นครปฐม

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดนครปฐม

1-25

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนครปฐม

รูปพระปฐมเจดีย์ ประดับด้วยเครื่องหมายเลข 4 ไทยในพระมหาพิชัยมงกุฎ ตรานี้เป็นตราเดิม ในธงประจำกองลูกเสือมณฑลนครชัยศรี

คำขวัญประจำจังหวัด

ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน

สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า สวยงามตาแม่น้ำท่าจีน  

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

2-23 21-1 3-23
รูปที่ 2 ต้นจัน รูปที่ 3 ลูกจัน รูปที่ 4 ดอกแก้ว

 

จังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วยระยะทางเพียงประมาณ 56 กิโลเมตร เป็นเมืองแห่งปูชนียสถานเก่าแก่ที่สำคัญคือ "พระปฐมเจดีย์" ซึ่งนับเป็นร่องรอยแห่งแรกของการเผยแพร่อารยธรรมพุทธศาสนาเข้าในประเทศไทย ทั้งยังเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์มากมายไปด้วยผลไม้ และอาหารขึ้นชื่อนานาชนิด

นครปฐม เป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย เชื่อมต่อกับสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการตั้งถิ่นฐาน

ทางพระพุทธศาสนาเป็นแห่งแรกในสมัยทวารวดีประมาณพุทธศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมาจากหลักฐานทางโบราณคดี ทำให้ทราบว่ามีกลุ่มชนเข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้มา

ตั้งแต่ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายยุคโลหะ ภายหลังสังคมเกษตรกรรม อายุประมาณ 2,000 ปี มาแล้ว ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นชุมชนสมัยประวัติศาสตร์ในสมัยทวารวดี และได้พัฒนาการตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องกันจนถึงปัจจุบัน

เมืองโบราณในสมัยทวารวดี จะมีความสัมพันธ์กับแนวชายฝั่งทะเลเดิมของอ่าวไทย มีความสูง 3 - 5 เมตร เมืองโบราณเหล่านี้ตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่สูงกว่าแนวชายฝั่งขึ้นไป แนวชายฝั่งดังกล่าวเป็นอ่าวลึกเว้าเข้าไปในแผ่นดิน ด้านเหนือจรดลพบุรี และสิงห์บุรี ด้านตะวันออกจรดนครนายก พนมสาคาม พนัสนิคม และชลบุรี ด้านตะวันตกจรดสุพรรณบุรี อู่ทอง กำแพงแสน และนครชัยศร (เมืองพระประโทน)

อำเภอกำแพงแสน เป็นดินแดนที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาแต่สมัยโบราณ เป็นเมืองสมัยทวารวดี ร่วมสมัยกับเมืองโบราณสมัยทวารวดีแห่งอื่น ๆ เช่น เมืองโบราณนครปฐม เมืองอู่ทอง (สุพรรณบุรี) และเมืองคูบัว (ราชบุรี) นอกจากนี้ยังเป็นดินแดนที่ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์เคยอยู่อาศัยมาก่อน

ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ จะกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ที่มีแหล่งน้ำอันเป็นปัจจัยสำคัญ ต่อมาได้พัฒนาเป็นชุมชนเมือง ชุมชนสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น ในช่วงเริ่มแรกในจังหวัดนครปฐม จะมีการดัดแปลงพื้นที่ โดยการขุดเป็นร่องน้ำล้อมรอบ และกันด้วยคันดินทั้งสี่ด้าน

เมืองเก่ากำแพงเป็นเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยมมุมมน ยังปรากฏร่องรอยคันดินและคู่น้ำล้อมอยู่ในเขตตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน มีขนาดกว้างประมาณ 750 เมตร ยาวประมาณ 1,000 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ประตูเมืองยังคงเห็นได้ชัดเจนทั้งสี่ประตู คือ ประตูด้านทิศเหนือเรียกว่า ประตูท่านางสรง ประตูด้านทิศตะวันออกเรียกกันว่า ประตูท่าพระ ประตูด้านทิศใต้เรียกกันว่า ประตูท่าช้าง ประตูด้านทิศตะวันตกเรียกกันว่า ประตูท่าตลาด

ภายในตัวเมืองอยู่เกือบกลางเมืองอีกสองแห่ง ภายนอกเมืองทางด้านทิศตะวันออกมีคลองรางพิกุล ที่มุมเมืองด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีช่องมาในเมืองเรียกว่า ช่องปากเมือง หรือปากกลาง พบเศษอิฐจมอยู่ทางด้านใต้ของเมือง พบซากเจดีย์ที่ขุดแล้วหลายองค์ นอกบริเวณเมืองพบพระพุทธรูปปูนปั้นรูปสิงโต และซากเจดีย์สมัยทวารวดีอีกหลายองค์ มีลักษณะของฐานแบบเดียวกับที่เมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี หลักฐานทางโบราณคดีที่พบได้แก่ หินบตยา ทำด้วยหินทรายสีแดง ซึ่งพบเป็นครั้งแรก (ส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวหรือสีดำเท่านั้น) นอกจากนี้ยังพบจารึกบนฐานธรรมจักรศิลา อักษรปัลลวะ ภาษาบาลี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 3

ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11 - 12 อาณาจักรทวารวดี รุ่งเรืองสูงสุดในภาคกลางของประเทศไทย จากนั้นก็เข้าสู่ยุดเสื่อม ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ที่สำคัญก็คือ อาณาจักรขอม เริ่มมีอำนาจและแพร่ขยายอิทธิพลมายังภาคกลาง และเข้าทดแทนอาณาจักรมอญ หรือทวารวดี ในระยะต่อมา มีศิลปะวัตถุและโบราณสถานของขอมปรากฏอยู่ เช่น ลวปะ (ลพบุรี) ชยปุระ (ราชบุรี) วัชระปุระ (เพชรบุรี) สุวรรณปุระ (สุพรรณบุรี) ศรีชยสิงห์ปุระ (ปราสาทเมืองสิงห์ กาญจนบุรี) เมืองเหล่านี้อยู่ล้อมรอบนครปฐม ดังนั้น อิทธิพลสมัยละบุรี จึงมีอยู่ที่เมืองนครปฐมด้วยได้แก่ พระปฐมเจดีย์องค์เดิม ซึ่งสันนิษฐานว่า ยอดเดิมคงหักพังเสียหาย เมื่อขอมเข้ามามีอำนาจได้สร้างยอดปรางค์ขึ้นแทนส่วนที่ชำรุดหายไป จึงหลายเป็นเจดีย์ยอดปรางค์ ดังจะเห็นได้จากพระประโทนเจดีย์ ส่วนที่วัดประชานาท (โคกแขก) สันนิษฐานว่า คงได้รับอิทธิพลต่อมาภายหลัง

ในปลายรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจ และหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.1762 บรรดาเมืองขึ้น และเมืองที่อยู่ในอิทธิพลของขอม ต่างก็แยกตัวเป็นอิสระ และสร้างศูนย์อำนาจแห่งใหม่ขึ้นแทนศูนย์อำนาจของขอม

ในปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ได้มีการประกาศตั้งอาณาจักรสุโขทัย แม้ชื่อนครปฐมจะไม่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึก เนื่องจากชื่อนครปฐมเพิ่งตั้งขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ดินแดนนครปฐมก็ตกอยู่ในอำนาจการปกครองของกรุงสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงด้วย

จากศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 2 ได้กล่าวถึง พระเถระผู้เป็นหลานพ่อขุนผาเมืองชื่อ พระศรีศรัทธาราชจุฬามณี ได้จารึกแสวงบุญไปยังลังกาทวีป เมื่อปี พ.ศ.1873 หลังจากนั้นท่านได้ประกอบมหากุศลมากมาย ที่สำคัญคือ การปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุเจดีย์ที่เรียกตามขอมว่า พระธม ซึ่งหมายถึง สถูปพระบรมธาตุขนาดมหึมา โดยที่พระมหาเจดีย์องค์นี้ปรักหักพังอยู่กลางป่า ณ เมืองเก่า ที่พระศรีศรัทธา ฯ เรียกว่า นครพระกฤษณ์ ซึ่งมีผู้ให้ความเห็นว่าคือ เมืองนครปฐมโบราณ ในครั้งได้บูรณะพระบรมธาตุจากองค์เดิมสูง 95 วา เพิ่มเป็น 102 วา

นับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง (พ.ศ.1893 - 1912) จนถึงสมัยพระยอดฟ้า (พ.ศ.2089 - 2091) เป็นเวลาประมาณ 200 ปี เมืองนครปฐมยังคงสภาพเหมือนสมัยสุโขทัยคือ ไม่มีฐานะเป็นเมือง จนถึงรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ (พ.ศ.2090 - 2111) จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้งเมืองใหม่ขึ้นสามเมือง หนึ่งในสามเมืองนั้นคือ เมืองนครชัยศรี ตามชื่อเมืองโบราณ

เมืองนครชัยศรีที่สร้างใหม่นี้ เป็นเมืองขนาดเล็ก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ในเขตตำบลท่านา อำเภอนครชัยศรี อยู่ห่างจากเมืองเดิมประมาณ 10 กิโลเมตร มีแม่น้ำนครชัยศรี หรือแม่น้ำท่าจีนไหลผ่าน มีฐานะเป็นเมืองจัตวา เป็นเมืองในเขตปกครองชั้นใน หรือเมืองในวงราชธานี ผู้รั้งเมืองมีราชทินนามว่า ออกพระสุนทรบุรีศรีพิไชยสงคราม

เมืองนครชัยศรีสมัยอยุธยาไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่าตั้งอยู่ที่ใด เพราะเป็นเมืองขนาดเล็ก ไม่มีคูน้ำคันดิน หรือกำแพงเมือง เชื่อกันว่าที่ตั้งตัวเมืองน่าจะอยู่ที่บ้านปากน้ำ มีคลองบางแก้วไหลมาบรรจบแม่น้ำนครชัยศรี และวัดกลางบางแก้วน่าจะเป็นวัดประจำเมืองนครชัยศรีในสมัยอยุธยา เพราะมีการพบใบเสมาหินชนวนสีดำปักอยู่รอบอุโบสถ ลักษณะเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนกลางที่วัดนี้

