OSCE : องค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป

        องค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Cooperation in Europe) หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า OSCE นั้น เกิดขึ้นหลังการลงนามในสนธิสัญญา Helsinki Final Act เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1975 OSCE มีบทบาทสำคัญในฐานะที่เป็นเวทีการเจรจาและกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงด้วยการประสานความแตกแต่งของยุโรปตะวันตกและตะวันออกให้เชื่อมต่อกันทั้งความแตกต่างด้านแนวความคิด การเมือง และเศรษฐกิจ จนกระทั่ง 30 ปีผ่านมา OSCE ได้ดำเนินบทบาทใหม่จากเดิมสู่การเป็นองค์กรด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคขนาดใหญ่ของโลกที่ดำเนินงานครอบคลุมมิติความมั่นคง 3 ด้าน ได้แก่ มิติความมั่นคงของมนุษย์ มิติความมั่นคงทางการเมืองและการทหาร และมิติความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

  • องค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe - OSCE) พัฒนามาจากการประชุมว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Conference on Security and Cooperation in Europe - CSCE) CSCE มิได้เป็นองค์การระหว่างประเทศตามกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นการประชุมแบบต่อเนื่อง (Series of Conferences) การประชุม CSCE ครั้งที่ 1 เมื่อเดือน สิงหาคม 2518 ณ กรุงเฮลซิงกิหลังจากที่สหภาพโซเวียตยอมให้สหรัฐฯ และแคนาดา เข้าร่วมประชุม แม้จะมิได้ตั้งในยุโรป
  • เมื่อปี 2537 ที่ประชุมระดับผู้นำ CSCE ณ กรุงบูดาเปสต์ ได้เปลี่ยนชื่อ CSCE เป็น OSCE และกลายเป็นองค์การระหว่างประเทศ
  • สำนักงานใหญ่ OSCE ตั้งอยู่ ณ กรุงเวียนนา
  • เลขาธิการ OSCE (Secretary General) คนปัจจุบัน คือ นาย แลมแบร์โต้ ซานนิแอร์ (Lamberto Zannier) ชาวอิตาลี
  • ประธาน OSCE (Chairman in Office - CiO) คนปัจจุบัน คือ นาย อิวิคา ดาคิช (Ivica Dačić) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเซอร์เบีย
  • ประธาน OSCE (OSCE Chair 2016) คือ ประเทศเยอรมัน (ปี 2559) ประเทศเซอร์เบีย (ประธาน OSCE ปี 2558) และประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (ประธาน OSCE ปี 2557)

เว็บไซต์ทางการ www.osce.org

 

 

        OSCE มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างมาตรการความไว้เนื้อเชื่อใจ (confidence building measures) ทางความมั่นคง 3 มิติได้แก่
     1) มิติด้านการเมืองและการทหาร (politico-military dimension)
     2) มิติด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม (economic and environmental dimension)
     3) มิติด้านมนุษย์ (human dimension)
 
 
        จึงอาจกล่าวได้ว่า OSCE เป็นองค์กรเดียวที่เชื่อมโยงมิติด้านการทหารกับมิติมนุษย์เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ OSCE มีบทบาทรักษาสันติภาพเชิงรุกโดยใช้การทูตเชิงป้องกัน (preventive diplomacy) และการสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเกิดสันติภาพ โดยส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงในบริบทของการส่งเสริมความมั่นคงร่วมกัน (collective security) ซึ่งเป็นกระบวนการระยะยาว อาทิ การสร้างเสถียรภาพ การเสริมสร้างขีดความสามารถ การให้คำปรึกษา การติดตามสังเกตการณ์ การเรียกร้องผลักดัน และโน้มน้าวประเทศสมาชิก ให้ตระหนักในหลักการด้านความมั่นคง ทั้งนี้ เพื่อจัดการกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ในยุโรป โดย OSCE ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพื่อหาทางออกต่อความขัดแย้งโดยสันติวิธี ลักษณะการดำเนินการมุ่งเน้นด้านวิธีทางการพลเรือนไม่ใช่การทหาร (civilian means) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะประการหนึ่งของ OSCE
 
โดยรวมแล้ว OSCE มีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีปรึกษาหารือเพื่อหาข้อยุติ/ระงับข้อพิพาทและข้อขัดแย้งต่างๆ ในยุโรป รวมทั้งควบคุมดูแลความมั่นคงในภูมิภาคเพื่อป้องกันมิให้เกิดวิกฤตการณ์ที่ร้ายแรง 
 
