ความร่วมมือระหว่างไทยกับ OSCE

        OSCE พัฒนามาจากการประชุมว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Conference on Security and Cooperation in Europe – CSCE) ซึ่ง CSCE มิได้เป็นองค์การระหว่างประเทศตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เป็นการประชุมแบบต่อเนื่อง (Series of Conferences) จัดการประชุมครั้งแรกขึ้นที่กรุงเฮลซิงกิ เมื่อเดือน ส.ค. 2518 หลังจากที่สหภาพโซเวียตยอมให้สหรัฐฯ และแคนาดา เข้าร่วมประชุมได้ แม้จะมิได้มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ในยุโรปก็ตาม ในการประชุมสุดยอดระดับหัวหน้ารัฐบาลที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อปี2537 CSCE ได้เปลี่ยนชื่อเป็น OSCE และกลายเป็นองค์การถาวร

 

        การประชุมครั้งแรกมีประเทศเข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 33 ประเทศ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 56 ประเทศ ได้แก่ แอลเบเนีย อันดอร์รา อาร์เมเนีย ออสเตรีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส เบลเยียม บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บัลแกเรีย แคนาดา โครเอเชีย ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส จอร์เจีย เยอรมนี กรีซ นครรัฐวาติกัน ฮังการี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน ลัตเวีย ลิคเตนสไตน์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มาเซโดเนีย มอลตา มอลโดวา โมนาโก มอนเตเนโกร เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส รัสเซีย โรมาเนีย ซานมารีโน เซอร์เบีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ทาจิกิสถาน ตุรกี เติร์กเมนิสถาน ยูเครน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และอุซเบกิสถาน

 

     1.เพื่อเสริมสร้างมาตรการความไว้เนื้อเชื่อใจ (confidence building measures) ทางด้านความมั่นคง 3 ด้าน (Baskets) ได้แก่ ด้านการเมืองและการทหาร (Basket I) ด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม (Basket II) และด้านมนุษย์ (Basket III)

     2.เพื่อเป็นเวทีหารือและหาข้อยุติ / ระงับข้อพิพาทและข้อขัดแย้งต่างๆ ในยุโรป และควบคุมดูแลความมั่นคงโดยรวมของภูมิภาคเพื่อมิให้เกิดวิกฤตการณ์ที่ร้ายแรง โดย OSCE จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับนาโต้ สหภาพยุโรป และสหภาพยุโรปตะวันตก (Western European Union – WEU) ในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ เช่น การรักษาสันติภาพในบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา ทั้งนี้ การออกแถลงการณ์และข้อตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของ OSCE ต้องได้รับการสนับสนุนด้วย มติเป็นเอกฉันท์และมีผลเป็นข้อผูกมัดทางการเมือง

 

         ถึงแม้ความสำคัญและขอบเขตในการดำเนินงานของ OSCE ในยุคหลังสงครามเย็นจะปรับเปลี่ยนไปจากช่วงสงครามเย็น แต่การดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ขององค์การเพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันทางด้านความมั่นคง 3 ด้าน (Three Baskets) ดังกล่าวยังคงมีอยู่ สรุปรายละเอียด ดังนี้

     1.) ความมั่นคงด้านการเมือง และการทหาร (Basket I) OSCE ประสงค์ที่จะเสริมสร้างความมั่นคงด้านการทหารโดยส่งเสริมความเปิดกว้าง ความโปร่งใส และความร่วมมือระหว่างรัฐสมาชิกกับรัฐภายนอกที่มีความสัมพันธ์กับ OSCE โดยการสร้างเวทีหารือเพื่อความร่วมมือด้านความมั่นคง (The Forum for Security Cooperation) และการใช้มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Confidence and Security Building Measures: CSBMs) เป็นต้น

    2.) ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม (Basket II) OSCE ให้ความสำคัญกับ การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากความร่วมมือในประเด็นดังกล่าวช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลต่อสันติภาพ ความมั่งคั่ง และเสถียรภาพ ในภูมิภาคยุโรปโดยรวม ทั้งนี้ ขอบเขตของความร่วมมือด้านนี้ของ OSCE ได้แก่ การติดตาม (monitor) พัฒนาการด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในประเทศสมาชิกเพื่อเตือนภัยหากมีเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง และ อำนวยความสะดวกแก่รัฐสมาชิกในการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

