ระยอง

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดระยอง

Seal Rayong

รูปที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดระยอง

รูปเกาะเสม็ด อยู่นอกฝั่งของตำบลเพ อำเภอเมืองระยอง เป็นเกาะที่มีมะพร้าวมาก หาดทรายขาวสะอาด พลับพลาหมายถึง พลับพลาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้สร้างไว้เป็นที่ประทับระหว่างเสด็จประพาสเกาะนี้ บนเกาะเสม็ดมีกระโจมไฟ สำหรับเป็นที่หมายของการเดินเรือชายฝั่ง

คำขวัญประจำจังหวัด

ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

prom5 105531 flower
รูปที่ 2 ต้นกระทิง รูปที่ 3 ดอกกระทิง รูปที่ 4 ดอกประดู่

 

ต้นกระทิง

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Calophyllum inophyllum L.

เป็นพืชในวงศ์ GUTTIFERAE

กระทิงเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 8 - 20 เมตร ใบหนาเป็นมัน ไม่ผลัดใบ มียางสีเหลือง ดอกมีสีนวล มีเกสรมาก จุดเด่นของดอก ช่อดอกสีขาว ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบใกล้ปลายกิ่ง และมีกลิ่นหอมออกดอกตลอดปี

ผล เป็นรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียวและเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล แต่ละผลมี 1 เมล็ด

การขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยง ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด จะได้ต้นกล้าที่มีความแข็งแรงสมบูรณ์และเจริญเติบโตได้ดี เป็นไม้ที่ทนต่อไอน้ำเค็มและลมทะเล (ถิ่นกำเนิดป่าชายหาด) จึงนิยมปลูกตามบ้านพักริมทะเล หรือปลูกเป็นไม้ประดับโชว์พุ่ม ไม้ให้ร่มเงาตามริมถนนและในแปลงกลางแจ้ง

สรรพคุณตามตำราไทย ใช้รากชำระล้างแผล ใช้ใบตำกับน้ำสะอาดล้างตา แก้ตาแดง ตาฝ้า ตามัว เมล็ดหุงเป็นน้ำมัน ทาแก้ปวดข้อ บวม เคล็ดขัดยอก ใช้เป็นยาเบื่อปลา เปลือกแก้คัน ดอกบำรุงหัวใจ ยางเป็นยาถ่าย ทำให้อาเจียน

ประดู่ 

Burma Padauk  คือ  สัญญลักษณ์ของความพร้อม ความร่วมมือ ร่วมใจสามัคคี มีพลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  เพราะดอกของประดู่  มีลักษณะที่ระดมกันบานเต็มต้นดูลานตา  แต่เวลาโรยก็โรยพร้อมกันหมด ดังนั้นคนโบราณจึงได้เลือกเอาต้นประดู่เป็นไม้ประจำกองทัพเรือ  โบราณให้ปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้าน ประดู่ชอบดินร่วนซุยและชอบน้ำชุ่มชื้น พอประมาณ

ระยองเริ่มมีชื่อปรากฏในพงศาวดารเมื่อปี พ.ศ. 2113 ในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา ส่วนประวัติดั้งเดิมก่อนหน้านี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน

ที่พอจะเชื่อถือได้ว่าระยองน่าจะเป็นเมืองที่ก่อสร้างขึ้นในสมัยของขอมคือ เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 1500 ซึ่งเป็นสมัยที่ขอมมี อนุภาพครอบคลุมอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิ มีเมืองนครธมเป็นราชธานี

ขอมได้สร้างเมืองนครพนมเป็นเมืองหน้าด่านแรก เมืองพิมายเป็นเมืองอุปราชและได้สถาปนาเมืองลพบุรีขึ้นเป็นเมืองสำคัญด้วย ส่วนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองนครธม เมืองหน้าด่านเมืองแรกที่ขอมสร้างก็คือ เมืองจันทบูรหรือจันทบุรีในปัจจุบันนี้

เมื่อขอมสร้างจันทบุรีเป็นเมืองหน้าด่าน เพื่อนำเอาอารยะธรรมของขอมเข้ามาสู่แคว้น ทวาราวดี ก็น่าจะอนุมานได้ว่าขอมเป็นผู้สร้างเมืองระยองนี้ แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด นักโบราณคดีได้สันนิษฐานจากหลักฐานที่ได้ค้นพบ คือ ซากหินสลักรูปต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ที่บ้านดอน บ้านหนองเต่า ตำบลเชิงเนิน คูค่ายและซากศิลาแลงบ้านคลองยายล้ำ ตำบลบ้านค่าย อำเภอบ้านค่ายซึ่งเป็นศิลปการก่อสร้างแบบขอม ทำให้สันนิษฐานว่าระยองน่าจะเป็นเมืองที่ก่อสร้างขึ้นในสมัยของขอมอย่างแน่นอน

ที่ตั้งของเมืองปัจจุบันตั้งอยู่ที่ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง ส่วนที่ตั้งดั้งเดิมนั้นหนังสือ "ตำนานเมือง" ของราชบัณฑิตยสภากล่าวไว้ว่า ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าที่เดิมจะตั้งอยู่ในท้องที่ใด ได้ความเพียงว่าตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเก่า อำเภอบ้านค่าย ปัจจุบันมีซากหินหลักรูปต่างๆ ศิลาแลงปรากฏให้เห็นอยู่ ขณะนี้เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองเท่าใดนัก ขึ้นอยู่กับตำบลตาขัน ตำบลบ้านค่าย ต่อมาชายฝั่งทะเลได้งอกออกไปเรื่อยๆ จึงได้เลื่อนตัวเมืองตามลงไปตั้งอยู่ที่ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง ในปัจจุบัน ส่วนที่มาของคำว่า "ระยอง"มีผู้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของชื่อนี้เป็นหลายกระแส คือ

