ทรัมป์หั่นงบช่วยต่างชาติ - UN ส่งสัญญาณลดยุ่งเกี่ยวกิจการโลก

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เสนอตัดลดการใช้จ่ายด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ เงินช่วยเหลือต่างประเทศ และพิทักษ์สิ่งแวดล้อมลงฮวบฮาบในวันพฤหัสบดี (16 มี.ค.) ในร่างพิมพ์เขียวงบประมาณที่มุ่งเน้นด้านความมั่นคงเป็นหลัก แต่อาจประสบปัญหาในความพยายามผลักดันผ่านสภาคองเกรส
       
       ผู้นำจากรีพับลิกันรายนี้ดำเนินการตามที่เคยสัญญาระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง ด้วยการเสนอตัดลดเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ หลายสิบโครงการ อย่างเช่นทีวีสาธารณะ และโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (โลกร้อน) แต่ขณะเดียวกันก็หันไปเพิ่มงบประมาณแก่เพนตากอนอีก 52,000 ล้านดอลลาร์
       
       ในคำนำของข้อเสนองบประมาณ ทรัมป์บรรยายมันว่าเป็นงบประมาณที่กำหนดให้ "อเมริกาต้องมาก่อน" และวางความปลอดภัยและความมั่นคงเป็นเป้าหมายลำดับหนึ่ง เพราะว่าหากปราศจากความปลอดภัยแล้ว ก็คงไม่มีความเจริญรุ่งเรือง
       
       กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมคือผู้แพ้รายใหญ่ในข้อเสนอดังกล่าว ด้วยถูกหั่นงบประมาณลงราว 1 ใน 3 ซึ่งก่อลางสังหรณ์ว่าจะมีการปรับลดเงินช่วยเหลือต่างประเทศและเงินสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติลงอย่างมาก ที่จะส่งผลกระทบแบบโดมิโนไปทั่วโลก
       
       งบประมาณด้านศิลปะและมนุษยศาสตร์จะถูกตัดทอนลงเช่นกัน ส่วนเงินสนับสนุนแก่สถาบันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยด้านชีวการแพทย์ จะถูกปรับลดลงเกือบ 6,000 ล้านดอลลาร์
       
       เพนตากอนจะเป็นผู้ชนะหลักหากข้อเสนองบประมาณของทรัมป์ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ด้วยได้งบเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ในงบประมาณกลาโหมที่ปัจจุบันก็สูงที่สุดในโลกอยู่แล้ว ถึงขนาดนำเอางบกลาโหมของ 7 ประเทศซึ่งอันดับรองลงมาบวกกันเข้าก็ยังน้อยกว่าของสหรัฐฯ อยู่ดี
       
       ในร่างงบประมาณดังกล่าวยังมีการจัดสรรงบประมาณราว 4,000 ล้านดอลลาร์สำหรับปีนี้และปีหน้า เพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐฯ กับเม็กซิโก ขณะที่ทรัมป์อ้างมาตลอดว่าเม็กซิโกจะเป็นคนจ่ายค่ากำแพง ซึ่งประมาณการกันว่าน่าจะใช้เงินขั้นต่ำถึง 15,000 ล้านดอลลาร์
       
       เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวระหว่างเยือนโตเกียว เผยว่า เขาเต็มใจยอมรับความท้าทายของทรัมป์ในการกระชับงบประมาณ
       
       ร่างงบประมาณนี้อาจถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงทั่วโลกว่าสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์จะเข้าไปพัวพันในเรื่องระหว่างประเทศน้อยลง และจะวาง "อเมริกามาเป็นลำดับแรก"
       พวกคณะทูตและอดีตเจ้าหน้าที่ด้านกลาโหมบางส่วนเคยเตือนว่าการลดงบประมาณในขอบเขตต่างๆ อย่างเช่นสนับสนุนประชาธิปไตยและเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รังแต่จะสร้างปัญหามากขึ้น "มีวิกฤตมากมายซึ่งประเทศของเราต้องเผชิญ ที่ไม่อาจใช้การทหารแก้ปัญหาเพียงลำพัง" พวกคณะนายทหารระดับสูงปลดเกษียณมากกว่า 120 นายร่วมลงนามในหนังสือเตือน
       
       ในหนังสือเตือนได้อ้างคำกล่าวของ จิม แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมคนปัจจุบัน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยพูดว่า "หากคุณไม่ทุ่มงบประมาณแก่กระทรวงการต่างประเทศอย่างเต็มพิกัด เมื่อนั้นผมก็จำเป็นต้องซื้อกระสุนเพิ่ม"
       
       สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานทางอากาศ น้ำ และอื่นๆ ก็ถูกหั่นงบประมาณลงอย่างมาก ซึ่งเป็นไปตามคำสัญญาของทรัมป์ที่จะผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ
       
       เมื่อวันพุธ (15 มี.ค.) ทรัมป์เดินทางไปยังดีทรอยต์ บ้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ และประกาศว่าเขาจะตรึงเป้าหมายจำกัดมลพิษในยานพาหนะไว้ตามเดิม
       
       อย่างไรก็ตาม แผนของทรัมป์ถูกโจมตีจากเหล่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเดโมแครตอย่างดุเดือด "มันจะบังคับปรับลดงบประมาณของโปรแกรมและหน่วยงานต่างๆ ที่ช่วยให้อเมริกาปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยทางอากาศ ความปลอดภัยด้านการใช้ยา" จอห์น ยาร์มุท ส.ส.จากเคนทักกีกล่าว

ข้อมูลจาก :  MGR Online วันที่ 17 มี.ค. 60 ,07:12 น.

 

JoomSpirit