BIMSTEC: ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลาย สาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ

      ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ BIMSTEC: Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation

ภูมิหลัง 
        BIMSTEC เป็นกรอบความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง 7 ประเทศในอ่าวเบงกอล ประกอบด้วย บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมาร์ เนปาล ศรีลังกา และไทย BIMSTEC เกิดขึ้นจากการริเริ่มของไทย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2540 ภายใต้ชื่อ  BIST-EC (Bangladesh-India-Sri Lanka-Thailand Economic Cooperation) ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น BIMSTEC เป็นการเชื่อมสานนโยบาย Look East ของกลุ่มประเทศเอเชียใต้และนโยบาย Look West ของไทย มีประชากรรวมประมาณ 1,500 ล้านคน ปัจจุบัน   เมียนมาร์ ดำรงแหน่งประธาน BIMSTEC เว็บไซต์เป็นทางการ www.bimstec.org (ปัจจุบันมีปัญหาทางเทคนิคและกำลังดำเนินการจัดตั้งเว็บไซต์ใหม่)
        BIMSTEC เป็นกรอบเดียวที่เชื่อมเอเชียใต้เข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโดยที่ไทยและ เมียนมาร์เป็นประเทศอาเซียน 2 ประเทศที่เป็นสมาชิก BIMSTEC ทำให้ไทยอยู่ในสถานะเป็นสะพานเชื่อมโยงอนุภูมิภาคทั้งสองและเป็นกลไกหนึ่งที่ไทยสามารถขยายความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดีย โดยเอเชียใต้เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีแหล่งวัตถุดิบและทรัพยากรที่สำคัญต่างๆ อยู่มาก อาทิ ก๊าซธรรมชาติ และศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ และอินเดียจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจประเทศหนึ่งในอนาคต


        BIMSTEC มีสาขาความร่วมมือของ BIMSTEC มี 14 สาขา ประกอบด้วย 

1. สาขาการค้าและการลงทุน (บังกลาเทศเป็นประเทศนำ)
 
2. สาขาการคมนาคมและการสื่อสาร (อินเดียเป็นประเทศนำ)
 
3. สาขาพลังงาน (พม่าเป็นประเทศนำ)
 
4. สาขาการท่องเที่ยว (อินเดียเป็นประเทศนำ)
 
5. สาขาเทคโนโลยี (ศรีลังกาเป็นประเทศนำ)
 
6. สาขาประมง (ไทยเป็นประเทศนำ)
 
7. สาขาเกษตร (พม่าเป็นประเทศนำ)
 
8. สาขาสาธารณสุข (ไทยเป็นประเทศนำ)
 
9. สาขาการลดความยากจน (เนปาลเป็นประเทศนำ)
 
10. สาขาการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ (อินเดียเป็นประเทศนำ)
 
11. สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ (อินเดียเป็นประเทศนำ)
 
12. สาขาวัฒนธรรม (ภูฏานเป็นประเทศนำ)
 
13. สาขาปฏิสัมพันธ์ในระดับประชาชน (ไทยเป็นประเทศนำ)
 
14. สาขาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (บังกลาเทศเป็นประเทศนำ)
 

 

BIMSTEC นั้นเป็นการรวมกลุ่มประเทศสมาชิกทั้งหมด 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ อินเดีย พม่า ศรีลังกา ไทย เนปาล และภูฎาน

 

กลุ่ม BIMSTEC ถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยมีประชากรรวมถึง 1,300 ล้านคน แต่ปัจจุบันยังมีการค้า การลงทุน และการเดินทางติดต่อระหว่างกันค่อนข้างน้อย ทำให้ยังมีโอกาสและลู่ทางในการที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการค้าการลงทุนนั้น ประเทศสมาชิกได้ลงนามในกรอบความตกลงเขตการค้าเสรี BIMSTEC แล้ว และทุกประเทศได้เสร็จสิ้นกระบวนการภายในประเทศสำหรับการให้สัตยาบันแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้า (TNC) กำลังดำเนินอยู่ โดยมีเป้าหมายเร่งรัดเจรจาด้านตัวสินค้าก่อนเป็นลำดับแรกให้เสร็จสิ้นเพื่อเริ่มลดภาษีได้ในกลางปี 2549 และได้เริ่มการเจรจาเรื่องการลงทุน และการค้าบริการแล้ว