     3.) ความร่วมมือทางด้านมนุษย์ (Basket III) ความร่วมมือด้านมนุษย์ของ OSCE ครอบคลุมประเด็นเรื่องการปกป้องสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การส่งเสริมหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย การเสริมสร้าง และการพัฒนาสถาบันประชาธิปไตย โดย OSCE ได้จัดตั้งกลไกเพื่อส่งเสริมพันธกรณีของประเทศสมาชิกในการดำเนินการ ตามหลักการดังกล่าว อาทิ สำนักงานสถาบันประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน (Office for Democratic Institutions and Human Rights) และข้าหลวงใหญ่ด้านชนกลุ่มน้อยแห่งชาติ (High Commissioner on National Minorities) เป็นต้น

 

        นอกเหนือจากสมาชิก 55 ประเทศแล้ว OSCE ยังมีความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศ นอกกลุ่ม ซึ่งมีฐานะเป็นหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือ (Partner for Cooperation) ของ OSCE แบ่งออกเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ ฝ่ายเอเชีย และฝ่ายเมดิเตอร์เรเนียน

นอกจากนี้ ในการประชุมต่าง ๆ ของ OSCE ยังมีผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ อาทิ สภายุโรป สภาแห่ง รัฐบอลติก (Council of Baltic States) ธนาคารกลางยุโรป องค์การสหประชาชาติ องค์การว่าด้วยความมั่นคงแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ เข้าร่วมด้วย

 

ประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Partners for Co-operation)

มี 6 ประเทศ ได้แก่ อัลจีเรีย อียิปต์ อิสราเอล จอร์แดน โมร็อคโก และตูนีเซีย ซึ่งเข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือตั้งแต่ปี 2533 เป็นความร่วมมือในลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากประเทศฝ่ายเอเชีย โดยเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นผลจากบทบัญญัติเฮลซิงกิ ปี ค.ศ.1975 ที่ได้ระบุให้ OSCE มีความร่วมมือทางด้านการเมืองและความมั่นคงกับประเทศในภูมิภาคดังกล่าว เนื่องจากมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ทางด้านความมั่นคงของภูมิภาคยุโรปโดยรวม

 

ประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเอเชีย (Asian Partners for Co-operation)

มี 6 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น (2535) เกาหลีใต้ (2537) ไทย (2543) อัฟกานิสถาน (2546) และมองโกเลีย (2547) ออสเตรเลีย (2552)

        ญี่ปุ่น มีระดับความร่วมมือสูงกว่าประเทศอื่นและสามารถเข้าร่วมการประชุมของ OSCE ได้ในทุกระดับ เท่าเทียมกับสมาชิก OSCE เนื่องจากญี่ปุ่นสนใจและมีบทบาทในปัญหาด้านความมั่นคงกับยุโรปอย่างเต็มที่มาโดยตลอดมา เช่น การเข้าร่วมคณะติดตามทางการเมืองและผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งในบอสเนียตามข้อตกลงเดย์ตัน และการบริจาคเงินจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจบอสเนีย ปัจจุบัน ญี่ปุ่นสนใจจะมีความร่วมมือกับ OSCE ในเอเชียกลาง เช่น การควบคุมด่านชายแดน การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การแก้ปัญหายาเสพติด และการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูอัฟกานิสถาน

        เกาหลีใต้ มีความร่วมมือในระดับรองลงมา โดยได้ระบุเจตจำนงความร่วมมือกับ OSCE ว่าจะมุ่งเรียนรู้ประสบการณ์ เพื่อนำไปปรับใช้ในการส่งเสริมความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี OSCE จึงได้พิจารณาเชิญเกาหลีใต้มาเข้าร่วมการประชุมเป็นรายกรณี ทั้งนี้ เมื่อปี 2539 เกาหลีใต้ได้มีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาด้วย

        ไทย เข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

 

