WB: ธนาคารโลก

        ธนาคารโลกมิใช่ธนาคารตามความเข้าใจทั่วไป แต่เป็นองค์การระหว่างประเทศซึ่งมีสมาชิกจากทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาเข้าร่วมถึง 187 ประเทศ ธนาคารโลกได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2487 ในฐานะธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและพัฒนา  เมื่อเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2489 มีสมาชิก 38 ประเทศ  และจำนวนสมาชิกได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปีพ.ศ. 2493 และ พ.ศ. 2503 เมื่อหลายประเทศที่ได้รับอิสรภาพจากสงครามเข้าร่วมเป็นสมาชิก  การเพิ่มขึ้นของจำนวนสมาชิกและความจำเป็นที่เปลี่ยนไปนี้เอง  ธนาคารโลกจึงได้ขยายขอบเขตการให้บริการออกไปและในปัจจุบันได้รวมกับอีก 5 สถาบันเข้าเป็นกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ธนาคารแห่งนี้จึงเป็นธนาคารซึ่งเกิดจากความร่วมมือกัน  โดยมีประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกเป็นผู้ถือหุ้น  ประเทศสมาชิกเหล่านี้จะเป็นผู้กำหนดนโยบาย  ดูแลการปฏิบัติงานทั่วไปรวมถึงผลประโยชน์จาการทำงานของธนาคาร  โดยผ่านผู้แทนซึ่งเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารของธนาคาร (Board of Executive Directors)

 

        ธนาคารโลกเป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศกำลังพัฒนา  โดยธนาคารได้มุ่งเน้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนและประเทศที่ยากจน โดยใช้ทุนทรัพย์ ทรัพยากรบุคคล รวมถึงความรู้และประสบการณ์ของธนาคารเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ในการลดความยากจน การส่งเสริมให้เกิดความเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกมาตรฐานการครองชีพของประชากรให้สูงขึ้น การประเมินผลงานจากโครงการต่างๆ ที่ทางธนาคารให้การสนับสนุนในประเทศกำลังพัฒนานั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง   ทรัพยากรที่ขาดแคลนในประเทศกำลังพัฒนาจะต้องได้รับการจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุด  การติดตามตรวจสอบช่วยให้ผู้จัดการโครงการทราบว่าโครงการใดถึงผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ และโครงการใดไม่มีประสิทธิภาพ การให้ความสำคัญในการตรวจสอบและการประเมินผลจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ธนาคารโลกได้รับทราบถึงความต้องการที่แท้จริงของคนจน  และเป็นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทราบว่าโครงการนั้น ๆ ให้ประโยชน์มากน้อยเพียงใดเพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนในอนาคต

 

        ธนาคารโลกมีการบริหารเหมือนบริษัทเอกชน โดยที่ประเทศสมาชิกเป็นผู้ถือหุ้น  จำนวนของหุ้นนั้นขึ้นอยู่ขนาดของเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ  ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐที่มีขนาดของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดจะออกเสียงได้ร้อยละ 16.41 ตามด้วย ประเทศญี่ปุ่นร้อยละ 7.87, ประเทศเยอรมันร้อยละ 4.49, ประเทศอังกฤษร้อยละ 4.31 และประเทศฝรั่งเศสร้อยละ 4.31 และหุ้นที่เหลือแบ่งออกย่อยไปเป็นของประเทศสมาชิกอื่นๆ
 
อำนาจการตัดสินใจสูงสุด
        คณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารโลก (Board of Governors) จะเป็นผู้บริหารของธนาคาร มาจากตัวแทนของแต่ละประเทศสมาชิกจากทั้ง 185 ประเทศ โดยทั่วไป กรรมการผู้ว่าการเหล่านี้โดยมาเป็นผู้แทนมาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ของประเทศนั้น ๆ หรืออาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงด้านการพัฒนาอื่น ๆ    คณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารโลกจะเป็นผู้กำหนดนโยบายสูงสุดของธนาคารโลก  ผ่านการประชุมปีละหนึ่งครั้งในการประชุมประจำปีของธนาคารโลก
 
