สระบุรี

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดสระบุรี

seal salaburi

รูปมณฑป หมายถึงมณฑปที่อำเภอพระพุทธบาท ซึ่งปลูก ครอบรอยพระพุทธบาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ นับเป็นสิ่งเคารพบูชาสูงสุดของชาวไทย

คำขวัญประจำจังหวัด

พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งท่องเที่ยว

หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดี ประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่นเมืองชุมทาง

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

2-43 21-16 3-33
ต้นตะแบกนา ดอกตะแบกนา ดอกสุพรรณิการ์

 

ในเขตจังหวัดสระบุรี เคยพบเครื่องมือหินกะเทาะสมัยหินกลางที่ถ้ำพระงาม พบภาชนะดินเผา ลูกปัด หอยเบี้ยม้วนทอง เครื่องประดับ และเครื่องใช้ ของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่ถ้ำเทพนิมิต ธารทองแดง ตำบลพุคำจาน อำเภอพระพุทธบาท พบภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เขาลม พระพุทธฉาย อำเภอเมือง ฯ หลักฐานต่าง ๆ แสดงว่าในเขตพื้นที่จังหวัดสระบุรี ได้มีคนมาอยู่แล้วตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อย่างน้อยสมัยหินกลาง

ความเป็นอยู่ของคนในสมัยหินกลาง จะอาศัยอยู่ในถ้ำและเพิงผาใกล้แหล่งน้ำที่เป็นห้วยลำธารหรือแม่น้ำ และไม่ไกลจากบริเวณที่มีหินกรวด ดำรงชีพอยู่ด้วยการล่าสัตว์และเก็บผลไม้มาบริโภคเช่นเดียวกับคนสมัยหินเก่า แต่หาปลาได้เก่งกว่าคนสมัยหินเก่ามีเรือขุดใช้

เมื่อตายมักเอาศพฝังไว้ใต้ที่อยู่ ศพมักจะอยู่ในลักษณะ นอนงอเข่าขึ้นมาถึงคาง โดยมากมักฝังทั้งตัว แต่มีบางครั้งที่พบกระดูกส่วนต่าง ๆ ฝังรวมกันอยู่เป็นกอง นักประวัติศาสตร์ถือว่ายุคทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11 - 16) เป็นจุดเริ่มต้นของสมัยประวัติศาสตร์ในดินแดนแถบนี้

พื้นที่ในเขตจังหวัดสระบุรี มีหลักฐานว่าอยู่ในยุคทวารวดี เช่น ที่บ้านอู่ตะเภา ตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง สันนิษฐานว่า เคยเป็นเมืองเก่าสมัยทวารวดี ที่ถ้ำพระโพธิสัตว์ อำเภอแก่งคอย พบภาพสลักนูนต่ำที่ผนังถ้ำ เป็นลักษณะศิลปกรรมสมัยทวาราวดี ที่ถ้ำเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ตำบลเขาวง อำเภอพระพุทธบาท มีจารึกที่ผนังถ้ำด้วยอักษรปัลลวะ เป็นภาษามอญโบราณ จารึกเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสชื่อปิแอร์ ดูปองท์ สันนิษฐานว่า ผู้คนในสมัยทวาราวดีเป็นคนมอญที่อพยพมาอยู่ในถิ่นนี้ เมื่อพุทธศตวรรษที่ 15 เพราะภาษาที่จารึกในสมัยนี้เป็นภาษามอญทุกแห่ง

เมืองสระบุรีนั้น ที่ตั้งตัวเมืองคราวแรก คงจะไม่ได้กำหนดเขตแดนไว้แน่นอนและยังไม่ปรากฏว่าเคยได้ตั้งผู้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองอย่างเป็นทางการ แต่อย่างใดไว้คงจะแบ่งเอาบางส่วนจากแขวงเมืองลพบุรี แขวงเมืองนครราชสีมา และแขวงเมืองนครนายก ตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี ในคราวเดียวกันนั้น ทั้งนี้เพราะเขตที่กันขึ้นเป็นเมืองสระบุรี เป็นเขตที่คลุมบางส่วนของลำแม่น้ำป่าสัก สะดวกต่อการเดินทัพขึ้นไปทางภาคตะวันออก - ตะวันออกเฉียงเหนือ และยังเคยเป็นเส้นทางที่พวกขอมสมัยโบราณเคยใช้เดินทางมาก่อนแล้วด้วย

ท้องที่อันเป็นเขตจังหวัดสระบุรี แต่โบราณครั้งเมื่อพวกขอมยังเป็นใหญ่ในประเทศนี้ อยู่ในทางหลวงสายหนึ่ง ซึ่งพวกขอมไปมาติดต่อกับราชธานีที่นครหลวง (ซึ่งเรียกในภาษาขอมว่า นครธม) ยังมีเทวสถานซึ่งพวกขอมสร้างเป็นปรางค์หินไว้ตามที่ได้ตั้งเมืองปรากฏอยู่เป็นระยะมา คือในเขตจังหวัดปราจีนบุรี มีที่อำเภอวัฒนานครแห่ง 1 ที่ดงศรีมหาโพธิ์แห่ง 1 ต่อมาถึงเขตจังหวัดนครนายก มีที่ดงละครแห่ง 1 แล้วมามีที่บางโขมด ทางขึ้นพระพุทธบาทอีกแห่ง 1 ต่อไปก็ถึงลพบุรี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลละโว้ ที่พวกขอมมาตั้งปกครอง แต่ที่ใกล้ลำน้ำป่าสักซึ่งตั้งจังหวัดสระบุรี หาปรากฏสิ่งสำคัญครั้งขอมอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ เพราะฉะนั้นเมืองสระบุรีเห็นจะเป็นเมืองตั้งขึ้นต่อเมื่อไทยได้ประเทศนี้จากขอมแล้ว

เมืองสระบุรีเริ่มปรากฏชื่อในสมัยอยุธยาตอนกลาง มีคำว่าเมืองสระบุรีปรากฏในพงศาวดารครั้งแรก ในรัชสมัยสมเด็จพระมหินทราธิราช คราวที่พระเจ้าหงสาวดียกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหินทร์ ฯ ทรงมีพระราชสาส์นถึงพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งนครเวียงจันทน์ ให้นำทัพมาช่วยไทย แต่ทัพลาวถูกทัพพม่าซุ่มโจมตีที่เมืองสระบุรี ทัพลาวแตกกลับไปเวียงจันทน์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2112 แต่จะตั้งเมื่อใดไม่มีหลักฐาน

ในสมัยอยุธยา เมืองสระบุรีมีบทบาทที่เกี่ยวข้องในเรื่องการสงคราม และการพระศาสนาเป็นสำคัญเช่นใน ปี พ.ศ.2125 พระเจ้าแปรยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงมีรับสั่งให้พระยานครนายก พระยาปราจีนบุรี พระวิเศษเมืองฉะเชิงเทรา และพระสระบุรี รวมสี่หัวเมืองให้พระยานครนายก เป็นแม่ทัพใหญ่คุมพล 10,000 คน ออกไปตั้งค่าย ขุดคู ปลูกยุ้งฉาง ถ่ายลำเลียงไว้ตำบลทำนบรักษาไว้ให้มั่นคง

