ฉะเชิงเทรา

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดฉะ้เชิงเทรา

Seal Chachoengsao

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา

ภาพโบสถ์ หมายถึง ที่ประดิษฐานพระพุทธโสธร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญของชาวเมือง ตำนานเล่าว่าเป็นพระพุทธรูปปาฏิหารย์ ลอยทวนน้ำมาขึ้นที่จังหวัด ชาวเมืองเคารพถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บันดาลให้ดินและน้ำอุดมสมบูรณ์

คำขวัญประจำจังหวัด

แม่น้ำบางปะกงแหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโสธร พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย อ่างฤาไนป่าสมบูรณ์

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

cff46c05 tr 08
รูปที่ 2 ต้นนนทรีป่า รูปที่ 3 ต้นนนทรีป่า

ชื่อพันธุ์ไม้ นนทรีป่า

ชื่อสามัญ Copper pod

ชื่อวิทยาศาสตร์ Peltophorum dasyrachis Kurz, ex Baker

วงศ์ LEGUMINOSAE

ชื่ออื่น กว่าเซก (เขมร-กาญจนบุรี), คางรุ้ง คางฮ่ง (พิษณุโลก), จ๊าขาม ช้าขม (ลาว), ตาเซก (เขมร-บุรีรัมย์), นนทรีป่า (ภาคกลาง), ราง (ส่วย-สุรินทร์), ร้าง อะราง อะล้าง (นครราชสีมา), อินทรี (จันทบุรี)

ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูง 15-30 เมตร เรือนยอดเป็นรูปพุ่มกลมทึบ เปลือกต้นสีทองหรือสีเทาอมน้ำตาล ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ใบย่อยรูปขอบขนานปลายใบและโคนใบมน ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ออกดอกเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือง่ามใบ สีเหลืองสด กลีบดอกมีลักษณะย่น ออกดอกพร้อมกับใบอ่อนช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ผลเป็นฝักแบนรูปหอก

ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด

สภาพที่เหมาะสม เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด กลางแจ้ง

ถิ่นกำเนิด ป่าดงดิบแล้งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตามป่าโปร่งภาคเหนือของประเทศไทย

ที่มาของคำว่าฉะเชิงเทรา

มีข้อสันนิษฐานที่แตกต่างกัน 2 ข้อ คือ

  • คำว่า ฉะเชิงเทรา มาจากคำภาษาเขมร 2 คำ คือ สตรึง และ เตรา ซึ่ง สตรึง แปลว่า คลอง และ เตรา แปลว่า ลึก เมื่อรวมความหมายก็ได้ว่า คลองลึก ซึ่งหมายถึงแม่น้ำบางปะกงนั่นเอง (มีผู้โต้แย้งข้อสันนิษฐานนี้ เนื่องจากว่าเมืองฉะเชิงเทรานั้นตั้งขึ้นมาในสมัยเดียวกับเมืองสาครบุรี เมืองนครไชยศรี และเมืองนนทบุรี ซึ่งไม่น่าจะมีคำเขมรมาปนอยู่ในชื่อเมืองแล้ว)
  • คำว่า ฉะเชิงเทรา อาจเพี้ยนมาจากคำว่า แสงเชรา แสงเซา หรือ แซงเซา เมืองฉะเชิงเทราเดิมตั้งอยู่บริเวณปากน้ำเจ้าโล้ เมืองนี้ได้มีพัฒนาการมาตามลำดับ พอประมวลได้มาตั้งแต่ สมัยสุโขทัย ซึ่งได้มีชุมชนเกิดขึ้นมา ได้พบโบราณสถานและโบราณวัตถุ อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเมืองฉะเชิงเทราในปัจจุบัน เช่นวัดมรกต ในเขตอำเภอศรีมโหสถ

ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า เมืองฉะเชิงเทราตั้งขึ้นเมื่อใด มีผู้สันนิษฐานว่า น่าจะตั้งขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ เพื่อใช้เป็นที่ระดม

พลในเวลาสงคราม เช่นเดียวกับอีกหลายเมือง ทางตอนใต้ของกรุงศรีอยุธยา คือ เมืองนนทบุรี เมืองนครชัยศรี และเมืองสาครบุรี เนื่องจากในระยะนั้น บรรดาชายฉกรรจ์ได้พากันหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่าดงเป็นจำนวนมาก

ชื่อเมืองฉะเชิงเทรามีปรากฏอยู่ในพงศาวดารครั้งแรก ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ดังความตอนหนึ่งในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันทจันทนุมาศ (เจิม) ว่า "ในขณะนั้นพระเจ้าละแวก แต่งพลมาลาดตระเวนทั้งทางบก และทางเรือเป็นหลายครั้ง และเสียชาวจันทบูร ชาวระยอง ชาวฉะเชิงเทรา ชาวนาเริ่งไปแก่ข้าศึก ละแวก เป็นอันมาก"

ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ได้ทรงเตรียมการยกทัพไปตีเมืองเขมร เมื่อปี พ.ศ. 2136 ทรงกำหนดให้พระยานครนายก เป็นแม่กอง ร่วมกับพระยาปราจีน พระวิเศษ (เจ้าเมืองฉะเชิงเทรา) และพระสระบุรี เกณฑ์คน จำนวน 10,000 คน จากเมืองนครนายก เมืองปราจีนบุรี เมืองฉะเชิงเทรา และเมืองสระบุรี ตั้งขึ้นเป็นกองทะเบียนทางบก ยกไปตั้งค่ายปลูกยุ้งฉาง รวบรวมเสบียงอาหารเตรียมไว้ที่ตำบลทำนบ เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงตีเมืองบริบูรณ์ได้แล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อน พระวิเศษเจ้าเมืองฉะเชิงเทรา ขึ้นเป็นพระยาวิเศษ ให้คุมกองกำลังเสบียงที่เหลืออยู่รักษาเมืองบริบูรณ์ เพื่อคอยรวบรวมเสบียงส่งไปสนับสนุนกองทัพที่จะยกไปตีเมืองละแวกต่อไป

ในปี พ.ศ. 2309 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ซึ่งขณะนั้นเป็นที่พระยากำแพงเพชร ได้นำกำลังตีฝ่าวงล้อมของพม่า ที่ตั้งล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ผ่านเมืองนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา กองทัพพม่าได้ส่งกำลังออกติดตาม โดยที่กองทัพบกได้ยกมาตั้งอยู่ปากน้ำโจ้โล้ เมืองฉะเชิงเทรา กองทัพเรือพม่ายกกำลังเข้าสมทบได้ยกพลขึ้นที่ท่าข้าม ได้รบกันถึงสามครั้ง พม่าแตกหนีกลับไป

ต้นรัตนโกสินทร์ ฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมพระกลาโหม ต่อมาภายหลังจึงได้มาสังกัดกรมมหาดไทย ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นภัยจากชาวตะวันตก และว่ามีพระราชดำริว่าภัยของชาติน่าจะมาจากทางทะเล จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างเมืองและป้อมค่ายขึ้นหลายแห่ง รวมทั้งที่เมืองฉะเชิงเทราด้วย เมื่อปี พ.ศ. 2377 และได้โปรดเกล้า ฯ ให้ขุดคลองบางขนากเพื่อใช้เป็นเส้นทางขนยุทธสัมภาระในราชการสงคราม
ต่อมาได้เกิดอั้งยี่ขึ้นที่เมืองฉะเชิงเทรา เมื่อปี พ.ศ. 2391 พวกอั้งยี่ได้ยึดกำแพงเมืองเป็นที่มั่น และได้เข้าปล้นโรงงานน้ำตาล พระยาวิเศษฤาไชยคุมคนออกไปจับ พวกอั้งยี่ต่อสู้และฆ่าพระยาวิเศษฤาไชยตาย แล้วพวกอั้งยี่ก็เข้าไปตั้งมั่นอยู่ในกำแพงเมืองฉะเชิงเทรา เมื่อทางราชการส่งกำลังทหารออกไปปราบปรามโดยมีเจ้าพระยา และเจ้าพระยาบดินทรเดชาเป็นแม่ทัพ ได้ปราบปรามพวกอั้งยี่ดังกล่าวได้ราบคาบ จับได้หัวหน้าและฆ่าพวกอั้งยี่ตายเป็นอันมาก ตั้งแต่นั้นมาเมืองฉะเชิงเทราก็สงบเรียบร้อยไม่มีเหตุการณ์ร้ายตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองฉะเชิงเทราได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย เริ่มตั้งแต่การสร้างทางรถไฟสายแปดริ้ว และเมื่อมีการจัดการปกครองในส่วนภูมิภาคเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล ในการนี้ได้ถือเอาลำน้ำอันเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก ในการกำหนดเขตมณฑล ดังนั้นมณฑลปราจีนบุรี จึงรวมเอาหัวเมืองตามลำน้ำบางปะกง ประกอบด้วย เมืองปราจีนบุรี เมืองนครนายก เมืองพนมสารคาม และเมืองฉะเชิงเทรา รวม 4 หัวเมือง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435 โดยมีที่บัญชาการมณฑลอยู่ที่เมืองปราจีนบุรี ต่อมาได้มีพระราชปรารภว่า เมืองฉะเชิงเทราเป็นเมืองที่มีราชการมากกว่าเมืองอื่น ทั้งมีทางรถไฟผ่าน สมควรย้ายที่ทำการมณฑลมาตั้งที่เมืองฉะเชิงเทรา ดังนั้น เมืองฉะเชิงเทราจึงเป็นที่ว่าการมณฑลปราจีนบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2445

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2475 หลังจากที่ใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2476 และรัฐบาลได้กระจายอำนาจไปสู่ส่วนภูมิภาคในปี พ.ศ. 2495 จังหวัดฉะเชิงเทราได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งภาคมีเขตความรับผิดชอบ 8 จังหวัด

กลุ่มชนต่าง ๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทรามีอยู่หลายเชื้อชาติด้วยกันคือ เขมร ลาว รามัญ และจีน โดยได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนหนึ่งถูกกวาดต้อนมา

ชาวจีน เข้ามาครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในชั้นแรกได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ในเขตเมืองฉะเชิงเทรา และเมืองปราจีนบุรี ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชาวจีนที่อยู่ที่เมืองฉะเชิงเทราได้ขยายตัวมาตั้งหลักแหล่ง ในเขตบ้านท่าเกวียนและบ้านเกาะขนุน เพราะเป็นแหล่งชุมชนทางการค้าและการคมนาคม บ้านท่าเกวียน เป็นชุมทางเกวียนที่เดินทางมาจากอำเภอโคกปีบ บ้านท่าลาด เป็นแหล่งที่นำสินค้าของป่ามาลงเรือ เพื่อไปยังเมืองฉะเชิงเทรา

