ประชาชนจะไปนมัสการรอบพระพุทธบาทจำลอง
และพระสุภัทรบพิตร จัดงานในวันเพ็ญเดือน 3 

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือ วันมาฆบูชา

ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง
เป็นประเพณีของชาวบ้านรอบ ๆ บริเวณนั้นพากันขึ้นไปนมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาทนี้รวมทั้งไหว้พระทำบุญในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี จังหวัดได้ส่งเสริมให้มีงานประเพณีในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนเมษายน โดยจัดกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมโบราณ 

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5

งานเครื่องเคลือบพันปี
จัดขึ้นที่อำเภอบ้านกรวด เพื่อเป็นการอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ที่อำเภอบ้านกรวด

ช่วงเดือน เม.ย. ของทุกปี ที่ อ.บ้านกรวด

ประเพณีแข่งเรือยาว
ชาวเรือบุรีรัมย์และจากจังหวัดต่าง ๆ   มาร่วมชุมนุมประลองฝีพายที่สนามแข่งเรือหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก ในแต่ละปีมีจำนวนเรือเข้าแข่งไม่น้อยกว่า 40-50 ลำ มีขบวนเรือตกแต่งแฟนซีงดงาม เป็นงานประเพณีประจำปี กำหนดจัดในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

วันเสาร์-อาทิตย์แรก ของเดือน พ.ย. ที่ลำน้ำมูล ที่ที่ว่าการ อ.สตึก

มหกรรมว่าวอีสาน
เพื่ออนุรักษ์เอกลักษณ์ของอีสานใต้ให้คงอยู่และเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง เปิดโอกาสให้คนทุกตำบล ทุกหมู่บ้านทำว่าวแอกมาแข่งขันชิงรางวัลกัน ว่าวที่นำมาเข้าแข่งขันต้องมีขนาดปีกกว้าง 2 เมตรครึ่งขึ้นไป ตัดสินกันที่ความสวยงาม เสียงแอก และลีลาของว่าวบนท้องฟ้า   จัดที่สนามกีฬาจังหวัดอำเภอห้วยราช ในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี 

ประมาณวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือน ธ.ค.
บริเวณสนามกีฬา อ.ห้วยราช

มหกรรมมวยไทยเทศกาลกินไก่ไหว้เจ้าพ่อขุนศรี

ประมาณต้นเดือน พฤศจิกายน ของทุกปี บริเวณสนามที่ว่าการอำเภอ อ.หนองกี่

 

2-15     e83246b3

มหกรรมว่าวอีสาน

1

ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง


brmap show


งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งจังหวัดบุรีรัมย์
บุรีรัมย์ -จังหวัดบุรีรัมย์ จัด "หนึ่งมหัศจรรย์ สองศักดิ์สิทธิ์แห่งวนัมรุง" ในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ยิ่งใหญ่ อลังการ พิสูจน์ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ แสงพระดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง

"วัดเขาอังคาร"ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และอารยธรรมขอมโบราณ
ท่องเที่ยวเขาอังคารเชิงนิเวศน์ และท่องเที่ยวทางอารยธรรมขอมโบราณ

วัดเขาพระอังคาร วัดเขาอังคาร จังหวัดบุรีรัมย์
วัดเขาพระอังคาร วัดเขาอังคาร ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ตั้งอยู่ในตัวเมืองทางไปอำเภอประโคนชัย สร้างในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก

วนอุทยานเขากระโดง
วนอุทยานเขากระโดง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 6 กิโลเมตร บนเส้นทางสาย บุรีรัมย์-ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟโบราณซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยปากปล่องให้เห็นได้ชัดเจน

อ่างเก็บน้ำกระโดง
อ่างเก็บน้ำกระโดง ตั้งอยู่ด้านหน้าของเขากระโดง จากทางเข้าเขากระโดงมีทางแยกซ้ายมือไปทางเดียวกับค่ายลูกเสือ"บุญญานุศาสตร์"

อ่างเก็บน้ำห้วยตลาดและสวนนกบุรีรัมย์
อ่างเก็บน้ำห้วยตลาดและสวนนกบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากตัวเมือง 12 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายบุรีรัมย์ - ประโคนชัย ( ทางหลวงหมายเลข 219 ) ในท้องที่ตำบลสะแกซำ กำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อปี 2535

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญคือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตร

เขื่อนลำนางรอง
ตั้งอยู่แยกจากอนุสาวรีย์เราสู้ไป 200 เมตร เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงตามพระราชดำริ เขื่อนลำนางรองเป็นเขื่อนดิน มีถนนลาดยางบนสันเขื่อนสำหรับชมทัศนียภาพ และมีร้านอาหารตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำ

ปราสาทหนองหงส์
อยู่ทางด้านซ้ายของแนวสันเขื่อนลำนางรอง ห่างจากตัวเขื่อนประมาณ 500 เมตร เป็นโบราณสถานขนาดเล็กประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์ ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีประตูเข้า-ออกทางด้านหน้าอีก 3 ด้าน

พระพุทธรูปใหญ่
พระพุทธรูปใหญ่ (พระพุทธรูปปฎิมาสันตยาภิรมย์สตึกอุดมราษฎรนิมิตมนิน) เป็นพระยืนขนาดใหญ่ริมแม่น้ำมูล ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสตึก

พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์
พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ปางสมาธิขนาดหน้าตัก 1.6 เมตร สูง 2 เมตร สร้างด้วยศิลาแลง มีลักษณะของศิลปะพื้นเมือง ประดิษฐานอยู่ที่วัดหงษ์ หรือวัดศีรษะแรด เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนจำนวนมาก นอกจากนี้

หมู่บ้านทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์
หมูบ้านทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์ การเดินทางใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-พุทไธสง ทางหลวงหมายเลข 2074 ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 202 บริเวณกิโลเมตรที่ 21 มีทางแยกเข้าตัวอำเภอนาโพธิ์ เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร

กู่สวนแตง
กู่สวนแตง ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนกู่สวนแตงวิทยาคม บ้านดอนหวาย ตำบลดอนหวาย การเดินทางจะใช้เส้นทางบุรีรัมย์-พยัคฆภูมิพิสัย ทางหลวงหมายเลข 219 ระยะทาง 70 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 202 ทางไปอำเภอประทายอีกประมาณ 40 กิโลเมตร

แหล่งเตาโบราณ
ในบริเวณอำเภอบ้านกรวดซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปตามทางหลวงหมายเลข 2075 ประมาณ 66 กิโลเมตร นักโบราณคดีได้สำรวจพบเตาเผา และเครื่องปั้นดินเผาโบราณจำนวนมาก เตาโบราณเหล่านี้มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-19 เป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยขอม

ปราสาทวัดโคกงิ้ว
อยู่บนทางสายนางรอง-ปะคำ (ทางหลวงหมายเลข 348) ก่อนถึงอำเภอปะคำ 3 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานสมัยขอม ด้านหลังวัดโคกงิ้ว

อนุสาวรีย์เราสู้
อนุสาวรีย์เราสู้ อยู่ที่อำเภอโนนดินแดง ริมทางสายละหานทราย-ตาพระยา (ทางหลวงหมายเลข 348) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของประชาชน ตำรวจ ทหาร

พระสุภัทรบพิตร
เป็นพระพุทธรูปคู่เมือง ภายในเศียรบรรจุพระธาตุ ประดิษฐานอยู่บนเขากระโดง เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐฉาบปูนขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 12 เมตร ฐานยาว 14 เมตร หันหน้าไปทางทิศเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2512

ปราสาทเขากระโดง
ปราสาทเขากระโดงตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง อยู่ในเขตบ้านเขากระโดง (คุ้มบ้านซับน้ำซับ) ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ปราสาทเขากระโดงเป็นศาสนสถาน สร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย

ปากปล่องภูเขาไฟ
ปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดง อยู่ในเขตบ้านเขากระโดง (คุ้มบ้านซับน้ำซับ) ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีอายุประมาณ 3 แสนถึง 9 แสนปี

บันไดนาคราช

อ่างเก็บน้ำเขากระโดง (อ่างเก็บน้ำวุฒิสวัสดิ์)
อยู่ด้านเหนือของภูเขากระโดง บริเวณหน้าที่ทำการวนอุทยานเขากระโดง เนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ เป็นแหล่งอาศัยของเหล่านกน้ำประจำถิ่นและอพยพหนีหนาว รอบอ่างจะอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้เต็ง-รัง นานาชนิด

พรรณไม้ในอุทยาน
ลักษณะพืชพันธุ์ธรรมชาติจะเป็นพืชพันธุ์สวันนา (Savanna Biochote) เป็นหญ้าสูงและต้นไม้ขึ้นกระจัดกระจาย พืชพันธุ์ที่เกิดในเขตนี้จะเจริญเติบโตรวดเร็ว สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ซึ่งป่าชนิดนี้เป็นสังคมพืชเด่นในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยทั่วไป

