MGC: ความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง-คงคา

        ความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง-คงคา Mekong – Ganga Cooperation (MGC) ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และอินเดีย มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างและเชื่อมโยงกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว การศึกษา วัฒนธรรม ตลอดจนความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงกับประเทศในลุ่มแม่น้ำคงคา โดยแรกเริ่มเรียกว่า กรอบความร่วมมือลุ่มน้ำคงคา – สุวรรณภูมิ – ลุ่มแม่น้ำโขง (Ganga-Suwannaphumi – Mekong Cooperation) และภายหลังจึงเปลี่ยนเป็นชื่อที่เรียกอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ MGC จะมุ่งเน้นความร่วมมือ 4 สาขา ประกอบด้วย การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา และการคมนาคมและขนส่ง ทั้งนี้ แนวคิดการจัดตั้งความร่วมมือ MGC เกิดขึ้นในช่วงระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศคู่เจรจา (Post Ministerial Conference) ซึ่งโดยแรกเริ่มใช้ชื่อว่า กรอบความร่วมมือลุ่มน้ำคงคา-สุวรรณภูมิ-ลุ่มแม่น้ำโขง (Ganga-Suwannaphumi-Mekong Cooperation) ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง-คงคา อย่างในปัจจุบัน

         ประเทศสมาชิกจะต้องดำเนินความร่วมมือร่วมกัน ภายใต้แผนปฏิบัติการ Hanoi Programme of Action และ Phnom Penh Road Map ซึ่งกลไกการทำงานของความร่วมมือ MGC นั้นถูกแบ่งออกเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และระดับคณะทำงาน โดยกำหนดให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีทุกปีต่อเนื่องกับการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งได้มีการประชุมมาแล้วทั้งสิ้น 6 ครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2555 ที่ประเทศอินเดีย โดยผลการประชุมถือว่าประสบความสำเร็จ มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น 

 

  • การดำเนินงานของ MGC จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่อาวุโส และคณะทำงาน โดยกำหนดให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีทุกปี back-to-back กับการประชุม AMM
  • คณะทำงาน มีทั้งหมด 5 ชุด โดยมอบหมายให้ประเทศสมาชิกรับเป็นประธานคณะทำงานประกอบด้วย

          1. คณะทำงานด้านการท่องเที่ยวไทย เป็นประธาน
          2. คณะทำงานด้านการศึกษาอินเดีย เป็นประธาน
          3. คณะทำงานด้านวัฒนธรรมกัมพูชา เป็นประธาน
          4. คณะทำงานด้านการขนส่งและคมนาคม ลาว เป็นประธาน
          5. คณะทำงานว่าด้วยแผนปฏิบัติการ เวียดนาม เป็นประธาน

  • ประเทศสมาชิกดำเนินความร่วมมือตามแผนปฏิบัติการ Hanoi Programme of Action (ระยะเวลาการปฏิบัติงาน 6 ปี นับตั้งแต่ปี 44 และให้มีการทบทวนทุก 2 ปี) และ Phnom Penh Road Map ซึ่งเป็นแผนงานเร่งรัดการดำเนินโครงการของ MGC (นับตั้งแต่ปี 46)
  • สำหรับด้านการท่องเที่ยวนั้น ประเทศไทยในฐานะหัวหน้าคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวได้เสนอให้มีการจัดทำแพ็กเกจทัวร์ร่วม เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้ามายังประเทศในลุ่มน้ำโขงและคงคากันมากขึ้นอีกด้วย

 

ที่มา AECPedia

 

การประชุมระดับรัฐมนตรี
• การประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 43 ที่เวียงจันทน์ (นายอดิศัย โพธารามิก รมต. ประจำ สนร. เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน)

• การประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 44 ที่กรุงฮานอย (นายประชา คุณะเกษม ทปษ. รมว. กต. เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน)

• การประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 46 ที่กรุงพนมเปญ (นายสรจักร เกษมสุวรรณ ผช. รมว. กต.เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน) ในปี 45 และ 47 ไม่มีการประชุมระดับรัฐมนตรี เพราะการประชุม AMM จัดที่บรูไนและอินโดนีเซีย

  • การประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 12 ม.ค.50 ที่เมืองเซบู  (นายนิตย์   พิบูลสงคราม รมว. กต.เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน)   
  • การประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 50 ที่กรุงมะนิลา (นายนิตย์  พิบูลสงคราม รมว. กต.เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน)
  • การประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 55 ที่กรุงนิวเดลี

*ใน ปี 45 และ 47 ไม่มีการประชุมระดับรัฐมนตรี เพราะการประชุม AMM จัดที่บรูไนและอินโดนีเซีย         

**ในการประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 12 ม.ค.50 ที่เมืองเซบู ประเทศไทยได้ส่งมอบความเป็นประธาน MGC ให้แก่ประเทศอินเดีย

 

ผลการประชุมที่สำคัญ

 

การประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 3 (20 มิ.ย. 46 ณ กรุงพนมเปญ)
1. เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งล่าสุด มีพม่าเป็นประธาน

2. ที่ประชุมรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน และได้ให้ความเห็นชอบ Phnom Penh Road Map เพื่อเร่งรัดความร่วมมือทั้ง 4 สาขา ให้มีผลเป็นรูปธรรม เนื่องจากการดำเนินงานค่อนข้างล่าช้าและยังไม่มีความคืบหน้า

3. ที่ประชุมได้พิจารณาถึงประเด็นเงินทุนสนับสนุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินโครงการความร่วมมือ และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาวุโสของประเทศสมาชิกหารือถึงความเป็นไปได้ในการที่สมาชิกร่วมสนับสนุนเงินทุนแก่ MGC และรูปแบบการดำเนินความร่วมมือแบบ 2+1 (สมาชิก MGC 2 ประเทศ ร่วมกับประเทศผู้ให้หรือองค์กรระหว่างประเทศ) ตลอดจนพิจารณาเสนอแนวทางการดำเนินโครงการ MGC

4. ที่ประชุมเห็นชอบให้อินเดียเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งต่อไป โดยมีไทยเป็นประธาน การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส MGC ครั้งที่ 4 (25 พ.ค. 48 ณ กรุงนิวเดลี)

5. การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 4 จัด back-to-back กับการประชุม ASEAN-India SOM มีนายฐากูร พานิช รองปลัดกระทรวงฯ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนและประธานการประชุม มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานและเตรียมการสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 4

6. ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าในสาขาความร่วมมือต่างๆ และได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการที่ได้เสนอไว้ในแผนปฏิบัติการฮานอยก่อนที่จะเสนอโครงการใหม่ โดยให้มีการจัดทำ Comprehensive list ของโครงการต่างๆ เพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป รวมทั้งให้มีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ และการดำเนินงานต้องมีการกำหนดระยะเวลา เงินทุนสนับสนุน และวิธีการดำเนินโครงการอย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานมีผลเป็นรูปธรรม นอกจากนั้น เวียดนามเสนอว่า หากมีสมาชิก 2 ประเทศขึ้นไป พร้อมจะดำเนินโครงการก็สามารถทำได้เลย โดยเมื่อประเทศอื่นพร้อมก็อาจเข้าร่วมภายหลัง

7. สมาชิกเห็นควรผลักดันความร่วมมือในสาขาต่างๆ ต่อไป และเสนอให้อินเดียเพิ่มบทบาทมากขึ้น โดยเป็น Prime mover ในกรอบ MGC (คล้ายกับบทบาทนำของไทยใน ACMECS) เพื่อเป็นการหาทางออกให้กับภาวะชะงักงันที่เกิดขึ้น อันเป็นผลมาจากการขาดงบประมาณสนับสนุนและประเทศผู้ผลักดัน

 

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส MGC ครั้งที่ 4 (25 พ.ค. 48 ณ กรุงนิวเดลี)
 
1. การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 4 จัด back-to-back กับการประชุม ASEAN-India SOM มีนายฐากูร พานิช รองปลัดกระทรวงฯ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนและประธานการประชุม มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานและเตรียมการสำหรับการ ประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 4
 
2. ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าในสาขาความร่วมมือต่างๆ และได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการที่ได้เสนอไว้ในแผนปฏิบัติการฮานอยก่อนที่จะ เสนอโครงการใหม่ โดยให้มีการจัดทำ Comprehensive list ของโครงการต่างๆ เพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป รวมทั้งให้มีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ และการดำเนินงานต้องมีการกำหนดระยะเวลา เงินทุนสนับสนุน และวิธีการดำเนินโครงการอย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานมีผลเป็นรูปธรรม นอกจากนั้น เวียดนามเสนอว่า หากมีสมาชิก 2 ประเทศขึ้นไป พร้อมจะดำเนินโครงการก็สามารถทำได้เลย โดยเมื่อประเทศอื่นพร้อมก็อาจเข้าร่วมภายหลัง
 
