ประจวบคีรีขันธ์

ตราสัญลักษณ์ประจําจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Seal Prachuap Khiri Khan

ศาลามณฑป หมายถึง พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ในถ้ำพระยานคร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างไว้เมื่อ พ.ศ. 2433 และเคยเสด็จไปประทับที่ถ้ำนี้ 2 ครั้ง และต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ก็เคยเสด็จไปประทับที่นี่อีก ภาพเกาะเบื้องหลัง หมายถึงเกาะหลัก ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง มาแต่โบราณ จึงได้นำมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด

คำขวัญประจำจังหวัด

เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าว สับปะรด สวยสด หาด เขา ถ้ำ งามล้ำน้ำใจ

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

1 111 6 111 5 111
ต้นเกด ต้นเกด ดอกเกด

 

"ต้นเกด" หรือ "ราชายตนะ" มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Manilkarahexandra (Roxb.) Dubard อยู่ในวงศ์ Sapotaceae มีถิ่นกำเนิดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงราว 12-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่ม ลำต้นเปลาตรง เปลืกิ่งมีลักษณะคดงอเหมือนข้อศอก เมื่อต้นยังเล็กจะมีกิ่งลักษณะคล้ายหนามยาว ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่กลับ กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 5-10 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา ด้านบนมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนด้านล่างมีสีขาวนวล ออกเวียนสลับเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง

ดอกมีขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อน ออกเป็นกระจุกตามซอกใบ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ มักออกดอกราวเดือนมกราคม-กรกฎาคม ส่วนผลเป็นรูปกลมรี เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร ผลดิบมีสีเขียว และเมื่อสุกจะมีสีเหลืองหรือเหลืองอมส้ม เนื้อนุ่มหอมหวาน รับประทานได้ ช่วยให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ ภายในผลมีเมล็ดแข็งรูปรี สีน้ำตาล เป็นมัน 1-2 เมล็ด อกสีเทา เมื่อแก่จะแตกเป็นสะเก็ดสีดำ เนื้อไม้สีน้ำตาลแดง

ด้วยเหตุที่ต้นเกดมีเนื้อไม้ที่แข็งแรง ทนทาน และพบมากตามเกาะแก่งต่างๆ ชาวประมงจึงนิยมนำมาใช้ในการทำเรือ

ต้นเกดเป็นไม้สำคัญที่มีความเกี่ยวพันกับพุทธประวัติภายหลังการตรัสรู้ ดังนี้

ในสัปดาห์ที่ 7 หลังจากพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้แล้ว ได้ทรงประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง) เป็นสัปดาห์สุดท้าย อยู่ ณ ใต้ต้นราชายตนะ (สัปดาห์ที่ 5 ประทับที่ต้นไทร และสัปดาห์ที่ 6 ประทับที่ต้นจิก) ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นเวลา 7 วัน

ปัจจุบัน ต้นเกดเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 6 เป็นต้นมา ได้มีการเดินเรือติดต่อค้าขายระหว่างอินเดียกับจีนขยายตัวมากขึ้น ชาวอินเดียเริ่มเดินทางเข้ามาทำการค้ากับ

ชนพื้นเมือง ในดินแดนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวจีนก็เช่นเดียวกัน ทำให้คาบสมุทรอินโดจีนและคาบสมุทรมลายูกลายเป็นเส้นทางผ่านและเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวจีน อินเดีย ลังกา อาหรับ เปอร์เซีย กรีก และโรมัน เป็นผลให้ชุมชนในบริเวณดังกล่าวมีการรวมกลุ่ม และพัฒนาขึ้นเป็นรัฐในเวลาต่อมา

ประมาณพุทธศตวรรษที่ 7 เส้นทางการค้าระหว่างอินเดียใช้เส้นทางทางทะเลเป็นหลัก โดยการเดินเรือข้ามคาบสมุทรมลายู แล้วเดินเรือเลียบตามชายฝั่งทะเลอันดามัน ทางฝั่งด้านตะวันตกและชายฝั่งอ่าวไทย ทางฝั่งด้านตะวันออก

นอกจากเส้นทางดังกล่าวแล้ว เอกสารจีนยังกล่าวถึงเส้นทางคมนาคมระหว่างอินเดีย และจีนที่สำคัญอีกสองเส้นทางคือ เส้นทางลัดข้ามคาบสมุทรมลายูตอนล่าง ซึ่งจะเริ่มจากตะโกลา หรือตะกั่วป่า ข้ามมาทางฝั่งตะวันออกที่บริเวณอ่าวบ้านดอน เส้นทางนี้ใช้มาก่อนพุทธศตวรรษที่ 10 และมีความสำคัญเพิ่มขึ้นโดยลำดับ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 เนื่องจากเกิดโจรสลัดชุกชุมในบริเวณช่องแคบแหลมมะละกา ทำให้นักเดินเรือต้องเลี่ยงมาใช้เส้นทางนี้แทน เส้นทางนี้ได้รับความนิยมมากที่สุดในพุทธศตวรรษที่ 12 - 13 ส่วนเส้นทางที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งคือ เส้นทางลัดข้ามคาบสมุทรตอนเหนือ เริ่มจากแม่น้ำตะนาวศรีแล้วข้ามทิวเขาตะนาวศรีมายังฝั่งอ่าวไทย เส้นทางดังกล่าวนี้มีผลต่อการเจริญเติบโตของชุมชนบริเวณเมืองประจวบ ฯ ในเวลาต่อมา

เมื่อประจวบ ฯ เป็นเมืองชายทะเลที่เปรียบเสมือนประตูเชื่อมต่อ ระหว่างดินแดนปลายแหลมมลายูกับภาคกลางของไทย ซึ่งแต่เดิมในระยะแรกนั้นการคมนาคมติดต่อระหว่างชุมชนเมือง แถบชายฝั่งทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ใช้วิธีการเดินเรือเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของแหลมมลายู จึงกล่าวได้ว่าการตั้งชุมชนในระยะแรกของเมืองประจวบ ฯ คงมีลักษณะเป็นชุมชนชายฝั่งทะเลขนาดเล็ก ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อรองรับการเดินทาง เป็นจุดผ่านหรือจุดแวะพักเพื่อเดินเสบียงอาหาร น้ำจืด และรวบรวมสินค้าเท่านั้น เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะแก่การหลบคลื่นลมเป็นอย่างดี เพระประกอบไปด้วยเกาะ แก่ง อ่าว และเพิงผา

ในอดีตบริเวณเมืองประจวบ ฯ ปรากฎที่ตั้งของเมืองต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของนักเดินเรือต่างชาติ จากจดหมายเหตุของ วันวลิต (van valiet) ชาวฮอลันดา ซึ่งเดินทางเข้ามาค้าขายกับอาณาจักรอยุธยาในรัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง ระหว่างปี พ.ศ.2176 - 2185 ได้บันทึกเรื่องราวของ ท้าวอู่ทอง ที่เกี่ยวข้องกับเมืองกุยว่า โอรสพระเจ้ากรุงจีน นามว่า เจ้าอุยถูกพระบิดาเนรเทศลงเรือสำเภาพร้อมด้วยบริวารได้แล่นเรือมาถึงบริเวณแหลมลายู ได้สร้างเมืองขึ้นหลายแห่งเช่น เมืองลังกาสุกะ เมืองนคร (ligor) และเมืองกุย (Guii) โดยเจ้าอุย อยู่ที่เมืองกุย ต่อมาก็ได้นามว่า ท้าวอู่ทอง


จากแผนที่การเดินเรือของชาวต่างชาติ ปรากฎสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับเมืองประจวบ ฯ เช่น แผนที่เดินเรือของกองเรือจีน ในบังคับบัญชาของเช็งโห หัวหน้าขันทีซึ่งพระเจ้ายุงโล้ แห่งราชวงศ์เหม็ง ให้ออกไปสำรวจดินแดนทางตะวันตก เพื่อหาซื้อสิ่งของที่แปลกและหายากประเภทเพชรพลอย ไม้หอมและเครื่องเทศ ในระหว่างปี พ.ศ.1974 - 1975 ได้กล่าวถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่แปลว่า เขาสามยอด สันนิษฐานว่า เป็นตำบลหนึ่งในบริเวณเมืองประจวบ ฯ ซึ่งน่าจะอยู่บริเวณเขาสามร้อยยอด นอกจากนี้แผนที่เดินเรือของชาวอาหรับยังปรากฎชื่อเมือง Kui หรือ Kuwi เหมือนกับแผนที่ของชาวโปรตุเกส ที่ปรากฎชื่อเมือง Cure ซึ่งน่าจะหมายถึงเมืองกุยเช่นกัน