ในสมัยกรุงธนบุรีเรียกเจ้าเมืองว่า พระยานครชัยศรี แสดงว่ามีความสำคัญมากขึ้น ในสมัยกรุงธนบุรีเส้นทางเดินทัพของพม่าทางด้านทิศตะวันตก จะผ่านเมืองนครชัยศรีก่อนจะเข้ากรุงธนบุรี กองทัพพม่าได้ยกเข้ามาทางเส้นทางนี้สองครั้ง (พ.ศ.2310 - 2317) สมเด็จพระเจ้าตากสิน ฯ ทรงยกทัพจากกรุงธนบุรี ไปรับศึกสองครั้งโดยได้เสด็จไปทางเรือตามคลองด่าน หรือคลองมหาชัย ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมระหว่างคลองบางกอกใหญ่ กับแม่น้ำท่าจีน เมืองสมุทรสาคร

ตั้งแต่ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงบสุข และได้เริ่มติดต่อกับชาติตะวันตก สินค้าที่ส่งออกมีมูลค่าสูงสุดคือ น้ำตาลทราย ซึ่งมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำท่าจีน แขวงเมืองนครชัยศรี ระหว่างปี พ.ศ.2353 - 2391 ทำให้ชุมชนในย่านนี้ขยายใหญ่โต มีชาวจีนอพยพเข้ามาอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีชาวลาวและชาวเขมร

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งยังทรงผนวชอยู่ ได้เสด็จธุดงค์ไปพบพระปฐมเจดีย์ ทรงเห็นว่าเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และประเทศใกล้เคียง เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์ โดยให้ช่างทหารทำแบบเจดีย์ขึ้นใหม่แบบลังกา มีรูปทรงกลม ไม่มีฐานทักษิณ สูง 17 วา 2 ศอก ครอบเจดีย์องค์เดิม มีการก่อเตาเผาอิฐ และรับซื้อิฐจากชาวบ้านที่ไปรื้อจากซากวัดร้างมาขาย

ต่อมา เมื่อปี พ.ศ.2403 ได้เกิดเหตุการณ์เจดีย์ที่สร้างสวมทับองค์เดิมได้พังทลายลงมา หลังจากเกิดฝนตกใหญ่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงให้ดำเนินการก่อสร้างใหม่ มีการแก้ปัญหาการพังทลายขององค์เจดีย์ด้วยการใช้ไม้ซุงทั้งต้นปักเรียงกัน แล้วมัดด้วยโซ่ขนาดใหญ่เป็นเปลาะ ๆ เสร็จแล้วจึงก่ออิฐถือปูนหุ้มข้างนอก และเปลี่ยนแปลงรูปเจดีย์ให้มีฐานกว้างขึ้น ส่วนสูงเพิ่มจากเดิม และมีการสร้างวิหารสี่ทิศ และเชื่อมต่อกันด้วยระเบียงกลมล้อมรอบองค์พระเจดีย์ จากระเบียงออกมาเป็นลาน มีการสร้างหอระฆังไว้เป็นระยะรวม 24 หอ มีการจำลองรูปพระเจดีย์องค์เดิม จำลองพระเจดีย์วัดมหาธาตุ นครศรีธรรมราช สร้างภูเขาจำลอง มีหอกลองกับหอระฆัง และมีการปลูกต้นไม้ในพระพุทธศาสนา

งานก่อสร้างบูรณะพระปฐมเจดีย์สำเร็จลุล่วง ในตอนต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการประกอบพิธียกยอดพระปฐมเจดีย์ เมื่อปี พ.ศ.2413 ยอดพระเจดีย์หล่อด้วยทองเหลือง เป็นรูปยอดนภดล แบบยอดพระปรางค์องค์เดิม ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในตอนปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระเบื้องประดับองค์พระปฐมเจดีย์หลุดล่อนเสียหายเป็นอันมาก จึงโปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนกระเบื้องใหม่ทั้งองค์ โดยใช้นักโทษจากเรือนจำมณฑลนครชัยศรี มาทำวันละ 30 - 40 คน

ในรัชสมัยพระบทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมอบหมายให้มีการซ่อมแซมพระวิหารหลวง และตกแต่งเพิ่มเติมให้สวยงาม และโปรดเกล้า ฯ ให้เขียนภาพพระปฐมเจดีย์ไว้ที่ผนังด้านในพระวิหารหลวง แสดงให้เห็นลักษณะรูปทรงพระเจดีย์ครั้งสมัยเริ่มสร้างจนถึงปัจจุบัน และยังมีภาพวาดประกอบอื่น ๆ ประกอบอีกด้วย นอกจากนี้ยังทรงให้ขยายบันไดด้านทิศเหนือให้กว้างขึ้น และให้สร้างพญานาคเลื้อยลงมาแผ่แม่เบี้ยเชิงบรรไดอย่างงดงาม โปรดเกล้า ฯ ให้หล่อพระพุทธรูปเก่าจากเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งเลือแต่พระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท ให้เป็นองค์สมบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ และถวายพระนามว่า พระร่วงโรจนฤทธิ์ ฯ อัฐเชิญมาประดิษฐานที่วิหารทิศเหนือ เมื่อปี พ.ศ.2457

นอกจากนั้นพระองค์ยังได้พระราชทานชื่อถนนทั้งสี่ด้าน นอกบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์คือ ด้านตะวันออกชื่อถนนหน้าพระ ด้านทิศเหนือชื่อถนนซ้ายพระ ด้านทิศใต้ชื่อถนนขวาพระ และด้านทิศตะวันตกชื่อถนนหลังพระ และได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างสะพานข้ามคลองเจดีย์บูชา พระราชทานนามว่า สะพานเจริญศรัทธา และตัดถนนจากหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ตรงไปผ่านหน้าวัดพระประโทน พระราชทานชื่อถนนว่า ถนนเทศา

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระราชวังนครปฐม หรือปฐมนคร อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ติดกับบริเวณพระปฐมเจดีย์ สำหรับเป็นที่ประทับเวลาเสด็จนมัสการพระปฐมเจดีย์ พระราชวังแห่งนี้ถูกทิ้งร้างไป เมื่อสิ้นรัชกาลของพระองค์ ปัจจุบันได้ถูกรื้อออกไปทำเป็นที่ทำการเทศบาลนครปฐม

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองนครชัยศรีซึ่งเคยอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ต่อมาได้มาขึ้นกับกรมท่าด้วย เพื่อสะดวกในการบูรณะพระปฐมและได้มีการเกณฑ์พวกเลข (สักเลข) มาทำการบูรณะ

ต่อมาได้มีการรวมเมืองนครชัยศรี สุพรรณบุรี และเมืองสมุทรสาคร ตั้งเป็นมณฑลเทศาภิบาล เมื่อปี พ.ศ.2438 มีที่ทำการมณฑลอยู่ที่เมืองนครชัยศรี โดยที่เมืองนครชัยศรีแบ่งออกเป็นห้าอำเภอคือ อำเภอเมือง ฯ อำเภอพระปฐมเจดีย์ อำเภอตลาดใหม่ อำเภอบางปลา และอำเภอกำแพงแสน
ในปี พ.ศ.2441 ได้ย้ายที่ทำการมณฑลนครชัยศรี จากตำบลท่านาริมแม่น้ำนครชัยศรี มายังอำเภอพระปฐมเจดีย์ ซึ่งเป็นอำเภอเมือง ฯ ในปัจจุบัน โดยทำการซ่อมแซมพระราชวังปฐมนคร แล้วใช้เป็นที่ตั้งมณฑล

เมื่อปีพ.ศ.2450 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริที่สร้างที่ประทับที่เมืองนครปฐม บริเวณสระน้ำจันทร์ ซึ่งเป็นสระน้ำโบราณอยู่ใกล้กับเนินปราสาท ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ไปทางทิศตะวันตกประมาณสองกิโลเมตร พระราชทานชื่อว่า พระราชวันสนามจันทร์ ประกอบด้วยพระที่นั่งห้าหลัง และพระตำหนักต่าง ๆ สี่หลัง มีศาลาธรรม และเทวาลัยพระคเณศร์ รูปแบบการสร้างมีทั้งแบบศิลปกรรมไทย ศิลปกรรมยุโรป และศิลปกรรมประยุกต์ มีพระที่นั่งต่าง ๆ ดังนี้คือ พระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งอภิรมฤดี พระที่นั่งวัชรีรมยา พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ พระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระตำหนักมารีราชบัลลังก์ พระตำหนักทับแก้ว และพระตำหนักทับขวัญ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาประทับพระราชวังสนามจันทร์อยู่เสมอ นอกจากจะเป็นที่แปรพระราชฐานแล้ว ยังใช้เป็นที่ว่าราชการ เลี้ยงรับรองพระราชอาคันตุกะอย่างเป็นทางการ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และยังมีพระราชประสงค์ให้เป็นค่ายหลวงในกิจกรรมเสือป่า เช่น ซ้อมรบ หรือประลองยุทธ ที่เริ่มทำครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2454 ที่เมืองนครปฐม

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงยกพระราชวังสนามจันทร์ให้กับมณฑลนครชัยศรี เมื่อปี พ.ศ.2469 ให้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดสนครปฐม

ที่มา : หอมรดกไทย

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

4-22 6-22-1
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดนครปฐม รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดนครปฐม

 

