จับกระแสเศรษฐกิจ 2559

เศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาส 3 โตร้อยละ 0.5

158รัฐบาลญี่ปุ่นรายงานวันนี้ว่า เศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวร้อยละ 0.5 จากไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.2 โดยมีการส่งออกเป็นปัจจัยช่วยทดแทนการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัว
 
 
สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเผยว่า เมื่อเทียบต่อปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เดือนกรกฎาคม-กันยายน ขยายตัวร้อยละ 2.2 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.8 ทั้งนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ยังไม่นิ่งกลายเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาล เพราะบรรดานักเศรษฐศาสตร์เชื่อมากขึ้นว่านายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะจะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืนภายใต้นโยบายเอเบะโนมิกส์ ซึ่งเป็นนโยบายการใช้จ่ายงบประมาณดันราคาหุ้นให้สูงขึ้นและกดเงินเยนให้อ่อนค่าลงเพื่อช่วยภาคส่งออก
 
นายโคเฮอิ อิวะฮาร่า นักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทหลักทรัพย์นาทิซีสกล่าวว่า จีดีพีไตรมาส 3 ที่เติบโตเหนือความคาดหมายน่าจะช่วยให้บรรดาผู้กำหนดนโยบายในญี่ปุ่นรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่ทั้งหมดเป็นผลจากการส่งออกขยายตัว โดยเฉพาะการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศยูโรโซน จึงอาจจะเป็นการเติบโตเพียงแค่ครั้งเดียว และคาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาชะลอตัวอีกครั้งในไตรมาส 4 จากปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ ขณะที่ค่าเงินเยนอาจจะได้รับผลบวกในระยะสั้นจากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐวิจารณ์การคงดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด แต่ในระยะยาวแล้วนโยบายปกป้องทางการค้าของสหรัฐจะเป็นปัจจัยลบต่อญี่ปุ่น ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นช่วงเช้าวันนี้ร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนโดยซื้อขายที่ 107.28 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ.-
 
ข้อมูลจาก...สำนักข่าวไทย

นายกฯอังกฤษจะปูทางเอฟทีเอกับอินเดียหลังเบร็กซิท

150นายกรัฐมนตรี'เทเรซา เมย์' เตรียมใช้โอกาสเยือนอินเดียเป็นทางการครั้งแรกปูทางเรื่องทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับอินเดีย หลังออกจากสหภาพยุโรป (อียู)
 
 
นายกรัฐมนตรีเมย์เยือนอินเดียเป็นประเทศแรกนอกยุโรปตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือน ก.ค. หลังการลงประชามติออกจากอียู หรือเบร็กซิทโดยนำคณะนักธุรกิจเดินทางถึงเมื่อวันอาทิตย์ (6 พ.ย.) และจะไปเยือนเมืองบังกาลอร์ ศูนย์กลางเทคโนโลยีทางตอนใต้ของอินเดียในวันอังคาร (8 พ.ย.)
 
ผู้นำอังกฤษกล่าวก่อนเดินทางออกจากอังกฤษว่า จะถือโอกาสเยือนอินเดียครั้งนี้ในการลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ และเปิดทางสู่การทำข้อตกลงเอฟทีเอโดยเร็วที่สุดหลังจากออกจากอียูแล้ว ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นหลังปี 2562
 
ส่วนประเด็นระบบวีซ่ากับอินเดีย นายกรัฐมนตรีเมย์ยืนยันหลังเดินทางถึงอินเดียว่า อังกฤษมีระบบวีซ่าที่ดีกับอินเดียอยู่แล้ว แม้สื่อท้องถิ่นอินเดียจะเรียกร้องให้รัฐบาลเน้นเรื่องคนเข้าเมืองในการเจรจากับอังกฤษ โดยเฉพาะเรื่องอังกฤษจำกัดวีซ่านักศึกษาอินเดียที่ต้องการพำนักต่อหลังสำเร็จการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยที่ส่งผลให้นักศึกษาอินเดียไปเรียนต่อลดลงถึงครึ่งหนึ่งก็ตาม
 
เจ้าหน้าที่อังกฤษเผยว่า นายกรัฐมนตรีเมย์ให้ความสำคัญกับอินเดียเป็นอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจอินเดียขยายตัวถึง 7% สูงกว่าประเทศเศรษฐกิจใหญ่ทุกประเทศ ขณะที่จำนวนประชากรอินเดียมีแนวโน้มจะมากกว่าจีนภายในหนึ่งทศวรรษ
 
ข้อมูลจาก...กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

แบงก์ชาติอังกฤษเลิกส่งสัญญาณผ่อนคลายการเงิน

147ประกาศชัดนโยบายเป็นได้ทั้ง 2 ทิศทาง
 
 
ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ยกเลิกการส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินในการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ โดยนายมาร์ก คาร์นีย์ ผู้ว่าการบีโออี กล่าวว่า ขณะนี้ นโยบายการเงินอาจปรับเปลี่ยนได้ทั้ง 2 ทิศทาง
 