ในปี พ.ศ.1893 สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี บรรดาเมืองต่าง ๆ ในบริเวณเมืองประจวบคีรีขันธ์ ก็ได้รวมอยู่ในปกครองของกรุงศรีอยุธยาด้วย จากหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า กล่าวถึงชื่อของเมืองกุย เมืองปราณ เมืองนารัง เมืองบางตะพาน เมืองสิงคอง (สิงขร) เมืองคลองวัน (คลองวาฬ) และะเมืองบางตะพานน้อย ว่าอยู่ในลำดับหัวเมืองปักษ์ใต้


ในปี พ.ศ.2133 ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ได้เสด็จ ฯ พร้อมสมเด็จพระเอกาทศรถ มาประทับที่เมืองเพชรบุรี จากนั้นได้เสด็จ ฯ ทางชลมารคถึงบริเวณตำบลสามร้อยยอด โปรดให้สร้างพระตำหนักที่ริมทะเล ทั้งสองพระองค์ประทับและเสด็จ ฯ ประพาสทางทะเลแถบนี้อยู่ 14 วัน

ในปี พ.ศ.2146 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เมืองตะนาวศรีมีหนังสือแแจ้งมายังกรุงศรีอยุธยาว่า กองทัพพม่าและมอญยกมาล้อมเมืองขอพระราชทานกองทัพไปช่วย สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมได้โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาพิชัยสงครามเป็นแม่ทัพยกไปช่วย แต่เมื่อเดินทางไปถึงด่านสิงขรได้รับใบบอกว่า เมืองตะนาวศรีเสียแก่พม่าแล้ว


พ.ศ.2246 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเสือ พระองค์ได้เสด็จ ฯ ประพาสเมืองเพชรบุรี จากนั้นได้เสด็จ ฯ ทางชลมารคมาประทับที่พระตำหนักสามร้อยยอดเป็นเวลา 15 วัน

พ.ศ.2290 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เจ้าเมืองกุยบุรีได้มีใบบอกมายังกรุงศรีอยุธยาว่า พบทองคำที่ตำบลบางสะพาน แขวงเมืองกุยบุรี พระองค์จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้ไพร่พลไปขุดและร่อนทองคำ ได้ทองคำมา 90 ชั่งเศษ

พ.ศ.2302 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ พระเจ้าอลองพญากษัตริย์พม่ายกกองทัพมาตีเมืองทวาย และเมืองมะริด ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงศรีอยุธยา พระองค์จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้ยกกำลังไปต้านข้าศึกสองกองทัพคือ กองทัพของพระยายมราช ยกไปทางด่านสิงขรไปป้องกันเมืองมะริด ส่วนกองทัพของพระยารัตนาธิเบศร ตั้งทัพอยู่ที่เมืองกุยบุรี ในครั้งนี้กองทหารอาทมาต จากเมืองวิเศษชัยชาญ จำนวน 400 นาย โดยการนำของขุนรองปลัดชู ได้ออกมาคอยตั้งรับข้าศึกอยู่บริเวณตำบลอ่าวหว้าขาว ปากทางด่านสิงขร กองทหารอาทมาตได้เข้าขับไล่พม่า แต่ฝ่ายพม่ามีกำลังมากกว่า กองทัพของพระยารัตนาธิเบศรมาช่วยไม่ทัน เมื่อทราบว่ากองทหารอาทมาตพ่ายแพ้แล้ว จึงได้ถอยกองทัพไปตั้งมั่นอยู่ที่เมืองเพชรบุรี

พ.ศ.2307 กองทัพพม่าที่ติดตาม หุยตองจาเจ้าเมืองทวาย ได้ถือโอกาสเข้าตีหัวเมืองปักษ์ใต้หลายเมือง รวมทั้งเมืองกำเนิดนพคุณ เมืองคลองวาฬ เมืองกุย และเมืองปราณ จนกระทั่งถึงเมืองเพชรบุรี แต่ถูกกองทัพพระยาพิพัฒนโกษา กับพระยาตากสินเข้าสกัดไว้ จึงถอยกำลังกลับไปเมืองทวายทางด่านสิงขร
พ.ศ.2310 เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าแล้ว เมืองต่าง ๆ ในบริเวณนี้คงจะกลายเป็นเมืองร้างไปชั่วระยะหนึ่ง เนื่องจากผู้คนพากันหลบหนีกองทัพพม่าที่เข้ามาปล้นสดมภ์ โดยผ่านเข้ามาตามช่องทางที่มีอยู่หลายช่องทาง โดยเฉพาะช่องด่านสิงขร

ในปี พ.ศ.2317 ได้มีใบบอกจากเมืองคลองวาฬว่า มีกองทัพพม่าจำนวน 500 คน ยกกำลังเข้ามาทางด่านสิงขร เข้าปล้นบ้านทับสะแก แขวงเมืองกำเนิดนพคุณ เกรงว่าจะขึ้นมาตีเมืองคลองวาฬขอให้ส่งกำลังไปช่วย แต่ขณะนั้นทางกรุงธนบุรีกำลังมีศึกติดพันอยู่ที่เมืองราชบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสิน ฯ จึงมีรับสั่งให้เมืองกุย และเมืองคลองวาฬ ทำลายแหล่งน้ำกินน้ำใช้ ตามระยะทางที่จะขึ้นมายังเมืองเพชรบุรีทุกแห่ง ต่อมากองทัพพม่าตีได้บ้านทับสะแก และเผาเมืองกำเนิดนพคุณ จากนั้นได้เข้าตีเมืองปะทิวมาตามลำดับ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระองค์ได้มีพระราชดำริที่จะแบ่งหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งเดิมขึ้นกับกรมท่า จำนวน 19 หัวเมือง และจากมหาดไทยอีกหนึ่งหัวเมือง รวมเป็น 20 หัวเมือง ให้ไปขึ้นกับกรมพระยากลาโหม ในบรรดาเมืองดังกล่าวมี เมืองคลองวาฬ เมืองกุย และเมืองปราณ รวมอยู่ด้วย

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งเมืองบางนางรม ขึ้นที่บริเวณปากคลองบางนางรม แต่เนื่องจากพื้นที่ไม่เหมาะที่จะทำการเกษตรกรรม เจ้าเมืองจึงย้ายที่ว่าการเมืองไปตั้งอยู่ที่เมืองกุย ซึ่งเป็นเมืองเก่า มีชุมชนอยู่หนาแน่นกว่า และพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เมื่อย้ายมาแล้วยังคงใช้ชื่อว่า เมืองบางนางรมเช่นเดิม

ในปี พ.ศ.2398 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้รวมเมืองบางนางรม เมืองกุยบุรี และเมืองคลองวาฬเข้าด้วยกัน แล้วพระราชทานนามว่า เมืองประจวบคีรีขันธ์ คู่กับเมืองประจันตคีรีเขต ซึ่งพระราชทานให้เป็นนามของเกาะกง (ปัจจุบันอยู่ในกัมพูชา) พร้อมทั้งพระราชทานนามแก่เจ้าเมืองใหม่ว่า พระพิไชยชลสินธุ์

ในปี พ.ศ.2407 มีการเจรจาระหว่างผู้แทนรัฐบาลไทยกับผู้แทนรัฐบาลอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่องการปักปันดินแดนระหว่างไทยกับพม่า ซึ่งเริ่มพิจารณาบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ก่อน ผู้แทนอังกฤษเสนอหลักการปักปันเขตแดนว่า ควรกำหนดให้ทิวเขาเป็นแนวแบ่ง ถ้าตอนใดน้ำไหลลงฟากเขาด้านตะวันออกให้ถือเป็นดินแดนของไทย ถ้าไหลลงฟากตะวันตกให้ถือว่าเป็นของอังกฤษ ฝ่ายไทยค้านว่าจะถือตามนั้นไม่ได้ เพราะบางตำบลต้นน้ำไหลจากภูเขาฝั่งไทยแล้วไหลลงไปฝั่งพม่าก็มีเช่น แม่น้ำเกลิงทอ และแม่น้ำกษัตริย์ เป็นต้น แต่ด้วยอุปสรรคเรื่องภาษาฝ่ายไทยจึงได้ยินยอม ให้ถือเอาทิวเขาตะนาวศรีเป็นเส้นกำหนดเขตแดนอย่างคร่าว ๆ จากนั้นฝ่ายอังกฤษก็ได้พยายามถกเถียงบีบบังคับกำหนดให้ทิวเขาใกล้มาทางไทยมากที่สุด เป็นที่ปักปันเขตแดนทำให้ไทยเสียดินแดนที่เคยครอบครองอยู่เดิม ซึ่งในสมัยโบราณจะมีอาณาเขตลึกเข้าไปเมืองสิงขร (ปัจจุบันคือตำบลเทียนกุลของประเทศพม่า) เป็นผลให้แผนที่ประเทศไทยบริเวณเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะคอดกิ่วเป็นพื้นที่แคบที่สุดของประเทศ