ปี พ.ศ.2126 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยกทัพไปตีเมืองเขมร มีรับสั่งให้พระสระบุรี คุมพล 1,000 คน อยู่รักษาฉางหลวง แล้วให้แต่งกองทัพออกไปลาดตระเวณฟังราชการให้ถึงทัพหลวง

ปี พ.ศ.2149 ได้พบรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม หลังจากนั้นมาก็ถือเป็นราชประเพณีนิยมที่พระมหากษัตริย์ จะเสด็จมานมัสการรอยพระพุทธบาท และทรงทำนุบำรุงรอยพระพุทธบาท รวมทั้งเสด็จไปนมัสการพระพุทธฉายที่สระบุรี

ปี พ.ศ.2203 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงยกพัพไปช่วยเชียงใหม่ปราบฮ่อ ได้ให้พระสระบุรีเป็นยกกระบัตรไปร่วมรบด้วย

ปี พ.ศ.2227 เกิดกบฎอ้ายธรรมเถียร คนนครนายกปลอมตนว่าเป็นเจ้าฟ้าอภัยทศ ลวงผู้คนให้หลงเชื่อมาถึงสระบุรี และลพบุรี แล้วบุกเข้าไปถึงกรุงศรีอยุธยา แต่พ่ายแพ้ถูกปประหารชีวิต

ปี พ.ศ.2235 เกิดกบฎบุญกว้าง ทำเป็นมีวิชาอาคมดี นำพวก 28 คน เข้ายึดเมืองนครราชสีมาได้ เจ้าเมืองนครราชสีมาลวงว่าควรนำกำลังไปตีกรุงศรีอยุธยา บุญกว้างเชื่อจึงนำกำลังผู้คนยกผ่านมาถึงลพบุรี กรมการเมืองสระบุรีได้มีหนังสือแจ้งมายังเมืองหลวง ให้นำกำลังไปกำจัดพวกบุญกว้างได้หมด

เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ.2310 จีนค่ายคลองสวนพลู 400 คน ได้พากันไปลอกเอาเงินดาดพื้น และลอกทองหุ้มพระมณฑปน้อยเอาไป สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ซ่อมพระมณฑปพระพุทธบาท แต่ยังไม่แล้วเสร็จ

พ.ศ.2314 พระเจ้าสุริยวงศ์ แห่งนครหลวงพระบาง มีเรื่องวิวาทกับเจ้าสิรบุญสาร แห่งนครเวียงจันทน์ พระเจ้าสุริยวงศ์ยกทัพไปล้อมนครเวียงจันทน์ พระเจ้าสิริบุญสารได้ส่งสาส์นไปยังพม่าที่นครเชียงใหม่ให้ยกทัพมาช่วย ชาวเวียงจันทน์เกรงว่าจะเกิดศึกใหญ่จึงพากันอพยพมายังเมืองนครราชสีมา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้ชาวลาวเหล่านี้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองสระบุรี

พระวอกับพระตาเกิดผิดใจกันกับพระเจ้าสิริบุญสาร จึงพาไพร่พลหนีมาตามลำดับ พระเจ้าสิริบุญสารก็ตามมาตีจนพระตาตาย พระวอพาไพร่พลหนีมายังบ้านดอนมดแดง เมืองอุบล ฯ เมื่อปี พ.ศ.2319 พระเจ้าสิริบุญสารให้พระยาสุโพยกทัพมาตีและฆ่าพระวอตาย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเห็นว่าพระเจ้าสิริบุญสารฆ่าพระวอผู้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร จึงได้ทรงมอบให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และเจ้าพระยาสุรสีห์ ฯ นำทัพไปตีนครเวียงจันทน์ และยึดนครเวียงจันทน์ได้ และได้กวาดต้อนชาวเวียงจันทน์มาเป็นจำนวนมาก ได้ให้ชาวเวียงจันทน์ดังกล่าวไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองสระบุรี เมื่อปี พ.ศ.2322 เรียกว่า ลาวเวียง

ในปี พ.ศ.2330 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทำมณฑปน้อยกั้นรอยพระพทุธบาทภายในพระมณฑปใหญ่ เสาทั้งสี่รวมทั้งเครื่องบน และยอดล้วนหุ้มแผ่นทองทั้งสิ้น

พ.ศ.2347 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดเกล้า ฯ ให้กรมหลวงเทพหริรักษ์ และพระยายมราช นำทัพไปขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงแสน เมื่อได้เมืองเชียงแสนแล้วก็ได้รวบรวมชาวเชียงแสนได้ 23,000 ครอบครัว แบ่งออกเป็นห้าส่วน ให้ไปอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ เมืองลำปาง เมืองน่าน เมืองเวียงจันทน์ และส่วนหนึ่งลงมากรุงเทพ ฯ และได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองสระบุรี กับเมืองราชบุรี

พ.ศ.2368 เจ้าอนุวงศ์ ราชบุตรพระเจ้าสิริบุญสาร ผู้เคยมาอยู่กรุงเทพ ฯ ตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาได้กลับไปอยู่ที่เวียงจันทน์ ได้กราบทูลขอชาวลาวที่อยู่ในเมืองไทยกลับไปยังเวียงจันทน์ แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ทรงอนุญาติ เมื่อเจ้าอนุวงศ์กลับไปนครเวียงจันทน์แล้ว ในปี พ.ศ.2369 ได้นำทัพลงกรุงเทพ ฯ มาโดยได้ลวงเจ้าเมืองตามหัวเมืองต่าง ๆ ที่ผ่านมาว่า ทางกรุงเทพ ฯ สั่งให้นำทัพมาช่วยรบกับอังกฤษ แล้วได้ลงมาตั้งอยู่ ณ ตำบลขอนขว้าง ใกล้กับเมืองสระบุรี ได้เกลี่ยกล่อมพระสระบุรี ซึ่งเป็นลาวพุงดำ และนายครัวลาวพุงขาวเข้าด้วย ได้กวาดต้อนครอบครัวอพยพไทยจีนลาว ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองสระบุรีได้เป็นอันมาก

พ.ศ.2400 พระบามสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้บูรณะมณฑปพระพุทธบาท และสร้างที่ประทับใหม่หลายหลัง ในพระราชวังท้ายพิกุล ในปี

พ.ศ.2403 พระองค์ได้เสด็จ ฯ ไปนมัสการพระพุทธบาททรงยกพระมณฑป และทรงบรรจุพระบรมธาตุแล้ว เสด็จประทับแรมที่เขาแก้ว ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้

