Emerald Triangle: สามเหลี่ยมมรกต

1. ความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกต (Emerald Triangle) เป็นแนวความคิดที่เริ่มขึ้น เมื่อ มิ.ย. 43 ซึ่ง ครม. กัมพูชาได้เสนอให้ไทย กัมพูชา และลาว มีความร่วมมือในลักษณะสามเหลี่ยมเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ทั้งสามประเทศมีพรมแดนร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่สามเหลี่ยมมรกตมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอารยธรรมขอม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ซึ่งฝ่ายไทยเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ โดยกัมพูชารับจะทาบทามให้ลาวเข้าร่วมกรอบความร่วมมือนี้ ในส่วนของไทยได้ติดตามความคืบหน้าของการเข้าร่วมของลาวอย่างใกล้ชิดในระดับของกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย และได้พยายามทาบทามอีกทางหนึ่ง โดยขอให้ลาวรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสามเหลี่ยมมรกต เพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกัน และต่อมาลาวได้ตอบรับเข้าร่วมความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกตและรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรกตามที่ฝ่ายไทยเสนอ

2. ครม. มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 45 ให้จัดตั้งคณะทำงานด้านสารัตถะของความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกต ตามที่กระทรวงฯ เสนอ โดยมี รมว.กต.เป็นประธาน ปลัดกระทรวงฯ เป็นรองประธาน และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เป็นคณะทำงาน และเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 45 คณะทำงานด้านสารัตถะของความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกตได้จัดประชุมครั้งที่ 1/2545 มีมติให้พื้นที่ความร่วมมือของไทยควรครอบคลุมอุบลราชธานี และศรีสะเกษ และได้กำหนดสาขาความร่วมมือที่สามารถดำเนินการได้โดยสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการฯ ได้แก่ การท่องเที่ยว การเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูปรายย่อย และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

 

การประชุมที่สำคัญ
1. การประชุม จนท. อาวุโส ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวสามเหลี่ยมมรกต 15 ก.ค. 46 ที่เวียงจันทน์ สปป. ลาว มีปลัด กต. (นายเตช บุนนาค) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน

2. การประชุม รมต. ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวสามเหลี่ยมมรกต 2 ส.ค. 46 ที่เมือง ปากเซ สปป. ลาว มี รมว.กต. (นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน และมี รมว. กระทรวงท่องเที่ยวฯ (นายสนธยา คุณปลื้ม) เข้าร่วมด้วย

3. การประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวในกรอบสามเหลี่ยมมรกต ครั้งที่ 1 15 – 16 ธ.ค. 46 ที่อุบลราชธานี

4. การประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวในกรอบสามเหลี่ยมมรกต ครั้งที่ 2 17 – 18 ธ.ค. 47 ที่เมืองเสียมราฐ (ไม่มีผู้แทนกระทรวงฯ เข้าร่วม มีเฉพาะผู้แทนกระทรวงท่องเที่ยวฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ความร่วมมือเข้าร่ม)

5. การประชุมเชิงวิชาการเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในกรอบสามเหลี่ยมมรกต ครั้งที่ 1 20 – 22 ก.ค. 48 ที่เมืองสาละวัน สปป. ลาว

6. การประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวในกรอบสามเหลี่ยมมรกต ครั้งที่ 3 15 – 17 ธ.ค. 48 ที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก

7. ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 2-4 พ.ค. 2550 ที่ จ.อุบลราชธานี

8. ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2551 ที่เมืองสีหนุวิลล์

 

กลไกการประชุมระดับ รมต. – กำหนดให้จัด back-to-back กับการประชุมระดับ รมต. ECS (หรือ ACMECS ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นวาระของกัมพูชาในปี 48 แต่ไม่ได้มีการจัดขึ้น ดังนั้น หากจะมีการจัดการประชุมระดับ รมต. ครั้งถัดไป กัมพูชาต้องรับเป็นเจ้าภาพ

