เกี่ยวกับเรา

สถาบันศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

          สถาบันศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Thammasat Institute for Study of International Cooperation : TISIC หรือ ศูนย์ศึกษาเอเปค  (Thai APEC Study Center : TASC เดิม)โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดตั้ง ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นไปตามฉันทามตินโยบายของรัฐบาลตามข้อผูกพันต่อที่ประชุม APEC Leader’s Education Initiatives ที่เมืองซีแอตเติ้ล ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2536 โดยผู้นำสมาชิกเอเปคทั้ง 18 เขตเศรษฐกิจ (ปัจจุบันมีสมาชิก 21 เศรษฐกิจ) มีฉันทามติให้สมาชิกทุกเขตเศรษฐกิจจัดตั้ง APEC Study Center ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงาน และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีในกลุ่มสมาชิก รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่จะส่งเสริมการศึกษา การวิจัยและเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับเอเปคทั้งภายในประเทศและระหว่างสมาชิกด้วยกัน ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาที่เป็นสมาชิกเครือข่ายประมาณ 100 แห่ง

1. พัฒนาการของสถาบัน
         1.1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เสนอขอจัดตั้งศูนย์ศึกษาเอเปค เพื่อเป็นหน่วยประสานงานวิชาการระดับชาติภายใต้กำกับของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (แยกส่วนงานออกจากสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา และยกฐานะเป็นหน่วยงานเทียบเท่าคณะ/สำนัก/สถาบัน) ต่อคณะรัฐมนตรีผ่านทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 1/2546 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2546  มีมติว่าโดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2539เห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาเอเปค ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานของศูนย์ฯ จึงอยู่ในอำนาจของมหาวิทยาลัยที่จะดำเนินการได้เอง โดยไม่ต้องนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
1.2 เสนอระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารงานศูนย์ศึกษาเอเปคและศึกษาความร่วมมือในภูมิภาคแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2547 ต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 2/2547 เมื่อวันที่ 16กุมภาพันธ์  2547 และที่ประชุมมีมติอนุมัติระเบียบดังกล่าวโดยได้ขยายขอบเขตภาระหน้าที่ให้ครอบคลุมความร่วมมือในภูมิภาคตามมติของสภามหาวิทยาลัย
1.3 เนื่องจากได้ขยายภารกิจในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคต่างๆ มากขึ้นทั้งทางด้านวิชาการ การศึกษาค้นคว้า วิจัย การฝึกอบรม และการสร้างความร่วมมือทางด้านวิชาการกับหน่วยงานในประเทศและสถาบันการศึกษาในต่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ และจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางวิชาการในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และได้รับสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศให้จัดตั้ง “ศูนย์ศึกษาความร่วมมือเอเชีย” (ACD Study Center,Thailand)  เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัย ประสานกิจกรรมระหว่างประเทศสมาชิก และให้ข้อเสนอแนะนโยบายเรื่อง ACD รวมทั้งพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับ ACDให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาและสาธารณชนทั่วไป
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจ จึงได้เสนอขออนุมัติเปลี่ยนชื่อศูนย์ศึกษาเอเปคและศึกษาความร่วมมือในภูมิภาคแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็น ศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 3/2549 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม  2549 และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อตามที่เสนอ
1.4 ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 9/2549 เมื่อวันที่ 25 กันยายน  2549 มีมติยุบรวม               
ศูนย์ศึกษาการระหว่างประเทศ ไปเป็นของศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมธ. ทำให้มีหน่วยงานภายใต้การบริหาร 3 หน่วยงาน คือ ศูนย์ศึกษาเอเปค  ศูนย์ศึกษาความร่วมมือเอเชีย และศูนย์ศึกษาการระหว่างประเทศ
1.5 ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 14/2550 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม  2550 เพื่อยกสถานภาพศูนย์ฯ เป็นหน่วยงานระดับคณะ สถาบัน สำนัก ศูนย์ และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมีมติเห็นชอบยกสถานภาพศูนย์ฯ เป็นหน่วยงานระดับ คณะ สถาบัน สำนัก ศูนย์
1.6 สภามหาวิทยาลัยได้มีมติเมื่อวันที่ 23 กันยายน  2556 อนุมัติระเบียบมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารงานสถาบันศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2556
โดยได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างรวมศูนย์ออสเตรเลียศึกษามาอยู่ภายใต้การบริหาร มีสถานภาพเทียบเท่า คณะ โดยมีหน่วยงานภายใต้การบริหาร 3 หน่วยงาน คือ
1. ศูนย์ศึกษาเอเปค (Thai APEC Study Center : TASC)
2. ศูนย์ออสเตรเลียศึกษา (Australia Study Center)
3. ศูนย์ศึกษาความร่วมมือเอเชีย ( ACD Study Center)