ชาวลาว ได้อพยพมาจากเวียงจันทน์เมื่อประมาณ 200 ปีมาแล้ว ได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านเมืองกาย อำเภอพนมสารคาม นอกจากนี้ยังตั้งถิ่นฐานที่คลองท่าไข่ อำเภอเมืองฯ และอำเภอสนามชัยเขต มีทั้งลาวพวน ลาวเวียง และลาวเมืองพลาน ที่อำเภอสนามชัยเขตมีลาวเวียง ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านดอนท่านา ตำบลคู้ยายหมี
ชาวรามัญ ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณคลอง 14 ตำบลดอนฉิมพลี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว และที่ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี

ชาวเขมร ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านดงยาง และบ้านสระสองตอน ในเขตอำเภอพนมสารคาม ในอดีตได้มีชาวเขมรถูกกวาดต้อนเข้ามาอยู่ในเขตพนมสารคามจำนวนหนึ่ง และให้สังกัดกรมกองตามระบบในสมัยนั้น และมีหน้าที่ทำงานให้แก่ทางราชการเช่นเป็นเลกคงเมือง อยู่เวรประจำการ ทำงานโยธาในเมืองนั้นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นเลกส่วยส่งส่วยให้หลวง เช่น ส่วยทองคำ ส่วยเร่ว ยังมีชาวเขมรอยู่ที่บ้านแปลงยาว และบ้านหัวสำโรงในเขตอำเภอแปลงยาว ได้มีการสร้างวัดประจำหมู่บ้าน และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนภาษาของตนไว้

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

Chachoengsao map
รูปที่ 4 ที่ตั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา รูปที่ 5 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

ที่ตั้งอาณาเขต

จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างละติจูดที่ ๑๓ องศา ๑๐ ลิปดา ถึง ๑๓ องศา ๑๕ ลิปดาเหนือ และลองติจูดที่ ๑๐๐ องศา ๕๐ ลิปดา ถึง ๑๐๒ องศา ๑ ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถไฟสายตะวันออกประมาณ ๖๑ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ (สุวินทวงศ์) ประมาณ ๗๕ กิโลเมตร ตาทางหลวงหมายเลข ๓ ประมาณ ๑๐๐ เมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๔ (บางนา-ตราด) แยกเข้าทางสายหมายเลข ๓๑๔ (บางปะกง-ฉะเชิงเทรา) ประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๕,๓๑๕ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๓,๓๔๔,๓๗๕ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๘ ของพื้นที่ทั้งหมดของภาคตะวันออก

ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ ๒ เมตร และมีที่ดินบางส่วนโดยเฉพาะในเขตอำเภอสนามชัยเขตและอำเภอท่าตะเกียบ ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นที่ดอนซึ่งบริเวณที่อยู่ถัดเข้าไปในพื้นที่แผ่นดินด้านตะวันออกเฉียงเหนือมีสภาพพื้นที่ราบ ซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำ พื้นที่จะค่อยๆ ลาดสูงขึ้นไปทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ โดยที่ประมาณครึ่งหนึ่งของจังหวัดจะมีสภาพเป็นลูกคลื่นและสูงชัน เป็นพื้นที่ภูเขา ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอพนมสารคามและอำเภอสนามชัยเขตมีความสูงจากระดับน้ำทะเล ๓๐ - ๘๐ เมตร จังหวัดฉะเชิงเทรามีแม่น้ำบางปะกงไหลผ่านพื้นที่อำเภอต่างๆ คือ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางคล้า อำเภอเมือง อำเภอบ้านโพธิ์ และออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอบางปะกง รวมความยาวชายฝั่งทะเลประมาณ ๑๒ กิโลเมตร

ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถจำแนกลักษณะภูมิประเทศ ออกได้ ๓ เขตใหญ่ๆ คือ

  1. เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ เป็นบริเวณที่มีความสำคัญมากที่สุดของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะเป็นพื้นที่ราบเรียบ ดินอุดมสมบูรณ์ และมีน้ำเพื่อการชลประทานอย่างเพียงพอ เขตพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำจะครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๓๗.๗ % ของพื้นที่จังหวัด หรือประมาณ ๒,๐๔๒.๗ ตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางคล้า อำเภอราชสาส์น อำเภอคลองเขื่อน และบางส่วนของอำเภอแปลงยาวและอำเภอพนมสารคาม ที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกงและสาขานี้จะมีชื่อเรียก อีกอย่างว่า "ที่ราบฉนวนไทย" ซึ่งถือได้ว่าเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะที่ราบลุ่มผืนนี้ เป็นแหล่งผลิตข้าวเพื่อการค้าที่สำคัญของภาคตะวันออกของประเทศไทย
  2. เขตที่ดอนหรือที่ราบลูกฟูก เขตพื้นที่นี้อยู่ในบริเวณตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกและทางเหนือที่ติดต่อกับจังหวัดปราจีนบุรี โดยครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดคือ ประมาณ ๕๑.๑ % หรือประมาณ ๒,๒๐๕.๖ ตารางกิโลเมตร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในเขตอำเภอสนามชัยเขต อำเภอท่าตะเกียบ และบางส่วนของอำเภอพนมสารคาม และอำเภอแปลงยาว ความสูงเฉลี่ยระดับเหนือน้ำทะเลเฉลี่ย ๔.๒๐ เมตร ไม่เหมาะแก่การทำนา พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ในการทำไร่ ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ และสับปะรด
  3. เขตที่ราบสูงและภูเขา เทือกเขาที่ปรากฏทางตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งไปสิ้นสุดลงในเขตท้องที่ของจังหวัดชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๑๑.๒ % หรือประมาณ ๑,๑๗๔.๗ ตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของอำเภอสนามชัยเขต อำเภอพนมสารคาม อำเภอท่าตะเกียบ และบางส่วนของอำเภอแปลงยาว

 

ลักษณะภูมิอากาศและฤดูกาล

จังหวัดฉะเชิงเทรามีลักษณะอากาศร้อนชื้นเขตศูนย์สูตร โดยมีลมมรสุมพัดปกคลุมเกือบตลอดปี แบ่งออกตามฤดูกาลได้ ๓ ฤดู ดังนี้

  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม โดยมีลมตะวันออกและลมใต้ พัดปกคลุม ทำให้มีอากาศร้อนอบอ้าวและอากาศร้อนจัดเป็นบางวัน บางครั้งอาจมีพายุฤดูร้อน ลักษณะเป็นฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงอุณหภูมิอากาศสูงสุดเฉลี่ย ๓๕ - ๓๘ องศาเซลเซียส ปริมาณฝนรวมเฉลี่ย ๒๐๐ - ๓๐๐ มิลลิเมตร เป็นช่วงที่เหมาะแก่การปลูกพืชไร่ อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เช่น ข้าวโพดและถั่วต่างๆ
  • ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม โดยมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม ประกอบกับมีร่องความกดอากาศต่ำ พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกทำให้มี ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปและตกหนักบางพื้นที่ อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยมีปริมาณฝนเฉลี่ย ๑,๐๐๐ - ๑,๒๐๐ มิลลิเมตร เป็นช่วงที่เหมาะแก่การทำนาและปลูกไม้ผล
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีลมมรสุมตะวันออก เฉียงเหนือ พัดปกคลุม ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงพัดผ่านทำให้ท้องฟ้าโปร่ง อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิอากาศต่ำสุดเฉลี่ย ๑๘ - ๒๑ องศาเซลเซียส ปริมาณฝนรวมเฉลี่ย ๕๐ - ๑๐๐ มิลลิเมตร เป็นช่วงที่เหมาะแก่การปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ดอกและไม้ประดับ

ฝนที่ตกในจังหวัดฉะเชิงเทรา แบ่งเป็น ๔ ชนิด คือ

  1. ฝนพาร้อน ซึ่งตกมากในช่วงต้นหรือปลายฤดูฝน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม เมษายน และต้นเดือนพฤษภาคม
  2. ฝนภูเขา ฝนชนิดนี้จะตกในช่วงลมมรสุดตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน คือ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม
  3. ฝนพายุหมุน เป็นฝนที่ตกเป็นครั้งคราวในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งปรากฏขึ้นบ่อยครั้งในช่วงปลายฤดูฝน
  4. ฝนแนวอากาศ เป็นฝนที่ตกในจังหวัดฉะเชิงเทราไม่บ่อยครั้ง แต่ปรากฏในช่วงผลัดเปลี่ยนฤดู

 

ส่วนใหญ่ฝนที่ตกลงมาเห็นเด่นชัดมากในช่วงฤดูฝน คือ ฝนภูเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะตกในท้องที่อำเภอสนามชัยเขต และอำเภอท่าตะเกียบ ซึ่งจังหวัดฉะเชิงเทราจะได้รับอิทธิพลจากลมบก ลมทะเล และประกอบกับตั้งอยู่ในเขตมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ดังนั้น จึงมีฝนตกปริมาณพอเพียงตามฤดูกาล ความชื้นใกล้เคียงกับจังหวัดชายทะเลฝั่งตะวันออก

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดฉะเชิงเทรา

ทรัพยากรน้ำ

1. แหล่งน้ำผิวดิน

จังหวัดฉะเชิงเทรา มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ คือ แม่น้ำบางปะกงความยาวทั้งสิ้น 122 กิโลเมตร (นับจากจุดบรรจบของต้นน้ำถึงบริเวณปากอ่าว) และตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำบางปะกง ในลุ่มแม่น้ำบางปะกงสายหลักฝั่งซ้าย ฝั่งขวา และลุ่มน้ำคลองท่าลาด รวมพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาทั้ง 3 ลุ่มน้ำ เป็นพื้นที่ 4,052.56 ตร.กม. โดยมีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยของลุ่มน้ำคลองท่าลาดมากที่สุด คือ 744.81 ล้าน ลบ.ม. รองลงมา คือ ลุ่มน้ำบางปะกงสายหลักฝั่งซ้าย มีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย 167.33 ล้าน ลบ.ม. และลุ่มน้ำฝั่งขวามีปริมาณน้ำท่ารายปี 131.61 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยต่อประชาชนสูงกว่าเกณฑ์กำหนด แต่อย่างไรก็ตามบางพื้นที่อาจมีสภาพขาดแคลนน้ำได้เนื่องจากอยู่ห่างไกลแหล่งน้ำหรือมีคุณภาพน้ำไม่เหมาะสม เช่น น้ำเสียหรือน้ำเค็ม โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่มีการรุกล้ำของน้ำเค็มแหล่งน้ำธรรมชาติ