        คุณลักษณะหนึ่งของ OSCE ที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการกับวิกฤตการณ์ความขัดแย้ง คือ การที่ OSCE มีลักษณะเป็นองค์กรที่มีบทบาทไม่โดดเด่นมากนัก (low-key character) ทำให้ประเทศที่มีความขัดแย้งยินยอมให้ OSCE เข้าไปมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้นเพราะการทำหน้าที่เป็นตัวกลางของ OSCE ไม่ส่งผลให้ความขัดแย้งขยายกลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศขึ้นหรือดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมากนัก หรือส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศที่อยู่ในความขัดแย้งว่าไม่มีความสามารถในการจัดการความขัดแย้งเมื่อเปรียบเทียบกับบทบาทขององค์กรอื่นๆ 
 
         ตัวอย่างของการปฏิบัติการเพื่อการจัดการวิกฤตการณ์ของ OSCE ได้แก่ การสร้างสันติภาพในเซาท์ ออสเซเทีย (จอร์เจีย) นากอร์โน ? คาราบัค (อาเซอร์ไบจัน) โดยการหาหนทางเพื่อยุติความขัดแย้งโดยวิธีทางการเมืองในกรณีความขัดแย้งเหนือดินแดนนากอร์โน ? คาราบัคระหว่างอาเซอร์ไบจันและอาร์เมเนีย กรณีดินแดนเซาท์ ออสเซเทียและอับคาเซียที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนในจอร์เจีย OSCE ได้ส่ง ผู้สังเกตการณ์ เข้าไปในจอร์เจียภายหลังเกิดสงครามกับรัสเซียด้วย อย่างไรก็ดี รัสเซียปฏิเสธไม่ต่ออายุผู้สังเกตการณ์ในจอร์เจียของ OSCE เมื่อเดือนธันวาคม 2551 
 
        OSCE ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการการรักษาสันติภาพ เช่น การส่งตัวแทนเข้าไปในแอลเบเนียเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเสรีภาพของสื่อ  การให้คำแนะนำเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนแก่โครเอเชีย การส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตยในเซอร์เบียและดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือชุมชนชาวโรมาให้พ้นจากวงจรความยากจนและการกีดกันนอกจากนี้ OSCE ยังติดตามการเลือกตั้งใน อาเซอร์ไบจันและอาร์เมเนีย ในเบลารุส OSCE ติดตามการเลือกตั้งและขัดแย้งกับประธานาธิบดีลูกาเชนโกเมื่อ OSCE ประณามว่าประธานาธิบดีลูกาเชนโกทุจริตผลการเลือกตั้งปี 2544 และระบุว่าการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา ปี 2551 ไม่เป็นไปตามมาตรฐานนานาชาติ OSCE ให้คำแนะนำดูแลการจัดการเลือกตั้งแก่บอสเนียและ   เฮอร์เซโกวีนา ส่วนในเขตเอเชียกลาง OSCE มีสำนักงานในอุซเบกิซถาน คาซัคสถาน ทาจิกิสถาน คีร์กิซสถาน และเติร์กเมนิสถาน และติดตามการเลือกตั้งในประเทศเหล่านี้ เพราะเห็นว่าหากประชาธิปไตยล้มเหลว ประเทศกลุ่มนี้จะยิ่งอ่อนแอต่อกลุ่มหัวรุนแรง
 

การดำเนินงาน

OSCE ให้ความสำคัญกับการดำเนินงาน ดังนี้

1.) ส่งเสริมค่านิยมร่วมของประเทศสมาชิก ตลอดจนส่งเสริมประชาธิปไตยและประชาสังคม บนพื้นฐานของหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย

2.) ป้องกันการเกิดความขัดแย้งในระดับท้องถิ่นและเสริมสร้างเสถียรภาพในพื้นที่ที่ประสบวิกฤตการณ์

3.) ส่งเสริมระบบความมั่นคงร่วมกัน

ขอบเขต

ถึงแม้ความสำคัญและขอบเขตในการดำเนินงานของ OSCE ในยุคหลังสงครามเย็นจะปรับเปลี่ยนไปจากช่วงสงครามเย็น แต่การดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ขององค์การเพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันทางด้านความมั่นคง 3 ด้าน (Three Baskets) ดังกล่าวยังคงมีอยู่ ดังนี้

