ปาเลสไตน์ชี้สหรัฐใช้สิทธิวีโต้มติ UNSC กรณีเยรูซาเลมเป็นการแยกตัวจากประชาคมโลก

 RYT9 21122560 Meeting

สมาชิกส่วนใหญ่ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเห็นชอบต่อญัตติที่เสนอโดยอียิปต์ที่ต้องการให้มีการเพิกถอนการรับรองของสหรัฐที่ระบุว่าเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล แต่สหรัฐได้ใช้สิทธิวีโต้ต่อมติดังกล่าว ขณะที่อีก 14
ชาติต่างลงมติเห็นชอบต่อญัตติของอียิปต์ นายนาบิล อาบู รูเดเนห์ โฆษกประธานาธิบดีปาเลสไตน์กล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า การที่สหรัฐใช้สิทธิวีโต้มติ UNSCเพิกถอนการรับรองกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอลนั้น "เป็นการกระทำที่ขัดต่อมติของนานาชาติ"นายรูเดเนห์ กล่าวว่า
"การใช้สิทธิวีโต้ของสหรัฐเป็นการละเมิดการตัดสินใจของนานาชาติและมติของ UNSCมันเป็นความลำเอียงเพื่อการยึดครองและรุกรานอย่างเต็มรูปแบบ"
"การใช้สิทธิวีโต้ทำให้สหรัฐแยกตัวออกจากนานาชาติมากขึ้นอีกทั้งยังเป็นการยั่วยุอารมณ์ของประชาคมระหว่างประเทศ"นายรูเดนาห์กล่าว พร้อมเสริมอีกว่า
"เราจะดำเนินการเคลื่อนไหวในองค์การสหประชาชาติ (UN) และหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นๆ ต่อไปเพื่อปกป้องสิทธิ์ให้กับประชาชนของเรา"
ขณะที่ ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ก็ได้ออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่าปาเลสไตน์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ขององค์การสหประชาชาติเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐประกาศรับรองให้กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์
ทรัมป์ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลพร้อมกับเปิดเผยแผนการย้ายสถานทูตสหรัฐจากกรุงเทลอาวีฟไปยังกรุงเยรูซาเลมซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวปาเลสไตน์และประเทศมุสลิมทั่วโลก

ข้อมูลจาก สำนักข่าวอินโฟเควสต์ ภาพจาก India Press วันที่ 19 ธันวาคม 2560

JoomSpirit