อำนาจในการบริหารงานประจำวัน
        เนื่องจากคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารโลกจะพบกันเพียงหนึ่งครั้งต่อปี  คณะกรรมการผู้ว่าการจึงได้มอบหมายหน้าที่เฉพาะให้กับคณะกรรมการบริหาร (Executive Directors) กรรมการผู้ว่าการทุกคนของธนาคารโลกจะมีกรรมการบริหารปฏิบัติหน้าที่แทนธนาคารเต็มเวลาที่สำนักงานใหญ่กรุงวอชิงตัน ดีซี  ประเทศผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด 5 ประเทศได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และอเมริกา จะตั้งกรรมการบริหารขึ้นมาเพื่อทำงานแทนประเทศละหนึ่งคน   ในขณะที่ประเทศสมาชิกอื่นๆ จะมีกรรมการบริหารรวม 19 คน โดย 5 คนจะมาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก รวมคณะกรรมการอำนวยการทั้งสิ้น 24 คน    
 
คณะกรรมการบริหารทั้ง 24 คนนี้จะประชุม 2 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อดูแลธุรกิจของธนาคาร เป็นต้นว่าการอนุมัติเงินกู้  การรับรองนโยบายใหม่ๆ  การจัดงบประมาณการบริหาร  กลยุทธ์ในการให้ความช่วยเหลือประเทศต่างๆ ตลอดจนการกู้ยืมเงินและการตัดสินใจทางการเงิน 
 
โดยธรรมเนียมปฏิบัติ ประธานธนาคารโลกจะมาจากประเทศที่ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ซึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกา   โดยจะอยู่ในวาระนาน 5 ปี   ประธานธนาคารจะทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของธนาคารและรับผิดชอบดูแลในการบริหารงานของธนาคารโดยรวม    ประธานบริหารคนปัจจุบันของธนาคารโลกคือนายโรเบิร์ต บี. เซลลิค (Robert B. Zoellick) ซึ่งดำรงตำแหน่งแทนนายพอล ดี  วูล์ฟโฟวิตซ์ (Paul D. Wolfowitz) ที่ได้ลาออกเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2550
 
        ธนาคารโลกมีบุคคลากรประมาณ 10,000 คน ประกอบด้วย นักเศรษฐศาสตร์   นักการศึกษา  นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม  นักวิเคราะห์การเงิน นักมานุษยวิทยา วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญแขนงอื่น ๆ อีกมากมาย  บุคคลากรเหล่านี้มาจากกว่า  160  ประเทศ  และกว่า 3,000 คนที่ปฏิบัติงานประจำสำนักงานในประเทศสมาชิกต่าง ๆ การที่มีบุคลากรปฏิบัติงานในประเทศสมาชิกนั้น ๆ ช่วยให้เกิดความใกล้ชิดและเข้าใจในทำงานได้ดียิ่งขึ้น
 
แนวทางการพัฒนา
        189 ประเทศทั่วโลกได้ร่วมลงนามในปฏิญญาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Declaration) ในการประชุมสุดยอดแห่งสหัสวรรษที่องค์การสหประชาชาติเมื่อปีเดือนกันยายน พ.ศ. 2543 ปฏิญญานี้ยืนยันหลักสากลเรื่องการพัฒนาที่มีคนเป็นศูนย์กลางและการพัฒนาคนอย่างยั่งยืน  โดยมีเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals – MDG) ซึ่งประกอบด้วยเป้าหมายหลักที่ท้าทาย 8 ข้อ  โดยมีกรอบระยะเวลาสัมฤทธิผลภายในปี พ.ศ. 2558  ธนาคารโลกได้มุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกเพื่อให้สัมฤทธิผลตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยธนาคารโลกได้นำเป้าหมายหลักเหล่านี้มาใช้กำหนดแนวทางการพัฒนาของธนาคารเป็นสำคัญ
 
เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ
เป้าหมายหลักที่ 1: ขจัดความยากจนและหิวโหย
เป้าหมายหลัีกที่ 2: ให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาระดับประถมศึกษา
เป้าหมายหลักที่ 3: ส่งเสริมบทบาทสตรีและความเท่าเทียมกันทางเพศ
เป้าหมายหลักที่ 4: ลดอัตราการตายของเด็ก
เป้าหมายหลักที่ 5: พัฒนาสุขภาพสตรีมีครรภ์
เป้าหมายหลักที่ 6: ต่อสู้โรคเอดส์  มาลาเรีย  และโรคสำคัญอื่น ๆ
เป้าหมายหลักที่ 7: รักษาและจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
เป้าหมายหลักที่ 8: ส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาในประชาคมโลก

 

ประธานธนาคารโลกคนปัจจุบัน: นาย จิม ยอง คิม (Jim Yong Kim)
 
ธนาคารโลกประกอบด้วย 5 สถาบันได้แก่
  • ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะฟื้นฟูและพัฒนา (IBRD)
  • สมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ  (IDA)
  • บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC)
  • สถาบันประกันการลงทุนแบบพหุภาคี (MIGA)
  • Center for the Settlement of Investment Disputes (ICSID)
 
สำนักงานในภูมิภาค: กรุงเทพฯ  ปักกิ่ง ดิลี ฮานอย จาการ์ตา มะนิลา พนมเปญ พอร์ท มอเรสบี้  สิงคโปร์  ซิดนีย์ โตเกียว อูลานบาทาร์ และเวียงจันทร์  โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ กรุงวอชิงตัน ดีซี  และอีกร้อยกว่า สำนักงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
 
ก่อตั้ง: 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2487  จากการประชุมนานาชาติ ณ เมือง Bretton Woods รัฐ New Hampshire  ประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยมี 44 ประเทศเข้าร่วม
จำนวนสมาชิก :  185 ประเทศ
 
จำนวนบุคลากร: พนักงานประจำสำนักงานใหญ่ ณ กรุุงวอชิงตัน ดีซี มีจำนวนประมาณ 7,500 คน และอีกกว่า 3,500 คนประจำสำนักงานในประเทศต่างๆ ทั่วโลก
 
สำนักงานประเทศไทย
ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย: นางแอนเน็ต ดิกสัน (Annette Dixon)
ที่ตั้ง: ชั้น 30  อาคารสยามทาวเวอร์
เลขที่ 989 ถนนพระรามที่ 1
แขวงปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร. 02-686-8300
แฟกซ์. 02-686-8301
เวลาทำการ: 08.00-05.00 น จันทร์ถึงศุกร์

 

ทั้ง 5 สถาบันของธนาคารโลกนั้นมีบทบาทการทำงานที่แตกต่างแต่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน

ในฐานะนายธนาคาร
        หลายปีที่ผ่านมา ธนาคารได้พัฒนารูปแบบในการให้กู้ยืมเงินหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้กู้ โดยมีสอง สถาบันของธนาคารในการจัดการการให้กู้ยืมเงิน ได้แก่ IBRD และ IDA โดย IBRD จะเสนอทางเลือกในการจัดตั้งกองทุนที่จำเป็นกับประเทศที่มีรายได้ระดับกลาง ด้วยทุนทรัพย์ที่ไม่มาก เพื่อนำกลับไปใช้ในการปฏิรูปและใช้ในการบริการส่วนกลาง ประเทศที่กู้เงินจาก IBRD จะมีระยะเวลาในการกู้ยืมยาวกว่าการกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ โดยสามารถกู้ได้ในระยะยาว 15 - 20 ปี และขยายเวลาการชำระคืนงวดแรก เป็น 3-5 ปี รัฐบาลของหลายประเทศที่กำลังพัฒนาได้กู้เงินไปเพื่อจัดทำโครงการต่าง ๆ เช่น ความพยายามในลดภาวะความยากจน การจัดบริการทางสังคม การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการครองชีพ

IDA จะให้ความช่วยเหลือประเทศที่ยากจนโดยการสนับสนุนเงินให้เปล่า และการให้กู้ยืมเงินปลอดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 10 ปี และมีกำหนดระยะเวลาชำระคืนทั้งหมดเป็นเวลา 35-40 ปี โดยมีระยะเวลาปลอดเงินต้น 10 ปี ประเทศเหล่านี้มีฐานะการเงินไม่ถึงเกณฑ์ที่จะใช้เงินกู้ของ IBRD ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 81 ประเทศโดยมีประชากรรวม 2,500 ล้านคน นับว่าเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรในประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหมด IDA นั้นได้สนับสนุนเงินกู้ให้หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเช่น กัมพูชา คีรีบาติ อินโดนิเซีย ลาว มองโกเลีย ทองกา หมู่เกาะโซโลมอน ซามัว วาโนตู และเวียดนาม