พื้นที่ความร่วมมือ – พื้นที่ความร่วมมือในปัจจุบัน ครอบคลุม 7 จังหวัด/แขวง ได้แก่ จ.อุบลราชธานีและศรีสะเกษของไทย จ.พระวิหาร อุดรมีชัย และ สตึงเตร็งของกัมพูชา และแขวงสาละวันและจำปาสักของ สปป.ลาว

จังหวัดหลักของความร่วมมือ – อุบลราชธานีและศรีสะเกษของไทย พระวิหารและอุดรมีชัยของกัมพูชา และจำปาสักและสาละวันของลาว

จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมมรกต – 1. กัมพูชา (Chorm) – ไทย (ช่องสะงำ ศรีสะเกษ) 2. กัมพูชา (Don Kralor) – ลาว (Veunkham) และ 3. ลาว (วังเต่า) – ไทย (ช่องเม็ก อุบลราชธานี)

 

  • การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2546 ที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว  และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2552 ที่ จ. เสียมราฐ กัมพูชา
  • การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2546 ที่เมืองปากเซ สปป.ลาว และ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2552 ที่ จ. เสียมราฐ กัมพูชา
  • การประชุมคณะทำงานระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวในกรอบสามเหลี่ยม มรกต ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค. 2546 ที่ จ. อุบลราชธานี  ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 17-18 ธ.ค. 2547 ที่ จ. เสียมราฐ กัมพูชา  ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 15-17 ธ.ค. 2548 ที่เมืองจำปาสัก สปป. ลาว  ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 2-4 พ.ค. 2550 ที่ จ.อุบลราชธานี และครั้งล่าสุด ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2551 ที่เมืองสีหนุวิลล์
 
เอกสารความร่วมมือที่สำคัญ
 
        ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2546 ที่เมือง ปากเซ (นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว.กต. เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย โดยมีนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.ท่องเที่ยวฯ เข้าร่วมด้วย) ประเทศสมาชิกได้รับรองปฏิญญาปากเซว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว พื้นที่สามเหลี่ยมมรกต มีสาระสำคัญ ดังนี้  
 
   1) จัดทำแผนปฏิบัติการของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
 
   2) กำหนดพื้นที่ความร่วมมือใน 3 ประเทศ
 
   3) สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชนทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นในการพัฒนาการ  ท่องเที่ยว
 
   4) จัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการท่องเที่ยว
 
   5) ส่งเสริมให้มีการพัฒนาความร่วมมือไปสู่ระดับผู้นำในอนาคต และขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมสาขาอื่น ๆ ที่สอดคล้องกัน
 
ไฟล์เอกสาร
ผลการประชุมคณะทำงานระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวในกรอบ สามเหลี่ยมมรกตที่สำคัญ
 
  • ที่ประชุมคณะทำงานระหว่างประเทศฯ ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2546 ที่ จ.อุบลฯ ได้เห็นชอบแผนปฎิบัติการด้านการท่องเที่ยวในกรอบสามเหลี่ยมมรกต ประกอบด้วย  (1) การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางภายในสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งรวมทั้งการเปิดจุดผ่านแดนสากล การตรวจลงตราเดียว (ACMECS Single Visa ระหว่างไทย-กัมพูชา) (2) การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว (3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (4) การส่งเสริมการท่องเที่ยวและการตลาด และ (5) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว

 

  • ต่อมาที่ประชุมคณะทำงานระหว่างประเทศฯ ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2547 ที่ จ.เสียมราฐ มีมติเพิ่มประเด็นหารือในแผนปฏิบัติการฯ ได้แก่ (6) ข้อพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม  (7) การมีส่วนร่วมของชุมชน และ(8) การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการต่อต้านการลักลอบค้าวัตถุโบราณ

ที่มา กองส่งเสริมเศรษฐสัมพันธ์และความร่วมมือ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

1. กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมฝ่ายไทยเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวสามเหลี่ยมมรกต ประกอบด้วย คณะกรรมการระดับชาติ และคณะกรรมการระดับท้องถิ่น โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 46