ตำบลท่าประดู่อันเป็นที่ตั้งของตัวเมืองในขณะนี้ แต่เดิมเป็นที่อาศัยของพวกชอง ซึ่งตั้งรกรากอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมอยู่ในแถบระยอง จันทบุรี ชนเผ่านี้มีความชำนาญในป่าเขาลำเนาไพรและมีภาษาพูดของตนเอง เป็นชนพื้นเมืองที่นิยมใช้ลูกปัดสีต่างๆ และทองเหลืองเป็นเครื่องประดับ สืบเชื้อสายมาจากพวกขอม (นักชาติวงศ์วิทยาจัดให้อยู่ในพวกมอญ-เขมร) อันนี้ทำให้น่าคิดว่า คำว่า ระยอง ตะพง เพ แลง ชะเมา แกลง ซึ่งเป็นชื่อเมือง ตำบลและอำเภอ ซึ่งไม่มีคำแปลในพจนานุกรมไทย ก็น่าจะมาจากภาษาชองนี่เอง จากเรื่อง "อาณาจักรชอง ตอนหนึ่ง" ของแก่นประดู่กล่าวไว้ว่า "ผู้เฒ่าผู้แก่วัยหนึ่งศตวรรษ หลายต่อหลายคนต่างก็ยืนยันในคำพูด อยู่ในทำนองเดียวกันว่าระยองเป็นภาษาพูดคำหนึ่งของคนเผ่าชอง ซึ่งเดิมเรียกกันว่า "ราย็อง" (เวลาอ่านต้องอ่านออกเสียงตัว รา ให้ยาวหน่อย และออกเสียงตัว ย็อง ให้สั้นที่สุดเท่าที่จะสั้นได้) คำ "ราย็อง" นี้ เล่ากันมาแปลว่า "เขตแดน" หมายถึงว่าเป็นดินแดนของพวกชองอยู่ แต่ภาษาพูดนี้เรียกเพี้ยนกันมาเรื่อยๆ จึงกลายเป็น "ระยอง" ในที่สุด

อีกกระแสหนึ่งกล่าวว่าคำว่า "ระยอง" นี้ในภาษาชองน่าจะหมายถึง ไม้ประดู่ เพราะ ในบริเวณที่มีพวกชองตั้งรกรากอยู่นั้นอุดมไปด้วยไม้ประดู่ ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง ปัจจุบันหายากมากและราคาแพง เขตแดนแถบนี้จึงมีชื่อว่า ตำบลท่าประดู่ อันเป็นที่ตั้งของเมืองระยองเวลานี้

ผู้อ้างหลักฐานว่าแต่เดิมมีหญิงชราชื่อว่า "ยายยอง" เป็นผู้มาตั้งหลักฐานประกอบอาชีพทำไร่ในแถบนี้ก่อนผู้ใด จึงเรียกบริเวณแถบนี้ว่า "ไร่ยายยอง" ต่อมาภาษาพูดก็เพี้ยนไปจนกลายเป็นระยองในที่สุด

ชนเผ่าชองจะมาตั้งรกรากอยู่ทางดินแดนแถบระยองเมื่อไรไม่ปรากฏ แต่เล่ากันว่ามีมานานแล้ว เมื่อคราวที่สุนทรภู่เดินทางมาเยี่ยมบิดาที่เมืองแกลงก็ยังมีพวกชองอยู่เป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าแม้แต่ตระกูลทางบิดาของสุนทรภู่ก็เป็นเชื้อชอง ปัจจุบันไม่มีชนเผ่านี้อยู่ในระยอง เพราะไม่ชอบอยู่ในย่านตลาดหรือชุมนุมชน เมื่อความเจริญย่างเข้ามาก็อพยพทิ้งถิ่นไปเรื่อยๆ และยังมีเชื้อสายชาวชองปรากฏอยู่ที่บ้านคะเคียนทอง คลองพลู อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี

ในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา พระยาละแวก เจ้าเมืองเขมร ทรงคิดว่าไทยอ่อนแอ จึงถือโอกาสกรีฑาทัพบุกรุกเข้ามาในแดนไทยแถบหัวเมืองชายทะเลด้านตะวันออก ตามวิสัยที่เคยกระทำมาเป็นเนืองนิจ คือเมื่อไทยเข้มแข็ง เขมรก็มาสวามิภักดิ์ แต่เมื่อไทยอ่อนแอก็ถือโอกาสโจมตีทุกครั้งไป แต่ในครั้งนี้เขมรก็ไม่สามารถยึดครองหัวเมืองเหล่านี้ไว้ได้ จึงเพียงแต่กวาดต้อนผู้คนไปยังประเทศเขมร ซึ่งในบรรดาชาวเมืองที่ถูกกวาดต้อนไปในครั้งนั้นก็มีชาวระยองอยู่ด้วยไม่น้อย

ในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ในระหว่างที่กรุงศรีอยุธยาใกล้จะเสียทีแก่พม่าเป็นครั้งที่สอง พระยาวชิรปราการหรือพระยาตากแม่ทัพคนสำคัญแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งถูกเกณฑ์ให้มารักษากรุงในระหว่างที่ถูกพม่าล้อมไว้ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2306 - 2310 ได้พิจารณาเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาคงจะต้องเสียทีแก่พม่าเป็นแน่แท้เพราะพระเจ้าเอกทัศน์ กษัตริย์ผู้ครองกรุงในเวลานั้นทรงอ่อนแอและไร้ความสามารถ ถ้าขืนสู้รบต่อไปก็จะไม่เกิดประโยชน์อันใด ฉะนั้น ในราวเดือนยี่ พ.ศ. 2309 พระยาตากจึงรวบรวมพรรคพวกประมาณ 500 คน มีทั้งไทยและจีน รวมทั้งข้าราชการที่มีความเชื่อถือในฝีมือของพระยาตากอีกหลายคน อาทิ เช่น พระเชียงเงิน หลวงพรหมเสนา หลวงพิชัยราชา หลวงราชเสนา หมื่นราชเสน่หา ออกไปตั้งหลัก ณ วัดพิชัย (อยู่ใต้สถานีรถไฟในปัจจุบัน) แล้วยกกองทัพมุ่งไปทางตะวันออก ได้ปะทะกับพม่า แต่สามารถตีฝ่าวงล้อมไปได้ พอไปถึงบ้านลำบัณฑิตเวลาสองยามเศษก็แลเห็นแสงเพลิงไหม้กรุง ต่อจากนั้นก็มุ่งไปบ้านโพธิสามหาว (โพธิสาวหารหรือโพธิสังหารก็เรียก) และบ้านพรานนก ได้สู้รบกับพม่าไปตลอดทาง