พ.ศ.2402 - 2408 พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างที่ประทับขึ้นที่ตำบลสีเทา อำเภอแก่งคอย และจัดให้เขาคอกเป็นที่ฝึกทหาร
ต่อมา เมื่อเปลี่ยนแปลงตัวเจ้าเมืองคนใหม่ ก็ย้ายที่ทำการเจ้าเมืองต่อไปอยู่ที่บ้านไผ่ล้อมน้อย ตามบ้านเรือนที่เจ้าเมืองสร้างอยู่อาศัย แต่ก็คงยังอยู่ในเขตอำเภอเสาไห้นั่นเอง ศาลากลางเมืองสระบุรียังคงอยู่ตรงนั้นเรื่อยมาตราบเท่าสิ้นเจ้าเมืองที่ทางมณฑลกรุงเก่าส่งมาปกครอง เพราะเมืองสระบุรีสมัยนั้น สมัยแบ่งการปกครองเป็นมณฑล เมืองสระบุรีขึ้นอยู่กับมณฑลกรุงเก่า คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาปัจจุบัน

เจ้าเมืองคนใหม่ที่ทางมณฑลแต่งตั้งมาปกครองเมืองสระบุรี ระหว่างที่ศาลากลางเมืองอยู่บ้านไผ่ล้อมน้อยนั้น คือ พระยาพิชัยรณรงค์สงคราม (ดิศ) มาเป็นเจ้าเมืองตั้งแต่ พ.ศ. 2441 ถึง 2452

ท่านเจ้าคุณพิชัยฯ เป็นเจ้าเมืองสระบุรีไม่นานนัก ก็พอดีในปี พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้สร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือขึ้นมาถึงเมืองสระบุรี ท่านเจ้าคุณพิชัยเห็นว่าตัวเมืองเดิมที่เสาไห้นั้น อยู่ห่างไกลจากทางรถไฟ ภูมิประเทศไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันสมัยนั้น ยากแก่การขยายเมืองในอนาคต จึงได้ดำเนินการสร้างศาลากลางขึ้นใหม่ ณ บริเวณตำบลปากเพรียว การก่อสร้างได้ดำเนินการเรื่อยมาและสำเร็จสามารถโยกย้ายข้าราชการขึ้นทำงานบนศาลากลางได้ ก็เข้าถึงเจ้าเมืองสระบุรีคนที่ 3 คือ พระยาบุรีสราธิการ (เป้า จารุเสถียร) บิดาของ จอมพลประภาส จารุเสถียร (ปี พ.ศ. 2456-2457)

ศาลากลางหลังเก่าได้รับใช้ประชาชนเมืองสระบุรีมาจวบกระทั่งปี พ.ศ. 2509 ทางการจึงใช้งบประมาณมาสร้างศาลากลางหลังใหม่ (ปัจจุบันนี้) ในสมัยของนายประพจน์ เรขะรุจิ ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี (พ.ศ. 2509-2513)

พ.ศ.2470 ทัพไทยไปตีนครเวียงจันทน์ ได้นำครอบครัวลาวเวียงจันทน์ ลาวพวน (เมืองเชียงขวาง) ลงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ลพบุรี และสระบุรี จากเหตุการณ์สงครามทั้งสี่ครั้งดังกล่าว ทำให้เมืองสระบุรีมีคนลาว และชาวเชียงแสนมาตั้งถิ่นฐานอยู่ทำให้สระบุรีมีประชาการเพิ่มมากขึ้น ชาวลาวที่มาตั้งถิ่นฐานเรียกชื่อตามสำเนียงภาษาพูดต่างกันเป็น 4 กลุ่มคือ

  • ลาวเวียง คือชาวลาวจากเวียงจันทน์ ปัจจุบันมีอยู่มากที่อำเภอแก่งคอย อำเภอหนองแค อำเภอหนองแซง อำเภอวิหารแดง อำเภอเสาไห้ และอำเภอบ้านหมอ
  • ลาวพวน คือชาวลาวที่มาจากเมืองพวนในแขวงเชียงขวาง มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตอำเภอหนองโดน และอำเภอดอนพุด
  • ลาวแง้ว คือชาวลาวที่มาจากชนบทชานเมืองเวียงจันทน์ ปัจจุบันอยู่ที่บ้านตาลเสี้ยน บ้านหนองระกำ อำเภอพระพุทธบาท และบางหมู่บ้านในอำเภอหนองโดน
  • ลาวญ้อ คือชาวลาวที่มาจากเมืองคำเกิด มีอยู่บางหมู่บ้านในอำเภอแก่งคอย

ส่วนชาวเชียงแสนที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองสระบุรี เมื่อปี พ.ศ.2347 คือ ในเขตอำเภอเสาไห้ เรียกตนเองว่า คนยวน (มาจากโยนก) ปัจจุบันมีอยู่ทุกอำเภอในจังหวัดสระบุรี ยกเว้นอำเภอหนองโดน และอำเภอดอนพุด ได้นำภาษาและวัฒนธรรมประเพณี ของชาวล้านนาไทยมาใช้สืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านมาทางจังหวัดสระบุรี เมื่อปี พ.ศ.2439 พระยาพิชัยรณรงค์สงคราม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีจึงได้ย้ายศาลากลางจังหวัด จากเขตอำเภอเสาไห้มาตั้งที่ตำบลปากเพรียว เพื่อให้สะดวกต่อการาคมนาคม

สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชนุภาพ ทรงพระนิพนธ์ไว้ในตำนานเมืองสระบุรี มีความตอนหนึ่งว่า

"ในสมัยเมื่อยังไม่ได้สร้างทางรถไฟหลวง บรรดาสินค้ากรุงเทพ ฯ ซึ่งจะส่งขึ้นไปมณฑลนครราชสีมาต้องบรรทุกเรือไปหยุดที่ท้ายแก่งเพรียวนี้ แล้วขนบรรทุกโคตั่งเดินทางไป สินค้ามณฑลนครราชสีมาที่จะส่งลงมาทางกรุงเทพ ฯ ก็ต้องบรรทุกโคตั่งข้ามเทือกเขามาจนถึงที่ตำบลปากเพรียว แล้วพวกพ่อค้ากรุงเทพ ฯ รับบรรทุกเรือลงมาที่ปากเพรียว เป็นที่รับส่งสินค้าดังกล่าวมา จึงเป็นท้องตลาดที่ประชุมชนแห่งหนึ่งมาช้านาน"

เมื่อทางรถไฟเสร็จแล้ว ภายในจังหวัดสระบุรีก็มีถนนเกิดขึ้นหลายสาย นับแต่สมัยโบราณก็มี ถนนฝรั่งส่องกล้อง จากท่าเรือถึงพระพุทธบาท เป็นถนนสายแรกที่สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2149 ถนนสายต่อมาคือ ถนนสายหนองโดน - พระพุทธบาท และถนนพิชัยรณรงค์สงคราม จากตัวเมืองสระบุรีถึงอำเภอเสาไห้ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2471 - 2476