ที่ตั้ง
จังหวัดนครปฐมเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางด้านตะวันตก ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแเม่น้ำท่าจีนซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลาง โดยอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ ๑๓ องศา ๔๕ ลิปดา ๑๐ ฟิลิปดา เส้นแวงที่ ๑๐๐ องศา ๔ ลิปดา ๒๘ ฟิลิปดา มีพื้นที่๒,๑๖๘.๓๒๗ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑,๓๕๕,๒๐๔ ไร่ เท่ากับ ร้อยละ ๐.๔๒ ของประเทศ และมีพื้นที่เป็นอันดับที่ ๖๒ ของประเทศ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปตามเส้นทางถนนเพชรเกษม ๕๖ กิโลเมตร หรือตามเส้นทางถนนบรมราชชนนี (ถนนปิ่นเกล้า -นครชัยศรี) ๕๑ กิโลเมตร และตามเส้นทางรถไฟ ๖๒ กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอกระทุ่มแบน อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอไทรน้อย อำเภอบางใหญ่ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เขตทวีวัฒนา เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และอำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี


การคมนาคม
นครปฐมอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางถนนเพชรเกษม 56 กิโลเมตร ถนนปิ่นเกล้า - นครชัยศรี ทางรถไฟ 58 กิโลเมตร ส่วนการคมนาคมภายในจังหวัดมีถนนลาดยางติดต่อกันได้ทุกอำเภอและตำบล การคมนาคมทางน้ำในแม่น้ำนครชัยศรีเดิมมีความสำคัญมาก ปัจจุบันลดบทบาทลงมาก เพราะมีถนนรถยนต์มากขึ้น แต่แม่น้ำยังมีสภาพที่จะใช้เป็นเส้นทางขนส่งขนาดใหญ่ได้ถ้ามีความจำเป็น แต่อาจจะไม่สะดวกนัก เพราะมีการสร้างสะพานมากถึง 9 สะพาน

การปกครองส่วนภูมิภาค แบ่งออกเป็น 7 อำเภอ ประกอบด้วย 106 ตำบล และ  930 หมู่บ้าน

5-22
  1. อำเภอเมืองนครปฐม
  2. อำเภอกำแพงแสน
  3. อำเภอนครชัยศรี
  4. อำเภอดอนตูม
  5. อำเภอบางเลน
  6. อำเภอสามพราน
  7. อำเภอพุทธมณฑล
รูปที่ 7 อำเภอในจังหวัดนครปฐม

 

ผู้บริหารจังหวัด

ผู้ว่าราชการจังหวัด นายนิมิต จันทน์วิมล
รองผู้ว่าราชการจังหวัด

นายอภินันท์ จันทรังษี
นางวารุณี พงษ์ศิวาภัย

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นางสันวณี สุวรรณจูฑะ

 

ข้อมูลพื้นฐานทางด้านการปกครอง

1. การบริหารส่วนภูมิภาค :  แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 106 ตำบล และ 903 หมู่บ้าน ดังนี้

อำเภอ ปีที่ตั้ง พื้นที่ (ตารางเมตร) ตำบล (แห่ง) หมู่บ้าน (แห่ง)
รวม ร้อยละ
1.เมืองนครปฐม 2439 417.44 19.3 25 213
2.สามพราน 2439 249.347 11.5 16 137
3.กำแพงแสน 2449 405.019 18.7 15 204
4.นครชัญศรี 2452 284.031 13.1 24 107
5.บางเลน 2439 588.836 27.1 15 179
6.ดอนตูม 2508 171.354 7.9 8 69
7.พุทธมณฑล 2539 52.3 2.4 3 18
รวม  2,168.33 100 106 930

 

2. การบริหารราชการท้องถิ่น : แบ่งการปกครองออกเป็น

2.1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
2.2 เทศบาลจำนวน 19 แห่ง (เทศบาลนคร 1 แห่ง, เทศบาลเมือง 3 แห่ง, เทศบาลตำบล 15 แห่ง) ประกอบด้วย

ที่ อำเภอ  จำนวนเทศบาล (แห่ง) รายชื่อเทศบาล
1 เมืองนครปฐม 4 เทศบาลนครนครปฐม เทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ เทศบาลตำบลธรรมศาลา
เทศบาลตำบลดอนยายหอม
2 สามพราน 5 เทศบาลเมืองสามพราน เทศบาลเมืองไร่ขิง เทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม
เทศบาลตำบลบางกระทึก เทศบาลตำบลอ้อมใหญ่
3 กำแพงแสน  เทศบาลตำบลกำแพงแสน 
4 นครชัยศรี 2 เทศบาลตำบลนครชัยศรี เทศบาลตำบลห้วยพลู
5 บางเลน 4 เทศบาลตำบลบางเลน เทศบาลตำบลลำพญา เทศบาลตำบลรางกระทุ่ม
เทศบาลตำบลบางหลวง
6 ดอนตูม  1 เทศบาลตำบลสามง่าม 
7 พุทธมณฑล 2 เทศบาลตำบลศาลายา เทศบาลตำบลคลองโยง

 

ที่ อำเภอ จำนวน อบต. (แห่ง) รายชื่อองค์การบริหารส่วนตำบล
1 เมืองนครปฐม 24 ถนนขาด ดอนยายหอม ลำพยา สระกะเทียม สนามจันทร์ ธรรมศาลา ห้วยจรเข้
พระประโทน วังเย็น  สาวนป่าน  หนองดินแดง ทุ่งน้อย วังตะกู บ่อพลับสามความเผือก หนองปากโลง บางแขม  ตาก้อง มาบแค บ้านยาง โพรงมะเดื่อหนองงูเหลือม ทัพหลวง บ้านใหม่
2 สามพราน 12 คลองใหม่ หอมเกร็ด ยายชา ท่าข้าม ท่าตลาด บางช้าง ทรงคนอง คลองจินดา
บางเตย สามพราน ตลาดจินดา บ้านใหม่
3 กำแพงแสน  15 ทุ่งลูกนก ทุ่งกระพังโหม หระตีบ รางพิกุล ทุ่งขวาง ทุ่งบ้ว ห้วยม่วง ห้วยหมอนทองสระพัฒนา วังน้ำเขียว ดอนข่อย ห้วยขวาง สระสี่มุม หนองกระทุ่ม กำแพงแสน 
4 นครชัยศรี 23 นครชัยศรี บุนแก้ว ศีรษะทอง บางแก้ว พะเนียด ดอนแฝด บางระกำ โคกพระเจดีย์ท่าพระยา ท่าตำหนัก ลานตากฟ้า วัดละมุด สัมปทวน แหลมบัว วัดแค งิ้วรายห้วยพลู บางพระ ไทยาวาส วัดสำโรง ท่ากระชับ บางแก้วฟ้า ศรีมหาโพธิ์
5 บางเลน 15 บางไทรป่า ไผ่หูช้าง บัวปากท่า ดอนตูม บางเลน นราภิรมย์ ไทรงาม บางภาษี
หินมูล บางระกำ บางปลา บางหลวง ลำพญา นิลเพชร คลองนกกระทุง
6 ดอนตูม  6 บ้านหลวง ห้วยพระ ดอนพุทรา ลำเหย ดอนรวก ห้วยด้วน
7 พุทธมณฑล 2 ศาลายา มหาสวัสดิ์

 

ข้อมูล เขตเลืิอกตั้ง จำนวน ผู้มีสิทธิ/หน่วยเลือกตั้ง สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดนครปฐม การเลือกตั้งทั่วไป ปี 2554

เขตเลือกตั้งที่ 1 ท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งประกอบด้วย อำเภอเมืองนครปฐม (บางส่วน)
(เฉพาะเทศบาลนครนครปฐม ตำบลนครปฐม ตำบลลำพยา ตำบลบ่อพลับ ตำบลหนองปากโลง ตำบลสนามจันทร์ ตำบลพระประโทน ตำบลห้วยจรเข้ ตำบลโพรงมะเดื่อ ตำบลหนองดินแดง ตำบลสวนป่าน ตำบลสระกะเทียม และตำบลวังตะกู)

อำเภอ เทศบาล/ตำบล จำนวนราษฎร จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนหน่วยเลือกตั้ง อาคาร ประรำ
เมืองนครปฐม
206 หน่วย
เทศบาลนครปฐม 81,204 58,789 97 35 62
เทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ 10,466 8,012 12 6 6
ตำบลโพรงมะเดื่อ (นอกเขตเทศบาลฯ) 9,178 6,886 12 10 2
ตำบลหนองดินแดง (นอกเขตเทศบาลฯ) 4,905 3,737 6 3 3
ตำพบสนามจันทร์ (นอกเขตเทศบาลฯ) 4,140 3,135 5 - 5
ตำบลลำพยา (นอกเขตเทศบาลฯ) 7,431 5,638 9 3 6
ตำบลหนองปากโลง (นอกเขตเทศบาลฯ) 8,017 6,071 11 7 4
ตำบลนครปฐม (นอกเขตเทศบาลฯ) 11,880 8,440 12 7 5
ตำบลบ่อพลับ (นอกเขตเทศบาลฯ) 8,642 6,660 11 4 7
ตำบลพระประโทน (นอกเขตเทศบาลฯ) 3,478 2,701 4 2 2
ตำบลห้วยจรเข้ (นอกเขตเทศบาลฯ) 4,600 3,450 5 2 3
ตำบลสระกะเทียม 7,127 5,550 9 3 6
ตำบลสวนป่าน 3,398 2,630 5 3 1
ตำบลวังตะกู 5,828 4,551 8 3 5
        รวม เขตเลือกตั้งที่ 1 170,294 126,250 206 88 118

 

เขตเลือกตั้งที่ 2 ท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งประกอบด้วย อำเภอเมืองนครปฐม (บางส่วน)
(เฉพาะตำบลบ้านยาง ตำบลทัพหลวง ตำบลหนองงูเหลือม ตำบลตาก้อง และตำบลมาบแค) และอำเภอกำแพงแสน (ทั้งอำเภอ)