          1.) เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของ OSCE ด้านการเมืองและความมั่นคงของยุโรป เช่น มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความมั่นคง (Confidence and Security Building Measures - CSBMs) การทูตเชิงป้องกัน (Preventive Diplomacy) การป้องกันความขัดแย้ง และการจัดการวิกฤตการณ์ (Crisis Management) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงในกรอบ ASEAN และ ASEAN Regional Forum (ARF)

          2.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการและความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศในยุโรป ซึ่งทำให้ทราบความเคลื่อนไหวที่สำคัญในยุโรป

          3.) เพื่อชี้แจงและทำให้ประเทศในยุโรปทราบและมีความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการที่สำคัญในเอเชีย โดยเฉพาะนโยบายและบทบาทของไทยด้านความมั่นคงในภูมิภาค

          4.) เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน เช่น มิติด้านมนุษย์ของความมั่นคง

 

 

        อัฟกานิสถาน เข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2546 เพื่อรับความช่วยเหลือจาก OSCE ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2548 OSCE ได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรในอัฟกานิสถาน

 

Permanent Council ของ OSCE ได้มีมติรับอัฟกานิสถานเข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2546 ซึ่งต่อมา ประธานกลุ่ม Asian Contact Group ในขณะนั้นโปรตุเกส ได้เห็นชอบให้อัฟกานิสถานเป็นหนึ่งในประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือ ฝ่าย เอเชียและ Asian Contact Group (ACG) ด้วย อัฟกานิสถานสนใจจะได้รับความช่วยเหลือ จาก OSCE ในลักษณะทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเดือน พ.ค. 2548

 

        มองโกเลีย เข้าเป็นประเทศสมาชิกหุ้นส่วนฯ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของ OSCE ด้านความมั่นคงในมิติมนุษย์ โดยเฉพาะด้านหลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม

ที่ประชุม OSCE Permanent Council เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2547 ได้พิจารณารับมองโกเลียเข้าเป็นประเทศ สมาชิกหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเอเชียของ OSCE มองโกเลียมีความสนใจและประสงค์จะเรียนรู้ประสบการณ์ของ OSCE ในเรื่องความมั่นคงด้านมิติมนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องหลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มองโกเลียได้เข้าร่วมการประชุม OSCE Ministerial Council ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 5-7 ธ.ค. 2547 ด้วย

 

        ออสเตรเลีย เข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2552 เนื่องจากชื่นชมการทำงานในด้านต่างๆ ของ OSCE โดยเฉพาะการต่อต้านการก่อการร้าย การป้องกันและการแก้ไขความขัดแย้ง และการฟื้นฟูภายหลังความขัดแย้ง

 

 

 

        ส่วนใหญ่เป็นไปในรูปของการเข้าร่วมประชุมที่สำคัญ ๆ ของ OSCE เช่น การประชุม Ministerial Council และการประชุม Economic Forum ซึ่งเป็นการประชุมหลักที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ ไทยยังได้เข้าร่วมการประชุมและการสัมมนาอื่น ๆ ในหัวข้อที่ไทยมีความสนใจ เช่น การประชุมที่เกี่ยวกับ CSBMs การประชุมเกี่ยวกับมิติด้านมนุษย์ที่จัดโดย Office for Democratic Institution and Human Rights (ODIHR) ของ OSCE การประชุมที่ประเทศหุ้นส่วนฯ ฝ่ายเอเชียอื่นจัดร่วมกับ OSCE และการสัมมนาประจำปีของ OSCE กับประเทศหุ้นส่วนฯ ฝ่าย เมดิเตอร์เรเนียน

        ไทยได้ร่วมกับ OSCE เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม OSCE-Thailand Conference on the Human Dimension of Security ระหว่างวันที่ 20-21 มิ.ย. 2545 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ ครั้งแรกที่ไทยร่วมจัดกับ OSCE