1) แม่น้ำบางปะกง เกิดจากแม่น้ำหนุมานและแม่น้ำพระปรงบรรจบกันในจังหวัดปราจีนบุรี (ช่วงที่ไหลผ่านในจังหวัดปราจีนบุรี เรียก แม่น้ำปราจีนบุรี) ไหลลงมาทางทิศตะวันตกแล้ววกลงทางใต้ มีแม่น้ำนครนายกมาบรรจบทางฝั่งขวา เป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วงนี้จะเรียกว่า แม่น้ำบางปะกง จากนั้นจะไหลลงสู่ทะเลระหว่างตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีความยาวประมาณ 122 กิโลเมตร

2) คลองท่าลาด ในจังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ในอำเภอพนมสารคาม เป็นคลองธรรมชาติ ที่เกิดจากคลองสาขา คือ คลองสียัดและคลองระบม ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ในเขตอำเภอสนามชัยเขต

3) คลองสายย่อย เช่น คลองสำโรง คลองท่าไข่ คลองบางขนาก คลองหลวงแพ่ง ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมโยงกับคลองในกรุงเทพมหานคร

4) พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) จังหวัดฉะเชิงเทรามีพื้นที่บางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ อ่าวไทย เนื่องจากขอบเขตของพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวไทยครอบคลุมในหลายจังหวัด โดยขอบเขตของพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวไทยเริ่มจากบริเวณตั้งแต่ใต้สุดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถึงตอนใต้สุดของจังหวัดตราด มีเนื้อที่ครอบคลุม 931.8 ตารางกิโลเมตร ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลและพื้นที่ชุ่มน้ำน้ำจืด โดยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ดังนี้

4.1) พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำบางปะกงมีจุดเริ่มต้นที่บริเวณแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรี มาบรรจบกันที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา และไหลลงอ่าวไทยระหว่างอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา กับอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีความยาวตลอดลำน้ำ 122 กิโลเมตร

4.2) พื้นที่ชุ่มน้ำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาอ่างฤาไน พื้นที่ชุ่มน้ำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ในจังหวัดฉะเชิงเทราครอบคลุมพื้นที่อำเภอสนามชัยเขต และอำเภอท่าตะเกียบ

5) คลองระบม เป็นคลองเหนือคลองสียัด เกิดจากการรวมตัวของลำห้วยสายเล็กๆ หลายสายในบริเวณเขาชำระกำ เขาพลูเหม็น เขาสมาด่าง และเทือกเขาอื่นๆ ในบริเวณด้านตะวันออกของอำเภอสนามชัยเขต พบว่าคลองนี้จะมีน้ำเกือบตลอดปี

6) คลองแสนแสบหรือคลองบางขนาก เริ่มจากคลองมหานาคแล้วผ่านเขต บางกะปิ เขตมีนบุรี และเขตหนองจอก แล้วไปบรรจบกับคลองบางขนาก ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว คลองนี้ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมได้ตลอดปี

7) คลองสิบเอ็ด เริ่มต้นจากคลองระหว่างตำบลดอนฉิมพลีและอำเภอบางน้ำเปรี้ยว เป็นคลองธรรมชาติที่มีน้ำตลอดปี

8) คลองสียัด เกิดจากลำห้วยเล็กๆ ในบริเวณเขาใหญ่ด้านที่ติดกับจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดชลบุรี ไหลผ่านอำเภอสนามชัยเขต และไปบรรจบกับคลองระบมกลายเป็นคลองท่าลาด

9) คลองประเวศบุรีรมย์ เกิดจากแหล่งน้ำเจ้าพระยาในเขตพระโขนง ไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกงฝั่งเหนือ ที่อำเภอบ้านโพธิ์ เป็นคลองธรรมชาติที่มีน้ำตลอดปี

2. ทรัพยากรน้ำใต้ดิน

จังหวัดฉะเชิงเทราพบว่ามีแหล่งน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลอยู่ทั่วไปภายในจังหวัด โดยพื้นที่มีปริมาณน้ำใต้ดินมากจะอยู่ทางด้านตะวันตกของจังหวัดในเขตลุ่มน้ำบางปะกง ส่วนทางด้านตะวันออกมีปริมาณน้ำใต้ดินน้อย น้ำใต้ดินส่วนใหญ่มีคุณภาพไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการอุปโภค บริโภคหรือเกษตรกรรม เนื่องจากน้ำ มีความเค็มหรือเป็นน้ำกร่อย พื้นที่ที่สามารถนำน้ำใต้ดินมาใช้ประโยชน์ได้ คือ บางส่วนของอำเภอบางคล้า อำเภอสนามชัยเขต อำเภอพนมสารคาม อำเภอท่าตะเกียบ แต่มีปริมาณน้อย

จำนวนบ่อบาดาลทั้งหมด 161 บ่อ ซึ่งบ่อบาดาลที่ใช้ในการอุปโภคและบริโภคจำนวน 55 บ่อ บ่อธุรกิจ 73 บ่อ บ่อเกษตรกรรม 33 โดยบ่อบาดาลดังกล่าวอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา 15 บ่อ อำเภอบ้านโพธิ์ 13 บ่อ อำเภอบางคล้า 10 บ่อ อำเภาบางน้ำเปรี้ยว 10 บ่อ อำเภอบางปะกง 20 บ่อ อำเภอแปลงยาว 56 บ่อ อำเภอท่าตะเกียบ 7 บ่อ อำเภอสนามชัยเขต 6 บ่อ อำเภอพนมสารคาม 23 บ่อ อำเภอคลองเขื่อน 1 บ่อ

3. แหล่งชลประทาน

แหล่งชลประทานที่มีอยู่ภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย แหล่งน้ำตามโครงการขนาดใหญ่ขนาดกลาง ขนาดเล็ก

แหล่งน้ำจากการพัฒนาที่มีอยู่ภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย แหล่งน้ำตามโครงการชลประทานขนาดใหญ่ โครงการชลประทานขนาดกลาง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการชลประทานขนาดเล็กที่สร้างเสร็จแล้ว

โครงการชลประทานขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรามี 8 โครงการ ดังนี้

1. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้

2. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต

3. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองด่าน

4. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวง

5. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนบางปะกง

6. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองสียัด

7. โครงการชลประทานฉะเชิงเทรา

8. โครงการชลประทานชลบุรี

โครงการชลประทานขนาดกลางในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรามี 3 โครงการ ดังนี้

1. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองระบม

2. โครงการอ่างเก็บน้ำลาดกระทิง

3. โครงการฝายท่าลาด

4. เขื่อนทดน้ำบางปะกง

เขื่อนทดน้ำบางปะกง ตั้งอยู่บริเวณบ้านไผ่เสวก ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง อยู่ห่างจากปากแม่น้ำ 70 กิโลเมตร ความจุ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อป้องกันการรุกล้ำของนำเค็ม และกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตรกรรม และการชลประทาน ขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาแก้ไขปัญหาผลกระทบและศึกษาหาแนวทางในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถดำเนินการเปิดใช้งานเขื่อนทดน้ำบางปะกง ตามวัตถุประสงค์

(ข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 ชลบุรี)

รายงานพื้นที่ลุ่มน้ำและปริมาณน้ำท่าตามธรรมชาติ

แหล่งน้ำที่มีอยู่ภายในจังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรามีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ คือ แม่น้ำบางปะกงและแม่น้ำสาขา ห้วย ลำธาร คลอง รวมทั้งสิ้น 762 สาย ในจำนวนนี้มีน้ำให้ใช้ได้ในฤดูแล้ง จำนวน 745 สาย มีหนอง บึง อีกจำนวน 167 แห่ง ใช้งานได้ในฤดูแล้ง 166 แห่ง มีน้ำพุ น้ำซับ 9 แห่ง มีน้ำในฤดูแล้ง ทั้ง 9 แห่ง และอื่นๆ อีก 179 แห่ง ใช้งานได้ในฤดูแล้ง 178 แห่ง

สำหรับแหล่งน้ำชลประทานที่มีอยู่ภายในจังหวัดประกอบด้วย แหล่งน้ำตามโครงการชลประทานขนาดใหญ่ โครงการชลประทานขนาดกลาง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการชลประทานขนาดเล็กที่สร้างแล้วเสร็จถึงสิ้นปีงบประมาณ 2553 รวม 154 โครงการ และสามารถเก็บกักน้ำได้ 484.61 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ 1,142,826 ไร่ หรือร้อยละ 35.02 % ของพื้นที่ถือครองทางการเกษตรของจังหวัด

จำนวนแหล่งน้ำ จำแนกตามประเภทแหล่งน้ำ เป็นรายอำเภอ พ.ศ. 2553

อำเภอ รวม อ่างเก็บน้ำ ฝายคอนกรีต ทำนบ สระ,หนอง,บึง คู,คลอง บ่อน้ำตื้น
ยอดรวม 433 30 107 16 72 206 -
เมืองฉะเชิงเทรา 45 - - - - 45 -
บางคล้า 41 - 1 1 2 37 -
บางน้ำเปรี้ยว 19 - - - 3 16 -
บางปะกง 34 - - 1 - 33 -
บ้านโพธิ์ 31 - - - - 31 -
พนมสารคาม 53 13 8 - 16 16 -
ราชสาส์น 8 - - 1 3 4 -
สนามชัยเขต 83 10 48 3 13 9 -
แปลงยาว 53 2 26 7 14 4 -
ท่าตะเกียบ 53 5 24 3 20 1 -
คลองเขื่อน 11 - - - 1 10 -

 

จังหวัดฉะเชิงเทรามีโครงการชลประทาน 8 โครงการ (โครงการขนาดใหญ่) มีพื้นที่ชลประทานรวม 987,352 ไร่ มีพื้นที่การเกษตร 2,528,042 ไร่ คิดเป็น 39.06% ของพื้นที่การเกษตร มีแหล่งน้ำประกอบด้วย

1. แหล่งน้ำขนาดใหญ่ คือ อ่างเก็บน้ำคลองสียัด ความจุ 420 ล้าน/ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทาน 44,000 ไร่

2. มีแหล่งน้ำขนาดกลาง 2 แห่ง

2.1 อ่างเก็บน้ำคลองระบม ความจุ 55.00 ล้าน/ลบ.ม.

