จับกระแสเศรษฐกิจ 2559

เศรษฐกิจยูโรโซนไตรมาส 3โต 0.3%

120  สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตทเปิดเผยว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนไม่เปลี่ยนแปลงในไตรมาส 3 จากไตรมาส 2 ตามคาด และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค.เนื่องจากราคาพลังงานปรับตัวลงน้อยลง 

Read more...

"นิวซีแลนด์" แชมป์ Doing Business 2017

139"เวิลด์แบงก์" เผยรายงานวิจัย "Doing Business 2017 : โอกาสที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคน" พบว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม ปฏิรูปกฎหมาย เพื่อเอื้อต่อความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ โดยจากจำนวน 190 ประเทศ "ไทย" ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 46 จาก 49 เมื่อปีที่แล้ว และมี 4 ประเทศในภูมิภาคที่ติด 10 อันดับแรกของโลก 
 
โดยอันดับ 1 เป็นของ "นิวซีแลนด์" อันดับ 2 "สิงคโปร์" อันดับ 4 ฮ่องกง และอันดับ 5 เกาหลีใต้ ส่วนอีก 6 ประเทศที่ติด 10 อันดับแรก คือ เดนมาร์ก นอร์เวย์ อังกฤษ อเมริกา สวีเดน และประเทศมาซิโดเนีย 
 
ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ได้อันดับ 1 เนื่องจากได้อันดับ 1 ในหลายตัวชี้วัด ได้แก่ ความสะดวกในการเริ่มทำธุรกิจ การขออนุมัติการก่อสร้าง การจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ การเข้าถึงข้อมูลสินเชื่อ และการปกป้องผู้ลงทุนในประเทศ
 
"ฮูริยา โอลกู" นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารโลก เปิดเผยว่า โดยเฉลี่ยแต่ละประเทศทั่วโลกจะมีการปฏิรูป 2.3 เรื่อง โดยนับตั้งแต่ปี 2548 ที่มีการทำวิจัยพบว่า แต่ละประเทศได้ปรับมาตรการที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี เห็นได้จากทุกวันนี้ที่ระยะเวลาการขอจัดตั้งธุรกิจสั้นลง แทบทุกประเทศทั่วโลกสามารถขอได้ภายใน 20 วัน
 
โดยรายงานระบุว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมากกว่า 2 ใน 3 จากทั้งหมด 25 ประเทศ ได้ดำเนินการปฏิรูป 45 เรื่องในปีที่ผ่านมา ทำให้การประกอบธุรกิจมีความสะดวก รวดเร็ว และได้ประโยชน์มากขึ้นจากปีก่อน และคะแนนเฉลี่ยรวมทั้งภูมิภาคเหนือค่ากลางของคะแนนโลก โดยเรื่องที่ประเทศในภูมิภาคนี้เน้นปฏิรูป คือ การเข้าถึงข้อมูลด้านสินเชื่อ และระบบการจ่ายภาษี
 
ทั้งนี้ ประเทศที่มีการปฏิรูปด้านต่าง ๆ มากที่สุดในภูมิภาค ได้แก่ อินโดนีเซีย ปฏิรูป 7 เรื่องที่ช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจง่ายขึ้นด้วยการลดเงินทุนขั้นต่ำสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี และส่งเสริมให้มีการจองชื่อบริษัทผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ปัจจุบันการเริ่มต้นทำธุรกิจในจาการ์ตาใช้เวลาเพียง 22 วัน ทำให้อินโดนีเซียขยับขึ้นถึง 16 อันดับ มาอยู่อันดับที่ 91 และบรูไนปฏิรูป 6 เรื่อง ทำให้การขอใช้ไฟฟ้ารวดเร็วขึ้น รวมถึงการจ่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้อันดับกระโดดขึ้นมาถึง 25 อันดับ อยู่ในอันดับที่ 72
 
และปีนี้เป็นครั้งแรกที่ "Doing Business" ได้เพิ่มตัวชี้วัด ความเสมอภาคทางเพศโดยศึกษาว่าเพศชายและหญิงได้รับการปฏิบัติแตกต่างกันหรือไม่ในการทำธุรกิจ การขอใบอนุญาตหรือการเปิด
 
บัญชีธนาคาร ซึ่งพบว่าในภูมิภาคนี้บางประเทศที่มีข้อจำกัดทางเพศ คือ มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งตัวชี้วัดนี้ทำให้คะแนนมาเลเซียตกลงมา 1 อันดับ มาอยู่ในอันดับ 23 เพราะมาเลเซียยังคงมีขั้นตอนทางกฎหมายเพิ่มเติมสำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วในเรื่องการเริ่มต้นและการทำธุรกิจ
 
สำหรับประเทศไทยที่ผ่านมาได้ปฏิรูป 3 ด้าน ได้แก่ การช่วยเหลือการเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยสะดวกขึ้นด้วยระบบการชำระค่าบริการใบอนุญาตต่าง ๆ แบบวันสต็อปเซอร์วิส การลดระยะเวลาในการขอตราประทับบริษัท การปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านสินเชื่อ การแก้กฎหมายล้มละลายที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น และการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการชำระบัญชีบริษัท ทำให้ประเทศไทยคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 71.65 คะแนนปีที่แล้ว เป็น 72.53 คะแนนในปีนี้ 
 
"ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์" เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวว่า ตอนนี้รัฐเองก็พยายามปลดล็อกและลดภาระเอกชน โดยปัญหาที่ยังคงมีอยู่คือการขออนุมัติก่อสร้างล่าช้า และการขอใช้น้ำและไฟฟ้าที่มีหลายขั้นตอน การชำระภาษีหลายครั้งเพราะมีภาษีหลายประเภท รวมทั้งปัญหาการขอคืนภาษีโดยรัฐบาลก็ไม่นิ่งนอนใจ และพยายามรวมระบบไว้ในระบบออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวก โดยจะเริ่มจากการปรับเปลี่ยนแบบฟอร์มการยื่นขอที่ปัจจุบันแยกตามองค์กรให้เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด
 
นอกจากนี้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ มีเป้าหมายจะผลักดันให้ประเทศไทยขึ้นมาอยู่อันดับ 30-39 ในปีหน้า พร้อมตั้งเป้าขึ้นมาแทนมาเลเซียในฐานะประเทศอันดับ 2 ที่มีความสะดวกในการเริ่มต้นการประกอบธุรกิจของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปัจจุบันไทยอยู่อันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย
 
ข้อมูลจาก...ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

PBOC ชี้เงินหยวนไม่อ่อนค่าลงแล้วหลังนิวโลว์

PBOC ชเงนหยวนไมออนคาลงแลวหลงนวโลว รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ระบุไม่มีเหตุผลที่จะทำให้เงินหยวนอ่อนค่าลงต่อไป ขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินจีนโดยรวมคงน่าจะมีเสถียรภาพ

Read more...

ไทยติดอันดับ 46 ของโลกเรื่อง 'ความสะดวกทำธุรกิจ'

133ไทยติดอันดับ 46 จาก 190 ประเทศที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจมากสุด "เวิลด์แบงก์" แนะเร่งปฏิรูป ด้าน "สมคิด" พอใจ เตรียมถกสัปดาห์หน้าแก้จุดอ่อน
 
ธนาคารโลก (World Bank) รายงานผลการวิจัยประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ (Doing Business 2017) ซึ่งเป็นการสำรวจความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศสมาชิกของธนาคารโลกจำนวน 190 ประเทศ ปรากฏว่าไทยขยับจัดอันดับอยู่ที่ 46 จากปีก่อนอยู่ที่อันดับ 49 ปรับดีขึ้น3อันดับ 
 
ประเทศไทยได้คะแนนรวมทุกด้านรวม 72.53 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ได้คะแนน 71.65 คะแนน ถือว่ามีคะแนนขยับเข้าใกล้กลุ่มประเทศที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจมากที่สุดซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (OECD) 
 
รายงานระบุว่า ประเทศไทยมีผลการจัดอันดับดีขึ้นใน 5 ด้าน คือ ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ จากอันดับที่ 96 ขึ้นมาอยู่ที่ 78 ด้านการได้รับสินเชื่อจากอันดับที่ 97 อยู่ที่อันดับ 82 ด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนจากอันดับที่ 36 มาอยู่ที่ 27 ด้านการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลงจากอันดับที่ 57 มาอยู่ที่ 51 และด้านการแก้ไขปัญหาล้มละลายจากอันดับที่ 49 มาอยู่ที่ 23 
 
นายอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่าไทยสามารถปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ดียิ่งขึ้นได้ ด้วยการให้ความสำคัญกับการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้ดีขึ้น 
 
นอกจากนี้ การดำเนินการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ การพัฒนาแรงงานให้มีทักษะผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพ รวมถึงการส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ ยังจะช่วยให้คนไทยมีงานทำและเป็นงานที่ดีขึ้นด้วย 
 
ข้อมูลจาก...กรุงเทพธุรกิจ

ต่างประเทศ เอไอไอบีจัดประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติครั้งที่ 1

132ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (เอไอไอบี) จัดประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติครั้งแรก โดยมีการหารือกันในหลายประเด็น อาทิ การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว
 
เอไอไอบีแถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย อดีตข้าราชการและเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ ได้หารือสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของธนาคาร ความจำเป็นในการผลักดันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวให้เป็นวาระระดับโลก และความสำคัญในการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น นายจิน ลี่ฉวิน ประธานเอไอไอบีกล่าวปิดการประชุมว่า คำแนะนำของคณะกรรมการจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาของธนาคารในอนาคต และเขาไม่เห็นเหตุจำเป็นที่จะต้องร้องขอให้ตัวแทนจากส่วนอื่นๆมาช่วยทำให้ธนาคารที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาเป็นที่รู้จักในประชาคมโลกมากขึ้น
 
เอไอไอบีเป็นสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการให้ความสนับสนุนด้านการเงินสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคเอเชีย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ธนาคารแห่งนี้มีจีนเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดในการก่อตั้งและได้รับแรงสนับสนุนจากหลายประเทศ
 
ข้อมูลจาก... สำนักข่าวไทย
JoomSpirit