1.) ความมั่นคงด้านการเมือง และการทหาร OSCE ประสงค์ที่จะเสริมสร้างความมั่นคงด้านการทหารโดยส่งเสริมความเปิดกว้าง ความโปร่งใส และความร่วมมือระหว่างรัฐสมาชิกกับรัฐภายนอกที่มีความสัมพันธ์กับ OSCE โดยการสร้างเวทีหารือเพื่อความร่วมมือด้านความมั่นคง (The Forum for Security Cooperation) และการใช้มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Confidence and Security Building Measures: CSBMs) เป็นต้น

2.) ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม OSCE ให้ความสำคัญกับ การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากความร่วมมือในประเด็นดังกล่าวช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลต่อสันติภาพ ความมั่งคั่ง และเสถียรภาพ ในภูมิภาคยุโรปโดยรวม ทั้งนี้ ขอบเขตของความร่วมมือด้านนี้ของ OSCE ได้แก่ การติดตาม (monitor) พัฒนาการด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในประเทศสมาชิกเพื่อเตือนภัยหากมีเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง และอำนวยความสะดวกแก่รัฐสมาชิกในการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

3.) ความร่วมมือทางด้านมนุษย์ ความร่วมมือด้านมนุษย์ของ OSCE ครอบคลุมประเด็นเรื่องการปกป้องสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การส่งเสริมหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย การเสริมสร้าง และการพัฒนาสถาบันประชาธิปไตย โดย OSCE ได้จัดตั้งกลไกเพื่อส่งเสริมพันธกรณีของประเทศสมาชิกในการดำเนินการ ตามหลักการดังกล่าว อาทิ สำนักงานสถาบันประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน (Office for Democratic Institutions and Human Rights) และข้าหลวงใหญ่ด้านชนกลุ่มน้อยแห่งชาติ (High Commissioner on National Minorities) เป็นต้น

 

ประเทศสมาชิก

       ปัจจุบันประเทศสมาชิก OSCE มี 56 ประเทศ ได้แก่ แอลเบเนีย อันดอร์รา อาร์เมเนีย ออสเตรีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส เบลเยียม บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บัลแกเรีย แคนาดา โครเอเชีย ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส จอร์เจีย เยอรมนี กรีซ นครรัฐวาติกัน ฮังการี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน ลัตเวีย ลิคเตนสไตน์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มาเซโดเนีย มอลตา มอลโดวา โมนาโก มอนเตเนโกร เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส รัสเซีย โรมาเนีย ซานมารีโน เซอร์เบีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ทาจิกิสถาน ตุรกี เติร์กเมนิสถาน ยูเครน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และอุซเบกิสถาน

โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ประเทศสมาชิก OSCE แต่ละประเทศมีสถานะเท่าเทียมกันและให้การอุดหนุนทางการเงินแก่องค์กร มีการประชุมหารือเพื่อออกแถลงการณ์และข้อตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ต้องได้รับการอนุมัติด้วยมติเอกฉันท์และมีผลผูกพันทางการเมือง แต่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย อย่างไรก็ดี มีข้อยกเว้นการใช้หลักมติเอกฉันท์ได้ ในกรณีที่ประเทศสมาชิกละเมิดพันธกรณีของ OSCE อย่างชัดเจน ร้ายแรง และไม่มีการดำเนินการแก้ไขตามมติ
 
         นอกเหนือจากสมาชิก 56 ประเทศแล้ว OSCE ยังมีความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศนอกกลุ่ม ซึ่งมีฐานะเป็นหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือ (Partner for Cooperation) แบ่งเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ ฝ่ายเมดิเตอร์เรเนียน 6 ประเทศ ได้แก่ อัลจีเรีย อียิปต์ อิสราเอล จอร์แดน โมร็อคโก และตูนีเซีย และหุ้นส่วนฯ ฝ่ายเอเชีย 6 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทย อัฟกานิสถาน มองโกเลีย และออสเตรเลีย
 

        ประเทศภาคีในกรอบการทำงานของ OSCE นั้นจะประกอบด้วยกลุ่มประเทศที่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบที่ต่างกัน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มรัฐที่มีส่วนร่วม (Participating States) จำนวน 56 ประเทศจากยุโรป เอเชียกลาง และอเมริกาเหนือ และกลุ่มประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือ (Partners for Cooperation) 11 ประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทย โดย OSCE ได้ระบุว่ากลุ่มรัฐที่มีส่วนร่วม (Participating States) ทั้ง 56 ประเทศ มีสถานภาพที่เท่าเทียมกันและมีสิทธิออกเสียงในประเด็นต่างๆ ซึ่งข้อสรุปการตัดสินใจจะอยู่บนพื้นฐานของฉันทามติในเชิงการเมืองโดยไม่ผูกมัดในเชิงกฎหมาย