สำหรับถนนสายอื่น เมื่อปี พ.ศ.2480 - 2482 มีการสร้างถนนพหลโยธิน จากกรุงเทพ ฯ ถึงสระบุรี ในปี พ.ศ.2498 - 2501 มีการสร้างถนนมิตรภาพ จากสระบุรีถึงหนองคาย

ที่มา : ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคฯ, หอมรดกไทย

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

Thailand Saraburi 8c1cd893-1
ที่ตั้งจังหวัดสระบุรี อาณาเขตติดต่อของจังหวัดสระบุรี

 

ที่ตั้ง เนื้อที่ และอาณาเขต

ที่ตั้งจังหวัดสระบุรี ตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพมหานครประมาณเส้นรุ้งที่ 14 องศา 31 ลิปดา 43.59439 ฟิลิปดาเหนือ กับเส้นแวงที่ 100 องศา 54 ลิปดา 35.58478 ฟิลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ระยะทางประมาณ 108 กม. (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ศาลากลางจังหวัด) และ ตามทางรถไฟสาย ตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทางประมาณ 113 กิโลเมตร และตามแม่น้ำเจ้าพระยาแยกเข้าแม่น้ำป่าสักประมาณ 165 กิโลเมตร

เนื้อที่
จังหวัดสระบุรีมีเนื้อที่ทั้งหมด 3,576.486 ตร.กม.หรือประมาณ 2,235,304 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.70 ของพื้นที่ประเทศ

อาณาเขต
จังหวัดสระบุรีมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเมืองลพบุรี อำเภอชัยบาดาล และ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอหนองเสือ  จังหวัดปทุมธานี และอำเภอวังน้อย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา  และอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอภาชี อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

 

พื้นที่จังหวัดสระบุรีเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณลุ่มน้ำที่ราบลุ่มภาคกลางรวมกับอีกส่วนหนึ่งของทิวเขาดงพญาเย็น สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปมีลักษณะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด3ลักษณะคือบริเวณที่ราบลุ่มบริเวณเขาหย่อมหรือเขาเตี้ย และบริเวณเขาสูง

ลักษณะดิน
โดยทั่วไปพบดินเหนียว ดินเหนียวปนทรายแป้ง ที่มีการระบายน้ำเลวหรือค่อนข้างเลวใช้ทำนาปลูกข้าว บางแห่งมีชั้นของสารจาไรไซท์อยู่ตื้น มีปฏิกิริยาเป็นกรด ซึ่งเป็นพิษต่อข้าว บางแห่งอาจมีน้ำท่วมทำให้ผลผลิตสูญเสีย สำหรับดินเหนียวที่มีการระบายน้ำดีและมีความลาดชันใช้สำหรับปลูกพืชไร่และไม้ผลบางแห่งพบชั้นกรวดหนาแน่นอยู่ตื้น และบางแห่งถูกกัดกร่อน ส่วนที่มีความลาดชันสูง ๆ จะเป็นภูเขาบางแห่งพบชั้นหินพื้นอยู่ตื้น ซึ่งใช้เป็นที่ป่า

ลักษณะภูมิอากาศ
จังหวัดสระบุรีเป็นจังหวัดที่มีลักษณะอากาศแบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู(TropicalAavannaClimate,Aw) ระบบจำแนกประเภทภูมิอากาศของKoppenซึ่งลักษณะภูมิอากาศแบบนี้จะมีฝนน้อยแห้งแล้งในฤดูหนาว และอุณหภูมิค่อนข้างสูงในฤดูร้อนและค่อนข้างจะหนาวเย็นในฤดูหนาวและมีฝนตกชุกในช่วง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

อุณหภูมิ
จังหวัดสระบุรีเป็นจังหวัดในภาคกลางและอยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดินปกติมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง จึงทำให้อากาศร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน ส่วนในฤดูหนาวไม่หนาวจัดโดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี28-29องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย33-34 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย23-24 องศาเซลเซียสเดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนจัดที่สุดในรอบปี ส่วนฤดูหนาวอากาศจะหนาวที่สุดในเดือนมกราคม

ฝน
ซึ่งฝนที่เกิดขึ้นในจังหวัดสระบุรีส่วนใหญ่เป็นฝนจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และร่องความ กดอากาศต่ำที่พัดผ่านประเทศไทยตอนบนเกือบตลอดช่วงฤดูฝน โดยตลอดทั้งปีมีจำนวนวันฝนตกเฉลี่ยประมาณ 70-90 วันนอกจากนี้ในบางปีอาจมีพายุดีเปรสชั่นเคลื่อนผ่านเข้ามาในบริเวณจังหวัดสระบุรีหรือจังหวัดใกล้เคียง ทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นได้อีก

การแบ่งเขตการปกครอง

การปกครองแบ่งออกเป็น 13 อำเภอ 111 ตำบล 965 หมู่บ้าน

Amphoe Saraburi
  1. อำเภอเมืองสระบุรี
  2. อำเภอแก่งคอย
  3. อำเภอหนองแค
  4. อำเภอวิหารแดง
  5. อำเภอหนองแซง
  6. อำเภอบ้านหมอ
  7. อำเภอดอนพุด
  8. อำเภอหนองโดน
  9. อำเภอพระพุทธบาท
  10. อำเภอเสาไห้
  11. อำเภอมวกเหล็ก
  12. อำเภอวังม่วง
  13. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

อำเภอในจังหวัดสระบุรี

 

 

หน่วยการปกครอง

จังหวัดสระบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 111 ตำบล 973 หมู่บ้าน 28 เทศบาล 80 องค์การบริหารส่วนตำบล

 อำเภอ  จำนวนตำบลหมู่บ้านทั้งจังหวัด จำนวนตำบลหมู่บ้านในเขต จำนวเทศบาล
อบต.
ตำบล หมู่บ้าน ตำบล หมู่บ้าน
1 .อำเภอเมืองสระบุรี 11 77 7 62 4
2. อำเภอแก่งคอย 14 117 10 107 2
3. อำเภอหนองแค 18 181 15 152 4
4. อำเภอหนองแซง 9 69 7 62 1
5. อำเภอบ้านหมอ 9 79 6 61 2
6. อำเภอเสาไห้ 12 102 5 85 3
7. อำเภอพระพุทธบาท 9 68 6 59 2
8. อำเภอวิหารแดง 6 54 6 40 2
9. อำเภอมวกเหล็ก 6 80 6 79 1
10. อำเภอหนองโดน 4 34 3 30 1
11. อำเภอดอนพุด 4 28 1 23 1
12. อำเภอวังม่วง 3 31 2 17 2
13. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 6 53 6 46 1
รวม 111 973 80 823 26

 

ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2551 ที่มา : ที่ทำการปกครองจังหวัดสระบุรี 
ข้อมูลประชากรรายตำบล มิถุนายน 2554


