นาโตร่วมขบวนสหรัฐฯ-อียู ขับนักการทูตรัสเซียเพิ่ม

 BBC Thai 29032561 Meeting

องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต มีคำสั่งขับนักการทูตรัสเซีย 7 รายที่ประจำอยู่ในสำนักงานใหญ่ที่กรุงบรัสเซลล์ของเบลเยียมกลับประเทศ หลังจากในช่วง 2 วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรรวมทั้งสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู ได้สั่งขับนักการทูตรัสเซียในประเทศของตนแล้วกว่า 140 ราย เพื่อตอบโต้กรณีที่เชื่อว่ารัสเซียลอบวางยาพิษอดีตสายลับในสหราชอาณาจักร

นายเยนส์ สโตลเตนแบร์ก เลขาธิการองค์การนาโตระบุว่า คำสั่งขับทูตในครั้งนี้จะทำให้รัสเซียมีความสามารถในการสืบข่าวกรองได้ลดลง ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงทางการรัสเซียให้ได้ทราบว่า พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของตนนั้นมีต้นทุนที่จะต้องจ่ายและมีผลตอบสนองตามมา โดยนอกจากนาโตจะสั่งขับนักการทูตรัสเซียที่ปฏิบัติงานอยู่ 7 รายแล้ว ยังสั่งระงับให้การรับรองนักการทูตรัสเซียอีก 3 ราย ที่กำลังจะเดินทางมาประจำที่กรุงบรัสเซลล์ด้วย

คำสั่งขับนักการทูตในครั้งนี้ จะทำให้สมาชิกของคณะทูตรัสเซียประจำสำนักงานใหญ่องค์การนาโตลดจำนวนลงจาก 30 คนเหลือเพียง 20 คน โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2015 เคยมีเหตุที่นาโตขับนักการทูตรัสเซียครั้งใหญ่ถึง 30 คนมาแล้ว หลังการผนวกดินแดนไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย

ขณะนี้มี 27 ประเทศรวมทั้งสหราชอาณาจักร ที่ได้สั่งขับนักการทูตรัสเซียในประเทศของตน หลังจากที่นายเซอร์เก สกริปาล อดีตสายลับแปรพักตร์ของรัสเซียซึ่งปัจจุบันเป็นพลเมืองอังกฤษ และนางสาวยูเลีย บุตรสาวของเขาถูกลอบทำร้ายด้วยสารพิษทำลายประสาทที่เมืองซอลส์บรีของสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลายชาติรวมทั้งสหรัฐฯ มองว่า เป็นการกระทำของรัฐบาลรัสเซียที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียแถลงตอบโต้ว่า สหรัฐฯได้กดดันให้ชาติต่าง ๆ ร่วมกันขับนักการทูตของตน ทั้งที่บางประเทศไม่เต็มใจและได้แจ้งขอโทษมายังรัสเซียแล้ว ถือได้ว่าการกระทำของสหรัฐฯครั้งนี้เป็น "การบีบบังคับข่มขู่ครั้งมโหฬาร" ที่สหรัฐฯ ใช้เป็นเครื่องมือเดินเกมการเมืองบนเวทีโลก ทั้งยังแสดงให้เห็นว่ามี "ชาติที่เป็นอิสระ" เหลืออยู่เพียงไม่กี่ประเทศในภูมิภาคยุโรปและในโลกยุคใหม่

มีรายงานว่าขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย ได้ร่างและรวบรวมมาตรการตอบโต้ที่เป็นไปได้ นำขึ้นเสนอให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน พิจารณาแล้ว

ก่อนหน้านี้รัสเซียปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุวางยาพิษอดีตสายลับ ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การก่อเหตุโจมตีในดินแดนสหราชอาณาจักรนั้นเท่ากับเป็นการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐฯ ทั้งยังทำให้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนต้องตกอยู่ในความเสี่ยง เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี

ข้อมูลและภาพจาก BBC ไทย วันที่ 28 มีนาคม 2561

JoomSpirit