สระแก้ว

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดสระแก้ว

Seal Sakaeo

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสระแก้ว

ภาพพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ หมายถึงจังหวัดสระแก้วตั้งอยู่ทาง ทิศบูรพาภาพโบราณสถานปราสาทเขาน้อยสีชมพู เป็นโบราณสถานที่สำคัญในเขตจังหวัดสระแก้ว ภาพพระพุทธรูปปางสรง น้ำสรีระประทับยืนบนดอกบัว เป็นพระพุทธรูปที่จะสร้างเป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นนิมิตรหมายแห่งความชุ่มชื้น ร่มเย็น

คำขวัญประจำจังหวัด

ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างามน้ำตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรมโบราณ ย่านการค้าไทย-เขมร

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

tamarind02 tamarind03 nk3
รูปที่ 2 ต้นมะขามป้อม รูปที่ 3 ต้นมะขามป้อม รูปที่ 4 ดอกแก้ว

 

จังหวัดสระแก้ว มีที่มาจากชื่อสระน้ำโบราณในพื้นที่อำเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งมีอยู่ 2 สระ ในสมัยธนบุรี ประมาณ ปี พ.ศ.2523 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งทรงเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เป็นแม่ทัพยกไปตีที่ประเทศเขมร (ราชอาณาจักรกัมพูชา) ได้แวะพักบริเวณสระแก้วทั้งสองแห่งนี้ กองทัพได้อาศัยน้ำจากสระใช้สอย จึงได้ขนานนามสระทั้งสองนี้ว่า " สระแก้วสระขวัญ" และได้นำน้ำจากสระทั้งสองแห่งนี้ใช้ในการประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา โดยถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สระแก้ว เดิมมีฐานะเป็นตำบล ซึ่งสมัยก่อนได้ตั้งเป็นด่านสำหรับตรวจคนและสินค้าเข้าออก มีข้าราชการตำแหน่งนายกอง ทำหน้าที่เป็นนายด่าน จนถึง ปี พ.ศ.2452 ทางราชการจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ ชื่อว่า " กิ่งอำเภอสระแก้ว " ขึ้นอยู่ในการปกครองของอำเภอกบินทร์ โดยใช้ชื่อสระน้ำ เป็นชื่อกิ่งอำเภอชื่อว่า " อำเภอสระแก้ว " ขึ้นอยู่ในการปกครองของจังหวัดปราจีนบุรี และต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2536 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดสระแก้วขึ้น ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ 110 ตอนที่ 125 ลงวันที่ 2 กันยายน 2536 เป็นผล ให้จังหวัดสระแก้วได้เปิดทำการในวันที่ 1 ธันวาคม 2536 โดยเป็นจังหวัดที่ 74 ของประเทศไทย

จากการพบโบราณวัตถุที่บ้านโคกมะกอก ตำบลเขาสามสิบ อำเภอฉกรรจ์ และที่ตำบลสระขวัญ ตำบลท่าแยก ตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมือง ฯ โบราณวัตถุที่พบยืนยันการตั้งหลักแหล่ง

ของชุมชนมาตั้งแต่ 2500 ปี ก่อนพุทธกาลจนถึง พ.ศ.600 คือภาชนะดินเผาเนื้อหยาบเผาด้วยอุณหภูมิต่ำ โครงกระดูกมนุษย์ ขันคนโท หม้อ จาน ทำด้วยดินเผา ส่วนโบราณวัตถุที่มีอายุระหว่างพุทธกาลถึง พ.ศ.600 ที่พบได้แก่ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหินคาร์เนเลียน ที่อำเภอเขาฉกรรจ์ กำไลสำริด และเครื่องปั้นดินเผา ที่มีลายเชือกทาบ ที่อำเภอเมือง ฯ

โบราณวัตถุดังกล่าวมีอายุร่วมกับโบราณวัตถุ ที่พบที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี และที่บ้านโคกพนมดี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จึงกล่าวได้ว่าในห้วงเวลาดังกล่าว ผู้คนในเขตจังหวัดสระแก้วเริ่มต้นด้วยครอบครัวเล็ก ๆ อาศัยอยู่ในถ้ำ เช่น ถ้ำเขาสำพุง อำเภอฉกรรจ์ แล้วขยายเป็นครอบครัวใหญ่ขึ้น พัฒนามาเป็นหมู่บ้านที่บ้านโคกมะกอก ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาสกรรจ์ แล้วขยายหมู่บ้านออกไปที่ชุมชนท่าไม้แดง ตำบลสระขวัญ ชุมชนคลองขนุน ตำบลท่าแขก และชุมชนโคกชายธง ตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมือง ฯ

พุทธศตวรรษที่ 11 - 14 มนุษย์ในยุคนี้ได้รวมตัวกันเป็นหน่วยทางการเมือง ของกลุ่มชนที่เรียกว่า ชาวกัมพู มีจุดเริ่มต้นการตั้งถิ่นฐาน เกิดเป็นชุมชนบ้านเมือง ที่เก่าแก่ที่สุดของตอนเหนือของลุ่มน้ำชี ในขณะที่ประชากรบางส่วนแถบใกล้ทะเล หรือลำน้ำใหญ่ หรือไปเส้นทางคมนาคม มีโอกาสได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมทั้งจากอินเดียและจาม กลุ่มชนที่เจริญกว่าเหล่านี้ได้ถ่ายทอดอารยธรรม ซึ่งมีอิทธิพลของอินเดียและจามปนกัน แพร่ขยายเข้าสู่อีสานแถบอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดอุบล ฯ และบริเวณทะเลสาบเขมร บริเวณดังกล่าวได้พบจารึกสัมพันธ์กับกษัตริย์องค์สำคัญในสมัยเจนละคือ พระเจ้าจิตรเสน (มเหนทรวรมัน) และพระเจ้าอีสานวรมัน (โอรสพระเจ้าจิตรเสน)

ข้อความในจารึกช่องสระแจงเป็นการประกาศว่า พระเจ้าจิตรเสนเหมือนพระศิวะ มีบ่อน้ำไว้ใช้ ส่วนจารึกเขาน้อยกล่าวถึงบุคคลที่นับถือพระวิษณุ บูชาตามพิธีพระเวท จารึกเขารังมีเนื้อหากล่าวถึงการให้ทาส ให้สวน และสร้างวัตถุถวายให้กับวิหาร

ในพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมาได้เกิดอาณาจักรทวารวดีขึ้น มีบริเวณแกนอำนาจอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางของไทย วัฒนธรรมทวารวดีได้แผ่ขยายเข้ามาทางตะวันออก ผ่านเมืองดงละคร จังหวัดนครนายก เมืองพระรถ (พนัสนิคม) จังหวัดชลบุรี เมืองศรีมโหสถ (โคกปีบ) และเมืองศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่อำเภอวัฒนานคร อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ลักษณะของสังคมทวารวดีมีความหลากหลายของประชากร ประกอบด้วย มอญ ไต สาม สยาม นอกเหนือจากจีน และอินเดีย มีพื้นที่ทางเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม พอเลี้ยงตัวได้ใช้วัวไถนาแทนแรงงานคน แต่ลักษณะร่วมประการสำคัญของทวารวดีคือ พุทธศาสนา

ในห้วงระยะเวลาดังกล่าว ในเขตจังหวัดสระแก้วได้พบแหล่งชุมชนโบราณ (จากภาพถ่ายดาวเทียม) อีก 17 แห่ง อยู่ที่ตำบลท่าข้าม เมืองไผ่ หันทราย อำเภออรัญประเทศ 6 แห่ง อยู่ในตำบลตาพระยา อำเภอตาพระยา 3 แห่ง อยู่ที่ตำบลโคกสูง กิ่งอำเภอโคกสูง 1 แห่ง อยู่ที่ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร 3 แห่ง และที่ตำบลท่าเกษม อำเภอเมือง 4 แห่ง

ดังนั้นในห้วงเวลาดังกล่าวพื้นที่ในจังหวัดสระแก้ว ได้พัฒนาจากบ้านเป็นชุมชนเมืองขนาดย่อม รู้จักการใช้ตัวอักษรปัลลวะ เขียนภาษาสันสกฤต ภาษาบาลี ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม มีการนับถือศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู

พ.ศ.1345 พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 กลับจากชวาและสถาปนากัมพูชเทศะ ด้วยการรวมเจนละบก เจนละน้ำ เข้าด้วยกันเป็นเมืองพระนคร และได้นำลัทธิเทวราชมาใช้ ยกกษัตริย์ขึ้นเป็นสมมติเทพ มีสัญลักษณ์แห่งเทวราชคือ ศิวลิงค์ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยนี้ผู้หนึ่งคือ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (พ.ศ.1553 - 1593) พระองค์นับถือพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน แต่ศาสนาฮินดูก็ยังคงได้รับการสนับสนุนตามปกติ กษัตริย์ที่สำคัญอีกองค์หนึ่งคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1724 - 1763) เป็นผู้สร้างพระพุทธรูปฉลองพระองค์ชื่อว่า พระชัยพุทธมหานาถ และนำไปประดิษฐานไว้ตามเมืองต่าง ๆ ในภาคกลางของดินแดนไทย เช่น ละโว้ สุพรรณบุรี เพชรบูรณ์ เป็นต้น เมื่อสิ้นสุดสมัยของพระองค์ เป็นระยะที่สุโขทัยตั้งตัวเป็นอิสระตั้งอาณาจักรขึ้น