ผู้บริหารจังหวัด

1

นายถาวร  พรหมมีชัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี

2

นายชโลธร  ผาโคตร

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี

3

นายประดิษฐ์  ทิพย์สุมาลัย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรึี

 

chart

 

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี พ.ศ. 2550 แบ่งเป็น 2 เขต ดังนี้

เขตเลือกตั้งที่ 1 : อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอแก่งคอย อำเภอมวกเหล็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอวังม่วง

เขตเลือกตั้งที่ 2 : อำเภอหนองแค อำเภอพระพุทธบาท อำเภอบ้านหมอ อำเภอวิหารแดง อำเภอเสาไห้ อำเภอหนองแซง อำเภอหนองโดนและอำเภอดอนพุด 

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มี 4 คน ได้แก่

เขตเลือกตั้งที่ 1 1. นางสาวกัลยา  รุ่งวิจิตรชัย
2. ร.ต.ต.ปรพล  อดิเรกสาร
พรรคประชาธิปัตย์

เขตเลือกตั้งที่ 2 1. นายวัชรพงษ์  คูวิจิตรสุวรรณ
2. นายองอาจ  วงษ์ประยูร
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคประชาธิปัตย์


สมาชิกวุฒิสภา
มี 1 คน ได้แก่ นายจรัญ  จึงยิ่งเรืองรุ่ง

ประชากร

จำนวนประชากรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 มีทั้งสิ้น 620,454 คน เป็นชาย 306,986 คน เป็นหญิง 313,468 คน สำหรับอำเภอที่มีประชากรมากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี รองลงมา ได้แก่อำเภอแก่งคอย และอำเภอหนองแค สำหรับอำเภอที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุด คือ อำเภอเมืองสระบุรี 375.88 คน/ตร.กม. รองลงมา ได้แก่ อำเภอหนองแค 330.64 คน / ตร.กม

ศาสนา

จังหวัดสระบุรีมีพุทธศาสนิกชน ร้อยละ 89.34 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.05 และนับถืกศาสนาคริสต์ ร้อยละ 0.32

มีวัดจำนวน 505 วัด แยกเป็นนิกายธรรมยุติ 21 วัด มหานิกาย 484 วัด จำแนกประเภท พัทธสีมา 3915 วัด สำนักสงฆ์ 116 แห่ง ที่พักสงฆ์ 75 แห่ง โบสถ์คริสต์ 5 แห่ง มัสยิด 4 แห่ง

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดสระบุรี พ.ศ. 2544 - 2553

GROSS PROVINCIAL PRODUCT AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, SARABURI PROVINCE: 2001 - 2010

(หน่วย : ล้านบาท)

สาขาการผลิต 2544 2545 2546 2547 2548 2549r 2550r 2551r 2552p 2553p1
-2001 -2002 -2003 -2004 -2005 (2006r) (2007r) (2008r) (2009p) (2010p1)
ภาคเกษตร 3,481 4,184 4,914 7,021 6,410 5,853 7,208 9,024 10,077 12,717
เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 3,420 4,030 4,533 6,671 6,047 5,617 6,863 8,786 9,808 12,437
การประมง 61 154 381 351 363 236 345 238 268 280
ภาคนอกเกษตร 65,014 74,977 83,082 93,980 108,595 119,967 125,886 138,998 146,371 154,179
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 3,653 3,785 3,714 4,519 5,710 5,937 6,492 6,426 6,106 6,168
การผลิตอุตสาหกรรม 37,430 45,276 52,583 58,671 67,924 76,314 76,381 82,645 89,500 99,333
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 4,784 5,243 5,425 6,155 6,377 6,841 9,406 14,037 15,696 12,184
การก่อสร้าง 939 1,268 1,304 1,616 1,940 2,067 2,031 1,708 1,724 1,761
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์
ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 6,395 6,582 7,195 8,049 8,719 9,375 10,319 11,170 10,204 10,444
โรงแรมและภัตตาคาร 332 406 442 462 562 430 465 463 528 604
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 2,980 3,120 3,030 4,142 5,193 5,984 6,722 7,488 7,048 7,061
ตัวกลางทางการเงิน 965 1,143 1,085 1,283 1,758 1,910 2,000 2,207 2,084 2,122
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 1,460 1,506 1,523 1,586 1,671 1,717 1,760 1,714 1,770 1,846
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 2,208 2,524 2,740 3,064 3,432 3,586 3,830 4,482 4,598 5,224
การศึกษา 1,634 1,779 1,861 2,068 2,431 2,619 3,040 3,232 3,475 3,652
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 1,775 1,928 1,686 1,798 2,254 2,516 2,762 2,751 2,995 3,100
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่นๆ 421 375 448 520 572 616 616 608 568 605
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 39 42 46 50 54 57 63 69 74 77
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 68,495 79,160 87,997 101,002 115,005 125,821 133,095 148,022 156,447 166,896
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 115,829 133,297 147,760 169,309 192,531 209,818 220,877 244,358 256,845 272,467
ประชากร (1,000 คน) 591 594 596 597 597 600 603 606 609 613

 

การเงิน การคลัง

(หน่วย : ล้านบาท)

ประเภท ปีงบประมาณ
2549 2550 2551 2552 2553
ด้านรายได้ 6,335.81 6,574.16 6,820.32 9,575.81 13,203.94
ด้านรายจ่าย 7,357.67 7,855.12 8,153.34 8,696.05 8,465.79
ด้านฐานะการคลัง (1,021.86) (1,280.96) (1,333.02) 879.76 4.738.15

 

ที่มา : สำนักงานคลังจังหวัดสระบุรี

 

การจัดเก็บรายได้ของจังหวัดสระบุรี ในช่วงปี 2549-2553  มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 21.45 ต่อปี โดยมียอดการจัดเก็บรายได้สูงสุดในปี 2553 จำนวน 13,203.94 ล้านบาท

การเบิกจ่ายเงินงบประมาณของจังหวัดสระบุรี ในช่วงปี 2549-2553 มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 3.64 ต่อปี โดยมียอดการเบิกจ่ายสูงสุดในปี 2552 จำนวน 8,696.05 ล้านบาท

นิคมอุตสาหกรรม

จังหวัดสระบุรี เป็ฯจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งพลังงาน เพื่อการอุตสาหกรรม เป็นจำนวนมากได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมการลงทุน (BOI ZONE 2) ในปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมที่เพียบพร้อมด้วยสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อการประกอบการอุตสาหกรรม 3 แห่ง ได้แก่