สำหรับประเทศไทยแล้ว BIMSTEC จะช่วยประสานนโยบาย Look West ของไทย เข้ากับนโยบาย Look East ของอินเดีย และช่วยเน้นจุดยืนนโยบายต่างประเทศแบบ Forward Engagement ของรัฐบาลปัจจุบันที่มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรเดิม และบุกเบิกความสัมพันธ์กับพันธมิตรใหม่ๆ นอกจากนี้ ความร่วมมือที่ประสานจุดแข็งของแต่ละประเทศเข้าด้วยกันใน BIMSTEC ก็เป็นการส่งเสริมความริเริ่มของไทยที่นำมาใช้ได้ผลเป็นที่ยอมรับในหลายเวที ทั้ง ACD และ ACMECS ซึ่งความสำเร็จในเวทีนี้ ก็จะเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (south-south cooperation) ที่จะทำให้ไทยมีบทบาทสร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศต่อไป

 

โครงสร้างความร่วมมือ
 
· การประชุม BIMSTEC มีความร่วมมือระหว่างรัฐสมาชิก 5 ระดับ คือ การประชุมสุดยอด (BIMSTEC Summit) การประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Meeting) การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ซึ่งมี 2 ด้าน คือ ด้านการค้าและเศรษฐกิจ (Senior Trade/Economic Official Meeting: STEOM) และด้านต่างประเทศ (Senior Official Meeting: SOM) การประชุมคณะทำงาน Bangkok Working Group: BWG และการประชุมรายสาขาและสาขาย่อยประเทศนำ (Lead Country) นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับภาคเอกชน ผ่านการจัดประชุม Business Forum ปีละ 1 ครั้ง และการประชุมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชนในกรอบ Economic Forum
 
· ประธาน BIMSTEC จะหมุนเวียนกันตามลำดับตัวอักษรของประเทศสมาชิก โดยเนปาลดำรงตำแหน่งประธาน ตั้งแต่ปี 2012 ต่อจากเมียนมาร์
 
· สำนักงานเลขาธิการ BIMSTEC ทำหน้าที่งานด้านบริหารของกรอบความร่วมมือ BIMSTEC ตั้งอยู่ที่กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ ตามผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ BIMSTEC ครั้งที่ 13 เมื่อ 22 มกราคม 2011 โดยที่ประชุมได้เปิดให้ศรีลังกาได้เสนอชื่อบุคคลเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ BIMSTEC คนแรก ซึ่งศรีลังกาเสนอชื่อนาย Sumith Nakandala ซึ่งจะเสนอให้ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ BIMSTEC พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
 
การดำเนินงานสำคัญและพัฒนาการล่าสุด
 
1. การประชุมสุดยอด
        ที่ผ่านมา BIMSTEC ได้จัดการประชุมสุดยอดแล้ว 3 ครั้ง คือ การประชุมสุดยอดครั้งแรกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2547 ณ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ประชุมได้รับรองเอกสารปฏิญญาผู้นำ BIMSTEC ซึ่งกำหนดให้เรียกชื่อใหม่ของการรวมกลุ่มในกรอบนี้ว่า ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลว่าด้วยความร่วมมือหลากหลายสาขาทางเทคนิคและเศรษฐกิจ หรือ BIMSTEC (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic cooperation)
        ปฏิญญาฯ เน้นถึงวัตถุประสงค์และหลักการในการก่อตั้ง BIMSTEC ซึ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของภูมิภาคเพื่อใช้ประโยชน์จากความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ และเร่งรัดให้มีการดำเนินความร่วมมือในสาขาที่มีอยู่เดิม 6 สาขา และระบุถึงสาขาความร่วมมือสาขาใหม่ๆ อาทิ สาธารณสุข การคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น การศึกษา การพัมนาชุมชนชนบท วิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง การก่อสร้าง สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีชีวภาพ การวิจัยสภาพอากาศและภูมิอากาศและการขจัดและจัดการปัญหาภัยธรรมชาติ
        ปฏิญญาฯ ให้ความสำคัญกับการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรี BIMSTEC เพื่อให้สามารถบรรลุผลโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังระบุถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งรัดความร่วมมือเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนปัญหาข้ามชาติอื่นๆ เช่นโรคเอดส์ และโรคระบาดร้ายแรงอื่นๆ รวมทั้งเน้นถึงความสำคัญที่ต้องเร่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน บทบาทภาคเอกชน โดยตกลงให้มีการอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกัน โดยใช้ BIMSTEC Business Travel Card และหรือ/ BIMSTEC Visa
         การประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ที่ประเทศอินเดีย เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 นี้ ผู้นำชาติสมาชิก BIMSTEC ได้แสดงความยินดีต่อพัฒนาการในสาขาความร่วมมือที่สำคัญ เช่น การจัดตั้ง BIMSTEC Energy Centre ที่อินเดีย / BIMSTEC Centre for Weather and Climate ที่อินเดีย / BIMSTEC Cultural Industries Commission / BIMSTEC Cultural Industries Observatory ที่ภูฏาน/ จัดทำBIMSTEC Convention on Cooperation in Combating International Terrorism, Organized Crime and Illicit Drug Trafficking และ การประชุมสุดยอดครั้งที่ 3 ที่ประเทศเมียนมาร์ ในปี 2554
 