ในระหว่างปี พ.ศ.1345 - 1763 เป็นช่วงที่เมืองพระนครรุ่งเรือง บริเวณจังหวัดสระแก้วปัจจุบัน และบริเวณชายแดนกัมพูชาที่ติดกับจังหวัดสระแก้ว อยู่ในอิทธิพลของเมืองพระนคร ได้พบโบราณสถาน และโบราณวัตถุแบบศิลปะเขมร ในเขตกิ่งอำเภอโคกสูง อำเภอตาพระยา อำเภออรัญประเทศ และอำเภอวัฒนานคร หลายแห่ง เช่น ปราสาทสด๊กก๊อกธม ซึ่งมีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 - 17 จารึกทวลระลมทิม มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 จารึกทัพเสียม อายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 ปราสาทหนองบอน บ้านหอย ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร นอกจากนี้ยังมีปราสาทอีกหลายแห่ง ที่ตั้งอยู่ในเขตกิ่งอำเภอโคกสูง อำเภอตาพระยา และนอกเขตอำเภอตาพระยา ออกไปทางอำเภอทมอพวก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา มีปราสาทบันทายฉมาร์ สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอตกพระยาออกไปประมาณ 20 กิโลเมตร

ตอนปลายสมัยเมืองพระนคร ตั้งแต่สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 จนถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พบหลักฐานว่ามีการนับถือพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน และพุทธศาสนาจากวัฒนธรรมทวาราวดี ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองศรีมโหสถ ได้แผ่ขยายเข้ามาในบริเวณจังหวัดสระแก้วปัจจุบันด้วย เพราะได้พบโบราณวัตถุเกี่ยวกับพุทธศาสนา ที่มีอายุช่วงเดียวกัน ที่จังหวัดสระแก้วหลายชิ้น

พ.ศ.1778 - 1893 หลังจากสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กำลังไพร่พลและเศรษฐกิจตกต่ำจนไม่สามารถแก้ไขได้ เป็นเหตุให้คนพื้นเมืองได้แยกตัวเป็นอิสระเป็นรัฐอิสระขึ้นโดยทั่วไป ในดินแดนไทยก็มีสุโขทัย ละโว้ เมื่อศูนย์กลางการปกครองที่เมืองพระนครล่มสลาย เมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรขอมก็เสื่อมสลายตามไปด้วย

พ.ศ.1893 - 2310 อยุธยาเป็นรัฐที่สืบต่อจากละโว้ มีความสัมพันธ์กับละโว้หรือขอมมาก่อน เมื่ออยุธยามีอำนาจเข้มแข็งขึ้น ก็ได้รวมสุโขทัยกับสุวรรณภูมิ และดินแดนที่เคยอยู่ในอำนาจของเมืองพระนครบางส่วน ดังนั้น พื้นที่จังหวัดสระแก้วจึงน่าจะอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของอยุธยาด้วย

ในปี พ.ศ.2136 ทัพหลวงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ยกจากกรุงศรีอยุธยาไปทางตะวันออก ผ่านพิหารแดง (วิหารแดง) บ้านนา เมืองนครนายก ด่านกบแจะ (ประจันตคาม) ด่านหนุมาน (กบินทร์บุรี) ด่านพระปรง (อำเภอเมืองสระแก้ว) ช่องตะโก ด่านพระจารึก (พระจฤติ) ที่อรัญประเทศ - ตาพระยา ตำบลทำนบ (ด่านพระจารึกและตำบลทำนบ) เป็นชื่อที่ปรากฏในพงศาวดารสมัยอยุธยา อยู่ระหว่างเมืองอรัญประเทศและเมืองพระตะบอง เมืองโพธิสัตว์และเมืองละแวก

พ.ศ.2310 - 2325 เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขึ้นครองราชย์ที่กรุงธนบุรี พระนารายณ์ราชา กษัตริย์กัมพูชาไม่ยอมสวามิภักดิ์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพระยาสุรสีห์ (บุญมา) และนักองนบไปตีได้เมืองเสียมราฐ และให้พระยาอนุชิตราชา กับพระยาโกษาธิบดี ยกทัพไปตีได้เมืองพระตะบอง เมื่อปี พ.ศ.2312 ต่อมาได้มีการยกทัพไปปราบปรามกัมพูชาอีก จนถึงปี พ.ศ.2324

เส้นทางเดินทัพผ่านไปทางภาคตะวันออก โดยใช้เส้นทางจากกรุงเก่า บ่อโพรง พระแก้ว พิหารแดง บ้านนาเมืองนครนายก เมืองปราจีน เมืองใหม่ ด่านหนุมาน ช่องตะโก ด่านพระปรง ยางเก้าต้น หนองสะโม่ง ด่านพระจาฤก เส้นทางเดินทัพดังกล่าวจะผ่านดินแดนที่เป็นเขตอำเภอเมืองสระแก้ว และหยุดพักที่สระแก้ว - สระขวัญ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสระแก้วในปัจจุบัน

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พ.ศ.2325 - 2352) มีเหตุการณ์สำคัญคือ

เลื่อนเจ้าพระยายมราช (แบน) ขึ้นเป็นเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ไปสำเร็จราชการมณฑลเขมรส่วนในคือ เสียมราฐ พระตะบอง และให้ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ
เลื่อนและแต่งตั้งนักองเอง โอรสสมเด็จพระนารายณ์ราชา เป็นสมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดี ไปปกครองกัมพูชา เว้นเสียมราฐ พระตะบอง ในฐานะประเทศราชของไทย

สนับสนุนให้องเชียงสือไปปกครองเมืองญวนที่ไซ่ง่อน

ดังนั้นในช่วงนี้เป็นระยะเวลาที่ปลอดจากสงครามทางภาคตะวันออกของไทย และปราจีนบุรียังมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นใน เหมือนครั้งสมัยอยุธยา
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ.2352 - 2367) เริ่มมีความแตกแยกในกัมพูชา เมื่อนักองจัน หรือพระอภัยราช (โอรสนักองเอง) ขึ้นครองราชย์ ขุนนางแตกแยกกันเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งนิยมไทย อีกฝ่ายหนึ่งนิยมญวน กัมพูชาได้ส่งกำลังมาตีพระตะบอง แต่ไทยป้องกันไว้ได้ ทำให้แนวชายแดนไทยด้านนี้เกิดความไม่สงบขึ้น

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2367 - 2394) ได้มีการจัดการบ้านเมืองโดยเฉพาะหัวเมืองมหาดไทย ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเมืองในปี พ.ศ.2393 คือ ยกด่านหนุมานขึ้นเป็นเมืองกบินทร์บุรี ยกบ้านแร่หินขึ้นเป็นเมืองอรัญประเทศ ยกบ้านเขยกขึ้นเป็นเมืองวัฒนานคร และยกบ้านสวายขึ้นเป็นเมืองศรีโสภณ สำหรับอำเภอเมืองสระแก้วในปัจจุบัน ในครั้งนั้นยังคงเป็นด่านพระปรงขึ้นอยู่กับเมืองกบินทร์บุรี

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2394 - 2411) ในช่วงเวลานี้ ฝรั่งเศสในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ได้อ้างสิทธิ์ในการปกครองกัมพูชา ในสมัยพระเจ้านโรดม แทนไทยโดยอ้างว่าฝรั่งเศสมีอำนาจปกครองญวน ก็ต้องมีอำนาจปกครองกัมพูชาด้วย เพราะญวนมีอำนาจปกครองกัมพูชา ยกเว้นพระตะบอง ศรีโสภณและเสียมราฐ ยังคงเป็นหัวเมืองชั้นในของไทยตามเดิม

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411 - 2453) ในห้วงเวลานี้ เขตจังหวัดสระแก้วปัจจุบัน ซึ่งขึ้นอยู่กับมณฑลปราจีนบุรี มีการพัฒนาไปอย่างมากคือ

พ.ศ.2412 ได้มีการระดมพลจากเมืองต่าง ๆ มาช่วยทำอิฐเพื่อก่อสร้างป้อมปราการเมืองปราจีน โดยเกณฑ์คนจากเมืองสุรินทร์ ขุขันธ์ สังขะ ศรีสะเกษ เดชอุดม มาทำ และได้เกณฑ์มอญบ้านสามโคก เมืองปทุมธานี มาตั้งเตาเผาอิฐ สามารถสร้างกำแพงเมืองปราจีนบุรีเสร็จในปี พ.ศ. 2415

พ.ศ.2435 มณฑลปราจีนประกอบด้วยเมืองปราจีนบุรี เมืองนครนายก เมืองพนมสารคาม เมืองฉะเชิงเทรา

พ.ศ.2436 ในห้วงเวลาที่เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เทศาภิบาลมณฑลปราจีนบุรีได้จัดส่งกำลัง และเครื่องยุทธภัณฑ์ ไปยังชายแดนตะวันออกได้อย่างรวดเร็ว

