จับตาการประชุมองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ

โออีซีดีคงตัวเลขคาดการณ์ศก.โลกปีนี้-ปีหน้า

โออซดคงตวเลขคาดการณ ศก.โลกปน-ปหนา  องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ออกรายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในวันนี้ โดยเตือนถึงความอ่อนแอของการบริโภค, การค้าและการลงทุน

Read more...

อินโดนีเซียเปิดประชุมสุดยอดไอโออาร์เอครั้งที่ 20

218อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมในครั้งนี้ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบการจัดตั้งไออาร์โอเอ 20 ปีพอดี โดยเริ่มต้นด้วยการประชุมระหว่างผู้แทนในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ก่อนที่จะมีการประชุมในระดับผู้นำต่อไป ประเทศสมาชิกราว 21 ประเทศจะเข้าร่วมการประชุม และล่าสุดมีผู้นำและผู้แทนจาก 16 ประเทศยืนยันการเข้าร่วมแล้ว
 
นางเร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียกล่าวเปิดประชุมต่อบรรดาผู้แทนจากประเทศสมาชิกที่เข้าร่วม โดยระบุว่า บรรดาผู้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีในครั้งนี้จำเป็นต้องช่วยกันเลือกแผนปฏิบัติการ เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน รวมถึงต้องร่วมกันร่างประกาศจุดยืนป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายและความรุนแรง เพื่อเป็นการสะท้อนพันธสัญญาในการช่วยกันรักษาความสงบและความมีเสถียรภาพในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย.
 
ข้อมูลจาก...สำนักข่าวไทย

"เอดีบี" แนะปรับปรุงสาธารณูปโภค

211"เอดีบี" ชี้ ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย-แปซิฟิก ควรเพิ่มลงทุน 1.7 ล้านล้านดอลล์ เพื่อให้เพียงพอความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน-รองรับการเติบโต
ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี แถลงว่า ประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมถึง 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 57.3 ล้านล้านบาทต่อปี หรือ 26 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 877.5 ล้านล้านบาทไปจนถึงปี 2573 เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและรองรับการเติบโตในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับว่ามากกว่าเดิมสองเท่าจากที่ประเมินไว้เมื่อปี 2552
รายงานของเอดีบีซึ่งครอบคลุม 45 ประเทศระบุว่า แม้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคซึ่งช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความยากจน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน แต่ยังคงมีช่องว่างในระบบโครงสร้างพื้นฐาน ประชาชนกว่า 400 ล้านคนยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ ประชาชน 300 ล้านคนไม่มีน้ำดื่มสะอาด และราว 1,500 ล้านคนปราศจากสุขอนามัยที่ดี ขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคยังไม่มีระบบท่าเรือ รถไฟและเส้นทางถนนที่เหมาะสมในการเชื่อมต่อตลาดภายในประเทศและต่างประเทศให้กว้างขวางมากขึ้น
 
ข้อูลจาก...กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

WHOจี้รัฐบาลสู้12ซูเปอร์บั๊กหวั่นดื้อยาหนัก

212ดับเบิ้ลยูเอชโอเร่งรัฐบาลทั่วโลกพัฒนายาสู้ซูเปอร์บั๊ก 12 ชนิด หวั่นดื้อยาระบาดหนักทำมนุษยชาติเสี่ยง

องค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) ประกาศเตือนให้รัฐบาลทั่วโลกจำเป็นต้องมีนโยบายลงทุนในนวัตกรรมและระบบสาธารณสุข รวมถึงการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ยาชนิดใหม่ เพื่อรับมือกับเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะทุกชนิดหรือซูเปอร์บั๊ก จำนวน 12 ชนิดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากแบคทีเรีย 12 ชนิด ดังกล่าว สามารถส่งต่อลักษณะพันธุกรรมดื้อยา ไปยังแบคทีเรียชนิดอื่นให้กลายเป็นเชื้อดื้อยาได้
"ถ้าเราปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแรงผลักทางตลาดเพียงอย่างเดียว ยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ที่เราต้องการอย่างเร่งด่วนอาจพัฒนาไม่ทันการณ์" มารีน-พอลลี เคียนี ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านระบบสุขภาพและนวัตกรรม ดับเบิ้ลยูเอชโอกล่าว และเรียกร้องให้รัฐบาลให้โบนัสกับเอกชนที่สามารถพัฒนายาดังกล่าวได้
ด้าน เฮเลน โบเชอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมโรคติดเชื้อสหรัฐ (ไอดีเอสเอ) ระบุว่า มาตรการที่รัฐช่วยได้อาจเป็นการให้ผลประโยชน์ทางภาษีกับบริษัทที่มีการพัฒนายาต่อกรกับโรคดื้อยา
ทั้งนี้ รายชื่อซูเปอร์บั๊ก 12 ชนิด แบ่งเป็น 3 ระดับ ตามความเร่งด่วนที่ต้องรับมือ คือ ระดับวิกฤต ระดับสูง และ ระดับกลาง โดยในระดับวิกฤตนั้นมีแบคทีเรีย 3 ชนิด ซึ่งทำให้ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตได้เนื่องจากก่อให้เกิดการติดเชื้ออย่างโรคปอดอักเสบและภาวะโลหิตเป็นพิษ รวมถึงสามารถพบเห็นได้ตามสถานพยาบาล ขณะที่เชื้อระดับสูงและกลางอาจไม่ทำให้เสียชีวิต แต่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป เช่น โรคหนองใน และอาหารเป็นพิษ
 