ในปี พ.ศ.2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณได้ว่าวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง สามารถเห็นได้ชัดเจนที่ตำบลหว้ากอ แขวงเมืองประจวบ ฯ จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับแรม ณ ค่ายหลวง ตำบลหว้ากอ โดยมีนักดาราศาสตร์ชาติต่าง ๆ รวมทั้งคณะฑูตานุฑูตร่วมขบวนเสด็จด้วย

ในปี พ.ศ.2437 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้จัดการปกครองส่วนภูมิภาคแบบเทศาภิบาลทรงพิจารณาเห็นว่า เมืองประจวบ ฯ เป็นเมืองเล็ก จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ยุบเมืองลงเป็นอำเภอประจวบ ฯ ขึ้นอยู่กับเมืองเพชรบุรี แต่ยังคงตั้งที่ว่าการอยู่ที่เมืองกุย

พ.ศ.2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ย้ายที่ว่าการอำเภอจากเมืองกุยมาตั้งที่อ่าวเกาะหลัก คืออ่าวประจวบ ฯ ในปัจจุบัน

พ.ศ.2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้รวมอำเภอเมือง ฯ อำเภอปราณบุรี (ขึ้นอยู่กับเมืองเพชรบุรี) และเมืองกำเนิดนพคุณ (ขึ้นกับเมืองชุมพร) แล้วตั้งขึ้นเป็นเมืองปราณบุรี เพื่อรักษาชื่อเมืองปราณ โดยให้ขึ้นกับมณฑลราชบุรี

พ.ศ.2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่า การมีชือ่เมืองปราณบุรีอยู่สองแห่ง อาจทำให้เกิดความสับสน จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองปราณบุรีที่ตำบลเกาะหลัก เป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ตามเดิม ส่วนเมืองปราณที่ปากน้ำปราณ ยังคงเรียกว่าเมืองปราณ เช่นเดิม ขณะนั้นเมืองประจวบ ฯ ประกอบด้วยสามอำเภอคือ อำเภอเมือง ฯ อำเภอปราณบุรี และอำเภอกำเนิดนพคุณ

พ.ศ.2476 มีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคขึ้นใหม่ เมืองประจวบ ฯ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัด ประกอบด้วยอำเภอเมือง ฯ อำเภอปราณบุรี อำเภอบางสะพาน อำเภอหัวหิน อำเภอทับสะแก อำเภอกุยบุรี และกิ่งอำเภอบางสะพานน้อย

พ.ศ.2484 เกิดสงครามมหาเอเซียบูรพา กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่บริเวณอ่าวประจวบ ฯ และอ่าวมะนาว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม เข้ายึดจังหวัดประจวบ ฯ เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังประเทศพม่าทางด่านสิงขร บรรดาทหารตำรวจข้าราชการพลเรือนประชาชน และยุวชนทหารชาวประจวบ ฯ ได้เข้าขัดขวางอย่างเต็มกำลัง การต่อสู้เริ่มขึ้นที่บริเวณกองบินน้อยที่ 5 (ปัจจุบันเป็นกองบินที่ 53) เข้าไปถึงในตัวเมืองประจวบ ฯ ทำให้ทหารญี่ปุนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ต่อมารัฐบาลไทยได้มีคำสั่งให้ยุติการต่อสู้ โดยได้ตกลงยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทางผ่านช่องสิงขรออกสู่ประเทศสภาพพม่า

ในปี พ.ศ.2484 เมื่อญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก ขณะนั้นขุนบำรุงรัตนบุรีดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบ ฯ นายนาวาอากาศโท หม่อมหลวงประวาส ชุมสาย เป็นผู้บัญชาการกองบินน้อยที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเกาะหลักและอ่าวมะนาว เวลานั้นฝูงบินของกองบินน้อยที่ 5 ต้องไปช่วยราชการที่จังหวัดสงขลาหนึ่งฝูง ไปประจำที่สนามบินต้นสำโรง จังหวัดนครปฐม หนึ่งฝูง จึงเหลืออยู่ที่กองบิน 5 เพียงฝูงเดียว ทางหน่วยได้ขุดหลุมรังปืนกลหนักและปืนกลเบา บริเวณชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยและด้านอ่าวมะนาว รวมทั้งบนเขาวัวตาเหลือก อีกจุดหนึ่งด้วย

กำลังตำรวจได้แบ่งไปประจำอยู่บริเวณชายแดนไทย - พม่า เพื่อป้องกันอังกฤษที่ยึดครองพม่าอยู่ อาจจะรุกเข้าประเทศไทย เหลือตำรวจรักษาการณ์อยู่ที่ตัวจังหวัดเพียงเล็กน้อย และทุกหน่วยราชการกำลังเตรียมงานฉลองวันรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะจัดงานในวันที่ 10 ธันวาคม

ตอนเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม นายร้อยตรี ศรีศักดิ์ สุจริตธรรม และเพื่อนทหารอีกประมาณ 10 คน ได้ออกไปลากอวนอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งอ่าวมะนาวมากนัก ได้สังเกตเห็นเรือลำเลียงท้องแบนหลายลำ กำลังแล่นมุ่งหน้าเข้าสู่ฝั่ง จึงได้รีบมาแจ้งเหตุแก่ทหารกองบินน้อยที่ 5 อ้านอ่าวมะนาว ซึ่งต่อมาได้นำไปสู่การสู้รบกับทหารญี่ปุ่นในที่สุด

กำลังทหารญี่ปุ่นได้ยกกำลังเข้ามาพร้อมกันทั้งอ่าวเกาะหลัก และอ่าวเกาะมะนาว ทางด้านอ่าวเกาะหลัก กำลังทหารญี่ปุ่นสามารถยกพลขึ้นบก แล้วเข้ายึดที่ทำการไปรณีย์ กองกำกับการตำรวจและสถานีรถไฟ

การต่อสู้ดำเนินไปจนสาย ทหารญี่ปุ่นได้กระจายกำลังกันขุดสนามเพลาะตลอดแนวสนามบิน จนจดฝั่งทะเลทั้งสองด้าน ฝ่ายทหารได้ยิงต่อสู้จนกระสุนหมดต้องใช้กระสุนซ้อมยิงเข้ายิงต่อสู้ นายนาวาอากาศโท หม่อมหลวงประวาศ ชุมสาย เห็นเหลือกำลังที่จะต่อสู้ต่อไป จึงได้ตัดสินใจสั่งทำลายคลังเก็บของตลอดจนทรัพย์สินอื่นๆ ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ข้าศึก

การต่อสู้ได้ดำเนินไปจนถึงเวลาประมาณ 16.00 น. ทหารญี่ปุ่นยังไม่สามารถยึดกองบินน้อยที่ 5 ได้สำเร็จ จึงได้เสริมกำลังสนับสนุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายไทยเห็นเหลือกำลังจึงได้ถอยกำลังส่วนหนึ่งไปตั้งมั่นที่เชิงเขาล้อมหมวก พร้อมทั้งอพยพครอบครัวทหารขึ้นไปอยู่บนเขาล้อมหมวกด้วย และเมื่อตกค่ำก็ได้ระเบิดคลังน้ำมันที่มีอยู่ประมาณ 100 ถัง การต่อสู้คงดำเนินต่อไป