เมืองปราจีนบุรีในครั้งนั้นแบ่งท้องที่การปกครองออกเป็นสามภาคคือ

  • มีอาณาเขตจากบ้านท่าประชุม (ศรีมหาโพธิ) ไปถึงบ้านเขาฉกรรจ์ วังหอก (สระแก้ว) ให้หลวงจ่าเมือง (อ่ำ) เป็นผู้ปกครอง เรียกว่า เจ้ากรมหริรักษ์ที่ 1
  • มีอาณาเขตในเมืองปราจีนบุรี ให้หลวงบำรุงรัฐนิกร (บุศย์ อเนกบุณย์) เป็นผู้ปกครอง เรียกว่า เจ้ากรมหริรักษ์ที่ 2
  • มีอาณาเขตตั้งแต่คลองยางพวง ถึงบ้านบางแตน (บ้านสร้าง) ให้หลวงนครบุรี (เดช) เป็นผู้ปกครอง เรียกว่า เจ้ากรมหริรักษ์ที่ 3

พ.ศ.2441 ให้ยกเลิกชื่อเจ้ากรมแขวง เปลี่ยนเป็นนายอำเภอ

พ.ศ.2443 ยุบอำเภอหาดทรายรวมกับอำเภอเมืองกบินทร์ พร้อมทั้งให้จัดตั้งด่านสระแก้ว เมืองวัฒนานคร เมืองอรัญประเทศ ให้เป็นกิ่งอำเภอ ขึ้นกับอำเภอกบินทร์บุรี

พ.ศ.2446 เมืองปราจีนบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 5 อำเภอ กับ 3 สาขาอำเภอคือ อำเภอเมือง อำเภอบ้านสร้าง อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิ แยกสาขาอำเภอ 1 สาขาคือ ท่าประชุม อำเภอกบินทร์บุรี แยกสาขาอีก 2 สาขาคือ วัฒนานครและสระแก้ว

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2453 - 2468) ได้มีการสร้างทางรถไฟต่อจากเมืองฉะเชิงเทรา ไปเชื่อมกับทางรถไฟกับกัมพูชาที่คลองลึก อำเภออรัญประเทศ ได้เปิดการเดินรถไฟจากฉะเชิงเทรา ถึงกบินทร์บุรี ระยะทาง 100 กิโลเมตร เมื่อปี พ.ศ.2467 และเปิดการเดินรถไฟจากกบินทร์บุรี ถึงอรัญประเทศ ระยะทาง 94 กิโลเมตร เมื่อปี พ.ศ.2469 ในรัชสมัยต่อมา

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2468 - 2477) อรัญประเทศได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอมีขุนเหี้ยมใจหาญ เป็นนายอำเภอ และให้กิ่งอำเภอวัฒนานครไปขึ้นกับอำเภออรัญประเทศ

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (พ.ศ.2477 - 2489) ในปี พ.ศ.2484 เกิดกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส ไทยได้เรียกร้องเอาดินแดนมณฑลบูรพาคือ เสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณ กลับคืนมา แต่เมื่อเสร็จสิ้นสงครามมหาเอเซียบูรพา ฝ่ายฝรั่งเศสเป็นผู้ชนะสงครามไทยต้องคืนดินแดนดังกล่าวกลับไปให้ฝรั่งเศสอีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2489

ในปลายปี พ.ศ.2484 เกิดสงครามมหาเอเซียบูรพา ญี่ปุ่นได้ยกกองทัพ (กองทัพที่ 15) เข้าสู่ประเทศไทยด้านอำเภออรัญประเทศใช้เส้นทางศรีโสภณ - อรัญประเทศ - วัฒนานคร - สระแก้ว - กบินทร์บุรี - อำเภอเมืองปราจีนบุรี เข้าสู่กรุงเทพ ฯ ทหารญี่ปุ่นใช้เครื่องบินขับไล่ 11 เครื่อง เครื่องบินทิ้งระเบิด 2 เครื่อง โจมตีสนามบินวัฒนานคร ซึ่งมีฝูงบินที่ 53 ของกองทัพอากาศไทยประจำอยู่

จังหวัดสระแก้วในปัจจุบัน ในปี พ.ศ.2536 ได้ตั้งจังหวัดสระแก้วขึ้นโดยแยกจากอำเภอสระแก้ว อำเภอคลองหาด อำเภอตาพระยา อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอวัฒนานคร และอำเภออรัญประเทศ ออกจากจังหวัดปราจีนบุรีมาขึ้นกับจังหวัดสระแก้ว

ปัจจุบันจังหวัดสระแก้วเป็นย่านการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา มีด่านถาวรคลองลึก - ปอยเปต ที่อำเภออรัญประเทศ มีตลาดโรงเกลือ เป็นตลาดการค้าชายแดนที่ใหญ่โตแห่งหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้ยังมีจุดผ่อนปรนบ้านหนองปรือ - บ้านมาลัย ที่อำเภออรัญประเทศ จุดผ่อนปรนบ้านเขาดิน - บ้านกิโลเมตรที่ 3 อำเภอคลลองหาด และจุดผ่อนปรนบ้านตาพระยา - บ้านบึงตากวน ที่อำเภอตาพระยา นับว่าเป็นประตูการค้าสู่อินโดจีนคืออรัญประเทศ - จังหวัดบันเตียเมียนเจย - พนมเปญ ในกัมพูชา ไปจนนถึงโฮจิมินต์ซิตี้ (ไซ่ง่อน) ในเวียดนาม

สระแก้วเป็นแหล่งโบราณวัตถุ โบราณสถานมาแต่โบราณกาล เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ เมืองแห่งวัฒนธรรมและเมืองท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และทางวัฒนธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก

จังหวัดสระแก้ว ประกอบด้วยประชากรดั้งเดิมหลายเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังประกอบด้วยประชากรจากทุกภาคของประเทศไทย ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

เขมร ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา เป็นเวลานานแล้ว ก่อนเกิดสงครามอินโดจีน เพราะพรมแดนไทย - กัมพูชา สะดวกต่อการอพยพย้ายถิ่น โดยเฉพาะบริเวณอำเภออรัญประเทศ ในปี พ.ศ.2437 ซึ่งเขมรยังเป็นของไทยอยู่นั้น ได้จัดตั้งมณฑลเขมร หรือมณฑลบูรพา ขึ้น ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสยึดกัมพูชา รวมทั้งมณฑลบูรพาได้ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) จึงได้อพยพชาวเขมรเข้ามายังฝั่งไทย และบางส่วนได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตจังหวัดสระแก้ว เมื่อเกิดสงครามเวียดนาม และสงครามในกัมพูชา ในระหว่างปี พ.ศ.2518 - 2524 ก็ได้มีการอพยพชาวกัมพูชาเข้ามาในฝั่งไทยอยู่เนือง ๆ แม้กระทั่งเมื่อสงครามสงบแล้ว ก็ยังมีการอพยพเข้ามาอยู่เสมอ ในบริเวณชายแดน

ชาวญวน มีกลุ่มชาวญวนอพยพเข้ามาอยู่ที่อำเภออรัญประเทศ ในปี พ.ศ.2489 หลังสงครามมหาเอเชียบูรพาสิ้นสุดลง และในช่วงปี พ.ศ.2518 - 2523 เมื่อเวียดนามใต้ใกล้พ่ายแพ้เวียดนามเหนือในสงครามเวียดนาม ได้มีชาวญวนเดินทางบกผ่านกัมพูชาเข้ามาทางชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว

ชาวจีน ชาวจีนได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2373 - 2383 โดยเดินทางมาโดยเรือสำเภา ต่อมาในปี พ.ศ.2403 - 2419 ได้เดินทางมาไทยโดยเรือกลไฟ จากการสำรวจ เมื่อปี พ.ศ.2447 พบว่ามีชาวจีนมาอยู่ตามมณฑลต่างๆ ของไทย รวมทั้งที่อยู่ในมณฑลปราจีนบุรี ซึ่งรวมถึงจังหวัดสระแก้วด้วย มีชาวจีนอยู่ประมาณ 36,000 คน

ชาวย้อ มีถิ่นเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองปันนา หรือยูนนาน ในประเทศจีนปัจจุบัน แล้วได้อพยพเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในแขวงไชยบุรี ของประเทศลาวในปัจจุบัน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกชาวย้อได้ถูกเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ กวาดต้อนไปอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง เมืองคำเกิด เมืองคำม่วน หลังจากนั้นได้ถูกกองทัพไทยกวาดต้อนมาที่เมืองท่าอุเทน แล้วอพยพไปอยู่ที่เมืองกาฬสินธ์ มหาสารคาม อุดรธานี สกลนคร และสระแก้ว ในเขตอำเภอเมืองฯ

ชาวกลาหรือเงี้ยว มีถิ่นเดิมอยู่ในรัฐฉาน (ไทยใหญ่) ในประเทศพม่า ชาวไทยใหญ่เรียก ชาวกลา หรือเงี้ยวว่า ตองซู่ ชอบเดินทางมาค้าขาย ในหัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้เข้ามาอาศัยอยู่ในเขตอำเภออรัญประเทศ และอำเภอเมือง ฯ

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

Sa Kaeo 27-1
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดสระแก้ว รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดสระแก้ว

 