ออกจากบ้านพรานบนไปบ้านบางคง หนองไม้ซุง ตามทางเมืองนครนายกไปบ้านนาเริ่ง ถึงเมืองปราจีนบุรี บ้านด่านขบและบ้านทองหลาง ตะพานทอง บางปลาสร้อย ถึงบ้านนาเกลือ ออกไป พัทยา นาจอมเทียน ไก่เตี้ย สัตหีบ หินโค่ง แวะหยุดพักไพร่พลที่บ้านน้ำเก่าซึ่งเข้าใจกันในปัจจุบันนี้ว่าเป็นเป็นบ้านเก่า ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย ซึ่งขณะนั้นผู้รั้งเมืองระยอง คือ พระยาระยอง (บุญเมืองหรือบุญเรือง) ได้ทราบข่าวว่าพระยาตากยกทัพมาก็เกิดความเกรงกลัว จึงพาคณะกรมการเมืองออกไปเชิญให้พระยาตากพาไพร่พลเข้ามาพักในเมือง พร้อมทั้งมอบธัญญาหารเกวียนหนึ่งให้พระยาตาก พระยาตากได้พาไพร่พลเข้ามาที่ท่าประดู่ และพักแรมอยู่ที่วัดลุ่ม (วัดลุ่มมหาชัยชุมพล) สองคืน จึงได้ทำการตั้งค่าย ขุดคูปักขวากล้อมบริเวณที่พักไว้โดยมิได้ประมาท

ในระหว่างเวลานั้น เป็นระยะที่กรุงศรีอยุธยายังมิได้เสียทีแก่พม่า ฉะนั้น การยกทัพมาของพระยาตาก ทำให้กรมการเมืองระยองคิดระแวงไปว่าพระยาตากจะคิดร้ายต่อบ้านเมืองจึงหลบหนีการสู้รบมา จึงได้นำเรื่องเข้าปรึกษาพระยาระยอง ซึ่งพระยาระยองก็ได้กล่าวห้ามปราม แต่กรมการเมืองไม่ยอมเชื่อ ครั้งเมื่อพระยาตากพักอยู่ที่วัดลุ่มได้สองวัน นายบุญรอด แขนอ่อน นายมาด นายบุญมา น้องเมียพระจันทบูร ได้เข้ามาถวายตัวทำราชการและได้นำความมาแจ้งว่าขุนรามหมื่นซ่อง นายทองอยู่นกเล็ก ขุนจ่าเมือง (ด้วง) หลวงแสนพลหาญ กรมการเมืองระยองได้คบคิดกับพวกทหารประมาณ 1,500 คน จะยกเข้ามาประทุษร้ายพระยาตาก ครั้นเมื่อทราบความเช่นนั้นพระยาตากจึงเรียกผู้รั้งเมือง คือ พระยาระยองมาซักถามความจริง แต่ผู้รั้งไม่ยอมรับ พระยาตากจึงสั่งให้ทหารคุมตัวผู้รั้งเมืองไว้และเตรียมการที่จะรับมือกับศัตรูต่อไป

พอพลบค่ำ พระยาตากจึงสั่งให้ทหารเตรียมการป้องกันไว้และดับไฟมืดทั้งค่าย ตกเวลาประมาณทุ่มเศษ พวกกรมการเมืองซึ่งไม่ทราบว่าพระยาตากรู้ตัวก็คุมทหาร 30 คน เข้าโจมตีค่ายทางด้านเหนือ คือทางด้านวัดเนิน มีขุนจ่าเมือง (ด้วง) เป็นหัวหน้า เมื่อขุนจ่าเมืองคุมพรรคพวกเข้ามาใกล้ค่ายประมาณ 5-6 วา พระยาตากก็สั่งให้ทหารระดมยิงปืนพร้อมกันขุนจ่าเมืองและทหารไม่ทันรู้ตัวจึงถูกอาวุธบาดเจ็บล้มตายไปตามๆ กัน พวกกรมการเมืองและทหารที่เหลืออยู่เกิดความกลัวจึงพากันล่าถอยไป พระยาตากก็ระดมไพร่พลไล่โจมตีและยึดเมืองระยองได้ในคืนนั้นเอง ยึดได้ทั้งศาสตราวุธและธัญญาหารเป็นจำนวนมาก บรรดาเหล่าทหารได้เห็นความสามารถและความฉลาดหลักแหลมของพระยาตาก จึงพากันยกย่องเรียกพระยาตากว่า "เจ้าตาก" แต่โดยที่ชื่อเดิมของพระยาชื่อว่า "สิน" จึงพากันเรียกว่า "เจ้าตากสิน" ฉะนั้น จะถือได้ว่าพระยาตากได้รับการยกย่องให้เป็น "เจ้า" ที่เมืองระยองนี่เองก็ไม่ผิดนัก เมื่อเจ้าตากยึดเมืองระยองได้แล้วก็โปรดให้พักไพร่พลอยู่ในเมือง 7-8 วัน เพื่อบำรุงขวัญทหารและจัดการเมืองให้เสร็จเรียบร้อย แล้วจึงเสด็จต่อไปยังเมืองจันทบุรีเพื่อยึดเป็นที่ตั้งมั่นในการกอบกู้อิสรภาพของชาติคืนจากพม่าต่อไป

อำเภอแกลงนั้นแต่เดิมเป็นเมืองเรียกกันว่า "เมืองแกลง" มีฐานะเป็นเมืองจัตวาคู่กับเมือง ขลุง ขึ้นอยู่กับเมืองจันทบูร (จันทบุรี) ด้วยเหตุที่เมืองจันทบุรีเป็นเมืองโบราณมีชื่อปรากฏในพงศาวดารมาแต่แรกสร้างกรุงศรีอยุธยา จึงอาจสันนิษฐานได้ว่าเมืองแกลงซึ่งเป็นเมืองขึ้นเมืองหนึ่ง ก็น่าจะมีมาช้านานแล้วเช่นกัน
เดิมเมืองแกลงตั้งอยู่ที่บ้านแหลมสน ขณะนั้นมีกองทหารเรือตั้งอยู่ ต่อมาปี พ.ศ. 2440 กองทหารเรือได้ยุบเลิกไปตั้งอยู่ที่อื่น ทางราชการจึงได้ย้ายตัวเมืองจากบ้านแหลมสนไปอยู่ที่บ้านหนองโพรง - แหลมเมือง ตำบลปากน้ำประแสร์ แล้วจึงย้ายมาอยู่ที่บ้านทางเกวียน ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของวัดโพธิ์ทองปัจจุบัน ประมาณ 2 กม. เหตุที่ย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยๆ ก็คงเป็นไปตามแบบการปกครองโบราณ คือเมื่อใครได้เป็นเจ้าเมืองก็ย้ายที่ทำการไปไว้ที่บ้านของตน เรื่องนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ-กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงอธิบายไว้ในหนังสือเรื่องเทศาภิบาลว่า