อำเภอ เทศบาล/ตำบล จำนวนราษฎร จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนหน่วยเลือกตั้ง อาคาร ประรำ
เมืองนครปฐม
51 หน่วย
ตำบลบ้านยาง 8,706 6,584 10 8 2
ตำบลทัพหลวง 10,063 7,704 11 5 6
ตำบลหนองงูเหลือม 9,952 7,640 13 7 6
ตำบลตาก้อง 6,392 4,843 7 4 3
ตำบลมาบแค 8,073 6,197 10 8 2
กำแพงแสน
176 หน่วย
เทศบาลตำบลกำแพงแสน 6,817 5,188 8 6 2
ตำบลกำแพงแสน (นอกเขตเทศบาลฯ) 9,895 8,853 14 12 2
ตำบลทุ่งกระพังโหม (นอกเขตเทศบาลฯ) 3,510 2,051 5 4 1
ตำบลกระตีบ 9,015 6,897 11 7 4
ตำบลวังน้ำเขียว 7,755 5,809 12 8 4
ตำบลรางพิกุล 6,030 4,440 7 5 2
ตำบลห้วยหมอนทอง 8,225 6,121 12 6 6
ตำบลห้วยม่วง 7,285 5,444 10 5 5
ตำบลห้วยขวาง 11,489 8,755 19 11 8
ตำบลหนองกระทุ่ม 5,590 4,163 8 6 2
ตำบลสระสี่มุม 9,637 7,121 11 8 3
ตำบลสระพัฒนา 6,851 5,303 12 7 5
ตำบลทุ่งลูกนก 12,793 9,365 22 12 10
ตำบลทุ่งบัว 5,101 3,709 6 3 3
ตำบลทุ่งขวาง 5,624 4,249 8 6 2
ตำบลดอนข่อย 7,220 5,428 11 6 5
รวม เขตเลือกตั้งที่ 2 166,023 125,862 227 144 83

 

เขตเลือกตั้งที่ 3 ท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งประกอบด้วย อำเภอบางเลน (ทั้งอำเภอ) อำเภอดอนตูม (ทั้งอำเภอ) และอำเภอพุทธมณฑล (ทั้งอำเภอ)

อำเภอ เทศบาล/ตำบล จำนวนราษฎร จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนหน่วยเลือกตั้ง อาคาร ประรำ
บางเลน 124 หน่วย เทศบาลตำบลบางเลน 7,938 5,980 10 6 4
เทศบาลตำบลบางหลวง 2,330 1,776 2 2 -
เทศบาลตำบลรางกระทุ่ม 2,360 1,877 2 1 1
เทศบาลตำบลลำพญา 2,001 1,622 2 2 -
ตำบลบางเลน (นอกเขตเทศบาลฯ) 5,526 3,925 6 3 3
ตำบลบางไทรป่า (นอกเขตเทศบาลฯ) 4,136 3,184 6 3 3
ตำบลบางหลวง (นอกเขตเทศบาลฯ) 7,331 5,555 10 5 5
ตำบลบางภาษี (นอกเขตเทศบาลฯ) 7,107 5,513 11 7 4
ตำบลลำพญา (นอกเขตเทศบาลฯ) 2,560 1,986 5 3 2
ตำบลบางระกำ 4,668 3,666 7 3 4
ตำบลบางปลา 6,998 5,329 10 6 4
ตำบลหินมูล 6,001 4,552 8 4 4
ตำบลไทรงาม 5,278 4,112 7 6 1
ตำบลดอนตูม 4,870 3,663 6 2 4
ตำบลคลองนกกระทุง 3,762 3,003 6 3 3
ตำบลนราภิรมย์ 4,875 3,838 7 6 1
ตำบลไผ่หูช้าง 4,260 3,202 6 4 2
ตำบลนิลเพชร 4,494 3,480 7 3 4
ตำบลบัวปากท่า 4,518 3,551 6 4 2
ดอนตูม 63 หน่วย เทศบาลตำบลสามง่าม 13,517 10,088 20 10 10
ตำบลห้วยพระ 7,325 5,337 9 7 2
ตำบลลำเหย 9,149 6,916 11 5 6
ตำบลดอนพุทรา 5,148 3,911 8 7 1
ตำบลบ้านหลวง 4,318 3,239 5 4 1
ตำบลดอนรวก 3,738 2,846 5 2 3
ตำบลห้วยด้วน 3,625 2,824 5 2 3
พุทธมณฑล 40 หน่วย เทศบาลตำบลศาลายา 12,251 9,859 13 8 5
เทศบาลตำบลคลองโยง 8,198 6,125 11 6 5
ตำบลศาลายา (นอกเขตเทศบาลฯ) 7,937 5,951 8 4 4
ตำบลมหาสวัสดิ์ 7,845 5,979 8 3 5
รวม เขตเลือกตั้งที่ 3 174,064 132,889 227 129 98

 

เขตเลือกตั้งที่ 4 ท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งประกอบด้วย อำเภอนครปฐม (บางส่วน)
(เฉพาะตำบลดอนยายหอม ตำบลถนนขาด ตำบลธรรมศาลา ตำบลบางแขม (นอกเขตเทศบาลนครนครปฐม)
ตำบลสามควายเผือก ตำบลวังเย็น และตำบลทุ่งน้อย) และอำเภอนครชัยศรี (ทั้งอำเภอ)

อำเภอ เทศบาล/ตำบล จำนวนราษฎร จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนหน่วยเลือกตั้ง อาคาร ประรำ
เมืองนครปฐม 70 หน่วย เทศบาลตำบลธรรมศาลา 7,374 5,619 10 5 5
เทศบาลตำบลดอนยายหอม 6,614 5,072 8 5 3
ตำบลธรรมศาลา (นอกเขตเทศบาลฯ) 5,546 4,357 7 3 4
ตำบลดอนยายหอม (นอกเขตเทศบาลฯ) 5,056 4,011 6 2 4
ตำบลถนนขาด 7,049 5,287 8 2 6
ตำบลสามควายเผือก 9,280 7,062 10 6 4
ตำบลทุ่งน้อย 5,370 4,124 7 2 5
ตำบลวังเย็น 3,137 2,351 4 3 1
ตำบลบางแขม (นอกเขตเทศบาลฯ) 8,732 6,622 10 3 7
นครชัยศรี 130 หน่วย เทศบาลตำบลนครชัยศรี 8,248 6,620 10 9 1
เทศบาลตำบลห้วยพลู 2,128 1,622 2 2 -
ตำบลนครชัยศรี (นอกเขตเทศบาลฯ) 3,085 2,261 4 4 -
ตำบลบางกระเบา (นอกเขตเทศบาลฯ) 1,054 834 1 1 -
ตำบลบางแก้ว (นอกเขตเทศบาลฯ) 3,219 2,454 4 2 2
ตำบลท่าตำหนัก (นอกเขตเทศบาลฯ) 5,580 4,282 5 - 5
ตำบลวัดแค (นอกเขตเทศบาลฯ) 1,972 1,525 2 2 -
ตำบลห้วยพลู (นอกเขตเทศบาลฯ) 2,418 1,882 4 2 2
ตำบลงิ้วราย 2,926 2,359 5 5 -
ตำบลขุนแก้ว 7,193 5,572 7 7 -
ตำบลดอนแฝก 2,905 2,275 4 3 1
ตำบลท่าพระยา 3,572 2,769 5 3 2
ตำบลสัมปทวน 3,925 3,073 5 3 2
ตำบลโคกพระเจดีย์ 4,595 3,551 6 2 4
ตำบลแหลมบัว 7,028 5,337 9 9 -
ตำบลลานตากฟ้า 7,464 5,650 8 4 4
ตำบลศรีษะทอง 7,164 5,460 8 6 2
ตำบลท่ากระชับ 3,894 3,022 5 5 -
ตำบลวัดสำโรง 1,810 1,437 2 2 -
ตำบลบางพระ 2,757 2,124 4 1 3
ตำบลพะเนียด 3,812 2,955 6 4 2
ตำยบไทยาวาส 2,930 2,352 4 3 1
ตำบลบางระกำ 4,772 3,638 5 2 3
ตำบลบางแก้วฟ้า 3,127 2,475 3 2 1
ตำบลวัดละมุด 5,355 4,133 7 5 2
ตำบลศรีมหาโพธิ์ 3,907 2,982 5 3 2
                   รวม เขตเลือกตั้งที่ 4 164,998 127,149 200 122 78

 

เขตเลือกตั้งที่ 5 ท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งประกอบด้วย อำเภอสามพราน (ทั้งอำเภอ)

อำเภอ เทศบาล/ตำบล จำนวนราษฎร จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนหน่วยเลือกตั้ง อาคาร ประรำ
สามพราน 206 หน่วย เทศบาลเมืองสามพราน 16,277 12,630 48 13 5
เทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม 20,556 15,469 21 5 16
เทศบาลเมืองไร่ขิง 25,162 17,871 22 9 13
เทศบาลตำบลอ้อมใหญ่ 22,501 16,575 23 7 16
เทศบาลตำบลบางกระทึก 10,270 7,900 12 6 6
ตำบลสามพราน (นอกเขตเทศบาลฯ) 4,646 3,393 7 4 3
ตำบลท่าตลาด (นอกเขตเทศบาลฯ) 10,647 7,970 12 4 8
ตำบลคลองใหม่ (นอกเขตเทศบาลฯ) 8,537 6,535 9 4 5
ตำบลยายชา (นอกเขตเทศบาลฯ) 7,074 5,414 8 2 6
ตำบลบ้านใหม่ (นอกเขตเทศบาลฯ) 4,197 3,245 4 2 2
ตำบลท่าข้าม 10,059 7,709 12 7 5
ตำบลหอมเกร็ด 8,245 6,252 9 7 2
ตำบลบางช้าง 7,733 6,077 11 5 6
ตำบลคลองจินดา 11,549 9,016 15 9 6
ตำบลตลาดจินดา 7,678 5,971 10 4 6
ตำบลทรงคนอง 5,522 4,300 7 1 6
ตำบลบางเตย 4,214 3,285 6 4 2
                                 รวม เขตเลือกตั้งที่ 5 184,867 139,612 206 93 113
                                                  รวม 860,246 651,764 1,066 576 490

 

ผลคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส.54 ( แยกเป็นเขตเลือกตั้ง) ของจังหวัดนครปฐม
เมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม 2554