2.   การบริหารงานของสถาบัน
2.1 สถาบันฯ แตกต่างจากหน่วยงานในมหาวิทยาลัย ที่อยู่ในระดับเดียวกันคือ มีสถาบันการศึกษาที่เป็นสมาชิกในประเทศ 10 แห่ง โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการประจำสถาบันฯ จะประกอบด้วย
·    ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย  3 คน
·    ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย 4 คน
·    ผู้แทนมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกสถาบันฯ  3 คน
·    ผู้อำนวยการสถาบันฯเป็นกรรมการและเลขานุการ
·    หัวหน้าสำนักงานสถาบันฯเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ซึ่งจะเห็นได้ว่าคณะกรรมการประจำสถาบันฯ จะมีผู้แทนจากสถาบันที่เป็นสมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานทำให้การบริหารงานมีความหลากหลายทางความคิดและข้อเสนอแนะจึงทำให้เกิดผลดีต่อการดำเนินกิจกรรมของสถาบันฯ
2.2 สถาบันเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้ทำการเรียนการสอน
สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบันตั้งแต่เดิม เพื่อเป็นหน่วยงานที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการวิจัยตามนโยบายของรัฐบาลและการบริการวิชาการ ร่วมทั้งสร้างความร่วมมือการแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการ  กับสถาบันการศึกษาในประเทศและประเทศสมาชิก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ได้ทำการเรียนการสอน
2.3 เป็นหน่วยงานที่ไม่มีข้าราชการในสังกัด
สำหรับผู้ปฏิบัติงานของสถาบันนั้น เป็นลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากงบประมาณแผ่นดินจำนวน 8 คน และลูกจ้างงบโครงการจำนวน 7 คน และการพิจารณาจัดจ้างก็อยู่ในดุลยพินิจของสถาบัน ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอัตรากำลังของมหาวิทยาลัย
2.4 งบประมาณ
งบประมาณค่าใช้จ่ายในการบริหารและการดำเนินกิจกรรมแต่ละปีได้รับการสนับสนุนเป็นงบอุดหนุนทั่วไป จากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยตรงซึ่งไม่อยู่โครงสร้างงบประมาณของมหาวิทยาลัย

3.   วิสัยทัศน์
เป็นหน่วยงานที่ให้บริการวิชาการแก่สังคม การศึกษาค้นคว้าวิจัย การบริหารงานวิจัยในระบบเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ และเป็นศูนย์กลางส่งเสริมองค์ความรู้ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมทั้งการเชื่อมโยงทางด้านวิชาการกับสถาบันการศึกษาทั่วโลก

4.   วัตถุประสงค์
            1. ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับพหุภาคี ภูมิภาค อนุภูมิภาค และทวิภาคี และเป็นศูนย์ประสานความร่วมมือกับศูนย์ศึกษาเอเปคของสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค กรอบความร่วมมือกับประเทศออสเตรเลีย กรอบความร่วมมือเอเชีย และสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานในกรอบความร่วมมืออื่นๆ
           2. พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่เป็นเป้าหมายพื้นฐานการศึกษาค้นคว้า วิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ความรู้ที่เป็นรากฐานของความเข้าใจในระยะยาวเกี่ยวกับภูมิภาคหรือประเทศอื่นๆ รวมทั้งเป็นหน่วยงานกลางด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการดำเนินงานในทางปฏิบัติหรือในแง่นโยบายที่เกี่ยวข้อง
            3. ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ประสบการณ์ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อารยธรรมจากภูมิภาคหรือประเทศอื่นๆ ในโลกมาปรับใช้หรือเปรียบเทียบกับวิถีของประเทศไทยเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ และสิ่งท้าทายในภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งมีศักยภาพที่จะเป็นทั้งโอกาสและสิ่งท้าทายต่อกัน เพื่อเข้าใจทางเลือก โอกาสและลู่ทางความเป็นไปได้ในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในโลกปัจจุบัน
4. ส่งเสริมให้มีความร่วมมือด้านการศึกษาค้นคว้าและแลกเปลี่ยนทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการศึกษา ซึ่งจะเป็นสิ่งเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ อันจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดหุ้นส่วนการทำงานระหว่างกัน
            5. ให้คำปรึกษาทางวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม  เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศ หรืออื่นๆ แก่หน่วยงานของรัฐ เอกชน และองค์การระหว่างประเทศ
           6. เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลและเผยแพร่ผลงานวิชาการเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศ แก่หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนและสาธารณชนทั่วไป