2. กรมวิเทศสหการ กระทรวงการต่างประเทศ ได้สนับสนุนงบประมาณในโครงการปรับปรุงศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสามเหลี่ยมมรกต ที่แขวงจำปาสักของลาว ทั้งในด้านครุภัณฑ์และอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ตลอดจนการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ โดยศูนย์ดังกล่าวได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงการประชุม ครม. ร่วมไทย – ลาว เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 47

3. ผช. รมต. (ดร. สรจัก เกษมสุวรรณ) ได้นำคณะทูตานุทูตและคู่สมรสจำนวน 46 ราย จาก 28 ประเทศ และสื่อมวลชนจากสามประเทศ จำนวน 18 ราย เดินทางไปทัศนศึกษาแหล่งท่องเที่ยวสามเหลี่ยมมรกต ระหว่างวันที่ 11 – 14 มี.ค. 47 โครงการนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกตและเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวของสามประเทศให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศ และสร้างความตื่นตัวให้กับภาคเอกชน ตลอดจนส่วนราชการท้องถิ่นให้มีความพร้อมเพื่อรองรับการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของฝ่ายไทยในการร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวในภูมิภาคกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจร่วมกัน

4. กระทรวงท่องเที่ยวฯ ได้ร่วมกับองค์การการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization: WTO) สำรวจพื้นที่สามเหลี่ยมมรกตเพื่อจัดทำแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการตลาด เมื่อวันที่ 6 – 18 พ.ค. 47 และร่วมกันนำเสนอแผนต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ WTO ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 41 เมื่อวันที่ 3 – 7 มิ.ย. 47

5. จากการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 15 – 17 ธ.ค. 48 ที่เมืองปากเซ WTO และ UNDP แจ้งว่าพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมแก่บุคลากรด้านการท่องเที่ยวของทั้งสามประเทศทั้งในด้านวิชาการและแหล่งเงินทุน รวมทั้งการสนับสนุนเงินทุนในการออกแบบตราสัญลักษณ์ของสามเหลี่ยมมรกต และการจัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ซึ่งในโอกาสเดียวกันนี้ประเทศไทยประกาศรับเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกอบรมด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวสำหรับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของประเทศสมาชิก ในช่วงต้นปี 49 และจะเป็นเจ้าภาพจัด FAM trip สำหรับภาคเอกชนและสื่อมวลชนในสามเหลี่ยมมรกตต่อไป

6. ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน : การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ครั้งที่ 2

กัมพูชา เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและการประชุมรัฐมนตรีต่าง ประเทศ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2–3 ต.ค. 2552 ที่ จ. เสียมราฐ ภายใต้หัวข้อ “The Emerald Triangle: Cooperation for Green Development” โดยที่ประชุมได้หารือถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกตและ การดำเนินการตามปฏิญญาปากเซ พร้อมทั้งยืนยันเจตนารมณ์ของประเทศสมาชิกต่อกรอบความร่วมมือนี้ โดย สปป. ลาวและกัมพูชา ได้แสดงความขอบคุณที่ไทยให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว

ที่ประชุมมีความเห็นว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่สามเหลี่ยมมรกตเป็นปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว การค้า และการพัฒนาเศรษฐกิจ และที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมด้านการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน การส่งเสริมการค้า และการเกษตร เพิ่มเติมจากสาขาการท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากความร่วมมือในสาขาดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว ในการกระตุ้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และขจัดปัญหาความยากจนในภูมิภาค  พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้คณะเจ้าหน้าที่อาวุโส ยกร่างแผนปฏิบัติการครอบคลุมสาขาความร่วมมือดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นในความร่วม มือสามเหลี่ยมมรกต ศึกษาเส้นทางต่าง ๆ ที่มีอยู่ และเสนอเส้นทางที่ประเทศสมาชิกต้องการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมโยงสถานที่ ท่องเที่ยวในภูมิภาค และเห็นความจำเป็นของหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาและองค์การให้ความช่วยเหลือ ระหว่างประเทศในการช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานมีความคืบหน้าต่อไป

 

 

JoomSpirit