ตามหัวเมืองในสมัยนั้นไม่มีศาลารัฐบาลตั้งประจำสำหรับว่าราชการอย่างทุกวันนี้ เจ้าเมืองตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ไหนก็ว่าราชการบ้านเมืองที่บ้านของตนเหมือนอย่างเสนาบดีเจ้ากระทรวงในราชธานีว่าราชการที่บ้านตามประเพณีเดิม บ้านเจ้าเมืองผิดกับบ้านของคนอื่นเพียงที่เรียกว่า "จวน" เพราะมีศาลาโถงปลูกไว้นอกรั้วข้างบ้านหลังหนึ่งเรียกว่า "ศาลากลาง" เป็นที่สำหรับประชุมกรรมการเวลามีการงาน เช่น รับท้องตราหรือปรึกษาราชการ เป็นต้น เวลาไม่มีการงานก็ใช้ศาลากลางเป็นศาลาชำระความ เห็นได้ว่าศาลากลางก็เป็นเค้าเดียวกับศาลาลูกขุนในราชธานีนั่นเอง เจ้าเมืองตั้งสร้างจวนและศาลากลางด้วยทุนของตนเอง แม้แผ่นดินซึ่งจะสร้างจวนถ้ามิได้อยู่ในเมืองมีปราการ เช่น เมืองพิษณุโลกเป็นต้น เจ้าเมืองก็ต้องหาชื้อที่ดินเหมือนกับคนทั้งหลาย จวนกับศาลากลางจึงเป็นทรัพย์ส่วนตัวของเจ้าเมือง เมื่อสิ้นตัวเจ้าเมืองก็เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลาน ใครได้เป็นเจ้าเมืองคนใหม่ ถ้ามิได้เป็นผู้รับมรดกของเจ้าเมืองคนเก่าก็ต้องหาที่สร้างจวนและศาลากลางขึ้นใหม่ตามกำลังที่จะสร้างได้ บางทีก็ย้ายไปสร้างห่างจากที่เดิมฟากแม่น้ำหรือแม้จนต่างตำบลก็มีจวนเจ้าเมืองไปตั้งอยู่ที่ไหนก็ย้ายที่ว่าราชการไปอยู่ที่นั่นชั่วสมัยของเจ้าเมืองคนนั้น ตามหัวเมืองจึงไม่มีที่ว่าราชการเมืองตั้งประจำอยู่แห่งใดแห่งหนึ่ง เป็นนิจเหมือนอย่างทุกวัน

เมืองแกลงคงจะมีศาลาสำหรับพิจารณาตัดสินคดีซึ่งเกิดขึ้นภายในเมือง ต่อมาราวปี พ.ศ. 2450 ทางราชการได้สั่งยุบเมืองแกลงลงเป็นอำเภอเรียกว่า "อำเภอแกลง" และย้ายจากบ้านทางเกวียนมาอยู่ในปัจจุบัน ศาลเมืองแกลงจึงพลอยถูกยุบลงด้วยนั่นคือ ทางราชการได้ยุบสภาพจากเมืองจัตวาลงมาตั้งเป็นอำเภอ มีหลวงแกลงแกล้วกล้า (ศรี บุญศิริ) เป็นนายอำเภอคนแรก จนถึงปี พ.ศ. 2453 พระคำแหงพลล้าน (ชื่อ คชภูมิ) นายอำเภอคนที่สอง จึงได้ย้ายที่ตั้งอำเภอจากบ้านทางเกวียนมาตั้งอยู่ที่บ้านสามย่าน ตำบลทางเกวียนซึ่งมีสภาพเหมาะสมที่จะขยายตัวเมืองได้อยู่จนกระทั่งทุกวันนี้

ในปี พ.ศ. 2451 ได้โอนอำเภอแกลงไปขึ้นกับจังหวัดระยอง เนื่องจากอำเภอแกลงขึ้นเมืองจันทบุรี ยากจะตรวจตราให้ทั่วถึงได้ จึงโอนอำเภอแกลงไปขึ้นเมืองระยองเพราะเป็นท้องที่อยู่ใกล้ สะดวกในการบังคับบัญชา ด้วยเหตุนี้อำเภอแกลงจึงมาสังกัดกับจังหวัดระยองตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

ที่มา : ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคจังหวัดระยอง

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

map map rayong
รูปที่ 5 ที่ตั้งจังหวัดระยอง รูปที่ 6 อาณาเขตติดต่อของจังหวัดระยอง

 

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

จังหวัดระยองมีพื้นที่ประมาณ 3,552 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 2,220,000 ไร่ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทยระหว่าง เส้นรุ้งที่ 12-13 องศาเหนือและเส้นแวงที่ 101 - 102 องศาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 179 กิโลเมตร

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตอำเภอหนองใหญ่ อำเภอบ่อทอง และอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ทิศใต้ ติดต่อฝั่งทะเลยาวประมาณ 100 กิโลเมตรของอ่าวไทย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับเขตอำเภอนายายอาม และอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอำเภอสัตหีบ และอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

 

ลักษณะภูมิประเทศ

ประกอบด้วยที่ราบชายฝั่ง เกิดจากการทับถมของตะกอนบริเวณแอ่งลุ่มน้ำระยองและที่ราบสลับเนินเขาและภูเขา มีลักษณะเป็นลอนลูกคลื่นสูงต่ำสลับกันไป รวมกับพื้นที่ทิวเขา 2 แนว คือ ทิวเขาชะเมาทางทิศตะวันออก และทิวเขาที่อยู่ประมาณกึ่งกลางของตัวจังหวัด เป็นแนวยาวจากอำเภอเมืองขึ้นไปทางเหนือจนสุดเขตจังหวัด ซึ่งเป็นเนินเขาที่เตี้ยๆ คือ เขาขุนอิน เขาจอมแห เขางวงช้าง ในเขตอำเภอบ้านค่าย และเขาท่าฉุด เขายายดา เขาตะเภาคว่ำ ในเขตอำเภอเมืองระยอง

ลักษณะภูมิอากาศ

มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน (tropical savanna climate) เขตร้อนลมทะเลพัดผ่านตลอดปี อากาศอบอุ่นไม่ร้อนจัด บริเวณชายฝั่งทะเลเย็นสบาย ในฤดูฝนจะมีฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมของทุกปี ฤดูแล้งเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - เดือนเมษายน

การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 58 ตำบล 388 หมู่บ้าน 80ชุมชน

Amphoe Rayong
  1. อำเภอเมืองระยอง
  2. อำเภอบ้านฉาง
  3. อำเภอแกลง
  4. อำเภอวังจันทร์
  5. อำเภอบ้านค่าย
  6. อำเภอปลวกแดง
  7. อำเภอเขาชะเมา
  8. อำเภอนิคมพัฒนา
รูปที่ 6 อำเภอในจังหวัดระยอง