ในฐานะตัวแทนการค้า
        แหล่งกองทุนอื่นๆ เพื่อการพัฒนาเงินทุน เช่น เงินกู้ หรือ เงินสนับสนุนจากประเทศที่ร่ำรวยด้วยข้อตกลงการยืมเงินแบบทวิภาคีหรือมาจากองค์การระหว่างประเทศ หรือกลุ่มประเทศด้วยข้อตกลงในการกู้ยืมแบบพหุภาคี ตลอดจนองค์การที่ให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกสำหรับภาคธุรกิจเอกชนเพื่อช่วยเหลือประเทศที่ประสบวิกฤตการณ์ทางการเงิน ผู้ให้การสนับสนุนหลักได้จัดตั้งกองทุนให้ความช่วยเหลือ (Trust Fund) ขึ้นหลายกองทุนซึ่งบริหารโดยธนาคารโลก กองทุนให้ความช่วยเหลือเหล่านี้นำมาใช้เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือการดำเนินการด้านการลงทุนที่ประสบวิกฤติ การบรรเทาภาวะหนี้สิน การบูรณะที่จำเป็นเร่งด่วน และความช่วยหลือทางด้านวิชาการ IFC ทำงานร่วมกับภาคเอกชนในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในภาคเอกชน ท้ายสุด MIGA ให้การประกันในการลงทุนโดยครอบคลุมถึงภาวะเสี่ยงที่ไม่ได้เกิดจากความเสี่ยงทางการค้า ซึ่งโดยปกติแล้วภาคเอกชนและสถาบันการเงินไม่ได้เตรียมการหรือวางแผนที่จะรับมือ

ในฐานะผู้บริจาค
        ถึงแม้ว่าธนาคารโลกโดยหลักแล้วจะเป็นสถาบันที่ให้กู้ยืมเงิน แต่ก็ยังรวมถึงการดูแลการสนุบสนุน grants เพื่อการพัฒนาด้วย ตัวอย่างเงินทุนสนับสนุนดังกล่าวได้แก่ The Development Grants Facility โดยผ่านโครงการกองทุนนำร่องเพื่อทดสอบการใช้นวัตกรรมตลอดจนวิทยาการที่ใช้แก้ปัญหาในการพัฒนาต่าง ๆ

ธนาคารได้สนุบสนุน grants ในโครงการต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชนบท สุขภาพ การศึกษา นโยบายทางเศรษฐกิจ การรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาในภาคเอกชน ยกตัวอย่างเช่น เงินจากกองทุน Japan Social Development Fund ซึ่งสนับสนุนและจัดสรรให้แก่ องค์กรเอกชนในท้องถิ่นของประเทศกัมพูชาเพื่อทำงานช่วยเหลือรัฐบาล ในการป้องกันและดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการเพิ่มความตระหนักและการจัดหาที่พักอาศัยให้คนทั้งในชนบทและในเมือง

ในฐานะที่ปรึกษา
        การให้คำปรึกษาของธนาคารโลกนั้นมาจากประสบการณ์ในการพัฒนา วิเคราะห์และวิจัยที่สั่งสมมานานปี แท้จริงแล้ว ธนาคารแห่งนี้ก็คือศูนย์กลางการวิจัยด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การศึกษาด้านความยากจน การค้า โลกาภิวัตน์ ตลอดจนด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทุกครึ่งปีธนาคารจะสังเกตและติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เพื่อจัดทำรายงานชื่อ East Asia Regional Update รายงานนี้เผยแพร่ไปยังสื่อมวลชนท้องถิ่น และต่างประเทศ รัฐบาล สถาบันการศึกษา องค์การความช่วยเหลือต่าง ๆ NGOs นักเรียน และรวมทั้งภาคเอกชน รายงานชื่อ East Asia Integrates ซึ่งรายงานถึงการค้าในภูมิภาคและการผสมผสานด้านการค้าและการลงทุน มาจากกระบวนการให้คำปรึกษาที่ครอบคลุมเนื้อหาเบื้องลึก และนำมารวบรวมในรายงานฉบับนี้ นอกจากนี้รายงานฉบับสมบูรณนี้ได้มีส่วนช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถที่จะกำหนดจุดยืนของประเทศตนเองให้เหมาะสมกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โครงการที่ธนาคารให้ทุนสนับสนุนยังได้กำหนดให้มีขึ้นตอนในการทำวิจัย หากธนาคารและผู้ร่วมงานพิจารณาเห็นว่าโครงการนั้นๆ จะมีปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจและสุขภาพของคนในประเทศ ปัจจัยเหล่านี้มีความหลากหลายครอบคลุมตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจและแนวโน้มทางการค้า จนถึงเรื่องความยากจน และ ตาข่ายคุ้มครองทางสังคม ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารยังมีหน่วยงานที่มีความชำนาญเฉพาะทางโดยตรงที่จะให้คำปรึกษาในเรื่องสุขภาพ การศึกษา โภชนาการ การบริการทางการเงิน ความยุติธรรม กฏหมาย และสิ่งแวดล้อม