ไทยได้ร่วมกับ OSCE เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนา Thailand Conference on Sharing of Experiences in Combating Trafficking in Human Beings: Opportunities for Cooperation เมื่อวันที่ 16-17 มิ.ย. 2548 ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมการหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ระหว่างสองภูมิภาค รวมทั้งเพื่อเป็นการติดตามผลการประชุม Thailand-OSCE Conference เมื่อปี 2545 โดยได้เชิญผู้แทนจากประเทศสมาชิก OSCE 55 ประเทศ ประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเอเชียและฝ่ายเมดิเตอร์เรเนียน 11 ประเทศ ประเทศสมาชิก ASEAN Regional Forum (ARF) 24 ประเทศ และผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมด้วย

ในวันที่ 25-26 เม.ย. 2549 ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2006 OSCE-Thailand Conference on “Challenges to Global Security : From Poverty to Pandemic” ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ 

การมีส่วนร่วมของไทยในระหว่างปี 2552-2558

  • การประชุม 2009 OSCE-Japan Conference เมื่อวันที่ 10 - 11 พฤษภาคม 2552 ณ กรุงโตเกียว
  • การประชุม OSCE Ministerial Council ครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ 1 - 2 ธันวาคม 2552 ณ กรุงเอเธนส์
  • ไทยเป็นเจ้าภาพ Workshop on Combating Illicit Crop Cultivation and Enhancing Border Security and Management: Thailand as a Case Study เมื่อวันที่ 24 - 28 มกราคม 2553 ณ จ. เชียงใหม่และ จ. เชียงราย
  • ไทยส่งผู้แทนในการบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง ARF and Areas of Possible Contributions with the OSCE ต่อที่ประชุม Asian Contact Group Meeting ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ณ กรุงเวียนนา
  • การประชุม OSCE-Republic of Korea Conference เมื่อวันที่ 17 - 19 พฤษภาคม 2553 ณ กรุงโซล
  • กิจกรรมพิเศษ OSCE-CICA "Security and Economic Cooperation in Eurasia in the 21st Century" เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2553 ณ นครอิสตันบูล
  • นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถ้อยแถลที่ประชุม OSCE Permanent Council เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553 ณ กรุงเวียนนา
  • การประชุม Informal OSCE Ministerial Meeting เมื่อวันที่ 16 - 17 กรกฎาคม 2553 ณ นครอัลมาตี
  • การประชุมระดับผู้นำ OSCE เมื่อวันที่ 1 - 2 ธันวาคม 2553 ณ กรุงอัสตานา
  • ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2012 OSCE - Thailand Conference ระหว่างวันที่ 13 – 14 กุมภาพันธ์ 2555  โดยมีหัวข้อหลัก คือ “Strengthening Security through Regional Cooperation: the OSCE Comprehensive Approach and Experiences of Asian Partners for Cooperation”
  • เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 นายวีระศักดิ์  ฟูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทวิภาคีกับนายอิวิคา ดาคิช (Ivica Dačić) รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และรัฐมนตรีการกระทรวงการต่างประเทศของเซอร์เบีย ในห้วงการประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การว่าด้วยความร่วมมือและความมั่นคงในยุโรป (OSCE Ministerial Council) ครั้งที่ 22 ณ กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย  

ที่มา : กองยุโรป1 กรมยุโรป

 

การประชุม 2012 OSCE - Thailand Conference

        ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2012 OSCE - Thailand Conference  ระหว่างวันที่ 13 – 14 กุมภาพันธ์ 2555 โดยมีหัวข้อหลัก คือ “Strengthening Security through Regional Cooperation: the OSCE Comprehensive Approach and Experiences of Asian Partners for Cooperation” ณ โรงแรม Le Meridien จังหวัดเชียงใหม่ โดยไทยเป็นประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเอเชีย (Asian Partner for Cooperation) ในองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe – OSCE) ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งมีพันธกรณีในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสลับกับประเทศหุ้นส่วนฝ่ายเอเชียอื่น ๆ 
 
การประชุมดังกล่าวประกอบด้วยการบรรยายจากผู้แทนระดับสูง และการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจในกรอบ OSCE ทั้งนี้ การประชุมฯ แบ่งออกเป็น 3 วาระ ได้แก่ 
 