  • นิคมอุตสาหกรรมหนองแค (อ.หนองแค) มีเนื้อที่ 2,044 ไดร่ มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 5 แห่ง ประเภทของอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงงานผลิตกระเบื้อง โรงงานผลิต เซรามิค ฯลฯ
  • นิคมอุตสาหกรรมสระบุรี (อ.แก่งคอย) มีเนื้อที่ 2,600 ไดร่ มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 1 แห่ง ประกอบกิจการ ผลิตแผ่นใยไม้อัด NDF ความหนาแน่นปานกลาง
  • เขตอุตสาหกรรมเครือซีเมนต์ไทย (อ.หนองแค) มีเนื้อที่ 3,000 ไร่ โดยการจัดการของ บริษัท เหมราช สระบุรี ที่ดินอุตสาหกรรม จำักัด

อุตสาหกรรมที่สำคัญของจังหวัดสระบุรี

1. อุตสาหกรรมอโลหะ ได้แก่

  • ผลิตเครื่องกระเบื้องเคลือบ
  • ผลิตปูนขาว หรือปูนปลาสเตอร์
  • ผลิตปูนซิเมนต์
  • ผลิตภัณฑ์คอนกรีต คอนกรีตผสม เสาคอนกรีต

2. อุตสาหกรรมอื่นๆ ได้แก่

  • ผลิตพลังงานไฟฟ้า
  • โม่ บด ย่อยหิน
  • ผลิตก๊าซเพื่อใช้ในการอุตสาหกรรม
  • บรรจุสินค้า

3. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ ได้แก่

  • หล่อหลอมเหล็ก
  • ผลิตท่อทองแดงไร้ตะเข็บ
  • หลอมหล่ออลูมิเนียมเป็นแห่ง

4. อุตสาหกรรมการเกษตร ได้แก่

  • อบพืชและไซโล
  • น้ำแป้งจากหัวมันสำปะหลัง
  • สีข้าว

5. อุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่

  • ผลิตไส้กรอก ลูกชิ้น แฮม เบคอน
  • ผลิตภัณฑ์นม
  • ผลิตน้ำเชื่อมไฮฟรัคโทส
  • ฆ่าชำแหละสัตว์ปีก
  • ผลิตอาหารสัตว์
  • ผลิตน้ำตาลทรายขาว

6. อุตสาหกรรมขนส่ง ได้แก่

  • ผลิตหมอนคอนกรีตอัดแรงรองรางรถไฟ
  • ทำเปลและรถเข็นเด็ก
  • ซ่อมสร้างต่อกระบะรถบรรทุก
  • ซ่อมเครื่องยนต์และจักรยานยนต์

ด้านแรงงาน

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดสระบุรี พ.ศ. 2545 - 2554

POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, SARABURI PROVINCE: 2002 - 2011

สถานภาพแรงงาน 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2554
  -2002 -2003 -2004 -2005 -2006 -2007 -2008 -2009 -2011
รวม
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 412,273 414,886 452,402 498,607 541,858 552,549 524,850 495,253 507,551
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 280,062 285,096 308,717 355,353 394,556 398,350 376,301 357,309 365,405
  ผู้มีงานทำ 274,755 279,011 302,864 348,424 386,499 392,146 371,316 349,154 361,644
  ผู้ว่างงาน 5,079 5,277 4,751 6,524 7,919 5,894 4,985 7,140 3,498
  ผู้ที่รอฤดูกาล 228 808 1,102 405 138 311  - 1,015 264
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 132,211 129,790 143,685 143,254 147,303 154,199 148,549 137,944 142,146
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 206,201 207,485 226,557 244,415 261,408 266,161 255,333 243,563 249,326
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 161,429 162,564 174,131 193,130 211,058 213,958 206,695 195,990 197,934
  ผู้มีงานทำ 158,008 158,435 170,608 189,657 206,693 211,295 203,766 191,866 195,039
  ผู้ว่างงาน 3,280 3,684 2,975 3,473 4,323 2,496 2,929 3,803 2,748
  ผู้ที่รอฤดูกาล 142 445 547  - 43 168  - 321 148
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 44,772 44,921 52,427 51,284 50,350 52,203 48,638 47,572 51,392
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 206,072 207,401 225,845 254,193 280,450 286,389 269,517 251,690 258,225
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 118,633 122,531 134,586 162,223 183,497 184,392 169,606 161,318 167,471
  ผู้มีงานทำ 116,747 120,576 132,256 158,767 179,806 180,851 167,551 157,288 166,605
  ผู้ว่างงาน 1,799 1,593 1,776 3,051 3,597 3,398 2,056 3,337 750
  ผู้ที่รอฤดูกาล 86 363 555 405 95 144  - 694 117
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 87,440 84,869 91,259 91,970 96,953 101,996 99,911 90,372 90,754

 

การแข่งขันเรือยาวประเพณีลุ่มน้ำป่าสัก
จัดให้มีการแข่งขันขึ้น ณ บริเวณท่าน้ำ หน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ ในวัน เสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือนกันยายน โดยเชิญเรือยาวจากจังหวัดต่างๆ เข้าแข่งขันชิงความเป็นเจ้าฝีพายในลุ่มน้ำป่าสัก

ประเพณีเจ้าพ่อเขาตก หรือ งานแห่เจ้าพ่อเขาตก
ที่บริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จัดเป็นงานประเพณีประจำปี โดยในงานนี้จะมีการแสดงอภินิหารต่าง ๆ ของเจ้าพ่อเขาตก ควบคู่กันไปกับการกระทำพิธีลุยไฟ แห่สิงโตล่อโก๊ะ

งานโคนมแห่งชาติ
จัดขึ้นที่อำเภอมวกเหล็ก ในเดือนมกราคมของทุกปี โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานของทุกปี ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค

ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท
รอยพระพุทธบาทค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ได้มีการสร้างมณฑป ครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ปัจจุบันรอยพระพุทธบาทตั้งอยู่ ณ บริเวณวัด พระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน ในปีหนึ่งๆ จะมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางไปนมัสการด้วยความเลื่อมใส ศรัทธา ได้กำหนดให้มีการจัดงานนมัสการปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 เริ่มตั้ง แต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 3 รวม 15 วัน ครั้งที่ 2 เริ่มตั้งแต่ วันขึ้น 8 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 4 รวม 8 วัน

ประเพณีกำฟ้า
งานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ วันสุกดิบ (วันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3) จะมีการ ละเล่นพื้นเมือง เช่น เล่นสะบ้า ชนไก่ เผาข้าวหลาม ฯลฯ ส่วนในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 จะมีการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ เล่าประวัติบรรพบุรุษ ฯลฯ งานจัดขึ้นที่ตำบลไผ่หลิ่ว อำเภอดอนพุด

ประเพณีเจ้าพ่อเขาตก
หรือเรียกว่า "งานแห่เจ้าพ่อเขาตก" เป็นงานประเพณีประจำปี โดยในงาน นี้จะมีการแสดงอภินิหารต่างๆ ของเจ้าพ่อเขาตก ควบคู่กันไปกับการ กระทำพิธีลุยไฟ แห่สิงโตล่อโก๊ะ และการแสดงงิ้ว ส่วนมากชาวจีนที่เป็น ลูกศิษย์อยู่ทั่วประเทศจะเดินทางมาร่วมงานตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 4 รวม 4 วัน ที่บริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระ พุทธบาท