ในฐานะที่เป็นแหล่งความรู้
        เป้าหมายของธนาคารที่ต้องการให้การสนับสนุนเพื่อให้ประเทศสมาชิก ได้นำองค์ความรู้ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ไปพัฒนาประเทศตนเอง สถาบันวิชาการแห่งธนาคารโลก (World Bank Institute - WBI) เป็นสถาบันฝึกฝนอบรม ให้ความรู้และเสริมทักษะการพัฒนาแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและนักพัฒนา, นักวิชาการ, นักศึกษา ภาคประชาสังคมและผู้สนใจต่าง ๆ ในประเทศสมาชิก ผ่านโปรแกรมการอบรม สัมมนา เครือข่ายความรู้ วีดีโอคอนเฟอเรนซ์และเวบไซด์ นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังได้พัฒนาและเก็บรักษาข้อมูล เพื่อแบ่งปันความรู้ในการพัฒนาระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศ

ในฐานะหุ้นส่วน
        หุ้นส่วนสำคัญของธนาคารโลกในการพัฒนาก็คือรัฐบาลของประเทศสมาชิกนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังได้ทำงานร่วมกับองค์การที่มีประสบการณ์ในระดับที่เท่าเทียมกันหรือมากกว่า เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มีส่วนได้เสียและชุมชนท้องถิ่นในประเทศกำลังพัฒนา ธนาคารโลกยังได้สร้างและดำเนินความสัมพันธ์ในระดับพหุภาคีกับภาคีการพัฒนาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อาทิ หน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ ผู้บริจาคระดับทวิภาคี และภาคประชาสังคม นอกจากนี้ธนาคารยังมีสัมพันธภาพอย่างใกล้ชิดกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนอีกด้วย

 

ธนาคารนำเงินมาจากไหน

พันธบัตรธนาคารโลก กองทุนบริจาค กองทุนให้ความช่วยเหลือ ผู้ลงทุน การได้รับชำระหนี้คืนของ IDA

        IBRD เป็นหน่วยงานหลักในการให้กู้ยืมเงินของธนาคารโดยรวบรวมเงินจากการขายพันธบัตรระดับ AAA ซึ่งโดยปกติขายให้แก่ กลุ่มสถาบันการเงิน กองทุนบำเน็จบำนาญ และผู้จัดการสถาบันการเงินอื่นๆ ตลอดจนธนาคารกลางในตลาดการเงินของโลก ในปีงบประมาณ 2546 IBRD มีรายได้ 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากตลาดการเงินโลก อย่างไรก็ตาม ธนาคารมิได้ประกอบการเพื่อผลกำไรดังเช่นสถาบันการเงินอื่นๆ แต่ธนาคารใช้ความน่าเชื่อถือที่มีต่อธนาคารในระดับสูงไปใช้เพื่อนำเงินเหล่านี้ไปให้ประเทศที่กำลังพัฒนากู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ธนาคารโลกมีรายได้จากดอกเบี้ย, ค่าธรรมเนียมในการให้กู้เงิน, การลงทุนในทรัพย์สินที่มีสภาพคล่อง และเงินทุนซึ่งจ่ายโดยประเทศสมาชิกผู้ถือหุ้น รายได้ต่างๆ เหล่านี้ ตลอดจนเงินทุนที่งอกเงยจากตลาดทุน และส่วนหนึ่งของเงินทุนและเงินสำรอง ได้นำมาให้ประเทศสมาชิกกู้ยืมและเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