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย

  • องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
  • เทศบาลนคร 1 แห่ง
  • เทศบาลเมือง 2 แห่ง
  • เทศบาลตำบล 24 แห่ง
  • องค์การบริหารส่วนตำบล 40 แห่ง

หัวหน้าส่วนราชการ

sanee

นายเสนีย์  จิตตเกษม

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

 supeepattana

ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์  จองพานิช

รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

 warawut 2

นายวราวุธ  ปิ่นเงิน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

tatree

นายธาตรี    นามะสนธิ

ปลัดจังหวัดระยอง 

kardpol

นายกาศพล แก้วประพาฬ

หัวหน้าสำนักงานจังหวัดระยอง

จังหวัดระยองมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 451,562 คน มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4 คน แบ่งเขตเลือกตั้งเป็น4 เขต และมีสมาชิกวุฒิสภา 1 คน

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย

เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองระยอง(ยกเว้นเทศบาลเมืองมาบตาพุด, เทศบาลตำบลทับมาและเทศบาลตำบลเนินพระ)  นายสาธิต ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์
เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอแกลงและอำเภอเขาชะเมา นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์
เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอบ้านค่าย,อำเภอวังจันทร์, อำเภอปลวกแดง และอำเภอนิคมพัฒนา(ยกเว้นเทศบาลตำบลมาบข่าพัฒนา และเทศบาลตำบลมาบข่า)

นายธารา ปิตุเตชะ

พรรคประชาธิปัตย์
เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอเมืองระยอง(เฉพาะเทศบาลเมืองมาบตาพุด, เทศบาลตำบลทับมาและเทศบาลตำบลเนินพระ) อำเภอนิคมพัฒนา (เฉพาะเทศบาลตำบลมาบข่าพัฒนา และเทศบาลตำบลมาบข่า) และอำเภอบ้านฉาง นายวิชัย ล้ำสุทธิ พรรคประชาธิปัตย์

 

สมาชิกวุฒิสภา ได้แก่

  • นายสาย กังกเวคิน

ประชากร

ข้อมูล ณ ธันวาคม 2553 จังหวัดระยองมีประชากรทั้งสิ้น 637,736 คน ชาย 314,392 คน หญิง 323,344 คน

ที่มา สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง

อำเภอที่มีประชากรมากที่สุดคืออำเภอเมืองระยอง 245,921 คน อำเภอที่มีประชากรน้อยที่สุดคือ อำเภอเขาชะเมา 23,324 คน

เดิมชาวระยองส่วนใหญ่อาศัยตามบริเวณชายฝั่งทะเลและแม่น้ำ โดยประกอบอาชีพประมง และเกษตรกรรม ต่อมาในปี 2524 จังหวัดระยองกำหนดให้เป็นที่ตั้งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกมาบตาพุด และมีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งในเขตนิคมอุตสาหกรรมและนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม มีแรงงานจากต่างจังหวัดหลั่งไหลเข้ามาในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ลักษณะทางสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมอุตสาหกรรม

ศาสนา

ประชาชนในจังหวัดระยองมความยึดมั่นในศาสนาและวัฒนธรรมอยู่ตลอดมา ประชาชนส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 95 นับถือศาสนาพุทธ รองลงมาคือ ศาสนาอิสลามร้อยละ 4 และศาสนาคริสต์ร้อยละ 1 ตามลำดับ มีวัดจำนวน 194 แห่ง สำนักสงฆ์ 67 แห่ง โบสถ์คริสต์ 4 แห่ง มัสยิด 9 แห่ง

ภาษาและวรรณกรรม

จังหวัดระยองมีเสียงพูด และความหมายของคำพูดที่แปลกไปจากจังหวัดอื่นอยู่มาก ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวระยองซึ่งเป็นที่น่าสนใจของชาวต่างชาติ ชาวจังหวัดระยองที่ใช้ภาษาถิ่นของชาวระยองส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในเขตอำเภอบ้านค่ายอำเภอแกลง และอำเภอเมืองบางส่วน

การศึกษา

ปัจจุบันจังหวัดระยองมีสถานศึกษา 288 แห่งการศึกษาขั้นพื้นฐาน 281 แห่ง และการศึกษาระดับอาชีวศึกษา 10 แห่ง และมีสถานศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มิใช่เปิดภาคสมทบ 1 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฯ พระนครเหนือวิทยาเขตระยอง

การสาธารณสุข

การสาธารณสุขของจังหวัดระยอง แบ่งออกเป็น2 ส่วน คือการรักษาพยาบาลและการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค มีสถานพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลของรัฐ 9 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน 3 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 16 แห่ง สถานีอนามัย 78 แห่งนอกจากนี้ยังมีคลินิกแพทย์ 244 แห่ง

จังหวัดระยองมีฐานเศรษฐกิจสำคัญ 3 ด้าน คือ ด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร และด้านการท่องเที่ยวในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยปีละ 10 - 12% ในปี 2553 มีรายได้ประชากรเท่ากับ 1,052,575 บาท/คน/ปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด หรือ GPP เท่ากับ 635,096 ล้านบาท โดยมาจากสาขาการผลิตสำคัญ 3 ด้าน คือ ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม ล่าสัตว์ ป่า ด้านการบริการและอื่นๆ

สาขาการผลิตที่สำคัญ

1. อุตสาหกรรม

จังหวัดระยองถูกกำหนดให้เป็นเขตอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 2524 จากการที่รัฐบาลได้ผลักดันโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (EasternSeaboard) โดยเริ่มต้นจากการสร้างนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรก เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีโรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญคือ โรงแยกก๊าซธรรมชาติ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและปุ๋ยเคมี โรงไฟฟ้า เป็นต้น ส่งผลให้จังหวัดระยองกลายเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในส่วนของการลงทุนด้านอุตสาหกรรม มีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2520 จังหวัดระยองมีโรงงานอุตสาหกรรมที่จดทะเบียนถูกต้องเพียง 126 โรง มีเงินลงทุนรวมเพียง817 ล้านบาท ปัจจุบันจังหวัดระยองมีนิคมอุตสาหกรรมเขตประกอบการอุตสาหกรรม ชุมชนอุตสาหกรรม และสวนอุตสาหกรรม 19 แห่ง ในภาพรวมจังหวัดระยองมีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 1,791 แห่ง กระจายอยู่ในอำเภอเมืองระยองมากที่สุดจำนวน 600 แห่ง ก่อให้เกิดการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 200,000 คน