3. สมาชิกเห็นควรผลักดันความร่วมมือในสาขาต่างๆ ต่อไป และเสนอให้อินเดียเพิ่มบทบาทมากขึ้น โดยเป็น Prime mover ในกรอบ MGC (คล้ายกับบทบาทนำของไทยใน ACMECS) เพื่อเป็นการหาทางออกให้กับภาวะชะงักงันที่เกิดขึ้น อันเป็นผลมาจากการขาดงบประมาณสนับสนุนและประเทศผู้ผลักดัน
 
-        การประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 4 (12 ม.ค. 50 ณ เมืองเซบู)
         ประเทศไทยได้ส่งมอบความเป็นประธาน MGC ให้แก่ประเทศอินเดีย
-       การประชุมระดับรัฐมนตรี MGC ครั้งที่ 5 (1 ส.ค. 50 ณ กรุงมะนิลา)
 
สาระสำคัญของการประชุมสรุปได้ ดังนี้
 
1.     ภาพรวม
 
     เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศ MGC ทั้ง 6 ประเทศเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีในกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-คงคา (Mekong-Ganga Cooperation - MGC) ซึ่งอินเดียเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในช่วงการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปินส์ อย่างพร้อมเพรียงและแสดงบทบาทอย่างแข็งขัน โดยได้ทบทวนความคืบหน้าของการปฏิบัตติตามแผนปฏิบัติการฮานอย รวมทั้งได้แสดงวิสัยทัศน์และเสนอข้อริเริ่มใหม่ๆ เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินความร่วมมือในสาขาต่างๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
 
    การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากเป็นโอกาสที่ประเทศสมาชิกได้พิจารณาต่ออายุแผนปฏิบัติการฮานอย ซึ่งหมดอายุลงในเดือนกรกฎาคม 2550 และติดตามความคืบหน้าความร่วมมือสาขาต่างๆ ตลอดจนเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 6 โดยอินเดียจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในปี 2551 และกล่าวได้ว่าผลการประชุมประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย โดยที่ประชุมได้รับรองรายงานการประชุมระดับรัฐมนตรีในกรอบความร่วมมือแม่ โขง-คงคา ครั้งที่ 5
 
2. ประเด็นสำคัญของการหารือ
 
    2.1 การท่องเที่ยว ในฐานะที่เป็นประธานคณะทำงานในสาขานี้ ไทยได้เสนอที่จะจัดทำข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ การจัดทำ MGC Rate Hotels (โรงแรมสามดาว) ในรูปแบบ CD และ Directories และเสนอการส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศาสนา (Pilgrimage Tourism/Religious Circuit) รวมทั้ง แสดงความพร้อมในการจัดประชุมคณะทำงานท่องเที่ยวในเดือนมกราคม 2551
 
    2.2 ด้านวัฒนธรรม ที่ประชุมได้ทบทวนความคืบหน้าของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สิ่งทอดั้งเดิมของ เอเชีย (Museum of Traditional Asian Textiles) ณ เมืองเสียมราฐ กัมพูชา โดยกัมพูชาได้จัดหาที่ดินจำนวน 1 เฮกตาร์ สำหรับจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว ในขณะนี้อินเดียรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับการออกแบบสถาปัตยกรรม ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนของการก่อสร้าง และที่ประชุมได้รับทราบด้วยความชื่นชมว่าอินเดียจะเป็นเจ้าภาพจัดโครงการ จาริกแสวงบุญ โดยเชิญผู้แทนจากประเทศสมาชิกฯ รวม 100 ราย เข้าร่วมโครงการในเดือนกันยายน 2550
 
    ไทยได้เสนอให้ความสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ เช่น กี่ทอผ้า ตัวอย่างผ้า รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญที่จะสนับสนุนการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สิ่งทอฯ ดังกล่าว และได้เสนอที่จะร่วมมือกับอินเดียบูรณะและซ่อมแซมสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ในประเทศสมาชิกฯ
 