ประเพณีแห่พระเขี้ยวแก้ว
ชาวพุทธเชื่อกันว่า "พระเขี้ยวแก้ว" เป็นฟันของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้า ซึ่งในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 4 ชาวอำเภอพระพุทธบาทจะอัญเชิญพระ เขี้ยวแก้วจากพิพิธภัณฑ์วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ออกแห่ฉลอง รอบเมือง โดยมีความเชื่อว่า หากมีการแห่พระเขี้ยวแก้วแล้วจะสามารถ บันดาลให้ประชาชนชาวพระพุทธบาทได้รับความร่มเย็นเป็นสุข ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง

ประเพณีสงกรานต์สรงน้ำเสานางตะเตียนวัดสูง
จัดให้มีประเพณีสงกรานต์สรงน้ำเสานางตะเคียน (เสาร้องไห้) บริเวณ หน้าอุโบสถวัดสูง ตำบลเสาไห้ ในวันที่ 23 เมษายน มีการทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ และปิดทองเสานางตะเคียน

ประเพณีตักบาตรดอกไม้
เป็นประเพณีที่สำคัญของอำเภอพระพุทธบาท โดยในวันเข้าพรรษาซึ่ง ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 จะมีประชาชนจำนวนมากพากันไปทำบุญตัก บาตรที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เสร็จจากการทำบุญตักบาตรในตอนเช้าแล้ว ก็จะพากันไปเก็บดอกไม้ชนิดหนึ่งเรียกว่า "ดอกเข้าพรรษา" มี 4 สี คือ สีเหลือง สีขาว สีม่วง และสีส้ม ลักษณะคล้ายต้นกระชายหรือ ต้นขมิ้น ดอกไม้ชนิดนี้ชอบขึ้นตามไหล่เขา และจะมีเฉพาะช่วงเข้าพรรษา เท่านั้น

การตักบาตรดอกไม้
จะทำในตอนบ่าย ในขณะที่พระภิกษุอุ้มบาตรเดินขึ้นบันได จะรับดอกไม้จากประชาชนเพื่อนำไปนมัสการรอยพระพุทธบาท หลังจากนั้นก็จะเดินลงมา ตลอดทางจะมีชาวบ้านนำขันน้ำลอยด้วยดอกพิกุล คอยอยู่ตามขั้นบันไดเพื่อล้างเท้าให้ ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการ ชำระบาปที่ได้กระทำมาให้หมดสิ้นไป

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก
ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน ประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นสถานที่รักษาคนไข้ ติดยาเสพติดที่มีชื่อเสียง สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกนี้ แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2500

ผาเสด็จ
ตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ตำบลทับกวาง เป็นหน้าผาที่รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จมาประทับเมื่อคราวสร้างทางรถไฟ สายกรุงเทพฯ - นครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2438 ทั้งสองพระองค์ ได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธย จปร. และ สผ. ไว้

พระพุทธบาทน้อย
ตั้งอยู่ในหุบเขาหินปูน ในบริเวณวัดพระพุทธบาทน้อย ภายในมีรอยพระพุทธบาทจำลอง ประทับลึกลงไปในดินกว้าง 1 ศอกเศษ ยาว 3 ศอก มีความสวยงาม และแปลกตา

สวนรุกขชาติมวกเหล็ก
อยู่ในเนื้อที่ 375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างอำเภอมวก เหล็ก จังหวัดสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขต ระหว่างสองจังหวัดดังกล่าว ในลำธารมีแก่งหินลดหลั่น เป็นน้ำตกชั้นเล็กๆ บริเวณสองฟากของลำธาร มีสะพานแขวน และพันธุ์ไม้ดอก

เจดีย์พระคุณแม่
ภายในมีรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่บนรูปดอกบัวมีฐานรองรับ ล้อมรอบด้วยพระประจำวัน เจดีย์พระคุณแม่ แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อให้กุลบุตรกุลธิดาระลึกถึง และตอบแทนพระคุณแม่

สวนนกตำบลไผ่ต่ำ
อยู่บริเวณบ้านลุงต้อม เหมือนแม้น ตำบลไผ่ต่ำ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกพันธุ์ต่างๆ มานานกว่า 50 ปี อาทิ นกเอี้ยงดำนกกางเขน นกเขา นกกวัก นกกาน้ำเล็ก นกแขวก และนกกระยาง โดยฝูงนกเหล่านี้จะออก หากินตั้งแต่เช้าตรู่ และจะบินกลับรังในตอนเย็นใกล้ค่ำ

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย หรือ น้ำตกสาวน้อย
อยู่ในเขตตำบลมวกเหล็ก เป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่น มาตามแนวลำธาร มีประมาณ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงราว 4 เมตร แอ่งน้ำมีบริเวณที่เล่นน้ำกว้าง และร่มรื่น

ถ้ำดาวเขาแก้ว
ตั้งอยู่ที่ตำบลพญากลาง เพดานถ้ำเมื่อถูกแสงไฟส่องจะเกิดประ กายคล้ายดาวเป็นสีแดง สีดำ สีน้ำตาล สวยงามมาก ภายในถ้ำยังมีหินงอก หินย้อยนูนขึ้นมา เกาะติดเพดาน และฝาผนังถ้ำ

ถ้ำพระโพธิสัตว์
ตั้งอยู่ตำบลทับกวาง ตั้งอยู่กึ่งกลางเขาน้ำพุ เป็นถ้ำที่มีภาพจำหลักรูปพระโพธิสัตว์ บนผนังถ้ำ มีเจดีย์ทรงลังกา ศิลปะ สมัยทวารวดี มีหินงอก หินย้อย บริเวณ ภายนอกถ้ำมีต้นไม้นานาพรรณ นอกจากนั้นยังมีถ้ำธรรมทัศน์ ถ้ำลุมพีนี สวนหิน และถ้ำสงัดเจดีย์

ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม
ปากทางเข้าจะปูด้วยหินอ่อนเป็นทางเดินชมทั่วบริเวณถ้ำโดยตลอด ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นห้องขนาดใหญ่ 3 ห้อง ได้แก่ ห้องที่ 1 ชื่อว่า "ถ้ำบ่อปลา" มีปลาว่ายน้ำเข้ามาในบริเวณถ้ำเป็นจำนวนมาก ห้องที่ 2 ชื่อว่า "ถ้ำท้องพระโรง" มีหินงอกหิน ย้อยสวยงาม มีรูปร่างคล้ายเจ้าแม่กวนอิม และฮก ลก ซิ่ว ส่วนห้องที่ 3 ได้แบ่งซอยเป็นห้องเล็กๆ มีจุดเด่นอยู่ที่หินงอกหิน ย้อยหลายรูปแบบ มีรูปร่างคล้ายหินปะการัง นอกจากนั้นทางด้านหลังยังมีถ้ำขนาดใหญ่อีก 2 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำสามเขา และถ้ำ เทพประทาน