5. หน้าที่ของสถาบัน
            สถาบันมีอำนาจหน้าที่กระทำการต่าง ๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามข้อ ๘ อำนาจหน้าดังนี้ 
1. ร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ เอกชน หรือองค์การระหว่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการวิจัย และการให้บริการวิชาการ รวมทั้งการนำโครงการวิจัยและผลจากการประชุมสัมมนาไปใช้เป็นประโยชน์
2. รวบรวมและเผยแพร่ข้อสนเทศทางด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ
3. จัดพิมพ์โฆษณาเอกสารที่เกี่ยวกับงานของสถาบัน
4. จัดหาและจัดให้มีการสนับสนุนทุนการศึกษาวิจัย หรืองานลักษณะอื่นที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างประเทศหรืออื่นๆ อันอยู่ภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสถาบัน
5. กิจกรรมอื่นๆตามที่มหาวิทยาลัยมอบหมาย

6.   แนวนโยบาย
การดำเนินงานของสถาบันจะมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างวัตถุประสงค์ เป้าหมาย  วิสัยทัศน์และพันธกิจและวิสัยทัศน์ ซึ่งขยายขอบเขตกว้างขึ้นกว่าเดิม
 
6.1 การสร้างเครือข่ายทางวิชาการในต่างประเทศเพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัย  วิจัยในระดับโลกซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย โดยจะทำงานวิจัยในลักษณะ ที่มีเครือข่ายมหาวิทยาลัยในประเทศเข้าร่วมและมีมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางร่วมกับมหาวิทยาลัยใน ต่าง ประเทศการทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่ายนี้จะทำให้มหาวิทยาลัยสามารถ ยกระดับงานวิจัย ให้เป็นที่ยอมรับและโดดเด่นขึ้นกว่าเดิมรวมทั้งเป็นมหาวิทยาลัย ชั้นนำในเรื่องงานวิจัย ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก รวมทั้งการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับสถาบันต่างๆในต่างประเทศทั้งในภูมิภาคแปซิฟิก ซึ่งเป็นกรอบของเอเปคและในยุโรปเป็นต้นซึ่งจะดำเนินกาในลักษณะการร่วมกิจกรรมทางวิชาการอบรมสัมมนาระหว่างประเทศการเข้าร่วมเสนอผลงานทางวิชาการในเวทีนานาชาติ และ การทำงานวิจัยร่วมกัน
6.2 งานวิจัยจะมุ่งเน้นให้มีผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และมีลักษณะเป็น สหสาขาวิชาการ (Multidisciplinary) รวมทั้งเป็นการศึกษาวิจัยเชิงเปรียบเทียบระหว่างประเทศ เนื่องจาก ในยุคโลกาภิวัตน์นั้นการทำงานวิชาการไม่จำกัดอยู่เพียงสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งเท่านั้น แต่จะร่วมกันในหลายสาขาวิชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายสังคมศาสตร์ ทั้งนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นต้นการศึกษาวิจัยในลักษณะนี้จะเป็นประโยชน์กับ ประเทศไทยในหลายด้านเพราะสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์และความผิดพลาดของประเทศอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดกับประเทศไทยและเป็นการเปิดพรมแดนความรู้ให้กับนักวิจัยในการเรียนรู้ประสบการณ์จากการทำงานวิจัยกับสถาบันในต่างประเทศที่เป็นเครือข่ายและเป็นการเปิดโอกาสแก่นักวิจัยเครือข่ายในภูมิภาคของไทยอีกด้วย
6.3 การพัฒนาเครือข่ายของสถาบันที่มีอยู่ทั่วประเทศยังเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะมี การจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาที่มีเครือข่ายครอบคลุมในกรุงเทพฯและในภูมิภาค ดังนั้นการพัฒนา  ให้มีกิจกรรมร่วมกันทั้งในส่วนทางด้านวิชาการงานวิจัยและการจัดสัมมนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประสานความร่วมมือในการจัดอบรมครูทั่วประเทศจะเป็นภารกิจที่สำคัญประการหนึ่งของสถาบัน
6.4  ส่งเสริมให้สาธารณชนนักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศสามารถมีและหาความรู้ในเรื่องระหว่างประเทศได้โดยนำเอาลักษณะพิเศษของสถาบันที่มีความเกี่ยวข้องกับต่างประเทศทั้งในด้าน วิชาการความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเผยแพร่อย่าง ทั่วถึงให้กับประชาชนทั่วไปในการบริหารสถาบัน จึงให้ลำดับความสำคัญสูงกับการให้ความรู้แก่ครู ซึ่งจะเป็นผู้ส่งต่อความรู้ให้กับนักเรียนหรือที่เรียกว่าTrainingTrainer สถาบันได้ดำเนินการอบรมครู ทั่วประเทศโดยเดินทางไปอบรมในภูมิภาคต่างๆเพื่อครูสามารถนำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับ ไปถ่ายทอดต่อให้กับนักเรียนของตนโดยเฉพาะนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป นอกจากนี้จะพัฒนาเว็บไซต์ของสถาบัน ให้เป็นแหล่งข้อมูลและสามารถติดตามสืบค้นข้อมูลที่สำคัญในเรื่องต่างประเทศอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการส่งสื่อสิ่งพิมพ์และVideoClipของการอบรมต่างๆ ให้กับครูที่เคยเข้ารับการอบรมกับสถาบัน เมื่อนักเรียนนิสิตนักศึกษารู้จักเว็บไซต์นี้ดีแล้วเว็บไซต์ นี้จะ เป็นคลังข้อมูลที่สำคัญในการติดตามข้อมูลด้านระหว่างประเทศในลักษณะ One Stop Service เพราะ ฉะนั้นการพัฒนาเว็บไซต์จึงได้รับความสำคัญสูงอีกเรื่องหนึ่งและต้องจัดทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยาย ฐานข้อมูลให้ครอบคลุมหลายด้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
6.5 มีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นศูนย์รวมในการศึกษาเฉพาะพื้นที่ (Area Study) ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุด ทั้งนี้ เพราะในปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยหนึ่งในประเทศที่มี Area Study Center อยู่ถึง 6 หน่วยงานประกอบไปด้วย  สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา ศูนย์ศึกษาเอเปค ศูนย์รัสเซียศึกษา ศูนย์อินเดียศึกษา ศูนย์ออสเตรเลียศึกษา ศูนย์อาเซียนศึกษา ซึ่งสถาบันเป็นหน่วยงานที่มีลักษณะของ Area Study ที่ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ดังนั้น สถาบันจึงจะเข้ามามีบทบาทในการทำกิจกรรมทางวิชาการ ของสถาบันต่างๆ ในมหาวิทยาลัย
6.6 มีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยทางศูนย์ฯในฐานะที่มีการติดต่อกับหน่วยงาน/สถาบันต่างๆในต่างประเทศจึงพยายามแสวงหาทุนเพื่อส่งบุคลากรของมหาวิทยาลัย ไปร่วมอบรมสัมมนาในหัวข้อต่างๆภายใต้กรอบความตกลงที่ศูนย์ฯมีอยู่ทั้งภายใต้กรอบเอเปคและ ความร่วมมือระหว่างประเทศอื่นๆ