2. การประชุมระดับรัฐมนตรี
        ปัจจุบัน BIMSTEC มีได้มีการจัดประชุมระดับรัฐมนตรีแล้ว 14 ครั้ง โดยเมียนมาร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งที่ 12 (ธันวาคม 2009) ครั้งที่ 13 (มกราคม 2011) ที่กรุงเนปีดอ ตามลำดับ ซึ่งการประชุมครั้งที่ 13 ที่ประชุมเห็นชอบตั้งสำนักงานเลขาธิการถาวรของ BIMSTEC ที่บังกลาเทศ รับทราบข้อเสนอของไทยเรื่องการส่งเสริม BIMSTEC ให้มีส่วนร่วมกับหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา (Development Partner) อาทิ ADB UNESCAP เร่งรัดการเจรจา Agreement on Trade in Goods ภายใต้ BIMSTEC FTA รวมไปถึงการเร่งรัดการประชุม Expert Groups ด้านคมนาคม 5 สาขา เพื่อจัดทำแผนการดำเนินการตามข้อเสนอการศึกษาด้านคมนาคม (BTILS) ของ ADB ทั้งนี้ ในปี 2012 BIMSTEC ได้มีการจัดประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งล่าสุด ที่กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ในหัวข้อหลักเรื่องการวางยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคเพื่อจัดการกับปัญหาความยากจน
 
3. การประชุมสาขาย่อย
        เมื่อปี 2004 BIMSTEC ได้จัดการประชุมสาขาย่อยด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและอาญชากรรมข้ามชาติ (BIMSTEC JWE-CTTC) ที่มีอินเดียเป็นประเทศผู้นำสาขา ประเทศสมาชิก BIMSTEC ได้ตกลงให้จัดตั้งคณะทำงานย่อยเกี่ยวกับความร่วมมือด้านต่าง ๆ 4 คณะ และกำหนดประเทศนำ คือ1) ด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง โดยมีศรีลังกาเป็นประเทศนำ 2) ด้านความร่วมมือด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย โดยมีอินเดียเป็นประเทศนำ 3) ด้านการสกัดกั้นเงินทุนเพื่อสนับสนุนการก่อการร้าย โดยมีไทยเป็นประเทศนำ และ 4) ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยมีพม่าเป็นประเทศนำ

 

 

 

 
ไทยสนับสนุนความร่วมมือในกรอบ BIMSTEC ซึ่งไทยเป็นประเทศนำในสาขาประมง สาธารณสุข และการปฏิสัมพันธ์ในระดับประชาชน ทั้งนี้ กรอบความร่วมมือ BIMSTEC เป็นการเชื่อมสานนโยบาย Look East ของกลุ่มประเทศในเอเชียใต้ กับนโยบาย Look West ของไทย และเป็นกรอบความร่วมมือที่ไทยมีบทบาทในฐานะประเทศ ASEAN เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างอนุภูมิภาคทั้งสองภูมิภาค
 
การประชุมและกิจกรรมที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
 
1. การฝึกอบรม BIMSTEC International Training Program on Aquatic Plants Tissue Culture เมื่อ 29 สิงหาคม – 27 กันยายน 2011
 
2. การประชุม Trade Negotiating Committee (TNC) ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ 2011
 
3. การประชุม BIMSTEC Business Forum ครั้งที่ 6 ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2011 และการประชุม BIMSTEC Economic Forum ครั้งที่ 6 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2011
 
