ACMECS: ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี - เจ้าพระยา – แม่โขง

        ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างกัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม(ACMECS: Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy) เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับอนุภูมิภาคที่จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งและความหลากหลายของทั้งห้าประเทศสมาชิกเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างสมดุล

การประชุมระดับผู้นำ ACMECS มีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 ที่เมืองพุกาม สหภาพพม่า ซึ่งผู้นำประเทศสมาชิกได้ลงนามในปฏิญญาพุกามเพื่อจัดตั้งกรอบความร่วมมือ ACMECS พร้อมทั้งให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการซึ่งครอบคลุมความร่วมมือ 5 สาขา ได้แก่ การอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุน เกษตรและอุตสาหกรรม การเชื่อมโยงคมนาคม การท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ต่อมา ในการประชุมระดับรัฐมนตรีเมื่อเืดือนสิงหาคม 2548 ที่เมืองเสียมราฐ ที่ประชุมเห็นชอบให้สาธารณสุขเป็นสาขาความร่วมมือที่ 6 ภายใต้กรอบ ACMECS

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2548 เพื่อติดตามการดำเนินงานที่ผ่านมาและกำหนดแนวทางความร่วมมือต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ผู้นำประเทศสมาชิกได้ลงนามร่วมกันในปฏิญญาการประชุมระดับผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 2 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นและสร้างความพร้อมสำหรับอนาคตให้แก่อนุภูมิภาค นอกจากนั้น ผู้นำประเทศสมาชิกยังให้ความสำคัญกับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคร้ายแรงต่างๆ ใรนอนุภูมิภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคไข้หวัดนก ด้วยการลงนามร่วมกันในปฏิญญาผู้นำว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนเพื่อต่อสู้กับโรคไข้หวัดนก และโรคติดต่ออื่นๆ โดยประเทศไทยประกาศที่จะจัดสรรงบประมาณจำนวน 100 ล้านบาทเพื่อเป็นกองทุนเริ่มต้นสำหรับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายใต้ปฏิญญาดังกล่าว

การประชุม ACMECS ครั้งต่อไปจะเป็นการประชุมในระดับรัฐมนตรีซึ่ง สปป.ลาว จะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในปี 2549 และเวียดนามจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 3 ในปี 2550

 

ประเทศสมาชิกของ ACMECS มีทั้งหมด 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม

 

        ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง เป็นแนวคิดที่ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้หยิบยกขึ้นหารือกับผู้นำกัมพูชา ลาว และพม่า ในช่วงการประชุมผู้นำอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยโรค SARS เมื่อ 29 เมษายน 2546 ที่กรุงเทพฯ และได้รับการสนับสนุนในหลักการจากผู้นำประเทศเพื่อนบ้านทั้งสามดังกล่าว

วัตถุประสงค์ของความริเริ่มดังกล่าวคือการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั้งสี่เพื่อส่งเสริมความเจริญอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาค ความเจริญดังกล่าวไม่เพียงแต่จะเป็นผลประโยชน์ของประเทศทั้งสี่ แต่ยังส่งเสริมและก่อให้เกิดความเข้มแข็งให้แก่กรอบความร่วมมืออาเซียน ทั้งนี้ เนื่องจากความเข้มแข็งของกัมพูชา ลาว พม่า และไทยย่อมหมายถึงความเข้มแข็งของอาเซียนโดยรวม ดังนั้น กรอบความร่วมมือนี้จึงเปรียบเสมือนกรอบความร่วมมือที่ช่วยส่งเสริมการรวมตัวภายใต้กรอบอาเซียนให้มีความก้าวหน้ารวดเร็วขึ้นบนพื้นฐานของการช่วยเหลือตนเองและการเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกัน

ผู้นำประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และไทยได้ประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรกภายใต้กรอบความร่วมมือ ACMECS เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 ที่เมืองพุกาม สหภาพพม่า ในการประชุมดังกล่าว ผู้นำประเทศสมาชิกได้ลงนามร่วมกันในปฏิญญาพุกามที่จะมีความร่วมมือระหว่างกันในสาขาความร่วมมือสำคัญ 5 สาขา และให้ความเห็นชอบในแผนปฏิบัติการซึ่งประกอบด้วยโครงการร่วม 46 โครงการ และโครงการทวิภาคี 224 โครงการซึ่งจะมีการดำเนินการภายในระยะเวลา 10 ปี โดยผู้นำประเทศสมาชิกต่างเห็นชอบร่วมกันให้เรียกกรอบความร่วมมือนี้ว่า ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง

การเข้าร่วมเป็นสมาชิกของเวียดนามเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2547 ได้ทำให้ประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 5 ประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่กรอบความร่วมมือ ACMECSกิจกรรมภายใต้กรอบ ACMECS จะเน้นการลดความยากจนเพื่อช่วยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาแห่งสหัสวรรษของสหประชาชาติ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการช่วยเหลือตนเองและการเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกัน

ACMECS เน้นการทำงานที่ส่งเสริมและต่อยอดโครงการความร่วมมือที่มีอยู่แล้วในภูมิภาคเพื่อส่งเสริมให้พื้นที่ชายแดนของประเทศสมาชิกเป็นพื้นที่แ่ห่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความเจริญก้าวหน้าทางสังคมวัฒนธรรม พร้อมทั้งเป็นการผสานผลประโยชน์ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับภูมิภาคให้เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสร้างความเจริญ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความสงบสุข ความมั่นคง และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างประเทศสมาชิกกิจกรรมภายใต้กรอบ ACMECS ซึ่งส่งเสริมและต่อยอดโครงการความร่วมมือที่มีอยู่แล้วในภูมิภาคนี้ จะเน้นความร่วมมือที่ปฏิบัติได้จริงและก่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของแต่ละประเทศสมาชิก มีความเป็นไปได้และเป็นที่ยอมรับโดยทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การดำเนินการจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจ ยึดหลักฉันทามติ และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน

 

1. การประชุมระดับผู้นำทุก 2 ปี

2. การประชุมระดับรัฐมนตรีปีละครั้ง

3. การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสทุก 6 เดือน

4. การประชุมคณะทำงานเพื่อการประสานงานระหว่างสถานเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกที่กรุงเทพฯ ทุก 2 เดือน

5. การประชุมระดับคณะทำงานรายสาขา

 

  • 15 กรกฎาคม 2546 การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM) ที่เวียงจันทน์ ลาว
  • 31 กรกฎาคม 2546 การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสอย่างไม่เป็นทางการ (informal SOM) ที่กรุงเทพฯ
  • 1 สิงหาคม 2546 การประชุมระดับรัฐมนตรี (รัฐมนตรีต่างประเทศ) (MM) ที่กรุงเทพฯ
  • 27 สิงหาคม 2546 การประชุมคณะทำงานยกร่าง Plan of Action และโครงการ ที่เมืองเสียมราฐ
  • 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2546 การประชุมคณะทำงานยกร่างโครงการร่วมและโครงการทวิภาคีใน Plan of Action ที่กรุงเทพฯ
  • 27 ตุลาคม 2546 การประชุมระดับรัฐมนตรี (รัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้า) ที่กรุงเทพฯ
  • 10 พฤศจิกายน 2546 การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM) ที่กรุงย่างกุ้ง พม่า
  • 10 พฤศจิกายน 2546 การประชุมระดับรัฐมนตรี (รัฐมนตรีต่างประเทศ) (MM) ที่กรุงย่างกุ้ง พม่า
  • การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 1 วันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 การประชุมผู้นำ ACMECS ที่เมืองพุกาม พม่า (10 พฤษภาคม 2547 เวียดนามเข้าเป็นสมาชิก ACMECS)
  • 3 – 4 มิถุนายน 2547 การประชุมเชิงปฏิบัติการ ACMECS Workshop on Enhancing the Competitiveness of the Planning Agencies in Cambodia, Lao PDR, Myanmar and Thailand โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ / วางแผนเข้าร่วมจากกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
  • 18-19 สิงหาคม 2547 การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสที่กรุงย่างกุ้ง สหภาพพม่า
  • 1-2 พฤศจิกายน 2547 ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสสมัยพิเศษและการจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ (ACMECS Special SOM and Ministerial Retreat) ที่ จ.กระบี่ โดยมีผู้แทนจากประเทศหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา (development partners) จาก ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB: Asian Development Bank) เข้าร่วมการประชุมทั้งสองวาระดังกล่าว
  • 4 - 5 สิงหาคม 2548 การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา
  • 7 ตุลาคม 2548 การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโส ACMECS และผู้แทนประเทศหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา
  • การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 2 วันที่ 1 - 3 พฤศจิกายน 2548 ที่กรุงเทพฯ
  • การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 3 ที่กรุงฮานอย ปี 2551
  • การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 4 ที่กรุงพนมเปญ ปี 2553 
  • การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 5 ที่เวียงจันทน์ ปี 2556