เช้าวันที่ 9 ธันวาคม การรบคงยืดเยื้อต่อไป ฝ่ายราษฎรเตรียมอพยพไปรวมกันที่หน้าบ้านขุนประจวบสมบูรณ์ คหบดีของจังหวัด ส่วนทางเรือนจำได้ปล่อยตัวนักโทษทั้งหมดของเรือนจำ รัฐบาลได้ประกาศอนุญาตให้ทหารญี่ปุ่น เดินทางผ่านประเทศไทย ไปยังประเทศพม่า การสู้รบจึงยุติลง รวมเวลาการสู้รบทั้งหมด 33 ชั่วโมง
เพื่อเป็นการระลึกถึงความกล้าหาญเสียสละของทหารกองบินน้อยที่ 5 ในครั้งนั้นจึงได้สร้างอนุสาวรีย์วีรกรรม 8 ธันวาคม 2484 เพื่อจารึกนามวีรชนผู้พลีชีพไว้เป็นที่ระลึกถึงความเสียสละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง

ที่มา : หอมรดกไทย

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่ 

map prachuap 77-1
ที่ตั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อาณาเขตติดต่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

ลักษณะภูมิประเทศ

ที่ตั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อยู่ใต้สุดของจังหวัดภาคกลางเส้นละติจูดที่ ๑๑ องศา ๔๘ ลิปดา ๔๒ พิลิปดาเหนือ เส้นลองจิจูดที่ ๙๙ องศา ๔๗ ลิปดา ๕๓ พิลิปดาเหนือตะวันออก

ที่มา : ข้อมูล Google map APRS (Automatic position Report System) APRS : ระบบการระบุตําแหน่งอัตโนมัติ โดยการรับสัญญาณ GPS เพื่อระบุตําแหน่งในแผนที่่

ขนาดพื้นที่่

มีพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด รวม ๖,๓๖๗.๖๒ ตารางกิโลเมตร หรือ ๓,๙๗๙,,๗๖๒.๕๐ไร่

ที่มา: ที่ทําการปกครองจังหวัด ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๒

เมืองประจวบคีรีขันธ์ตั้งอยู่ประมาณกึ่งกลางของจังหวัดเป็นส่วนที่คอดกิ่วแคบสุดของประเทศไทย ระยะทางประมาณ ๑๑ กิโลเมตร จากเขตแดนไทยถึงชายฝั่งทะเลที่สถานีรถไฟวังด้วน หมู่ที่ ๙ ตําบลห้วยทราย และมีเส้นทางข้ามคาบสมุทรผ่านช่องสิงขร จากเมืองคลองวาฬชายฝั่งทะเล ผ่านเมืองตะนาวศรีไปยังเมืองท่ามะริดบนฝั่งทะเลอันดามัน นับเป็นเส้นทางคมนาคมข้ามคาบสมุทรที่มีความสําคัญทั้งในด้านการค้าและยุทธศาสตร์ ดังปรากฏหลักฐานบอกเล่าเรื่องราวดินแดนตะนาวศรีที่มีความสําคัญต่อประวัติศาสตร์ชาติไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานนับแต่ยุคสมัย "สุวรรณภูมิ" จนถึงสุโขทัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ ส่งผลถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประตูสู่ภาคใต้ และ "เส้นทางข้ามคาบสมุทรสู่ทะเลอันดามัน"

สภาพพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นจังหวัดชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าทางด้านทิศตะวันตก มีพื้นที่เป็นแนวยาวขนาบด้วยทิวเขาตะนาวศรี ยาวประมาณ ๒๘๖ กิโลเมตร และทางด้านทิศตะวันออก เป็นแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยยาวประมาณ ๒๕๑ กิโลเมตร มียอดเขาสูงสุด ๑,๒๕๓ เมตรจากระดับน้ำทะเล

พื้นที่โดยทั่วไป ลักษณะเป็นแนวเขากระจายอยู่ทั่วไปในแนวเหนือใต้จนถึงที่ราบชายฝั่งทะเลมีพื้นที่แคบๆติดอ่าวไทยที่ระดับความสูง ประมาณ ๑-๕ เมตร ยกเว้นบริเวณแหลมมะค่า อําเภอเมืองฯ และฝั่งแดง อําเภอบางสะพานน้อย ชายฝั่งทะเลเป็นแนวผาชันยาว สูงจากระดับน้ําทะเล ๓-๒๐ เมตรทางตอนเหนือของจังหวัดมีแนวเขาทางตะวันออกใกล้ที่ราบชายฝั่งทะเลต่อเนื่องจากจังหวัดเพชรบุรีผ่านอําเภอหัวหิน อําเภอปราณบุรี เป็นทิวเขาหินแปรแกรนิตไนส์ จนถึงอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นภูเขาหินปูนสูงเด่นล้อมรอบด้วยที่ราบลุ่มลากูนเก่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ลักษณะชายฝั่งทะเลของจังหวัด เป็นชายฝั่งทะเลที่มีลักษณะยกตัวชายฝั่งถอยห่างออกไป เกิดจากการลดระดับของน้ำทะเล ทําให้บริเวณที่เคยอยู่ใต้น้ำกลายเป็นแผ่นดิน มีการทับถมตะกอนทรายทําให้ชายฝั่งเป็นแนวเรียบ มีโขดหินเป็นระยะๆ ใกล้ชายฝั่ง มีเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่ในท้องที่ทุกอําเภอทั่วทั้งจังหวัดประมาณ ๒๑ เกาะ (กรมแผนที่ทหาร L๗๐๑๘) บางแห่งเป็นเกาะปะการัง เช่น เกาะจาน เกาะท้ายทรี เกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์ เป็นต้น

แม่น้ำในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีต้นน้ำจากทิวเขาตะนาวศรี ไหลออกสู่ทะเลหลายสาย ที่สําคัญได้แก่ แม่น้ำปราณบุรี แม่น้ำกุยบุรี คลองบางสะพาน คลองบางนางรม และคลองกรูด ปัจจุบันแม่น้ำหลายสายมีเขื่อนปิดกั้น เป็นแหล่งน้ำสําคัญของจังหวัด

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ จดเขตอําเภอชะอํา อําเภอท่ายาง และอําเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
ทิศใต้ จดเขตอําเภอปะทิว และอําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ทิศตะวันออก จดอ่าวไทย
ทิศตะวันตก จดเขตประเทศเมียนมาร์

 

การเดินทาง

มีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ ๓๒๕.๓ กิโลเมตร และเป็นเส้นทางสู่จังหวัดภาคใต้โดยผ่านพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ตลอดทุกอําเภอ ระยะทางประมาณ ๒๑๑๙ กิโลเมตร (กรมแผนที่ทหาร ๒๕๕๐)

การใช้เส้นทางเดินทางประกอบด้วย ๒ เส้นทางหลักคือ เส้นทางรถไฟ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ ๖ ชั่วโมง เส้นทางรถยนต์ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ ๔ ชั่วโมง

ลักษณะภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน

ลักษณะอากาศอยู่ในเขตมรสุมร้อนชื้น อากาศโดยทั่วไปไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ความชื้นเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงเนื่องจากอยู่ใกล้ทะเล ความชื้นโดยเฉลี่ยประมาณ ๗๖% อุณหภูมิเฉลี่ย ๒๗ องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด ๔๐ องศาเซลเซียส ต่ำสุด ๑๐.๕ องศาเซลเซียส ฤดูกาลเกิดจากอิทธิพลของลมมรสุมต่าง ๆ ที่พัดผ่านบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้

  • ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะพัดเอาความชื้นในทะเลจีนใต้เข้าหาพื้นดิน ทําให้อากาศร้อนชื้น อบอ้าว และก่อให้เกิดฝนฟ้าคะนองได้ในบางวัน อากาศจะร้อนสุดในเดือนเมษายน
  • ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดเอาความชื้นจากมหาสมุทรอินเดีย ฝนตกสูงสุดในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ในระหว่าง ๒ เดือนนี้มีโอกาสจะเกิดพายุพัดผ่านได้ ตั้งแต่ปี ๒๔๙๙ เป็นต้นมา มีพายุพัดผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งสิ้น ๑๖ ลูก
  • ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดพาอากาศแห้งและมวลอากาศเย็นมา มีอากาศหนาวสุดในเดือนมกราคม