ระเบียบวาระที่ 1 เรื่อง “Enhancing regional security through confidence-and-security building measures and co-operation in addressing transnational threats” ซึ่งจะหารือเรื่องมาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในภูมิภาค และการรับฟังปัญหาภัยคุกคามข้ามชาติ สถาปัตยกรรมด้านความมั่นคงในเอเชีย – แปซิฟิก 
 
ระเบียบวาระที่ 2 เรื่อง “Strengthening regional security through dialogue and co-operation for promotion of sustainable transport and energy” ซึ่งจะหารือเรื่องการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภูมิภาคด้านความมั่นคงทางพลังงานและการขนส่ง การส่งเสริมธรรมาภิบาล และ 
 
ระเบียบวาระที่ 3 “Exchange of experiences in protecting and promoting human rights, rule of law and democracy at the national and regional levels” ซึ่งจะหารือเรื่องการส่งเสริมประชาธิปไตย เสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพในการแสดงออกทางอินเตอร์เน็ตและสื่อดิจิตอล
 
        สำหรับกำหนดการประชุมฯ นั้น นายเฉลิมพล ทันจิตต์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้กล่าวเปิดการประชุมฯ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 09.15 น. และการประชุมฯ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 13.00 น. 
 
ในการประชุมฯ ครั้งนี้จะมีผู้แทนระดับสูงจากต่างประเทศเข้าร่วมด้วย เช่น ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน นาย Lamberto Zannier เลขาธิการ OSCE นาย Evaldas Ignatavicius ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย นายปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศาสตราจารย์ ภักดี โพธิศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมไปถึงเอกอัครราชทูตหรือผู้แทนระดับสูงประจำ OSCE ณ กรุงเวียนนา ผู้แทนหน่วยราชการไทย เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการ OSCE ตลอดจนผู้สังเกตการณ์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 100 คน 
 
        การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล แบ่งปันประสบการณ์ และให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการและความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทหาร ความมั่นคงด้านการขนส่ง ความมั่นคงด้านพลังงาน และความมั่นคงมนุษย์แล้ว ในส่วนของไทยจะเน้นการเผยแพร่ประสบการณ์ ความรู้ และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการบริหารจัดการกับภัยคุกคามข้ามชาติ เช่น การขจัดการปลูกฝิ่นและยาเสพติด และแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยโครงการพัฒนาทางเลือก พัฒนาการในกรอบอาเซียนด้านความเชื่อมโยง (ASEAN Connectivity) รวมทั้งพัฒนาการที่สำคัญของไทยในด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญด้วย โดยไทยเป็นประเทศเดียวที่เป็นประเทศหุ้นส่วนฯ ฝ่ายเอเชียและเป็นประเทศสมาชิกอาเซียน และผลักดันการมีบทบาทเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนกับ OSCE มาโดยตลอด เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์กรระดับภูมิภาคให้มีความเชื่อมโยงและเกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกันในมิติความมั่นคงในระยะยาว
 
 
การพบหารือทวิภาคีระหว่างผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศกับรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐเซอร์เบีย
 
        การประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การว่าด้วยความร่วมมือและความมั่นคงในยุโรป (OSCE Ministerial Council) ครั้งที่ 22 ณ กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทวิภาคีกับนายอิวิคา ดาคิช (Ivica Dačić) รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และรัฐมนตรีการกระทรวงการต่างประเทศของเซอร์เบีย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะมีความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยเล็งเห็นว่ากรุงเบลเกรดมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในภูมิภาคบอลข่าน ในขณะที่ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวเซอร์เบีย ในฐานะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อุดมไปด้วยธรรมชาติและมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ไทยยินดีจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจอาหารเข้าไปลงทุนในเซอร์เบีย เนื่องจากมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอาหารในภูมิภาคบอลข่าน
 
        ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการระหว่างไทย-เซอร์เบีย โดยรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเซอร์เบียได้กล่าวแสดงความยินดีภายหลังการลงนามว่า ความตกลงดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยและเซอร์เบีย และเป็นก้าวสำคัญในการขยายความสัมพันธ์ในด้านอื่น ๆ ต่อไป
 

 

 

JoomSpirit