สระแก้วเป็นจังหวัดชายแดนด้านตะวันออก ในอดีตเคยเป็นชุมชนสำคัญที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุวรรณภูมิ และอาณาจักรทวาราวดี เดิมมีฐานะเป็นเมืองบริวารของปราจีนบุรี ต่อมาได้แยกตัวออกมาจากปราจีนบุรี และได้รับการประกาศให้เป็นจังหวัดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536

แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ และ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอวัฒนานคร อำเภออรัญประเทศ อำเภอตาพระยา อำเภอเขาฉกรรจ์ อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอคลองหาด กิ่งอำเภอโคกสูง และกิ่งอำเภอวังสมบูรณ์

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอ สนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา


สภาพภูมิประเทศทั่วไป

พื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยส่วนรวม เป็นพื้นที่ราบถึงราบสูงและมีภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีระดับความสูงจากน้ำทะเล 74 เมตร กล่าวคือ

  • ด้านเหนือ มีเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำบางประกง มีลักษณะเป็นป่าเขาทึบได้แก่ บริเวณอุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร
  • ด้านใต้ มีลักษณะเป็นที่มี่ราบเชิงเขา มีสภาพเป็นป่าโปร่ง ส่วนใหญ่ถูกบุกรุก แผ้วถางป่าเพื่อทำการเกษตร ทำให้เกิดสภาพป่าเสื่อมโทรม ตอนกลางมีลักษณะเป็นที่ราบ ได้แก่ อำเภอวังน้ำเย็น กิ่งอำเภอวังสมบูรณ์ เป็นเขตติดต่อจังหวัดจันทบุรี
  • ด้านตะวันออก ลักษณะเป็นที่ราบถึงราบสูง และมีสภาพเป็นป่าโปร่ง ทำไร่ ทำนา
  • ด้านตะวันตก นับตั้งอำเภอวัฒนานคร มีลักษณะเป็นสันปันน้ำ และพื้นที่ลาดไปทางอำเภอเมืองสระแก้ว และอำเภออรัญประเทศ เข้าเขตประเทศกัมพูชา

สภาพภูมิอากาศ แบ่งออกได้เป็น 3 ฤดูกาล

  • ฤดูร้อน เริ่มต้นแต่เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน
  • ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,296-1,539 มิลลิเมตร
  • ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เดือนมกราคม อากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 27.5-28.78 องศา

ป่าไม้

จังหวัดสระแก้วมีเนื้อที่ที่มีสภาพเป็นป่า จำนวน 889,662 ไร่ หรือประมาณ 20.38% ของเนื้อที่
ทั้งหมดของจังหวัด ในปี 2544 มีป่าสงวนแห่งชาติ 10 ป่า เนื้อที่ 3,183,004.75 ไร่
(ตามกฎกระทรวงประกาศป่าสงวนแห่งชาติ ) คิดเป็น 70.78 % ของเนื้อที่จังหวัด มีเขตรักษา
พันธุ์สัตว์ป่า 1 แห่ง คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มีอุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง คือ
อุทยานแห่งชาติตาพระยา และ อุทยานแห่งชาติปางสีดา ส่วนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ 1 แห่ง
เนื้อที่ 400 ไร่และสวนพฤกษศาสตร์ 100 ปี กรมป่าไม้ เนื้อที่ 19,000 ไร่

การใช้ประโยชน์ที่ป่าสงวนแห่งชาติ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1) ป่าอนุรักษ์
2) ป่าเศรษฐกิจ
3) ป่าที่เหมาะสมกับการเกษตร

แร่ธาตุของจังหวัด

แร่ธาตุมีค่าในพื้นที่จังหวัด ที่มีการขุดพบ ส่วนมากจะเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ใกล้ภูเขา
เช่น อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอคลองหาด อำเภอเขาฉกรรจ์ ชนิดของแร่และบริเวณที่พบมีดังนี้
1. แมกนีไซด์ พบที่ เขาถ้ำมะกอก ต. คลองหินปูน อ. วังน้ำเย็น
2. แมงกานีส พบที่ ต. วัฒนานคร อ. วัฒนานคร และ ต. คลองหินปูน อ. วังน้ำเย็น
3. โครไมต์ พบที่ ต. คลองหินปูน อ. วังน้ำเย็น
4. ทองคำ พบที่ บ. บ่อนางชิง ต. ท่าเกวียน อ. วัฒนานคร อ.เขาฉกรรจ์
5. หินอ่อน พบที่ ต. คลองหาด อ. คลองหาด
6. เหล็ก พบที่ เขายายอินทร์ อ.วังน้ำเย็น
7. แคลไซด์ ฟลูออไรท์ พบที่ ต. เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์

ที่มา : ทรัพยากรธรณีจังหวัด

ในปี 2544 จังหวัดสระแก้ว มีเหมืองแร่ธาตุที่มีสัมปทานและเปิดทำการแล้ว 10 แห่ง และมีรายได้
จากค่าภาคหลวงแร่ และค่าธรรมเนียมแร่รวม จำนวน 689,686.40 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2542
จำนวน 163,086.40 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30.96 แร่ธาตุที่สำคัญ คือ หินปูนที่ใช้ใน
อุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งในปี 2543 ผลิตได้ 237,500 เมตริกตัน มูลค่า 98,800,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีแร่อื่นๆ ได้แก่ หินอ่อน

การปกครองแบ่งออกเป็น 9 อำเภอ 58 ตำบล 731 หมู่บ้าน

Amphoe
รูปที่ 7 อำเภอในจังหวัดสระแก้ว

 

อำเภอเมืองสระแก้ว

หลวงพ่อทองคู่เมือง ลือเลื่องน้ำตกปางสีดา
ล้ำค่าธรรมชาติ แหล่งประวัติศาสตร์สระแก้วสระขวัญ สร้างสรรค์ เกษตรอินทรีย์

 

 

เนื้อที่ 1832.034 ตารางกิโลเมตร

จำนวนตำบล 8 ตำบล
จำนวนหมู่บ้าน 121 หมู่บ้าน
จำนวนเทศบาลตำบล 2 แห่ง
จำนวนเทศบาลเมือง 1 แห่ง
จำนวนอบต 8 แห่ง
จำนวนอบจ 1 แห่ง

หมายเลขโทรศัพท์ 0-3724-1494

อำเภอคลองหาด

คลองหาดเข้มแข็ง แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
เศรษฐกิจพอเพียง

 

 

 

เนื้อที่ 417.082 ตารางกิโลเมตร
จำนวนตำบล 7 ตำบล
จำนวนหมู่บ้าน 71 หมู่บ้าน
จำนวนเทศบาลตำบล 1 แห่ง

จำนวนอบต 6 แห่ง

หมายเลขโทรศัพท์

อำเภอตาพระยา

งานปฏิมากรรมธรรมชาติ แหล่งประวัติศาสตร์โบราณ
ตำนานเจ้าพระยาบดินเดชา ที่มาของนักสู้ ประตูสู่อีสานใต้
จุดค้าขายชายแดนไทย-เขมร

เนื้อที่ 642.345 ตารางกิโลเมตร

จำนวนตำบล 5 ตำบล
จำนวนหมู่บ้าน 63 หมู่บ้าน
จำนวนเทศบาลตำบล 1 แห่ง
จำนวนอบต 5 แห่ง
หมายเลขโทรศัพท์

อำเภอวังน้ำเย็น

วังน้ำเย็นมีพระบรมสารีริกธาตุล้ำค่า แดนถ้ำน้ำตกสวย
ร่ำรวยพืชเศรษฐกิจ แหล่งผลิตนมโค เติบโตด้วยรู้รัก

เนื้อที่ 325.05 ตารางกิโลเมตร

จำนวนตำบล 4 ตำบล
จำนวนหมู่บ้าน 77 หมู่บ้าน
จำนวนเทศบาลตำบล 1 แห่ง
จำนวนอบต 4 แห่ง

หมายเลขโทรศัพท์ 0-3725-1400

อำเภอวัฒนานคร ปราสาทห้วยพะใย น้ำเย็นใสเขื่อนพระปรง
สักการะองค์นเรศวรเจ้า ไหว้หลวงพ่อขาวประจำปี
แทนไมตรีด้วยข้าวหลาม
พันธุ์ไม้งามสวนเฉลิมพระเกียรติ

 

 

เนื้อที่ 1560.122 ตารางกิโลเมตร

จำนวนตำบล 11 ตำบล
จำนวนหมู่บ้าน 115 หมู่บ้าน
จำนวนเทศบาลตำบล 1 แห่ง
จำนวนอบต 11 แห่ง

หมายเลขโทรศัพท์ 0-3726-1550

อำเภออรัญประเทศ

สุดแดนสยามบูรพา ย่านการค้าอินโดจีน
ชนท้องถิ่นห้าชาติ พระสยามเทวธิราชศักดิ์สิทธิ์
แหล่งผลิตผ้าทอมือ เลื่องชื่อแตงแคนตาลูป

 

 

เนื้อที่ 821.265 ตารางกิโลเมตร

จำนวนตำบล 12 ตำบล
จำนวนหมู่บ้าน 114 หมู่บ้าน
จำนวนเทศบาลตำบล 3 แห่ง
จำนวนเทศบาลเมือง 1 แห่ง
จำนวนอบต 9 แห่ง