7. พันธกิจ 
7.1 การทำวิจัยในรูปแบบเครือข่ายการแลกเปลี่ยนทางวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษาในประเทศและต่างประเทศ
7.2 การจัดอบรม สัมมนา และบรรยายเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
7.3การสนับสนุนการเรียนการสอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษาผ่านโครงการฝึกอบรมและเว็บไซต์
7.4 การจัดทำเอกสารทางวิชาการให้ครอบคลุมสาระและความเคลื่อนไหวในภูมิภาค เพื่อเผยแพร่แก่นักวิชาการและสาธารณชน
· จดหมายข่าว
· ผลงานวิจัย
· ข้อมูลใน Website
· รายงานข่าวสถานการณ์/เหตุการณ์ปัจจุบัน
7.5 สร้างเครือข่ายสถาบัน ให้ครอบคลุมสถานศึกษาทุกระดับทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลและผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับเอเปค ออสเตรเลีย และความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อการสืบค้นในรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพ์ และการสืบค้นในระบบ E-Library
7.6 จัดหาและจัดให้มีการสนับสนุนทุนการศึกษาวิจัย หรืองานลักษณะอื่นที่เกี่ยวข้องกับเอเปคและความร่วมมือในภูมิภาคอันอยู่ภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ การดำเนินงานวิจัยในด้าน Policy Research ที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการศึกษาและให้คำปรึกษากับกระทรวง ทบวง และกรมต่างๆ

8. แนวทางการบริหารสถาบันศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ปัจจุบัน)
การดำเนินงานของสถาบันฯ จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายสำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่จะก้าวสู่ความเป็นสากลและเป็นศูนย์กลางอาณาบริเวณศึกษา (Area Studies) ของประเทศที่สำคัญในอนาคตสถาบันฯ จะเน้นในเรื่องของพื้นที่เอเชียแปซิฟิกให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากในอนาคต 10 -15 ปีข้างหน้าพื้นที่เอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของโลก และเป็นศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจของโลกในอนาคต ผนวกกับประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ทำให้ไทยต้องรู้จักประเทศเพื่อนบ้านให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้
ประชาชนสามารถปรับตัวเข้าสู่ AEC ได้
•  สถาบันในส่วนที่เป็นศูนย์ออสเตรเลียศึกษาและศูนย์ศึกษาเอเปคเป็นศูนย์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งมีพันธกิจ นโยบาย และแนวทางการบริหารที่สำคัญส่วนหนึ่งที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนตามข้อตกลงที่มีระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ สกอ.
•  การดำเนินงานของสถาบันฯ จึงมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างวัตถุประสงค์เป้าหมาย พันธกิจ และ
วิสัยทัศน์ของสถาบันฯ โดยมีนโยบายและวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานดังนี้
  1. สร้างเครือข่ายทางวิชาการกับประเทศในกลุ่มเอเปค ประเทศออสเตรเลียและแปซิฟิกใต้ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายทางวิชาการในประเทศ
ประการแรก ในเรื่องงานวิจัย สถาบันฯ จะเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือทางวิชาการหรือทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศกลุ่มเอเปคประเทศออสเตรเลีย และแปซิฟิกใต้ รวมทั้งมหาวิทยาลัยของไทย
ประการที่สอง ในส่วนของการเป็นศูนย์กลางทางวิชาการนั้น สถาบันฯ จะทำหน้าที่สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับสถาบันต่างๆ ในประเทศกลุ่มเอเปค ประเทศออสเตรเลีย และแปซิฟิกใต้ ซึ่งจะดำเนินการในลักษณะการร่วมกิจกรรมทางวิชาการ การอบรม และการสัมมนาระหว่างประเทศ
  2. งานวิจัยของสถาบันฯ จะมุ่งเน้นให้มีผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติมากกว่าเป็นงานวิจัยที่ไม่มีผลทางการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และมีลักษณะเป็นสหสาขาวิชาการ(Multi-disciplinary) รวมทั้งเป็นการศึกษาวิจัยเชิงเปรียบเทียบระหว่างประเทศ
3. ส่งเสริมให้สาธารณชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศสามารถมีและหาความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มเอเปค ประเทศสมาชิกในกลุ่ม ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแปซิฟิกใต้โดยการนำความรู้เกี่ยวกับประเทศเหล่านี้มาเผยแพร่อย่างทั่วถึง
3.1 เน้นการให้ความรู้แก่ครูซึ่งจะเป็นผู้ส่งต่อความรู้ให้กับนักเรียน - Training the Trainer ทั้งนี้จะปรับเปลี่ยนหัวข้อ (Theme) เป็นเรื่อง “รู้จักประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียแปซิฟิก” โดยจะเริ่มการอบรมหลังจากที่โครงการเดิมได้อบรมครบทั้งประเทศในปี 2557
3.2 พัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นแหล่งข้อมูลและสามารถติดตามสืบค้นข้อมูลที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ของประเทศในเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งข่าวสารที่สำคัญที่เกี่ยวกับประเทศเหล่านี้
3.3 สร้าง Asia Pacific Resource Center เพื่อเป็นจุดรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับประเทศในเอเชียแปซิฟิกในลักษณะที่เป็นแหล่งความรู้อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Database) เพื่อให้ Resource Center นี้เป็น One Stop Service ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับเอเชียแปซิฟิกในภูมิภาคนี้
3.4 สถาบันจะจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาโทภาคภาษาอังกฤษ Master of Asia Pacific Studies
4. มีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับศูนย์อาณา บริเวณศึกษา (Area Study)
  5. การพัฒนาฐานข้อมูลเอเชียแปซิฟิก โดยพัฒนาให้เป็นระบบคลังความรู้ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองระหว่างประเทศสำหรับสาธารณชนทั่วไป โดยเน้นในส่วนของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจต้องการติดตามศึกษาหาความรู้ในเรื่องประเทศในเอเชียแปซิฟิก