ที่สุดในประเทศ ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีดังนี้

  1. เป็นที่ตั้งของวังไกลกังวล อยู่ที่อําเภอหัวหิน ซึ่งเป็นวังที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๗
  2. มีสถานีรถไฟที่สวยที่สุดและเก่าที่สุดในประเทศ คือ สถานีรถไฟหัวหิน
  3. มีสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟแห่งแรกของประเทศไทย
  4. มีชายหาดหัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พักตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย
  5. มีอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ซึ่งเป็นโครงการพระราชดําริแห่งแรกทางด้านแหล่งน้ำ
  6. มีสนามบินพิเศษ (บ่อฝ้าย) มีทางรถไฟและทางรถยนต์วิ่งลอดผ่านข้างใต้ และตั้งอยู่บนพื้นที่ของ ๒ จังหวัด คือ จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  7. มีหลวงพ่อองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ถึง ๒ องค์ ได้แก่ หลวงพ่อทวด วัดห้วยมงคล อ.หัวหิน และหลวงพ่อโต วัดตาลเจ็ดยอด อ.สามร้อยยอด
  8. มีพระที่นั่งเล็กที่สุด คือพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ตั้งอยู่ในถ้ำพระยานคร อําเภอสามร้อยยอดเป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้น
  9. มีอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้เคยเสด็จมาส่องกล้องและคํานวณวัน เวลา การเกิดสุริยุปราคาได้อย่างแม่นยําและเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
  10. เป็นจังหวัดที่มีที่ตั้งดีที่สุดในประเทศไทยคือหันหน้าออกทะเลและหันหลังติดภูเขา และเป็นจังหวัดที่ยาวและแคบที่สุดในประเทศ โดยทุกอําเภอติดชายทะเล และติดกับชายแดนประเทศ เมียนมาร์
  11. ที่ตั้งตัวจังหวัดเป็น City Beach แห่งเดียวในประเทศไทย
  12. มีพื้นที่การปลูกสับปะรดและปลูกมะพร้าวมากที่สุดซึ่งปลูกสับปะรด ๖๓๘,๖๘๗ ไร่ ปลูกมะพร้าว ๔๖๐,๗๔๕ ไร่
  13. เป็นจังหวัดที่ผู้คนจะรู้จักหรือจะเรียกว่าเป็นมหัศจรรย์เมือง ๓ อ่าว คือ เป็น มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มี ๓ อ่าวเรียงติดกัน ประกอบด้วย อ่าวมะนาว อ่าวประจวบ และอ่าวน้อย
  14. เป็นจังหวัดที่มีอุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่มีความสําคัญต่อการอนุรักษ์ในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก

 

การแบ่งเขตการปกครอง

การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 48 ตำบล 388 หมู่บ้าน

Amphoe Prachuap Khiri Khan
  1. อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
  2. อำเภอกุยบุรี
  3. อำเภอทับสะแก
  4. อำเภอบางสะพาน
  5. อำเภอบางสะพานน้อย
  6. อำเภอปราณบุรี
  7. อำเภอหัวหิน
  8. อำเภอสามร้อยยอด

 

อำเภอในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

 

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๑ แห่ง เทศบาล ๑๖ แห่ง (เทศบาลเมือง ๒ แห่ง และเทศบาลตําบล ๑๔ แห่ง) องค์การบริหารส่วนตําบล ๔๔ แห่ง


ผู้บริหารจังหวัด

9

นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล
ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

10

นายสมมิตร ศิลป์ประเสริฐ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

11

นางสาวณุวรรณา อนันตกิจไพศาล
รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

ปลัดจังหวัด นายสริวุฒิ เหมทัต

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นางอําพัน รุ่งแจ้ง 

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ มีผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวน ๓ คน คือ

เขตเลือกตั้งที่ 1

นายมนตรี  ปาน้อยนนท์

พรรค ประชาธิปัตย์ ได้ ๖๔,๖๖๕ คะแนน
จากจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๓๒,๑๙๑ คน
เขตเลือกตั้งที่ 2

นายเฉลิมชัย   ศรีอ่อน

พรรค ประชาธิปัตย์

ได้ ๔๖,๑๙๐ คะแนน
จากจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๒๘,๐๓๗ คน

เขตเลือกตั้งที่ 3

นายประมวล  พงศ์ถาวราเดช

พรรค ประชาธิปัตย์

ได้ ๖๓,๓๗๙ คะแนน
จากจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๑๔,๗๕๑ คน

การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

มีผลการเลือกตั้งผู้สมาชิกวุฒิสภา จํานวน ๑ คน คือ

  • นายธันว์ ออสุวรรณ

คะแนน ๙๔,๐๑๑ คะแนน จากจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๓๕๗,๑๖๔ คน จํานวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ๑๙๖,๙๕๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๕.๑๔ %

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีประชากรรวม ๕๑๑,๗๒๒ คน แยกเป็นเพศชาย ๒๕๖,๓๔๖ คน คิดเป็น ๕๐.๒๐ % เพศหญิง ๒๕๕,๓๗๖ คน คิดเป็น ๔๙.๘๐ %

ที่มา : ที่ทําการปกครองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔

การนับถือศาสนา

ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและศานาคริสต์ตามลําดับ จํานวนศาสนสถาน ประกอบด้วย วัด สํานักสงฆ์ โบสถ์คริสต์ มัสยิด และพระภิกษุ สามเณร จําแนกเป็นรายอําเภอดังนี้

อําเภอ จํานวน วัด จํานวนที่พักสงฆ์ จํานวนพระภิกษุ จํานวนสามเณร
หัวหิน ๓๒ ๓๑ ๕๐๓ ๒๐
ปราณบุรี ๑๖  ๗  ๒๐๓  ๓๖
สามร้อยยอด ๒๒  ๑  ๒๓๘ 
กุยบุรี  ๑๗  ๑๕๒  ๓๕
เมือง  ๒๕  ๑๕  ๒๕๘  ๓๘
ทับสะแก  ๓๑  ๕  ๒๕๓  ๑๐
บางสะพาน  ๓๕  ๑๐  ๒๔๗  ๑๕
บางสะพานน้อย ๑๙  ๗  ๑๘๖ 
ธรรมยุต  ๑๗  ๑๐  ๑๙๕  ๗๓
     รวม   ๒๑๔    ๘๖   ๒,๒๓๕   ๒๔๑

 

ที่มา : สํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ( ข้อมูล ณ วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๔)

จํานวนมัสยิดและโบสถ์คริสต์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ลําดับที่ อําเภอ มัสยิด โบสถ์คาทอลิค โบสถ์โปรแตสแต็นท์
หัวหิน  ๐  ๑  ๗ 
ปราณบุรี  ๐  ๒  ๒ 
สามร้อยยอด ๒  ๐  ๑ 
กุยบุรี ๐  ๐  
เมือง  ๕  ๑ 
ทับสะแก  ๑  ๑ 
บางสะพาน ๑  ๐ 
บางสะพานน้อย ๑ 
      รวม   ๑๐   ๔   ๑๖

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ตามราคาประจำปี จำแนกตามสาขาการผลิต จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ. 2544 - 2553