เขตเลือกตั้งที่ 1

หมายเลข ชื่อผู้สมัคร พรรคการเมือง คะแนนที่ได้ หมายเหตุ
1 นายฐานุพงศ์ รังสิไตรพงศ์ เพื่อไทย 22,414
2 นายถนัด ตั้งธรรมนิยม ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 276
10 พ.ต.อ.วันชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประชาธิปัตย์ 26,437
18 น.ส.ช่วยบุญ จันทร์รักษา เพื่อฟ้าดิน 346
21 พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ชาติไทยพัฒนา 33,816  ได้รับเลือกตั้ง
36 น.ส.สุพัชฌา คงเจริญ พลังคนกีฬา 80
บัตรดี 83,369
บัตรเสีย 5,115
บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 9,494

 

เขตเลือกตั้งที่ 2

หมายเลข ชื่อผู้สมัคร พรรคการเมือง คะแนนที่ได้ หมายเหตุ
1 นายรัฐกร เจนกิจณรงค์ เพื่อไทย 49,127 ได้รับเลือกตั้ง
2 น.ส.นิษฐ์สิณี ตันติตารมย์ ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 454
10 พ.ต.อ.วีระยศ ชื่นกลิ่นธูปศิริ ประชาธิปัตย์ 34,874
18 น.ส.ปิยะนุช มหาปิยศิลป์ เพื่อฟ้าดิน 261
19 นางกาญจนา หุราหะนนท์ เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย 413
21 นายบรรณสิทธิ์ ภาณุศานต์ ชาติไทยพัฒนา 853
34 นายกอบกิตติ มุ่งดี ความหวังใหม่ 35
บัตรดี 86,017
บัตรเสีย 5,839
บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 6,132

 

เขตเลือกตั้งที่ 3

หมายเลข ชื่อผู้สมัคร พรรคการเมือง คะแนนที่ได้ หมายเหตุ
1 นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร เพื่อไทย 56,936 ได้รับเลือกตั้ง
2 นายดาว เพชรกันกิ่ม ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 622
10 น.ส.อุษา เปี่ยมคล้า ประชาธิปัตย์ 33,367
12 นายพล ศรีวงค์วรรณ รักษ์สันติ 992
18 นายทิวเมฆ นาวาบุญนิยม เพื่อฟ้าดิน 34
19 นายกัมพล ปิ่นแก้ว เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย 840
33 ร.ต.อ.สาโรช เบญจาสินสวัสดิ์ ประชาสันติ 79
บัตรดี 92,870
บัตรเสีย 5,894
บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 4,919

 

เขตเลือกตั้งที่ 4

หมายเลข ชื่อผู้สมัคร พรรคการเมือง คะแนนที่ได้ หมายเหตุ
1 นายอนุชา สะสมทรัพย์ เพื่อไทย 43,717 ได้รับเลือกตั้ง
2 นายสุเทพ เข้มแข็งปรีชานนท์ ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 9,618
10 นายระวัง เนตรโพธิ์แก้ว ประชาธิปัตย์ 31,455
18 น.ส.ปลูกขวัญ รักพงษ์อโศก เพื่อฟ้าดิน 86
19 นายประสิทธิ์ ปิ่นเกล้า เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย 610
34 นายสิทธิ์ศักดิ์ นิลสุวรรณ ความหวังใหม่ 286
บัตรดี 85,772
บัตรเสีย 6,228
บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 7,367

 

เขตเลือกตั้งที่ 5

หมายเลข ชื่อผู้สมัคร พรรคการเมือง คะแนนที่ได้ หมายเหตุ
1 นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ เพื่อไทย 48,544 ได้รับเลือกตั้ง
2 นายกนิษฐกันต์ ศรีสุวรรณภัทร ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 658
10 นายมารุต บุญมี ประชาธิปัตย์ 40,407
12 พล.ท.กสิพัธน์ สว่างสินธุ์ รักษ์สันติ 3,367
18 นางมุทิตา สุคันธนาค เพื่อฟ้าดิน 167
บัตรดี 93,143
บัตรเสีย 6,174
บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 6,583

 

ผลการรวมคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของจังหวัดนครปฐม

หมายเลขประจำพรรคการเมือง ชื่อพรรคการเมือง ได้คะแนน หมายเหตุ
1 พรรคเพื่อไทย 211,962
2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 4,076
3 พรรคประชาธิปไตยใหม่ 2,329
4 พรรคประชากรไทย 581
5 พรรครักประเทศไทย 26,256
6 พรรคพลังชน 280
7 พรรคประชาธรรม 156
8 พรรคดำรงไทย 118
9 พรรคพลังมวลชน 904
10 พรรคประชาธิปัตย์ 181,275
11 พรรคไทยพอเพียง 555
12 พรรครักษ์สันติ 7,814
13 พรรคไทยเป็นสุข 106
14 พรรคกิจสังคม 541
15 พรรคไทยเป็นไท 168
16 พรรคภูมิใจไทย 976
17 พรรคแทนคุณแผ่นดิน 103
18 พรรคเพื่อฟ้าดิน 254
19 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย 1,886
20 พรรคการเมืองใหม่ 393
21 พรรคชาติไทยพัฒนา 13,906
22 พรรคเสรีนิยม 279
23 พรรคชาติสามัคคี 116
24 พรรคบำรุงเมือง 86
25 พรรคกสิกรไทย 144
26 พรรคมาตุภูมิ 350
27 พรรคชีวิตที่ดีกว่า 78
28 พรรคพลังสังคมไทย 51
29 พรรคเพื่อประชาชนไทย 207
30 พรรคมหาชน 1,999
31 พรรคประชาชนชาวไทย 164
32 พรรครักแผ่นดิน 100
33 พรรคประชาสันติ 300
34 พรรคความหวังใหม่ 186
35 พรรคอาสามาตุภูมิ 66
36 พรรคพลังคนกีฬา 171
37 พรรคพลังชาวนาไทย 181
38 พรรคไทยสร้างสรรค์ 39
39 พรรคเพื่อนเกษตรไทย 214
40 พรรคมหารัฐพัฒนา 276
รวมคะแนนทั้งสิ้น 459,646

 

ผลคะแนนเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551-จังหวัดนครปฐม

ชื่อ-นามสกุล เมืองฯ สามพราน นครชัยศรี บางเลน กำแพงแสน ดอนตูม พุทธมณฑล นอกเขต/
นอกราชอาณาจักร
รวม
1. นายธนาวัติ เขียวรุ้งเพชร 19,878   7,335  5,432  3,638 7,032  3,285   1,188  517  48,305
2. นายสมชาติ พรรณพัฒน์   39,890  22,651  20,278  18,770  25,140  10,590  4,310  645  142,274
3. นายสถิตย์ ทวีนุช   4,476  1,299  680  558  989  410  223  142  8,777
4. นายอภิวิชญ์ จินต์จันทรวงศ์   3,410  1,883  694  612  900  295  287  179  8,260
5. นายจักรี วรณะรัตน์   1,763  3,793  671  517  962  336  396  250  8,688
6. นายสรรเสริญ หมายสวัสดิ์   5,367  1,687  3,324  585  1,616  720  236  66  13,601
7. พ.อ.อ.เจน สุทธะพินทุ   1,516  1,129  587  2,351  1,139  293  252  242  7,509
8. นางอนงค์นารถ อัครสิทธิศักดิ์   5,210  1,089  1,617 1,500   2,009  801  647  382  16,255

 

ประชากร

จังหวัดนครปฐมมีประชากรจำนวน 866,064 คน เป็นชาย 415,745 คน หญิง 450,319 คน

สภาพที่ตั้ง ภูมิอากาศ และแหล่งภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศเหมาะแก่การเพาะปลูกทำให้เหมาะเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร ประชาชนประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ ผลผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวอ้อย องุ่น ส้มโอ มะพร้าว ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน ชมพู่ มะม่วง กล้วยไม้ อาชีพเลี้ยงสัตว์ที่เลี้ยงกันมาก ได้แก่ สุกร เป็ด ไก่ ห่าน

อาชีพของชาวนครปฐมมีหลากหลายขึ้นอยู่กับเชื้อชาติของคนแต่ละกลุ่ม คือ คนไทยจะมีอาชีพทำนาและเป็นคนในพื้นที่ดั้งเดิม คนไทยเชื้อสายจีนจะทำสวนผักผลไม้ ค้าขาย เลี้ยงสัตว์ เช่น หมู ไก่ ตั้งร้านในตลาดชุมชน และเมืองใหญ่ประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรมคนไทยเชื้อสายลาวจะทำนา และทำไร่ปลูกพืชในที่ตอนแถบอำเภอกำแพงแสนและอำเภอดอนตูม

คนในบริเวณสองฝั่งแม่น้ำนครชัยศรีส่วนใหญ่มักจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ทั้งนี้เนื่องด้วยการอพยพเข้ามาในไทยของชาวจีนจากประเทศจีนสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์มักจะมาทางเรือ เส้นทางอ่าวไทย และเข้ามาตามลำแม่น้ำสำคัญ ๆ ได้แต่งงานกับคนไทยมีลูกและหลาน จนกระทั่งถึงทุกวันนนี้ คนไทยเชื้อสายจีนมักมีฐานะดี เพราะมีความสามารถในประกอบธุรกิจใหญ่น้อยเนื่องด้วยมีความขยันขันแข็งมีบทบาททางเศรษฐกิจของจังหวัดสูงกว่าคนไทยกลุ่มอื่น ๆ