ข้อมูลจาก...โพสต์ทูเดย์

อาเซียน กังวล เรื่องจีนนำระบบอาวุธไปติดตั้งในทะเลจีนใต้

208เปอร์เฟ็กโต ยาซาย รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ระบุว่า บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ต่างมีความกังวลร่วมกันในเรื่องที่จีนเข้าไปแปรสภาพที่ดิน และส่งอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปประจำการบนหมู่เกาะเทียม
       
       ยาซาย ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า “สถานการณ์” ใดที่สร้างความกังวลต่ออาเซียน แต่ย้ำว่าทางกลุ่มหวังให้จีนและสหรัฐฯ ร่วมกันปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
       
       “ทุกชาติในอาเซียนต่างมีความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค” ยาซาย แถลงต่อสื่อมวลชนระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนแบบไม่เป็นทางการที่เกาะบอราคาย
       
       ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ ฟิลิปปินส์จะได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกลุ่ม ซึ่งบางครั้งชาติมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐฯ ก็จะส่งผู้แทนเข้าร่วมด้วย
       
       ในส่วนของเกาะเทียมที่จีนสร้างขึ้นนั้น ยาซาย ชี้ว่ารัฐมนตรีอาเซียน “รับทราบเรื่องที่จีนส่งระบบอาวุธเข้าไปติดตั้งด้วยความไม่สบายใจอย่างยิ่ง”
       
       ข้อพิพาทการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มเป็นกังวลว่าทะเลจีนใต้อาจกลายเป็นจุดปะทุ (flashpoint) ที่นำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างสองมหาอำนาจซึ่งหลายประเทศในอาเซียนต่างก็พึ่งพาอาศัยอยู่
       
       จีนอ้างอธิปไตยเหนือน่านน้ำส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าทางเรือที่มีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และเวียดนาม ก็อ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกับจีนอยู่
       
       ปฏิบัติการซ้อมรบของจีนที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงเข้าร่วมด้วยเพิ่งจะรูดม่านปิดฉากไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17) หลังจากนั้นเพียงวันเดียว กองทัพเรือสหรัฐฯก็แถลงว่า หมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของอเมริกาได้เริ่มต้นภารกิจลาดตระเวนในทะเลจีนใต้แล้ว
       
       ก่อนหน้านั้น 3 วัน ปักกิ่งได้ออกมาเตือนให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ล้มเลิกแผนลาดตระเวนเสีย หลังจากที่เคยเกิดกรณีเครื่องบิน P-3 ของสหรัฐฯ กับอากาศยานทหารของจีนบินเฉียดกันในระยะอันตรายเหนือทะเลจีนใต้เมื่อต้นเดือนนี้
       
       ยาซาย ชี้ว่า อาเซียนตระหนักดีว่านโยบายของประธานาธิบดี ทรัมป์ ยังอยู่ในช่วง “ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ” แต่หวังว่าสหรัฐฯ จะประกาศจุดยืนที่ “หนักแน่นและชัดเจน” ภายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะในเรื่องจีน
       
       รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ย้ำว่า การกำหนดระเบียบปฏิบัติทางทะเลร่วมระหว่างจีนและอาเซียนควรเสร็จสิ้นภายในเดือน มิ.ย. ซึ่งปักกิ่งก็ดูเหมือนจะต้องการให้เรื่องนี้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว และทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันทำให้ระเบียบปฏิบัตินี้ “มีผลในทางกฎหมาย และสามารถบังคับใช้ได้จริง” 
 
ข้อมูลจาก...MGR Online
JoomSpirit