        ประเด็นหลักของ OSCE ที่นำไปสู่โครงการความร่วมมือต่างๆ ในปัจจุบัน ประกอบด้วย การต่อต้านการค้าผิดกฎหมายด้านต่างๆ (Anti-Trafficking) การควบคุมอาวุธสงคราม (Arms Control) การบริหารจัดการเขตชายแดน (Border Management) การต่อต้านการก่อการร้าย (Combating Terrorism) การป้องกันความขัดแย้ง (Conflict Prevention) และส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูพื้นที่ต่างๆ หลังเกิดวิกฤติ การสร้างความเป็นประชาธิปไตย (Democratization) การส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ (Economic Activities) ที่เน้นการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการศึกษา (Education) ที่เน้นแผนงานด้านการศึกษาที่เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อป้องกันความขัดแย้งและการฟื้นฟูประเทศหลังสภาวะความขัดแย้ง การส่งเสริมการเลือกตั้ง (Elections) การส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Activities) การส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย (Gender Equality) การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน (Human Rights) การติดตามประเด็นเสรีภาพของสื่อ (Media Freedom) การปฏิรูปทางการทหารเพื่อความมั่นคง (Military Reform) การส่งเสริมสิทธิชนกลุ่มน้อย (Minority Rights) การกำหนดนโยบาย (Policing) เพื่อป้องกันความขัดแย้งและฟื้นฟูสภาพหลังความขัดแย้ง การส่งเสริมหลักกฎหมาย (Rule of Law) ด้านสิทธิมนุษยชน และการยอมรับในความแตกต่างและการไม่เลือกปฏิบัติ (Tolerance and Non-discrimination)

ทั้งนี้ OSCE จะใช้วิธีการระดมความคิดเห็นจากประเทศภาคีลักษณะเดียวกับองค์กรต่างๆ ทั่วโลก นั่นคือ การจัดการประชุมเพื่อเป็นเวทีระดมความคิดเห็นและความร่วมมือด้านความมั่นคงของมนุษย์อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา OSCE ได้จัดการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงครั้งสำคัญในประเทศไทย ได้แก่ การประชุม OSCE-Thailand Conference ระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน 2545 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีจุดเน้นเรื่องมิติความมั่นคงของมนุษย์ ในประเด็นภัยคุกคามจากยาเสพติดและการค้ามนุษย์ มุมมองด้านผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งความคิดเห็นเรื่องความร่วมมือระหว่าง OSCE และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

 

  • นอกเหนือจากสมาชิก 56 ประเทศแล้ว OSCE ยังมีความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศนอกกลุ่ม ในฐานะหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือ (Partner for Cooperation) ของ OSCE ได้แก่เป็นประเทศหุ้นส่วนฯ ฝ่ายเอเชีย และฝ่ายเมดิเตอร์เรเนียน
  • นอกจากนี้ ในการประชุมต่าง ๆ ของ OSCE ยังมีผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ อาทิ องค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป คณะมนตรียุโรป องค์การว่าด้วยความมั่นคงแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ เข้าร่วมด้วย

ประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Partners for Co-operation)

  • มี 6 ประเทศ ได้แก่ อัลจีเรีย อียิปต์ อิสราเอล จอร์แดน โมร็อคโก และตูนีเซีย ซึ่งเข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ ตั้งแต่ปี 2533
  • เป็นความร่วมมือในลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากประเทศหุ้นส่วนฯ ฝ่ายเอเชีย โดยเป็นผลจากบทบัญญัติเฮลซิงกิ ปี 2518 ซึ่งได้ระบุให้ OSCE มีความร่วมมือทางด้านการเมืองและความมั่นคงกับประเทศในภูมิภาคดังกล่าว เนื่องจากมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ทางด้านความมั่นคงของภูมิภาคยุโรปโดยรวม

ประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเอเชีย (Asian Partners for Co-operation)

