แถลงการณ์ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐเดือนธ.ค.

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) ว่า ข้อมูลที่ได้รับนับตั้งแต่ที่คณะกรรมการ FOMC ประชุมกันในเดือนก.ย.บ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวปานกลางนับตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ ส่วนการจ้างงานปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอัตราว่างงานปรับตัวลดลง ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนมีการขยายตัวปานกลาง แต่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรยังคงอ่อนแรง

          ส่วนเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นนับตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ แต่ก็ยังอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายระยะยาวของคณะกรรมการ FOMC ที่กำหนดไว้ที่ระดับ 2% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลสะท้อนจากการปรับตัวลงของราคาพลังงานและราคานำเข้าสินค้านอกหมวดพลังงาน ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อนั้น แม้ว่าปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยข้อมูลที่ได้จากการสำรวจการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวบ่งชี้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

          คณะกรรมการ FOMC มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการจ้างงานให้เติบโตอย่างเต็มที่และหนุนราคาให้มีเสถียรภาพ โดยคณะกรรมการ FOMC ประเมินว่า การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวในระดับปานกลาง และจะช่วยให้ตลาดแรงงานแข็งแกร่งขึ้น ส่วนเงินเฟ้อนั้น คาดว่าจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2% ในระยะกลาง เนื่องจากผลกระทบจากการร่วงลงของราคาพลังงานและราคานำเข้าเริ่มลดน้อยลง และตลาดแรงงานยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงในระยะใกล้ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจนั้น อยู่ในระดับค่อนข้างสมดุล ทั้งนี้ คณะกรรมการ FOMC ยังคงจับตาสัญญาณบ่งชี้เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด และจะจับตาความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกต่อไป

          เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (federal funds rate) สู่ระดับ 0.50-0.75% ขณะที่จุดยืนด้านนโยบายการเงินนั้น ยังคงอยู่ในลักษณะผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการปรับตัวดีขึ้นต่อไปของภาวะตลาดแรงงานและการที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสู่ระดับ 2% อีกครั้ง

          ในการตัดสินใจเกี่ยวกับช่วงเวลาและขนาดในการปรับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในอนาคตนั้น ทางคณะกรรมการจะประเมินภาวะเศรษฐกิจทั้งในแง่ของความเป็นจริงและการคาดการณ์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเป้าหมายของการจ้างงานสูงสุดและเงินเฟ้อที่ 2% การประเมินนี้จะพิจารณาข้อมูลในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงมาตรวัดภาวะตลาดแรงงาน ปัจจัยชี้วัดเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและคาดการณ์เงินเฟ้อ และการพิจารณาถึงความคืบหน้าทางการเงินและสถานการณ์ในต่างประเทศ

          การที่เงินเฟ้อในปัจจุบันยังต่ำกว่า 2% คณะกรรมการจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าทั้งในแง่ความเป็นจริงและการคาดการณ์สู่เป้าหมายเงินเฟ้อ คณะกรรมการคาดว่าภาวะทางเศรษฐกิจจะปรับตัวในแนวทางที่จะสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นมีแนวโน้มที่จะยังคงต่ำกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้ในระยะยาวต่อไปสักระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ทิศทางที่แท้จริงของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจ ตามข้อมูลที่กำลังจะมีการเปิดเผยต่อไป

          คณะกรรมการยังคงดำเนินนโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบันต่อไปในการนำเงินต้นที่ได้รับจากการถือครองตราสารหนี้ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (MBS) ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ไปลงทุนใหม่ใน MBS ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และเข้าซื้อพันธบัตรชุดใหม่เมื่อพันธบัตรเดิมครบกำหนดไถ่ถอนในการประมูล โดยคณะกรรมการคาดว่าจะดำเนินการดังกล่าวจนกว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะอยู่ในระดับปกติ นโยบายนี้น่าจะช่วยให้ยังคงมีภาวะทางการเงินที่ผ่อนคลาย โดยที่คณะกรรมการยังคงถือครองหลักทรัพย์ระยะยาวขึ้นเป็นจำนวนมาก

          กรรมการเฟดผู้ที่ออกเสียงสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินของ FOMC ได้แก่ เจเน็ต แอล. เยลเลน ประธานเฟด, วิลเลียม ซี. ดัดลีย์ รองประธานเฟด, ลาเอล เบรนาร์ด, เจมส์ บูลลาร์ด, สแตนลีย์ ฟิสเชอร์, เอสเธอร์ แอล. จอร์จ, ลอเร็ตตา เจ. เมสเตอร์, เจอโรม เอช. เพาเวล, เอริค โรเซนเกรน และดาเนียล เค. ทารุลโล

ข้อมูลจาก : ข่าวเศรษฐกิจ สำนักนักข่าวอินโฟเควสท์ วันที่ 15 ธ.ค. 59 , 08:38 น.

 

 

 

JoomSpirit