หมายเลขโทรศัพท์ 0-3723-2894

อำเภอเขาฉกรรจ์ เขาหินแกร่ง แหล่งอารยธรรม ถ้ำเขาทะลุ กรุโครงกระดูก
เพาะปลูกพืชไร่ ลิงไพรนับหมื่น ค้างคาวตื่นนับล้าน

 

เนื้อที่ 774.331 ตารางกิโลเมตร

จำนวนตำบล 4 ตำบล
จำนวนหมู่บ้าน 68 หมู่บ้าน
จำนวนเทศบาลตำบล 1 แห่ง
จำนวนอบต 4 แห่ง

หมายเลขโทรศัพท์ 0-3751-1320

อำเภอโคกสูง

ดินแดนแห่งตำนาน ปราสาทหินโบราณ
ผ้าไหมพื้นบ้าน ยุทธการณ์โนนหมากมุ่น

 

เนื้อที่ 417.082 ตารางกิโลเมตร

จำนวนตำบล 4 ตำบล
จำนวนหมู่บ้าน 40 หมู่บ้าน
จำนวนเทศบาลตำบล 1 แห่ง
จำนวนอบต 3 แห่ง

หมายเลขโทรศัพท์ 0-3744-1128

อำเภอวังสมบูรณ์

ถ้ำทานตะวันสุดสวย รวยพืชเศรษฐกิจ
แหล่งผลิตนมโค นิยมเลี้ยงไก่พื้นบ้าน

 

เนื้อที่ 383.50 ตารางกิโลเมตร

จำนวนตำบล 3 ตำบล
จำนวนหมู่บ้าน 48 หมู่บ้าน
จำนวนเทศบาลตำบล 2 แห่ง
จำนวนอบต 1 แห่ง

หมายเลขโทรศัพท์ 0-3751-6371

 

1) การจัดองค์กรราชการบริหารส่วนภูมิภาค หน่วยราชการที่อยู่ในความควบคุมดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด คือ ส่วนราชการต่างๆ ในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน

ส่วนราชการในระดับจังหวัดเป็นหน่วยงาน 2 ลักษณะ คือ หน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาคประจำจังหวัด และหน่วยราชการบริหารส่วนกลางในจังหวัด (ที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง)

  • หน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาคประจำจังหวัดของจังหวัดสระแก้วมีทั้งสิ้น 35 หน่วยงาน สังกัดกระทรวงมหาดไทย 14 หน่วยงาน และสังกัดกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ อีก 21 หน่วยงาน
  • หน่วยราชการบริหารส่วนกลางในจังหวัดมีทั้งสิ้น 104 หน่วยงาน เป็นหน่วยงานที่สังกัดกระทรวง

มหาดไทย 8 หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ 96 หน่วยงาน

2) ส่วนการจัดองค์กรราชการบริหารส่วนท้องถิ่น มี 3 รูปแบบ คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล

 

ผู้บริหารจังหวัด

1

นายศานิตย์ นาคสุขศรี
ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว

2 3

นายชัช กิตตินภดล
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว

นายวินัย วิทยานุกูล
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว

 

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เขตเลือกตั้งที่ 1

4

นายฐานิสร์ เทียนทอง
พรรคเพื่อไทย

วันเดือนปีเกิด 30 กรกฎาคม 2512
การศึกษา การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา
สถานที่ติดต่อ
124 หมู่ที่ - หมู่บ้าน - ซอย - ถนน สุวรรณศร ตำบล/แขวง เทศบาลเมือง
อำเภอ/เขต เมือง จังหวัดสระแก้ว 27000
โทรศัพท์ : 0 3722 5218-20  โทรสาร : 0 3726 1344
มือถือ : 08 1572 8056
อีเมล์ : -
อาชีพก่อนได้รับเลือกตั้งครั้งนี้ นักการเมือง
ประสบการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ
อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว พ.ศ. 2539, 2544, 2548, 2550
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
มหาวชิรมงกุฎ

เขตเลือกตั้งที่ 2

5

นางสาวตรีนุช เทียนทอง
พรรคเพื่อไทย

วันเดือนปีเกิด 12 ตุลาคม 2515
การศึกษา Master of Arts สาขาGreenuch Dhienthong the degree
Western Illinois University ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานที่ติดต่อ
999/1 หมู่ที่ - หมู่บ้าน - ซอย - ถนน -
ตำบล/แขวง วัฒนานคร อำเภอ/เขต วัฒนานคร จังหวัด สระแก้ว 27160
โทรศัพท์ : -
โทรสาร : 0 3726 1344
มือถือ : 08 1829 4151
อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
อาชีพก่อนได้รับเลือกตั้งครั้งนี้ นักการเมือง
ประสบการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว พ.ศ.2544,2548,ประธานกรรมาธิการการพาณิชย์
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
มหาวชิรมงกุฎ

เขตเลือกตั้งที่ 3

6

นายสรวงศ์ เทียนทอง
พรรคเพื่อไทย

วันเดือนปีเกิด 28 กรกฎาคม 2518
การศึกษา
Master of Business Administration สาขาInternational Business Johnson &
Wales University ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานที่ติดต่อ
55/305 หมู่ที่ 3 หมู่บ้าน เมืองทองธานี ซอย 3 ถนน แจ้งวัฒนะ
ตำบล/แขวง บางพูด อำเภอ/เขต ปากเกร็ด จังหวัด นนทบุรี 11120
โทรศัพท์ : 0 2503 4259  โทรสาร : 0 2503 4258
มือถือ : 08 18098911
อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
อาชีพก่อนได้รับเลือกตั้งครั้งนี้ นักการเมือง
ประสบการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ
อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว ปี 2548, 2550
ประธานคณะกรรมการธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
มหาวชิรมงกุฎ
ประถมาภรณ์ช้างเผือก

 

สมาชิกวุฒิสภา

7

พันตำรวจเอกพายัพ ทองชื่น
สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสระแก้ว

วัน เดือน ปีเกิด 12 กุมภาพันธ์ 2494
คุณวุฒิ

นิติศาสตรบัณฑิต (ม.รามคำแหง)
พัฒนบริหารศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ (นิด้า)
หลักสูตรผู้กำกับการ รุ่นที่ 26 (สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ)
หลักสูตรนักบริหารงานตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 24 (สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ)

สถานที่ติดต่อ

123/238 บ้านกลางเมือง ถ.เกษตรนวมินทร์
แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230

อาชีพ ข้าราชการตำรวจ
ประสบการณ์

- สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจภูธร อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว
- ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
- ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว
- รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ฉะเชิงเทรา

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ป.ช., ป.ม.

 

รายงานสถิติจำนวนประชากร และบ้าน รายจังหวัด รายอำเภอ และรายตำบล

ณ เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2553

จังหวัด/อำเภอ/ตำบล ชาย หญิง รวม จำนวนบ้าน
จังหวัดสระแก้ว 273,726 270,374 544,100 174,450
อำเภอเมืองสระแก้ว 42,661 41,837 84,498 23,425
ตำบลสระแก้ว 2,138 2,229 4,367 1,255
ตำบลบ้านแก้ง 6,535 6,614 13,149 3,810
ตำบลศาลาลำดวน 5,244 5,136 10,380 2,645
ตำบลโคกปี่ฆ้อง 6,200 6,359 12,559 3,225
ตำบลท่าแยก 6,179 6,266 12,445 3,286
ตำบลท่าเกษม 4,262 3,627 7,889 2,749
ตำบลสระขวัญ 8,489 7,993 16,482 4,299
ตำบลหนองบอน 3,614 3,613 7,227 2,156
อำเภอคลองหาด 18,385 18,222 36,607 11,181
ตำบลคลองหาด 4,750 4,760 9,510 3,258
ตำบลไทยอุดม 2,242 2,179 4,421 1,442
ตำบลซับมะกรูด 2,607 2,620 5,227 1,493
ตำบลไทรเดี่ยว 1,998 1,944 3,942 1,081
ตำบลคลองไก่เถื่อน 2,981 2,991 5,972 1,769
ตำบลเบญจขร 2,176 2,105 4,281 1,231
ตำบลไทรทอง 1,631 1,623 3,254 907
อำเภอตาพระยา 25,673 25,440 51,113 12,859
ตำบลตาพระยา 6,674 6,429 13,103 3,344
ตำบลทัพเสด็จ 4,090 4,157 8,247 2,358
ตำบลทัพราช 7,229 7,202 14,431 3,247
ตำบลทัพไทย 4,097 4,030 8,127 2,044
ตำบลโคคลาน 3,583 3,622 7,205 1,866
อำเภอวังน้ำเย็น 20,951 20,387 41,338 12,822
ตำบลวังน้ำเย็น 1
ตำบลตาหลังใน 7,248 6,949 14,197 3,872
ตำบลคลองหินปูน 4,612 4,606 9,218 3,050

 

การศึกษา

ในปี 2545จังหวัดสระแก้ว มีสถานศึกษารวมทั้งสิ้น 505แห่ง มีครู/อาจารย์ 4,987 คน และนักเรียน นิสิต นักศึกษา 117,999 คน ซึ่งอัตราส่วนครู/อาจารย์ ต่อนักเรียน นิสิต นักศึกษาเป็น 1 : 23 โดยแยกการศึกษาออกเป็น 2 ระบบ ดังนี้