  • มี 6 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น (2535) เกาหลีใต้ (2537) ไทย (2543) อัฟกานิสถาน (2546) และมองโกเลีย (2547) ออสเตรเลีย (2552)
  • ญี่ปุ่นมีระดับความร่วมมือสูงกว่าประเทศอื่นและสามารถเข้าร่วมการประชุมของ OSCE ได้ในทุกระดับ เท่าเทียมกับสมาชิก OSCE เนื่องจากญี่ปุ่นสนใจและมีบทบาทในปัญหาด้านความมั่นคงกับยุโรปอย่างเต็มที่มาโดยตลอดมา เช่น การเข้าร่วมคณะติดตามทางการเมืองและผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งในบอสเนียตามข้อตกลงเดย์ตัน และการบริจาคเงินจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจบอสเนีย ปัจจุบัน ญี่ปุ่นสนใจจะมีความร่วมมือกับ OSCE ในเอเชียกลาง เช่น การควบคุมด่านชายแดน การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การแก้ปัญหายาเสพติด และการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูอัฟกานิสถาน
  • เกาหลีใต้มีความร่วมมือในระดับรองลงมา โดยได้ระบุเจตจำนงความร่วมมือกับ OSCE ว่าจะมุ่งเรียนรู้ประสบการณ์ เพื่อนำไปปรับใช้ในการส่งเสริมความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี OSCE จึงได้พิจารณาเชิญเกาหลีใต้มาเข้าร่วมการประชุมเป็นรายกรณี ทั้งนี้ เมื่อปี 2539 เกาหลีใต้ได้มีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาด้วย
  • ไทยเข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

          1.) เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของ OSCE ด้านการเมืองและความมั่นคงของยุโรป เช่น มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความมั่นคง (Confidence and Security Building Measures - CSBMs) การทูตเชิงป้องกัน (Preventive Diplomacy) การป้องกันความขัดแย้ง และการจัดการวิกฤตการณ์ (Crisis Management) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงในกรอบ ASEAN และ ASEAN Regional Forum (ARF)

          2.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการและความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศในยุโรป ซึ่งทำให้ทราบความเคลื่อนไหวที่สำคัญในยุโรป

          3.) เพื่อชี้แจงและทำให้ประเทศในยุโรปทราบและมีความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการที่สำคัญในเอเชีย โดยเฉพาะนโยบายและบทบาทของไทยด้านความมั่นคงในภูมิภาค

          4.) เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน เช่น มิติด้านมนุษย์ของความมั่นคง

  • อัฟกานิสถานเข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2546 เพื่อรับความช่วยเหลือจาก OSCE ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2548 OSCE ได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรในอัฟกานิสถาน
  • มองโกเลียเข้าเป็นประเทศสมาชิกหุ้นส่วนฯ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของ OSCE ด้านความมั่นคงในมิติมนุษย์ โดยเฉพาะด้านหลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม
  • ออสเตรเลียเข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2552 เนื่องจากชื่นชมการทำงานในด้านต่างๆ ของ OSCE โดยเฉพาะการต่อต้านการก่อการร้าย การป้องกันและการแก้ไขความขัดแย้ง และการฟื้นฟูภายหลังความขัดแย้ง

 

        ประเทศไทยเข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือของ OSCE เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543 เพื่อ
     1) เรียนรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับการดำเนินการด้านการเมืองและความมั่นคงของยุโรปเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ และเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในกรอบ ASEAN และ ASEAN Regional Forum (ARF)
     2) แลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการและความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศในยุโรป ซึ่งทำให้รับทราบความเคลื่อนไหวที่สำคัญในยุโรป
     3) ชี้แจงและทำให้ประเทศในยุโรปทราบและมีความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการที่สำคัญในเอเชีย โดยเฉพาะนโยบายและบทบาทของไทยด้านความมั่นคงในภูมิภาค
     4) แสวงหาความร่วมมือด้านความมั่นคงที่เอเชียและยุโรปมีความสนใจร่วมกัน เช่น มิติด้านมนุษย์ของความมั่นคง การพัฒนาและส่งเสริมประชาธิปไตย นิติรัฐ นิติธรรม และธรรมาภิบาล 
 