2.2 อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง ความจุ 4.2 ล้าน/ลบ.ม.

3. มีแหล่งน้ำขนาดเล็ก จำนวน 129 โครงการ เก็บกักน้ำได้ 5.060 ล้าน/ลบ.ม. พื้นที่ได้รับประโยชน์

35,675 ไร่

4. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 17 โครงการ เก็บกักน้ำได้ 7.564 ล้าน/ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 9,030 ไร่

การปกครองแบ่งออกเป็น 11 อำเภอ 93 ตำบล 859 หมู่บ้าน

Amphoe
  1. อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
  2. อำเภอบางคล้า
  3. อำเภอบางน้ำเปรี้ยว
  4. อำเภอบางปะกง
  5. อำเภอบ้านโพธิ์
  6. อำเภอพนมสารคาม
  7. อำเภอราชสาส์น
  8. อำเภอสนามชัยเขต
  9. อำเภอแปลงยาว
  10. อำเภอท่าตะเกียบ
  11. อำเภอคลองเขื่อน
รูปที่ 7 อำเภอในจังหวัดกาญจนบุรี


จังหวัดฉะเชิงเทรามีเนื้อที่ประมาณ 5,351 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,344,375 ไร่ แบ่งเขต การปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 91 ตำบล (ตามลักษณะปกครองท้องที่) และตำบลในเขตเทศบาล 2 ตำบล 892 หมู่บ้าน 26 เทศบาล (1 เทศบาลเมือง 31 เทศบาลตำบล) และ 76 องค์การบริหารส่วนตำบล (ดังตารางที่ 2.1-1) โดยอำเภอมีเนื้อที่มากที่สุด คือ อำเภอสนามชัยเขต 1,666,000 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 31.13 รองลงมา คือ อำเภอท่าตะเกียบ 1,054,772 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 19.71 และพื้นที่น้อยที่สุด คือ อำเภอคลองเขื่อน 127.400 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 2.38

ตารางแสดงจำนวนอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา

อำเภอ เขตการปกครอง พื้นที่(ตร.กม.) 
ตำบล (ปกครองท้องที่) ตำบล (ในเขตเทศบาล) หมู่บ้าน เทศบาล อบต.
อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา 18 1 192 2 18 378.663
อำเภอบางคล้า 8 1 56 2 7 227.89
อำเภอแปลงยาว 4 - 48 4 3 237.23
อำเภอบางน้ำเปรี้ยว 10 - 148 5 9 498.659
อำเภอบางปะกง 12 - 108 10 6 257.893
อำเภอบ้านโพธิ์ 17 - 73 4 12 217.593
อำเภอพนมสารคาม 8 - 87 4 7 550
อำเภอราชสาส์น 3 - 31 - 3 134.9
อำเภอสนามชัยเขต 4 - 70 1 4 1,666.00
อำเภอท่าตะเกียบ 2 - 47 - 2 1,054.77
อำเภอคลองเขื่อน 5 - 32 - 5 127.4
รวม 91 2 892 32 76 5,351.00

 

ที่มา   :    ที่ทำการปกครองจังหวัดฉะเชิงเทราและสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา

ผู้บริหารจังหวัด

gov cha

นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย
ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

นายไพศาล วิมลรัตน์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา

นายบัณฑิตย์  เทวีทิวารักษ์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา

นายศิวาโรจน์  มุ่งหมายผล

ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา

พันเอกองอาจ  ชวาลวิวัฒน์

รอง ผอ.กอ.รมน.จว.ฉช.

นายกิตติพันธุ์  โรจนชีวะ

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
รายชื่อ ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายบุญเลิศ   ไพรินทร์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ 30/41 ซอยชินเขต 2/3 ถ.งามวงศ์วาน หมู่ที่ 6 ต.เทศบาลทุ่งสองห้อง อ.หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
เบอร์โทรศัพท์ 0-83920-0123
เขตเลือกตั้งที่ 2 นายสมชัย  อัศวชัยโสภณ พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ 133 หมู่ที่ 3 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์ 08-1982-3443
เขตเลือกตั้งที่ 3 นายรส   มะลิผล พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ 100 ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์ 08-1375-0028
เขตเลือกตั้งที่ 4 พลตำรวจโท พิทักษ์ จารุสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ 77 หมู่ที่ 3 ต.บากรูด อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์ 038-595409

 

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

รายชื่อ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จังหวัดฉะเชิงเทรา

  • นายนิคม ไวรัสพานิช

ที่อยู่ 146 หมู่ที่ 2 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เบอร์โทรศัพท์ 08-1994-9159

ประชากร

จำนวนประชากรจังหวัดฉะเชิงเทรา 

เพศ

จำนวน

ประชากรชาย

422,441   คน

ประชากรหญิง

420,441   คน

รวม

842,882  คน


ข้อมูล  ณ  วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ 

การศาสนา 

ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรามีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาแต่โบราณกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความนับถือต่อหลวงพ่อพุทธโสธรเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา

นิกาย

จำนวนวัด

ที่พักสงฆ์

พระภิกษุ (รูป)

สามเณร (รูป)

มหานิกาย

332

48

4,266

687

ธรรมยุติ

17

1

160

15

จีนนิกาย

1

-

1

-

อนัมนิกาย

1

-

5

12

รวม

351

49

4,432

714


ข้อมูล  ณ  วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ที่มา : กลุ่มพุทธศาสนศึกษาและการคณะสงฆ์

ผลิตภัณฑ์จังหวัด อนุกรมใหม่ ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ.2550 - 2554

หน่วย : ล้านบาท

สาขาการผลิต

2550

2551

2552

2553

2554

ภาคเกษตร

     13,031

     16,251

     15,659

       16,291

       19,396

เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้

        10,862

        14,156

        13,630

         14,418

         17,597

การประมง

          2,169

          2,095

          2,030

           1,873

           1,799

ภาคนอกเกษตร

    181,467

    201,175

    175,078

     218,844

     227,195

การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน

             137

             697

             277

              197

              172

การผลิตอุตสาหกรรม

      130,234

      145,130

      120,128

       158,737

       164,473

การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา

          5,158

          5,260

          5,771

           6,768

           7,059

การก่อสร้าง

          3,592

          3,307

          3,792

           5,349

           5,781

การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน

        21,067

        23,204

        20,984

         23,968

         24,817

โรงแรมและภัตตาคาร

             294

             280

             265

              375

              517

การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม

          5,282

          6,709

          6,682

           6,579

           6,218

ตัวกลางทางการเงิน

          2,747

          2,906

          2,972

           2,902

           3,273

บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ

          5,335

          4,637

          4,685

           4,398

           4,305

การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ

          2,525

          3,524

          3,715

           3,601

           3,685

การศึกษา

          3,344

          3,546

          3,708

           3,837

           4,690

การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์

             955

          1,081

          1,255

           1,176

           1,256

การให้บริการชุมชนสังคมและบริการส่วนบุคคลอื่นๆ

             759

             840

             809

              845

              903

ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล

               39

               54

               35

              111

                45

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด

    194,498

    217,426

    190,737

     235,135

     246,591

มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท)

   278,816

    308,520

    268,042

     327,384

     340,916

ประชากร (1,000 คน)

         698

         705

         712

          718

          723

หมายเหตุ : ข้อมูลเบื้องต้น จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 

เกษตรกรรม

จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเนื้อที่ทั้งหมด 3,344,375 ไร่ พื้นที่ถือครองเพื่อการเกษตร 2,052,800 ไร่ และ   มีจำนวนครัวเรือนเกษตรกร 63,770 ครัวเรือน 

จำนวนครัวเรือนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ปี 2554

หน่วย : ครัวเรือน

ลำดับที่ อำเภอ ประเภทของอาชีพเกษตรกรรม
ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวเหนียวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน สับปะรด ยางพารา มะม่วง มะพร้าว หมาก ปาล์มน้ำมัน  ยูคาลิปตัส
อ่อน แก่
1 เมือง 3,740 3,710 - - - - - - 1,025 1,131 1,562 729 - -
2 บางคล้า 757 678 - - - - 8 - 1,491 1,166 654 635 7 22
3 บางน้ำเปรี้ยว 5,324 6,515 - - - - - - 1,381 476 567 - 3 -
4 บางปะกง 539 319 - - - - - - 676 432 - - - -
5 บ้านโพธิ์ 1,132 1,037 - - - - - - 395 254 126 - - 35
6 พนมสารคาม 2,982 1,775 - 18 927 5 - 2 190 431 - 332 - 8
7 สนามชัยเขต 6,108 185 210 297 5,247 56 264 1,584 215 70 - - 103 3,815
8 แปลงยาว 1,525 710 - 25 1,078 120 40 310 383 63 60 - 538 69
9 ราชสาส์น 1,771 633 - - - - - - 289 77 20 2 1 10
10 ท่าตะเกียบ 2,584 140 - 353 4,044 194 150 1,539 96 - 20 - 153 744
11 คลองเขื่อน 1,049 988 - - - - - 722 661 280 268 5 -
รวม 27,511 16,690 210 693 11,296 375 462 3,435 6,863 4,761 3,289 1,966 810 4,703

 

ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา

ชนิด พืชที่ปลูก (ไร่) พื้นที่เก็บเกี่ยว/ให้ผลแล้ว (ไร่) ผลิต (ตัน) ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ กก./ไร่
ข้าวนาปี 731,574 720,366 517,338.11 718.19
ข้าวนาปรัง* 491,794 495,831 420,023.40 847.11
ข้าวเหนียวนาปี 4,750 4,750 1,900 400
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 10,655 10,655 7,170.50 672.97
มันสำปะหลัง 332,496 306,986.75 1,115,307.42 3,633.08
อ้อยโรงงาน 20,459 19,459 218,775.98 11,242.92
สับปะรด 12,430 9,930 72,732.98 7,324.57
ยาพารา 153,564 132,712 34,000.81 256.2
มะม่วง 40,878 35,174.50 22,672.43 644.57
มะพร้าวอ่อน 12,017 11,344.50 14,286.58 1,259.34
มะพร้าวแก่ 5,720 5,160 4,319.85 837.18
หมาก 8,502 8,249 9,692.33 1,174.97
ปาล์มน้ำมัน 10,313 4,534 10,810.01 2,384.21
ไม้เศรษฐกิจ (ยูคาลิปตัส) 282,195 211,118 6,012,843.31 28,480.96
อื่นๆ 75,105 74,751 - -
รวม 2,332,213* 2,011,138 4,449,394 38,144

 