4. การประชุม BIMSTEC Network of National Centres of Coordination in Traditional Medicine เมื่อ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2010
 
5. การประชุมรัฐมนตรีพลังงานครั้งที่ 2 ณ กรุงเทพฯ เมื่อ 4-5 มีนาคม 2010
 
นโยบายของไทยต่อ BIMSTEC
 
1. ด้านการคมนาคมขนส่ง ส่งเสริมการพัฒนาความเชื่อมโยง / สนับสนุนการดำเนินการตามการศึกษาด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมและโลจิสติกส์ที่จัดทำโดย ADB และการทำงานของ Expert Groups ด้านคมนาคม 5 สาขา / ผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย และถนนสามฝ่าย ไทย – พม่า - อินเดีย
 
2. ด้านการค้าการลงทุน ผลักดันการจัดทำ BIMSTEC FTA ให้สำเร็จ โดยให้มีการลงนามความตกลงการค้าสินค้าพร้อมตารางข้อผูกพันภาษีภายในปี 54
 
3. ด้านพลังงาน ไทยผลักดันการเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศสมาชิกฯ โดยเฉพาะเรื่องพลังงานทดแทน พลังงานชีวภาพ และพลังงานน้ำ
 
4. ด้านวัฒนธรรม/การท่องเที่ยว/ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชน สนับสนุนการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/ศาสนาร่วมกัน
 
5. สนับสนุนบทบาทของหุ้นส่วนการพัฒนา (development partner) อาทิ ADB ESCAP ใน BIMSTEC
 
นอกจากนี้ ไทยยังมีส่วนในการผลักดันความตกลงและการจัดตั้งศูนย์ต่าง ๆ ในกรอบของ BIMSTEC ได้แก่
 
  • การลงนาม MOA for Establishment of BIMSTEC Centre for Weather and Climate
  • การจัดทำ MOU เพื่อจัดตั้ง BIMSTEC Cultural Industries Observatory (BCIO) และ BIMSTEC Cultural Industries Commission (BCIC)
  • การจัดตั้ง BIMSTEC Poverty Alleviation Centre ที่ประเทศบังกลาเทศ
  • การให้สัตยาบันต่อ BIMSTEC Convention on Cooperation in Combating International Terrorism, Transnational Organised Crime and Illicit Drug Trafficking
  • การลงนาม 1) ความตำลงการค้าสินค้า 2) พิธีสารแก้ไขกรอบความตกลง FTA 3) ความตกลงเรื่องกลไกระงับข้อพิพาท 4) ความตกลงเรื่องความร่วมมือด้านศุลกากร ในการประชุมรัฐมนตรีการค้า/เศรษฐกิจ ครั้งที่ 6 ในปี 2011 ที่ประเทศบังกลาเทศ
  • การลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อการจัดตั้งศูนย์พลังงาน BIMSTEC ในการประชุมระดับรัฐมนตรี BIMSTEC ครั้งที่ 13 ที่ประเทศเมียนมาร์

 

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ (Ministerial Meeting: MM)
ทำหน้าที่เป็น prime mover ในการกำหนดนโยบายภาพรวมและให้คำแนะนำแก่การประชุมผู้นำ และได้รับมอบหมายจากที่ประชุมผู้นำให้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักในกรอบ BIMSTEC อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 1 จนถึงการประชุมครั้งที่ 4 ได้จำกัดอยู่เพียงระดับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จนถึงการประชุมครั้งที่ 5 ณ กรุงโคลัมโบ เมื่อ เดือนธันวาคม 2545 ที่ได้ยกระดับเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศ

ผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ BIMSTEC ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2554 ณ เนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์

 

  • เห็นชอบให้บังกลาเทศเป็นประเทศที่ตั้งของสำนักเลขาธิการถาวร BIMSTEC และให้ศรีลังกาเสนอชื่อบุคคลเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ BIMSTEC คนแรก
  • รับทราบข้อเสนอของไทยในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ development partner อาทิ ADB และ UNESCAP ใน BIMSTEC
  • ลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อการจัดตั้งศูนย์พลังงาน BIMSTEC
  • เร่งรัดการเจรจา Agreement on Trade in Goods ภายใต้ BIMSTEC FTA
  • เร่งรัดให้มีการประชุม Expert Groups ด้านคมนาคม 5 สาขา เพื่อจัดทำแผนการดำเนินการตามข้อเสนอในการศึกษาด้านคมนาคม (BTILS) ของ ADB
  • เมียนมาร์เสนอจะจัดการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 3 ในปี 2554 (แต่การประชุมต้องเลื่อนออกไปหลายครั้งเนื่องจากประเทศสมาชิกสะดวกไม่ตรงกัน) และเนปาลรับจะเป็นประธาน BIMSTEC ต่อจากเมียนมาร์หลังการประชุมผู้นำดังกล่าว