ถ้ำศรีวิไล
ตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำศรีวิไล ตำบลหน้าพระลาน ภายในถ้ำมีพระพุทธเนาวรัตน์ ศิลปะสมัยเชียงแสน มีหินงอก หินย้อย ที่สวยงาม นอกจากนั้นยัง สามารถเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติ มองเห็น ภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม

ถ้ำประทุน
อยู่ที่ตำบลขุนโขลน มีเจดีย์ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้าง ไว้เพื่อบรรจุพระบรมธาตุ ในบริเวณเดียวกันมีถ้ำมหาสนุก และถ้ำวิมานจักร

ถ้ำพระธาตุ
อยู่ห่างจากวัดพระพุทธบาทไปทางทิศใต้ เป็นถ้ำที่สวยงาม และภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่

ถ้ำเทพนิมิตธารทองแดง
อยู่ที่วัดพุคำบรรพต ตำบลพุคำจาน เป็นแหล่งโบราณคดี สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่อยู่ในถ้ำ และในเทือกเขา ได้พบโบราณ วัตถุของมนุษย์สมัยหินใหม่ตอนปลาย มีลักษณะคล้าย หรือเหมือนกับที่ขุดค้นพบที่บ้านท่าแค บ้านดีลัง และซับจำปา ที่ลพบุรี

พระพุทธนิรโรคันตราย
เป็นพระพุทธรูปประจำทิศตะวันออก ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาจตุรมุขเป็น พระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานให้แก่ชาวจังหวัดสระบุรี

สวนพฤกษศาสตร์พุแค
ตั้งอยู่ที่ตำบลพุแค ใช้เส้นทางสายสระบุรี - ลพบุรี เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆ เพื่อประกอบการศึกษาด้านพฤกษศาสตร์ เผยแพร่พันธุ์ไม้บริเวณสวนกว้างขวาง มีลำธารไหลผ่าน เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

อนุสรณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของกองทัพญี่ปุ่น
ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น มีอาณาเขตติดต่อกับ วัดพระพุทธฉายด้านทิศใต้ มีร่องรอยของหลุมระเบิดสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหารญี่ปุ่นได้มาทิ้งไว้

ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์
ตั้งอยู่ติดกับเขาพระพุทธฉายด้านทิศตะวันออก เป็นสถานที่เลี้ยง และเพาะพันธุ์จระเข้ ยังมีสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่นกวาง ลิง และนกพันธุ์ต่างๆ

เสาร้องไห้
ตั้งอยู่ในศาลเจ้าแม่นางตะเคียนทอง ณ วัดสูง ตำบลเสาไห้ เป็นเสาไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ โดยถือกันว่าเป็นเจ้าแม่ เพราะสิ่งของที่นำไปบูชาล้วนเป็นของสตรีทั้งสิ้น เพื่อจัดเป็นเสาเอก ทางเมืองสระบุรีได้จัดส่งเสาต้นหนึ่งที่มี ลักษณะงดงามมากล่องลงมาตามลำน้ำป่าสัก แต่มาถึงกรุงเทพฯ ช้าไปเล็กน้อย และได้มีการคัดเลือกเสาเอกไปก่อนแล้ว จึงได้เป็นเสารอง ซึ่งถ้าเสาต้นนี้มาทันเวลาก็ต้องได้เป็นเสาเอกอย่าง แน่นอน เพราะมีลักษณะใหญ่ และสวยงามมาก เสาต้นนี้จึงเกิดความเสียใจลอยกลับทวนน้ำขึ้นมาจมลง ณ ตำบลแห่งนี้ พอตกเวลากลางคืนชาวบ้านมักได้ยินเสียงร้องไห้ จึงได้ให้ชื่อตำบลแห่งนี้ว่า ตำบลเสาร้องไห้ และได้กลายเป็น "อำเภอเสาไห้" ในปัจจุบัน

บึงโง้ง
ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า เป็นแหล่งน้ำทางธรรมชาติมีเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ สามารถเก็บกักน้ำได้ตลอดทั้งปี และมีทัศนียภาพ สวยงาม

บึงวัดเพชร
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านยาง เป็นแหล่งน้ำทางธรรมชาติ อีกแห่งหนึ่งซึ่งมีทัศนียภาพสวยงาม

เมืองขีดขิน
เมืองเสนาราชนคร หรือ เมืองปรันตปะ เป็นเมืองโบราณสมัยขอม ปัจจุบันเหลือเพียงเนินดินล้อมรอบตรงกลางเป็นโคกสูง เรียกว่า "โคกปราสาท" เคยมีผู้ขุดพบพระพุทธรูปนาคปรกได้ที่บริเวณ ท่าน้ำซึ่งกล่าวกันว่าเป็นท่าน้ำสำหรับกษัตริย์ มีตำนานเกี่ยวเนื่องกับวรรณกรรม เรื่องรามเกียรติ์ โดยเล่ากันมาว่าเมื่อครั้ง พระรามมาปราบพนาสูร และได้ประทานที่ดิน ให้แก่หนุมาน และสุครีพ หนุมานครองกรุงละโว้ (ปัจจุบัน คือจังหวัดลพบุรี) และสุครีพครองเมืองเสนาราชนคร

พระตำหนักธารเกษม
ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน ริมธารทองแดง ซึ่งเป็นลำธารไหลผ่านพระพุทธบาท สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังและกำแพง

บ่อพรานล้างเนื้อ
ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับวัดพระพุทธบาท มีลักษณะเป็นบ่อหินขนาดย่อม ภายหลังได้มีการเปลี่ยนแปลงก่อเสริมปากบ่อ ขึ้นใหม่ ที่บริเวณปากบ่อยัง มีรอยเข่าคน ใกล้กับบริเวณบ่อนี้มีหินลาด และมีหลุมลึกลงไป มีขนาดเท่ากระป๋องนม น้ำที่ไหล จากหลุมนี้ ถือกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์

ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด 

เว็บไซต์วิกิพีเดีย  จังหวัดสระบุรี - วิกิพีเดีย

สภาพทางภูมิศาสตร์ 

การปกครอง

ประชากรและสภาพทางสังคม

การเลือกตั้ง

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

เว็บไซต์จังหวัดสระบุรี

ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดสระบุรี

www.saraburi.go.th

ข้อมูลแรงงาน  (สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย

ประวัติศาสตร์

ประเพณีและวัฒนธรรม

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

เว็บไซต์บ้านจอมยุทธ

จังหวัดสระบุรี

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ตราสัญลักษณ์

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง

wikipedia.org

แผนที่อาณาเขต

::THAIENERGYDATA::

สถานที่ท่องเที่ยว


  

 

JoomSpirit