2. เกษตรกรรม

ปีการผลิต 2553/54 จังหวัดระยองมีพื้นที่เกษตรกรรม 1,409,840 ไร่ จากพื้นที่ทั้งจังหวัด 2,220,000 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 71.64 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด มีแนวโน้มลดลงทุกปี มีครัวเรือนเกษตรกรจำนวน 47,283 ครัวเรือนมีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่ ยางพาราสับปะรด มันสำปะหลัง ข้าว ปาล์มน้ำมัน อ้อย ผลไม้ต่างๆ เช่น ทุเรียน เงาะ และมังคุด ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกพืชในปีการผลิต 2553/54 ลดลงเกือบทุกชนิดยกเว้นยางพาราการปศุสัตว์เกษตรกรจังหวัดระยองมีการเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสัตว์สี่เท้ามีการเลี้ยงเพิ่มขึ้นจากปีก่อนทุกชนิด ส่วนสัตว์ปีกที่มีการเลี้ยงเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนได้แก่ เป็ดเนื้อ เป็ดเทศ ไก่พื้นเมือง ห่าน สำหรับไก่ไข่ไก่เนื้อ นกกระจอกเทศ และนกกระทามีการเลี้ยงน้อยกว่าปีก่อนการประมงมีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 100 กิโลเมตรเศษการประกอบอาชีพประมงน้ำเค็มจึงเป็นอาชีพสำคัญรวมทั้งการทำประมงน้ำจืด และน้ำกร่อยก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน โดยมีเนื้อที่ทำการประมงทะเลประมาณ 1.5 ล้านไร่ และเนื้อที่ทำการปะมงน้ำจืด (ห้วย หนองคลอง บึง) ประมาณ 63,080 ไร่

3. การท่องเที่ยวจังหวัดระยอง

มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติมากทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก โรงแรมและร้านอาหารต่างๆ ในจังหวัดระยองส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่สำคัญของจังหวัดโดยเฉพาะบริเวณชายทะเลและเกาะเสม็ด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี 2553 มีนักท่องเที่ยวจำนวน 2,913,241 คนสร้างรายได้ปีละ 15,477 ล้านบาท การเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นการเติบโตทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวพักค้างและนักทัศนาจรตลาดนักท่องเที่ยวหลักของจังหวัดระยอง คือนักท่องเที่ยวชาวไทย การเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นการเติบโตทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวพักค้างและนักทัศนาจรกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ รองลงมาเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางภายในภูมิภาคเดียวกัน คือ ภาคตะวันออกกลุ่มที่มีการเติบโตสูงสุด คือ กลุ่มประชุม/สัมมนาและกลุ่มที่ไปปฏิบัติราชการ แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมใน 3 อันดับแรกก็คือ เกาะเสม็ด แหลมแม่พิมพ์และหาดแม่รำพึง

การคมนาคมขนส่ง

จังหวัดระยองมีความเพียบพร้อมทางด้านการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

1. ทางบก

1.1 ถนนทางหลวง

1.1.1 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3(สุขุมวิท) รวมระยะทางทั้งสิ้น 220 กิโลเมตร

1.1.2 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34(ถนนบางนา-ตราด) รวมระยะทาง 220 กิโลเมตร

1.1.3 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36(บางละมุง-ระยอง ) ระยะทาง 54 กิโลเมตร

1.1.4 ทางหลวงจังหวัดระยองหมายเลข 344(ถนนสายบ้านบึง-แกลง) ระยะทาง 100 กิโลเมตร

1.1.5 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3138(บ้านค่าย-บ้านบึง) ระยะทาง 66 กิโลเมตร

1.1.6 ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7(สายมอเตอร์เวย์) สิ้นสุดที่จังหวัดชลบุรี (พัทยา) ระยะทางประมาณ 125 กิโลเมตร
        จากนั้นใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 ระยะทางอีก 50 กิโลเมตร รวมระยะทาง175 กิโลเมตร

2. ทางรถไฟ

จังหวัดระยองมีเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังถึงนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นเส้นทางที่ใช้ขนส่งวัตถุดิบผลิตภัณฑ์และสินค้าของโรงงานในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง

3. ทางอากาศ

สนามบินนานาชาติระยอง - อู่ตะเภา เป็นสนามบินพาณิชย์ ตั้งอยู่พื้นที่ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ห่างจากจังหวัดประมาณ 30กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ190 กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองการบินทหารเรือกองเรือยุทธการ และกองการท่าอากาศยานอู่ตะเภา

4. ทางน้ำ

จังหวัดระยองมีการขนส่งทางเรือ โดยมีท่าเรือน้ำลึกที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเพื่อรองรับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม และการขนส่งที่เกิดขึ้นตามแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ในปัจจุบันจัดเป็นท่าเรือที่สำคัญที่สุดที่เปิดบริการให้แก่ผู้ประกอบการทั้งในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2545 - 2554
POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, RAYONG PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554
  -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2010 -2011
รวม                    
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 412,091 417,889 422,187 420,934 420,334 425,190 445,513 467,498 474,730 480,834
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 298,804 302,911 315,419 313,563 315,819 319,420 337,078 354,173 357,932 359,995
  ผู้มีงานทำ 293,710 298,441 309,980 308,154 311,610 313,858 332,848 348,242 352,782 357,135
  ผู้ว่างงาน 4,931 4,028 5,190 5,214 3,955 4,821 3,767 5,728 5,078 2,860
  ผู้ที่รอฤดูกาล 164 442 249 195 255 741 463 204 72  -
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 113,286 114,977 106,768 107,371 104,515 105,771 108,435 113,324 116,799 120,839
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 208,778 211,990 214,120 207,602 200,547 202,600 217,318 233,038 236,680 239,555
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 172,585 174,086 180,536 173,939 171,541 172,249 184,974 200,496 203,860 203,158
  ผู้มีงานทำ 169,739 171,658 177,393 171,588 169,177 168,815 182,180 196,789 200,024 200,896
  ผู้ว่างงาน 2,735 2,272 2,957 2,212 2,245 3,035 2,480 3,602 3,764 2,262
  ผู้ที่รอฤดูกาล 110 156 186 140 119 399 315 105 72  -
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 36,193 37,905 33,584 33,663 29,006 30,351 32,344 32,542 32,820 36,397
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 203,313 205,899 208,067 213,332 219,787 222,591 228,195 234,460 238,050 241,278
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 126,220 128,826 134,883 139,624 144,277 147,172 152,104 153,677 154,072 156,836
  ผู้มีงานทำ 123,971 126,784 132,587 136,567 142,433 145,043 150,668 151,453 152,758 156,238
  ผู้ว่างงาน 2,196 1,757 2,234 3,003 1,709 1,787 1,287 2,126 1,314 598
  ผู้ที่รอฤดูกาล 53 286 63 55 135 342 148 99  -  -
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 77,093 77,073 73,184 73,708 75,510 75,419 76,091 80,782 83,979 84,442