  • การศึกษาในระบบโรงเรียน มีสถานศึกษา 328 แห่ง ครู/อาจารย์ 4,615 คน นักเรียน นิสิตนักศึกษา คิดเป็นอัตราส่วนครู/อาจารย์ ต่อ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็น 1 : 14
  • การศึกษานอกระบบโรงเรียน มีสถานที่จัดการเรียน 177 แห่ง ครู/อาจารย์ 342 คน นักเรียน นิสิต นักศึกษา12,198 คิดเป็นอัตราส่วน ครู/อาจารย์ ต่อ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็น 1 : 35

ศาสนา

ในปี 2545จังหวัดสระแก้ว มีพุทธศาสนิกชน 533,021คน ( ร้อยละ 98.87 ) จำนวนวัด 259 แห่ง สำนักสงฆ์ 293 แห่ง อิสลามมิกชน 652 คน ( ร้อยละ 0.12 ) ไม่มีมัสยิด คริสต์ศาสนิกชน 5,434 คน ( ร้อยละ 1.01 ) จำนวนโบสถ์ 67แห่ง

การสาธารณสุข

ในปี 2545 จังหวัดสระแก้ว มีจำนวนสถานพยาบาลแผนปัจจุบัน ที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ทั้งสิ้น 9 แห่ง มีจำนวนเตียง 781 เตียง ในจำนวนนี้ เป็นสถานพยาบาลที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 8 แห่ง จำนวนเตียง 691เตียง สังกัดกระทรวงอื่น 1 แห่ง จำนวนเตียง 90 เตียง
ส่วนบุคลากรทางสาธารณสุขที่สำคัญ คือ แพทย์และพยาบาลนั้น มีจำนวนแพทย์ 54คน อัตราส่วนแพทย์ : ประชากร เท่ากับ 1 : 9,983
สำหรับพยาบาล เป็นพยาบาลวิชาชีพ 329 คน พยาบาลเทคนิค 171 คน รวมเป็น 500 คน คิดเป็น อัตราส่วน พยาบาล : ประชากร เท่ากับ 1 : 1,078

จังหวัดสระแก้วมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) จำนวน 37,989 ล้านบาท อัตราการขยายตัวเท่ากับร้อยละ 4.06 ถือว่าเป็นลำดับที่ 6 ของภาคตะวันออก และลำดับที่ 55 ของประเทศ มีสาขาการผลิตที่สำคัญคือ สาขาเกษตรกรรม สาขาการขายส่งขายปลีก และสาขาอุตสาหกรรมตามลำดับ ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 69,091 บาทต่อปี คิดเป็นลำดับที่ 8 ของภาคตะวันออก และเป็นลำดับที่ 51 ของประเทศ

1. เกษตรกรรม ทำนา พืชไร สวนผลไม้ พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ พืชที่นิยมปลูกกันมาก คือ มะม่วง ไผ่ตง ขนุน และยางพารา (วัฒนธรรม) พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี พื้นที่เก็บเกี่ยว 757,714 ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พื้นที่เก็บเกี่ยว 397,473 ไร่ มันสำปะหลัง พื้นที่เก็บเกี่ยว 539,508 ไร่ อ้อยโรงงาน พื้นที่เก็บเกี่ยว 157,072 ไร่ (www.sakaeo.go.th)

นอกจากการปลูกพืชเศรษฐกิจดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมาเกษตรกร จ.สระแก้วหันมาเลี้ยงโค-กระบือกันมาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของ จ.สระแก้วเป็นที่ราบสูงคล้ายกับภาคอีสานและไม่แห้งแล้งจนเกินไป ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเลี้ยงโค-กระบือ ปี 2548 มีผู้เลี้ยงกว่า 9,000 ครอบครัว มีโคกว่า 100,000 ตัว ตลาดนัดโค-กระบือของจังหวัดอยู่ที่บริเวณสามแยกสระแก้ว อ.เมือง จ.สระแก้ว เปิดซื้อขายแลกเปลี่ยนทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ มีเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน ทุกสัปดาห์จะมีชาวบ้าน ผู้สนใจในอาชีพเลี้ยงสัตว์ เขียงเนื้อจากต่างจังหวัด รวมทั้งพ่อค้านักธุรกิจชาวกัมพูชาเดินทางมาซื้อขายที่ตลาดแห่งนี้ โดยมากนักธุรกิจชาวกัมพูชาซื้อโค-กระบือเหล่านี้ไปเป็นพันธุ์ เนื่องจากโค-กระบือของกัมพูชามีน้อยและพันธุ์ไม่ค่อยดี ทั้งๆ ที่ในอดีตประเทศไทยเคยสั่งซื้อโค-กระบือจากกัมพูชา แต่ละสัปดาห์มีการส่งออกไปยังประเทศกัมพูชาสัปดาห์ละ 1,000 ตัว ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ปัจจุบันราษฎรจังหวัดสระแก้วมีอาชีพเลี้ยงสัตว์หลากหลายทั้งโคขุน โคเนื้อ โคนม และธุรกิจปลูกหญ้าเลี้ยงวัวเพิ่มขึ้น (ประชาชาติธุรกิจ 22 ส.ค. 2548 หน้า 29)

2. การค้าส่งและปลีก สำคัญรองลงมาจากการเกษตร สระแก้วมีศักยภาพด้านนี้ค่อนข้างสูง เนื่องจากมีขอบเขตด้านการตลาดทั้งภายในประเทศ และประเทศอินโดจีน การค้าส่งส่วนใหญ่เป็นพืชผลการเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค และการค้าชายแดนเนื่องจากเป็นจังหวัดเดียวที่มีเส้นทางคมนาคมสะดวกที่สุด ทั้งทางรถยนต์และรถไฟ มีทั้งจุดผ่านแดนถาวร และจุดผ่อนปรนทางการค้า ทำให้การค้าระหว่างไทย กัมพูชาขยายตัวสูงขึ้นมาก
จ.สระแก้วเป็นจุดพักสินค้า ตลาดค้าส่ง ค้าปลีกสินค้าทุกชนิดสู่กลุ่มประเทศอินโดจีน โดยมีจุดผ่านแดนถาวร 1 จุด และจุดผ่อนปรน 3 จุด นอกจากนี้ยังมียังมีย่านการค้าชายแดนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่อง เที่ยวรู้จักกันดี คือ ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นตลาดสินค้ามือสองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในปี 2548 ด่านศุลกากรอรัญประเทศสามารถเก็บรายได้สินค้านำเข้า-ส่งออกกว่า 15,738 ล้านบาท สินค้าส่งออกสิบอันดับแรก คือ 1.ปูนซีเมนต์ 2.รถจักรยานยนต์ 3.อะไหล่รถจักรยานยนต์ 4.เครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ 5.เสื้อเชิ้ตสุภาพบุรุษ 6.น้ำมันเบนซินพิเศษไร้สารตะกั่ว 95 7.ผ้าพิมพ์ 8.ผ้าโสร่ง 9.ก๊าซปิโตรเลียม 10.ปุ๋ยเคมี ส่วนสินค้านำเข้า 10 อันดับแรก คือ 1.เสื้อผ้า 2. เศษเหล็ก 3.ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.สินค้ามีใบสุทธินำกลับ 5.ปลาและสัตว์น้ำอื่น ๆ 6.หนังสัตว์หมักเกลือ 7.เศษกระดาษ 8.เศษอะลูมิเนียม 9.ผลไม้แก้วมังกร 10.เสื้อผ้าเด็ก

3. การอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร หรือการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จ.สระแก้วมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 6 แห่ง เป็นโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร 4 แห่ง โรงงานทั่วไป 2 แห่ง และมีโรงงานขนาดเล็ก/ขนาดกลาง จำนวน 361 โรงงาน(www.sakaeo.go.th)

4. การท่องเที่ยว จังหวัดสระแก้วมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญและหลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ(อุทยานแห่งชาติ ป่า เขา น้ำตก การท่องเที่ยวผจญภัย) การท่องเที่ยงเชิงนิเวศ แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถานและศาสนสถาน การท่องเที่ยวประเพณีและวิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์แผนไทย การบริการด้านสุขภาพ ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวโครงการเปิดตลาดการท่องเที่ยวกลุ่มเบญจบูรพา กัมพูชา-ไทย ซึ่งมีการตัดถนนสายปอยเปต-เสียมเรียบ เป็นถนนลาดยางกว้าง 11 เมตร ยาวกว่า 150 เมตร ด้วยงบประมาณ 1,600 ล้านบาท จะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2550 ซึ่งถนนสายดังกล่าวจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย-กัมพูชา-เวียดนาม สามารถทำได้ภายใน 1 วัน โดยถนนเส้นนี้มีจุดเริ่มต้นที่ปอยเปตของกัมพูชาซึ่งติดอยู่กับ อ.อรัญประเทศของไทย ผ่านไปยัง อ.ศรีโสภณ จ.บันเตียเมียนเจย และสิ้นสุดลงที่ จ.เสียบเรียบ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมนครวัด นครธม ที่ จ.เสียมเรียบได้โดยสะดวก และยังสามารถใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าไปยังกรุงพนมเปญได้อีกด้วย นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากประเทศไทยสามารถไปถึงนครวัด นครธมโดยทางรถยนต์ได้ภายในเวลา 3 ชั่วโมงเท่านั้น (มติชน 24 พ.ย. 2548 หน้า 9 ; ธ.ค. 2548 หน้า 34 ; บ้านเมือง 27 ธ.ค. 2548 หน้า 14)