     2.3 การคมนาคมและขนส่ง ที่ประชุมเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการทบทวนเกี่ยวกับการเชื่อมโยงทางคมนาคมใน ภูมิภาค โดยเฉพาะการก่อสร้าง Trilateral Highway ระหว่าง Moreh-Bagan-แม่สอด และศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างทางรถไฟระหว่างเดลีกับฮานอย รวมทั้งความเป็นไปได้ในการสร้าง missing link ระหว่าง Loc Ninh และพนมเปญ
 
   ไทยได้แจ้งว่าการดำเนินการลาดยางถนนสายเมียวดี-กอกะเร็ก ระยะทาง 18 กิโลเมตร เสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2550
 
            นอกจากนี้ ไทยได้เสนอแนวคิดในการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งในกรอบแม่น้ำ โขง-คงคากับประเทศในกรอบความร่วมมืออื่นๆ อาทิ กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) และกรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการ และเศรษฐกิจ (BIMSTEC) รวมทั้งประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยจะจัดทำเป็นข้อเสนอและพร้อมรับความเห็นจากประเทศสมาชิกฯ
 
      2.4 การศึกษา ที่ประชุมเห็นพ้องกับการเร่งรัดความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับภูมิภาคด้วยการเชื่อมโยงกับศูนย์กลางด้านการศึกษาที่มีคุณภาพในภูมิภาค
 
             นอกจากนี้ อินเดียได้เสนอที่จะจัดนิทรรศการการศึกษาในประเทศสมาชิกฯ เพื่อให้รับทราบถึงความพร้อมด้านการศึกษาของอินเดียด้วย
 
    ไทยได้แจ้งที่ประชุมทราบด้วยว่า ยินดีสนับสนุนอินเดียในการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยนาลันทาให้เป็นศูนย์กลางการ ศึกษาขั้นอุดมศึกษาเกี่ยวกับการวิจัยในระดับชาติและนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ อารยธรรม และพุทธศาสนา โดยไทยพร้อมที่จะเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยนาลันทากับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย 
 
ไฟล์เอกสาร
 
 
ผลการประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง - คงคา ครั้งที่ ๕
 
 
        คณะรัฐมนตรีมีมติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอดังนี้ รับทราบผลการประชุมระดับรัฐมนตรีในกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-คงคา (Mekong-Ganga Cooperation-MGC) ครั้งที่ ๕ ซึ่งอินเดียเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อวันที่๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ ในช่วงการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยที่ประชุมได้มีการหารือถึงประเด็นความร่วมมือใน ๔ สาขา ได้แก่ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การคมนาคมและขนส่ง และการศึกษา และเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามผลการประชุม ฯ ดังนี้
  • ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารับผิดชอบจัดทำข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ การจัดทำ MGC Rate Hotels (โรงแรมสามดาว) ในรูปแบบ CD และ Directories รวมทั้งส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศาสนา (Pilgrimage Tourism/Religious Circuit) และจัดประชุมคณะทำงานท่องเที่ยวในเดือนมกราคม ๒๕๕๑
  • ให้กระทรวงวัฒนธรรม สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ เช่น กี่ทอผ้า ตัวอย่างผ้า และผู้เชี่ยวชาญที่จะสนับสนุนการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สิ่งทอดั้งเดิมของเอเชีย (Museum of Traditional Asian Textiles) ณ เมืองเสียมราฐ กัมพูชา และร่วมกับอินเดียบูรณะซ่อมแซมสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในประเทศสมาชิก ฯ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการต่างประเทศรับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ความเห็นของกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ จะนำข้อเสนอในการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งในกรอบแม่น้ำโขง-คงคา กับประเทศในกรอบความร่วมมืออื่น ๆ อาทิ กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขงกรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคกลุ่มแม่น้ำโขง และกรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ รวมทั้งประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ หารือกับประเทศสมาชิก ฯ แล้วแจ้งให้กระทรวงคมนาคมทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไปนั้น เห็นว่ การจัดทำข้อเสนอดังกล่าวควรจะมีการหารือกับกระทรวงคมนาคมก่อน เนื่องจากกระทรวงคมนาคมรับผิดชอบงานด้านการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งกับต่างประเทศ และการจัดลำดับความสำคัญของเส้นทางที่สอดคล้องกับงบประมาณที่กระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรร โดยคำนึงถึงประโยชน์ในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกัน เป็นต้น ไปพิจารณาด้วย
 