หินลาวาลอยน้ำ
เขากระโดงเป็นภูเขาไฟที่เย็นตัวลงและดับสนิทแล้ว จึงพบหินภูเขาไฟหลากหลายชนิด

ต้นโยนีปีศาจ
ต้นหีผี และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Schrebera swietenioides Roxb. เป็นพืชประเภทไม้ยืนต้น ลักษณะไม้เปลือกแข็ง ลำต้นสูงใหญ่ ประเภทใบเลี้ยงคู่ออกดอกเป็นช่อๆ สีขาวแกมเหลืองเล็กน้อยคล้ายๆ ดอกพวงพยอม

พระพุทธบาทจำลอง
พระพุทธบาทจำลองประดิษฐานในปราสาทหินศิลาแลงโบราณเขากระโดง บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง สร้างขึ้นโดยพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงห์เสนีย์) เจ้าเมืองบุรีรัมย์ กับคุณหญิงประเสริฐ สุนทราศรัย(ตุ่ม สิงห์เสนีย์)

ปราสาทเขาพนมรุ้ง
ปราสาทเขาพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ปัจจุบันอยู่ใกล้กับบ้านตาเป๊ก ตำบลตาเป๊ก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้กับชายแดนด้านกัมพูชา

อุทยานแห่งชาติตาพระยา
อุทยานแห่งชาติตาพระยา

รายการอ้างอิง 

หัวข้อ

หน่วยงาน

เว็บไซต์

1. ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

2. คำขวัญประจำจังหวัด

3. ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์

 

http://www.buriram.go.th/bru/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=3

4.ประวัติ         

 

จังหวัดบุรีรัมย์ ประวัติศาสตร์

   5.3 ลักษณะภูมิประเทศ

 

   5.4 ลักษณะภูมิอากาศ

   5.5 จำนวนประชากร

สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์

 

 

ประกาศสำนักทะเบียนกลาง  

กรมการปกครอง

http://www.buriram.go.th/general/geo.html

http://www.buriram.go.th/general/location.html

http://th.wikipedia.org/

http://203.113.86.149/stat/pk/pk53/pk_53.pdf

6. การปกครอง  

   6.1 การแบ่งเขตการปกครอง

   6.2 หัวหน้าส่วนราชการ

   6.3 หน่วยงานบริหารราชการ

 

สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์

 

http://www.buriram.go.th/general/divide.html

http://www.buriram.go.th/general/chart.php

http://www.buriram.go.th/general/chart.php

7. การเลือกตั้ง

    7.1 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

    7.2 การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

 

 

 

 

http://mp.parliament.go.th/map2550/map_esan.htm

http://www.senate.go.th/profile/main.php?url=history&senator=a5bfc9e07964f8dddeb95fc584cd965d

8. สภาพทางสังคม

    8.1 ศาสนา

    8.2 ประเพณี

 

สำนักงานสถิติจังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์

 

http://buriram.nso.go.th/nso/project/search_option/search_result.jsp

http://th.wikipedia.org/

http://www.buriram.go.th/visitdata/localculture.php 

ข้อมูลด้านท่องเที่ยว http://www.buriramguide.com
เศรษฐกิจ (สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

รูปที่ 1  ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดบุรีรัมย์   

http://www.buriram.go.th/bru/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=3

รูปที่ 2 ต้นแป๊ะ

http://www.buriram.go.th/bru/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=3

รูปที่ 3 สุพรรณิการ์ หรือ ดอกฝ้ายคำ

http://www.buriram.go.th/bru/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=3

รูปที่ 4 ที่ตั้งจังหวัดบุรีรัมย์           

http://th.wikipedia.org/

รูปที่ 5 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดบุรีรัมย์

http://www.buriram.go.th/general/location.html

รูปที่ 6 อำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์

http://www.buriram.go.th/general/divide.html  

รูปที่ 7 และ 8 มหกรรมว่าวอีสาน

manager.co.th

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/302691? 

รูปที่ 9 ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง

http://www2.tat.or.th/tat_branch/web/branch_travel_detail.php?TraID=243&BR=13&SC=30&ProvinceID=27&AmpID=387

รูปที่ 10 แผนที่ท่องเที่ยวบุรีรัมย์

http://www.buriram.go.th/bru/mymap.php 

 

JoomSpirit