GROSS PROVINCIAL PRODUCT AT CURRENT MARKET PRICES BY INDUSTRIAL ORIGIN, PRACHUAP KHIRI KHAN PROVINCE: 2001 - 2010

สาขาการผลิต 2544
(2001)
2545
(2002)
2546
(2003)
2547
(2004)
2548
(2005)
2549r
(2006r)
2550r
(2007r)
2551r
(2008r)
2552p
(2009p)
2553p1
(2010p1)
ภาคการเกษตร 6,437 6,853 7,451 8,791 9,841 13,030 15,921 16,965 18,310 20,617
เกษตรกรรม การล่าสัตว์และการป่าไม้ 4,221 5,094 5,994 7,110 7,462 9,162 11,841 13,370 14,313 16,529
การประมง 2,215 1,760 1,458 1,681 2,379 3,868 4,080 3,594 3,997 4,088
ภาคนอกเกษตร 24,715 27,374 27,471 31,092 34,799 36,079 37,187 41,190 40,240 43,082
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 347 346 363 502 632 721 804 846 794 812
การผลิตอุตสาหกรรม 8,348 8,490 7,911 8,042 8,401 8,332 8,353 10,516 10,022 11,390
การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา 1,011 1,088 1,203 1,300 1,290 1,346 1,275 1,230 1,548 1,737
การก่อสร้าง 707 984 748 1,687 1,756 1,906 2,306 2,399 2,229 2,501
การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใข้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 4,998 5,118 5,067 5,567 6,436 6,673 7,212 7,692 7,574 7,464
โรงแรมและภัตตาคาร 2,035 3,580 4,006 4,571 5,186 5,217 4,422 4,666 4,015 4,204
การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม 1,430 1,611 1,967 2,526 3,114 3,198 3,513 3,798 3,605 3,864
ตัวกลางทางการเงิน 721 826 776 967 1,063 1,326 1,386 1,655 1,707 1,877
บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 1,111 1,165 1,235 1,310 1,376 1,536 1,511 1,478 1,607 1,747
การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 1,387 1,395 1,406 1,612 1,847 1,986 2,123 2,381 2,460 2,572
การศึกษา 1,334 1,514 1,521 1,601 2,124 2,131 2,471 2,610 2,778 2,933
การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ 726 690 646 710 847 963 1,059 1,175 1,203 1,256
การให้บริการชุมชน สังคม และบริการส่วนบุุคคลอื่นๆ 524 532 587 661 688 707 713 704 655 686
ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล 36 36 37 38 38 38 40 41 42 41
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด 31,151 34,227 34,922 39,883 44,641 49,108 53,107 58,154 58,549 63,698
มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน (บาท) 67,352 73,607 74,810 85,209 95,172 104,157 111,952 121,789 121,781 131,574
ประชากร (1,000 คน) 463 465 467 468 469 471 474 478 481 484

 

หมายเหตุ : r = ตัวเลขปรับปรุงหม่ p = ตัวเลขเบื้องต้น และ p1 = ไม่มีข้อมูลรายปี
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี
รวบรวมโดย : สำนักสถิติพยากรณ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ด้านแรงงาน

จำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ. 2545 - 2554
POPULATION 15 YEARS AND OVER BY LABOR FORCE STATUS AND SEX, PRACHUAP KHIRI KHAN PROVINCE: 2002 - 2011

 

สถานภาพแรงงาน 

2545

-2002

2546

-2003

2547

-2004

2548

-2005

2549

-2006

2550

-2007

2551

-2008

2552

-2009

2554

-2011

รวม                  
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 332,544 335,829 349,320 356,800 361,811 366,511 377,847 391,098 402,312
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 257,139 262,163 266,407 264,974 271,308 275,549 285,944 299,736 306,581
  ผู้มีงานทำ 254,794 260,062 261,336 263,072 269,328 272,848 284,656 297,968 305,711
  ผู้ว่างงาน 2,345 2,101 4,997 1,879 1,922 2,657 1,289 1,744 778
  ผู้ที่รอฤดูกาล  -  - 75 22 58 44  - 23 92
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 75,405 73,665 82,913 91,826 90,503 90,962 91,903 91,362 95,731
ชาย
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 167,935 169,719 176,648 178,036 178,692 180,229 185,941 192,936 198,660
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 141,954 143,775 149,345 146,906 149,468 149,839 156,619 164,799 167,750
  ผู้มีงานทำ 140,597 142,498 146,723 146,192 148,173 148,529 155,842 163,628 167,296
  ผู้ว่างงาน 1,358 1,277 2,622 715 1,296 1,310 777 1,147 362
  ผู้ที่รอฤดูกาล  -  -  -  -  -  -  - 23 92
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 25,981 25,944 27,303 31,130 29,224 30,389 29,322 28,137 30,910
หญิง
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 164,609 166,111 172,672 178,764 183,119 186,283 191,906 198,162 203,653
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 115,185 118,389 117,063 118,068 121,840 125,710 129,325 134,936 138,832
  ผู้มีงานทำ 114,197 117,564 114,613 116,881 121,156 124,319 128,814 134,340 138,415
  ผู้ว่างงาน 988 825 2,375 1,165 626 1,347 512 597 416
  ผู้ที่รอฤดูกาล  -  - 75 22 58 44  -  -  -
ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 49,424 47,722 55,609 60,696 61,279 60,573 62,581 63,225 64,821

 

ที่มา: การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
รวบรวมโดย: สำนักสถิติพยากรณ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ด้านการคมนาคม

การคมนาคมทางบก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีสภาพพื้นที่ยาวลงไป เชื่อมระหว่างภาคกลางกับภาคใต้ โดยมีถนนเพชรเกษมเป็นเส้นทางการคมนาคมสายหลัก ทําให้การติดต่อระหว่างจังหวัดกับจังหวัด หรือกับอําเภอเป็นไปด้วยความสะดวกและเป็นทางผ่านของรถไฟและรถโดยสารหลายเส้นทางเข้าสู่ภาคใต้ มีเส้นทางรถโดยสารประจําทาง แยกเป็น

  • เส้นทางหมวด ๒ (ที่มีจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ จุดปลายทางอยู่ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จํานวน ๗ เส้นทาง
  • เส้นทางหมวด ๓ (ระหว่างจังหวัด) จํานวน ๕ เส้นทาง เส้นทางหมวด ๔ (ภายในเขตจังหวัด) จํานวน ๖ เส้นทาง และเส้นทางรถขนาดเล็ก จํานวน ๒ เส้นทาง รถโดยสารประจําทางและรถขนาดเล็กดังกล่าว ส่วนใหญ่จะมีการเดินรถบนถนนเพชรเกษม

รถยนต์ เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) เป็นเส้นทางสายหลักที่จะเดินทางสู่ภาคใต้ ซึ่งจะต้องผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีรถโดยสารประจําทางธรรมดา และรถโดยสารประจําทางปรับอากาศให้บริการทั้งจากกรุงเทพฯ และประจวบคีรีขันธ์

รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลําโพง - ประจวบฯ โดยขบวนรถเร็ว รถธรรมดา รถด่วน รถด่วนพิเศษรถดีเซลรางและสปริ้นเตอร์

การคมนาคมทางอากาศ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีสนามบิน ๒ แห่ง ได้แก่

  1. สนามบินกองบิน ๕ กองพลบินที่ ๔ เป็นสนามบินของกองทัพอากาศ ตั้งอยู่ชายทะเล บริเวณเขาล้อมหมวก และอ่าวมะนาว อําเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
  2. ท่าอากาศยานหัวหิน (สนามบินบ่อฝ้ายเดิม) เป็นสนามบินพาณิชย์ ตั้งอยู่ในอําเภอหัวหิน มีเครื่องบินของสายการบินโซล่าแอร์ ร่วมกับบริษัทเรือเร็วลมเจ้าพระยาจํากัด ทําการบินระหว่างกรุงเทพฯ หัวหิน ด้วยเครื่องบินเจ็ต ๒ เครื่องยนต์ ๑๙ ที่นั่ง โดยได้กําหนดเปิดการบินปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๔

 

การไฟฟ้า

ปริมาณไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่จ่ายให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการใช้ไฟฟ้า ๖๐% ของการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากหม้อแปลง และเก็บไว้เป็นปริมาณสํารอง ๔๐% สําหรับความต้องการที่จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีสถานีไฟฟ้าแรงสูงอยู่ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๔ สถานี คือ สถานีการไฟฟ้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สถานีการไฟฟ้าอําเภอหัวหิน สถานีการไฟฟ้าอําเภอปราณบุรี สถานีการไฟฟ้าอําเภอบางสะพาน และมีสํานักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จํานวน ๑ แห่ง

ปี ๒๕๕๐ จากการสํารวจจํานวนครัวเรือนทั้งหมด จํานวน ๖๒,๕๒๘ ครัวเรือน มีจํานวนครัวเรือนที่มีไฟฟ้าใช้ จํานวน ๖๐,๘๑๗ ครัวเรือน และจํานวนครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ จํานวน ๑,๗๖๕ ครัวเรือน

การประปา

  • มีการประปาในสังกัดการประปาส่วนภูมิภาคที่ให้บริการชุมชนในจังหวัด มี ๔ แห่ง มีปริมาณการผลิตน้ำ รวม ๗๔๐,๓๖๘.๕๐ ลูกบาศก์เมตร
  • สํานักงานประปาประจวบคีรีขันธ์ แหล่งจ่ายประปา ๑ แห่ง ปริมาณการผลิต ๒๖๗,๔๑๐.๕๐ ลูกบาศก์เมตร
  • สํานักงานประปาปราณบุรี แหล่งจ่ายน้ำประปา ๑ แห่ง ปริมาณการผลิต ๒๑๖,๒๑๕.๐๐ ลูกบาศก์เมตร
  • สํานักงานประปาบางสะพาน แหล่งจ่ายน้ำประปา ๓ แห่ง ปริมาณการผลิต ๙๖,๑๖๗.๐๐ ลูกบาศก์เมตร
  • สํานักงานประปากุยบุรี แหล่งจ่ายน้ำประปา ๑ แห่ง ปริมาณการผลิต ๑๖๐,๕๗๖.๐๐ ลูกบาศก์เมตร