        การมีส่วนร่วมของไทยใน OSCE ส่วนใหญ่เป็นไปในรูปของการเข้าร่วมการประชุมที่สำคัญของ OSCE เช่น การประชุมระดับผู้นำ การประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Council) นอกจากนี้ ไทยยังได้เข้าร่วมการประชุมและการสัมมนาอื่นๆ ในหัวข้อที่ไทยสนใจ เช่น การประชุมเกี่ยวกับมิติด้านทรัพยากรมนุษย์ที่จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสถาบันประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน (Office for Democratic Institution and Human Rights ? ODIHR) ของ OSCE การประชุมที่ประเทศหุ้นส่วนฯ ฝ่ายเอเชียและฝ่ายเมดิเตอร์เรเนียนอื่นที่จัดร่วมกับ OSCE อย่างต่อเนื่อง
 
ที่ผ่านมา ไทยเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ ที่มีความแข็งขันในการเสริมสร้างความร่วมมือ โดยเฉพาะด้านความมั่นคงมนุษย์ เช่น ปัญหาความยากจน โรคติดต่อ และการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประชาคมโลกโดยรวมที่ต้องอาศัยความร่วมมือพหุภาคีระหว่างรัฐและระหว่างภูมิภาคในการแก้ไขปัญหา 
 
        ไทยได้ร่วมกับ OSCE เป็นเจ้าภาพการประชุมหลายครั้ง เช่น
  • การประชุม OSCE-Thailand Conference on the Human Dimension of Security ระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน 2545 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ครั้งแรกที่ไทยร่วมจัดกับ OSCE มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 150 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศทั้งที่เป็นประเทศสมาชิก OSCE ประเทศหุ้นส่วนฯ ในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนและเอเชีย ประเทศสมาชิก ASEAN และ ARF รวมทั้งผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ และ NGOs หารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่าง OSCE และไทย เกี่ยวกับแนวคิดและการดำเนินงานในมิติความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ปัญหาและผลกระทบของยาเสพติดและการลักลอบค้ามนุษย์ในเอเชียและยุโรป รวมทั้งระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในอนาคตระหว่างยุโรปกับ เอเชีย และระหว่าง OSCE กับ ASEAN และ ARF
  • ไทยร่วมกับ OSCE เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนา Thailand Conference on Sharing of Experiences in Combating Trafficking in Human Beings: Opportunities for Cooperation เมื่อวันที่ 16-17 มิถุนายน 2548 ที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมการหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ระหว่างสองภูมิภาค รวมทั้งเพื่อเป็นการติดตามผลการประชุม Thailand-OSCE Conference เมื่อปี 2545 โดยได้เชิญผู้แทนจากประเทศสมาชิก OSCE ประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเอเชียและฝ่ายเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศสมาชิก ARF และผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมด้วย

          ไทยได้เสนอความคิดให้มีการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง ARF กับ OSCE เนื่องจากมีวัตถุประสงค์พื้นฐานใกล้เคียงกัน และพยายามผลักดันอย่างแข็งขัน เนื่องจากการดำเนินการในกรอบ ARF อาศัยหลักฉันทามติ เช่น เมื่อวันที่ 25-26 เมษายน 2549 ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2006 OSCE-Thailand Conference on Challenges to Global Security: From Poverty to Pandemic ที่กรุงเทพฯ ในฐานะประเทศเจ้าภาพ ไทยได้เชิญสมาชิก ARF ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม โดยจัด informal discussion เป็น side event เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือระหว่าง ARF กับ OSCE แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ไทยให้ความสำคัญ โดยสนับสนุนให้ประเทศสมาชิก ASEAN เข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนฯ และยินดีจะเป็นตัวเชื่อมระหว่าง ARF และ OSCE เพื่อให้มีความหลากหลายของความคิดเห็น 