นอกจากนี้ บีโออียังได้ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อในวันนี้ หลังปอนด์ได้ดิ่งลงจากการทำประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท)
 
ทั้งนี้ บีโออีปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอังกฤษในปีนี้ สู่ระดับ 2.2% เพิ่มขึ้น 0.2% จากการประเมินในเดือนส.ค. และปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีของปี 2017 สู่ระดับ 1.4% เพิ่มขึ้น 0.6% จากการประเมินในเดือนส.ค. โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของครัวเรือน และตลาดที่อยู่อาศัยที่ฟื้นตัว
 
อย่างไรก็ดี บีโออี ได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีในปี 2561 สู่ระดับ 1.5% จากเดิมที่คาดไว้ที่ระดับ 1.8% และปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยต่อคาดการณ์จีดีพีในปี 2562 สู่ระดับ 1.6%และยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษในปี 2560 สู่ระดับ 2.7% เพิ่มขึ้น 0.7% จากการประเมินในเดือนส.ค. โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของปอนด์ หลังการทำประชามติเบร็กซิท
 
บีโออี ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับสูงสุดที่ 2.7% ก่อนที่จะอ่อนตัวลงสู่ 2.5% ในปลายปี 2019 และเข้าใกล้ 2.0% ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายของบีโออี ในปี 2563
 
เมื่อวานนี้ บีโออี มีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 เสียง ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน
 
ขณะเดียวกัน บีโออี ยังได้ประกาศคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่ระดับ 4.35 แสนล้านปอนด์ และคงวงเงินซื้อหุ้นกู้ในภาคเอกชนที่ระดับ 1 หมื่นล้านปอนด์
 
ข้อมูลจาก...กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

จีนคงการเติบโต-เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ

148นายกรัฐมนตรีจีนเผยรัฐบาลเตรียมคงการเติบโตและเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ และจีนหวังเอาชนะความยากลำบากในปัจจุบันให้ได้
 
 
นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า รัฐบาลจีนจะคงการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันเอาไว้ เพื่อเสริมสร้างการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในฝั่งการผลิตสินค้าป้อนสู่ตลาด ขณะเดียวกันการเพิ่มความต้องการก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้ ส่วนการปรับโครงสร้างและการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจก็จะสร้างพื้นที่ใหม่ๆ ต่อการเติบโตเช่นกัน
 
ขณะนี้จีนกำลังปรับสมดุลทางเศรษฐกิจของตัวเองเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการชะลอตัวของการเติบโตที่เกิดขั้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่รัฐบาลกลับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไม่ได้ อย่างเช่น ราคาที่พักอาศัยและระดับหนี้สินที่พุ่งขึ้น
 
ข้อมูลที่เผยเมื่อเดือนที่แล้ว ชี้ว่า เศรษฐกิจจีนเติบโต 6.7% ในไตรมาส 3 ปีนี้ คงที่จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และกระแสนิยมอสังหาริมทรัพย์ ที่ชดเชยการส่งออกที่อ่อนแออย่างหนัก
 
นายหลี่ กล่าวต่ออีกว่า จีนมีความมั่นใจอย่างมากในการรักษาระดับการเติบโตปานกลางค่อนไปทางสูง จีนยังได้ทำตามนโยบายการคลังเชิงรุกและนโยบายการเงินที่น่าเชื่อถืออย่างสัมพันธ์กัน ทั้งยังนำวิธีการควบคุมเศรษฐกิจจุลภาคใหม่มาใช้ ขณะเดียวกันก็ได้ใช้วิะีการที่เน้นตลาดและยึดตามกฎระเบียบมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงลงด้วย
 
นายกรัฐมนตรีจีน เสริมว่า บริษัททั่วโลกต่างได้รับประโยชน์จากโอกาสที่เกิดจากตลาดจีนที่เปิดกว้างมากขึ้นด้วย
 
อย่างไรก็ตาม ความเห็นของเขามีขึ้นทามกลางการวิจารณ์ที่หนาหูขึ้นจากนักลงทุนตะวันตกหลายรายที่ชี้ว่า ตลาดจีนเข้าถึงได้อย่งจำกัด
 
ข้อมูลจาก...กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

แถลงการณ์ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐเดือนพ.ย.

116  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ (2 พ.ย.) ว่าข้อมูลที่ได้รับนับตั้งแต่ที่คณะกรรมการ FOMC ตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง และการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้กระเตื้องขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปีนี้ที่มีการปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย

Read more...

JoomSpirit