การเมืองโลกระอุหนัก

294สหรัฐกดดันจีนกรณีเกาหลีเหนือ ด้านรัสเซียโต้สหรัฐไล่ทูตกลับ กระทบสานสัมพันธ์ทรัมป์

 
สถานการณ์การเมืองโลกทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น หลัง นิกกี ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวว่าสหรัฐจะไม่เรียกร้องการดำเนินการจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) หลังเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า สำหรับสหรัฐนั้นการพูดคุยประเด็นเกาหลีเหนือจบลงแล้ว พร้อมกดดันให้จีนตัดสินใจเกี่ยวกับการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ
 
"เกาหลีเหนือละเมิดมติของยูเอ็นเอสซีมาแล้วหลายครั้ง แต่กลับรอดพ้นจากการลงโทษ" ฮาลีย์ กล่าว และระบุว่า ถึงเวลาที่จีนต้องตัดสินใจว่าจะสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือที่รุนแรงยิ่งขึ้นหรือไม่
 
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์ทวิตเตอร์แสดงความผิดหวังอย่างมากต่อจีนกรณีเกาหลีเหนือ โดยระบุว่า ปัญหาดังกล่าวจะไม่บานปลายหากจีนและทุกฝ่ายร่วมมือแก้ไข โดยหลังทรัมป์โพสต์ดังกล่าว จีนออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจต่อ คำวิจารณ์ของทรัมป์ พร้อมระบุให้ สหรัฐแยกแยะประเด็นการค้าออกจากการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
 
นอกจากประเด็นเกาหลีเหนือแล้ว สหรัฐยังเผชิญแรงกดดันจากความ ไม่ลงรอยรอบใหม่กับรัสเซีย โดยประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เปิดเผยว่า สหรัฐจะต้องลดจำนวนเจ้าหน้าที่การทูตออกจากรัสเซีย 775 คน จากทั้งหมดมากกว่า 1,000 คน และอาจใช้มาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อตอบโต้กรณีที่รัฐสภาสหรัฐลงมติผ่านกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ ส่งผลให้ทรัมป์ยากที่จะผลักดันนโยบายฟื้นสัมพันธ์กับรัสเซียได้สำเร็จ
 
ทั้งนี้ ความตึงเครียดด้านการเมืองโลกเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าและเคลื่อนไหวอยู่ที่ใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง เมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร และยังอ่อนค่าเทียบกับค่าเงินเยนมากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
 
นิซาม ไอดริส หัวหน้านักกลยุทธ์ค่าเงินและตราสารหนี้ของธนาคารแมคควอรีในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ค่าเงินดอลลาร์ได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นหดตัวต่อรัฐบาลทรัมป์ และความตึงเครียดทางการเมือง แม้จะได้รับปัจจัยเสริมจากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.6% ในไตรมาส 2 และเติบโตขึ้นจากไตรมาสแรกที่ 1.2% โดยเป็นผลจากการบริโภคฟื้นตัว 
 
ข้อมูลจาก...โพสต์ทูเดย์
JoomSpirit