แนวทางในการดำเนินงานเฉพาะของแต่ละศูนย์ศึกษาภายใต้การบริหาร
            แผนการดำเนินงานที่สำคัญ 5 ประการ ซึ่งจะดำเนินการไปพร้อมกันทั้ง 3สายของสถาบันฯ กล่าวคือ ศูนย์ศึกษาเอเปค (Thai APEC Study Center:TASC) ศูนย์ออสเตรเลียศึกษา (Australian Studies Centre: ASC)และศูนย์ศึกษาความร่วมมือเอเชีย (ACD Study Center) ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น โดยมีแนวทางในการดำเนินงานเฉพาะในแต่ละศูนย์ดังนี้
 1) ศูนย์ศึกษาเอเปค
•      การเผยแพร่ความรู้ Reaching-out Program
•      การจัดการประชุมนานาชาติ (International Conference)โดยมุ่งเน้นเรื่องของการเปิดเสรีภายใต้กรอบเอเปค
•      การขยายความร่วมมือทางวิชาการกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มเอเปค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในละตินอเมริกา
 2) ศูนย์ออสเตรเลียศึกษา
•    ในส่วนของเว็บไซต์นี้ก็จะดำเนินการต่อไปและเพิ่มเติมเนื้อหาให้ครอบคลุมรอบด้านมากกว่าเดิม
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาศูนย์ออสเตรเลียศึกษาได้ร่วมโครงการอบรมครูกับศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศมา2-3 ครั้ง ซึ่งจะใช้ Model ของการอบรมความรู้เกี่ยวกับประเทศออสเตรเลียนี้เป็นแบบอย่างในการอบรมครูเรื่องรู้จักประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียแปซิฟิก
•    จะขยายความร่วมมือด้านวิชาการโดยการทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียให้มาก
ขึ้น และพยายามดึงทรัพยากรวิชาการในออสเตรเลียที่มีอยู่เป็นจำนวนมากมาเผยแพร่ในประเทศ รวมทั้งจะพิจารณาให้ทุนในการทำวิทยานิพนธ์แก่นักศึกษาในระดับปริญญาที่ศึกษาเกี่ยวกับประเทศออสเตรเลีย
•    จัด Public Seminars, Lectures, Conferences และอบรมในหัวข้อต่างๆ โดยนักวิชาการจากออสเตรเลียที่ผ่านเข้ามาในประเทศไทย/ในภูมิภาคนี้
•    ขยายขอบเขตความรับผิดชอบมากกว่าประเทศออสเตรเลียโดยรวมไปถึงนิวซีแลนด์และประเทศในแปซิฟิกใต้
 3) ศูนย์ศึกษาความร่วมมือเอเชีย
ในปี 2015 นี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม ACD ซึ่งสถาบันฯ ได้ทำ MOU ความร่วมมือกับกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ที่เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบกรอบ ACD ไว้แล้ว โดยสถาบันฯ จะเข้าไปให้ความร่วมมือก้านวิชาการแก่กระทรวงการต่างประเทศ และนำข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่แก่สาธารณชนเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบACD โดยผ่านทางเว็บไซต์ของสถาบันฯ เป็นการเบื้องต้น

มหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกในประเทศไทย                                                                                         

         สถาบันศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีสมาชิกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี  2539 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 11 มหาวิทยาลัย โดยตั้งอยู่ในกรุงเทพปริมณฑลและกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย  ซึ่งสมาชิกได้เข้าร่วมกิจกรรมกรรมของศูนย์ฯอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านโครงการวิจัย โครงการฝึกอบรม สัมมนาต่างๆ การเข้าร่วมกิจกรรมภายใต้กรอบเอเปคและภายใต้กรอบความร่วมมืออื่นๆ ที่ศูนย์ฯ ดำเนินการ

ลำดับที่

มหาวิทยาลัย

ภาค

จังหวัด

1

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

กลาง

กรุงเทพฯ

2

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลาง

กรุงเทพฯ

3

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

กลาง

กรุงเทพฯ

4

มหาวิทยาลัยศิลปากร

กลาง

กรุงเทพฯ

5

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กลาง

กรุงเทพฯ

6

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

กลาง

นนทบุรี

7

มหาวิทยาลัยบูรพา

ตะวันออก

ชลบุรี

8

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ตะวันออกเฉียงเหนือ

ขอนแก่น

9

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ภาคเหนือตอนบน

เชียงใหม่

10

มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภาคเหนือตอนล่าง

พิษณุโลก

11

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ภาคใต้

สงขลา

  

JoomSpirit