* : พื้นที่ปลูกรวมนั้นเกินกว่าพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมดเนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังใช้พื้นที่เดียวกับข้าวนาปี

ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา

การประมง

ประเภท จำนวนผู้ประกอบการ (ราย) จำนวนฟาร์ม (แห่ง) เนื้อที่เลี้ยงรวม(ไร่)
ปลาน้ำจืด 4,604 4,670 43,671.31
กุ้งทะเล 3,957 4,144 37,511.20
ปลากะพงขาว 311 319 2,636.88
หอยทะเล 176 189 12,535.64
กุ้งน้ำจืด 152 153 1,486.00
กบ,จระเข้,ตะพาบ 149 153 127,724.40

 

รายงานผู้จดทะเบียน กับสำนักงานประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา จำแนกตามกลุ่มสัตว์น้ำ

(ข้อมูลถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554)

อำเภอ กุ้งทะเล ปลาน้ำจืด ปลากะพงขาว กุ้งก้ามกราม กบ,จระเข้,ตะพาบ หอยทะเล
จำนวน
(ฟาร์ม)
เนื้อที่
(ไร่)
จำนวน
(ฟาร์ม)
เนื้อที่
(ไร่)
จำนวน
(ฟาร์ม)
เนื้อที่
(ไร่)
จำนวน
(ฟาร์ม)
เนื้อที่
(ไร่)
จำนวน
(ฟาร์ม)
เนื้อที่
(ไร่)
จำนวน
(ฟาร์ม)
เนื้อที่
(ไร่)
1. เมือง 655 4,723 587 6,671 120 682 6 43 4 3
2. บางคล้า 891 7,876 178 1,897 8 81 9 36
3. บ้านโพธิ์ 342 3,680 201 2,111 42 537 3 3
4. บางปะกง 90 1,470 313 5,988 48 776 1 <1 84 683
5. บางน้ำเปรี้ยว 153 1,846 184 1,443
6. คลองเขื่อน 369 2,922 98 988 1 2
7. ราชสาส์น 112 1,584 100 2,219 3 90
8. พนมสารคาม 42 616 219 1,433 1 3 79 28
9. แปลงยาว 15 668 57 919
10. ท่าตะเกียบ 70 67
11. สนามชัยเขต 211 299 5 2
รวม 2,669 25,425 2,218 24,035 168 1,458 57 664 105 164 84 683

 

จำนวนเรือประมงที่ขึ้นทะเบียนเรือประมง ถึงปี 2553

ประเภทเครื่องมือ ลำ
อวนลากแผ่นตะเฆ่ 23
อวนลากคู่ 6
อวนรุน 21
อวนลอย (ปู, กุ้ง, ปลา) 69
รวม 119

 

การปศุสัตว์

ข้อมูลสรุปจำนวนสัตว์ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปี 2554

1. สุกร จำนวนสัตว์ 307,031 ตัว มูลค่า 3,514,070,789.00 บาท

2. ไก่เนื้อ จำนวนสัตว์ 27,289,815 ตัว มูลค่า 1,837,150,345.80 บาท

3. ไก่ไข่ จำนวนสัตว์ 7,963,146 ตัว มูลค่า 5,315,234,112.00 บาท

4. ไก่พื้นเมือง จำนวนสัตว์ 392,401 ตัว มูลค่า 39,524,590.73 บาท

5. เป็ดเนื้อ จำนวนสัตว์ 506,928 ตัว มูลค่า 73,149,710.40 บาท

6. เป็ดไข่ จำนวนสัตว์ 7,963,146 ตัว มูลค่า 5,315,234,112.00 บาท

7. โคเนื้อ จำนวนสัตว์ 26,764 ตัว มูลค่า 319,160,700 บาท

8. กระบือ จำนวนสัตว์ 3,126 ตัว มูลค่า 39,442,305.00 บาท

การสหกรณ์

ข้อมูลด้านสหกรณ์

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา มีสหกรณ์ในความส่งเสริมสนับสนุน แบ่งเป็น ๗ ประเภท
จำนวน ๗๓ สหกรณ์ สมาชิก ๖๗,๗๙๙ ราย กลุ่มเกษตรกร จำนวน ๒๓ แห่ง จำนวนสมาชิก ๓,๕๘๐ ราย

ที่ ประเภทสหกรณ์ จำนวนสหกรณ์ (แห่ง) สมาชิก (ราย) ปริมาณธุรกิจ (ล้านบาท) ผลการดำเนินงาน (กำไรสุทธิในภาพรวม)
ภาคเกษตรสหกรณ์การเกษตร ๓๒ ๔๖,๙๓๙ ๒,๗๕๑.๓๕ ๗๑.๙๙
สหกรณ์ประมง ๕๑ ๒๗.๖๗ ๐.๘๔
นอกภาคเกษตรสหกรณ์ออมทรัพย์ ๒๓ ๑๕,๔๗๗ ๔,๗๖๘.๕๒ ๑๔๕.๘๙
สหกรณ์ร้านค้า ๒,๐๕๕ ๕๘.๗๖ ๔.๕๒
สหกรณ์บริการ ๕๙๗ ๕.๔๙ ๐.๗๒
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ๑,๙๘๐ ๑๗๗.๐๙ ๔.๓๘
รวม ๗๑ ๖๗,๗๙๙ ๗,๗๘๘.๘๗ ๒๒๘.๓๓

 

ที่มา : สำนักงานสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา (ข้อมูล ณ  ธันวาคม  ๒๕๕๓)

ที่

ประเภทกลุ่มเกษตรกร

จำนวน(แห่ง)

สมาชิก(ราย)

ปริมาณธุรกิจ     (ล้านบาท)

ผลการดำเนินงาน (กำไรสุทธิในภาพรวม)

ทำนา

๑๓

๒,๕๕๕

๕๗.๕๒๑

๐.๗๙๒

ทำสวน

๕๖๒

๔๐๗.๐๐๙

๑.๐๒๑

ทำไร่

๓๔๕

๐.๓๓๒

๐.๐๐๙

ทำประมง

๑๑๘

๗.๗๖๐

๐.๓๓๗

รวม

๒๐

๓,๕๘๐

๔๗๒.๖๒๒

๒.๑๕๗


ที่มา : สำนักงานสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา (ข้อมูล ณ  ธันวาคม  ๒๕๕๓)

การป่าไม้

ระบบนิเวศป่าไม้

จังหวัดฉะเชิงเทรามีพื้นที่ทั้งสิ้น 3,228,603.49 ไร่ และเป็นอาณาเขตป่าทั้งสิ้น 536,181.97 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 16.61 ของพื้นที่จังหวัด ซึ่งจำแนกเป็นพื้นที่ป่าบก 528,160.10 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 16.36 ป่าชายเลน 8,021 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.25 อำเภอที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุด ได้แก่ อำเภอท่าตะเกียบ จำนวน 409,507.40 ไร่ รองลงมาได้แก่ อำเภอสนามชัยเขต จำนวน 108,580.57 ไร่ สำหรับพื้นที่ป่าชายเลนจะมี อยู่ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอเมือง

จำนวนพื้นที่ป่าไม้ และพื้นที่อื่นๆ แยกรายอำเภอของจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. 2547

อำเภอ

ป่าบก (ไร่)

ป่าชายเลน (ไร่)

นากุ้ง (ไร่)

แหล่งน้ำ (ไร่)

พื้นที่อื่นๆ (ไร่)

รวม (ไร่)

บางปะกง

-

6,393.93

21,503.87

4,080.70

128,216.17

160,194.68

บ้านโพธิ์

-

1,598.40

36,971.80

4,243.74

89,210.75

132,024.70

เมือง

-

29.58

16,623.62

3,094.49

220,935.27

240,682.92

บางน้ำเปรี้ยว

-

-

-

587.31

309,902.87

310,490.18

บางคล้า

-

-

10,378.31

2,172.25

134,698.29

147,248.85

คลองเขื่อน

-

-

4,496.15

1,663.43

60,820.63

66,980.21

ราชสาส์น

-

-

628.76

-

89,850.91

90,479.68

แปลงยาว

2,130.64

-

2,716.83

792.72

199,300.11

204,940.30

พนมสารคาม

7,941.49

-

78.69

2,417.03

309,094.88

319,532.09

สนามชัยเขต

108,580.57

-

-

6,751.50

551,569.15

666,901.22

ท่าตะเกียบ

409,507.40

-

-

22,301.70

457,319.57

889,128.67

รวม

528,160.10

8,021.87

93,398.03

48,104.87

2,550,918.62

3,228,603.49


สำหรับในปี พ.ศ. 2548 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แปลตีความจากภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกค่าระหว่างเดือน มกราคม 2548 - เมษายน 2548 โดยแปลตีความเป็นภาพรวมทั้งจังหวัด ไม่มีข้อมูลแยกเป็นอำเภอ ปรากฏว่า จังหวัดฉะเชิงเทรามีพื้นที่ป่าบก 523,078 ไร่ พื้นที่ป่าชายเลน 7,953 ไร่ รวม 531,031 ไร่ คิดเป็น 16.45% ของพื้นที่จังหวัด

ที่มา  : การวิเคราะห์ปรับปรุงข้อมูลจาก GIS ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2551

จำนวนพื้นที่ป่าไม้แบ่งตามประเภท ย้อนหลัง 10 ปี (ตร.กม) 

พ.ศ. 