 

ที่มา: การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
รวบรวมโดย: สำนักสถิติพยากรณ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ

งานประเพณีกีฬา-ชิมปลาทะเลนึ่งบ้านฉาง
จัดโดยเทศบาลตำบลบ้านฉาง ช่วงเดือมีนาคม ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉางจังหวัดระยอง

งานวันเกาะแก้วพิสดาร
เกิดจากความร่วมมือระหว่างสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวและหอการค้าจังหวัดระยอง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยจัดขึ้นในเดือนเมษายน ที่เกาะเสม็ด มีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การแข่งขันว่ายน้ำ แข่งขันตกปลา แข่งขันกีฬาทางน้ำ และกีฬาพื้นบ้าน และออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง

งานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยอง
เป็นงานเทศกาลประจำปีที่จัดในช่วงฤดูผลไม้ ประมาณเดือนพฤษภาคมสถานที่จัดงาน จะสลับหมุนเวียนกันระหว่าง อำเภอเมืองระยองกับ อำเภอแกลง ในงานมีขบวนแห่รถ ประดับด้วยผลไม้ การประกวดผลไม้ ประกวดธิดาชาวสวน การจำหน่ายผลไม้และ ผลิตภัณฑ์จากอาหารทะเล ตลอดจนการแสดงนิทรรศการด้านเกษตร

งานวันสุนทรภู่
จัดเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 26 มิถุนายน บริเวณอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลง มีพิธีสักการะอนุสาวรีย์สุนทรภู่ในช่วงเช้า ชมนิทรรศการเกี่ยวกับผลงานและการแสดง ละครในวรรณกรรมของสุนทรภู่ และการแข่งขันอ่านทำนองเสนาะ

งานพระเจดีย์กลางน้ำ

เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงวันเพ็ญเดือนสิบสอง ณ วัดปากน้ำ อำเภอเมือง ในงานมีพิธีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ การแข่งขันเรือยาว การลอยกระทง และการแสดงมหรสพต่าง ๆ

งานปีใหม่และงานกาชาด
จัดขึ้นระหว่างปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม จัดขึ้นระหว่างปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัด ในงานมีการแสดงนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน การจำหน่ายสินค้า

งานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและงานกาชาดจังหวัดระยอง
วันที่จัดงานปลายเดือน ธ.ค. ถึงต้นเดือน ม.ค. ถือว่าเป็นงานประจำปีของชาวระยอง และถือเป็นงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ก็ได้ มีการออกร้าน ขายสินค้า อาหาร การแสดงที่น่าสนใจ บริเวณที่จัดงานที่สวนศรีเมือง

เทศกาลเที่ยวทะเลหาดบ้านเพ-เกาะเสม็ด
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคมของทุกปี มีกิจกรรมภายในงานได้แก่ การล่องเรือรอบเกาะเสม็ด มหกรรมอาหารทะเล การประกวดธิดาชาวเล

ศิลปะการแสดงท้องถิ่น
ศิลปะการแสดงท้องถิ่นของชาวระยองที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ และสามารถแสดงในงานต่างๆ ได้ เช่นการรำโทน ลำตัด ลิเก ของชาวอำเภอแกลง การแสดงหนังใหญ่วัดบ้านดอน และยังมีศิลปะการแสดงประยุกต์ที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย ได้แก่ การแสดงหนังตะลุงคนของชาวอำเภอบ้านค่าย

อนุสาวรีย์สุนทรภู่

1


เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงสุนทรภู่ กวีเอกในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น บริเวณอนุสาวรีย์มีรูปปั้นของตัวละครเอกในเรื่องพระอภัยมณีจัดแสดงไว้ด้วย

แหลมแม่พิมพ์

2

บริเวณชายหาดแม่พิมพ์เล่นน้ำได้ คลื่นไม่แรง

วัดน้ำตกธรรมรส

3


สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส ระยอง สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส บรรยากาศดี มีหลวงพ่อธรรมรส หรือหลวงพ่อคล้าย ฐิตธัมโม แห่งสำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรสเป็นเจ้าอาวาสวัด เป็นสถานที่ปฏิบัติกรรมฐาน มีพระพุทธรูปปางพระเจ้าเปิดโลก, พระโพธิสัตว์, หอระฆังปราบมาร, รูปปั้นพระพุทธองค์ทรงโปรดองคุลีมาลและพระอินทร์มาดีดพิณสอนธรรม, รูปปั้นหลวงพ่อโต, และวนอุทยานสงฆ์น้ำตกธรรมรส

ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ

448f0560


ภายในศาลประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริง ของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรฯ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย และเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองระยอง

สวนสุภัทรา

4


เป็นสวนผลไม้ที่เปิดให้ประชาชนเข้าชม มีผลไม้ประเภทมังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง ส้มโอ ช่วงผลไม้ออกราวปลายเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน

หาดพยูนและหาดพลา

5  6

เป็นชายหาดยาวติดต่อกัน มีความสวยงามและสงบ บริเวณหาดพลา มีสวนสนปลูกไว้หนาแน่นและร่มรื่น

วัดสารนารถธรรมาราม

7


มีมหาอุโบสถปูชนียสถานที่สวยงาม เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูป องค์พระประธานจำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก บริเวณมุมกำแพงแก้วรอบอุโบสถทั้ง 4 ได้จำลองเอาพระพุทธเจดีย์ที่สำคัญของแต่ละภาคไว้

สวนวังแก้ว

8


ภายในบริเวณมีสวนป่าธรรมชาติและสวนไม้ดอกไม้ประดับ หาดทรายและอ่าวซึ่งมีทัศนียภาพสวยงาม

หมู่เกาะมัน

9


เป็นหมู่เกาะในเขตตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง หมู่เกาะมันมีอยู่ 3 เกาะ คือ เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก

อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง

10


สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำประแสร์ มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ อาทิ ไม้ชิงชัน ไม้ประดู่ ไม้มะค่า ไม้ตะเคียนยาง ไม้มะค่าโมง กฤษณา และกล้วยไม้ป่า และไม้ประดับจำพวกว่านต่าง ๆ หวาย ไผ่ป่า และเฟิร์นชนิดต่าง ๆ ขึ้นอยู่ทั่วไป มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทาง ตลอดเส้นทางจะได้พบพันธุ์ไม้ต่าง ๆ พืชสมุนไพร โป่งสัตว์ ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีจุดชมวิว

เขาแหลมหญ้า

view

บางส่วนเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล ปกคลุมด้วยป่าละเมาะ ด้านหน้าเป็นชายหาดยาว เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด

บ้านเพ

11

มีร้านขายของพื้นเมืองต่าง ๆ และเป็นที่ตั้งของท่าเรือไปเกาะเสม็ด

พระเจดีย์กลางน้ำ

12


องค์พระเจดีย์ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำระยอง สร้างโดยพระยาศรีสมุทรโภคชัยโชค ชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เจดีย์กลางน้ำนี้ใช้เป็นสัญลักษณ์ของชาวเรือ

พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน

78e685

เป็นที่เก็บรักษาตัวหนังใหญ่ อายุมากกว่า 200 ปี ที่นำมาจากจังหวัดพัทลุง เมื่อ ปี พ.ศ. 2431 รวมถึงหนังใหญ่ชุดใหม่ที่ใช้แสดงในปัจจุบัน

วัดโขด หรือ ทิมธาราม

13

สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในอุโบสถมีภาพจิตกรรมฝาผนัง และหลวงพ่อขาวที่เป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวระยอง

วัดป่าประดู่

14


เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เป็นพระพุทธไสยาสน์ซึ่งประทับอยู่ในท่านอนตะแคงซ้าย เดิมอยู่กลางแจ้ง ต่อมาสร้างวิหารครอบ

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน

15


ภายในศาลมีรูปหล่อของสมเด็จพระเจ้าตากสินในท่าประทับยืนประดิษฐานอยู่

ศาลหลักเมือง

16


เดิมเป็นศาลไม้ ต่อมาได้รับการปฏิสังขรณ์เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ลักษณะอาคารเป็นศาลเจ้าจีน ตัวหลักเมืองเดิมอยู่หน้าศาล ต่อมามีการสร้างเสาหลักเมืองใหม่ และสร้างมณฑปจตุรมุขครอบ

สถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำระยอง

Aquariam065

เป็นสถานที่ศึกษา ทดลองและวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ทะเลและพรรณไม้น้ำ ทั้งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำที่สวยงามและหายาก รวมทั้งความรู้ทางด้านทรัพยากรสัตว์ทะเลและการประมง จัดแสดงนิทรรศการ โดยแสดงชีวประวัติสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนม วิวัฒนาการของเรือประมงและเครื่องมือประมง จำลองนิเวศน์ป่าชายเลน และส่วนที่สาม จัดแสดงพิพิธภัณฑ์ โดยนำตัวอย่างของสัตว์ทะเล

สวนพฤกษชาติโสภา

17

ปลูกต้นไม้หลากหลายชนิด มีเรือนไทยโบราณ อายุร่วม 100 ปี จำนวน 3 หลัง จัดแสดงเครื่องลายครามของไทยสมัยต่าง ๆ โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผาสมัยบ้านเชียงมีเป็นจำนวนมาก

สวนรุกขชาติเพ

suanson

เป็นพื้นที่ป่าสนริมชายหาดมีต้นสนหลากพันธุ์ ยังมีพันธุ์ไม้อื่น เช่น ไม้ยาง ไม้ตะเคียน

สวนศรีเมือง

18


ชาวเมืองนิยมเรียกว่า "เกาะกลาง" ่ เคยเป็นแดนสำหรับประหารนักโทษ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะ และสวนสุขภาพสำหรับประชาชน ด้านหน้าเป็นที่ตั้งของหอพระพุทธอังคีรส ซึ่งเป็นอาคารทรงไทย หลังคาจตุรมุข อันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธอังคีรส

เส้นทางจักรยานท่องเที่ยวตะพง

5u9s43


เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในเขตตำบลตะพง มีเส้นทางจักรยานท่องเที่ยว

หาดแม่รำพึง-บ้านก้นอ่าว

maerumpueng beach

 

ชายหาดสะอาด เหมาะแก่การเล่นน้ำ สุดชายหาดเป็นที่ตั้ง ของบ้านก้นอ่าวซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน

หาดแสงจันทร์

19


เป็นชายหาดติดต่อกับหาดแหลมเจริญ สามารถเล่นน้ำทะเลได้

หาดแหลมเจริญ

20

ติดกับหาดแสงจันทร์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเลที่อยู่ใกล้ตัวเมืองระยองมากที่สุด เป็นแหล่งผลิตน้ำปลาที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมง

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด

21


ประกอบด้วยหาดแม่รำพึง เขาแหลมหญ้า และหมู่เกาะเสม็ด อันประกอบไปด้วย เกาะเสม็ด เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม เกาะหินขาว เกาะค้างคาว เกาะกุฎี เกาะกรวย และเกาะปลาตีน

สวนสมุนไพร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

E5600310-36


จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมสมุนไพร และศูนย์รวบรวมความรู้ และงานวิจัยทดลองเรื่องสมุนไพร

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์

ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด 

เว็บไซต์วิกิพีเดีย 

จังหวัดระยอง - วิกิพีเดีย

สภาพทางภูมิศาสตร์ 

การปกครอง

การเลือกตั้ง 

ประชากรและสภาพทางสังคม

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

เว็บไซต์จังหวัดระยอง

http://123.242.173.4/v2/

http://123.242.173.4/v2/index.php?option=com_content&view=article&id=597&Itemid=180  

ข้อมูลแรงงาน (สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย

ประวัติศาสตร์

ประเพณีและวัฒนธรรม

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

เว็บไซต์บ้านจอมยุทธ

http://www.baanjomyut.com/76province/east/rayong/index.html 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ตราสัญลักษณ์

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดระยอง - วิกิพีเดีย

ต้นกระทิง

thongthailand.com 

http://www.nanagarden.com

ดอกประดู่

gotoknow.org 

แผนที่อาณาเขต

::THAIENERGYDATA::  

สถานที่ท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง

http://www.moohin.com/060/ 

ระยอง  ที่พัก ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว

สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนฯ ระยอง

thaimtb.com

bloggang.com

วัดโขดทิมธาราม ระยอง « สถานที่ท่องเที่ยว เที่ยวทั่วไทย ไปกับ UpYim.com

สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส

tourresorthotel.com 

  

 

JoomSpirit