คนไทยเชื้อสายต่าง ๆ นับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ยังสืบทอดประเพณีความเชื่อดั้งเดิมของตนเองอยู่ คนไทยเชื้อสายจีนจะมีประเพณีไหว้เจ้าบรรพบุรษ ก่อให้เกิดประเพณีตรุษจีน สารทจีน กินเจ ส่วนคนไทยเชื้อสายลาวโซ่งจะมีประเพณีใหว้แถนหรือเทวดา ไหว้ผีบรรพบุรุษ หรือเช่นผีเรือน ประเพณีใหว้ศาลประจำหมู่บ้าน และประเพณีทำขวัญ นอกจากนั้นจะมีประเพณีแต่งงาน และทำศพที่แรกต่างกันออกไปในแต่ละหมู่บ้าน และกลุ่มอีกด้วย ลาวครั่งจะมีประเพณีแห่ธงสงกรานต์ ชนทุกกลุ่มเข้าใจซึ่งกันและกัน มีความรักและสามัคคีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน จึงอยู่ร่วมกันด้วยปกติสุข

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดนครปฐม พ.ศ. 2544 - 2553

GROSS PROVINCIAL PRODUCT AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, NAKHON PATHOM PROVINCE: 2001 - 2010

สาขาการผลิต 2544 2545 2546 2547 2548 2549r 2550r 2551r 2552p 2553p1
-2001 -2002 -2003 -2004 -2005 (2006r) (2007r) (2008r) (2009p) (2010p1)
ภาคเกษตร 7,300 8,676 9,687 10,219 10,864 13,384 12,880 15,319 16,453 19,673
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 6,101 6,332 6,871 8,590 9,086 11,187 11,031 14,531 15,565 18,747
การประมง 1,199 2,344 2,816 1,629 1,779 2,198 1,849 788 888 926
ภาคนอกเกษตร 74,650 80,627 91,684 100,489 110,132 125,631 120,376 123,330 120,246 128,926
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 555 592 680 899 1,053 1,224 1,247 1,418 1,504 1,681
การผลิตอุตสาหกรรม 44,956 49,023 58,584 63,709 68,963 75,245 66,935 66,343 63,729 70,512
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 2,791 2,995 3,257 3,337 3,431 3,593 3,463 3,217 3,749 4,202
การก่อสร้าง 2,163 2,557 2,803 3,424 3,926 4,470 4,662 4,392 3,364 3,353
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 8,556 8,838 8,794 9,616 10,391 10,789 12,111 13,070 13,386 13,673
โรงแรมและภัตตาคาร 2,123 2,037 1,912 1,980 2,205 2,264 2,315 2,304 2,183 2,372
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 2,874 3,090 3,098 3,780 4,362 5,210 6,065 7,077 7,107 7,434
ตัวกลางทางการเงิน 1,905 2,104 2,294 2,657 2,978 3,325 3,635 4,121 4,188 4,048
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 1,926 2,040 2,114 2,227 2,401 2,528 2,591 2,552 2,672 2,911
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 1,977 2,387 2,550 2,761 3,223 3,366 3,599 4,793 5,218 5,529
การศึกษา 2,806 2,928 3,097 3,297 4,039 10,187 10,108 10,447 9,349 9,005
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 1,220 1,230 1,572 1,683 1,915 2,129 2,327 2,270 2,494 2,728
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 705 708 826 1,010 1,131 1,181 1,191 1,189 1,160 1,334
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 93 97 103 110 115 120 128 136 144 146
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 81,950 89,302 101,371 110,709 120,996 139,015 133,255 138,649 136,699 148,599
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 97,229 103,789 115,197 122,787 130,689 148,296 140,537 144,718 141,850 152,225
ประชากร (1,000 คน) 843 860 880 902 926 937 948 958 964 976

 

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดนครปฐม พ.ศ. 2545 - 2554

POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, NAKHON PATHOM PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2554
  -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 692,530 711,873 722,961 738,576 760,047 773,400 768,278 758,198 780,065
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 512,343 531,691 548,922 568,293 570,009 584,515 590,351 576,013 591,950
  ผู้มีงานทำ 508,438 525,888 543,097 562,533 564,116 576,851 583,806 569,938 588,746
  ผู้ว่างงาน 3,848 5,803 5,826 5,451 5,893 6,645 6,545 6,012 2,991
  ผู้ที่รอฤดูกาล 57  -  - 308  - 1,019  - 63 213
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 180,188 180,183 174,039 170,284 190,039 188,884 177,927 182,185 188,115
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 331,321 340,058 345,182 356,440 370,693 377,391 372,052 362,575 373,266
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 266,831 275,634 286,221 297,655 304,111 309,738 307,492 297,864 308,715
  ผู้มีงานทำ 264,384 272,648 283,535 295,038 300,334 305,413 304,004 294,255 306,167
  ผู้ว่างงาน 2,391 2,986 2,686 2,410 3,777 3,528 3,488 3,547 2,479
  ผู้ที่รอฤดูกาล 57  -  - 207  - 798  - 63 68
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 64,489 64,424 58,961 58,784 66,583 67,653 64,560 64,711 64,550
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 361,210 371,816 377,779 382,137 389,354 396,009 396,226 395,623 406,800
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 245,511 256,057 262,701 270,637 265,898 274,777 282,859 278,149 283,235
  ผู้มีงานทำ 244,055 253,240 259,562 267,496 263,781 271,438 279,802 275,684 282,579
  ผู้ว่างงาน 1,456 2,817 3,140 3,041 2,117 3,118 3,058 2,465 512
  ผู้ที่รอฤดูกาล  -  -  - 100  - 221  -  - 145
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 115,698 115,759 115,078 111,500 123,456 121,232 113,367 117,474 123,565

 

เทศกาลและงานประเพณี

ประเพณีของชาวนครปฐม

ประเพณีของชาวนครปฐมขึ้นอยู่กับเชื้อชาติของกลุ่มคนไทยเชื้อสายต่าง ๆ กัน จะมีประเพณีนิยมต่างกันเมื่อมาอยู่เป็นพลเมืองแล้วมักจะหันมานับถือศาสนาตามคนไทยแทบทั้งสิ้น ดังนั้นประเพณีของชาวนครปฐม จึงอาจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ

1. ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา
2. ประเพณีนิยมตามสัญชาติเดิม

ประเพณีทั้งสองลักษณะนี้มิได้แยกออกจากกัน คือในคน ๆ เดียวกันนั้น นับถือและปฎิบัติตามประเพณีนั้นตามปกติ เช่น คนไทยเชื้อสายจีนมีบุตรชายเมื่ออายุครบบวชก็จะกระทำการบวช ต่อเมื่อถึงตรุษจีนที่บ้านจัดให้มีการไหว้เจ้าลูกทุกคนต้องไหว้เจ้าด้วย ส่วนคนไทยเชื้อสายลาว เมื่อลูกอายุครบบวชก็จะให้ลูกบวชเช่นกัน และเมื่อถึงโอกาสเหมาะสม ทางบ้านจะจัดพิธีเสนเรือน (เช่นผีเรือน) และเรียกขวัญตามความนิยมก็จะมาร่วมพิธีเช่นกัน

ประเพณีที่น่าสนใจ และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครปฐม ได้แก่

  1. ประเพณีแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์
  2. ประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า เรียกว่า อัฏฐมีบูชา
  3. ประเพณีแห่ธงสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายลาวครั่ง
  4. ประเพณีไหว้ศาลประจำหมู่บ้านของชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่ง
  5. ประเพณีแต่งงาน ทำศพ เรียกขวัญ เสนเรือน ของชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่ง

 

งานประเพณีสงกรานต์

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 เมษายน ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์มีกิจกรรม ได้แก่ การจัดตกแต่งขบวนแห่สงกรานต์ ขบวนมังกร และสิงห์โต การทำบุญสรงน้ำพระพุทธรูปพระร่วง โรจนฤทธิ์ ก่อพระเจดีย์ทราย มีมหรสพ และการละเล่นพื้นเมือง

งานเทศกาลอาหาร และผลไม้นครปฐม

จัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ผลไม้ที่นิยมปลูกในจังหวัดนครปฐม ได้แก่ ส้มโอ มะพร้าวน้ำหอม ฝรั่ง กล้วย เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ได้แก่ กุนเชียง หมูแผ่น หมูหยอง ฯลฯ ในงานมีการประกวดโต๊ะจีน และผลไม้ต่างๆ

งานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ช้าง และประกวดราชินีช้าง

จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ที่ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณแก่ช้างภายในฟาร์ม มีการการประกวดราชินีช้างของสาวหุ่นตุ้ยนุ้ย เพื่อหาผู้ที่สามารถถ่ายทอดบุคลิก ความน่ารักอ่อนโยน นุ่มนวลแบบช้าง

งานนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง

จัดขึ้นที่วัดไร่ขิง อำเภอสามพราน ระหว่างวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 ถึงวันแรม 4 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าจากหน่วยงานต่าง ๆ และเกษตรกรผู้ผลิต มีการประกวดผลไม้ และมีมหรสพในเวลากลางคืน

งานประเพณีนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์

6-24

จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 12 ค่ำ ถึงแรม 4 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ และกลางคืนมีมหรสพ

งานประเพณีลอยกระทง

จัดขึ้นในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เดือนพฤศจิกายนของทุกปี บริเวณพระราชวังสนามจันทร์ กิจกรรมที่จัด ได้แก่ การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทง การประกวดโคมแขวน และมีการละเล่นพื้นบ้าน

จังหวัดนครปฐมกับแม่น้ำนครชัยศรี

7-13

จังหวัดนครปฐมแบ่งเขตพื้นที่ออกเป็น 7 อำเภอ แม่น้ำนครชัยศรี ไหลผ่าน 3 อำเภอ คือ อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี และอำเภอนครชัยศรี และอำเภอสามพรานบริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำไหลขึ้นและไหลลง บางปีมีน้ำหลากท่วมพื้นที่นา และสวนสองฟากฝั่ง ส่วนตัวเมืองนครปฐม ตั้งอยู่พื้นที่ที่สูงกว่าห่างจากแม่น้ำนครชัยศรี 12 กิโลเมตร สาเหตุที่ตัวเมืองนครปฐมไม่ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์เหมือนจังหวัดนนทบุรี สมุทรสาคร และอยุธยา เพราะมีโบราณสถานคือ องค์พระปฐมเจดีย์เป็นสำคัญ แต่เดิมที่ริมแม่น้ำนครชัยศรีมีที่ทำการมณฑลนครชัยศรีตั้งอยู่ตรงใกล้กับวัดกลางบางแก้ว ปัจจุบันที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงงานกลั่นน้ำมันพืช ถ้าล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ไม่ย้ายมณฑลนครชัยศรีไปอยู่บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ ที่ริมแม่น้ำดังกล่าวอาจเป็นที่ตั้งของจัวหวัดนครปฐม เช่นเดียวกับบ้านตลาดขวัญ ที่ยกฐานะให้เป็นที่ตั้งของจังหวัดนนทบุรี