 

 

 

 

กลไกการทำงาน ACMECS ของฝ่ายไทย

-   คณะกรรมการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (กพบ.) พิจารณากลั่นกรอง เสนอแนะนโยบาย แผนงานและโครงการความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ

-   กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) โดยกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เป็นหน่วยงานหลักในการประสาน การดำเนินการความร่วมมือ ตลอดจนการจัดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส รัฐมนตรี และผู้นำ ACMECS โดยมีสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) เป็นหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางวิชาการตามโครงการต่างๆ ในกรอบ ACMECS แก่ประเทศสมาชิก

-   สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) ให้การช่วยเหลือทางการเงินและทางวิชาการในการให้ความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจแก่ประเทศเพื่อนบ้าน

 

ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งรายชื่อโครงการภายใต้ความร่วมมือ ACMECS ได้ จากเว็บไซต์ทางการของ ACMECS 

www.acmecs.org และ www.acmecsthai.org

 

 

สาขาความร่วมมือ

การประชุมระดับผู้นำ ACMECS มีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 ที่เมืองพุกาม เมียนมาร์ ซึ่งผู้นำประเทศสมาชิกได้ลงนามในปฏิญญาพุกามเพื่อจัดตั้งกรอบความร่วมมือ ACMECS ปัจจุบัน ACMECS ดำเนินความร่วมมือใน 8 สาขา ได้แก่

1. การอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุน

2. การเกษตร

3. อุตสาหกรรมและพลังงาน

4. การเชื่อมเส้นทางคมนาคม

5. การท่องเที่ยว

6. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

7. สาธารณสุข และ

 8. สิ่งแวดล้อม

ที่มา : กระทรวงต่างประเทศ

 

ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ให้ความสำคัญกับกิจกรรมใน 6 สาขาความร่วมมือหลัก ได้แก่

1. การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน
- เพื่อใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศที่เกี่ยวข้อง
- เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการไหลเวียนของสินค้าและการลงทุนเพื่อให้เกิดการจ้าง งาน
- เพื่อสร้างรายได้และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคม

2. ความร่วมมือด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม
- เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมโดย สร้างและพัฒนโครงสร้างพื้นฐาน จัดสรรการผลิต การตลาด และการจัดซื้อร่วมกัน การ วิจัยและพัฒนา และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน

3. การเชื่อมโยงการคมนาคม
- พัฒนาและใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
- อำนวยความสะดวกสำหรับการค้า การลงทุน เกษตรกรรม การผลิตทางอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว

4. ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
- ส่งเสริมยุทธศาสตร์ร่วมสำหรับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
- อำนวยความสะดวกการท่องเที่ยวในหมู่ทั้งสี่ประเทศและจากภูมิภาคอื่นๆ

5. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
- ส่งเสริมการเสริมสร้างขีดความสามารถของคนและสถาบัน
- ริเริ่มมาตรการเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค

6. ความร่วมมือด้านสาธารณสุข
- ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาขีดความสามารถทางด้านสาธารณสุข และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันในการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2547 ที่กรุงย่างกุ้ง สหภาพพม่า ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจัดตั้งกลไกประเทศผู้ประสานงานในความร่วมมือแต่ละสาขาเพื่อผลักดันให้ความร่วมมือในแต่ละสาขามีความคืบหน้าเพื่อผลักดันความคืบหน้าในความร่วมมือหลักในแต่ละสาขา ที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสสมัยพิเศษและการประชุมระดับรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2547 ที่ จ.กระบี่ ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงานในความร่วมมือแต่ละสาขาโดยมีประเทศสมาชิก 1 ประเทศทำหน้าที่เป็นประเทศผู้ประสานงาน ดังนี้

  • การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน – ไทย
  • ความร่วมมือด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม-พม่า
  • การเชื่อมโยงการคมนาคม-ลาว
  • ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว-กัมพูชา
  • การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์-เวียดนาม
  • ความร่วมมือด้านสาธารณสุข-ไทย

ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ACMECS ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2548 ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งสาขาความร่วมมือด้านสาธารณสุขเป็นสาขาความร่วมมือใหม่ตามที่ประเทศไทยเสนอ

 

ตัวอย่างโครงการที่สำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือ ACMECS

 
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Transport Linkages)
 
กัมพูชา: เส้นทาง R48 (เกาะกง-สแรอัมเปิล) / R67 (สะงำ-อันลองเวง-เสียมราฐ)
 
สปป.ลาว: ปรับปรุงสนามบินวัดไต / เส้นทางสายกูดู่ จ.อุตรดิตถ์-ปากลาย แขวงไชยะบุลี / สะพานข้ามแม่น้ำเหือง / เส้นทาง R3 (ห้วยทราย-หลวงน้ำทา) / เส้นทางห้วยโก๋น-ปากแบ่ง / สะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่ง ที่ 3  (นครพนม-คำม่วน) / สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) / เส้นทางรถไฟหนองคาย-ท่านาแล้ง-เวียงจันทน์        
 
เมียนมาร์: สะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 / เส้นทางแม่สอด-เมียวดี-เชิงเขาตะนาวศรี-กอกะเร็ก
 
 
- การอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Facilitatation) ส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าชายแดน การยกระดับด่าน การจัดตั้งเมืองคู่แฝดชายแดน (Sister Cities)
 
- การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) ซึ่ง กต. โดย สพร.  ดำเนินการฝึกอบรม สัมมนา ให้ทุนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแก่ประเทศสมาชิก ACMECS ในด้านที่เกี่ยวข้องกับสาขาความร่วมมือภายใต้ ACMECS อาทิ การเกษตร พลังงาน อุตสาหกรรม และสาธารณสุข
 
- การท่องเที่ยว (Tourism) ได้แก่ การจัดทำความตกลงตรวจลงตราเดียว (ACMECS Single Visa) ระหว่างไทย - กัมพูชา เมื่อเดือน ธ.ค. 2550 เป็นโครงการนำร่อง ระหว่าง 2 ประเทศสมาชิก ซึ่งมีกาีรบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2555
 
- การเกษตร (Agriculture) ได้แก่ การจัดทำแผนการลงทุนโครงการเกษตรแบบมีสัญญากับประเทศเพื่อนบ้าน และการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับสปป.ลาว ว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริมการทำเกษตรแบบมีสัญญา เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2556 ในระหว่างการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 5 ที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว
 
- สาธารณสุข (Public Health) โดยเฉพาะการเร่งดำเนินการตามแผนความร่วมมือในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อต่าง ๆ และการให้ความช่วยเหลือในการยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลพื้นฐานแก่ประเทศเพื่อนบ้าน
 
 

 

 

  • นำโครงการความร่วมมือที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงร่วมกันมาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระยะเวลาที่เหมาะสม 
  • ส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์สำคัญทั้งของไทยและของภูมิภาค เช่น พลังงาน สาธารณสุข โดยให้มีการดำเนินการที่สอดคล้องและส่งเสริมกรอบความร่วมมืออื่นๆ ในอนุภูมิภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS: Greater Mekong Subregion)
  • เพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างไทยกับนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในลักษณะไตรภาคีในการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ประเทศเพื่อนบ้าน
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและความร่วมมือทั้งในระดับรัฐ – รัฐ / เอกชน – เอกชน / รัฐ – เอกชน / ประชาชน – ประชาชน

 

 

JoomSpirit