ป่าสงวน

ป่าอนุรักษ์

ป่าชายเลน

2543

    1,998.34

630.96

14.70

2544

1,367.38

630.96

14.70

2545

1,367.38

630.96

14.70

2546

1,367.38

630.96

14.70

2547

1,367.38

630.96

12.85

2548

1,367.38

630.96

12.73

2549

1,367.38

630.96

12.73

2550

1,285.64

630.96

12.73

2551

1,285.64

630.96

12.73

2552

1,285.64

630.96

12.73


พื้นที่ป่าไม้สำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มีป่าสงวนแห่งชาติ 1 แห่ง  คือป่าแควระบม - สียัด ประกาศ เมื่อปี พ.ศ. 2512 มีพื้นที่ 1,753,125 ไร่ ต่อมา   มีการนำพื้นที่ไปปฏิรูปที่ดินเป็น สปก. และบางส่วนนำไปประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน ปัจจุบันเหลือพื้นที่ซึ่งระบุว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตามกฎหมาย จำนวน 854,612.90 ไร่ แต่จากการแปลภาพถ่ายดาวเทียม คาดว่าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม - สียัด มีสภาพป่าไม้ปกคลุม จะเหลืออยู่  ไม่เกิน 200,000ไร่ เนื่องจาก ถูกบุกรุกจับจองเป็นพื้นที่ทำการเกษตรไปเป็นจำนวนมาก มีสวนรุกขชาติ คือ สวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่นเกล้า  

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน มีเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า 1 แห่ง คือ เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง พบว่ามีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่น้อยกว่า 144 ชนิด นกไม่น้อยกว่า 409 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานไม่น้อยกว่า 121 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกไม่น้อยกว่า 43 ชนิด ปลาน้ำจืดไม่น้อยกว่า 94 ชนิด และผีเสื้อไม่น้อยกว่า 92 ชนิด

(ข้อมูลจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พ.ศ. 2550)

ป่าดงดิบชื้น (Tropical rain forest) พบในป่าแควระบม - สียัด

ป่าดงดิบแล้ง (Dry evergreen forest)

พบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เป็นสังคมป่าที่ขึ้นปกคลุมพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเกือบทั้งหมดยกเว้นพื้นที่ตามสันเขาหรือในบริเวณที่มีดินตื้นจะมีสังคมพืชชนิดอื่นขึ้นแทรกอยู่เป็นหย่อมๆ เป็นสังคมป่าที่ขึ้นปกคลุมพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเกือบทั้งหมด ยกเว้นพื้นที่ตามสันเขาหรือในบริเวณที่มีดินตื้นจะมีสังคมพืชชนิดอื่นขึ้นแทรกอยู่เป็นหย่อมๆ ลักษณะโครงสร้างทางด้านตั้งของป่าดงดิบแล้ง สามารถแบ่งได้ 3 ชั้นเรือนยอด ด้วยกันคือ ไม้ชั้นบนมีความสูง 20 - 40 เมตร พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่ ตะแบกแดง กระบก ยางแดง สมพง ตะเคียนทอง ปออีเก้ง เป็นต้น จะขึ้นอยู่เป็นกลุ่มๆ ตามริมลำธารหรือริมห้วย ไม้ชั้นรองมีความสูง 15 - 25 เมตร  พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่ ค้างคาว ลำป้าง กระท้อน เฉียงพร้านางแอ ตาเสือ คอแลน. เป็นต้น ไม้ชั้นล่างมีความสูง 6 - 15 เมตร พรรณไม้ที่สำคัญ ได้แก่ แก้ว ตังตาบอด นางดำ ลำบิด จันทน์ชะมด  สั่งทำ กะโมกเขา ว่านช้างร้อง เป็นต้น

ป่าชายเลน (Mangrove swamp forest) พบในเขตอำเภอบางปะกง และอำเภอบ้านโพธิ์ บางครั้งเรียกว่าป่าเลนน้ำเค็ม หรือป่าโกงกาง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ แสม โกงกาง ลำแพน ตะบูน และต้นจาก และมีไม้พุ่มขนาดเล็ก เช่น เหงือกปลาหมอ สาบเสือ และเถาวัลย์ อยู่ทั่วไป

ป่าเบญจพรรณ พบในป่าแควระบมและป่าสียัด

ป่าแดง ป่าแพะ หรือป่าเต็งรัง พบในป่าแควระบมและป่าสียัด

สังคมป่าผสมผลัดใบ  (Mixed Deciduous Forest)  พบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน สังคมพืชชนิดนี้ มีลักษณะเรือนยอดโปร่ง พื้นป่าไม่รกทึบและในฤดูแล้งพรรณไม้จะผลัดใบการกระจายในสังคมป่าผลัดใบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนขึ้นปกคลุมอยู่น้อย โดยกระจายอยู่ตามสันเขาหินปูน หรือบริเวณที่มีดินตื้นหรือบริเวณที่มีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น บริเวณรอบๆ หนองปรือหรือขึ้นแทรกตัวอยู่เป็นหย่อมๆ ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบแล้งลักษณะโครงสร้างทางด้านตั้งของป่าชนิดนี้สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชั้นเรือนยอดด้วยกันคือ ไม้เรือนยอดชั้นบนมีความสูง 25 - 30 เมตร ไม้เด่นในชั้นนี้ได้แก่ ประดู่ งิ้วป่า กางขี้มอด ตะคร้อ สมอภิเภก เป็นต้น ไม้เรือนยอดชั้นรองมีความสูง 10 - 25 เมตร พรรณไม้ในชั้นนี้ ได้แก่ ตีนนก ขี้อ้าย ติ้วแดง แคหัวหมู หอมไกลดง รักขาว มะกอกป่า เป็นต้น ไม้ชั้นล่างมีความสูง 5 - 10 เมตร พรรณไม้ในชั้นนี้ได้แก่ หมีเหม็น เม่าไข่ปลา โมกมัน มะกา มะกวม กระมอบ เคล็ดหนู เป็นต้น

อ้างอิง : สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าภาคตะวันออกหรือป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นป่าลุ่มต่ำที่ไม่ผลัดใบ และเป็นป่าพื้นที่รอยเชื่อมต่อ (transitionzone) ระหว่างระบบนิเวศภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) มาก ป่าดงดิบส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบแล้ง มีเพียงเล็กน้อยที่เป็นป่าดงดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และทุ่งหญ้ากับไร่ร้าง

อ้างอิง : สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ระบบนิเวศทะเลและชายฝั่ง

จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ติดทะเล จำนวน 5,351 ตารางกิโลเมตร โดยมีชายฝั่งทะเลยาว  15 กิโลเมตร  ที่อำเภอบางปะกง พื้นที่ปากแม่น้ำบางปะกงมีที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอ่าวไทย หรือทางตอนใต้ของจังหวัดฉะเชิงเทราระหว่างละติจูด 13 องศาเหนือ และลองติจูด 100 องศาตะวันออก โดยมีพื้นที่ อยู่ในเขตเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทรากับจังหวัดชลบุรี โดยมีพื้นที่เกี่ยวเนื่องบางส่วนอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีความยาวตามลำน้ำบางปะกง 23.4 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดฉะเชิงเทรา 22 กิโลเมตร

สภาพพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำและที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลเกิดจากการทับถมของดินตะกอนแม่น้ำบางปะกงและจากทะเล สภาพโดยทั่วไปของพื้นที่ปากแม่น้ำบางปะกงมีคลองน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปมากกว่า 40 คลอง

ตลอดแนวชายฝั่ง คือ ป่าชายเลนที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ พื้นที่ติดทะเลทำให้เมืองนี้ได้รับอิทธิพลจากลมบกและลมทะเลอย่างเต็มที่ และด้วยลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ ฉะเชิงเทราจึงชุ่มชื้นด้วยฝนที่ตกต้องตามฤดูกาล อันนำพาพืชพรรณธัญญาหารให้ผลิดอกออกผลสะพรั่งตลอดปี พรรณไม้ที่พบ และเป็นตัวแทนป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง ได้แก่ จาก แสมขาว แสมดำ ปอทะเล โกงกางใบเล็ก ตะบูนขาว โกงกางใบใหญ่ และลำพู พบพรรณไม้น้ำที่มีความสำคัญต่อทรัพยากรประมง โดยพบพรรณไม้น้ำรวม 35 ชนิด สาหร่าย 2 ชนิด 

ทรัพยากรประมงในระบบนิเวศน้ำกร่อยแม่น้ำบางปะกง พบพันธุ์ปลารวม 170 ชนิด ใน 53 วงศ์ ปลากลุ่มใหญ่ที่พบในบริเวณนี้ที่เป็นปลาน้ำจืด คือวงศ์ Cyprinidae ปลากลุ่มเด่นอื่นที่พบ ได้แก่ กลุ่มปลาบู่  ในวงศ์ Eleotridae, Gobiidae, Ambassidae, Sciaenidae, Clupeidae และ Ariidae พบปลาที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มสูญพันธุ์ 5 ชนิด คือ ปลาหงอนไก่ ปลาม้าน้ำ Hippocampus kuda ปลากะพงขี้เซา Lobotes surinamensis ปลากระทิงไฟ Mastacembelus erythrotaenia ปลาปักเป้าสกุล Chonerhinus ทรัพยากรกุ้งเป็นทรัพยากรเป้าหมายทางการประมงในบริเวณนี้ที่สำคัญ ได้แก่ กุ้งก้ามกราม (Machrobrachium rosenbergii) กุ้งหัวมัน (Metapenaeus brevicornis ) กุ้งตะกาด (Metapenaeus spp.) กุ้งแชบีวย (Penaeus merguiensis) และเคยตาดำ (Mesopodopsis orientalis) เมื่อพิจารณาองค์ประกอบชนิดโดยรวมของสัตว์หน้าดิน พบไส้เดือนทะเลและหอยเป็นกลุ่มเด่น

อ้างอิง : ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

นอกจากนี้ยังพบ โลมาอิรวดี ซึ่งโลมาอิรวดีได้รับการจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 138 (สัตว์ป่าคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าที่เกิดในธรรมชาติและมีรายชื่ออยู่ในประกาศคณะรัฐมนตรีให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ห้ามล่า    ห้ามครอบครอง หรือห้ามเพาะพันธุ์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต) สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) ก็จัดให้โลมาอิรวดีอยู่ในบัญชีตัวแดง (Red List) โดยอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤต (Critically Endangered)

อ้างอิง : (ฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา)

ด้านอุตสาหกรรม

ด้านอุตสาหกรรม

                  จังหวัดฉะเชิงเทรามีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 1,619 โรง มีการจ้างงาน119,825 คน เงินลงทุน 231,531.04 ล้านบาท อุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ รองลงมาคืออุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมขนส่ง

อุตสาหกรรมที่สำคัญได้แก่

1. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตลวดเหล็กแรงดันสูง ผลิตแผ่นเหล็กและหลอม หล่อเหล็ก มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 216 เงินลงทุน 12,758.12 ล้านบาท จ้างแรงงงาน 13,619 คน

2. อุตสาหกรรมการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ โรงสีข้าว โกดังเก็บและลำเลียงพืชผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังแปรรูป มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 182 โรงงาน เงินลงทุน 5,304.58 ล้านบาท  จ้างแรงงาน 4,137 คน

3. อุตสาหกรรมขนส่ง จะเป็นอุตสาหกรรมผลิตและประกอบชิ้นส่วนรถยนต์และจักรยานยนต์กิจการ   ซ่อม เคาะพ่นสีรถยนต์ มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 138 โรงงาน เงินลงทุน 41,432.68 ล้านบาท จ้างแรงงาน 19,078 คน

