สหประชาชาติชี้การปราบปรามของพม่าเป็นแผนขับไล่โรฮิงญาออกจากประเทศ

Manager Online 12102560 Meeting

เอพี - รายงานของสำนักงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ กล่าวว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นต่อชาวมุสลิมโรฮิงญาในพม่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ค่อยๆ ปลูกฝังความหวาดกลัว และความทุกข์ทรมานให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และป้องกันชาวโรฮิงญาเหล่านี้ไม่ให้เดินทางกลับไปยังบ้านของตัวเอง

รายงานที่นำออกเผยแพร่ในวันนี้ (11) มาจากการสัมภาษณ์ชาวโรฮิงญาทั้งเดี่ยว และกลุ่มในช่วงกลางเดือน ก.ย. ซึ่งชาวโรฮิงญามากกว่าครึ่งล้านชีวิตต้องอพยพหลบหนีไปบังกลาเทศในช่วงที่เกิดการปราบปรามทางทหารอย่างหนักในพม่า

การโจมตีที่เกิดกับชาวโรฮิงญาในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐยะไข่ของพม่า โดยกองกำลังรักษาความมั่นคง และกลุ่มม็อบชาวพุทธเป็นการโจมตีที่มีการประสานงานและดำเนินการอย่างเป็นระบบ ด้วยความตั้งใจที่ไม่เพียงแค่ขับไล่ประชากรชาวโรฮิงญาออกไปจากพม่า แต่ยังป้องกันคนกลุ่มนี้ไม่ให้กลับเข้าไปด้วย รายงานระบุ

ผู้ที่ให้สัมภาษณ์บางคนกล่าวว่า ในช่วงก่อนและระหว่างการโจมตี มีการประกาศผ่านลำโพงว่า “โรฮิงญาไม่ได้เป็นคนของที่นี่ ไปบังกลาเทศซะ หากไม่ออกไป เราจะเผาบ้านและฆ่า”

ตามการระบุของนักวิจัยของสหประชาชาติ มาตรการต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อชนกลุ่มน้อยกลุ่มนี้เริ่มขึ้นเกือบหนึ่งเดือนก่อนการโจมตีวันที่ 25 ส.ค. กับด่านตำรวจโดยผู้ก่อการร้ายมุสลิมที่ถูกใช้เป็นข้ออ้างสำหรับสิ่งที่ทหารพม่าเรียกว่า “ปฏิบัติการกวาดล้าง” ในรัฐยะไข่

“ข้อมูลที่เราได้รับชี้ว่า ในช่วงหลายวัน และอาจถึงหนึ่งเดือนก่อนวันที่ 25 ส.ค. กองกำลังรักษาความมั่นคงพม่าได้กำหนดข้อจำกัดการเข้าถึงตลาด คลินิกทางการแพทย์ โรงเรียน และสถานที่ทางศาสนา” คาริน ฟรีดิช ที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะสหประชาชาติในบังกลาเทศ กล่าวแถลงข่าว

“มีรายงานว่า ชายชาวโรฮิงญาอายุ 15-40 ปี ถูกตำรวจพม่าจับกุม และถูกควบคุมตัวโดยไร้ข้อกล่าวหา” คาริน ฟรีดิช กล่าว

ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า การปฏิเสธสิทธิ รวมทั้งสิทธิการเป็นพลเมืองของชาวโรฮิงญาของรัฐบาลพม่า ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของแผนการบังคับโยกย้ายคนจำนวนมากโดยไม่มีโอกาสที่จะกลับมา และยังอธิบายการโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และการเผาหมู่บ้านอย่างกว้างขวางว่าเป็นการล้างชาติพันธุ์

ข้อมูลและภาพจากผู้จัดการออนไลน์ 12 ตุลาคม 2560

JoomSpirit