        เงินทุนของ IDA มียอดในการให้กู้ยืมนับเป็นอันดับสามของยอดทั้งหมดของธนาคาร โดยให้ประเทศที่ยากจนกู้ยืมโดยปลอดดอกเบี้ย และให้เงินสนับสนุน ทุกๆ 3 ปีประเทศผู้บริจาคจำนวน 40 รายจะบริจาคเงินให้แก่ IDA เพื่อนำไปใช้เป็นแหล่งเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยแก่ประเทศที่ยากจนและเพื่อใช้ในการดำเนินโครงการต่างๆ ต่อไป IDA ยังได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือในการระดมและประสานงานความช่วยหลือระหว่างประเทศที่บริจาคและองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ เงินทุนเพื่อนำไปช่วยเหลือประเทศที่ยากจนเกือบทั้งหมดได้รับการเติมให้เต็มดังเดิมจากปีพ.ศ. 2545 ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงินประมาณ 223,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเริ่มตั้งแต่ 1 กรกฏาคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา ประมาณครึ่งหนึ่งของเงินกองทุนมาจากเงินบริจาค และส่วนที่เหลือมาจากแหล่งเงินทุนที่ไม่ใช่การบริจาค ได้แก่ การได้รับชำระหนี้ของ IDA และรายได้สุทธิที่ถูกโอนมาจาก IBRD ผู้บริจาคได้ลงมติว่าเงินจำนวนหนึ่งในห้า จะนำไปเป็นเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าซึ่งไม่ต้องการการชำระคืน แทนการให้ยืมโดยปลอดดอกเบี้ย เงินสนับสนุนเหล่านี้จะช่วยให้ประเทศต่างๆ พัฒนาและแก้ไขวิกฤติการณ์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้นเช่น การแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี / โรคเอดส์

นอกจาก IDA แล้ว รายได้ส่วนบางส่วนของธนาคารนั้นมาจากประเทศสมาชิก โดยร้อยละ 5 ของกองทุน IBRD นั้นมาจากการบริจาคจากประเทศที่ร่ำรวยซึ่งได้ชำระเมื่อประเทศเหล่านั้นมาเข้าร่วมเป็นสมาชิก เป็นเงินประมาณ 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

         สำหรับ MIGA นั้น ได้รับเงินทุนจากประเทศสมาชิกและได้รับเงินทุนเพื่อการดำเนินงานจากธนาคารโลก สถาบันคิดค่าธรรมเนียมสำหรับบริการบางประการ

        IFC ให้บริการทางการเงินหลากหลายรูปแบบสำหรับแต่ละโครงการ อาทิ การให้กู้ยืมเงิน การเข้าไปถือหุ้น การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management Product) การเป็นตัวกลางในการลงทุน อย่างไรก็ตามเงินทุนส่วนใหญ่รวมทั้งอำนาจในการบริหารจะเป็นของผู้ประกอบการ โดย IFC จะลงทุนในเฉพาะโครงการที่ให้กำไรและคิดค่าธรรมเนียมตามราคาตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการของ IFC

เงินของธนาคารโลกไปสู่ที่ใดบ้าง
         เงินกู้ของ IBRD เงินสินเชื่อของ IDA เงินสนับสนุนของกองทุนเงินทุนหลักทรัพย์ โครงการการเงิน การประกันการลงทุนการใช้เงินไปในทางที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศกำลังพัฒนาเป็นงานหลักและเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดของธนาคารโลก ธนาคารโลกจัดตั้งกองทุนเหล่านี้ขึ้นเพื่อให้ประเทศที่ีไม่สามารถเข้าถึงตลาดระหว่างประเทศได้ สามารถกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และปลอดดอกเบี้ย ตลอดจนให้เงินสนับสนุนแบบให้เปล่า ประเทศสมาชิกต่างๆ ติดต่อกับธนาคารโลก เพื่อศึกษางานวิจัยทางเศรษฐกิจ คำแนะนำด้านนโยบาย ความช่วยเหลือทางวิชาการในการออกแบบ และทำการพัฒนาโครงการเพื่อกู้ยืมเงิน ในการดำเนินงานพัฒนาโครงการ รวมถึงเงินกู้ ประเทศต่างๆ จะพัฒนาโครงการด้วยตนเองโดยได้รับความช่วยเหลือทางด้านวิชาการจากเจ้าหน้าที่ของธนาคารโลก แต่อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวจะต้องมีเป้าหมายในการพัฒนาที่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น การลดภาวะความยากจน การจัดการบริการสู่สังคม การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อยกระดับมาตรฐานการดำรงชีวิต

         การจัดสรรเงินสำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้นจะพิจารณาจากลำดับความจำเป็น ประเทศที่กู้เงินจาก IBRD ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่มีรายได้ระดับกลาง โดยมีรายได้ต่อหัวต่อคนน้อยกว่า 5,185 เหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งร้อยละ 75 ของประชากรที่ยากจนที่สุดในโลกอาศัยอยู่ในประเทศเหล่านี้ และดำรงชีพด้วยเงินน้อยกว่า 1 เหรียญสหรัฐต่อวัน แต่เดิมประเทศเหล่านี้จะสามารถกู้ได้แต่เฉพาะจากตลาดเอกชนด้วยอัตราที่สูง IBRD จึงเสนอการให้กู้ในเงื่อนไขที่ดีกว่าและระยะการชำระเงินคืนที่นานกว่า

        ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ซึ่งมีรายได้ 875 เหรียญสหรัฐต่อหัวต่อคนหรือน้อยกว่า ได้รับเงินสนุบสนุนแบบให้เปล่าและเงินกู้แบบปลอดดอกเบี้ยจากธนาคารโลก เพื่อใช้ในโครงการเพื่อการจัดสรรการบริการขั้นพื้นฐาน สำหรับเงินกู้ในกรณีนี้จะได้รับกำหนดชำระคืนนานถึง 35 - 40 ปี และได้รับการผ่อนผันการชำระคืนงวดแรกเป็น 10 ปี รายได้จากการดำเนินงานของธนาคารจะถูกเก็บไว้เป็นเงินสำรองเพื่อให้เกิดความมั่นใจทางการเงินในระดับสูง และเพื่อช่วยเหลือด้านการเงินแก่แหล่งความช่วยเหลือหลักอื่นๆ เช่น IDA และการบรรเทาภาวะหนี้

        ธนาคารโลกได้พยายามที่จะยกระดับประเทศกำลังพัฒนาและทำให้ประเทศเหล่านี้ดึงดูดนักลงทุนจึงได้ก่อตั้ง IFC และ MIGA ทำงานร่วมกับภาคเอกชนในประเทศกำลังพัฒนา โดย IFC จะเข้าไปถือหุ้นร่วมเป็นเจ้าของบริษัทเอกชนส่วนหนึ่ง เพื่อดึงดูดนักลงทุนชาวต่างชาติ MIGA รับประกันต่อความเสี่ยงทางด้านการเงินและการเมืองในประเทศที่กำลังพัฒนาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนและผู้ให้กู้ยืมเงิน โดยเสนอการประกันครอบคลุมความเสี่ยงที่มิได้เกิดจากความเสี่ยงทางธุรกิจ ได้แก่ สงครามและเหตุการณ์ความไม่สงบ และการยึดทรัพย์สินไปเป็นของสาธารณะ โดยเฉพาะการลงทุนในประเทศที่ไม่เป็นที่รู้จัก

เงินกู้
         ธนาคารเสนอเงินกู้ใน 2 ลักษณะ ได้แก่ เงินกู้เพื่อการลงทุนสำหรับสินค้า การทำงาน และการบริการที่สนับสนุนโครงการที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมครอบคลุมในหลายด้านและอีกลักษณะคือเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้าง ซึ่งให้ความช่วยเหลือทางการเงินในการสนับสนุนการปฏิรูปด้านนโยบายและองค์การในระหว่างการเจรจาเรื่องการกู้เงิน ทางธนาคารและผู้กู้จะต้องทำการตกลงกันในเรื่องวัตถุประสงค์การพัฒนา องค์ประกอบต่างๆ ผลลัพธ์ เกณฑ์วัดผลการปฏิบัติงาน และแผนการนำไปใช้จริง เมื่อธนาคารอนุมัติเงินกู้และมีผลในการเบิกจ่ายแล้วผู้กู้ก็จะเริ่มดำเนินโครงการตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับธนาคารทางธนาคารจะคอยกำกับดูแลการดำเนินงานในแต่ละโครงการของเงินกู้และประเมินผลงาน เงินกู้ทั้งหมดจะบริหารจัดการโดยนโยบายการปฏิบัติงานของธนาคารโลกเพื่อให้แน่ใจได้ว่าการดำเนินงานด้านการเงินของธนาคารมีความเหมาะสมในเชิงเศรษฐกิจ การเงิน สังคม และสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับธนาคารโลก

เว็บไซต์ทางการ www.worldbank.org

 

 

 

JoomSpirit