 

 

 

1. ด้านการค้าและเศรษฐกิจ (Senior Trade/Economic Officials’ Meeting: STEOM) รับผิดชอบการเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรี BIMSTEC (FTA) ความร่วมมือในสาขาหลักด้านการค้าและการลงทุน และ 15 สาขาย่อยของสาขาการค้าและการลงทุน ซึ่งมีรายงานต่อที่ประชุมรัฐมนตรีการค้าและเศรษฐกิจ

2. ด้านต่างประเทศ (Senior Official’s Meeting - SOM) มีหน้าที่ติดตามความคืบหน้าในสาขาอื่นๆ นอกเหนือจากสาขาการค้าและการลงทุน โดยรับรายงานจากที่ประชุม BIMSTEC Working Group จากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศต่อไป

 

เป็นการประชุมร่วมระหว่างอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกประจำประเทศไทย และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประชุมจะมีขึ้นทุกเดือน ณ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อติดตามและผลักดันความคืบหน้าในแต่ละสาขาความร่วมมือ และเพื่อศึกษาแนวทางและนโยบายของความร่วมมือก่อนเสนอรายการต่อที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ในการนี้ไทยได้จัดตั้งศูนย์ BIMSTEC (BIMSTEC Center) ขึ้นเป็นโครงการนำร่องเพื่อสนับสนุนการทำงานของ BWG โดยตั้งอยู่ที่สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 

ประเทศนำของสาขาหลักและสาขาย่อยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่รับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอและรายงานผลการประชุมต่อคณะทำงาน BIMSTEC (BWG) ที่กรุงเทพฯ ผ่านสถานเอกอัครราชทูต BIMSTEC ประจำประเทศไทย ผลการประชุมดังกล่าวจะถูกเสนอต่อที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสต่อไป

 

เป็น 2 การประชุมภายใต้สาขาการค้าและการลงทุน ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้เข้ามีส่วนร่วม โดย Business Forum เป็นเวทีหารือระหว่างภาคเอกชนด้วยกันใน BIMSTEC ส่วน Economic Forum จะเป็นเวทีที่ภาคเอกชนและภาครัฐบาลร่วมหารือกัน และผลการประชุมทั้งสองจะนำรายงานต่อที่ประชุม STEOM ต่อไป

 

        ประเทศสมาชิก BIMSTEC เห็นพ้องในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีในกรอบ BIMSTEC (The BIMSTEC Free Trade Area) เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุนภายในประเทศสมาชิก และเพื่อดึงดูดนักธุรกิจจากภายนอกให้เข้ามาทำการค้าและการลงทุนกับประเทศสมาชิก BIMSTEC ให้มากขึ้น ประเทศสมาชิกทั้งหมด (ยกเว้นบังกลาเทศเนื่องจากปัญหาเรื่องขั้นตอนดำเนินการภายในประเทศ) ได้ลงนามในกรอบความตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรี BIMSTEC ในการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 6 โดยมีนายกรัฐมนตรีของไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ BIMSTEC ร่วมเป็นสักขีพยาน ต่อมาบังกลาเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิกกรอบความตกลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2547

ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเจรจาการค้า (The Trade Negotiating Committee – TNC) ขึ้นและมีการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 7-8 กันยายน 2547 ที่กรุงเทพฯ ที่ประชุมได้รับรอง Term of Reference โดยให้ไทยทำหน้าที่ประธานถาวรของ TNC แม้ว่าแต่ละประเทศสมาชิกจะหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพการประชุม

        ประธาน TNC จะรายงานผลการประชุมต่อที่ประชุมรัฐมนตรีการค้าและเศรษฐกิจ (TEMM) ทราบผ่านที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสทางการค้าและเศรษฐกิจ (STEOM) ขอบเขตการเจรจาของ TNC ครอบคลุมประเด็นด้านการค้าสินค้าและการบริการ การลงทุน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึง การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการสำหรับ LDCs ใน BIMSTEC ในการนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องในการให้ความสำคัญเรื่องการเจรจาด้านการค้าสินค้าก่อนเนื่องจากความตกลงจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2549 ส่วนในขณะนี้ก็ได้มีการเริ่มเจรจาด้านการค้าบริการและการลงทุนด้วยแล้ว

สำหรับกรอบความตกลงด้านการค้าสินค้า มีการแต่งตั้งคณะทำงานด้านต่างๆ ขึ้นเพื่อพิจารณาประเด็นเชิงเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎแหล่งกำเนิด ขั้นตอนพิธีการทางศุลกากร กลไกระงับข้อพิพาท โดยมีการประชุมควบคู่ไปกับการประชุม TNC

 

การลงนามความตกลง / การจัดตั้งศูนย์ต่างๆ ใน BIMSTEC

 

  • การลงนาม (1) ความตกลงการค้าสินค้า (2) พิธีสารแก้ไขกรอบความตกลง FTA (3) ความตกลงเรื่องกลไกระงับข้อพิพาท (4) ความตกลงเรื่องความร่วมมือด้านศุลกากร ในการประชุมรัฐมนตรี การค้าและเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6 บังกลาเทศจะเป็นเจ้าภาพ (ปัจจุบันยังขาดตารางข้อผูกพันภาษีที่จะแนบท้ายร่างความตกลงในส่วนของศรีลังกา ทำให้การดำเนินการยังไม่มีความคืบหน้า)
  • MOA for Establishment of BIMSTEC Centre for Weather and Climate โดยคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบร่างตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอและอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนามหรือรับรองร่างแล้ว
  • MOU เพื่อจัดตั้ง BIMSTEC Cultural Industries Observatory (BCIO) และ BIMSTEC Cultural Industries Commission (BCIC) โดยคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบร่างตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอและอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนามหรือรับรองร่างแล้ว
  • การจัดตั้ง BIMSTEC Poverty Alleviation Centre ที่บังกลาเทศ (ที่ประชุมรัฐมนตรีครั้งที่ 10 เห็นชอบแล้ว แต่ยังไม่คืบหน้า)
  • การจัดตั้ง BIMSTEC Technology Transfer / Exchange Facilities  ศรีลังกาได้ยกร่าง MOA on the Establishment of the BIMSTEC Technology Transfer Facility เวียนให้ประเทศสมาชิกพิจารณา ในส่วนของไทยได้แจ้งความเห็นต่อร่างดังกล่าวให้ศรีลังกาแล้ว และขอให้ศรีลังกาเวียนร่างที่ปรับแก้ไขแล้วให้ประเทศสมาชิกพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
  • MOU for the BIMSTEC Grid Interconnection อินเดียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 5th Task Force Meeting on Trans Power Exchange เพื่อพิจารณาร่าง MOU ดังกล่าว แต่ยังคงมีบางประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติ
  • การให้สัตยาบัน BIMSTEC Convention on Cooperation in Combating International Terrorism, Transnational Organized Crime and Illicit Drug Trafficking ปัจจุบันมีเพียงอินเดียและบังกลาเทศที่ให้สัตยาบันแล้ว ในส่วนของไทยกำลังดำเนินการตามกระบวนการภายใน
  • การจัดตั้งสำนักเลขาธิการถาวร BIMSTEC ณ กรุงธากา ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 23 - 24 พฤศจิกายน2554 ณ กรุงธากา ได้เห็นชอบร่าง MOA การจัดตั้งสำนักเลขาธิการถาวร BIMSTEC และเมียนมาร์จะจัดให้มีการลงนาม MOA ดังกล่าวในระหว่างการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ ๓ (ในส่วนของไทย ครม. ได้พิจารณาอนุมัติการลงนามร่างความตกลงดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2556)
  • ร่างอนุสัญญา BIMSTEC Convention on Mutual Assistance in Criminal Matters ประชุมคณะทำงานย่อยว่าด้วยประเด็นด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายภายใต้กรอบ BIMSTEC ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 20 – 21 ธันวาคม 2555  ณ กรุงนิวเดลี ได้รับการรับรองโดยคณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 7 - 8 พฤษภาคม 2556 ที่ศรีลังกา

 

 

 

JoomSpirit