แม่น้ำนครชัยศรีเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมามีบทบาทสำคัญมาก ในด้านการคมนาคมขนส่งสินค้าทางเศรษฐกิจของประเทศ เช่น เป็นทางลำเลียงแพไม้สักสู่กรุงเทพฯ เป็นทางลำเลียงข้าว และพืชไร่จากภาคเหนือสู่กรุงเทพฯ เป็นทางสัญจรของชาวบ้านและผู้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ จากจังหวัดชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี และนครปฐม เนื่องด้วยขณะนั้นยังไม่มีถนนมาลัยแมนเชื่อมระหว่างนครปฐมกับสุพรรณบุรี นอกจากนั้นแม่น้ำนครชัยศรียังเป็นอยู่ข้าวอู่น้ำของชาวนครปฐมดั้งเดิม

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ริมแม่น้ำนครชัยศรีเคยเป็นที่ปลูกอ้อยและโรงงานทำน้ำตาลทรายผลิตส่งขายต่างประเทศหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอนครชัยศรี สามพราน เลยไปจนถึงอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร น้ำในแม่น้ำนครชัยศรีไหลเข้าไปในคลองหลายสายทั่วพื้นที่ทำนา ทำสวนทั้งสองฝั่ง ก่อให้เกิดผลผลิตข้าวอย่างกว้างขวาง ดังจะเห็นได้จากโรงสีข้าว ตั้งเรียงรายตามลำแม่น้ำมากมาย พันธุ์ข้าวที่ดีมีชื่อเสียงเกิดชึ้นที่บริเวณนี้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ สวนผลไม้ที่มีชื่อเสียงก็เช่นเดียวกัน ดังที่ คำขวัญที่กล่าวกันว่า นครปฐมเป็นดินแดน ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า ซึ่งสิ่งดี ๆ ดังกล่าวเกิดที่ลุ่มแม่น้ำนครชัยศรีทั้งนั้น ครั้นเมื่อมีการตั้งเมืองนครปฐมขึ้นในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ความเจริญต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นที่นั่นต่อมา

ปัจจบันความเจริญเกิดขึ้นที่ริมถนน ทำให้แม่น้ำนครชัยศรีซบเซาลงไปมาก สถานประกอบการทางธุรกิจแบบดั้งเดิมเลิกล้มไป เช่น โรงสีข้าว เรือเมล์สายสุพรรณ - กรุงเทพฯ โรงงานย้อมผ้าดำ ตลาดริมน้ำ โรงต่อเรือ ฯลฯ ที่เหลืออยู่อย่างเดิมคือ ชาวนา ชาวสวน วัดวาอาราม เท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ คือ โรงงานอาหารสัตว์ ฯลฯ อาจทำให้เกิดมลภาวะทางแม่น้ำนครชัยศรีเน่าเสียในฤดูแล้งชาวบ้านใช้น้ำบริโภคไม่ได้ เกิดผลกระทบต่อการปลูกพืช ซ้ำยังมีผักชวาลอยอยู่เต็มแม่น้ำในบางฤดูลำบากแก่คนจนริมแม่น้ำที่จำเป็นต้องสัญจรไปมาหาสู่กัน แม่น้ำนครชัยศรีปัจจุบันจึงดูเงียบเหงาลงทุกที

พระปฐมเจดีย์

8-7

วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหารได้มี กำหนดจัดงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 18 - 26 พฤศจิกายน 2553รวม 9 วัน 9 คืน ณ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และ พระธรรมปริยัติเวที เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานจัดงานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชิดพงษ์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานจัดงานฝ่ายฆราวาส

ประวัติองค์พระปฐมเจดีย์องค์ : พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญของประเทศไทย อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร มีประวัติความเป็นมายาวนานในแผ่นดินสุวรรณภูมิ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ใหญ่ รูประฆังคว่ำ ปากผายมหึมา โครงสร้างเป็นไม้ซุง รัดด้วยโซ่เส้นมหึมาก่ออิฐ ถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องปูทับ ประกอบด้วยวิหาร 4 ทิศ กำแพงแก้ว 2 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพสักการะบูชาของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ทางวัดกำหนดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึง วันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คืน เป็น ประจำทุกปี

"พระปฐมเจดีย์" หรือเดิมเรียกว่า "พระธมเจดีย์" มีฐานะเป็นมหาธาตุหลวง ของแผ่นดินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า พระธมเจดีย์องค์นี้ อาจเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้น เมื่อคราวที่พระสมณทูต ในพระเจ้าอโศกมหาราช เดินทางมาเผยแผ่ศาสนายังสุวรรณภูมิ ก็เป็นได้ เพราะพระเจดีย์เดิม มีลักษณะทรงโอคว่ำ หรือทรงมะนาวผ่าซีก แบบเดียวกับพระสถูปสาญจี แต่ปรากฏว่ามียอดเป็นแบบปรางค์ ซึ่งพระองค์ฯ ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า อาจมีเจ้านายพระองค์ใดมาบูรณะไว้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงกับความในศิลาจารึกหลักที่ 2 (ศิลาจารึกวัดศรีชุม) ของ พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ อันได้กล่าวไว้ว่า พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ท่านทรงได้แวะมาบูรณะพระธมเจดีย์องค์นี้ ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับเมืองราด เมื่อคราวที่ท่านเสด็จกลับจากศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลังกา ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชทานนามใหม่ว่า พระปฐมเจดีย์ ด้วยทรงเชื่อว่า "นี่คือเจดีย์แห่งแรกของสุวรรณภูมิ" นั่นเอง

ในเรื่องนี้ นักประวัติศาสตร์ และนักโบราณคดีบางท่าน ได้ระบุว่า พระปฐมเจดีย์ไม่ได้เป็นเจดีย์ที่เก่าที่สุดของสุวรรณภูมิ แต่เป็น พระมหาธาตุหลวง ในยุคทวารวดี มากกว่า เนื่องด้วยเหตุผลประกอบหลายประการ โดยเฉพาะ การค้นพบเจดีย์ ที่มีอายุเก่าแก่กว่าพระธมเจดีย์ และหลักฐานลายลักษณ์อักษร ที่ระบุว่า "พระเจดีย์องค์นี้ เดิม ขอมเรียก พระธม" ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชาวขอมจริงๆ หรือชาวลวรัฐ ซึ่งสมัยนั้นเราก็เรียกว่าขอม เช่น ขอมสบาดโขลญลำพง คำว่า ธม สำหรับชาวขอมนั้น แปลว่า ใหญ่ ตรงกับคำเมืองว่า หลวง ซึ่งเราก็เรียกพระนครธม ว่า พระนครหลวง ด้วยเหตุผลเดียวกัน

นอกจากนี้พระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว บรรจุที่ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม และฐานพระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร ตามที่มีพระบรมราชโองการสั่งไว้ในพระราชพินัยกรรม ต่อมา ในพุทธศักราช 2529 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระอังคารของ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 ไปบรรจุไว้เคียงข้างพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลที่ 6 ที่ใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์

สำหรับงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ถือเป็นงานประเพณีประจำปี ของชาวจังหวัดนครปฐม ที่มีมาแต่โบราณ โดยในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 18 ต.ค. 2553 - 26 พ.ย. 2553 เพื่อให้ประชาชนได้บูชาพระบรมสารีริกธาตุและบำเพ็ญกุศล การรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย รวมทั้งให้พ่อค้าแม่ค้าและเหล่าเกษตรกรได้มีโอกาสนำสินค้าของแต่ละท้องถิ่นมาจำหน่ายเผยแพร่แก่ประชาชน และเป็นการเผยแพร่บวรพุทธศาสนาให้สถิตมั่นสถาพรตลอดไป ตลอดจนเป็นการรวบรวมจตุปัจจัยที่ได้รับบริจาคไว้บูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ให้ยืนยงอยู่ตลอดไป

ขอขอบคุณที่มาภาพประกอบ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ http://www.dhammajak.net

อำเภอเมืองนครปฐม

วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

1

เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระปฐมเจดีย์ที่ใหญ่และสูงที่สุดของไทย จังหวัดนครปฐมได้ใช้พระปฐมเจดีย์เป็นตราประจำจังหวัด พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2396 โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างครอบองค์เดิมที่ชำรุดหักพังลง การก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2413 มีความสูง 3 เส้น 1 คืบ 10 นิ้ว ฐานวัดโดยรอบได้ 5 เส้น 17 วา 3 ศอก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ทรงบูรณะวัดพระปฐมเจดีย์ให้สง่างามมากขึ้น และถือว่าวัดพระปฐมเจดีย์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์

2

ตั้งอยู่บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ทางด้านทิศตะวันออก เป็นที่รวบรวมเก็บรักษาโบราณวัตถุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะสมัยทวารวดี เปิดให้ชมวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ น.- ๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ๒๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๑๐๐ บาท