4. อุตสาหกรรมพลาสติก จะเป็นอุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ที่ทำจากผลิตภัณฑ์พลาสติก มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 126 โรงงาน เงินลงทุน 41,432.68 ล้านบาท จ้างแรงงาน 19,078 คน

5. อุตสาหกรรมอาหาร จะเป็นอุตสาหกรรมผลิตอาหารสำเร็จรูป มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 116 โรงงาน  เงินลงทุน 5,475.31 ล้านบาท แจ้งแรงงาน 5,568 คน


ด้านเหมืองแร่

การเหมืองแร่ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเหมืองแร่ ทั้งสิ้น 10 เหมือง 10 แปลง แร่ที่สำคัญได้แก่แร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินแกรนิตเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง แร่หินประดับชนิดแกรนิต แร่เหล็ก

การจัดเก็บรายได้ค่าภาคหลวงแร่ ค่าธรรมเนียมแร่และอื่นๆ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔
(๑ ตค. ๕๓ - ๓๐ กย.๕๔) 

ลำดับ

ประเภทรายได้

จำนวนเงิน (บาท)

ค่าภาคหลวงแร่

ค่าขายของกลาง

ค่าธรรมเนียมแร่

ค่าธรรมเนียมโรงงาน

ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด

ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์

ค่าปรับอื่นๆ

รายได้อื่นๆ

๓๐๗,๖๖๘.๔๘

-

๑,๐๓๐.๐๐

-

-

๑๔,๒๔๐.๐๐

๑๙,๖๐๔.๖๐

๓๖๘,๘๑๗.๙๙

รวม

๗๑๑,๓๖๑.๐๗


สถิติแร่และผลผลิตแร่ ประจำปี ๒๕๕๔ (๑ ตค. ๕๓ - ๓๐ กย.๕๔) 

ลำดับ

ชนิดแร่

จำนวนเหมืองแร่/แปลง

จำนวนคนงาน
(คน)

ปริมาณแร่ที่ผลิตได้
(เมตริกตัน)

 

แร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินแกรนิตเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง 

๑/๑

 

๒๒

 

๑๓๑,๐๘๐

 

รวม

๑/๑

๒๒

๑๓๑,๐๘๐

 

ลำดับ

ชนิดแร่

จำนวนเหมืองแร่/แปลง

จำนวนคนงาน (คน)

ปริมาณแร่ที่ผลิตได้ (ลูกบาศก์เมตร)

แร่หินประดับชนิดแกรนิต

๑/๑

๑๔

๔๔๘

รวม

๑/๑

๑๔

๔๔๘


พื้นที่ประทานบัตรทั้งหมด ๑๐ แปลง เนื้อที่ ๙๕๕ ไร่ ๑ งาน ๙๒ ตารางวา

จำนวนโรงงานที่ประกอบกิจการโม่ บด ย่อย หิน มีจำนวน ๑ โรง อยู่ในพื้นที่อำเภอพนมสารคาม

การพาณิชยกรรม 

จังหวัดฉะเชิงเทรา ในอดีตเป็นศูนย์กลางทางการค้า และเป็นเมืองหน้าด่านทางภาคตะวันออก ที่เชื่อมกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นชุมทางการขนส่งและขนถ่ายสินค้า ทั้งทางรถไฟ ทางรถยนต์ และการขนส่งสินค้าเกษตรทางน้ำ เพื่อป้อนตลาดกรุงเทพฯ ต่อมาได้รับอิทธิพลการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของชุมชนเมือง ประกอบกับทางราชการได้มีโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก เพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่แหลมฉบัง สนามบินนานาชาติที่สุวรรณภูมิ จังหวัดฉะเชิงเทรามีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและมีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจด้านการเกษตร ทั้งพืชผลการเกษตรและปศุสัตว์อยู่ก่อนแล้ว จึงก่อให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมต่อเนื่องการเกษตรอย่างรวดเร็ว และด้วยมีทรัพยากรการเกษตรและปศุสัตว์อยู่ก่อนแล้ว และทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพที่ได้รับการศึกษาในระดับสูง มีประสบการณ์และความสามารถในการจัดการเป็นอย่างดีและมีผลต่อการเพิ่มศักยภาพด้านการลงทุนของจังหวัดกระจายสู่สาขาต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้ด้านพาณิชยกรรมของจังหวัดมีความก้าวหน้า มีการเชื่อมโยงไปสู่การส่งออก กลายเป็นการค้าระหว่างประเทศที่มีขอบข่ายดำเนินกว้างมากขึ้นในอนาคต

ในปีงบประมาณ 2555 (ณ เดือนตุลาคม 2554) มีผู้จดทะเบียนประกอบธุรกิจ ที่ยังคงอยู่ในจังหวัด จำนวน 3,206 ราย จดทะเบียน ในรูปนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด 1,001 ราย บริษัทจำกัด 2,205 ราย บริษัทมหาชน - ราย 

ตารางที่1 แสดงทะเบียนธุรกิจการค้านิติบุคคลที่คงอยู่ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปีงบประมาณ 2549-2555

                                                                                                        หน่วย: ราย

ปี

นิติบุคคล

ห้างหุ้นส่วนสามัญ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

บริษัทจำกัด

บริษัทมหาชน

รวม

2549

2

856

1,649

-

2,507

2550

2

871

1,784

-

2,657

2551

-

1,016

1,937

-

2,953

2552

-

1,056

2,030

4

3,090

2553

-

1,137

2,137

3

3,277

2554

-

998

2,202

3

3,203

2555

(ตุลาคม 54)

-

 1,001

 2,205

 -

 3,206


ที่มา :
 สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา

การไฟฟ้า

1. สถานีไฟฟ้า จำนวน 15 สถานี

2. พื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 11 อำเภอ

3. มีจำนวนการไฟฟ้า สำนักงานบริการผู้ใช้ไฟฟ้า จำนวน 14 แห่ง

4. มีจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น จำนวน 196,318 ราย

5. กระแสไฟฟ้าที่ใช้ทั้งสิ้น จำนวน 3,019,671,010 หน่วย

6. ข้อมูลสถานะการมีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา

ข้อมูลสถานะการมีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา (ณ 30 มิถุนายน 2554)

ที่ ชื่ออำเภอ ครัวเรือนทั้งหมด
(ครัวเรือน)
มีไฟฟ้าใช้แล้ว (ครัวเรือน) ยังไม่มีไฟฟ้าใช้
ปักเสาพาดสาย โซลาร์โฮม
(SHS)
ทั้งหมด
(ครัวเรือน)
มีแผนงานแล้ว
(ครัวเรือน)
รอการพิจารณาจัดเข้าโครงการ (ครัวเรือน) อยู่ในเขตหวงห้าม
1 การไฟฟ้าจังหวัดฉะเชิงเทรา 245,563 235,520 924 9,119 229 461 8,429

 

การประปา

การประปาในจังหวัดฉะเชิงเทรา มีหน่วยงานที่ให้บริการทางด้านการประปาของจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งหน่วยงานการประปาส่วนภูมิภาค และหน่วยงานการประปาส่วนท้องถิ่น (ประปาเทศบาล) โดยการประปาส่วนภูมิภาคสาขาในจังหวัดฉะเชิงเทรา มีดังนี้

1. การประปาส่วนภูมิภาคสาขาฉะเชิงเทรา

2. การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางคล้า

3. การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางปะกง

4. การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพนมสารคาม

ลำดับ การประปาส่วนภูมิภาคสาขา จำนวนผู้ใช้น้ำ (ราย) ปริมาณน้ำผลิต (ลบ.ม.) กำลังการผลิต (ลบ.ม./วัน)
1 การประปาส่วนภูมิภาคสาขาฉะเชิงเทรา 23,002 11,766,070 2,150
2 การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางคล้า 22,555 5,856,314 950
3 การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางปะกง 17,237 11,779,741 1,800
4 การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพนมสารคาม 6,587 2,108,704 500

 

ที่มา : รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2553 การประปาส่วนภูมิภาคเขต 1

สถานีวิทยุกระจายเสียง

สถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดฉะเชิงเทรา ระบบ เอฟ เอ็ม ความถี่ 98.75 มฮ. ตั้งอยู่ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา ถนนยุทธดำเนิน ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000

สถานีวิทยุชุมชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา

ลำดับ อำเภอ จำนวนแห่ง
1 เมืองฉะเชิงเทรา 17
2 พนมสารคาม 7
3 แปลงยาว 2
4 บางปะกง 3
5 บางน้ำเปรี้ยว 4
6 บ้านโพธิ์ 4
7 สนามชัยเขต 1
8 บางคล้า 1
9 ราชสาส์น 1
10 ท่าตะเกียบ 2
                                   รวม 42

 

สาธารณสุข

จังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการคู่สัญญา ทั้งหมด 11 เครือข่าย ได้ดำเนินการออกบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้แก่ประชาชน ผู้มีสิทธิ ณ เดือน กันยายน 2554 จำนวน 676,379 ราย คิดเป็นความครอบคลุมร้อยละ 95.25 ของประชากรทั้งหมด

  • สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า จำนวน 456,918 ราย
  • สิทธิประกันสังคม จำนวน 138,032 ราย
  • สิทธิข้าราชการ/สิทธิรัฐวิสาหกิจ จำนวน 43,769 ราย

ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม
ของชาวชุมชนหัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งอพยพมาจากเวียงจันทร์ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ซึ่งเรียกตัวเองว่า "ชาวลาวเวียง" ปัจจุบันตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขต อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

บุญข้าวหลาม
เป็นประเพณีการทำบุญถวายข้าวหลาม ขนมจีนน้ำยาป่าแด่พระภิกษุสงฆ์ วัดหนองบัว วัดหนองแหน ซึ่งอยู่ในเขต อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เหตุที่ถวายข้าวหลามนั้น อาจเป็นเพราะเดือน 3 เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา จึงนำข้าวอันเป็นพืชหลักของตนที่ได้จากการเก็บเกี่ยวครั้งแรก ซึ่งเรียกว่าข้าวใหม่ จะมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมาก นำมาทำเป็นอาหาร โดยใช้ไม้ไผ่สีสุกเป็นวัสดุประกอบในการเผา เพื่อทำให้ข้าวสุก เรียกว่า "ข้าวหลาม" เพื่อนำไปถวายพระภิกษุ