แหล่งกักเก็บน้ำ

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่และขนาดกลาง จํานวน ๘ แห่ง ประกอบด้วย

  1. เขื่อนปราณบุรี มีความจุที่ระดับเก็บกัก ๓๔๗.๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
  2. อ่างเก็บน้ำยางชุม มีความจุที่ระดับเก็บกัก ๔๑.๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
  3. อ่างเก็บน้ําคลองบึง มีความจุที่ระดับเก็บกัก๒๒.๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
  4. อ่างเก็บน้ำห้วยอ่างหิน มีความจุที่ระดับเก็บกัก ๒.๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
  5. อ่างเก็บน้ำคลองช่องลม มีความจุที่ระดับเก็บกัก ๕.๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
  6. อ่างเก็บน้ำคลองกระจะ มีความจุที่ระดับเก็บกัก ๑๐.๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
  7. อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม มีความจุที่ระดับเก็บกัก ๙.๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
  8. อ่างเก็บน้ำวังเต็น มีความจุที่ระดับเก็บกัก ๑๑.๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร

 

งานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ เขาช่องกระจก
จัดขึ้นที่เขาช่องกระจก อำเภอเมือง ในวันที่ 12 มิถุนายน ภายใน งานจะมีพิธีถวายสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และการห่มผ้ารอบ เจดีย์ของข้าราชการ พ่อค้าและประชาชน นอกจากนั้นผู้เข้าร่วมงาน สามารถเดินชมภูมิทัศน์ของอ่าวประจวบจากยอดภูเขากลางเมือง

งานวันที่ระลึก "วีรกรรม 8 ธันวาคม 2484"
จัดขึ้นที่บริเวณอ่าวมะนาวภายในพื้นที่กองบิน 53 อำเภอเมือง ระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคมเพื่อเป็นการรำลึกและเชิดชูวีรกรรม ของพลเรือน ตำรวจ ทหารของไทย ที่เข้าร่วมต่อสู้กับกองกำลัง ทหารญี่ปุ่น ซึ่งยกพลขึ้นบกที่อ่าวมะนาวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ภายในงานจะมีการจัดนิทรรศการ ทางวิชาการของหน่วยงานทหารอากาศ และส่วนราชการต่าง ๆ และมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง

โปโลช้าง
เป็นกิจกรรมที่แปลกและตื่นตาเร้าใจมาก จัดในช่วงเดือนกันยายน ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่มีเฉพาะที่หัวหิน-ชะอำ ที่เดียวเท่านั้น วิธีการเล่นคล้ายกับการเล่นฟุตบอล โดยจะมีการแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย

พระราชวังไกลกังวล

1

พระบาทสมเด็จพระปก เกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับในฤดู ร้อนและพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าอิทธิ เทพสรรค์ กฤดากร ผู้อำนวยการกรมศิลปากรในสมัยนั้นเป็นผู้ออกแบบและเป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือน ตุลาคมพ.ศ. 2469 ต่อมาได้รับการซ่อมแซม และก่อสร้างเพิ่มเติมในสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ในบริเวณมีพระตำหนักหลายหลังมีชื่อคล้องจองกัน ได้แก่พระตำหนักเปี่ยมสุข ปลุกเกษม เอิบเปรม เอมปรีดิ์ สร้างอยู่กลางอุทยานไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ โดยมีพื้นที่ด้านหนึ่งติดชายทะเล นอกจากนั้นยังมี พิพิธภัณฑ์หอย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมหอยทุกชนิด

อนุสรณ์สถานโผน กิ่งเพชร

Hua-Hin-Sathanpone-Kingphet-Monument2


หรือ มานะ สีดอกบวบ เป็นชาวอำเภอหัวหินโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 มีชื่อเสียงโด่งดังด้านกีฬา หมัดมวยโดยเฉพาะมวยสากล เป็นที่โจษขานกันทั่วไปและเป็นแชมเปี้ยนโลกคนแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2503 ภายหลังได้เสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 เทศบาลตำบลหัวหินร่วมกับหน่วยงานภาครัฐบาล และเอกชน ได้ร่วมกันจัดหาทุนสร้างอนุสรณ์สถานโผน กิ่งเพชร ณ บริเวณชายหาดหัวหินได้ทำพิธีเปิดงานวันอนุสรณ์สถาน โผน กิ่งเพชร เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2537

สถานีรถไฟหัวหิน

station

สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 โครงสร้างของหลังคา และส่วนประกอบช่วงบนได้นำมาจากสถานีรถไฟหนองปลาดุก จังหวัดราชบุรี เป็นศิลปะที่มี่ความสวยงาม และเป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวอำเภอหัวหิน

เขาตะเกียบ เขาไกรลาส

khao

เป็นภูเขา 2 ลูกที่อยู่ใกล้กัน เป็นเขาที่ยื่นออกไปในทะเลมีโขดหินสวยงาม สามารถขึ้นไปบนเขา ชมทิวทัศน์โดยรอบได้ มีความลาดชันน้อย ทรายขาวละเอียด

ค่ายธนะรัชต์

thanarat

ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ภายในค่ายฯ ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นสถานที่ รวบรวมชีวประวัติ ผลงานในอดีต เครื่องแต่งกายของใช้ส่วนตัว เครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งของไทย และต่างประเทศ พิพิธภัณฑ์ทหารราบ จัดแสดงอาวุธโบราณสมัยต่าง ๆ และ ท่าเสด็จ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปราณบุรี ทางทิศตะวันตกของค่ายฯ ห่างจากถนนเพชรเกษม ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจทางธรรมชาติ มีสวนไม้ดอก ไม้ประดับ พันธุ์ไม้ในวรรณคดี

สวนสนประดิพัทธ์

suan-son

อยู่ในความดูแลของศูนย์การทหารราบ ปราณบุรี บริเวณอยู่ติดกับชายหาดมีที่พักลักษณะเป็นบังกะโล เรือนแถว และห้องพัก

เขาเต่า

kaotao-in


มีหาดทรายที่สะอาด และสวยงามอยู่ 2 แห่ง คือ หาดทรายน้อย และหาดทรายใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเกาะขนาดเล็กอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งเท่าใดนัก บนเกาะมีเปลือก หอยชนิดต่าง ๆ ทับถมกันอยู่มากมาย


อ่างเก็บน้ำปราณบุรี

praburi

 

ห่างจากที่ ว่าการอำเภอปราณบุรี ประมาณ 20 กิโลเมตร อ่างเก็บน้ำปราณบุรีนี้เกิดจากเขื่อนดินสร้างปิดกั้นแม่น้ำปราณบุรี สันเขื่อนยาว 1,500 เมตร กว้าง 8 เมตร สูง 42 เมตร ภูมิประเทศเป็นหุบเขา มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ลำน้ำทอดยาวไปในพื้นที่เพาะปลูก ของอำเภอปราณบุรี อำเภอกุยบุรี และอำเภอเมือง เป็นระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร

ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

lakmuang


สร้างขึ้นมาในสมัย ร.ต.อำนวย ไทยานนท์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดศาลหลักเมืองนี้ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2537 เพื่อให้เป็นสิริมงคล และเป็นหลักชัยคู่บ้าน คู่เมือง


เขาช่องกระจก

khao-chong

 

เป็นภูเขาขนาดเล็ก อยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด มีบันไดขึ้นไปจนถึงยอดเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดเขาช่องกระจก ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธบาทจำลอง ด้านทิศเหนือของภูเขามีช่องโปร่งดูคล้ายกับกรอบของกระจก จากยอดเขา สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมือง และอ่าวประจวบได้อย่างสวยงาม

หว้ากอ

waghor


เป็นดินแดนที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์ของไทย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้ทรงคำนวณไว้ล่วงหน้าว่าจะมองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่หว้ากอแห่งนี้ และได้เสด็จมาทอดพระเนตรพร้อม ด้วยนักวิทยาศาสตร์ และทูตานุฑูตชาวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411

ตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

images


ตั้งอยู่บนเขาธงชัย สวยเด่นเป็นสง่าบนยอดเขาธงชัย หันหน้าออกสู่ทะเล บริเวณรอบ ๆ มีสวนไม้ดอก ไม้ประดับ และสำนักสงฆ์ซึ่งเชื่อกันว่า กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เคยเสด็จฯ ประทับ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อพักทอดสมอเรือรบ

 

ถ้ำเขาม้าร้อง

images1

ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลพงศ์ประศาสน์ ภายในถ้ำมีหลาย คูหาซึ่งมีผู้ดูแลติดตั้งไฟฟ้าแสงสีต่าง ๆ ประดับประดาทำให้บรรยากาศในถ้ำดูสวยงามน่าสนใจ ผนังถ้ำด้านหนึ่งมีพระ พุทธรูปวางเรียงรายตลอดแนว

อ่าวประจวบคีรีขันธ์

ao

เป็นที่ตั้งของตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยเริ่มจากเขาตาม่องล่ายทางด้านทิศเหนือเป็นวง โค้งไปจดเขาล้อมหมวกทางด้านทิศใต้ หน้าอ่าวมีเกาะรูปร่างแปลกตาอยู่หลายเกาะ ทำให้ทิวทัศน์ของอ่าวดูสวยงาม

อ่าวมะนาว

lamon

เป็นที่ตั้งของกองบิน 53 และเคยเป็นยุทธภูมิในสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างกองทัพไทย และกองทัพญี่ปุ่น บริเวณอ่าวมะนาวมีทิวทัศน์สวยงาม ประชาชนทั่วไปสามารถ เข้าไปพักผ่อนหย่อนใจได้


อ่าวแม่รำพึง

ao-mae


เป็นชายหาดที่ค่อนข้างเงียบสงบ มีถนนเลียบชายหาด มีร้านอาหารทะเล และสถานที่พักริมชายหาดเปิดบริการแก่นัก ท่องเที่ยว อยู่ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ประมาณ 86 กิโลเมตร

อ่าวบ่อทองหลาง

1a5c7883-1

มีชายหาดโค้งเป็นรูปวงกลมอยู่ริมเชิงเขา หาดทรายขาว สะอาด น้ำทะเลใส สามารถลงเล่นน้ำได้

หาดหัวหิน

hua-hin

อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศใต้ประมาณ 200 กิโลเมตร อยู่ติดชายฝั่งทางทิศตะวันตกของอ่าวไทย จัดได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศริมทะเลที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ถูกเปลี่ยนแปลงจากแต่เดิมที่เป็นชุมชนชาวประมง มาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในปี 2463 และเริ่มมีการก่อสร้างทางเดินรถไฟสถานีหัวหินในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (ปี พ.ศ. 2453-2468) รวมถึงพระราชวังไกลกังวลในรัชกาลที่ 7 ปี พ.ศ. 2469 พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ประทับรับรองของพระราชวงศ์ เมื่อมีการเสด็จเยือนหัวหิน ปัจจุบันหัวหินเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

หาดบางเบิด

hat-bang


อยู่ที่ตำบลทรายทอง เป็นหาดทรายกว้าง สวยงาม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชอบความสงบ สามารถลงเล่นน้ำได้ ในอดีตเคยเป็นแหล่งกำเนิดของแตงโมพันธุ์บางเบิด อันลือชื่อ


น้ำตกป่าละอู

pjk att280005002

 

ตั้งอยู่ในเขตป่าละอู อุดมไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม และสัตว์ป่านานาชนิดอีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัย ของชาวกะเหรี่ยงจำนวนหนึ่งด้วย ป่าละอูจัดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ป่าละอู ของกรมป่าไม้ ตั้งอยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำก่อนถึงตัวน้ำตกประมาณ 2 กิโลเมตร น้ำตกป่าละอูประกอบด้วยน้ำตกละอูใหญ่ และน้ำตกละอูน้อย ซึ่งไหลลดหลั่นกันมาอย่างสวยงามถึง 11 ชั้น สามารถลงเล่น น้ำได้ ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน

เกาะสิงห์โต

2e444c

อยู่ทางทิศตะวันออกจากสวนสนประดิพัทธ์ เป็นเกาะเล็ก ๆ รูปร่างคล้ายสิงห์โตนอนหมอบหันหน้ามา ทางทิศเหนือ ซึ่งเหมาะสำหรับตกปลา แล่นเรือใบ และดำน้ำ

เกาะลำหล้า

ko-lamla

เป็นเกาะหินขนาดปานกลางอยู่ที่ตำบลธงชัย อยู่ระหว่างเขตอำเภอทับสะแก และอำเภอบางสะพาน บริเวณรอบเกาะมี แนวประการัง

เกาะทะลุ เกาะสังข์ เกาะสิงห์

ko-talu


เป็นเกาะที่อยู่ใกล้ ๆ กัน บริเวณรอบ ๆ เกาะอุดมไปด้วยปะการังสีสวย หาดทราย ขาวสะอาด เหมาะสำหรับผู้นิยมดำน้ำชมปะการัง และตกปลา

หาดแหลมศาลา และถ้ำพระยานคร

hat-lamsala

ตามประวัติเล่าว่า ในสมัยรัชกาลที่ 1 ขณะที่เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด บังเอิญเกิดพายุใหญ่ไม่ สามารถ เดินทาง ต่อไปได้ จึงจอดเรือหลบคลื่นที่ชายหาดแห่งนี้ ระหว่างที่พักแรมอยู่บริเวณนั้น ได้ค้นพบถ้ำ ขนาดใหญ่ เพดาน ถ้ำมีปล่องให้แสงสว่างลอดเข้าไป มองเห็นความสวยงามภายในถ้ำ จึงได้รับการขนานนามว่า "ถ้ำพระยานคร" ภายในถ้ำมีหลายคูหา มีหินงอกหินย้อยเป็นเชิงชั้นหลืบม่าน บางส่วนก็หยดย้อยลงมาเป็น รูปร่าง ต่างๆงามแปลกตา

หัวข้อ หน่วยงาน เว็บไซต์

ตราสัญลักษณ์, คำขวัญ, ต้นไม้ประจำจังหวัด 

เว็บไซต์วิกิพีเดีย 

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - วิกิพีเดีย

สภาพทางภูมิศาสตร์ 

การปกครอง 

การเลือกตั้ง

สภาพทางสังคม

จำนวนประชากร

โครงสร้างพื้นฐาน

เว็บไซต์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ : รักในหลวง รักประเทศไทย

www.prachuapkhirikhan.go.th/web-54/Interest/%BA%C3%C3%C2%D2%C2%CA%C3%D8%BB.pdf

ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

ข้อมูลแรงงาน

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สถิติพื้นฐานที่เป็นอนุกรมเวลา) สถิติประชากร ลูกจ้าง การว่างงาน สาเหตุการตาย

ประวัติศาสตร์

ประเพณีและวัฒนธรรม

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

เว็บไซต์บ้านจอมยุทธ

จังหวัดประจวบคีรีขันธุ์

 

รายการอ้างอิงรูปภาพ

ตราสัญลักษณ์

แผนที่ที่ตั้งและการแบ่งเขตการปกครอง

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - วิกิพีเดีย

ต้นเกด

:: ลานธรรมจักร :: :: อ่าน - เกด ต้นไม้สุดท้ายแห่งการเสวยวิมุตติสุข

ดอกเกด

77provinces.com

แผนที่อาณาเขต

::THAIENERGYDATA::  

สถานที่ท่องเที่ยว 

แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัด

ประจวบคีรีขันธ์ « สถานที่ท่องเที่ยว เที่ยวทั่วไทย ไปกับ UpYim.com

ดูลิงชมทะเลที่ เขาช่องกระจก

ข่าวประชาสัมพันธ์ » สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ » Tourism Association of Prachuapkhirikhan

ถ้ำเขาม้าร้อง arunsawat.com

พระราชวังไกลกังวล  pranburitravel.com

อนุสรณ์สถานโผน กิ่งเพชร hoteldirect.in.th

เขาเต่า lovesearesort.com

อ่างเก็บน้ำปราณบุรี siamstuff.com

ตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ kcthai.com

อ่าวบ่อทองหลาง  travel-is.com 

น้ำตกป่าละอู siamfreestyle.com

เกาะสิงโต tourdy.com


  

 

JoomSpirit