บรรยายสรุปจังหวัด

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2545 - 2554
POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, RAYONG PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554
  -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2010 -2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 412,091 417,889 422,187 420,934 420,334 425,190 445,513 467,498 474,730 480,834
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 298,804 302,911 315,419 313,563 315,819 319,420 337,078 354,173 357,932 359,995
  ผู้มีงานทำ 293,710 298,441 309,980 308,154 311,610 313,858 332,848 348,242 352,782 357,135
  ผู้ว่างงาน 4,931 4,028 5,190 5,214 3,955 4,821 3,767 5,728 5,078 2,860
  ผู้ที่รอฤดูกาล 164 442 249 195 255 741 463 204 72  -
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 113,286 114,977 106,768 107,371 104,515 105,771 108,435 113,324 116,799 120,839
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 208,778 211,990 214,120 207,602 200,547 202,600 217,318 233,038 236,680 239,555
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 172,585 174,086 180,536 173,939 171,541 172,249 184,974 200,496 203,860 203,158
  ผู้มีงานทำ 169,739 171,658 177,393 171,588 169,177 168,815 182,180 196,789 200,024 200,896
  ผู้ว่างงาน 2,735 2,272 2,957 2,212 2,245 3,035 2,480 3,602 3,764 2,262
  ผู้ที่รอฤดูกาล 110 156 186 140 119 399 315 105 72  -
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 36,193 37,905 33,584 33,663 29,006 30,351 32,344 32,542 32,820 36,397
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 203,313 205,899 208,067 213,332 219,787 222,591 228,195 234,460 238,050 241,278
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 126,220 128,826 134,883 139,624 144,277 147,172 152,104 153,677 154,072 156,836
  ผู้มีงานทำ 123,971 126,784 132,587 136,567 142,433 145,043 150,668 151,453 152,758 156,238
  ผู้ว่างงาน 2,196 1,757 2,234 3,003 1,709 1,787 1,287 2,126 1,314 598
  ผู้ที่รอฤดูกาล 53 286 63 55 135 342 148 99  -  -
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 77,093 77,073 73,184 73,708 75,510 75,419 76,091 80,782 83,979 84,442

 

ที่มา: การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
รวบรวมโดย: สำนักสถิติพยากรณ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ

งานดอกแก้วบานเบื้องบูรพา

Cultural show

บูชาหลวงพ่อทอง และงานกาชาด ประมาณช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ขบวนแห่สืบสานประเพณีของดีเมืองสระแก้ว ชมการประกวดร้องเพลง นิทรรศการแสดงผลงานของส่วนราชการ ชมการแสดง มหรสพ ขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรม การจัดนิทรรศการ และการออกร้านแสดงสินค้า บริเวณอยู่ที่สามแยกสระแก้ว

งานแคนตาลูป และของดีเมืองอรัญฯ

028 1

ขบวนแห่รถแคนตาลูป การประกวดแคนตาลูป และผลิตผลทางการเกษตร นิทรรศการของหน่วยงานราชการต่าง ๆ การประกวดธิดาแคนตาลูป การออกร้านจำหน่ายสินค้า และมหรสพต่างๆ ช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตแคนตาลูปออกสู่ตลาด

งานประเพณีบวงสรวงศาลหลักเมืองและรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ

n20110922125722 8300

ขบวนแห่ประชาสัมพันธ์งานสงกรานต์ พิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชมการแสดงของเยาวชนจังหวัดสระแก้ว ชมการละเล่นพื้นบ้านกีฬาพื้นเมือง การแสดงของผู้สูงอายุ เชิญชวนผู้สูงอายุร่วมตรวจสุขภาพเสริมสร้างสุขภาพ และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ

ศาลหลักเมือง

sak09

จัดสร้างตามแบบมาตรฐานของกองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ภายในศาลประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งเป็นไม้ชัยพฤกษ์ที่มีคุณลักษณะต้องตามโบราณราชประเพณี และแผ่นทองดวงเมืองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจิม ศาลแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 9 และเป็นศูนย์รวมขวัญกำลังใจ ความสามัคคีในหมู่พสกนิกร ชาวสระแก้ว

สระแก้ว สระขวัญ

sak04

เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีประวัติว่าในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อคราวเจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง) ได้รับมอบหมายจากพระเจ้ากรุงธนบุรีให้ยกทัพไปปราบปรามความไม่สงบในกัมพูชา จึงเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์เป็นสิริมงคลซึ่งเป็นที่มาของชื่อจังหวัดสระแก้ว น้ำในสระแห่งนี้ยังเคยถูกนำไปใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาอีกด้วย

อ่างเก็บน้ำท่ากระบาก

sak12

เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่จะปรับปรุงระบบชลประทานในเขตพื้นที่ราบเชิงเขา เป็นเขื่อนดินสูง บริเวณโดยรอบเป็นป่าโปร่ง ปลูกต้นไม้พันธุ์ต่างๆ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้ประดับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม

น้ำตกท่ากระบาก
ตัวน้ำตกมีถึง 3 ชั้น แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 400-500 เมตร เบื้องล่างของแต่ละชั้นเป็นแอ่งน้ำลงเล่นน้ำได้

อุทยานแห่งชาติปางสีดา

sak11

อาณาเขตทางด้านทิศเหนือทั้งหมดกับด้านทิศตะวันตกบางส่วนมีแนวป่าต่อเนื่องกับอุทยานแห่งชาติทับลาน สภาพป่าเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าทุ่งหญ้า เป็นต้น เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์ประกอบด้วยสัตว์ป่าหายากและนกกว่า 300 ชนิด เป็นแหล่งจระเข้น้ำจืดที่ยังเหลืออยู่และยังเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารหลายสาย

เขาฉกรรจ์

sak17

เป็นเขาหินปูน สันเขาด้านยาวทำมุม 90 องศากับทิศเหนือและทิศใต้ จัดให้เป็นสวนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ ของกรมป่าไม้และเป็นที่อยู่ของลิงป่าและฝูงค้างคาวนับล้านๆ ตัว บินออกมาในตอนเย็นเป็นสายยาว

วัดถ้ำเขาฉกรรจ์
เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ภายในวัดประกอบด้วยพระอุโบสถ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้มีบันไดขึ้นไปถึงยอดเขา ในเขาฉกรรจ์มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยอยู่ถึง 72 ถ้ำ ที่นิยมเข้าไปชม ได้แก่ ถ้ำมืด ถ้ำหนุมาน ถ้ำเขาทะลุ ถ้ำมหาหิงส์ ถ้ำน้ำทิพย์ และถ้ำแก้วพลายชุมพล และยังรอยพระพุทธบาทจำลองที่ถ้ำเขาทะลุ

อ่างเก็บน้ำเขาสามสิบ

sak16

มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ดูดาว ดูนก เดินป่าศึกษาธรรมชาติ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านนำทาง กิจกรรมที่นี่เรียกได้ว่าเป็นแบบ "ค่ำคืนดูดาว ตื่นเช้าดูนก"

เขื่อนพระปรง
เป็นเขื่อนสำหรับการชลประทานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดสระแก้ว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าในเขตอุทยานแห่งชาติปางสีดาที่ถูกน้ำท่วม ทำให้มีทิวทัศน์สวยงามเป็นแหล่งอาศัยของนกหลายชนิด และยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาน้ำจืดนานาชนิด เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวชมธรรมชาติ

ปราสาทบ้านน้อย
เป็นปราสาทที่มีแนวกำแพง 2 ชั้น กำแพงชั้นนอกเป็นกำแพงดิน นอกคันดินเดิม น่าจะเป็นคูน้ำล้อมรอบแต่ปัจจุบันตื้นเขิน ส่วนกำแพงชั้นในก่อด้วยศิลาแลง ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีทางเข้าทางเดียว คือ ซุ้มประตูทางทิศตะวันออก นอกกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำ

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

sak08

ในอดีตกาลอำเภอวัฒนานครเป็นพื้นที่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เคยเสด็จมาประทับในการสงครามแถบดินแดนบูรพา เมื่อปี พ.ศ. 2136 พระบรมรูปประทับยืน ชูดาบเหนือศิรเศียร แสดงพระราชอำนาจในการปกครอง ปกป้องรักษาพสกนิกรของพระองค์

วัดนครธรรม
สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ เดิมมีชื่อว่า "วัดสระลพ" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดนครธรรม เพื่อให้เป็นมงคลนามแก่ พระครูวิวัฒน์นครธรรม ภายในวัดมี "หลวงพ่อขาว" พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เป็นพระพุทธรูปโบราณนั่งขัดสมาธิสร้างด้วยปูนขาว โดยได้อัญเชิญหลวงพ่อขาวจากวัดร้างบ้านจิก ภายในวิหารพ่อขาวเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากวัดเปมะดุลลาราชะมหาวิหาร เมืองรัตนปุระ ประเทศศรีลังกา รอยพระพุทธบาทจำลอง และพระสยามเทวาธิราช