การทำบุญข้าวหลามของชาว "ลาวเวียง"
ยังคงทำกันตามประเพณีดั้งเดิม และผสมผสานกับประเพณีไทยก็คือ การปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองที่วัดเขาดงยาง (วัดสุวรรณคีรี) ต.หนองแหน
อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา กลางเดือน 3 ชาวบ้าน "ลาวเวียง" ต้องเดินทางด้วยเท้าไปปิดทอง โดยใช้เส้นทางผ่านบ้านหัวสำโรง ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว ซึ่งมีชาวไทยเชื้อสายเขมร ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ประเพณีบุญข้าวหลาม จึงแพร่หลายสู่บ้านหัวสำโรง และรับเป็นประเพณีของชนกลุ่มตน เป็นประเพณี "ขึ้นเขาเผาข้าวหลาม" ของชาวชุมชนหัวสำโรง ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา

งานนมัสการพระพุทธโสธรและงานกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา
พิธีการบวงสรวงสถานที่สำคัญ 4 แห่ง ได้แก่ องค์หลวงพ่อพุทธโสธร, ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง, พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5, กรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลปราจีนบุรี , ขบวนแห่หลวงพ่ออย่างยิ่งใหญ่ ทั้งทางบกและทางน้ำตามเส้นทางแม่น้ำบางปะกง การแข่งเรือยาวประเพณี ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง หน้าวัดโสธร ฯ การแข่งขันเรือเครื่อง เรือหางยาว เลือกซื้อสินค้า ของดีเมืองแปดริ้ว และการออกร้านกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา

ช่วงเดือนพฤศจิกายน ณ ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา และวัดโสธรวรารามวรวิหาร

งานเทศกาลตรุษจีน
จัดโดยสมาคมชาวจีน พร้อมด้วยพ่อค้า ข้าราชการ และประชาชนในจังหวัด เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 5 ค่ำ (ปีใหม่ตามจันทรคติของจีน) รวม 5 วัน 5 คืน
เทศกาลท่องเที่ยว มะม่วง อาหาร และของดีอำเภอบางคล้า

ช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ณที่ว่าการอำเภอบางคล้า อิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายรายการ เช่น กุ้งเผา ปลากะพงเผาเกลือ - นึ่งมะนาว ซื้อมะม่วงสุกรับประทานกับข้าวเหนียวหวาน - มัน , มะม่วงดิบ รับประทานกับน้ำปลาหวาน การประกวดผลผลิตทางการเกษตร การแข่งขัน กีฬาทางน้ำ ซื้อผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ของดีบางคล้าในราคาประหยัด ล่องเรือชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำบางปะกง - รอบเกาะลัด

งานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธร จัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง คือ

  • วันขึ้น 14 ค่ำ - วันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 (3 วัน 3 คืน)
  • วันขึ้น 12 ค่ำ - วันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 (5 วัน 5 คืน)
  • ช่วงเทศกาลตรุษจีน เริ่มตั้งแต่วันชิวอิดชิวยี่ ชิวซา ชิวสี่ ชิวโหงว (5 วัน 5 คืน)

เป็นงานนมัสการหลวงพ่อโสธร ที่นับถือกันว่าอานุภาพศักดิ์สิทธิ์

วัดโสธรวรารามวรวิหาร

wat-sothorn

สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อพุทธโสธร" ชาวเมืองเคารพนับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฝีมือช่างล้านช้าง แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ ทางวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน

เขื่อนทดน้ำบางปะกง

bangpakong dam1

เขื่อนทดน้ำบางปะกง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำบางปะกง เป็นเขื่อนป้องกันน้ำเค็ม ใช้อุปโภคบริโภค และจัดสรรน้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ

kuan imloynam05

เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ ประดิษฐานอยู่ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา ทำจากเซรามิก พบลอยน้ำมาติดฝั่งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ชาวแปดริ้วจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐาน

ตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี

cha18

เป็นตลาดโบราณริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงอายุกว่า 100 ปี สะท้อนวิถีชีวิตผู้คนกับชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำดั้งเดิม มีสินค้าต่างๆ สมุนไพร ขนมทั้งไทย จีน ของเล่นโบราณ ของฝากของที่ระลึกต่างๆ

ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา

town-wall

กรมหลวงรณเรศเป็นแม่กองก่อสร้าง เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน ในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นที่ตั้งมั่นกองทัพในการปราบกบฎอั้งยี่ ซึ่งเป็นพ่อค้าฝิ่นเถื่อนชาวจีนที่ก่อความวุ่นวายปล้นสะดมก์ชาวเมือง บริเวณหน้าป้อมจัดเป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่)

chinese-temple

เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพฯ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของจตุโลกบาล และเทวรูปจีนอ้วยโห้ซึ่งแต่งกายชุดนักรบ

วัดพยัคฆอินทาราม (วัดเจดีย์)
จากหลักฐานแผ่นเงินจารึกเจดีย์ใหญ่กว้าง ที่พบบริเวณรอยแตกตรงคอระฆังของเจดีย์องค์ใหญ่ ทำให้ทราบว่าสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนับว่าเป็นวัดเก่าแก่ มีเจดีย์องค์ใหญ่ เจดีย์องค์เล็ก วิหารพระพุทธบาท สุสานเก่า อุโบสถ และหอระฆัง

วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์)

viharn

เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พร้อม กับการสร้างป้อมและกำแพงเมือง โดยช่างฝีมือจากเมืองหลวง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทราและได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์"

วัดสัมปทวน
พระอุโบสถที่มีลายปูนปั้นอยู่ด้านบนระเบียงโบสถ์ แสดงภาพพระเวสสันดรชาดก อีกด้านหนึ่งเป็นภาพวิถีชีวิตชาวแปดริ้วในอดีต หน้าวัดมีหอพระงดงาม

วัดแจ้ง
เป็นศิลปแบบไทยผสมจีน มีรูปปั้นยักษ์ข้างโบสถ์ ไม่ปรากฎว่าสร้างในปีใด ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ยกทัพไปตีเขมร พระองค์เดินทัพมาจนสว่างที่บริเวณนี้ จึงได้สร้างวัดแห่งนี้และขนานนามว่า " วัดแจ้ง "

วัดโพธิ์บางคล้า

watphobangkla 07


มีค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่ตามต้นไม้ ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากิน

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

cha15


สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ได้รับชัยชนะในการสู้รบกับพม่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้ ทรงใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านในการกอบกู้เอกราช หลังเหตุการณ์เสียกรุง ภายหลังเจดีย์ได้พังทลายลง จึงได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์ขึ้นใหม
อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เจดีย์สถูปพระเจ้าตากสินฯ

taksin

หลังจากที่พระเจ้าตากสินตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยา ได้เดินทัพผ่านจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรีและปะทะกับพม่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้ และรบชนะพม่าซึ่งมีกำลังเหนือกว่าและได้พักทัพบริเวณนี้ จึงสร้างพระเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในการสู้รบกับพม่า

พิพิธภัณฑ์ล้อต๊อก
บริเวณบ้านสวนของล้อต๊อก หรือ นายสวง ทรัพย์สำรวย ศิลปินนักแสดงตลกผู้มีชื่อเสียงและเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2537 ภายในบ้านสวนซึ่งใช้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ดัมเบลล์ รวมทั้งข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องกับล้อต๊อก และรูปปั้นล้อต๊อก

เขาหินซ้อน

images

เป็นภูเขาที่มีความสูงไม่มากนัก ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่น้อยรูปทรงต่างๆ เรียงรายอยู่ตามธรรมชาติ บริเวณเขาหินซ้อนจัดเป็น "สวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ" เป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ประดิษฐานพระบวรราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

Khaohinson015


เป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ แบ่งพื้นที่ภายในศูนย์เพื่อทำการสาธิตและทดลองงานต่างๆ และยังจัดเป็นสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม ศึกษาการทำการเกษตรแผนใหม่

วัดพระธาตุวาโย (วัดห้วยน้ำทรัพย์)
ภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆัง ประดับด้วยกระจกสีงดงาม ด้านในเจดีย์มีพระพุทธรูปจำนวนมาก และภาพเขียนสีน้ำมันเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
พื้นที่ป่าอนุรักษ์ เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก แหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำบางปะกงทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา คลองโตนดจังหวัดจันทบุรีและแม่น้ำประแสร์ในจังหวัดระยอง มีสัตว์ป่านานาชนิดและนกพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย และเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยสัตว์ป่าแห่งแรกของภาคตะวันออกและเป็นแหล่งที่สองของประเทศไทย

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่
เป็นสถานที่วิจัยเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่หายากใกล้จะสูญพันธุ์ เปิดเป็นสถานที่ศึกษาวิจัยแก่นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจ

อ่างเก็บน้ำคลองสียัด
เป็นเขื่อนดินเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตร ภูมิทัศน์ โดยรอบมีความสวยงาม ใกล้บริเวณอ่างเก็บน้ำมีศาลเจ้าพ่อเขากา เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้าน

ตลาดคลองสวน

museum

ในอดีตคลองสวนเป็นเส้นทางสำหรับเดินทางไปกรุงเทพมหานคร วิถีชีวิตของชาวคลองสวนทั้งชาวไทยจีน ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม วัฒนธรรมผสมผสาน การดำรงชีวิตประจำวันอยู่ร่วมกัน โดยจะเห็นได้จาก โรงเจ วัด สุเหร่า จะตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน

ตลาดโบราณเนื่องเขต

Nuangket-84

ตลาดโบราณที่กล่าวถึงแห่งนี้คือ "ตลาดโบราณนครเนื่องเขต" ตั้งอยู่ใน ตำบลเนื่องเขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ตลาดโบราณแห่งนี้ นี้ได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพที่คล้ายของเดิมมากที่สุด

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์

ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด 

เว็บไซต์วิกิพีเดีย  จังหวัดฉะเชิงเทรา - วิกิพีเดีย

สภาพทางภูมิศาสตร์ 

การปกครอง

การเลือกตั้ง 

ประชากรและสภาพทางสังคม

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

ข้อมูลแรงงาน

โครงสร้างพื้นฐาน

เว็บไซต์จังหวัดฉะเชิงเทรา

บรรยายสรุปจังหวัด

ประวัติศาสตร์

ประเพณีและวัฒนธรรม

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

เว็บไซต์บ้านจอมยุทธ

จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ตราสัญลักษณ์

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง จังหวัดฉะเชิงเทรา - วิกิพีเดีย

ต้นนนทรีป่า ต้นนนทรีป่า (Copper pod)

ดอกนนทรี ต้นไม้ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา - ต้นนนทรีป่า

แผนที่อาณาเขต ::THAIENERGYDATA::

สถานที่ท่องเที่ยว

 

 

JoomSpirit