  • เมื่อวันที่ 24-28 มกราคม 2553 ไทยได้จัด Workshop on Combating Illicit Crop Cultivation and Enhancing Border Security and Management: Thailand as a Case Study ณ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย โดยนำคณะทูตานุทูตประจำ OSCE ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยการปลูกพืชทดแทน ตามแนวทางการพัฒนาทางเลือก (Alternative Development) ของมูลนิธิโครงการหลวง จังหวัดเชียงใหม่ และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดเชียงราย โครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของไทยในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ครอบคลุมปัญหาข้ามชาติมิติต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เช่น ปัญหาการทำลายป่า ชนกลุ่มน้อย ความยากจน และการลักลอบค้ามนุษย์บริเวณชายแดนภาคเหนือ นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ OSCE ให้ความสำคัญอันดับต้น โครงการดังกล่าวได้สัมฤทธิผลเป็นอย่างดี และได้รับความสนใจ การสนับสนุน และการชื่นชมจากประเทศสมาชิก OSCE และประเทศหุ้นส่วนฯ เป็นอย่างดี 
  • ในการเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ OSCE ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 1-2 ธันวาคม 2553 ณ กรุงอัสตานา คาซัคสถาน ซึ่งเป็นการเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ OSCE ครั้งแรกของไทย ที่ประชุมรับรองเอกสารแถลงการณ์อัสตานาเพื่อนำไปสู่ประชาคมแห่งความมั่นคง (Astana Commemorative Declaration towards A Security Community) ซึ่งย้ำถึงหลักการและพันธกรณีของ OSCE รวมทั้งจุดมุ่งหมายของประเทศสมาชิกฯ ที่จะสร้างความมั่นคงที่ครอบคลุมทุกมิติ เท่าเทียม และไม่แบ่งแยกใน Euro-Atlantic และ Eurasia เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นประชาคมแห่งความมั่นคงอย่างแท้จริง ในการประชุมดังกล่าว หัวหน้าคณะผู้แทนไทยกล่าวถ้อยแถลงถึงความสนใจของไทยในฐานะประเทศหุ้นส่วนฯ ฝ่ายเอเชียว่า ประสงค์จะเรียนรู้ประสบการณ์ของ OSCE ในด้านการพัฒนาประชาธิปไตย การจัดการกับปัญหาความขัดแย้ง การเผยแพร่ประสบการณ์ของไทยที่อาจเป็นประโยชน์ต่อ OSCE เช่น แนวทางการพัฒนาทางเลือกเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ขณะเดียวกันไทยพร้อมจะมีบทบาทเพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างองค์ด้านการความมั่นคงในยุโรปกับเอเชีย และพร้อมจะมีส่วนช่วยให้ OSCE เป็นองค์การด้านความมั่นคงที่มีประสิทธิภาพต่อไป
 

การมีส่วนร่วมของไทยในระหว่างปี 2552-2558

  • การประชุม 2009 OSCE-Japan Conference เมื่อวันที่ 10 - 11 พฤษภาคม 2552 ณ กรุงโตเกียว
  • การประชุม OSCE Ministerial Council ครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ 1 - 2 ธันวาคม 2552 ณ กรุงเอเธนส์
  • ไทยเป็นเจ้าภาพ Workshop on Combating Illicit Crop Cultivation and Enhancing Border Security and Management: Thailand as a Case Study เมื่อวันที่ 24 - 28 มกราคม 2553 ณ จ. เชียงใหม่และ จ. เชียงราย
  • ไทยส่งผู้แทนในการบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง ARF and Areas of Possible Contributions with the OSCE ต่อที่ประชุม Asian Contact Group Meeting ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ณ กรุงเวียนนา
  • การประชุม OSCE-Republic of Korea Conference เมื่อวันที่ 17 - 19 พฤษภาคม 2553 ณ กรุงโซล
  • กิจกรรมพิเศษ OSCE-CICA "Security and Economic Cooperation in Eurasia in the 21st Century" เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2553 ณ นครอิสตันบูล
  • นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถ้อยแถลที่ประชุม OSCE Permanent Council เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553 ณ กรุงเวียนนา
  • การประชุม Informal OSCE Ministerial Meeting เมื่อวันที่ 16 - 17 กรกฎาคม 2553 ณ นครอัลมาตี
  • การประชุมระดับผู้นำ OSCE เมื่อวันที่ 1 - 2 ธันวาคม 2553 ณ กรุงอัสตานา
  • ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2012 OSCE - Thailand Conference ระหว่างวันที่ 13 – 14 กุมภาพันธ์ 2555  โดยมีหัวข้อหลัก คือ “Strengthening Security through Regional Cooperation: the OSCE Comprehensive Approach and Experiences of Asian Partners for Cooperation”
  • เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 นายวีระศักดิ์  ฟูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทวิภาคีกับนายอิวิคา ดาคิช (Ivica Dačić) รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และรัฐมนตรีการกระทรวงการต่างประเทศของเซอร์เบีย ในห้วงการประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การว่าด้วยความร่วมมือและความมั่นคงในยุโรป (OSCE Ministerial Council) ครั้งที่ 22 ณ กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย 

ที่มา : กองยุโรป1 กรมยุโรป

 

 

JoomSpirit