พระราชวังสนามจันทร์

3

พระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๒ กิโลเมตร ในอาณาบริเวณซึ่งเดิมเรียกว่าเนินประสาท สันนิษฐานว่า แต่เดิมคงเคยเป็นพระราชวังของกษัตริย์ในสมัยโบราณ ใกล้กับเนินปราสาท มีสระน้ำใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกขานกันมาแต่เดิมว่า สระน้ำจันทร์ ครั้นต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ครั้งยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังที่ประทับขึ้น ณ เมืองนครปฐม สำหรับเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในโอกาสเสด็จฯ มาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์และเพื่อประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ ทรงเลือกจังหวัดนครปฐม ด้วยเหตุที่ทรงคุ้นเคยกับภูมิประเทศของเมืองนี้ โดยได้พระราชทานนามว่า "พระราชวังสนามจันทร์" (อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่๓๐ เด็ก ๑๐ บาท นักเรียนนักศึกษา ๑๐ บาท ต่างประเทศ ๕๐ บาท)

วัดพระประโทณเจดีย์

4

เป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่และใหญ่โตเป็นที่สองรองจากพระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่ที่วัดประโทณ ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 5 กม. ถือกันว่าเป็นที่บรรจุทะนานทองที่ใช้ตวงพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เดิมเป็นเจดีย์เก่าแก่และได้ปฏิสังขรณ์ใหม่ในรัชกาลที่ 4 โบราณวัตถุที่ขุดพบในบริเวณนี้มีหลายอย่าง เช่น พระพุทธรูป ลูกประคำ พระพิมพ์ดินเผาสมัยทวาราวดี นอกจากนี้ขุดพบครุฑโลหะสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่อีกด้วย

สวนป่าสมุนไพรวัดปลักไม้ลาย

5

ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน ห่างจากนครปฐมไปตามถนนมาลัยแมนประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เป็นสวนสมุนไพรประมาณ ๕๐๐ ชนิด บนเนื้อที่ ๙๒ ไร่ มีการนวดแผนโบราณ , อบสมุนไพร และการปฏิบัติธรรม

สวนพฤกษศาสตร์และสวนแสนปาล์ม

6

ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งภายในมหาวิทยาลัยมีโครงการต่าง ๆ ที่ให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ มีการจำลองเทคโนโลยีเกษตร ระบบชลประทาน อุทยานแมลง - ผีเสื้อ แปลงปลูกพืชและปาล์มชนิดต่างๆ มากมาย

เมืองเก่ากำแพงแสน

7

เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ปัจจุบันใช้เป็นค่ายลูกเสือของจังหวัด เมืองเก่ากำแพงแสนสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นโดยเมืองนครชัยศรีเพื่อควบคุมเส้นทางการค้าตามคูคลอง เพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองท่าศูนย์กลางค้าทางทะเลของเมืองนครชัยศรี ดังนั้น ความเจริญและความเสื่อมของเมืองกำแพงแสน จึงน่าจะเป็นไปพร้อมๆ กับเมืองนครชัยศรี การเที่ยวชมโบราณสถานแห่งนี้จะเน้นไปในลักษณะของคุน้ำและคันดินที่ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างชัดเจน โดยไม่มีซากโบราณสถานใดๆ สภาพภายในตัวเมืองมีเนินดินสระน้ำ ต้นไม้ใหญ่และเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาพันธุ์

วัดไร่ขิง

8

วัดไร่ขิง สร้างเมื่อ พ.ศ.2394 โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) ซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญานวโรรส ได้ทรงพระราชทานนามว่า วัดมงคลจินดาราม แต่ชาวบ้านเรียกว่าวัดไร่ขิง ตามชื่อตำบล ตั้งอยู่ที่ ตำบลไร่ขิง ห่างจากกรุงเทพฯ ๓๒ กิโลเมตร มีทางเข้า ๓ ทาง คือ ทางแยกหน้าสถานีตำรวจโพธิ์แก้ว ทางแยกตรงข้ามกับสวนสามพราน และทางแยกพุทธมณฑลสาย ๕

ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน

9

ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากกรุงเทพฯ ๓๑ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๑๕๐ ไร่ การแสดงชนช้างสงครามยุทธหัตถี ประกอบแสงสีเสียงตระการตา ความน่ารักของช้างแสนรู้และการแสดงอื่นๆ

สวนสามพราน

10

สวนสามพราน (โรสการ์เด้น) ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมห่างจากลานแสดงช้าง และฟาร์มจระเข้สามพราน 1 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนอยู่ติดแม่น้ำนครชัยศรี ภายในตกแต่งเป็นสวนดอกไม้นานาชนิด มีหมู่บ้านไทยบรรยากาศร่มรื่น เปิดทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.

ตลาดริมน้ำวัดดอนหวาย

11

ตลาดริมน้ำวัดดอนหวายตั้งอยู่ ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตามถนนเพชรเกษม ใช้ทางเข้าทางเดียวกับวัดไร่ขิงตรงไปอีก ๑๐ กิโลเมตร เป็นตลาดย้อนยุคที่ยังหลงเหลือความเป็นอดีตสมัยรัชกาลที่ ๖ ให้เห็น

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย

12

พิพิธภัณฑ์วิถีชาวนาไทย ตั้งอยู่ที่บ้านลานแหลม หมู่ ๔ ตำบลวัดละมุด โดยได้รวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ของชาวนาไทยจัดแสดง และบริเวณบ้านยังเป็นสถานที่ฝึกการทำหัตถกรรมผักตบชวา

อุทยานปลาวัดห้วยพลู

13

อุทยานปลาวัดห้วยพลู ตั้งอยู่หมู่ 1 ตำบลห้วยพลูห่างจากที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ประมาณ 11 กิโลเมตร

ตลาดน้ำวัดกลางคูเวียง

14

ตลาดน้ำวัดกลางคูเวียง ตั้งอยู่ที่ตำบลสัมปทวน มีจำหน่ายอาหาร ผลไม้นานาชนิด และแพปลา ทั้งยังมีบริการล่องเรือชมทิวทัศน์แม่น้ำนครชัยศรี ชมวิถีชีวิตชุมชน และเที่ยวชมวัดต่างๆ

วัดศีรษะทอง

15

เป็นวัดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เพราะในแต่ละวันจะมีประชาชนนิยมมาสักการบูชาพระราหูเพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยคติความเชื่อที่ว่าพระราหูนั้นเป็นเทพซึ่งสามารถบันดาลประโยชน์และโทษให้เกิดขึ้นกับบุคคลหรือสิ่งต่าง ๆ ได้ ดังนั้น จึงเกิดพิธีกรรมในการบูชาพระราหูขึ้นเพื่อช่วยให้โชคร้ายอันอาจจะเกิดขึ้นนั้น บรรเทาลงหรือกลับแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ดีงามกับชีวิต

หมู่บ้านไทยโซ่ง

16

ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน ชาวไทยโซ่ง เป็นชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนเข้ามาในประเทศตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่ยังคงอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมในด้านการแต่งกายและวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้มีการทอผ้า งานจักรสาน และอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ตลาดน้ำลำพญา

17

ตลาดน้ำลำพญา อยู่บริเวณหน้าวัดลำพญา ตำบลลำพญา จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนปิ่นเกล้า - นครชัยศรี วัดจะอยู่ด้านซ้าย เป็นตลาดริมน้ำมีสินค้า พืช ผัก ผลไม้ และอาหารอร่อยขึ้นชื่อของอำเภอบางเลน

พุทธมณฑล

18

พุทธมณฑล ตั้งอยู่ที่ตำบลศาลายา จากกรุงเทพฯ ไปตามถนนเพชรเกษมถึงกิโลเมตรที่ ๒๒ แล้วเลี้ยวขวาเข้าพุทธมณฑลสาย ๔ ประมาณ ๘ กิโลเมตร หรือไปตามถนนสายปิ่นเกล้า - พุทธมณฑล ประมาณ ๑๙ กิโลเมตร เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา

การล่องเรือเที่ยวคลองมหาสวัสดิ์

การล่องเรือเที่ยวคลองมหาสวัสดิ์ เดินทางจากแยกพุทธมณฑลสาย ๔ ถึงอำเภอพุทธมณฑลระยะทาง ๑ กิโลเมตร จากที่ว่าการอำเภอถึงทางเข้าวัดสุวรรณาราม ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการท่องเที่ยวเกษตร (อยู่ติดวัด)

      หัวข้อ           หน่วยงาน           เว็บไซต์     
ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด   เว็บไซต์วิกิพีเดีย  www.wikipedia.org
ประวัติศาสตร์    เว็บไซต์บ้านจอมยุทธ     ความเป็นมา จังหวัดนครปฐม
สภาพทางภูมิศาสตร์   เว็บไซต์วิกิพีเดีย     www.wikipedia.org  

การปกครอง

-การแบ่งเขตการปกครอง 

-ผู้บริหารจังหวัด

 

 เว็บไซต์วิกิพีเดีย 

 เว็บไซต์จังหวัดนครปฐม  

 

www.wikipedia.org  

http://123.242.156.6/Nakhonpathom/index.php?option=com_content&view=category&id=23&Itemid=153 

การเลือกตั้ง    สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม http://www2.ect.go.th/about.php?Province=nakhonpathom&SiteMenuID=1280 
ประชากรและสภาพทางสังคม    โรงเรียนบ้านฉาง http://www.krubanchang.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=197891&Ntype=3 
ข้อมูลทางเศรษฐกิจ    สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย

ประเพณีและวัฒนธรรม  

-พระปฐมเจดีย์

 โรงเรียนบ้านฉาง

 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน

http://www.krubanchang.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=197891&Ntype=3 

nandailynews.com 

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ   เว็บไซต์จังหวัดนครปฐม http://123.242.156.6/Nakhonpathom/index.php?option=com_content&view=category&id=4&Itemid=76 

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ต้นไม้ประจำจังหวัด

oknation.net  

thaimtb.com 

ดอกไม้ประจำจังหวัด

board.palungjit.com 

แผนที่ที่ตั้ง,แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

www.wikipedia.org 

แผนที่อาณาเขต

 http://thaienergydata.in.th/province/73/ 

ประเพณีลอยกระทง

thailandsusu.com 

แม่น้ำนครชัยศรี

http://www.trf.or.th/ 

พระปฐมเจดีย์

nandailynews.com 

 

 

JoomSpirit