สถานีเพาะเลี้ยวสัตว์ป่าช่องกล่ำบน

sak15

เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ เป็นสถานีศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า เป็นแหล่งบริการด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ป่า ภายในสถานีฯ จัดแบ่งพื้นที่เพาะเลี้ยงเป็นสัดส่วนตามชนิดของสัตว์ต่างๆ

น้ำตกเขาตะกรุบ
เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง สองฝั่งทางจะพบพันธุ์ไม้และนกนานาชาติ เหมาะกับการท่องเที่ยวผจญภัยและเชิงอนุรักษ์

โรงพยาบาลวังน้ำเย็น
เป็นโรงพยาบาลต้นแบบทางด้านการบำรุงบำบัดสุขภาพด้วยสมุนไพร จำหน่ายยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

หมู่บ้านหัตถกรรมจักรสานล้อมเซรามิก

sak18

หมู่บ้านแห่งนี้มีการรวมกลุ่มแม่บ้านในรูปแบบสหกรณ์ กลุ่มสตรีสหกรณ์ชัยพัฒนาจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสาธิตการทำจักสานไม้ไผ่ห่อหุ้มเซรามิก ซึ่งเป็นเซรามิกไม้ไผ่ที่มีชื่อเสียงในด้านความปราณีต สวยงาม

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วไป มีวิทยากรนำชมสถานที่และบรรยายพันธุ์ไม้สมุนไพรชนิดต่างๆ

ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก (ตลาดโรงเกลือ)

sak14

เป็นตลาดการค้าชายแดนที่สำคัญทางฝั่งไทยของพรมแดนในแถบนี้ ร้านค้าในตลาดสร้างเป็นแบบโรงเรือนแบ่งเป็นห้องๆ สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มาจากฝั่งเขมร และจากตลาดไปอีกประมาณ 500 เมตร จะถึงด่านคลองลึกที่เป็นจุดผ่านแดนไปสู่ ตลาดปอยเปต ของประเทศกัมพูชา

ประตูชัยอรัญประเทศ

sak10

มีลักษณะเป็นป้อม 2 ป้อม อยู่กันคนละฟากถนน โดยป้อมด้านซ้ายยมือรักษารูปลักษณ์เดิมไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารกล้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการสู้รบบริเวณชายแดนด้านคลองลึก ตัวป้อมมีลักษณะเป็นรูปหกเหลี่ยมด้านเท่า ฐานประตูทำเป็นห้องรักษาการณ์ แต่ชำรุดทรุดโทรมจากภัยสงคราม ได้มีการการบูรณะซ่อมแซมแล้ว ด้านขวามือได้ก่อสร้างเป็นเสมาขนาดใหญ่ ทำด้วยหินอ่อนสลักรูปครุฑพ่าห์ (ธงมีรูปครุฑ)ไว้ด้านบน ใต้ครุฑจารึกคำว่า "ประเทศไทย" หันออกไปทางประเทศกัมพูชา

ปราสาทเขาน้อยสีชมพู

sak05

โบราณสถานตั้งอยู่บนยอดเขาน้อยซึ่งเป็นเขาหินปูน มีบันไดทางขึ้น 254 ปราสาทนี้สร้างในพุทธศตวรรษที่ 12 และมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ในพุทธศตวรรษที่ 15 เชื่อว่าเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ประกอบด้วยปราสาทก่อด้วยอิฐ 3 หลังคือ ปรางค์ทิศเหนือ ปรางค์องค์กลาง และวิหารทิศใต้ แต่คงเหลือเพียงปรางค์องค์กลางเท่านั้นที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ส่วนปรางค์ทางทิศเหนือและวิหารทิศใต้เหลือเพียงฐาน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติจากกรมศิลปากร และมีการสำรวจขุดพบโบราณวัตถุโบราณจำนวนมาก

ปราสาทสด๊กก๊อกธม

sak02

เป็นโบราณสถานที่ใหญ่และสำคัญของจังหวัดสระแก้ว สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15 เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพและใช้ประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อถือในลัทธิศาสนาฮินดู โบราณสถานประกอบด้วยองค์ปราสาท 3 หลัง ได้มีการค้นพบศิลาจารึก 2 หลัก จารึกด้วยอักษรขอมโบราณเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอก ถึงอายุการสร้างปราสาทสด๊กก๊อกธม

ละลุ

sak07

"ละลุ" เป็นภาษาเขมร แปลว่า "ทะลุ" อันปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะ ยุบตัวหรือพังทลายของดิน เนื่องจากสภาพดินแข็งจะคงอยู่ไม่ยุบตัวเมื่อถูกลมกัดกร่อนจึงมีลักษณะเป็นรูปต่างๆ มองคล้ายกำแพงเมือง หน้าผา บ้างมีลักษณะเป็นแท่งๆ พื้นที่กว้างกว่า 2,000 ไร่ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของจังหวัดสระแก้ว

สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด

sak19

เป็นแหล่งผลิตน้ำนมใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีระบบการจัดการที่ดีจนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2540

ปราสาทเมืองไผ่
เป็นเจดีย์สมัยทวาราวดีเจดีย์โบราณ สร้างด้วยอิฐก่อทับกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุขยื่นออกมา 4 มุม แกะสลักลวดลายดอกไม้ ลายเครือวัลย์ และรูปคน เสมาธรรมจักรทำด้วยศิลาเขียว

พระสยามเทวาธิราชจำลอง

sak01

เป็นรูปจำลองพระสยามเทวาธิราช สร้างโดยพระอุทัยธรรมธารี เจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟ ต่อมาราษฎรได้ร่วมกันสร้างบุษบกเป็นที่ประทับ ปัจจุบันพระสยามเทวาธิราชเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาว อ.อรัญประเทศและชาวจังหวัดใกล้เคียง

วัดอนุบรรพต (เขาน้อย)

sak13

ภายในวัดมีพระอุโบสถที่สวยงาม ลักษณะแปลกกว่าอุโบสถทั่วไป คือ สร้างเป็นฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หลังคาทรงไทยยอดแหลมสูงประดับตกแต่งแบบศิลปกรรมไทย และภายในอุโบสถประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองเนื้อทองเหลือง

ถ้ำน้ำ

sak03

เป็นถ้ำที่มีน้ำไหลออกมาทั้งปี ภายในเป็นหินงอกหินย้อยสวยงาม บางบริเวณมีลักษณะคล้ายม่านและยังมีน้ำตกเล็กๆ อยู่ภายในถ้ำอีกด้วย

ทะเลคลองหาด
เป็นอ่างเก็บน้ำชลประทานขนาดใหญ่ พื้นที่ 250 ไร่ ทัศนียภาพสวยงาม มองเห็นวิวเขาและสายน้ำ บรรยากาศสบาย เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

อุทยานแห่งชาติตาพระยา
ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบโอบล้อมด้วยขุนเขา เทือกเขาสำคัญของอุทยานฯ คือ เทือกเขาบรรทัดที่ทอดยาวไปทางทิศตะวันออก เป็นกำแพงธรรมชาติกั้นเขตแดนระหว่างไทยกับเขมร บริเวณไหล่เขาเป็นพื้นราบมีพรรณไม้ขึ้นอย่างหนาแน่น สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง เป็นแหล่งต้นกำเนิดของลำห้วยหลายสาย มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ปราสาทเขาโล้น

sak06

เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนยอดเขาโล้นในบริเวณวัดปราสาทเขาโล้น ซึ่งเป็นยอดเขาเตี้ยๆ มีปรางค์ 4 หลัง เหลืออยู่เฉพาะหลังกลาง ที่กรอบประตูหินทรายมีจารึกอักษรโบราณ

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์

ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด 

เว็บไซต์วิกิพีเดีย 

จังหวัดสระแก้ว - วิกิพีเดีย

สภาพทางภูมิศาสตร์ 

การปกครอง 

ประชากรและสภาพทางสังคม

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

เว็บไซต์จังหวัดสระแก้ว

http://www.sakaeo.go.th/websakaeo/hart.php 

www.sakaeo.go.th/websakaeo/sakaeo.pdf 

ข้อมูลทั่วไปจ.สระแก้ว - Mahidol Cultural Mapping Project

การเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ข้อมูลแรงงาน (สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย

ประวัติศาสตร์

ประเพณีและวัฒนธรรม

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

เว็บไซต์บ้านจอมยุทธ

จังหวัดสระแก้ว

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ตราสัญลักษณ์

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง

ไฟล์:Seal Sakaeo.png - วิกิพีเดีย

มะขามป้อม

baanmaha.com 

gotoknow.org 

ดอกแก้ว

oknation.net 

แผนที่อาณาเขต

::THAIENERGYDATA::  

สถานที่ท่องเที่ยว 

สถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดสระแก้ว - :: Photo and Travel Forum ::

ewt.prd.go.th

 

 

JoomSpirit