 
 

ผลการประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง - คงคา ครั้งที่ ๖

 

                คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-คงคา (Mekong-Ganga Cooperation : MGC) ครั้งที่ ๖ เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๕ ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยมีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุม และให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ สรุปได้ ดังนี้

       ๑. ผลการประชุม MGC ครั้งที่ ๖

๑.๑ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สิ่งทอดั้งเดิมของเอเชียที่กัมพูชา ซึ่งไทยยินดีที่จะให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และผู้เชี่ยวชาญในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์

๑.๒ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าความร่วมมือในการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก อาทิ ปราสาทตาพรมในกัมพูชา วัดพูใน สปป.ลาว วัดอนันดาในเมียนมาร์ และปราสาทหมีเซินในเวียดนาม

๑.๓ ที่ประชุมยินดีที่อินเดียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานไทย-เมียนมาร์-อินเดีย ด้านการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ในเดือนกันยายน ๒๕๕๕ และเห็นควรให้เชื่อมต่อเส้นทางไปยังกัมพูชา และ สปป.ลาว รวมทั้งการพัฒนาเส้นทางใหม่ อินเดีย-เมียนมาร์-สปป.ลาว-เวียดนาม-กัมพูชา

๑.๔ อินเดียจะจัดทำเอกสาร concept paper ในการจัดตั้งคณะทำงานสาขาใหม่ (สาธารณสุข และวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม) และเวียนให้ประเทศสมาชิกพิจารณาต่อไป

๑.๕ ที่ประชุมยินดีที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุม World Teak Conference ที่กรุงเทพฯ ในเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ และจัดฝึกอบรมด้าน Eco-tourism และ Community-based Tourism ให้กับประเทศสมาชิกในปี พ.ศ. ๒๕๕๖

๑.๖ อินเดียประกาศให้เงินสนับสนุน จำนวน ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับจัดตั้งทุน India-CLMV Quick Impact Projects Revolving Fund จำนวน ๒๐ โครงการ สำหรับประเทศ CLMV

๑.๗ อินเดียจะขยายระยะเวลาการให้ทุน Indian Council for Cultural Relations (ICCR) ไปถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการ ศูนย์ฝึกอบรมภาษาอังกฤษ และศูนย์อบรมวิชาชีพในประเทศสมาชิกโดยการสนับสนุนของอินเดีย

๑.๘ ที่ประชุมให้มีการหารือจัดตั้งศูนย์รวบรวมเอกสารจดหมายเหตุของประเทศสมาชิกที่มหาวิทยาลัยนาลันทา

๑.๙ สปป.ลาว จะเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรี MGC ครั้งต่อไป ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างการประชุมรัฐมนตรี ASEAN-India และให้การหมุนเวียนตำแหน่งประธานเป็นไปตามอักษรชื่อประเทศ

        ๒. ประเด็นที่ไทยแจ้งที่ประชุม MGC ครั้งที่ ๖

๒.๑ สนับสนุนบทบาทที่แข็งขันของอินเดียในกรอบนี้ และพร้อมร่วมมือกับอินเดียในการเร่งพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

๒.๒ ย้ำบทบาทไทยในฐานะประเทศนำสาขาการท่องเที่ยว และพร้อมสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ในทุกสาขาความร่วมมือของกรอบ MGC

๒.๓ สนับสนุนแนวคิดการเชื่อมโยงในอนุภูมิภาค โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายในเมียนมาร์และการเชื่อมต่อจากทวายไปยังแหลมฉบังต่อไปยังกัมพูชาและเวียดนาม ตามแนว Southern Economic Corridor (SEC) รวมทั้งการเชื่อมจากทวายไปยังอินเดียผ่านท่าเรือเจนไน

๒.๔ ยินดีที่อินเดียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานไทย-เมียนมาร์-อินเดีย ด้านการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม และเสนอให้มีการจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีในเรื่องนี้

๒.๕ เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาถนนเชื่อมโยงไทย-เมียนมาร์-อินเดีย ในลักษณะเดียวกับการพัฒนา East-West Economic Corridor (EWEC)

 

 

JoomSpirit